Share

คุณทนายขา ช่วยด้วยหนูถูกฟ้อง
คุณทนายขา ช่วยด้วยหนูถูกฟ้อง
Author: Dogsmilea

อารัมภบท

Author: Dogsmilea
last update Last Updated: 2026-02-13 21:33:18

ภายในห้องรับรองสีขาวกว้างขวาง ตกแต่งอย่างเรียบหรู แสงไฟสีอุ่นช่วยขับเน้นบรรยากาศให้อบอุ่น หญิงสาววัยแรกแย้มสองคนนั่งพับเพียบอยู่กลางห้อง รายล้อมด้วยของเล่นสีสันสดใสที่กระจัดกระจายอยู่ทั่วพื้น รอยยิ้มบางแต้มอยู่บนใบหน้าเรียวสวย ร่างเล็กบอบบางถูกขับเน้นด้วยเสื้อปาดไหล่สีขาวประดับโบใหญ่พาดแขนขวา ตัดกับกระโปรงสีชมพูอ่อนที่พลิ้วไหวไปตามจังหวะขยับตัวขัดกับบุคลิกสวยแซ่บอย่างที่ควรจะเป็น ผิวเนียนละเอียดสีน้ำผึ้งสะท้อนแสงไฟแวววาวบ่งบอกถึงสุขภาพที่ดี

“เล่นอันนี้ไหมคะ กดแบบนี้ไงคะ”

เสียงหวานปนแก่นแก้วแม้จะอายุย่าง 25 ปียังคงไว้ซึ่งความแสบสันเช่นเดิม แต่เมื่อยามคุยกับหลานรักทั้งสองกลับเสียงหวานหยดย้อย พร้อมกับที่เจ้าตัวจับมือน้อย ๆ ของแฝดชายหญิงให้กดลงบนของเล่นชิ้นหนึ่ง ทันทีที่ปุ่มถูกกด เสียงใสของเปียโนก็ดังขึ้นพร้อมไฟกะพริบระยิบระยับ

"ว้าววว"

เด็กหญิงตัวน้อยตาเป็นประกาย น้ำเสียงใสกังวานเปี่ยมไปด้วยความตื่นเต้น ขณะที่เด็กชายหัวเราะคิกคักชอบใจ แต่เพียงเสี้ยววินาทีเท่านั้น นิ้วป้อม ๆ ของทั้งสองกลับยื้อแย่งแป้นเปียโนกันอย่างไม่มีใครยอมใคร

ใบหน้าสวยคมกลับเหลอหลากะพริบตาปริบ ๆ มองเหตุการณ์ตรงหน้าอย่างทำตัวไม่ถูก เมื่อเธอซื้อของเล่นให้หลานทั้งสองอย่างละสองชิ้น แต่กลับกลายเป็นว่าทั้งคู่เลือกที่จะแย่งของชิ้นเดียวกันหาได้สนใจไยดีอีกชิ้นที่นอนเอียงกระเท่เร่ไม่

“อัยหนูอย่าไปแย่งคอร์ทสิลูก อ่ะนี่เอาชิ้นนี้ไปเล่นนะคะ”

หญิงสาวพยายามไกล่เกลี่ย ยื่นของเล่นอีกชิ้นให้อัยหนูแทน แต่เจ้าตัวเล็กชะงักงันเล็กน้อยเมื่อได้ยินเสียงเรียกจน ก่อนจะหันกลับไปแย่งของเล่นจากมือแฝดน้องอย่างไม่ลดละ

เด็กชายตัวน้อยถึงกลับเบ้ปากเมื่อของเล่นในมือถูกพี่สาวฉกไปอีกครั้ง จากเสียงหัวเราะคิกคักกลายเป็นเสียงแว่วเบา ๆ คล้ายจะร้องไห้ การยื้อยุดฉุดกระชากดำเนินไปอีกครู่ใหญ่ จนในที่สุดคนเป็นแม่ที่นั่งมองสถานการณ์มาตลอดเริ่มเห็นท่าไม่ดี จากที่หัวเราะขบขันอยู่เมื่อครู่ก็ต้องรีบวางแก้วกาแฟลงแล้วเอ่ยห้ามปรามลูก ๆ ของตัวเองด้วยน้ำเสียงอ่อนโยนแต่ทว่าหนักแน่น

