Share

คุณทนายขา ช่วยด้วยหนูถูกฟ้อง
คุณทนายขา ช่วยด้วยหนูถูกฟ้อง
Penulis: Dogsmilea

อารัมภบท

Penulis: Dogsmilea
last update Tanggal publikasi: 2026-02-13 21:33:18

ภายในห้องรับรองสีขาวกว้างขวาง ตกแต่งอย่างเรียบหรู แสงไฟสีอุ่นช่วยขับเน้นบรรยากาศให้อบอุ่น หญิงสาววัยแรกแย้มสองคนนั่งพับเพียบอยู่กลางห้อง รายล้อมด้วยของเล่นสีสันสดใสที่กระจัดกระจายอยู่ทั่วพื้น รอยยิ้มบางแต้มอยู่บนใบหน้าเรียวสวย ร่างเล็กบอบบางถูกขับเน้นด้วยเสื้อปาดไหล่สีขาวประดับโบใหญ่พาดแขนขวา ตัดกับกระโปรงสีชมพูอ่อนที่พลิ้วไหวไปตามจังหวะขยับตัวขัดกับบุคลิกสวยแซ่บอย่างที่ควรจะเป็น ผิวเนียนละเอียดสีน้ำผึ้งสะท้อนแสงไฟแวววาวบ่งบอกถึงสุขภาพที่ดี

“เล่นอันนี้ไหมคะ กดแบบนี้ไงคะ”

เสียงหวานปนแก่นแก้วแม้จะอายุย่าง 25 ปียังคงไว้ซึ่งความแสบสันเช่นเดิม แต่เมื่อยามคุยกับหลานรักทั้งสองกลับเสียงหวานหยดย้อย พร้อมกับที่เจ้าตัวจับมือน้อย ๆ ของแฝดชายหญิงให้กดลงบนของเล่นชิ้นหนึ่ง ทันทีที่ปุ่มถูกกด เสียงใสของเปียโนก็ดังขึ้นพร้อมไฟกะพริบระยิบระยับ

"ว้าววว"

เด็กหญิงตัวน้อยตาเป็นประกาย น้ำเสียงใสกังวานเปี่ยมไปด้วยความตื่นเต้น ขณะที่เด็กชายหัวเราะคิกคักชอบใจ แต่เพียงเสี้ยววินาทีเท่านั้น นิ้วป้อม ๆ ของทั้งสองกลับยื้อแย่งแป้นเปียโนกันอย่างไม่มีใครยอมใคร

ใบหน้าสวยคมกลับเหลอหลากะพริบตาปริบ ๆ มองเหตุการณ์ตรงหน้าอย่างทำตัวไม่ถูก เมื่อเธอซื้อของเล่นให้หลานทั้งสองอย่างละสองชิ้น แต่กลับกลายเป็นว่าทั้งคู่เลือกที่จะแย่งของชิ้นเดียวกันหาได้สนใจไยดีอีกชิ้นที่นอนเอียงกระเท่เร่ไม่

“อัยหนูอย่าไปแย่งคอร์ทสิลูก อ่ะนี่เอาชิ้นนี้ไปเล่นนะคะ”

หญิงสาวพยายามไกล่เกลี่ย ยื่นของเล่นอีกชิ้นให้อัยหนูแทน แต่เจ้าตัวเล็กชะงักงันเล็กน้อยเมื่อได้ยินเสียงเรียกจน ก่อนจะหันกลับไปแย่งของเล่นจากมือแฝดน้องอย่างไม่ลดละ

เด็กชายตัวน้อยถึงกลับเบ้ปากเมื่อของเล่นในมือถูกพี่สาวฉกไปอีกครั้ง จากเสียงหัวเราะคิกคักกลายเป็นเสียงแว่วเบา ๆ คล้ายจะร้องไห้ การยื้อยุดฉุดกระชากดำเนินไปอีกครู่ใหญ่ จนในที่สุดคนเป็นแม่ที่นั่งมองสถานการณ์มาตลอดเริ่มเห็นท่าไม่ดี จากที่หัวเราะขบขันอยู่เมื่อครู่ก็ต้องรีบวางแก้วกาแฟลงแล้วเอ่ยห้ามปรามลูก ๆ ของตัวเองด้วยน้ำเสียงอ่อนโยนแต่ทว่าหนักแน่น

