LOGIN"อ้อ~แล้วมึงเจอไอ้ปลิงนั่นหรือยังไอ้ลูกกำพร้าพ่อแม่ท่าทางสกปรกที่ดินติดกับสวนฝั่งโน้นของมึง"
''ปลิง?" "เออ มันชื่อแมงปอแต่กูเรียกปลิงมันมาเกาะย่ามึงเหมือนปลิงสงสัยอยากซื้อที่ดินย่ามึงถูกๆ ก็ที่ดินย่ามึงสวยสุดแพงสุดในย่านนี้นี่หว่า" "เออกูเจอแล้วกูก็ไม่ชอบท่าทางเหมือนโจรผมเผ้ารุงรังท่าทางสกปรกพูดมากปากหมาเดินเข้าออกบ้านกูเหมือนบ้านตัวเองไม่รู้ย่าจะเอ็นดูอะไรนักหนาว่าแต่มันอายุเท่าไหร่วะ?" "ยี่สิบสามคนละรุ่นกับเราไม่ได้เรียนในตัวจังหวัดเหมือนเรามันเรียนโรงเรียนวัดใกล้บ้านเผลอฟลุ๊คได้ทุนไปเรียนออสเตรเลียเห็นว่าจบปุ๊บก็เดินทางดูต้นไม้รอบโลกอยู่ปีนึงจนพ่อแม่มันรถคว่ำมันก็เลยไม่ไปไหนติดแหง่กอยู่สวนมันไม่คุยกับกูหรอกมันคุยแค่กับย่ามึงกับคนสวน" ''อ้าว.. หน้าตาแบบนั้นเด็กกว่าเราเหรอวะ?" "เออได้ข่าวว่ามันโรคจิตตั้งแต่เด็กคุยกับหนอนกับต้นไม้เป็นตุเป็นตะอย่าไปใกล้มันมากนะเดี๋ยวมันคลั่งบีบคอมึงหมกสวนทุเรียนฮ่าฮ่าฮ่า" "เออไอ้เหี้ยขนลุกกูเกลียดหนอน!" "ไปหาพ่อแม่กูกันเดี๋ยวกินข้าวเที่ยงกันคิดถึงมึงอยากคุยกับมึงทั้งวันเลย" ตะวันลูกชายอดีตส.สเขตนี้ลูกชายคนโตของท่านวิรัชที่มาแต่งงานกับสาวชาวสวนผลไม้ที่สวยที่สุดอย่างแม่ของมัน ใครๆ ต่างบอกว่าพ่อมันร้ายลึกแต่ผมไม่เห็นว่าเขาจะทำอะไรก็แค่ใช้ชีวิตเหมือนคนมีเงินมีอำนาจทั่วไป ท่านวิรัชเป็นคนกรุงเทพฯมีความสุขุมน่าเชื่อถือน่าเกรงขามลูกชายจอมรั้นอย่างตะวันถึงได้เกรงกลัวนักหนา ช่วงหนึ่งเราเรียนโรงเรียนเดียวกันการได้ฟังมันเล่าถึงความศิวิไลของเมืองหลวงเป็นเรื่องที่ชอบมากเมืองที่แสนกว้างใหญ่ตึกสูงห้างสรรพสินค้าสวยรถราใหม่เอี่ยมสวยงามบ้านหลังโตโอ่อ่าอวดสวยตาชาวบ้านโดยไม่มีต้นไม้หนาบดบัง ทุกครั้งที่ตะวันสวมเสื้อผ้าหรือของที่ได้มาจากห้างดังมันทำให้รู้สึกอยากได้อยากมีอยากเป็นคนที่นั่นแล้วก็เริ่มมองสวนผักผลไม้เปลี่ยนไป เลขากลับมาบ้านสวนซักทีนะตะวันมันบ่นคิดึงตลอดเลยมาทานข้าวด้วยกัน นึกถึงท่านวิรัชท่านก็โผล่มาชายวัยห้าสิบรูปร่างหน้าตายังคงหล่อเหลาแข็งแรงในชุดเสื้อเชิ้ตขาวกางเกงแสลคดำ รอยยิ้มเล็กๆ ส่งมาต้อนรับเพื่อนลูกชายทำให้รู้สึกคล้ายเป็นแขกพิเศษ คนที่ว่าท่านร้ายก็คงเป็นพวกขี้อิจฉาเท่านั้น "สวัสดีครับท่าน" "เรียกลุงเถอะหรือเรียกพ่อเหมือนตะวันมันก็ได้ฉันไม่ใช่ส.