“ลูกอัยอย่าไปแย่งของเล่นน้องสิคะ แม่สอนว่ายังไงคะ เป็นพี่น้องต้องแบ่งปันกันใช่ไหมคะ”

เสียงอ่อนโยนของผู้เป็นแม่เอ่ยเตือนเบา ๆ ทำให้หนูน้อยอัยที่กำลังยื้อแย่งของเล่นชะงักไป ดวงตากลมโตกะพริบปริบ ๆ ราวกับกำลังประมวลผลคำพูดของมารดาราวกับเข้าใจ หนูอัยค่อย ๆ คลายมือออกจากของเล่นที่ถือไว้ แล้วหันไปรับของเล่นอีกชิ้นจากแม่แทน ด้านคอร์ทแฝดน้องที่นั่งมองอยู่ก็ชั่งใจอยู่ชั่วอึดใจ ก่อนจะทำสิ่งที่ทำให้คนเป็นแม่อดไม่ได้ที่จะอมยิ้ม

เจ้าตัวเล็กค่อย ๆ วางของเล่นชิ้นโปรดลงตรงหน้าพี่สาว แล้วเงยหน้าขึ้นส่งเสียงหัวเราะคิกคักภาพพี่น้องตัวน้อยที่เพิ่งแย่งของเล่นกันเมื่อครู่กลับมาหัวเราะให้กันอย่างไร้เดียงสาทำให้หัวใจของผู้เป็นแม่อบอุ่นยิ่งนัก

“แล้วนั่งหัวเราะได้ตั้งนาน กว่าจะเข้ามาห้ามทัพได้” หนูนาอดไม่ได้ที่จะค่อนขอดพร้อมกับส่งค้อนวงโตไปให้ลัลน์เพื่อนสนิทที่เอาแต่นั่งขำเด็ก ๆ ทะเลาะกันโดยไม่ยอมเข้ามาห้ามตั้งแต่แรก

“เห็นหนูนาทำท่าทางไม่ถูกแล้วมันตลกดีนี่” เจ้าของบ้านว่าพลางหัวเราะเบา ๆ อย่างอารมณ์ดี ยิ่งเห็นหนูนาเบ้ปากใส่ก็ยิ่งขำหนักขึ้นไปอีก

“อ้อเหรอคะคุณแม่ลูกสอง ว่าแต่หลานโตจนขวบหนึ่งแล้ว แต่ยังไม่รู้เลยว่าชื่อหลานทั้งสองความหมายว่าอะไร”

“เป็นป้าแบบไหนเนี่ย ถึงไม่รู้ความหมายชื่อของหลานรัก” ลัลน์ถึงกับส่ายหน้ากับความละเลยของหนูนา ก่อนจะเอื้อมมือไปแตะจมูกเธอเบา ๆ เป็นเชิงหยอกล้อ

“ฉันไม่ใช่ลูกเธอนะย่ะ ทำฉันเป็นเด็กน้อยไปได้” หนูนาทำแก้มพองลม ก่อนจะเบี่ยงหน้าหนีมือของเพื่อนรักที่เอื้อมมาหยอกเธอ

“นั่นสิน้า ~ คนแถวนี้อายุจะเข้ายี่สิบห้าแล้วยังหาแฟนไม่ได้อีก”

“นั่นปากเหรอย่ะยัยลัลน์” หนูนาเท้าสะเอว ถลึงตาใส่เพื่อนอย่างหาเรื่อง ท่ามกลางเสียงหัวเราะคิกคักของเด็กน้อยที่มองดูแม่และป้าเถียงกันอย่างสนุกสนานราวกับกำลังชมการ์ตูนเรื่องโปรด

“จะเลือกใครดีน้า ~ ระหว่างทนายความมาดเข้มสุดหล่อหรือจะเป็นอัยการหนุ่มหล่อตี๋สะอาดตา” ลัลน์ลากเสียงยานคาง ก่อนจะส่งสายตาเจ้าเล่ห์พร้อมรอยยิ้มกรุ้มกริ่ม