“ลูกอัยอย่าไปแย่งของเล่นน้องสิคะ แม่สอนว่ายังไงคะ เป็นพี่น้องต้องแบ่งปันกันใช่ไหมคะ”

เสียงอ่อนโยนของผู้เป็นแม่เอ่ยเตือนเบา ๆ ทำให้หนูน้อยอัยที่กำลังยื้อแย่งของเล่นชะงักไป ดวงตากลมโตกะพริบปริบ ๆ ราวกับกำลังประมวลผลคำพูดของมารดาราวกับเข้าใจ หนูอัยค่อย ๆ คลายมือออกจากของเล่นที่ถือไว้ แล้วหันไปรับของเล่นอีกชิ้นจากแม่แทน ด้านคอร์ทแฝดน้องที่นั่งมองอยู่ก็ชั่งใจอยู่ชั่วอึดใจ ก่อนจะทำสิ่งที่ทำให้คนเป็นแม่อดไม่ได้ที่จะอมยิ้ม

เจ้าตัวเล็กค่อย ๆ วางของเล่นชิ้นโปรดลงตรงหน้าพี่สาว แล้วเงยหน้าขึ้นส่งเสียงหัวเราะคิกคักภาพพี่น้องตัวน้อยที่เพิ่งแย่งของเล่นกันเมื่อครู่กลับมาหัวเราะให้กันอย่างไร้เดียงสาทำให้หัวใจของผู้เป็นแม่อบอุ่นยิ่งนัก

“แล้วนั่งหัวเราะได้ตั้งนาน กว่าจะเข้ามาห้ามทัพได้” หนูนาอดไม่ได้ที่จะค่อนขอดพร้อมกับส่งค้อนวงโตไปให้ลัลน์เพื่อนสนิทที่เอาแต่นั่งขำเด็ก ๆ ทะเลาะกันโดยไม่ยอมเข้ามาห้ามตั้งแต่แรก

“เห็นหนูนาทำท่าทางไม่ถูกแล้วมันตลกดีนี่” เจ้าของบ้านว่าพลางหัวเราะเบา ๆ อย่างอารมณ์ดี ยิ่งเห็นหนูนาเบ้ปากใส่ก็ยิ่งขำหนักขึ้นไปอีก

“อ้อเหรอคะคุณแม่ลูกสอง ว่าแต่หลานโตจนขวบหนึ่งแล้ว แต่ยังไม่รู้เลยว่าชื่อหลานทั้งสองความหมายว่าอะไร”

“เป็นป้าแบบไหนเนี่ย ถึงไม่รู้ความหมายชื่อของหลานรัก” ลัลน์ถึงกับส่ายหน้ากับความละเลยของหนูนา ก่อนจะเอื้อมมือไปแตะจมูกเธอเบา ๆ เป็นเชิงหยอกล้อ

“ฉันไม่ใช่ลูกเธอนะย่ะ ทำฉันเป็นเด็กน้อยไปได้” หนูนาทำแก้มพองลม ก่อนจะเบี่ยงหน้าหนีมือของเพื่อนรักที่เอื้อมมาหยอกเธอ

“นั่นสิน้า ~ คนแถวนี้อายุจะเข้ายี่สิบห้าแล้วยังหาแฟนไม่ได้อีก”

“นั่นปากเหรอย่ะยัยลัลน์” หนูนาเท้าสะเอว ถลึงตาใส่เพื่อนอย่างหาเรื่อง ท่ามกลางเสียงหัวเราะคิกคักของเด็กน้อยที่มองดูแม่และป้าเถียงกันอย่างสนุกสนานราวกับกำลังชมการ์ตูนเรื่องโปรด

“จะเลือกใครดีน้า ~ ระหว่างทนายความมาดเข้มสุดหล่อหรือจะเป็นอัยการหนุ่มหล่อตี๋สะอาดตา” ลัลน์ลากเสียงยานคาง ก่อนจะส่งสายตาเจ้าเล่ห์พร้อมรอยยิ้มกรุ้มกริ่ม