ส แล้วนะ" "ครับคุณลุง" "ไปไงมาไงกลับบ้านสวนได้เนี่ยได้ยินว่าไปซื้อรถซื้อบ้านใจกลางกรุงมานึกว่าจะไม่มีเวลากลับมาซะแล้ว" "ก็. .พอดีผมมีปัญหาสุขภาพเล็กน้อยก็เลยขอลาออกมาพักสักพักครับ" "อ้าวเป็นอะไรล่ะ คิดว่ากลับมาดูย่าณีที่ป่วยเข้าโรงพยาบาลไปเมื่อวันก่อนซะอีก" "ผมเป็นโรคกระเพาะธรรมดาครับแต่..ย่าผมเข้าโรงพยาบาลทำไมครับไม่เห็นย่าเล่าให้ฟังเลย" "โรคคนแก่มั้งได้ยินว่าเป็นหลายโรคเลย เลกลับมาบ้านก็ดีแล้วนะลุงว่าย่าน่าจะแย่ถ้ามีอะไรต้องจัดการก็รีบทำให้ครอบคลุมจะได้ไม่มีปัญหาทีหลัง" "คะ. .ครับ" ย่ายังแข็งแรงอยู่เลยทั้งเดินตรวจสวนทำกับข้าวทำงานบ้านจะเป็นโรคอะไร ถ้าย่าป่วยหนักก็ต้องบอกหลานสิ.. .. หลังกินข้าวกลางวันเสร็จตะวันพาขับรถกอล์ฟเที่ยวชมอาณาจักรรีสอร์ทและสวนกอล์ฟสุดหรูของมันสุดลูกหูลูกตา มีนักท่องเที่ยวมาพักผ่อนตีกอล์ฟทัวร์ทะเลใกล้ๆ ดูครึกครื้นเจริญตาผิดกับริมรั้วที่มีต้นผลไม้แน่นหนาไม่มีอะไรน่ามองมีแต่ยุงหนอนแมลงสวนของย่าผม ผมเห็นว่ามีนักท่องเที่ยวบางคนแอบเด็ดมังคุดที่สวนย่า แต่ผมไม่ได้ว่าอะไรฝรั่งพวกนั้นอาจจะไม่เคยเห็นต้นมังคุดก็เป็นได้ ตะวันขี่รถลัดเลาะถนนบ้านมันยาวมาถึงสวนผมเสียงพูดคุยดังสนั่นมาตลอดทางเพราะนานๆ เจอกันสักครั้ง จนกระทั่งมาถึงถนนอีกฝั่ง .. "แมงปอเราซื้อโอเลี้ยงร้านโปรดนายมาให้" มือเรียวเล็กยื่นน้ำหวานสีเข้มราดนมสดยื่นให้ชายหนุ่มมาดเซอร์ก้มหน้าก้มตาคัดผลผลิตในตะกร้าขะมักเขม้น "ไม่กิน" คนห่ามเอ่ยขึ้นโดยไม่มอง คนคุ้นเคยบ้านใกล้เรือนเคียงเรียนมาด้วยกัน ชอบตามมาวอแวเป็นคนสะสวยชนิดหาตัวจับยากเสียด้วว รูปร่างหน้าตาถอดแบบผู้เป็นแม่มาทุกกระเบียดนิ้ว แล้วทำไมถึงมีท่าทีสนใจคนรุงรังแบบหมอนั่นได้ หญิงสาววัยยี่สิบสามนามว่าดวงเดือนน้องสาวของตะวันคนในตระกูลผู้มีอิทธิพลที่ใครต่างรู้จักเป็นอย่างดี "ปอ..