“จะใครก็ไม่เอาทั้งนั้นนั่นแหละ ปวดหัว”

“ปวดหัวหรือปวดใจกันแน่น้า ~”

“แต่ก่อนก็ไม่เห็นลัลน์เป็นแบบนี้นี่ เดี๋ยวนี้ติดเชื้อตาบ้านั่นมาแล้วงั้นเหรอ”

"หมายถึงใครล่ะ? ส่วนใหญ่ลัลน์ก็อยู่แต่กับพี่คิณณ์นะ เอ๊ะ! หรือว่าจะหมายถึงพี่เจษกัน? อ๊ะ! ไม่ใช่สิ พี่แดนมากกว่าแน่ ๆ" หนูนาทำเสียงลากยาว พลางหรี่ตามองเพื่อนรักอย่างจับผิด

“พูดไม่เข้าหูกลับบ้านแหละ ชิ” หนูนาทำหน้าบึ้งตึง บอกบุญไม่รับเมื่อถูกเพื่อนรักหยอกล้อไม่หยุด สะบัดตัวลุกขึ้นเตรียมออกจากบ้านเพื่อนอย่างจริงจัง

“เดี๋ยวสิหนูนา เดี๋ยวนี้ขี้น้อยใจไปได้” ลัลน์คว้าข้อมือบางของเพื่อนรักไว้ หัวเราะน้อย ๆ อย่างเอ็นดู

“แล้วใครเริ่มก่อนล่ะ แล้วจะบอกได้หรือยังที่ถามน่ะ”

“อืมม พี่คิณณ์กับลัลน์อยากได้ชื่อแนว ๆ กฎหมายน่ะ หนูอัยก็มาจากอัยการส่วนน้องคอร์ทที่มาจากศาล”

“หืมม มีที่มาที่ไปจังเลย คนต่อไปนี่จะมาจากหน่วยงานไหนล่ะ ตำรวจงี้เหรอ?”

“ว่าแต่หนูนาเถอะ ตอนนี้เป็นยังไงบ้าง”

“หมายถึงเรื่องอะไร” หญิงสาวเลิกคิ้วมองลัลน์ซึ่งนั่งตรงข้ามด้วยความสงสัย

“หนูนายังปล่อยเงินกู้อยู่ไหม”

“ยังปล่อยเหมือนเดิมสิ ชีวิตคนเราต้องหากินนะไม่ได้มีผัวรวยเหมือนใครแถวนี้” เธอยักไหล่ พลางยกแก้วน้ำขึ้นจิบอย่างไม่ยี่หระ พร้อมเอ่ยเหน็บแนมลัลน์ให้หายแค้นจากการซักถามเธอจนพรุนเป็นรูหมดแล้ว

“พูดเหมือนตัวเองจนยังงั้นแหละ” ลัลน์ถึงกลับหลุดขำ แต่ก็หาได้สนใจเสียงค่อนแขวะของเพื่อนไม่พร้อมตอบกลับอย่างไม่ตายไมค์ มือบางลูบหัวสองแฝดเมื่อทั้งสองคลานเข้ามาออดอ้อน

“เป็นผู้หญิงสมัยนี้ต้องเชิดไว้จ้ะเพื่อนสาว ไม่มีผัวไม่ตายแต่ถ้าไม่มีเงินฉันตายแน่” หญิงสาวเอ่ยพลางยักไหล่อย่างสบายๆ

“หนูนาก็ว่าไปนั่น แล้วคิดจะสอบเป็นอัยการแล้วทำไมถึงยังทำอยู่อีกล่ะ” ลัลน์หัวเราะเบาๆ ก่อนจะขมวดคิ้วถามต่อ

“ก็มันมีมาเรื่อย ๆ นี่หน่าจะให้เราทำยังไงล่ะ แถมเงินก็ไม่ใช่น้อยๆ ด้วยจะให้เลิกทันทีมันก็เสียหายสิ”

