LOGIN"...นายเป็นใคร?"
"คุณย่าปราณีวานให้ผมเอาของมาให้ผมโทรไปเบอร์คุณมีคนรับเป็นคนในบริษัทคุณมั้ง เขาให้ผมตามไปที่โรงพยาบาลเพราะคุณหมดสติวันนั้นพอดี..อ้อ~ ผมลืมแนะนำตัวไปผมชื่อแมงปอทำงานอยู่ข้างสวนคุณย่าปราณี คุณนั่งรถไหวไหมผมจะอยู่กรุงเทพฯ แค่อีกสองวันนะ" "นายเป็นคนสวนที่จันทรบุรีเหรอ?" "หือ? ...จะว่างั้นก็ได้" "แล้วกลับอะไรทำไมต้องกลับฉันมีงานค้างอีกเพียบใครบอกว่าฉันจะกลับ" "อ้าว? ก็ทางบริษัทบอกว่าต้องให้คุณพ้นสภาพพนักงานเพราะคุณป่วยหนัก" "ป่วย! ป่วยอะไร? ฉันป่วยอะไรตรงไหนฉันยังไม่รู้ด้วยซ้ำว่าป่วย ทำไม ถึงโดนให้ออกฉับพลันแบบนี้!" "คุณจำได้ไหมครับว่าหมดสติหลังจากผู้บริหารเรียกพบ" "..เออ" "แล้วก็หลับไปสามวันเต็มๆ ต้องให้น้ำเกลือวิตามินมากมายหลายตัวตลอดสามวันเพราะคุณขาดสารอาหารเครียดลงกระเพาะ และเป็นโรคกระเพาะรุนแรงเนื่องจากกินอาหารน้อยเกินไป" "อะไรกันเนี่ย ทำไมเป็นแบบนี้ไปได้...'' "ผมยังไม่ได้บอกคุณย่าปราณีนะเพราะถ้าท่านรู้คงลำบากลำบนแบกสังขารคนชราแถมยังป่วยมาดูแลคนหนุ่มแน่ๆ" "อย่าบอกนะ! ห้ามบอก! ไม่ต้องให้ย่ามา ไม่ต้องให้รู้เดี๋ยวฉันก็ดีขึ้นเอง" "ท่านห่วงคุณมากนะครับพูดถึงคุณให้ฟังทุกวันบอกว่าคุณยิ้มเก่งยิ้มสวยดูรักหลานเอามากๆ ..นี่คุณรู้ไหมว่าท่านต้องไปโรงพยาบาลประจำทุกเดือน" "มะ ..ไม่รู้ ฉันไม่เคยรู้เลย ย่าไม่เคยบอกฉัน" "ผมถามหน่อยเถอะว่าคุณจะกลับไปอยู่ที่จันทรบุรีไหม ผมรู้มาว่าคุณอยู่กับย่าแค่สองคนไม่มีญาติ มีแค่ลูกจ้างที่ทำงานในสวน คุณย่าปราณีคงมาอยู่ดูแลคุณที่กรุงเทพฯ ไม่ได้ถ้าคุณมีสภาพแบบนี้บ่อยๆ" "ฉันไม่ขอร้องให้ท่านมาหรอกน่า ย่าน่ะชอบอยู่กับต้นไม้แต่ฉันชอบอยู่ในห้องแอร์บนตึกสูงๆ เรารักกันดีแค่อาจจะชอบไม่เหมือนกันก็ต้องหาทางออกแบบนี้" "ความจริงคุณย่าปราณีไม่ให้ผมพูดอะไร แต่พอมาเห็นสภาพคุณแล้ว..มันอดพูดไม่ได้ท่านชรามากแล้วก็เป็นลมในสวนบ่อย ..อ้อผมเป็นคนพาท่านไปหาหมอก็เลยรู้ดีน่ะ แล้วผมก็เป็นคนส่งเสบียงมาให้คุณเพราะคุณย่าท่านไหว้วานแลกกับอาหารอร่อยๆ คุณรู้ใช่ไหมว่าฝีมือทำกับข้าวของท่านเทียบได้กับอาหารชาววัง" "จะพูดทำไมเนี่ย..