“จะใครก็ไม่เอาทั้งนั้นนั่นแหละ ปวดหัว”

“ปวดหัวหรือปวดใจกันแน่น้า ~”

“แต่ก่อนก็ไม่เห็นลัลน์เป็นแบบนี้นี่ เดี๋ยวนี้ติดเชื้อตาบ้านั่นมาแล้วงั้นเหรอ”

"หมายถึงใครล่ะ? ส่วนใหญ่ลัลน์ก็อยู่แต่กับพี่คิณณ์นะ เอ๊ะ! หรือว่าจะหมายถึงพี่เจษกัน? อ๊ะ! ไม่ใช่สิ พี่แดนมากกว่าแน่ ๆ" หนูนาทำเสียงลากยาว พลางหรี่ตามองเพื่อนรักอย่างจับผิด

“พูดไม่เข้าหูกลับบ้านแหละ ชิ” หนูนาทำหน้าบึ้งตึง บอกบุญไม่รับเมื่อถูกเพื่อนรักหยอกล้อไม่หยุด สะบัดตัวลุกขึ้นเตรียมออกจากบ้านเพื่อนอย่างจริงจัง

“เดี๋ยวสิหนูนา เดี๋ยวนี้ขี้น้อยใจไปได้” ลัลน์คว้าข้อมือบางของเพื่อนรักไว้ หัวเราะน้อย ๆ อย่างเอ็นดู

“แล้วใครเริ่มก่อนล่ะ แล้วจะบอกได้หรือยังที่ถามน่ะ”

“อืมม พี่คิณณ์กับลัลน์อยากได้ชื่อแนว ๆ กฎหมายน่ะ หนูอัยก็มาจากอัยการส่วนน้องคอร์ทที่มาจากศาล”

“หืมม มีที่มาที่ไปจังเลย คนต่อไปนี่จะมาจากหน่วยงานไหนล่ะ ตำรวจงี้เหรอ?”

“ว่าแต่หนูนาเถอะ ตอนนี้เป็นยังไงบ้าง”

“หมายถึงเรื่องอะไร” หญิงสาวเลิกคิ้วมองลัลน์ซึ่งนั่งตรงข้ามด้วยความสงสัย

“หนูนายังปล่อยเงินกู้อยู่ไหม”

“ยังปล่อยเหมือนเดิมสิ ชีวิตคนเราต้องหากินนะไม่ได้มีผัวรวยเหมือนใครแถวนี้” เธอยักไหล่ พลางยกแก้วน้ำขึ้นจิบอย่างไม่ยี่หระ พร้อมเอ่ยเหน็บแนมลัลน์ให้หายแค้นจากการซักถามเธอจนพรุนเป็นรูหมดแล้ว

“พูดเหมือนตัวเองจนยังงั้นแหละ” ลัลน์ถึงกลับหลุดขำ แต่ก็หาได้สนใจเสียงค่อนแขวะของเพื่อนไม่พร้อมตอบกลับอย่างไม่ตายไมค์ มือบางลูบหัวสองแฝดเมื่อทั้งสองคลานเข้ามาออดอ้อน

“เป็นผู้หญิงสมัยนี้ต้องเชิดไว้จ้ะเพื่อนสาว ไม่มีผัวไม่ตายแต่ถ้าไม่มีเงินฉันตายแน่” หญิงสาวเอ่ยพลางยักไหล่อย่างสบายๆ

“หนูนาก็ว่าไปนั่น แล้วคิดจะสอบเป็นอัยการแล้วทำไมถึงยังทำอยู่อีกล่ะ” ลัลน์หัวเราะเบาๆ ก่อนจะขมวดคิ้วถามต่อ

“ก็มันมีมาเรื่อย ๆ นี่หน่าจะให้เราทำยังไงล่ะ แถมเงินก็ไม่ใช่น้อยๆ ด้วยจะให้เลิกทันทีมันก็เสียหายสิ”

“แล้วดอกที่หนูนากินไปนี่ก็เยอะอยู่นะ แค่นั้นก็พอแล้วมั้ง”

“เงินต้นยังไม่ได้คืนเลยนี่ เป็นนักกฎหมายทั้งทีอย่าไปเสียเปรียบสิ”