ทำงานมาตั้งนานแล้วอากาศร้อนแบบนี้ดื่มสักหน่อยเถอะ" "ถ้าอยากกินก็กินเองเถอะอย่าเข้ามาเดินยุ่มย่ามในสวนคนอื่นถ้าเกิดอะไรขึ้นฉันไม่รับผิดชอบนะรู้ไว้ซะด้วย" ตะวันปรี่เข้ามาใกล้หนุ่มสาวคู่หนึ่งเหมือนคุณหนูกับคนใช้เสียมากกว่าจะเป็นคู่รักกัน "อะไรที่มึงว่าคืออะไรวะ! มึงกล้าแตะต้องพวกกูเหรอหรือใครกล้า! มึงก็รู้ว่าพวกกูลูกใครอย่ามาสะเออะขู่พวกกู" "พี่ตะวัน!" หญิงสาวสวยหันมาเห็นชายตัวโตเดนปรี่มาผลักอกชาวสวนจ้องหน้าท้าทายคล้ายจะมีเรื่องกันจนต้องรีบเช้าไปรั้งแขนมันไว้ "เดือนพี่บอกกี่ว่าอย่ามายุ่งกับคนโรคจิต!" "เราโตมาด้วยกันนะพี่อย่าทำให้แตกหักเลยคุยกันดีดีเถอะค่ะ" "น้องคุยดีกับมันแล้วมันดีกับน้องไหมกลับบ้านไปเลยไป!" " พี่ตะวัน..แล้วนั่นพี่มากับใครคะ" "ไอ้เล..เลขาหลานย่าปราณีไงเพื่อนที่เรียนด้วยกันสมัยมอต้น" "พี่เลขา สวัสดีค่ะ" "สวัสดีครับ" "ถ้าเดือนอยากสนิทสนมกับเพื่อนบ้านมาสนิทกับไอ้เลดีกว่าไม่ต้องไปยุ่งกับ..คนคุ้มดีคุ้มร้ายแบบนี้เดี๋ยวพ่อรู้พ่อต้องโกรธแน่" "คือ..เดือนเรียนมากับปอไม่เคยคุยกับพี่เลเลยเดือนไม่น่าจะ.." "ไอ้เลมันเหมือนพี่คุยง่ายรสนิยมดี..มึงช่วยเดินไปเป็นเพื่อนน้องสาวกูถึงบ้านหน่อยกูจะไปในเมืองพอดีมีนัด" ชายหนุ่มบ้านรวยออกคำสั่งเสียงแข็ง "อะ เออๆ ได้" .. "หึ่ ก่อนจะดูแลคนอื่นดูแลตัวเองให้ได้ก่อนเถอะ" เสียงห้าวดังไล่หลังให้ต้องขมวดคิ้วไม่ต้องบอกก็รู้ว่าหมอนั่นหมายถึงใคร อะไรกันวะเนี่ยคนบ้านสวนนี่ก็วุ่นวายเหมือนกันแหะ ผมมองดูตะวันขับรถของมันออกไปจากถนนส่วนกลางที่คั่นระหว่างที่ย่าผมกับไอ้ห่ามสวนข้างๆ ผมพยักหน้าให้สาวสวยสวมหมวกฟางใส่ชุดเอี๊ยมยีนยาวทับเสือยืดตัวหลวมน่ารักน่าเอ็นดู ตะวันทำตัวคล้ายพ่อสื่อจับคู่น้องสาวกับเพื่อนตัวเองเพราะเห็นว่าน้องมาสุงสิงกับคนที่ไม่ชอบขี้หน้า ดวงเดือนสวยเหมือนแม่ส่วนตะวันหน้าหล่อเหมือนพ่อสมาชิกบ้านนี้ช่างสมบูรณ์แบบจริงๆ หล่อสวยรวยเก่งอยู่กันพร้อมหน้าพร้อมตาช่างน่าอิจฉา "น้องเดือนชอบมาดูเพื่อนคัดผลไม้เหรอ?" "ค่ะเดือนชอบสวนผลไม้เมื่อก่อนเดือนกับปอก็วิ่งเล่นกันในสวนแต่พอบ้านเดือนตัดต้นผลไม้ทิ้งทำรีสอร์ททำสนามกอล์ฟแมงปอก็ไม่เหมือนเดิมเลย" "ตะวันกับแมงปอดูไม่ค่อยลงรอยกันทำไมเดือนยังมาหาหมอนั่นหรือว่า..