ย่าไม่ให้นายพูดแล้วทำไมนายถึงพูด!" "ผมแค่ห่วงไม่อยากให้อะไรมันสายไปกว่านี้" "หมายความว่าไง ที่นายพูดหมายถึงฉันจะตายหรือย่าฉันจะตายห๊ะ!" "อารมณ์เหวี่ยงแบบนี้คงเพราะไม่ได้กินอาหารอร่อยสินะ ปล่อยให้หิวบ่อยจนเป็นโรคกะเพาะแบบนี้ไม่เห็นเหมือนที่คุณย่าปราณีบอกเลยว่ายิ้มสวย...ตั้งแต่ฟื้นมาเหมือนอยากกินหัวตลอดเวลา ถามจริงคุณไม่ได้กลับบ้านมานานเท่าไหร่?" "อยากรู้ไปทำไม?" "เวลามันไม่ได้หยุดอยู่กับที่รอคุณหรอกนะ ผมรู้ว่าคุณชอบชีวิตในเมืองแสนศิวิไล สะดวกสบาย ทำงานในห้องแอร์ไม่ต้องตากแดดตากลมให้เหม็นเหงื่อ ตื่นแต่เช้าลุกมาดูแลไร่สวนเก็บผักหญ้ามาทำอาหารมันน่าเบื่อใช่ไหม แต่คนฉลาดอย่างคุณน่าจะรู้จักเรื่องเงินเฟ้อดีกว่าใคร แต่ละที่มีค่าครองชีพที่ต้องจ่ายต่างกัน ไม่ว่าคุณจะหาเงินมาได้มากแค่ไหนก็ต้องจ่ายเงินแลกของกินที่มันควบคุมราคาไม่ได้" "แล้วไงใครๆ เขาก็หาเงินมาซื้อข้าวซื้ออาหารประทังชีวิตเหมือนกันทั้นนั้นนั่นแหละ!'' "คุณไม่รู้เหรอว่าอาหารที่ย่าปราณีส่งมาให้มันแทบจะไม่มีต้นทุน ท่านเก็บเมล็ดผักผลไม้ที่มีรสชาติดีเพาะปลูกเองหมักปุ๋ยเองดูแลอย่างดีรอคุณกลับมากินทุกฤดูกาล แต่คุณก็ไม่กลับไป สิ่งที่เป็นต้นทุนเดียวที่ต้องจ่ายก็คือค่าส่งพัสดุมาให้คุณนั่นแหละ" "ฉัน..อยากอยู่กรุงเทพฯ" "เฮ้อ...แล้วแต่คุณก็แล้วกันนี่เบอร์โทรผม ผมจะทำธุระในกรุงเทพฯ อีกสองวันถ้าจะกลับจันทรบุรีพร้อมกันก็โทรมา" ... ร่างสูงใหญ่ของชายชาวสวนท่าทางนิ่งๆ คำพูดดิบห่าม ผมเผ้ายาวปิดบังดวงตา ท่าทางไม่น่าไว้ใจ แต่เหมือนคุณย่าจะไว้ใจเอามากๆ ยังมีหน้ามาอวดว่าได้กินอาหารฝีมือย่าทุกวัน ตั้งใจกวนกันชัดๆ ชายชาวสวนที่คาดว่าน่าจะเป็นคนงานสวนข้างๆ ทรงแบบโจรดีๆ นี่เองถ้าไม่ติดว่าพูดถึงย่าได้ถูกต้องจะโทรหาตำรวจให้รู้แล้วรู้รอด เถื่อนชะมัด จะไว้ใจได้จริงๆ เร้อ? หน้าก็เถื่อนแต่งตัวก็ไร้รสนิยม ผมเผ้ายาวไม่รู้จักตัดแต่ง ไม่โกนหนวดเคราแถมยังสวมเสื้อลายตารางทำอย่างกับจะไปตัดอ้อย ที่นี่ใจกลางเมืองหลวงของประเทศนะแต่งตัวให้เกียรติสถานที่หน่อยไม่ได้หรือไง นี่แหละสิ่งแรกๆ ที่ไม่อยากกลับไปบ้านสวน..