“ระวังเถอะ จะตกม้าตายเพราะกฎหมายนี่แหละ” ลัลน์พูดเสียงหนัก คิดว่าการทำธุรกิจที่เสี่ยงแบบนี้ไม่ควรมีการแอบแฝงหรือหลีกเลี่ยงกฎเกณฑ์มากเกินไป

“แล้วใครจะมาฟ้องฉันล่ะลัลน์ ฉันนี่นะให้กู้เฉพาะคนรู้จักใกล้ตัวทั้งนั้น ใครมันจะกล้าหักหลังไปแจ้งความฉันล่ะ” หนูนาพูดพร้อมยักไหล่ เหมือนกับเรื่องนี้ไม่เคยเป็นปัญหาสำหรับเธอ

“จ้า ๆ เจ้าแม่เงินกู้ปล่อยดอกโหดร้อยละสี่สิบ หนูนารอดมาได้ทุกวันนี้ก็บุญแล้วนะ”

“น้ำพึ่งเรือเสือพึ่งป่า คนเราต้องพึ่งพาเขาพึ่งเงิน ส่วนฉันพึ่งดอกเบี้ยเขาไง”

“กฎหมายให้คิดดอกเบี้ยไม่เกินร้อยละสิบห้าต่อปี นี่หนูนาเล่นร้อยละสี่สิบต่อเดือน โดนฟ้องมาจะอดเป็นอัยการอย่างที่ฝันนะ”

“คนอย่างนันท์นพิน เศรษฐกุลซะอย่างพูดเลยไม่มีวันโดนฟ้องหรอกจ้ะ” หนูนาเอ่ยอย่างมั่นใจ ราวกับทุกอย่างอยู่ภายใต้การควบคุมของเธอ

“เขาว่ากันว่าใจคนมันน่ากลัว วันนี้สนิทกันมาก พรุ่งนี้อาจแตกหักก็ได้” ลัลน์ตอบกลับด้วยน้ำเสียงที่สะท้อนความจริงที่มักจะเกิดขึ้นในชีวิต ซึ่งหนูนาก็รู้ถึงสัจธรรมนี้แต่หาได้ตระหนักไม่

“เขานี่มันใครว่า” หนูนาเอ่ยอย่างทะเล้นหยอกล้อเพื่อนของตนให้คลายความกังวล

“ลัลล์ว่าเองนี่แหละ แล้วนี่จะกลับบ้านไหม พ่อแม่ลัลน์ฝากมะพร้าวน้ำหอมมาให้น่ะ”

“อื้อกลับสิ พ่อแม่ไม่ตามกลับบ้านเลย ฉันเลยต้องอัญเชิญตัวเองกลับบ้านแทน”

“กลับบ้านปลอดภัยนะ ฝากสวัสดีพ่อแม่ด้วย” ลัลน์เดินออกมาพร้อมยื่นถุงมะพร้าวส่งให้หนูนาไปเมื่อถึงรถของหนูนา โดยมีสองแฝดนั่งจุมปุ๊กอยู่หน้าบ้าน

“ฉันไปแล้วนะ ป้ากลับบ้านก่อนนะคะเด็กๆ” หนูนาดึงสองแฝดเข้ามากอดพร้อมหอมแก้มซ้ายขวาจนทั้งสองต่างหัวเราะคิกคักอย่างชอบอกชอบใจ

2 ปีต่อมา...

เช้าวันใหม่เริ่มต้นขึ้นอย่างงดงาม เสียงนกร้องขับขานเบา ๆ เต็มไปด้วยความไพเราะ เสมือนเพลงบรรเลงที่เติมเต็มความสดชื่น แม้บ้านของเธอจะตั้งอยู่กลางเมือง แต่ความร่มรื่นก็ยังคงหล่อเลี้ยงให้ที่นี่เป็นแหล่งหลบพักของนานานกที่บินว่อนทั่วทุกทิศ สายลมอ่อน ๆ พัดผ่านผิวกายจนรู้สึกสดชื่น ต้อนรับเช้าที่เต็มไปด้วยความหวัง

ทว่าความสงบสุขในวันนั้นกลับหายไปอย่างรวดเร็ว ราวกับหมอกควันที่จางหายไปเมื่อแสงอาทิตย์สัมผัส มันหายไปในพริบตา เมื่อเธอได้รับกระดาษเอสี่สีขาวแผ่นหนึ่งเป็นสิ่งที่ทำลายความรื่นรมย์ในเช้านี้ของเธอ สิ่งนั้นก็คือ...หมายเรียกผู้ต้องหานั่นเอง!