ชอบเขาเหรอ?" "...ไม่รู้สิคะเราโตมาด้วยกันแถวนี้คนรุ่นเดือนก็มีแค่ปอสมัยก่อนพ่อแม่พวกเรายังดีๆ กันอยู่เลยพอพ่อไม่ทำสวนก็ดูจะมีเรื่องกระทบกระทั่งกันตลอดมาจนถึงตอนนี้ " "เดือนไม่เรียนต่อแล้วเหรอ?" "เดือนหัวขี้เลื่อยไม่เก่งเหมือนแมงปอหรอกนะคะที่ได้ทุนไปเรียนต่างประเทศ" "ถ้าเดือนจะเรียนต่อต่างประเทศก็แค่เอ่ยปากบอกคุณพ่อก็ได้นี่นา" "พ่อบอกว่าเสียเวลาเปล่าอยากให้เดือนแต่งงานกับคนฐานะดีไปเลยดีกว่า พ่อคิดว่าเดือนทำอะไรมากไปกว่านี้ไม่ได้แล้ว" "แล้วเดือนไม่มีความฝันเหรอไม่อยากทำอะไรเป็นพิเศษเหรอ?" "เดือนอยากเป็นชาวสวนเหมือนเดิมค่ะ เดือนชอบตอนผลไม้ออกผลมันสวยดีอร่อยด้วย" คนน่ารักยิ้มสดใสทันทีที่พูดถึงความฝัน คนเรามันต่างกันจริงๆ นั่นแหละ คนสวนอยากอยู่เมืองคนรวยอยากทำสวนมนุษย์นี่มันเข้าใจไม่ได้จริงๆ .."ผมปวดเอว วันนี้ช่วยอยู่ดูแลผมด้วยนะครับ~ "ดูมันพูดเข้า..หลังทะลวงรูคนอื่นเอาเป็นเอาตายจนคนโดนแทงหน้ามืด มันยังมีหน้ามาอ้อนให้ดูแลราวกับตัวเองเป็นฝ่ายรับซะงั้น แต่จะทำไงได้มันบอกยังไม่หายงอน?แบบนี้ก็ได้เหรอ!"ด้าย ได้สิครับ ได้เล้ย"กูประชด! แต่แม่งใช้จริงใช้แบบจริงจังมากด้วย!"คุณขาผมหิวน้ำ""...""คุณขาผมเหนียวตัว""...""คุณขาผมปวดฉี่พยุงหน่อย""...""คุณขาอยากดูหนัง""...""คุณขา""คุณ""ขา..""โอ้ยยยย นี่มันกี่ทุ่มกี่ยามแล้วไอ้เด็กบ้า!""มานอนบนเตียงเร้ว~ ""อย่าแกล้งฉันอีกเลยนะฉันเหนื่อยจะตายอยู่แล้ว หายงอนสักทีเถอะ ฉันยอมนายทุกอย่างแล้วเนี่ยเจ็บตูดมากนะขาสั่นจะตายอยู่แล้ว~""ดีครับว่าง่ายๆ ก็ดีผมเป็นแฟนคุณขาต่อไปต้องดื้อให้น้อยลงนะ ""ห๊ะ? นายจะหายงอนฉันแล้วใช่ไหม?""ครับ ถ้าคุณรับปากว่าจะเชื่อฟังผม""เอ่อ.. เออ กะ.. ก็ได้""พูดซิครับว่าจะขอผมเป็นแฟน""หะ? เออๆ เรามาเป็นแฟนกันนะ""ประโยคขอร้องครับไม่ใช่ประโยคชักชวน""หึ่ยย! น้องแมงปอครับช่วยมาเป็นแฟนกับพี่เลขานะได้โปรดเถอะ""หึ หึ โอเคต่อไปนี้เราเป็นคนรักกันแล้วนะคุณเลขา ถ้าใครถามก็ต้องบอกว่ามีแฟนแล้วแฟนชื่อแมงปอเจ้าของสวนปาล