ไม่ชอบการแต่งตัวไร้รสนิยมแบบนั้น ไม่ชอบป้าข้างบ้านไม่ชอบเป็นขี้ปากชาวบ้านฟังคนอื่นบ่นเรื่องพ่อแม่แย่เอามาทิ้งให้ย่าลำบาก ไม่ชอบเพื่อนรุ่นเดียวกันเพราะถูกทำท่ารังเกียจใส่ เหม็นสาปกลิ่นเหงื่อ ไม่ชอบคนผิวคล้ำมันดูเหมือนชนชั้นแรงงานดูสกปรกซกมก! ไม่ชอบชนบท! ดวงตากลมโตสีอ่อนทอดสายตามองรูปคู่ที่ถ่ายกับย่าตั้งแต่เด็กๆ เด็กห้าขวบตัวขาวสวมหมวกสานสวมรองเท้าบู้ทสั้นสีครีมมันเข้าได้ดีกับชุดเอี๊ยมสีน้ำตาลอ่อนผิวขาวสว่างจ้าบวกกับรอยยิ้มกว้างจนตาปิด ในมือถือตะกร้าเล็กๆ ข้างในมีผลไม้ลูกเล็กอย่างลำใยผักกาดและดอกไม้มีคุณย่าอุ้มขึ้นเอวเป็นภาพที่ไม่ว่ายังไงก็สัมผัสได้ถึงความสุขของคนในภาพได้เป็นอย่างดี แต่ดูตอนนี้สิ ผ่านมายี่สิบปีรอยยิ้มกว้างนั่นหายไปโดยไม่รู้ตัว ไม่รู้เลยว่าการยิ้มด้วยความรู้สึกมีความสุขเหมือนกับตอนนั้นจะต้องทำอย่างไร โครกกก~ บ้าเอ้ย! ทำไมรู้สึกตะกละมากขึ้นมากแบบนี้ ต้องเป็นเพราะภาวะหลังให้น้ำเกลือเเน่ๆ ถึงได้อยากกินอะไรต่อมิอะไรเต็มไปหมดแบบนี้ กร่อบบบ แกร่บบบ กร่อบบบ แกร่บบบ ของที่ย่าส่งมาให้ก็มีแต่ผักผลไม้เหมือนเดิม แหงล่ะก็ย่าไม่รู้นี่ว่าผมป่วย ถ้าท่านรู้ว่าป่วยมีหวังได้มาเฝ้าถึงคอนโดทำอาหารทุกอย่างที่หลานชอบให้กิน แกงส้มกุ้ง ไข่เจียวใบโหระพา น้ำพริกผักสดผักลวก ปลาราดพริก เห้อ จู่ๆ ก็นึกถึงอาหารพื้นๆ สงสัยจะหิวจนเบลอไปหมดแล้ว"ผมปวดเอว วันนี้ช่วยอยู่ดูแลผมด้วยนะครับ~ "ดูมันพูดเข้า..หลังทะลวงรูคนอื่นเอาเป็นเอาตายจนคนโดนแทงหน้ามืด มันยังมีหน้ามาอ้อนให้ดูแลราวกับตัวเองเป็นฝ่ายรับซะงั้น แต่จะทำไงได้มันบอกยังไม่หายงอน?แบบนี้ก็ได้เหรอ!"ด้าย ได้สิครับ ได้เล้ย"กูประชด! แต่แม่งใช้จริงใช้แบบจริงจังมากด้วย!"คุณขาผมหิวน้ำ""...""คุณขาผมเหนียวตัว""...""คุณขาผมปวดฉี่พยุงหน่อย""...""คุณขาอยากดูหนัง""...""คุณขา""คุณ""ขา..""โอ้ยยยย นี่มันกี่ทุ่มกี่ยามแล้วไอ้เด็กบ้า!""มานอนบนเตียงเร้ว~ ""อย่าแกล้งฉันอีกเลยนะฉันเหนื่อยจะตายอยู่แล้ว หายงอนสักทีเถอะ ฉันยอมนายทุกอย่างแล้วเนี่ยเจ็บตูดมากนะขาสั่นจะตายอยู่แล้ว~""ดีครับว่าง่ายๆ ก็ดีผมเป็นแฟนคุณขาต่อไปต้องดื้อให้น้อยลงนะ ""ห๊ะ? นายจะหายงอนฉันแล้วใช่ไหม?""