Home / รักโบราณ / คุณชายทั้งหลายโปรดไว้ชีวิต / บทที่ 6 นางร้ายไม่ยอมแพ้

Share

บทที่ 6 นางร้ายไม่ยอมแพ้

last update publish date: 2026-05-03 09:17:05

ยามกลับถึงจวน ข้าก็สำรอกออกมาจนสิ้นแรง

​มิใช่เพราะเมามายจากการนั่งรถม้า ทว่าเป็เพราะ ‘ผงซ่างหาน’ เริ่มจู่โจมร่างกายจนปั่นป่วนไปหมด

​“แค่ก! แค่กๆ!” ข้าใช้ผ้าเช็ดหน้าปิดปาก ทว่าเมื่อคลี่ออกดู กลับพบจุดโลหิตสีแดงฉานกระจายตัวประหนึ่งหยาดเหมันต์ร่วงโรยลงบนหิมะ

​โลหิต... มันเริ่มแล้วจริงๆ

​“คุณหนู!” เสี่ยวเถาหน้าซีดเผือดราวกับกระดาษขาว “ท่าน... ท่านกระอักโลหิตแล้วนะเจ้าคะ! ข้าจะไปตามหมอ ไม่สิ... หมอกงเป็นผู้วางยา ท่านต้องไปร้องขอความเป็นธรรมจากแม่ทัพมู่!”

​“หุบปากเเดี๋ยวนี้” ข้าฉุดนางมานั่งลงข้างกาย “หากเจ้าโวยวายไป พรุ่งนี้คนทั้งเมืองย่อมรู้ว่าเจียงลั่วอวี่กำลังจะสิ้นชื่อ แล้วเจ้าคิดว่าบุรุษทั้งสามที่เหลือจะนิ่งเฉยหรือ? พวกเขาคงไม่รอให้ข้าตายเองหรอก แต่จะมาชิงปลิดชีพข้าเสียก่อนมากกว่า”

​เสี่ยวเถากัดริมฝีปากจนสั่นเทา น้ำตาคลอเบ้า “แล้วจะทำอย่างไรดีเจ้าคะ... อีกเพียงสามเดือนคุณหนูก็จะ...”

​“ข้ามิยอมตาย” ข้าคว้าถ้วยชาขึ้นมาดื่มล้างรสขมปร่าในลำคอ “ข้าบอกเจ้าแล้วอย่างไรเล่า... ข้าจะมิยอมก้าวเท้าเข้าสู่ปรโลก จนกว่าจะชดใช้หนี้สินเหล่านี้ให้ครบถ้วน”

​ข้าลากเสี่ยวเถาเข้าห้องนอน ลั่นดอนประตูหน้าต่างมิดชิด แล้วจุดตะเกียงขึ้นสี่ดวงจนห้องสว่างไสว

​“เตรียมกระดาษ พู่กัน และหมึกที่ดำขลับที่สุดมาให้ข้า”

​“คุณหนูจะ... เขียนพินัยกรรมหรือเจ้าคะ?”

​“เขียนบัญชีหนี้แค้นที่ข้าต้องสะสางต่างหาก!” ข้าตบโต๊ะเสียงดัง

​เสี่ยวเถารีบจัดเตรียมตามคำสั่ง ข้าจุ่มปลายพู่กันลงในน้ำหมึก ตั้งสมาธิให้มั่นคง

​หนึ่งปี... หนี้ชีวิตสี่คน หนี้สินสามล้านตำลึงทอง และหนี้พิษอีกหนึ่งขวด

​หากมิจัดระเบียบให้ดี สมองของข้าคงแตกดับก่อนจะถูกแล่เนื้อเถือกหนังเป็นแน่

​ข้าเริ่มตวัดพู่กันลงบนแผ่นกระดาษสี่แผ่น วางเรียงรายบนโต๊ะ แสงตะเกียงที่วูบไหวสะท้อนเงาหน้าข้าบนกระดาษ ดูซูบซีดไม่ต่างจากภูตผี

​“คุณหนู...” เสี่ยวเถาอ่านข้อความเหล่านั้นแล้วน้ำตาร่วงอีกครา “นี่มิใช่การไถ่โทษแล้วนะเจ้าคะ แต่นี่คือหนทางดิ้นรนออกจากนรกชัดๆ”