พรึ่บบร่างบางถูกอุ้มเข้าเอวหลังติดกับต้นไม้ ขายาวเกี่ยวไขว้เอวแกร่งของร่างสูงไว้แน่นราวกับกลัวตก แขนเรียวเกาะบ่ากว้างเป็นที่ยึดท่าทางล่อแหลมกับน้ำเสียงกระเส่าของหนุ่มหล่อมีพลังทำลายล้างเสียจนยากจะหลุดออกจากกับดักที่คนบางคนวางไว้ทุกทิศทางได้"ไม่รู้สิครับใครมีความผิดก็ต้องถูกลงโทษไม่ใช่หรือไง~"คนห่ามเหลือบมองรอบๆ ด้วยหางตาก่อนจะค่อยๆ ปลดซิบด้านหน้าลงปล่อยความเป็นชายออกมานอกกางเกงแนบกลางกายเบียดสีช่วงร่างร่องรักที่เคยลิ้มลอง ไม่ว่าจะพยายามอดทนไม่สนใจสักแค่ภายนอกริ่งสนิทแต่ภายในร่อนเราแทบบ้ายามใกล้ชิดกันคนพี่มึนเมากับการถูกเล้าโลมล่อลวงไม่ทันคนเจ้าเล่ห์ที่คิดว่าใสๆ กับบางเรื่องคนบางคนก็มีไหวพริบเสียเหลือเกินคนน้องเลื่อนกางเกงด้านหลังเลขาลงมาจนช่วงสะโพกเปลือยเปล่า ร่างหนาบดบังร่างเล็กกว่ากักขังไว้กับต้นไม้ถ้าเผลอมีใครมองผ่านก็ไม่มีใครรู้ถ้าไม่สังเกตดีๆ ปลายจมูกโด่งซุกไซร้ใบหูขาวสลับบดจูบริมฝีปากบางที่พยายามเบี่ยงหลบเพื่อจะอธิบายให้ชายหนุ่มตัวโตฟัง"กะ ก็ตอนนั้นมันชุลมุน..จะให้บอกยังไงทัน นายนอนหลับเป็นตาย ..ที่กรุงเทพฯ ก็โทรมาตามตัว ตะวันก็ชวนไปเที่ยว. .คนมันเคยอยากอยู่ที่นั่นก็ต้องมี
อยู่มาวันหนึ่ง"กูคงจะแบ่งขายที่ดินสวนนี้ให้มึงไม่ได้แล้วล่ะตะวัน กูว่าจะกลับมาอยู่ที่นี่ถาวรแล้ว""มึงว่าไงนะ จะกลับมาทำสวนเนี่ยนะนี่มึงคิดอะไรอยู่ แล้วที่วิ่งโล่กลับไปสัมภาษงานที่กรุงเทพ นั่นเขาไม่รับหรือไงทำไมถึงถอดใจง่ายอย่างนี้ พ่อกูมีเส้นสายในเมืองนะถ้ามึงจะไปจริงๆ ให้พ่อกูฝากให้ก็ได้ แค่มึงแบ่งขายสวนให้กูแค่นันเอง""กูไม่อยากขายจริงๆ ว่ะตะวัน และคงไม่กลับไปอยู่ในเมืองแล้วเพราะกูขายคอนโดกับรถที่กรุงเทพฯ ไปแล้ว ""กูไม่อยากจะเชื่อเลยว่าคนฉลาดๆ อย่างมึงจะทิ้งเงินก้อนโตมาทำงานอาบเหงื่อต่างน้ำที่สวนชนบท เรียนมาสูงซะเปล่านะมึงคราวหลังมีอะไรมึงไม่ต้องมาขอให้กูช่วยเลยนะกูไม่อยากคบตนโง่ๆ แบบมึง!""