ครับ ถ้าคุณรับปากว่าจะเชื่อฟังผม""เอ่อ.. เออ กะ.. ก็ได้""พูดซิครับว่าจะขอผมเป็นแฟน""หะ? เออๆ เรามาเป็นแฟนกันนะ""ประโยคขอร้องครับไม่ใช่ประโยคชักชวน""หึ่ยย! น้องแมงปอครับช่วยมาเป็นแฟนกับพี่เลขานะได้โปรดเถอะ""หึ หึ โอเคต่อไปนี้เราเป็นคนรักกันแล้วนะคุณเลขา ถ้าใครถามก็ต้องบอกว่ามีแฟนแล้วแฟนชื่อแมงปอเจ้าของสวนปาล
พรึ่บบร่างบางถูกอุ้มเข้าเอวหลังติดกับต้นไม้ ขายาวเกี่ยวไขว้เอวแกร่งของร่างสูงไว้แน่นราวกับกลัวตก แขนเรียวเกาะบ่ากว้างเป็นที่ยึดท่าทางล่อแหลมกับน้ำเสียงกระเส่าของหนุ่มหล่อมีพลังทำลายล้างเสียจนยากจะหลุดออกจากกับดักที่คนบางคนวางไว้ทุกทิศทางได้"ไม่รู้สิครับใครมีความผิดก็ต้องถูกลงโทษไม่ใช่หรือไง~"คนห่ามเหลือบมองรอบๆ ด้วยหางตาก่อนจะค่อยๆ ปลดซิบด้านหน้าลงปล่อยความเป็นชายออกมานอกกางเกงแนบกลางกายเบียดสีช่วงร่างร่องรักที่เคยลิ้มลอง ไม่ว่าจะพยายามอดทนไม่สนใจสักแค่ภายนอกริ่งสนิทแต่ภายในร่อนเราแทบบ้ายามใกล้ชิดกันคนพี่มึนเมากับการถูกเล้าโลมล่อลวงไม่ทันคนเจ้าเล่ห์ที่คิดว่าใสๆ กับบางเรื่องคนบางคนก็มีไหวพริบเสียเหลือเกินคนน้องเลื่อนกางเกงด้านหลังเลขาลงมาจนช่วงสะโพกเปลือยเปล่า ร่างหนาบดบังร่างเล็กกว่ากักขังไว้กับต้นไม้ถ้าเผลอมีใครมองผ่านก็ไม่มีใครรู้ถ้าไม่สังเกตดีๆ ปลายจมูกโด่งซุกไซร้ใบหูขาวสลับบดจูบริมฝีปากบางที่พยายามเบี่ยงหลบเพื่อจะอธิบายให้ชายหนุ่มตัวโตฟัง"กะ ก็ตอนนั้นมันชุลมุน..จะให้บอกยังไงทัน นายนอนหลับเป็นตาย ..ที่กรุงเทพฯ ก็โทรมาตามตัว ตะวันก็ชวนไปเที่ยว. .คนมันเคยอยากอยู่ที่นั่นก็ต้องมี
อยู่มาวันหนึ่ง"กูคงจะแบ่งขายที่ดินสวนนี้ให้มึงไม่ได้แล้วล่ะตะวัน กูว่าจะกลับมาอยู่ที่นี่ถาวรแล้ว""มึงว่าไงนะ จะกลับมาทำสวนเนี่ยนะนี่มึงคิดอะไรอยู่ แล้วที่วิ่งโล่กลับไปสัมภาษงานที่กรุงเทพ นั่นเขาไม่รับหรือไงทำไมถึงถอดใจง่ายอย่างนี้ พ่อกูมีเส้นสายในเมืองนะถ้ามึงจะไปจริงๆ ให้พ่อกูฝากให้ก็ได้ แค่มึงแบ่งขายสวนให้กูแค่นันเอง""กูไม่อยากขายจริงๆ ว่ะตะวัน และคงไม่กลับไปอยู่ในเมืองแล้วเพราะกูขายคอนโดกับรถที่กรุงเทพฯ ไปแล้ว ""กูไม่อยากจะเชื่อเลยว่าคนฉลาดๆ อย่างมึงจะทิ้งเงินก้อนโตมาทำงานอาบเหงื่อต่างน้ำที่สวนชนบท เรียนมาสูงซะเปล่านะมึงคราวหลังมีอะไรมึงไม่ต้องมาขอให้กูช่วยเลยนะกูไม่อยากคบตนโง่ๆ แบบมึง!""