​“ถูกต้อง” ข้ายกชาขึ้นจิบ แม้จะขมขื่นเพียงใดข้าก็ต้องแย้มยิ้ม “และข้าจะต้องรอด”

​ข้าหยิบกระดาษแผ่นที่สี่ขึ้นมาจ้องมองนาม ‘จ้าวหลิงเซียว’ โลหิตของเขาที่ป้ายเปื้อนอาภรณ์แดงของข้ายมเย็นยังมิได้ซักล้าง ข้าหยิบผ้านั้นขึ้นมาใกล้จมูก กลิ่นกำยานเย็นเยียบปนกลิ่นคาวเลือดจาง ๆ ลอยมากระทบประสาท... น่าประหลาดนัก เหตุใดใจข้าจึงสั่นไหวเช่นนี้

​“แค่ก!” ข้าไออีกครั้ง คราวนี้รสคาวเลือดชัดเจนยิ่งขึ้น

​ผงซ่างหานมิเคยรอท่าใครจริง ๆ

​“เสี่ยวเถา” ข้าสั่งการเฉียบขาด “พรุ่งนี้ยามเหม่า เตรียมตัวไปหอหมอกง ยามอู่ เข้าวังไปพบองค์รัชทายาท ยามเซิน กลับมาคุมคนขุดห้องใต้ดินน้ำแข็ง และยามโหย่ว ตรวจบัญชีกองทุนทหารให้ท่านแม่ทัพ”

​เสี่ยวเถาอ้าปากค้าง “คุณหนูจะมิพักผ่อนบ้างหรือเจ้าคะ?”

​“เอาไว้พักผ่อนยามลงหลุมศพก็ยังมิสาย” ข้าม้วนแผ่นกระดาษทั้งสี่ซุกใส่แขนเสื้อ “ไปนอนเสีย พรุ่งนี้ข้าต้องงดงามที่สุด ฉลาดที่สุด และต้องรอดชีวิตให้ได้!”

​เมื่อเสี่ยวเถาออกไป ข้านั่งลำพังในความมืดที่เหลือเพียงแสงตะเกียงดวงเดียว

​มู่เจ๋อใช้คมดาบจ่อคอ

เสิ่นชิงโจวใช้สัญญาหนี้บีบคั้น

กงอวี้หลันใช้ยาพิษกรอกปาก

จ้าวหลิงเซียวใช้โลหิตป้ายอาภรณ์

​สี่บุรุษ สี่หนี้แค้น สี่เวลาตาย... ทว่าข้ามีเพียงหนึ่งสมองกับข้อมูลนิยายที่รู้ล่วงหน้าเท่านั้น

​“สามร้อยหกสิบห้าวัน... เจียงลั่วอวี่ เจ้าห้ามตายเด็ดขาด ห้ามโง่เขลาเพราะความรัก และห้ามพลาดพลั้งแม้เพียงก้าวเดียว!”

​ข้าพึมพำกับความว่างเปล่า ก่อนจะดับตะเกียงดวงสุดท้ายลง

​“และข้าจะสยบบุรุษทั้งสี่นี้... ให้มาสยบอยู่แทบเท้าข้าให้จงได้”

​ลมราตรีพัดกรรโชกหน้าต่างดังกึกกัก คล้ายเสียงหัวเราะเย้ยหยันจากโชคชะตา

​พรุ่งนี้... ศึกแรกที่หอหมอกง เข็มเงินหนึ่งร้อยแปดเล่ม ข้าจะเป็นผู้ตรวจนับมันด้วยตนเอง!

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • คุณชายทั้งหลายโปรดไว้ชีวิต    บทส่งท้าย