อือ "วันนี้ตะวันเข้ามาคุยกับผมทันทีที่เห็นว่าผมสวมชุดทำสวนเดินไปเดินมาแล้วเอ่ยถามเรื่องแบ่งขายที่ดินขึ้น วันนี้แมงปอก็ยืนอยู่ด้วยแค่ยืนอยู่ด้านหลังเงียบๆ ไม่พูดอะไร ก็ดีเหมือนกันเพราะอยากพิสูจน์ให้เด็กนี่รู้ว่าผมจริงจังจริงใจแค่ไหนในการกลับคืนสู่รากเหง้าของตนเอง ผมปฏิเสธเงินหลายสิบล้านไปเพื่อจะได้อยู่กับที่แห่งความทรงจำแห่งนี้กับคนที่ผมรัก"วันนี้ฉันเท่ใช่ไหม ฉันจริงใจขนาดนี้แล้วไม่ได้ทำเล่นๆ
ทำไมแมงปอไม่มากินข้าวเย็น.."ย่าครับนี่ก็เลยเวลาอาหารเย็นมามากแล้วผมขอไปดูหมอนั่นหน่อยนะครับ""จ้ะ"โทรศัพท์ก็ไม่รับเป็นอะไรหรือเปล่าเนี่ยขับรถมอไซค์ไฟฟ้าไปดีกว่าเร็วดีบรื้นนนนน~เอี้ยดดด~ปึ้งๆๆๆ "ปอ "ปึ้งๆๆๆ " แมงปอ"กึ่กก.."อ้าวไม่ได้ล็อคไปไหนของเขาน้า?"ร่างสูงนอนแผ่บนโซฟาริมหน้าต่างใบหน้าซีดเซียวที่หน้าท้องถูกุมไว้ด้วยมือคู่ใหญ่ใบหน้าคมคายมีเหงื่อซึมออกมาปากซีดจนดูน่าเป็นห่วง เลขาปรี่เข้าไปนั่งยองข้างโซฟายื่นมือเล็กๆ แตะตามใบหน้าตามตัวด้วยความเป็นห่วงคิ้วเรียวขมวดมุ่นเมื่อเห็นคนที่เคยแข็งแรงนอนนิ่งไม่ไหวติงคางมนเกยกับท่อนแขนแกร่งแผ่วเบาเอ่ยเสียงอ่อยกับเจ้าของร่าง"ปอ..แมงปอ เป็นอะไรทำไมมานอนตรงนี้ไม่สบายเหรอ?""คุณ..ขา?" เสียงทุ้มแผ่วเรียกชื่อคนตัวขาวหน้าหงอยข้างกายไม่ต่างจากแมวดื้อที่ชอบอ้อน"อื้อฉันเองนายป่วยเหรอให้พาไปหาหมอไหม?""ไม่ต้อง ผมไม่เป็นไร..คุณช่วยหยิบยาแก้ท้องเสียกับเกลือเเร่ให้ผมหน่อยกล่องยาบนโต๊ะ""นี่นาย..ปวดท้องจนเป็นแบบนี้เลยเหรอ" คนพี่มีสีหน้ากังวลมากกว่าเดิมเมื่อรู้สาเหตุการนอนซมของคนตัวโต ร่างบางเดินเตาะแตะไปไปหยิบของที่คนน้องขอนำยามาป้อนให้"..อืม""เพร
..."ย่าณีไปไหน?""มีนัดตรวจนิดหน่อยที่โรงพยาบาลบอกจะแวะหาเพื่อนในตัวเมืองด้วย""ทำไมคุณไม่ไปกับท่าน?''"ย่าบอกไม่ต้องนี่""แล้วนี่ซากอะไรอย่าบอกนะว่าทำเอง?""..