Share

หมายเรียก!?

Penulis: Dogsmilea
last update Tanggal publikasi: 2026-02-13 21:33:46

‘หมายเรียกผู้ต้องหา ครั้งที่ ๑ คดีระหว่าง พ.ต.ต. ภีมพัฒน์ จรัญศิริ ผู้กล่าวหา กับ นางสาวนันท์นพิน เศรษฐกุล ผู้ต้องหา ด้วยเหตุที่ท่านต้องหาว่า “คิดอัตราดอกเบี้ยเกินกว่าที่กฎหมายกำหนด”

ฉะนั้นให้นางสาวนันท์นพิน เศรษฐกุล ผู้ต้องหา ไป ณ ที่ห้องพนักงานสอบสวน พบ พ.ต.ต.ทศพล ทรัพย์เจริญ พนักงานสอบสวนเจ้าของคดี ในวันที่ ๓๐ เดือนมกราคม พ.ศ. ๒๕๖๙ เวลา ๑๐.๐๐ นาฬิกา’

“นี่มันอะไรกัน...”

หนูนาพึมพำอย่างงุนงง เมื่อได้รับซองเอกสารจากไปรษณีย์ เปิดออกดูแล้วดวงตากลมโตพลันเบิกกว้าง เมื่อพบว่าเป็นหมายเรียกข้อหาคิดอัตราดอกเบี้ยเกินกว่าที่กฎหมายกำหนด

ว่ายังนะคิดดอกเบี้ยเกินกฎหมาย? เธออ่านซ้ำอีกครั้งเพื่อให้แน่ใจว่าเธอนั้นอ่านผิดหรือไม่ นี่มันเรื่องบ้าอะไรกัน! ใครกันที่ไปแจ้งความเธอ? ไม่แน่จริงสินะ ถึงได้เล่นลอบกัดกันแบบนี้ หญิงสาวกำซองเอกสารในมือแน่น กวาดสายตาหาชื่อคนแจ้งความ แต่กลับเจอเพียงชื่อของพนักงานสอบสวนเท่านั้น

เชื่อเขาเลย! หญิงสาวได้เพียงแต่สบถอยู่ในใจ หมดกันอนาคตที่จะสอบอัยการ นี่สินะคนเราไม่เห็นโลงศพไม่หลั่งน้ำตา

"แล้วนี่มันอะไรอีกล่ะ?" หญิงสาวหยิบมันขึ้นมาเปิดอ่าน แล้วต้องขมวดคิ้วมุ่น

“หมายเรียกผู้ต้องหา…อีกใบ?”

นี่มันเรื่องอะไรกัน ทำไมเธอถึงโดนหมายเรียกสองใบ! ทั้งที่สิ่งที่เธอทำผิดกฎหมายมีแค่คิดดอกเบี้ยพอหอมปากหอมคอเท่านั้นเอง แล้วข้อหาอะไรที่มันจะหนักหนาขนาดต้องมีหมายเรียกถึงสองใบกัน!

‘หมายเรียกผู้ต้องหา ครั้งที่ ๑ อาศัยอำนาจตามประมวลกฎหมายพิจารณาความอาญา พุทธศักราช ๒๔๗๗ มาตรา ๕๒ หมายมายัง นางสาวนันท์นพิน เศรษฐกุล

ด้วยพนักงานสอบสวน กลุ่มงานสอบสวนและตรวจสอบทรัพย์สิน กองบังคับการตำรวจปราบปรามยาเสพติด ๑ กองบัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด ดำเนินคดีข้อหาฟอกเงินฯ

จึงขอออกหมายเรียกผู้ต้องหาไปยัง นางสาวนันท์นพิน เศรษฐกุล ผู้ต้องหา เพื่อแจ้งข้อหาประกอบสำนวนการสอบสวน

ฉะนั้น ให้ท่านไป ณ ที่กลุ่มงานสอบสวนและตรวจสอบทรัพย์สิน กองบังคับการตำรวจปราบปรามยาเสพติด ๑ กองบัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด ในวันที่ ๒๙ เมษายน ๒๕๖๙ เวลา ๐๙.๐๐ นาฬิกา’

"นี่มันเรื่องบ้าอะไรกัน... ข้อหาฟอกเงินนี่นะ!?"