    ยามเฉิน วันที่ ๑๕ เดือน ๖ ณ ลานกว้างหน้าวังบูรพา​ผืนธงรบสีแดงฉานนาม ‘พยัคฆ์ขาว’ โบกสะบัดท้าทายสายลมอย่างองอาจ​โครม! โครม! โครม!​ประตูใหญ่ของวังหลวงทั้งสี่ทิศปิดตายลงอย่างแน่นหนา กำลังพลทหารสามพันนายในสังกัดของจ้าวหลิงเซียวเข้าตรึงกำลังควบคุมพื้นที่ไว้ทุกตารางนิ้ว คันธนูทุกคันถูกขึ้นสายเตรียมพร้อม ดาบคมปลาบทุกเล่มถูกชักออกจากฝักประดับบารมี​“จับกุมตัวผู้คิดคบคิดกบฏล้มล้างราชบัลลังก์! หลิวเหวินคัง!” เสียงตวาดกร้าวของจ้าวหลิงเซียวดังกึกก้องกัมปนาทมาจากบนหอคอยสูง ชุดเกราะทองคำสุกปลั่งสะท้อนแดดประกายเจิดจ้า​ก้าบ!!!​เจ้าพยัคฆ์ขาว... ยืนหยัดอยู่ใจกลางลานกว้าง ร่างกายสวมชุดเกราะทองคำเต็มยศ มีผืนธงรบปักแน่นอยู่บนแผ่นหลัง มันยืดอกตั้งมั่น มิได้แสดงความหวาดกลัวต่อเสียงกลองรบที่รัวสนั่นเลยแม้แต่น้อย​ตัวข้า... เจียงลั่วอวี่ ยืนตระหง่านอยู่บนขั้นบันไดหินอ่อนของตำหนักเย็น สวมใส่อาภรณ์สีแดงฉานดุจโลหิตของแม่ทัพใหญ่ ในหัตถ์กุมพัดหยกดำไว้มั่น​ศึกสุดท้ายเพื่อชำระหนี้แค้น... เริ่มต้นขึ้นแล้ว​ยามซื่อ ณ ประตูวังทิศตะวันตก​“เปิดประตูวังหลวงเดี๋ยวนี้! พวกมึงล่วงรู้หรือไม่ว่ากูคือใคร... กูคือกั๋วกง!”

  • คุณชายทั้งหลายโปรดไว้ชีวิต    บทที่ 39

    ยามจื่อ คืนวันที่ ๑๔ เดือน ๖ ณ นอกกำแพงเมืองหลวง ค่ายทหารกั๋วกง​บรรยากาศโดยรอบมืดมิด สงบสงัด... ทว่ากลับอบอวลไปด้วยกระแสแห่งความเดือดพล่าน​“เร็วเข้า!” เสี่ยวเถาลอบกระซิบเสียงแผ่ว นางอยู่ในชุดพรางกายสีดำสนิท ใบหน้าคลุมปิดมิดชิด ในมือประคองขวดยาสลบ ‘นิทราไร้ลักษณ์’ ของท่านหมอกงไว้อย่างระมัดระวัง “คุณหนูสั่งการมา... ให้เทลงไปในบ่อน้ำใหญ่ประจำค่ายเพียงบ่อเดียวก็เพียงพอแล้ว”​เบื้องหลังของนางมีพลทหารฝีมือดีของมู่เจ๋อจำนวนสิบนาย แสร้งปลอมแปลงกายเป็นชาวบ้าน แบกถังน้ำเข้ามาอย่างเงียบเชียบ​“แม่นางแน่ใจนะ... ว่าตัวยานี้จะไม่คร่าชีวิตพวกมัน?” ทหารผู้หนึ่งเอ่ยถามด้วยความกังวล​“มิสิ้นชีพดอก... เพียงแต่จำต้องหลับสนิทนิทราไปสามวันสามคืนเต็ม” เสี่ยวเถาเอ่ยตอบ “ท่านหมอกงคำนวณปริมาณยาไว้ถี่ถ้วนแล้ว ยาจักออกฤทธิ์ครอบคลุมตั้งแต่วันที่สิบห้าถึงวันที่สิบเจ็ดมิขาดสาย”​สามวันสามคืน... กองทัพห้าหมื่นนายของกั๋วกงจักต้องหลับใหลไร้ทางสู้ยกค่าย​“ลงมือ!”​ซ่า...​ของเหลวสีม่วงครามถูกเทลงสู่ก้นบ่อน้ำใหญ่ใจกลางค่ายทหาร กลิ่นอายของมันจางหายไปในอากาศ ละลายกลมกลืนไปกับสายน้ำอย่างรวดเร็ว ไร้สี ไร้รส และไร้กลิ่น​ท

