LOGINความสัมพันของเพื่อนบ้านที่ถูกชะตากับไม่ถูกชะตากลายเป็นอีกหนึ่งกิจวัตรที่ต้องเจอในชีวิตของผมทุกอย่างมันไม่ได้ขึ้นอยู่กับผมเมื่อผู้ใหญ่ในบ้านคือย่าณีเจ้าบ้านตัวจริงดันชอบคนที่เราไม่ชอบและไม่ปลื้มคนที่เราปลื้ม
ก็รู้ว่าย่ากับนายแมงปออะไรนั่นสนิทกันแต่ไอ้การสนิทกันที่เหมือนมันเป็นหลานแท้ๆ นี่มันเกินปุยมุ้ยย่าคงไม่คิดจะยกสวนให้ไอ้แมงอะไรนี่แทนหลานแท้ๆ อย่างผมใช่ไหม? การต้องเห็นหน้ารกรุงรังของหมอนี่ในทุกมื้ออาหารมันดูใจร้ายไปนะ? คนห่ามกับการวางตัวสบายๆ ไม่มีพิธีรีตอง เอาของสดมาใส่ตู้เย็นบ้านคนอื่นเดินเข้าครัวไปหยิบจับทำอาหาร ยกมาวางนั่งกินหน้าตาเฉยไม่ชวนหลานเจ้าบ้านสักคำช่างน่าหมั่นไส้จริงๆ "ย่าณีครับวันนี้ถึงกำหนดตัดลองกองกับมังคุดแล้วเดี๋ยวให้คนงานชายมาช่วยเก็บนะครับผมจะขับรถขนลังออกจากร่องสวนให้" ไอ้ห่ามแมงปอพูดกับย่าณีเสียงสุภาพต่างจากพูดกับผมลิบลับ ย่าเองก็เหมือนกันทำไมต้องทำอาหารมากมายให้หมอนี่กินด้วย ไม่อยากแบ่ง! "ขอบใจนะปอ วันนี้กินข้าวเยอะๆ นะต้องใช้แรงหนักย่าทำปลาทอดพริกกับพะแนงเนื้อของโปรดของปอไว้ให้ด้วยกินเยอะๆ" "ขอบคุณครับย่าณีผมก็ทำเพื่ออาหารอร่อยๆ ของย่านี่แหละครับ" ฮ่าฮ่าฮ่าฮ่า มีความสุขมากยิ้มแย้มแจ่มใสเหมือนไม่มีเรานั่งหัวโด่อยู่ด้วย แค่ก!!ๆๆ พอเห็นคนอื่นได้น่าก็อยากให้หันมาสนใจถามความเห็นกันบ้าง กระแอมดังๆ ซะเลย "ย่าณีครับผมว่าเราคงต้องเปิดขายผลไม้หน้าสวนร่วมด้วยผลผลิตปีนี้ของสวนพวกเราค่อนข้างเยอะเพราะเราลดใช้สารเคมีกับใช้ของธรรมชาติแทนปุ๋ยแทนยา ดูเหมือนจะเยอะกว่าสวนอื่นด้วยแล้วมันก็เริ่มสุกไล่ๆ กันผมว่าถ้าอัดเข้าตลาดขายส่งคงต้องถูกกดราคามากแน่ๆ" "ขายหน้าสวน? แล้วใครจะมาซื้อของเราได้มากขนาดนั้นล่ะปอสวนผลไม้ของเราสองสวนมันหลายสิบไร่มากเลยนะ" แค่ก!!ๆๆๆ คุยเรื่องอะไรกันเนี่ยทำไมไม่ค่อยรู้เรื่องเลย "เราคงต้องเปิดไลฟ์สดขายของเหมือนปีก่อนๆ มันก็พอจะระบายของได้ติดอยู่อย่างเดียวพวกเราไม่มีใครชอบออกกล้องไม่มีใครพูดเก่งยิ่งเป็นผมด้วยแล้วคนยิ่งกลัวไม่กล้าเข้ามาถามซื้อ" แหมรู้ตัวซะด้วยว่าขี้เหร่ ก็อย่างที่รู้ตัวนั่นแหละไม่มีใครเขาชอบดูคนโทรมซกมกรกรุงรังไลฟ์สดหรอกจ้าอย่าได้คิดจะเสนอหน้าออกกล้องเลยพ่อคุ๊ณ~ "ไม่เป็นไรนะปอเราค่อยๆ คิดค่อยๆ ทำไปถ้าไม่ไหวจริงๆ เราก็ส่งขายแบบเดิมก็ได้ถึงจะได้ราคาถูกหน่อยแต่ก็ดีกว่าปล่อยทิ้งเสีย" "ย่าณีรอหน่อยนะครับผมกำลังคิดค้นให้ผลไม้มันออกนอกฤดูจะได้ขายได้ง่ายกว่าได้ราคากว่าตอนที่มันออกพร้อมกับชาวบ้าน" "ขอบคุณมากนะปอ" แค่ก!!!