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • คุณทนายขา ช่วยด้วยหนูถูกฟ้อง   การเลือกที่ไม่มีสิทธิ์เลือก

    ดนัยมองใบหน้าหวานของหญิงสาวตรงหน้า ที่ถึงแม้จะแต่งแต้มด้วยเครื่องสำอางจนดูโฉบเฉี่ยวและคมสวย แต่ก็ไม่อาจปกปิดความกังวลที่ฉายชัดออกมาได้ หน้าผากเนียนขมวดเป็นรอย คิ้วเรียวสลวยชนกันแน่นราวกับผูกเป็นโบ ริมฝีปากอวบอิ่มขบกันเล็กน้อยอย่างใช้ความคิด จนคนแก่กว่าเห็นแล้วอดสงสารไม่ได้ เห็นเธอตั้งแต่อ้อนแต่ออกเสมือนหลานคนหนึ่งของเขาก็ไม่ปาน อดเอ่ยปลอบหญิงสาวเพื่อคลายความกังวลไม่ได้“อามีทนายเก่ง ๆ คนหนึ่งช่วยหลานได้นะ อาก็นัดเจอเขาวันนี้ อีกสักพักก็คงมาแล้ว เราจะรอเจอเขาไหม”เหมือนเสียงสวรรค์ฉายแววความหวัง ราวกับสวรรค์ได้ชี้นำทางให้เธอ ดวงตากลมโตเปล่งประกายอย่างยินดี เหลืออีกไม่กี่วันแล้วเธอก็ต้องไปตามหมายเรียกแล้วเธอก็ต้องการทนายเป็นที่พึ่งพิงทางจิตใจ ถึงแม้คิณณ์ณภัทรจะชี้แนะแนวทางเธอแล้วก็ตาม แต่เธอถือคติคนเดียวหัวหาย สองคนเพื่อนตายสบายใจดี“คงไม่ใช่แบบที่หนูเจอมานะคะ”“คนนี้มีความสามารถ หนูไว้ใจได้ อาเคยหลอกหนูด้วยเหรอ?”เสียงแหบพร่าตามอายุเอ่ยอย่างนุ่มนวลพยายามสร้างความเชื่อมั่นให้กับเธอไม่ต้องกังวลนัก แต่ถึงจะพูดอย่างนั้นใช่ว่าตัวเขานั้นจะไม่เคยโกหกสาวน้อยคนนี้เสียเมื่อไหร่ เพียงแต่เธอไม่เคยร

  • คุณทนายขา ช่วยด้วยหนูถูกฟ้อง   คำสั่งจากเบื้องบน

    แสงแดดจ้าส่องสว่างลงท่ามกลางกระหม่อมบ่งบอกเป็นเวลาเที่ยงวันแล้วนั้น แต่ทว่าภายในห้องสีขาวม่านหนาสีดำบดบังแสงจากภายนอกจนกลับมืดสนิทไม่อาจเห็นแสงตะวันได้ เสียงลมหายใจแผ่วเบาของใครบางคนผสานเข้ากับเสียงเครื่องปรับอากาศที่ดังสม่ำเสมอ อุณหภูมิที่เย็นเฉียบทำให้ห้องนี้เป็นดั่งโลกอีกใบที่ถูกตัดขาดจากความวุ่นวายภายนอก บนเตียงกว้างคิงไซซ์ร่างเล็กยังคงซุกตัวอยู่ใต้ผ้าห่มนุ่ม ดวงหน้าผุดผ่องแนบลงกับหมอน เส้นผมสีน้ำตาลกระจายอยู่บนผ้าปูเตียงอย่างไร้ระเบียบความเงียบและความเย็นสบายขับกล่อมหญิงสาวเจ้าของห้องให้ดำดิ่งลงสู่ห้วงนิทรา ‘โอ้ ใจเอ๋ยทำไมรักใครช่างง่ายดาย ใจง่ายเกินไปไหมเธอ โอ้ ใจเอ๋ย โอ้ ใจเอ๋ย ทำไมเจ็บไม่จำ’ เสียงริงโทนดังขึ้นจนหญิงสาวที่หลับอุตุนั้นสะดุ้งเฮือกตื่นด้วยความตกใจ คิ้วเรียวขมวดเข้าหากันอย่างขัดใจ มือเรียวควานหาโทรศัพท์ใต้กองหมอนอย่างลวก ๆ ดวงตายังคงปิดสนิท ริมฝีปากอิ่มพึมพำเสียงเบา คล้ายคนยังไม่ตื่นดี ก่อนที่ปลายนิ้วจะสัมผัสหน้าจอเย็นเฉียบแล้วกดรับสาย “ทำอะไรอยู่หา ยัยนา! กว่าจะรับสายพ่อ” เสียงทุ้มต่ำคำรามลอดออกมาจากปลายสาย ทำเอาเ