อือ "วันนี้ตะวันเข้ามาคุยกับผมทันทีที่เห็นว่าผมสวมชุดทำสวนเดินไปเดินมาแล้วเอ่ยถามเรื่องแบ่งขายที่ดินขึ้น วันนี้แมงปอก็ยืนอยู่ด้วยแค่ยืนอยู่ด้านหลังเงียบๆ ไม่พูดอะไร ก็ดีเหมือนกันเพราะอยากพิสูจน์ให้เด็กนี่รู้ว่าผมจริงจังจริงใจแค่ไหนในการกลับคืนสู่รากเหง้าของตนเอง ผมปฏิเสธเงินหลายสิบล้านไปเพื่อจะได้อยู่กับที่แห่งความทรงจำแห่งนี้กับคนที่ผมรัก"วันนี้ฉันเท่ใช่ไหม ฉันจริงใจขนาดนี้แล้วไม่ได้ทำเล่นๆ
ทำไมแมงปอไม่มากินข้าวเย็น.."ย่าครับนี่ก็เลยเวลาอาหารเย็นมามากแล้วผมขอไปดูหมอนั่นหน่อยนะครับ""จ้ะ"โทรศัพท์ก็ไม่รับเป็นอะไรหรือเปล่าเนี่ยขับรถมอไซค์ไฟฟ้าไปดีกว่าเร็วดีบรื้นนนนน~เอี้ยดดด~ปึ้งๆๆๆ "ปอ "ปึ้งๆๆๆ " แมงปอ"กึ่กก.."อ้าวไม่ได้ล็อคไปไหนของเขาน้า?"ร่างสูงนอนแผ่บนโซฟาริมหน้าต่างใบหน้าซีดเซียวที่หน้าท้องถูกุมไว้ด้วยมือคู่ใหญ่ใบหน้าคมคายมีเหงื่อซึมออกมาปากซีดจนดูน่าเป็นห่วง เลขาปรี่เข้าไปนั่งยองข้างโซฟายื่นมือเล็กๆ แตะตามใบหน้าตามตัวด้วยความเป็นห่วงคิ้วเรียวขมวดมุ่นเมื่อเห็นคนที่เคยแข็งแรงนอนนิ่งไม่ไหวติงคางมนเกยกับท่อนแขนแกร่งแผ่วเบาเอ่ยเสียงอ่อยกับเจ้าของร่าง"ปอ..แมงปอ เป็นอะไรทำไมมานอนตรงนี้ไม่สบายเหรอ?""คุณ..ขา?" เสียงทุ้มแผ่วเรียกชื่อคนตัวขาวหน้าหงอยข้างกายไม่ต่างจากแมวดื้อที่ชอบอ้อน"อื้อฉันเองนายป่วยเหรอให้พาไปหาหมอไหม?""ไม่ต้อง ผมไม่เป็นไร..คุณช่วยหยิบยาแก้ท้องเสียกับเกลือเเร่ให้ผมหน่อยกล่องยาบนโต๊ะ""นี่นาย..ปวดท้องจนเป็นแบบนี้เลยเหรอ" คนพี่มีสีหน้ากังวลมากกว่าเดิมเมื่อรู้สาเหตุการนอนซมของคนตัวโต ร่างบางเดินเตาะแตะไปไปหยิบของที่คนน้องขอนำยามาป้อนให้"..อืม""เพร