ๆๆๆๆ "นี่คุณขาจะไออะไรขนาดนั้นทำไมไม่ดื่มน้ำไม่เห็นเหรอว่าคนอื่นเขาคุยธุระสำคัญอยู่" หมอนั่นหันมาทำเสียงรำคาญใส่ผมที่เป็นเจ้าบ้านเพราะเสียงกระแอมหลายต่อหลายครั้งของผม "ทำไมก็คนมันนระคายคอจะไอจะจามไม่ได้เลยหรือไง แล้วก็นะที่นี่มันบ้านย่าฉันไม่ใช่ย่านายอย่ามาทำเหมือนฉันเป็นคนนอกจะได้ไหม?" "ผมยังไม่ได้ทำอะไรเลยปกติผมกับย่าณีก็กินข้าวคุยกันรื่องสวนทุกวันถ้าคุณไม่ชินก็แค่ปรับตัวไม่ใช่บอกให้คนอื่นปรับตัวเข้าหาตัวเอง" "ก็ฉันไม่ชอบนายจะทำไม จะกินข้าวอร่อยๆ กับย่าสองคนทำไมต้องมีนายมาเป็นส่วนเกินด้วย สภาพแบบนี้รุงรังมอซอแบบนี้มันขัดหูขัดตาไม่รู้เลยหรือไง ฉันไม่อยากอาหารเพราะเห็นหน้านายรู้ไว้ซะด้วย!" "เล เบาๆ หน่อยลูกอย่าทะเลาะกันเลย ใจเย็นๆ ที่นี่บ้านสวนแล้วปอเขาก็ทำงานหนักตลอดเขาแทบไม่มีเวลาดูแลตัวเองส่วนหนึ่งก็เพราะต้องมาช่วยดูแลย่าดูแลสวนช่วยย่าอย่าตำหนิน้องเลยนะย่าอยากให้ทั้งคู่คุยกันดีๆ ย่ารักหลานทั้งสองคนอย่าทะเลาะกันเลย" "ผมไม่ได้คิดอะไรมากอยู่แล้วครับย่าณีแล้วก็นึกอะไรออกพอดี ไหนๆ คุณขาก็ปากดีขนาดนี้ หน้าตาท่าทางดูดีแบบนี้ เหมาะที่จะเป็นพรีเซ็นเตอร์ให้สวนเราเลยนะครับ" "พูดบ้าอะไรของนายกัน!" "ทำไมคุณขาไม่ไลฟ์ขายผลไม้ที่สวนล่ะ รูปร่างหน้าตาแบบนี้ต้องเรียกลูกค้าได้แน่~" "ห๊าา นายจะบ้าเหรอ ใครจะมาไลฟ์ขายของกันฉันไม่เคยทำนะ ไม่มีทางจะทำด้วย ไม่มีทาง!" "แล้วคุณขาจะอยู่เฉยๆ นอนดมผลไม้เน่าที่ขายไม่ทันหรือไงค้าบ อายุก็ตั้งยี่สิบห้าแต่ทำอะไรไม่เป็นเงินก็ไม่มีงานก็ไม่มีแล้วยังกลับมาเป็นภาระให้คุณย่าผู้แสนดีอีกนี่มันละครคุณธรรมหรือเปล่าเนี่ย" "ไอ้!!" "เลขาแมงปอย่าขอเถอะอย่าทะเลาะกันเลย" "เลไม่อยากไลฟ์สดขายของนะครับคุณย่าเอางี้ไหมเราก็เปิดไร่ให้คนมาเดินเที่ยวในสวนเก็บค่าหัวให้เดินกินแบบบุฟเฟ่ได้" "แต่.. ไร่เรากว้างนะเลคนงานเราก็มีไม่เยอะย่าก็แก่แล้วไม่รู้จะแลได้ทั่วถึงไหม" "เราหาคนมาช่วยเพิ่มสิครับคุณย่า" "นี่คุณก่อนจะเสนออะไรออกมาไม่ลองหาข้อมูลสักหน่อยหรือไง