  • คุณชายทั้งหลายโปรดไว้ชีวิต    บทที่ 38

    ยามรุ่ง วันเสาร์ ณ เมืองหลวง​“เหมืองน้ำแข็งพังทลาย! พังทลายสิ้นแล้ว!”“คนงานดับสูญร่วมสามสิบชีวิต! น้ำแข็งขาดตลาดทั่วทั้งเมืองหลวง!”“หอการค้าเจียงเสิ่น... ประกาศปรับขึ้นราคาน้ำแข็งสิบเท่าตัว!”​เสียงป่าวร้องตะโกนก้องดังระงมไปทั่วทุกตรอกซอกซอย ทั่วทั้งตลาด และเหลาชาทุกแห่งหน คนของเสิ่นชิงโจวจำนวนหนึ่งร้อยนายกระจายกำลังทำงานได้มีประสิทธิภาพเกินกว่าที่คาดคิดไว้เสียอีก​ข้ายืนตระหง่านอยู่บนหอคอยสูงของตำหนักเย็น ทอดสายตามองลงไปยังเบื้องล่าง... ยามนี้เมืองหลวงกำลังเดือดพล่านประดุจน้ำร้อน ร้านรวงต่างพากันปิดป้ายประกาศ ‘น้ำแข็งหมดสิ้น’ บรรดาคหบดีผู้มั่งคั่งต่างแย่งชิงกว้านซื้อจนถึงขั้นลงไม้ลงมือตบตีกันที่หน้าหอการค้า แม้กระทั่งทหารในสังกัดของกั๋วกงก็ยังวิ่งวุ่นออกกว้านซื้ออย่างลนลาน​“คุณหนูเจ้าคะ! ราคาพุ่งทะยานขึ้นแล้วเจ้าค่ะ!” เสี่ยวเถาวิ่งกระหืดกระหอบขึ้นมารายงาน พลางยื่นใบราคาสินค้าให้ข้าดูด้วยมืออันสั่นเทา “เมื่อวานนี้... ราคายังคงอยู่ที่หนึ่งตำลึงต่อก้อน ทว่ายามนี้... กลับพุ่งสูงถึงสิบตำลึงแล้วเจ้าค่ะ!”​สิบเท่าตัว... ภายในค่ำคืนเดียว​“ทางฝั่งกั๋วกง... เคลื่อนไหวอย่างไรบ้าง?”​“ยังมิ

  • คุณชายทั้งหลายโปรดไว้ชีวิต    บทที่ 37

    ยามสาย วันศุกร์ ณ ตำหนักเย็น​“คุณหนูเจ้าคะ! มาแล้วเจ้าค่ะ! ส่งตรงมาครบทั้งสี่ทิศเลยเจ้าค่ะ!” เสี่ยวเถาวิ่งกระหืดกระหอบเข้ามาในห้อง ในมือประคองถาดไม้อย่างระมัดระวัง บนถาดนั้นมีห่อผ้ารูปทรงประหลาดสี่ห่อ... มันคือ ‘ขนมเป็ด’ สี่ห่อ​ทว่าลักษณะและสีสันการห่อกลับแตกต่างกันโดยสิ้นเชิง​ห่อที่หนึ่ง: ผ้าไหมสีดำสนิท ปักลวดลายพยัคฆ์เหิมเกริมห่อที่สอง: ผ้าไหมสีน้ำเงินคราม ปักลวดลายพัดโบกสะบัดห่อที่สาม: ผ้าไหมสีขาวบริสุทธิ์ ปักลวดลายเข็มเงินเรียวยาวห่อที่สี่: ผ้าไหมสีทองสุกปลั่ง ปักลวดลายมังกรทะยานฟ้า​“ของฝากจากผู้ใดบ้างงั้นหรือ?” ข้าละสายตาพลางวางพู่กันในมือลง หลังจากเพิ่งจรดหมึกเขียนแผนที่กลยุทธ์ฉบับปรับปรุงใหม่เสร็จสิ้น​“ของท่านแม่ทัพเสือ พ่อค้าเสิ่น ท่านหมอเทวดากง และองค์รัชทายาทเจ้าค่ะ!” เสี่ยวเถารายงานตามตรง “ทุกคนฝากถ้อยคำมาเหมือนกันว่าเป็น ‘ขนมบำรุงรักษากาย’ ทว่า... น้ำหนักของมันกลับหนักอึ้งแปลกๆ เจ้าค่ะ”​ข้าเอื้อมมือไปแกะห่อผ้าไหมสีดำสนิทออกเป็นลำดับแรก ด้านในบรรจุขนมเป็ดห้าชิ้น... และมีกระดาษแผ่นเล็กพับซ่อนอยู่หนึ่งแผ่น​‘ซ้อมรบเสร็จสิ้น กองทัพพร้อมพรัก รอคอยเพียงอาณัติสัญญาณจากมึ