..."ย่าณีไปไหน?""มีนัดตรวจนิดหน่อยที่โรงพยาบาลบอกจะแวะหาเพื่อนในตัวเมืองด้วย""ทำไมคุณไม่ไปกับท่าน?''"ย่าบอกไม่ต้องนี่""แล้วนี่ซากอะไรอย่าบอกนะว่าทำเอง?""..เออ"พออยู่กันสองคนก็คุยกันจริงๆ แค่มันยังห้วนและอึมครึมเหมือนเดิม แถมเรายังไม่สบตากัน ขืนเป็นแบบนี้ต่อไปสักวันพวกเราคงมองหน้ากันไม่ติดจริงๆตั้งแต่ไปกรุงเทพฯ ก็นั่งคิดนอนคิดตลอดว่ารู้สึกอย่างไรกับการเป็นสวนและรู้สึกอยากเป็นคนเมืองเหมือนเดิมไหม คำตอบของมันมีแต่ภาพคุณย่า ภาพผมกับแมงปออยู่เต็มหัวภาพในสวนของเราภาพการเดินดูสวนถ่าย vlog ไลฟ์สดขายของความสุข..มันคือความสุขของจริงยิ่งพอกลับมาเจอเด็กงอนถึงรู้ใจตัวเองมากขึ้นว่ารักเขาไปแล้วทั้งใจ..แค่ไม่รู้จะง้ออย่างไรถ้าเป็นคนคบเก่าๆ ในสังคมเมืองแค่ซื้อของแบรนด์เนมให้ดอกไม้นอกช่อโตๆ ดินเนอร์หรูจบด้วยเรื่องบนเตียงแค่นั้นแต่กับคนสวนหน้านิ่งซื่อๆ ปากเก่ง ไม่รู้จะเริ่มจากไหนรู้แค่ว่าแมงปอให้ความสนใจเรื่องปากท้องก็เลยทำอาหารง้อ แต่สภาพมัน..เละไปหน่อย..ไอ้ห่ามต้องรู้แน่ว่าผมทำก็หน้าตามันเหมือนที่ย่าทำซะที่ไหน ไม่เอามาเสิร์ฟก็ไม่ได้กลัวมันไม่มีแรงทำงาน แมงปอใช้ช้อนซ้อมตักอาหารหน้าตาแปลกๆ
ดูเหมือนทุกอย่างจะคลี่คลายจบลงด้วยดีกับการตัดสินใจครั้งนี้ของผม เริ่มรู้สึกว่าการตื่นเช้าเดินรดน้ำต้นไม้เก็บผักอ้อยอิ่งรอบบ้านเหมือนเดินอยู่ในซุปเปอร์มาเก็ตธรรมชาติอากาศเต็มไปด้วยอ๊อกซิเจนเย็นสบาย~คือความสุข..ย่าณีตื่นเช้ากว่าเดินกวาดบ้านช้าๆ เตรียมหุงข้าวทำกับข้าวเผื่อหลานชายกับหลานนอกไส้ที่มากินข้าวด้วยกันทุกมื้อด้วยความปราณีตการปรุงอาหารง่ายๆ ชูรสชาติวัตถุดิบสดใหม่ทานกับผักสดกระจาดใหญ่ๆ ทุกมื้อมันดีต่อภายในจนรู้สึกได้ว่าลำไส้กระเพาะระบบเครื่องในแข็งแรงขึ้นผมสดใสแข็งแรงขึ้น ย่าณีสดใสขึ้น ก่อนนอนเรานั่งดูดาวหน้าระเบียงด้วยกัน ได้พูดคุยกันถึงความหลัง ความรักความอบอุ่นลอยฟุ้งอยู่ในใจไม่มีอะไรหนักหัวจนเบลอเหมือนก่อนหน้านี้อีกแล้วผมไม่รู้เลยว่าสองวันที่เข้าเมืองย่าเป็นลมไปอีกแล้ว ผมเองก็รู้สึกไม่ดีคล้ายจะเป็นไข้แต่ดูเหมือนร่างกายจะดีขึ้นมากเมื่อได้มาอยู่บ้านสวนนานนับเดือนทำให้ร่างกายคล้ายมีภูมิคุ้มกันนมากขึ้นจึงเป็นแค่ไข้ธรรมดาไม่หนักมาก..แต่ไอ้คนที่แปลกกลับเป็นไอ้หมอนี่!แมงปอไอ้คนหน้านิ่งมันมากินข้าวด้วยทุกมื้อเพราะย่าขอร้องแต่มันไม่พูดกับผม!มันพูดแค่กับย่าและบ่อยครั้งก็เมินผมไป