ไม่ใช่อยากเปิดก็เปิดได้เลยมันต้องวางระบบใหม่หมดมันต้องใช้เงินใช้แรงงานต้องคุมทุกอย่างให้อยู่ไม่ว่าจะเป็นคนงานผลผลิตรายรับรายจ่ายทุกสิ่งอย่างแล้วใครจะทำ? ย่าณีเหรอ? หรือจะบอกว่าคุณทำแค่ตื่นเช้ายังทำไม่ได้ก็เลิกคิดไปเลย!" "นายมันอัคติไปเอง ถนัดแต่ใช้แรงไม่รู้จักใช้หัวคิด สวนผลไม้ก็มีอยู่แล้วแค่เปิดรับลูกค้ามันจะยากตรงไหนกันเชียว" "ถ้ามันไม่ยากก็ลองเดินสำรวจให้ทั่วสวนแล้วร่างผังรับรองลูกค้าดู เส้นทางไหนที่จะให้ลูกค้าเดินชมสวนไหนมีผลไม้พร้อมเก็บต้นไหนออกผลมากออกผลน้อย" "....อ่ะ.." "อุปกรณ์ที่ต้องเตรียมให้ลูกค้ามีอะไรบ้าง ต้องมีรองเท้าบู้ทไหม? มีตะกร้ามีรถเข็นไหม? ต้องเตรียมน้ำดื่มอาหารให้ลูกค้าไหม? ที่จอดรถจะให้จอดตรงไหนแล้วถ้าเจอลูกค้านิสัยไม่ดีทิ้งขยะกินทิ้งกินขว้างหักกิ่งผลไม้เสียหาย เปื้อนเปรอะเลอะเทะ ขโมยผลไม้ มีแผนรับมือยังไง?" "..อ่า " "นี่แค่คร่าวๆ นะ" "..เอ่อ" "แล้วเรื่องการโปรโมตสวนให้คนเข้ามาคุณขาจะทำยังไงถ้าไม่ลงมือทำเอง ยิงแอดเหรอ? จ้างโปรโมตเหรอ? เงินที่จ้างล่ะเอามาจากไหน? " "...เอ่อ.." แม่ง!..ใครมันจะไปรู้วะเห็นคนอื่นทำก็แค่เสนอความเห็นยังไม่ได้บอกว่าต้องทำจริงเสียหน่อย ไอ้เด็กนี่มันรู้ดีชะมัดอุตส่าอยากทำเท่แสดงความเห็นต่อหน้าย่า กลายเป็นนโดนสั่งสอนตอกหน้าหงายเฉยเลย ทำไมถึงรู้สึกไอ้ห่ามนี่ไม่ได้เลยถ้าเป็นเรื่องสวน ย่านีที่อยู่ตรงกลางระหว่างเราสองคนมีสีหน้าหนักใจอย่างเห็นได้ชัดมือข้างหนึ่งลูบไหล่หลานตัวเองอีกมือแตะเบาๆ ที่หลังมือคนข้างบ้าน หนุ่มเซอร์ข้างบ้านถอนหายใจแล้วเงยหน้าขึ้นถามคนเมืองน้ำเสียงเบาลง "คุณขาอยากจะช่วยย่าณีใช่ไหม?" "นายพูดมาขนาดนี้ฉันจะช่วยอะไรได้?" "ช่วยได้สิถ้าคุณอยากช่วยจริงๆ ""ผมปวดเอว วันนี้ช่วยอยู่ดูแลผมด้วยนะครับ~ "ดูมันพูดเข้า..หลังทะลวงรูคนอื่นเอาเป็นเอาตายจนคนโดนแทงหน้ามืด มันยังมีหน้ามาอ้อนให้ดูแลราวกับตัวเองเป็นฝ่ายรับซะงั้น แต่จะทำไงได้มันบอกยังไม่หายงอน?แบบนี้ก็ได้เหรอ!"ด้าย ได้สิครับ ได้เล้ย"กูประชด! แต่แม่งใช้จริงใช้แบบจริงจังมากด้วย!"คุณขาผมหิวน้ำ""...""คุณขาผมเหนียวตัว""...""คุณขาผมปวดฉี่พยุงหน่อย""...""คุณขาอยากดูหนัง""...""คุณขา""คุณ""ขา..""โอ้ยยยย นี่มันกี่ทุ่มกี่ยามแล้วไอ้เด็กบ้า!""