“แล้วดอกที่หนูนากินไปนี่ก็เยอะอยู่นะ แค่นั้นก็พอแล้วมั้ง”

“เงินต้นยังไม่ได้คืนเลยนี่ เป็นนักกฎหมายทั้งทีอย่าไปเสียเปรียบสิ”

“ระวังเถอะ จะตกม้าตายเพราะกฎหมายนี่แหละ” ลัลน์พูดเสียงหนัก คิดว่าการทำธุรกิจที่เสี่ยงแบบนี้ไม่ควรมีการแอบแฝงหรือหลีกเลี่ยงกฎเกณฑ์มากเกินไป

“แล้วใครจะมาฟ้องฉันล่ะลัลน์ ฉันนี่นะให้กู้เฉพาะคนรู้จักใกล้ตัวทั้งนั้น ใครมันจะกล้าหักหลังไปแจ้งความฉันล่ะ” หนูนาพูดพร้อมยักไหล่ เหมือนกับเรื่องนี้ไม่เคยเป็นปัญหาสำหรับเธอ

“จ้า ๆ เจ้าแม่เงินกู้ปล่อยดอกโหดร้อยละสี่สิบ หนูนารอดมาได้ทุกวันนี้ก็บุญแล้วนะ”

“น้ำพึ่งเรือเสือพึ่งป่า คนเราต้องพึ่งพาเขาพึ่งเงิน ส่วนฉันพึ่งดอกเบี้ยเขาไง”

“กฎหมายให้คิดดอกเบี้ยไม่เกินร้อยละสิบห้าต่อปี นี่หนูนาเล่นร้อยละสี่สิบต่อเดือน โดนฟ้องมาจะอดเป็นอัยการอย่างที่ฝันนะ”

“คนอย่างนันท์นพิน เศรษฐกุลซะอย่างพูดเลยไม่มีวันโดนฟ้องหรอกจ้ะ” หนูนาเอ่ยอย่างมั่นใจ ราวกับทุกอย่างอยู่ภายใต้การควบคุมของเธอ

“เขาว่ากันว่าใจคนมันน่ากลัว วันนี้สนิทกันมาก พรุ่งนี้อาจแตกหักก็ได้” ลัลน์ตอบกลับด้วยน้ำเสียงที่สะท้อนความจริงที่มักจะเกิดขึ้นในชีวิต ซึ่งหนูนาก็รู้ถึงสัจธรรมนี้แต่หาได้ตระหนักไม่

“เขานี่มันใครว่า” หนูนาเอ่ยอย่างทะเล้นหยอกล้อเพื่อนของตนให้คลายความกังวล

“ลัลล์ว่าเองนี่แหละ แล้วนี่จะกลับบ้านไหม พ่อแม่ลัลน์ฝากมะพร้าวน้ำหอมมาให้น่ะ”

“อื้อกลับสิ พ่อแม่ไม่ตามกลับบ้านเลย ฉันเลยต้องอัญเชิญตัวเองกลับบ้านแทน”

“กลับบ้านปลอดภัยนะ ฝากสวัสดีพ่อแม่ด้วย” ลัลน์เดินออกมาพร้อมยื่นถุงมะพร้าวส่งให้หนูนาไปเมื่อถึงรถของหนูนา โดยมีสองแฝดนั่งจุมปุ๊กอยู่หน้าบ้าน

“ฉันไปแล้วนะ ป้ากลับบ้านก่อนนะคะเด็กๆ” หนูนาดึงสองแฝดเข้ามากอดพร้อมหอมแก้มซ้ายขวาจนทั้งสองต่างหัวเราะคิกคักอย่างชอบอกชอบใจ

2 ปีต่อมา...