เออ"พออยู่กันสองคนก็คุยกันจริงๆ แค่มันยังห้วนและอึมครึมเหมือนเดิม แถมเรายังไม่สบตากัน ขืนเป็นแบบนี้ต่อไปสักวันพวกเราคงมองหน้ากันไม่ติดจริงๆตั้งแต่ไปกรุงเทพฯ ก็นั่งคิดนอนคิดตลอดว่ารู้สึกอย่างไรกับการเป็นสวนและรู้สึกอยากเป็นคนเมืองเหมือนเดิมไหม คำตอบของมันมีแต่ภาพคุณย่า ภาพผมกับแมงปออยู่เต็มหัวภาพในสวนของเราภาพการเดินดูสวนถ่าย vlog ไลฟ์สดขายของความสุข..มันคือความสุขของจริงยิ่งพอกลับมาเจอเด็กงอนถึงรู้ใจตัวเองมากขึ้นว่ารักเขาไปแล้วทั้งใจ..แค่ไม่รู้จะง้ออย่างไรถ้าเป็นคนคบเก่าๆ ในสังคมเมืองแค่ซื้อของแบรนด์เนมให้ดอกไม้นอกช่อโตๆ ดินเนอร์หรูจบด้วยเรื่องบนเตียงแค่นั้นแต่กับคนสวนหน้านิ่งซื่อๆ ปากเก่ง ไม่รู้จะเริ่มจากไหนรู้แค่ว่าแมงปอให้ความสนใจเรื่องปากท้องก็เลยทำอาหารง้อ แต่สภาพมัน..เละไปหน่อย..ไอ้ห่ามต้องรู้แน่ว่าผมทำก็หน้าตามันเหมือนที่ย่าทำซะที่ไหน ไม่เอามาเสิร์ฟก็ไม่ได้กลัวมันไม่มีแรงทำงาน แมงปอใช้ช้อนซ้อมตักอาหารหน้าตาแปลกๆ
ดูเหมือนทุกอย่างจะคลี่คลายจบลงด้วยดีกับการตัดสินใจครั้งนี้ของผม เริ่มรู้สึกว่าการตื่นเช้าเดินรดน้ำต้นไม้เก็บผักอ้อยอิ่งรอบบ้านเหมือนเดินอยู่ในซุปเปอร์มาเก็ตธรรมชาติอากาศเต็มไปด้วยอ๊อกซิเจนเย็นสบาย~คือความสุข..ย่าณีตื่นเช้ากว่าเดินกวาดบ้านช้าๆ เตรียมหุงข้าวทำกับข้าวเผื่อหลานชายกับหลานนอกไส้ที่มากินข้าวด้วยกันทุกมื้อด้วยความปราณีตการปรุงอาหารง่ายๆ ชูรสชาติวัตถุดิบสดใหม่ทานกับผักสดกระจาดใหญ่ๆ ทุกมื้อมันดีต่อภายในจนรู้สึกได้ว่าลำไส้กระเพาะระบบเครื่องในแข็งแรงขึ้นผมสดใสแข็งแรงขึ้น ย่าณีสดใสขึ้น ก่อนนอนเรานั่งดูดาวหน้าระเบียงด้วยกัน ได้พูดคุยกันถึงความหลัง ความรักความอบอุ่นลอยฟุ้งอยู่ในใจไม่มีอะไรหนักหัวจนเบลอเหมือนก่อนหน้านี้อีกแล้วผมไม่รู้เลยว่าสองวันที่เข้าเมืองย่าเป็นลมไปอีกแล้ว ผมเองก็รู้สึกไม่ดีคล้ายจะเป็นไข้แต่ดูเหมือนร่างกายจะดีขึ้นมากเมื่อได้มาอยู่บ้านสวนนานนับเดือนทำให้ร่างกายคล้ายมีภูมิคุ้มกันนมากขึ้นจึงเป็นแค่ไข้ธรรมดาไม่หนักมาก..แต่ไอ้คนที่แปลกกลับเป็นไอ้หมอนี่!แมงปอไอ้คนหน้านิ่งมันมากินข้าวด้วยทุกมื้อเพราะย่าขอร้องแต่มันไม่พูดกับผม!มันพูดแค่กับย่าและบ่อยครั้งก็เมินผมไป