มานอนบนเตียงเร้ว~ ""อย่าแกล้งฉันอีกเลยนะฉันเหนื่อยจะตายอยู่แล้ว หายงอนสักทีเถอะ ฉันยอมนายทุกอย่างแล้วเนี่ยเจ็บตูดมากนะขาสั่นจะตายอยู่แล้ว~""ดีครับว่าง่ายๆ ก็ดีผมเป็นแฟนคุณขาต่อไปต้องดื้อให้น้อยลงนะ ""ห๊ะ? นายจะหายงอนฉันแล้วใช่ไหม?""ครับ ถ้าคุณรับปากว่าจะเชื่อฟังผม""เอ่อ.. เออ กะ.. ก็ได้""พูดซิครับว่าจะขอผมเป็นแฟน""หะ? เออๆ เรามาเป็นแฟนกันนะ""ประโยคขอร้องครับไม่ใช่ประโยคชักชวน""หึ่ยย! น้องแมงปอครับช่วยมาเป็นแฟนกับพี่เลขานะได้โปรดเถอะ""หึ หึ โอเคต่อไปนี้เราเป็นคนรักกันแล้วนะคุณเลขา ถ้าใครถามก็ต้องบอกว่ามีแฟนแล้วแฟนชื่อแมงปอเจ้าของสวนปาล
พรึ่บบร่างบางถูกอุ้มเข้าเอวหลังติดกับต้นไม้ ขายาวเกี่ยวไขว้เอวแกร่งของร่างสูงไว้แน่นราวกับกลัวตก แขนเรียวเกาะบ่ากว้างเป็นที่ยึดท่าทางล่อแหลมกับน้ำเสียงกระเส่าของหนุ่มหล่อมีพลังทำลายล้างเสียจนยากจะหลุดออกจากกับดักที่คนบางคนวางไว้ทุกทิศทางได้"ไม่รู้สิครับใครมีความผิดก็ต้องถูกลงโทษไม่ใช่หรือไง~"คนห่ามเหลือบมองรอบๆ ด้วยหางตาก่อนจะค่อยๆ ปลดซิบด้านหน้าลงปล่อยความเป็นชายออกมานอกกางเกงแนบกลางกายเบียดสีช่วงร่างร่องรักที่เคยลิ้มลอง ไม่ว่าจะพยายามอดทนไม่สนใจสักแค่ภายนอกริ่งสนิทแต่ภายในร่อนเราแทบบ้ายามใกล้ชิดกันคนพี่มึนเมากับการถูกเล้าโลมล่อลวงไม่ทันคนเจ้าเล่ห์ที่คิดว่าใสๆ กับบางเรื่องคนบางคนก็มีไหวพริบเสียเหลือเกินคนน้องเลื่อนกางเกงด้านหลังเลขาลงมาจนช่วงสะโพกเปลือยเปล่า ร่างหนาบดบังร่างเล็กกว่ากักขังไว้กับต้นไม้ถ้าเผลอมีใครมองผ่านก็ไม่มีใครรู้ถ้าไม่สังเกตดีๆ ปลายจมูกโด่งซุกไซร้ใบหูขาวสลับบดจูบริมฝีปากบางที่พยายามเบี่ยงหลบเพื่อจะอธิบายให้ชายหนุ่มตัวโตฟัง"กะ ก็ตอนนั้นมันชุลมุน..จะให้บอกยังไงทัน นายนอนหลับเป็นตาย ..ที่กรุงเทพฯ ก็โทรมาตามตัว ตะวันก็ชวนไปเที่ยว. .คนมันเคยอยากอยู่ที่นั่นก็ต้องมี
อยู่มาวันหนึ่ง"กูคงจะแบ่งขายที่ดินสวนนี้ให้มึงไม่ได้แล้วล่ะตะวัน กูว่าจะกลับมาอยู่ที่นี่ถาวรแล้ว""มึงว่าไงนะ จะกลับมาทำสวนเนี่ยนะนี่มึงคิดอะไรอยู่ แล้วที่วิ่งโล่กลับไปสัมภาษงานที่กรุงเทพ นั่นเขาไม่รับหรือไงทำไมถึงถอดใจง่ายอย่างนี้ พ่อกูมีเส้นสายในเมืองนะถ้ามึงจะไปจริงๆ ให้พ่อกูฝากให้ก็ได้ แค่มึงแบ่งขายสวนให้กูแค่นันเอง""กูไม่อยากขายจริงๆ ว่ะตะวัน และคงไม่กลับไปอยู่ในเมืองแล้วเพราะกูขายคอนโดกับรถที่กรุงเทพฯ ไปแล้ว ""กูไม่อยากจะเชื่อเลยว่าคนฉลาดๆ อย่างมึงจะทิ้งเงินก้อนโตมาทำงานอาบเหงื่อต่างน้ำที่สวนชนบท เรียนมาสูงซะเปล่านะมึงคราวหลังมีอะไรมึงไม่ต้องมาขอให้กูช่วยเลยนะกูไม่อยากคบตนโง่ๆ แบบมึง!""