หนูนาถึงกับยืนตะลึงอยู่หน้าบ้าน ดวงตาไล่อ่านตัวหนังสือในเอกสารอีกครั้งราวกับหวังว่าตัวอักษรเหล่านั้นจะเปลี่ยนไป แต่มันก็ยังคงเป็นคำเดิม "ข้อหาฟอกเงินฟอกเงิน"

เธอไม่ได้ทำธุรกิจเงามืดอะไรเลยนะ ทำไมมันถึงเป็นแบบนี้ได้กัน หัวใจเธอเต้นแรงขึ้นมาอย่างห้ามไม่ได้ ตอนแรกคิดว่าข้อหาคิดดอกเบี้ยเกินกฎหมายแค่เล็กน้อยก็แย่แล้ว แต่นี่กลับกลายเป็นว่าถูกโยงไปถึงคดีฟอกเงิน แบบนี้มันไม่ใช่เรื่องเล่น ๆ อีกต่อไปแล้ว

แบบนี้เห็นทีเธอจะอยู่บ้านไม่ได้แล้ว ถ้าพ่อแม่เธอรู้เข้า เธอคงไม่แค่ถูกดุด่าแน่ แต่พวกท่านอาจถึงขั้นตัดออกจากกองมรดก หรือเลวร้ายกว่านั้นคือเนรเทศเธอออกจากบ้าน!

ไม่รีรอให้ถูกด่า หนูนาก็คว้ากุญแจรถก่อนจะรีบเดินตรงไปยังรถของตัวเอง แต่ถึงจะรีบแค่ไหน เธอก็ยังไม่ลืมหน้าที่ลูกที่ดี เธอหยิบโทรศัพท์ขึ้นมา ทิ้งข้อความบอกพ่อแม่ไว้ว่าขอกลับคอนโดแล้ว ด้วยข้ออ้างที่ว่าเธอต้องไปรีบปั่นวิจัยจนจบ

จากนั้นก็กดส่งทันทีโดยไม่รอให้พวกท่านตอบกลับ ก่อนจะเหยียบคันเร่งขับออกไปอย่างรวดเร็ว ต้องรีบหนีไปตั้งหลักก่อนที่พายุจะโหมกระหน่ำเข้ามาเต็มแรง!

ใช้เวลาไม่นาน หนูนาก็ขับรถมาถึงคอนโด ก่อนจะเปิดประตูห้องสีขาวอย่างรวดเร็ว มือเรียวล้วงควานหาโทรศัพท์ในกระเป๋าแบรนด์เนมอย่างร้อนรน แล้วรีบกดต่อสายหาเพื่อนรักทั้งสองทันที

เพียงไม่นาน หน้าจอโทรศัพท์ก็ปรากฏสายเรียกเข้าจากวิดีโอคอล หนูนากดรับก่อนจะพบกับใบหน้าของรินทร์ที่ฉายรอยยิ้มเจ้าเล่ห์

“ว่าไงจ๊ะสาววว จะชวนไปดริ๊งหรือว่าไงจ๊ะ ทางนี้พร้อมเสมอ!”

“นอกจากผับกับเหล้า แกมีอะไรอยู่ในหัวบ้าง ห้ะ ยัยรินทร์” หนูนาได้ยินเช่นนั้นถึงกับขมวดคิ้วก่อนจะเบ้ปากใส่หน้าจอ

“คนเรามันต้องผ่อนคลายกันบ้างสิ ทำงานมาเหนื่อย ๆ ก็ต้องไปดริ๊งนี่แหละ” รินทร์ว่าพลางหัวเราะคิกคัก ดวงตาเป็นประกายราวกับพร้อมออกไปปาร์ตี้ได้ทุกเมื่อ

“ระวังตับแกไว้ให้ดีเถอะ” หนูนาถอดถอนหายใจออกมาอย่างเหนื่อยหน่าย ไม่ว่าจะมรสุมที่ก่อตัวขึ้นหรือจะเป็นเพื่อนรักที่ไม่จับสังเกตอะไรเธอเลยสนใจแต่เพียงเหล้าเท่านั้น สงสัยต้องเลิกคบมันแล้วให้ไปคบกับเหล้าของโปรดมันแทน

“แล้วโทรมานี่มีธุระอะไรจ๊ะ ถ้าไม่ใช่เรื่องเที่ยว”

“สำคัญมากสิ หมายเรียกมาที่บ้านฉันเนี่ย” หนูนาเอ่ยเสียงเครียด ขณะที่มือกอบกุมกระดาษสีขาวแน่นจนมือขาวซีดจากแรงบีบนั้น

“แกก็แค่ไปสิ ศาลแค่เรียกตัวไปเป็นพยานทำอย่างกับมีเรื่องอะไรใหญ่โต”

“ตลกแล้วยัยรินทร์ ฉันถูกหมายเรียกผู้ต้องหาต่างหาก!”