  • คุณทนายขา ช่วยด้วยหนูถูกฟ้อง   ต้องทำยังไงเธอถึงจะรัก

    “น่าสมเพชตัวเองชะมัด” ทำไมนะถึงได้หลงรักกับคนอย่างเขากันนะ คนอย่างเขามีอะไรดีกัน เทียวไล้เทียวขื่อมาหาเธออยู่เป็นหลายปี แต่ไม่เคยกลับพิสูจน์ให้เธอเห็นหรือมั่นใจได้เลยว่าเขาจะจริงจังกับเธอเธอคิดว่าเธอใจแข็งมากพอ คิดว่าหัวใจของเธอไม่อ่อนไหวไปกับผู้ชายแบบนั้น แต่สุดท้ายก็แพ้...แพ้ให้กับคำพูดกึ่งเล่นกึ่งจริงของเขา แพ้ให้กับแววตาที่ทำให้เธอสั่นไหวอยู่เสมอเธอกลัวเพียงว่าการที่เขายังตามตอแยเธอจนถึงทุกวันนี้เพราะว่าอยากเอาชนะเธอหรือเปล่าก็ไม่อาจทราบได้ บางที...ที่เขายังตามตอแยเธออยู่อาจเป็นเพียงเพราะว่าเขาไม่เคยถูกเธอปฏิเสธจริง ๆ จัง ๆ มาก่อนเธอคงไม่ใช่คนพิเศษสำหรับเขา เธออาจเป็นเพียงแค่ของเล่นที่เขาอยากเอาชนะก็เป็นได้ ไม่มีใครสามารถรู้ถึงความคิดเขาได้นอกจากตัวของชายหนุ่มเองหลังจากคืนนั้นเธอก็หลบหน้าเขาตลอด แต่เมื่อจำเป็นต้องเจอหน้ากันเธอก็บอกให้เขาลืมไปซะ ถึงเธอเคยพูดกับเขาแบบนั้น แต่เขากลับแค่ยกยิ้มบาง ๆ ไม่ได้พูดอะไรสักคำ ท่าทางของเขาเหมือนกำลังรออะไรบางอย่างจากเธอ แต่เธอไม่มีอะไรจะให้เขาอีกแล้วอย่างคณาภัทรนั้นเธอรู้ว่าเขานั้นไม่ได้จริงจังที่จะจีบเธอเพียงแต่จะแกล้งเพื่อนรักของเขาอย่างเ