  • คุณชายทั้งหลายโปรดไว้ชีวิต    บทที่ 36

    ​ยามเฉิน วันพฤหัสบดี ณ ตำหนักเย็น​“ก้าบ!!! ก้าบ ก้าบ ก้าบ!!!”​ข้าสะดุ้งตื่นจากนิทรา ทว่านั่นมิใช่เสียงปลุกประหลาดใจจากเสี่ยวเถาในยามเช้ากาลก่อน​ปริ๊น! โฮก! เคร้ง! เคร้ง! เสียงสัญญาณแตรศึก เสียงฝีเท้าม้าศึกนับร้อย และเสียงศัตราวุธกระทบกันดังสนั่นหวั่นไหวมาจากภายนอกตำหนักเย็น​“คุณหนูเจ้าคะ! เกิดเรื่องใหญ่แล้วเจ้าค่ะ!” เสี่ยวเถาวิ่งพรวดพราดเข้ามาในห้อง มือข้างหนึ่งกุมชุดเกราะทองของเจ้าพยัคฆ์ขาวไว้แน่น ใบหน้าซีดเผือด “วังหลวง... วังหลวงถูกปิดตายหมดแล้วเจ้าค่ะ!”​ปิดตายงั้นหรือ?​ข้ากระโจนลงจากเตียงโดยมิเสียเวลาคิด วิ่งตรงไปยังขอบหน้าต่างทันที​ภาพที่ปรากฏแก่สายตาทำเอาข้าต้องอ้าปากค้างด้วยความตระหนก... ประตูพระราชวังบูรพาอันเป็นประตูใหญ่ทั้งสี่ทิศบัดนี้ถูกปิดสนิท ทหารรักษาพระองค์สวมชุดเกราะเต็มยศยืนเรียงรายอารักขาแน่นหนา คันธนูถูกขึ้นสายเตรียมพร้อม ดาบคมกริบถูกชักออกจากฝักส่องประกายวาววับ ธงมังกรทองโบกสะบัดอยู่บนยอดหอคอยสูงชัน​และที่กลางลานกว้างอันเปรียบเสมือนสมรภูมิย่อยๆ... ร่างสูงใหญ่ขององค์รัชทายาทจ้าวหลิงเซียวยืนตระหง่านอยู่ในชุดเกราะทองคำเต็มยศ ในหัตถ์กุมดาบมังกรครามเล่มยักษ์​เบ

  • คุณชายทั้งหลายโปรดไว้ชีวิต    บทที่ 35

    ยามเฉิน วันพุธ ณ ตำหนักเย็น​“ถอดเสื้อออก”​น้ำเสียงเด็ดขาดคำเดิม ทว่าครั้งนี้กลับเย็นเยียบชวนขนลุกจนเสี่ยวเถาที่ยืนอยู่ข้างกายถึงกับสะดุ้งสุดตัว​ท่านหมอกงอวี้หลันก้าวเข้ามาภายในห้องโดยมิเคาะประตู อาภรณ์สีขาวสะอาดของเขาอบอวลไปด้วยกลิ่นคาวของสมุนไพรและซากยาเข้มข้นกว่าทุกครา ในมือถือกล่องเข็มเงินสลักลายซึ่งมีขนาดใหญ่กว่าครั้งก่อนๆ เบื้องหลังของเขามีศิษย์เอกสองนายช่วยกันแบกหม้อยาที่กำลังเดือดพล่านจนควันพวยพุ่งส่งกลิ่นฉุนกึกไปทั่วลาน​“อาจารย์ขอรับ...” ศิษย์เอกเอ่ยเรียกเสียงเบาด้วยความเกรงใจ​“พวกเจ้าออกไปให้หมด” เขาออกคำสั่งสั้นๆ ทว่าทรงอำนาจ​ยามนี้ในตำหนักเย็นจึงเหลือเพียงข้า ท่านหมอกง เสี่ยวเถา ฝูงเป็ดทั้งสิบเอ็ดตัว และเจ้าพยัคฆ์ขาวที่กำลังนั่งจ้องมองผู้มาใหม่เขม็ง​“วันนี้วันพุธ...” ข้านั่งลงบนตั่งพลางถลกแขนเสื้อขึ้นเตรียมพร้อม “ถึงวันตรวจชีพจรแล้ว มีสิ่งใดผิดปกติหรือเพคะ?”​“มี” เขาตอบเรียบๆ ทว่ามิได้ยื่นมือมาจับชีพจร กลับหยิบเข็มเงินเล่มยาวขึ้นมาเล่มหนึ่ง แล้วจุ่มลงในถ้วยชาเก๊กฮวยที่เสี่ยวเถาเพิ่งรินวางไว้​เข็มเงินเล่มนั้นพลันเปลี่ยนสีในทันตา... มันแปรเปลี่ยนเป็นสีดำสนิทประดุจน้ำ