เช้าวันใหม่เริ่มต้นขึ้นอย่างงดงาม เสียงนกร้องขับขานเบา ๆ เต็มไปด้วยความไพเราะ เสมือนเพลงบรรเลงที่เติมเต็มความสดชื่น แม้บ้านของเธอจะตั้งอยู่กลางเมือง แต่ความร่มรื่นก็ยังคงหล่อเลี้ยงให้ที่นี่เป็นแหล่งหลบพักของนานานกที่บินว่อนทั่วทุกทิศ สายลมอ่อน ๆ พัดผ่านผิวกายจนรู้สึกสดชื่น ต้อนรับเช้าที่เต็มไปด้วยความหวัง

ทว่าความสงบสุขในวันนั้นกลับหายไปอย่างรวดเร็ว ราวกับหมอกควันที่จางหายไปเมื่อแสงอาทิตย์สัมผัส มันหายไปในพริบตา เมื่อเธอได้รับกระดาษเอสี่สีขาวแผ่นหนึ่งเป็นสิ่งที่ทำลายความรื่นรมย์ในเช้านี้ของเธอ สิ่งนั้นก็คือ...หมายเรียกผู้ต้องหานั่นเอง!

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • คุณทนายขา ช่วยด้วยหนูถูกฟ้อง   ใครกันแน่... ที่เป็นคนทรยศ 💀

    “ห่ะ!!!” เสียงของรินทร์และลัลน์ดังขึ้นพร้อมกันด้วยความตกใจขีดสุด ทั้งสองคนอ้าปากค้างแทบจะทันที ไม่อยากเชื่อสิ่งที่ได้ยินจากปากของเพื่อนรัก “นะ...นี่แกร้อนเงินถึงขนาดต้องไปทำกิจการดำมืดเชียวหรือยัยหนูนา แค่เงินที่แกได้จากดอกแสนแพงนั่น ก็น่าจะเพียงพอแล้วมั้ง” รินทร์อุทานเสียงสูง ไม่อาจปกปิดความตกใจได้ “ฉันเปล่านะ!” เสียงหวีดแหลมของหนูนาดังขึ้นจนแทบสะเทือนไปทั้งสายวิดีโอคอล เธอเผลอขึ้นเสียงด้วยความอัดอั้นและหวาดกลัว คิณณ์ที่นั่งฟังเงียบ ๆ ขมวดคิ้วมุ่น ขณะที่รินทร์รีบเม้มปากแน่นเมื่อรู้สึกได้ว่าตัวเองอาจจะพูดแรงเกินไป ความเงียบอึดอัดปกคลุมไปทั่วบทสนทนา ลัลน์มองเพื่อนที่อยู่ในภาวะตื่นตระหนกสุดขีด ก่อนจะสูดหายใจลึกแล้วตัดสินใจรับหน้าที่คลี่คลายสถานการณ์อึมครึมเช่นนี้ “หนูนาใจเย็นก่อนนะ ค่อย ๆ ตั้งสติก่อน ค่อย ๆ เล่ามาว่าเรื่องมันเป็นยังไง” เธอเอ่ยขึ้นเสียงนุ่ม พยายามไม่ให้อารมณ์ของเพื่อนพุ่งสูงขึ้นไปกว่าเดิม “ฮึก ฮืออ ฉันก็ไม่รู้เหมือนกันว่าทำไมโดนคดีฟอกเงินได้ ฉันแค่ปล่อยเงินกู้เองนะนอกเหนือจากนั้นฉันก็ไม่ได้ทำอะไรผิดกฎหมายเลย” หนูนาสูดหายใจเฮือกใหญ่ พยายามกดความหวาดกลัวในใจลง ก่อนจ

  • คุณทนายขา ช่วยด้วยหนูถูกฟ้อง   หมายเรียก!?