  • คุณทนายขา ช่วยด้วยหนูถูกฟ้อง   เรื่องในคืนนั้น

    หญิงสาวรูปร่างบอบบางตัวเล็กสเป็คชายไทย แม้จะไม่ได้ผิวขาวตามพิมพ์นิยม แต่เมื่อเธอสวมเดรสกำมะหยี่สีดำเปิดไหล่ เผยให้เห็นเรือนร่างอรชรและส่วนเว้าส่วนโค้งที่ธรรมชาติรังสรรค์มาอย่างงดงาม ความโฉบเฉี่ยวของเมกอัพที่แต่งแต้มบนใบหน้าช่วยขับเน้นให้เธอดูมีเสน่ห์เย้ายวนยิ่งขึ้น เส้นผมสีน้ำตาลยาวสลวยที่ถูกจัดแต่งเป็นลอนคลื่นดูพลิ้วไหว ยิ่งเพิ่มเสน่ห์ชวนหลงใหลเมื่อหญิงสาวก้าวเท้าเดินเข้ามาในผับหรู เสียงเบสหนัก ๆ กระแทกเข้าโสตประสาท ร่างกายของผู้คนโยกไหวไปตามจังหวะเพลงที่กึกก้อง แสงไฟสีแดง น้ำเงิน ม่วงวูบวาบสลับกันไปสาดกระทบสะท้อนบรรยากาศที่อบอวลไปด้วยกลิ่นเหล้า น้ำหอม และควันบุหรี่จาง ๆสายตาของชายหนุ่มนับไม่ถ้วนจับจ้องมาที่เธอเป็นจุดเดียว ทว่าเจ้าของเรือนร่างเย้ายวนกลับหาได้สนใจไม่ เธอเดินต่อไปยังห้อง VIP อย่างมั่นใจ มุมเงียบสงบที่ถูกแยกออกจากความวุ่นวาย ด้านในตกแต่งอย่างหรูหรา โซฟานุ่มสบาย และเครื่องดื่มระดับพรีเมียมที่มีราคาแพงกว่าด้านนอกหลายเท่า ถึงแม้เดรสตัวสั้นที่เธอสวมจะเผยเรียวขาเหนือหัวเข่าขึ้นมาหลายคืบก็ตาม“ไม่ทราบว่าคุณผู้หญิงจะรับเครื่องดื่มอะไรดีครับ”“เอาเป็นเหล้ายินแล้วกันค่ะ” หญิงส

  • คุณทนายขา ช่วยด้วยหนูถูกฟ้อง   ถึงเธอเมื่อ 5 ปีที่แล้ว

    นี่มันผ่านมานานเท่าไหร่แล้วนะ… ตั้งแต่วันนั้น วันที่เธอได้พบกับเขาเป็นครั้งแรก ความหวั่นไหวที่ก่อตัวขึ้นในใจไม่เคยเลือนหายไปตามกาลเวลา กลับยิ่งทวีคูณขึ้นเรื่อย ๆ อย่างห้ามไม่อยู่ เธอได้แต่นั่งเหม่อลอย จ้องมองเพดานห้องอันมืดมิด ปล่อยให้ความทรงจำในวันแรกที่พบกันย้อนกลับมาอีกครั้ง5 ปีที่แล้ว...หญิงสาวหยุดยืนอยู่หน้าอาคารสีขาวสะอาดตา ดวงตาเฉี่ยวคมราวกับเหยี่ยวที่มักแต่แต้มด้วยเครื่องสำอาง กลับเปลือยเปล่าไร้การตกแต่งใด ๆ มีเพียงร่องรอยจาง ๆ บริเวณหางตาที่บ่งบอกว่าเพิ่งผ่านการร้องไห้มาอย่างหนักสายตาที่ทอดยาวไปเบื้องหน้าดูเลื่อนลอย คล้ายจะมองอาคารตรงหน้าทว่ากลับไม่ได้สังเกตจริง ๆ ก่อนที่เธอจะถอนหายใจแผ่วเบา แล้วตัดสินใจก้าวเข้าไปในสำนักงานเพื่อตามหาเพื่อนรักอย่างลัลน์ที่ไม่ได้รับโทรศัพท์เธอก๊อก ๆเมื่อหยุดอยู่หน้าห้อง เธอเคาะประตูเป็นเชิงบอกกล่าวให้คนข้างในรับรู้ถึงการมาถึงของตน ก่อนเสียงตอบรับจากภายในดังขึ้น เธอจึงผลักบานประตูเข้าไป สิ่งแรกที่สัมผัสได้คือแสงสีขาวสว่างเจิดจ้าแตกต่างจากด้านนอกที่แสงอาทิตย์กำลังลับขอบฟ้าไปอย่างรวดเร็ว ทั้งที่เพิ่งเป็นเวลาเพียงห้าโมงเย็นเท่านั้นภายในห้องทำ