อือ "วันนี้ตะวันเข้ามาคุยกับผมทันทีที่เห็นว่าผมสวมชุดทำสวนเดินไปเดินมาแล้วเอ่ยถามเรื่องแบ่งขายที่ดินขึ้น วันนี้แมงปอก็ยืนอยู่ด้วยแค่ยืนอยู่ด้านหลังเงียบๆ ไม่พูดอะไร ก็ดีเหมือนกันเพราะอยากพิสูจน์ให้เด็กนี่รู้ว่าผมจริงจังจริงใจแค่ไหนในการกลับคืนสู่รากเหง้าของตนเอง ผมปฏิเสธเงินหลายสิบล้านไปเพื่อจะได้อยู่กับที่แห่งความทรงจำแห่งนี้กับคนที่ผมรัก"วันนี้ฉันเท่ใช่ไหม ฉันจริงใจขนาดนี้แล้วไม่ได้ทำเล่นๆ
ทำไมแมงปอไม่มากินข้าวเย็น.."ย่าครับนี่ก็เลยเวลาอาหารเย็นมามากแล้วผมขอไปดูหมอนั่นหน่อยนะครับ""จ้ะ"โทรศัพท์ก็ไม่รับเป็นอะไรหรือเปล่าเนี่ยขับรถมอไซค์ไฟฟ้าไปดีกว่าเร็วดีบรื้นนนนน~เอี้ยดดด~ปึ้งๆๆๆ "ปอ "ปึ้งๆๆๆ " แมงปอ"กึ่กก.."อ้าวไม่ได้ล็อคไปไหนของเขาน้า?"ร่างสูงนอนแผ่บนโซฟาริมหน้าต่างใบหน้าซีดเซียวที่หน้าท้องถูกุมไว้ด้วยมือคู่ใหญ่ใบหน้าคมคายมีเหงื่อซึมออกมาปากซีดจนดูน่าเป็นห่วง เลขาปรี่เข้าไปนั่งยองข้างโซฟายื่นมือเล็กๆ แตะตามใบหน้าตามตัวด้วยความเป็นห่วงคิ้วเรียวขมวดมุ่นเมื่อเห็นคนที่เคยแข็งแรงนอนนิ่งไม่ไหวติงคางมนเกยกับท่อนแขนแกร่งแผ่วเบาเอ่ยเสียงอ่อยกับเจ้าของร่าง"ปอ..แมงปอ เป็นอะไรทำไมมานอนตรงนี้ไม่สบายเหรอ?""คุณ..ขา?" เสียงทุ้มแผ่วเรียกชื่อคนตัวขาวหน้าหงอยข้างกายไม่ต่างจากแมวดื้อที่ชอบอ้อน"อื้อฉันเองนายป่วยเหรอให้พาไปหาหมอไหม?""ไม่ต้อง ผมไม่เป็นไร..คุณช่วยหยิบยาแก้ท้องเสียกับเกลือเเร่ให้ผมหน่อยกล่องยาบนโต๊ะ""นี่นาย..ปวดท้องจนเป็นแบบนี้เลยเหรอ" คนพี่มีสีหน้ากังวลมากกว่าเดิมเมื่อรู้สาเหตุการนอนซมของคนตัวโต ร่างบางเดินเตาะแตะไปไปหยิบของที่คนน้องขอนำยามาป้อนให้"..อืม""เพร