  • คุณชายทั้งหลายโปรดไว้ชีวิต    บทที่ 10

    ยามอู่ ณ หอโอสถกง​ป้ายไม้สีนิลสลักตัวอักษรสีเงินเด่นชัดนาม ‘หอโอสถเทวราช’ แขวนตระหง่านอยู่เบื้องหน้า กลิ่นสมุนไพรรสขมลอยมาปะทะจมูกตั้งแต่ต้นตรอก เหล่าคนไข้ต่างยืนรอกันเนืองแน่นจนล้นออกมานอกประตู ทว่าเมื่อรถม้าตระกูลเจียงเคลื่อนเข้ามา ทุกคนต่างพากันแหวกทางให้พลางกระซิบกระซาบด้วยความชิงชัง​“นั่นอย่

  • คุณชายทั้งหลายโปรดไว้ชีวิต    บทที่ 9

    แสงเงินแสงทองยังมิพ้นขอบฟ้า ข้าก็เร่งรุดขึ้นรถม้าด้วยความรีบร้อน​“คุณหนูเจ้าคะ! ท่านจะไปที่ใดอีก! ท่านไอเป็นเลือดมาทั้งคืนแล้วนะเจ้าคะ!” เสี่ยวเถาร่ำไห้พลางวิ่งตามมาเกาะขอบหน้าต่างรถม้าด้วยความกังวล​“ค่ายทหารทิศอุดร” ข้าใช้ผ้าเช็ดหน้าปิดปาก ไอโขลกออกมาจนได้ยินเสียงแว่วในอก กลิ่นคาวเลือดคละคลุ้งจน

  • คุณชายทั้งหลายโปรดไว้ชีวิต    บทที่ 8

    ยามไห่ วังหลวงข้ายืนอยู่เบื้องหน้าตำหนักบูรพาที่ประทับขององค์รัชทายาทลมหนาวปลายเดือนสามพัดชายอาภรณ์สีชาดปลิวไสว ปิ่นหงส์ทองบนศีรษะหนักอึ้งดุจมีศิลาทับไว้ทว่าหนักไม่เท่าความรู้สึกในอกยามนี้ภายใน…มีเขาอยู่จ้าวหลิงเซียวและถ้วยน้ำแกงที่ถูกวางยาปลุกกำหนัด“หยุด! ที่นี่เขตหวงห้าม!” ทหารยามไขว้ทวนขว

  • คุณชายทั้งหลายโปรดไว้ชีวิต    บทที่ 1 ตื่นมาอยู่ในร่างของนางร้าย

    “คุณหนูเจ้าคะ ตื่นเถิดเจ้าค่ะ! เกิดเรื่องใหญ่แล้ว ท่านแม่ทัพมู่เจ๋อนำกำลังทหารห้าหมื่นนายล้อมจวนเราไว้หมดแล้วเจ้าค่ะ! เขาประกาศก้องว่าจะบุกเข้ามาปลิดชีพนางมารร้ายเช่นคุณหนู นำศีรษะไปเสียบประจานหน้าประตูเมืองให้จงได้เจ้าค่ะ!” ​เสียงแหลมเล็กระคายหูดังก้องทะลุผ่านม่านความฝัน ข้าที่กำลังฝันหวานถึงโชคล

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status