  • คุณทนายขา ช่วยด้วยหนูถูกฟ้อง   ทางออก

    ก๊อก ๆเสียงเคาะประตูดังขึ้น ขัดจังหวะความคิดที่กำลังวุ่นวายอยู่ในหัว หญิงสาวถอนหายใจเฮือกใหญ่ รู้สึกเหนื่อยหน่ายกับความวุ่นวายในวันนี้เหลือเกิน ราวกับโลกไม่ยอมให้เธอได้อยู่เงียบๆ กับตัวเองแม้สักนาที แต่ถึงจะบ่นในใจ เธอก็ยอมลุกขึ้นไปเปิดประตูโดยดี“ว่าไงครับหนูตะเภา ยังอยู่ดีใช่ไหม”เสียงกวนอารมณ์พร้อมรอยยิ้มกวนประสาทของเจ้าของคำพูด ทำให้เธอแทบอยากปิดประตูใส่หน้า ปากแบบนี้มีอยู่คนเดียว ไม่รู้ว่ามาเพื่อกวนโมโหอะไรอีก ทั้งที่เธอเครียดจนหัวจะระเบิดอยู่แล้ว แต่เขายังมีหน้ามายืนลอยหน้าลอยตาอยู่อีก ก่อนที่เธอจะได้เปิดปากไล่ กลับเป็นเสียงทุ้มอ่อนโยนของใครอีกคนที่ดังขึ้นเสียก่อน“เราไหวไหม หืม?”มือหนาแตะลงบนศีรษะของเธอ ลูบเบาๆ อย่างอ่อนโยน แตกต่างจากท่าทางเถื่อนๆ ของเพื่อนเขาลิบลับ เจษฎาเห็นเพื่อนตัวดีถึงเนื้อถึงตัวกับคนที่เขาชอบก็แทบเดือดพล่าน ควันออกหู ก่อนตะโกนเสียงเข้ม“มึงเอามือออกไปไอ้แดน!”“ก็ไม่เห็นน้องว่ายังไงนี่ มึงเสือกอะไร ผัวก็ไม่ใช่” คณาภัทรปล่อยหมัดฮุคเข้ากลางใจเจษฎาเต็มแรง เรียกได้ว่าชนะน็อกไปแบบไร้ข้อโต้แย้งเจษฎากำหมัดแน่น หงุดหงิดจนแทบระเบิด แต่ยังไม่ทันได้โต้กลับ เสียงหวา

  • คุณทนายขา ช่วยด้วยหนูถูกฟ้อง   หมายเรียก!?

    ‘หมายเรียกผู้ต้องหา ครั้งที่ ๑ คดีระหว่าง พ.ต.ต. ภีมพัฒน์ จรัญศิริ ผู้กล่าวหา กับ นางสาวนันท์นพิน เศรษฐกุล ผู้ต้องหา ด้วยเหตุที่ท่านต้องหาว่า “คิดอัตราดอกเบี้ยเกินกว่าที่กฎหมายกำหนด” ฉะนั้นให้นางสาวนันท์นพิน เศรษฐกุล ผู้ต้องหา ไป ณ ที่ห้องพนักงานสอบสวน พบ พ.ต.ต.ทศพล ทรัพย์เจริญ พนักงานสอบสวนเจ้าข

  • คุณทนายขา ช่วยด้วยหนูถูกฟ้อง   ใครกันแน่... ที่เป็นคนทรยศ 💀

    “ห่ะ!!!” เสียงของรินทร์และลัลน์ดังขึ้นพร้อมกันด้วยความตกใจขีดสุด ทั้งสองคนอ้าปากค้างแทบจะทันที ไม่อยากเชื่อสิ่งที่ได้ยินจากปากของเพื่อนรัก “นะ...นี่แกร้อนเงินถึงขนาดต้องไปทำกิจการดำมืดเชียวหรือยัยหนูนา แค่เงินที่แกได้จากดอกแสนแพงนั่น ก็น่าจะเพียงพอแล้วมั้ง” รินทร์อุทานเสียงสูง ไม่อาจปกปิดความตกใจ

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status