..."ย่าณีไปไหน?""มีนัดตรวจนิดหน่อยที่โรงพยาบาลบอกจะแวะหาเพื่อนในตัวเมืองด้วย""ทำไมคุณไม่ไปกับท่าน?''"ย่าบอกไม่ต้องนี่""แล้วนี่ซากอะไรอย่าบอกนะว่าทำเอง?""..เออ"พออยู่กันสองคนก็คุยกันจริงๆ แค่มันยังห้วนและอึมครึมเหมือนเดิม แถมเรายังไม่สบตากัน ขืนเป็นแบบนี้ต่อไปสักวันพวกเราคงมองหน้ากันไม่ติดจริงๆตั้งแต่ไปกรุงเทพฯ ก็นั่งคิดนอนคิดตลอดว่ารู้สึกอย่างไรกับการเป็นสวนและรู้สึกอยากเป็นคนเมืองเหมือนเดิมไหม คำตอบของมันมีแต่ภาพคุณย่า ภาพผมกับแมงปออยู่เต็มหัวภาพในสวนของเราภาพการเดินดูสวนถ่าย vlog ไลฟ์สดขายของความสุข..มันคือความสุขของจริงยิ่งพอกลับมาเจอเด็กงอนถึงรู้ใจตัวเองมากขึ้นว่ารักเขาไปแล้วทั้งใจ..แค่ไม่รู้จะง้ออย่างไรถ้าเป็นคนคบเก่าๆ ในสังคมเมืองแค่ซื้อของแบรนด์เนมให้ดอกไม้นอกช่อโตๆ ดินเนอร์หรูจบด้วยเรื่องบนเตียงแค่นั้นแต่กับคนสวนหน้านิ่งซื่อๆ ปากเก่ง ไม่รู้จะเริ่มจากไหนรู้แค่ว่าแมงปอให้ความสนใจเรื่องปากท้องก็เลยทำอาหารง้อ แต่สภาพมัน..เละไปหน่อย..ไอ้ห่ามต้องรู้แน่ว่าผมทำก็หน้าตามันเหมือนที่ย่าทำซะที่ไหน ไม่เอามาเสิร์ฟก็ไม่ได้กลัวมันไม่มีแรงทำงาน แมงปอใช้ช้อนซ้อมตักอาหารหน้าตาแปลกๆ
ดูเหมือนทุกอย่างจะคลี่คลายจบลงด้วยดีกับการตัดสินใจครั้งนี้ของผม เริ่มรู้สึกว่าการตื่นเช้าเดินรดน้ำต้นไม้เก็บผักอ้อยอิ่งรอบบ้านเหมือนเดินอยู่ในซุปเปอร์มาเก็ตธรรมชาติอากาศเต็มไปด้วยอ๊อกซิเจนเย็นสบาย~คือความสุข..ย่าณีตื่นเช้ากว่าเดินกวาดบ้านช้าๆ เตรียมหุงข้าวทำกับข้าวเผื่อหลานชายกับหลานนอกไส้ที่มากินข้าวด้วยกันทุกมื้อด้วยความปราณีตการปรุงอาหารง่ายๆ ชูรสชาติวัตถุดิบสดใหม่ทานกับผักสดกระจาดใหญ่ๆ ทุกมื้อมันดีต่อภายในจนรู้สึกได้ว่าลำไส้กระเพาะระบบเครื่องในแข็งแรงขึ้นผมสดใสแข็งแรงขึ้น ย่าณีสดใสขึ้น ก่อนนอนเรานั่งดูดาวหน้าระเบียงด้วยกัน ได้พูดคุยกันถึงความหลัง ความรักความอบอุ่นลอยฟุ้งอยู่ในใจไม่มีอะไรหนักหัวจนเบลอเหมือนก่อนหน้านี้อีกแล้วผมไม่รู้เลยว่าสองวันที่เข้าเมืองย่าเป็นลมไปอีกแล้ว ผมเองก็รู้สึกไม่ดีคล้ายจะเป็นไข้แต่ดูเหมือนร่างกายจะดีขึ้นมากเมื่อได้มาอยู่บ้านสวนนานนับเดือนทำให้ร่างกายคล้ายมีภูมิคุ้มกันนมากขึ้นจึงเป็นแค่ไข้ธรรมดาไม่หนักมาก..แต่ไอ้คนที่แปลกกลับเป็นไอ้หมอนี่!แมงปอไอ้คนหน้านิ่งมันมากินข้าวด้วยทุกมื้อเพราะย่าขอร้องแต่มันไม่พูดกับผม!มันพูดแค่กับย่าและบ่อยครั้งก็เมินผมไป
![What is a divorce? [Mpreg]](https://www.goodnovel.com/pcdist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)