    ‘หมายเรียกผู้ต้องหา ครั้งที่ ๑ คดีระหว่าง พ.ต.ต. ภีมพัฒน์ จรัญศิริ ผู้กล่าวหา กับ นางสาวนันท์นพิน เศรษฐกุล ผู้ต้องหา ด้วยเหตุที่ท่านต้องหาว่า “คิดอัตราดอกเบี้ยเกินกว่าที่กฎหมายกำหนด” ฉะนั้นให้นางสาวนันท์นพิน เศรษฐกุล ผู้ต้องหา ไป ณ ที่ห้องพนักงานสอบสวน พบ พ.ต.ต.ทศพล ทรัพย์เจริญ พนักงานสอบสวนเจ้าของคดี ในวันที่ ๓๐ เดือนมกราคม พ.ศ. ๒๕๖๙ เวลา ๑๐.๐๐ นาฬิกา’ “นี่มันอะไรกัน...” หนูนาพึมพำอย่างงุนงง เมื่อได้รับซองเอกสารจากไปรษณีย์ เปิดออกดูแล้วดวงตากลมโตพลันเบิกกว้าง เมื่อพบว่าเป็นหมายเรียกข้อหาคิดอัตราดอกเบี้ยเกินกว่าที่กฎหมายกำหนด ว่ายังนะคิดดอกเบี้ยเกินกฎหมาย? เธออ่านซ้ำอีกครั้งเพื่อให้แน่ใจว่าเธอนั้นอ่านผิดหรือไม่ นี่มันเรื่องบ้าอะไรกัน! ใครกันที่ไปแจ้งความเธอ? ไม่แน่จริงสินะ ถึงได้เล่นลอบกัดกันแบบนี้ หญิงสาวกำซองเอกสารในมือแน่น กวาดสายตาหาชื่อคนแจ้งความ แต่กลับเจอเพียงชื่อของพนักงานสอบสวนเท่านั้น เชื่อเขาเลย! หญิงสาวได้เพียงแต่สบถอยู่ในใจ หมดกันอนาคตที่จะสอบอัยการ นี่สินะคนเราไม่เห็นโลงศพไม่หลั่งน้ำตา "แล้วนี่มันอะไรอีกล่ะ?" หญิงสาวหยิบมันขึ้นมาเปิดอ่าน แล้วต้องขมวดคิ้วมุ่น “หมา

  • คุณทนายขา ช่วยด้วยหนูถูกฟ้อง   อารัมภบท

    ภายในห้องรับรองสีขาวกว้างขวาง ตกแต่งอย่างเรียบหรู แสงไฟสีอุ่นช่วยขับเน้นบรรยากาศให้อบอุ่น หญิงสาววัยแรกแย้มสองคนนั่งพับเพียบอยู่กลางห้อง รายล้อมด้วยของเล่นสีสันสดใสที่กระจัดกระจายอยู่ทั่วพื้น รอยยิ้มบางแต้มอยู่บนใบหน้าเรียวสวย ร่างเล็กบอบบางถูกขับเน้นด้วยเสื้อปาดไหล่สีขาวประดับโบใหญ่พาดแขนขวา ตัดกับกระโปรงสีชมพูอ่อนที่พลิ้วไหวไปตามจังหวะขยับตัวขัดกับบุคลิกสวยแซ่บอย่างที่ควรจะเป็น ผิวเนียนละเอียดสีน้ำผึ้งสะท้อนแสงไฟแวววาวบ่งบอกถึงสุขภาพที่ดี “เล่นอันนี้ไหมคะ กดแบบนี้ไงคะ” เสียงหวานปนแก่นแก้วแม้จะอายุย่าง 25 ปียังคงไว้ซึ่งความแสบสันเช่นเดิม แต่เมื่อยามคุยกับหลานรักทั้งสองกลับเสียงหวานหยดย้อย พร้อมกับที่เจ้าตัวจับมือน้อย ๆ ของแฝดชายหญิงให้กดลงบนของเล่นชิ้นหนึ่ง ทันทีที่ปุ่มถูกกด เสียงใสของเปียโนก็ดังขึ้นพร้อมไฟกะพริบระยิบระยับ "ว้าววว" เด็กหญิงตัวน้อยตาเป็นประกาย น้ำเสียงใสกังวานเปี่ยมไปด้วยความตื่นเต้น ขณะที่เด็กชายหัวเราะคิกคักชอบใจ แต่เพียงเสี้ยววินาทีเท่านั้น นิ้วป้อม ๆ ของทั้งสองกลับยื้อแย่งแป้นเปียโนกันอย่างไม่มีใครยอมใคร ใบหน้าสวยคมกลับเหลอหลากะพริบตาปริบ ๆ มองเหตุการณ

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status