หนูนาตอบกลับด้วยน้ำเสียงขึงขัง ความกังวลฉายชัดผ่านดวงตา ในจังหวะเดียวกันนั้น ลัลน์ก็กดเข้าร่วมสายวิดีโอคอลพอดี และเพิ่งได้ยินคำสุดท้ายของบทสนทนา

“อะไรนะหนูนา ลัลน์ได้ยินผิดไปใช่ไหม” เสียงของลัลน์สั่นเครือ ดวงตาเบิกกว้างอย่างตกตะลึง หัวใจเต้นแรงด้วยความไม่คาดคิดกับสิ่งที่เธอพึ่งจะได้ยิน

“ฮือออ ลัลน์จ๋าฉันโดนข้อหาเรียกดอกเบี้ยเกินกฎหมาย”

“หือ แล้วเป็นยังไงบ้าง คุณลุงศิริชัยกับคุณป้าญาวิณีย์รู้หรือยัง”

“จะให้รู้ได้ยังไงล่ะ ฉันก็โดนแพ่นกระบาลพอดีน่ะสิ” หนูนาเอ่ยเสียงสั่นเครือผสมความขุ่นเคือง แม้จะกังวล แต่ยังอดบ่นไม่ได้

“สมน้ำหน้า เตือนแล้วไม่ฟัง” รินทร์ยังคงพูดแทนใจดำด้วยน้ำเสียงกวนตามนิสัย แม้สถานการณ์จะเคร่งเครียด

“รินทร์พูดจาให้มันดี”

เสียงทุ้มต่ำและราบเรียบของคิณณ์ดังขึ้น ขัดจังหวะบทสนทนาโดยสิ้นเชิง ส่งผลให้ปลายสายทั้งสองชะงัก รินทร์ที่เคยพูดจายียวนกลับเงียบสนิท สีหน้าซีดเผือดราวกับเพิ่งตระหนักว่าเธออาจจะล้อเล่นผิดจังหวะเข้าให้แล้ว

“แล้วเราจะทำยังไงดีล่ะ? เรื่องใหญ่แล้วสิ เราควรมอบตัวไหม เอ๊ะหรือว่าสารภาพดี แต่ฉันไม่อยากติดคุกนี่!” หนูนาเริ่มเสียสติ เสียงของเธอสั่นพร่า พูดจาตะกุกตะกัก และเหมือนจินตนาการไปไกลเกินกว่าความเป็นจริงจนกู่ไม่กลับเสียแล้ว

“หนูนาใจเย็นก่อนนะ ลองคุยกับพี่คิณณ์ก่อน”

“นั่นสิพี่ฉันอยู่ด้วยขนาดนี้ ถ้าไม่มีทางออกค่อยโวยวายทีหลังก็ได้” รินทร์ที่เมื่อครู่ยังเงียบสนิท พยายามเอาตัวรอดจากสถานการณ์ด้วยการเบี่ยงเบนความสนใจของหนูนา

“อืม ไหนเล่าให้สิ” เสียงของคิณณ์ยังคงราบเรียบและทรงอำนาจดังเดิม เขาเป็นคนที่ไม่พูดมาก ยกเว้นแต่กับเมียรักที่ดูเหมือนจะได้รับสิทธิพิเศษมากกว่าคนอื่น ก็แน่นอนอยู่แล้วเขาเทิดทูนเมียยิ่งกว่าอะไร

“คือหนูให้คนอื่นกู้เงินหลายราย แต่ให้กู้เฉพาะคนรู้จักเท่านั้น ทีนี้หนูก็เลยให้กู้ไปเป็นล้านอยู่ หนูเลยขอคิดดอกร้อยละสี่สิบ พวกนั้นก็โอเคกับดอกที่หนูคิดนะ ไม่เห็นจะทักท้วงอะไรเลย พอไม่มีเงินคืนกลายเป็นว่ามาแจ้งความจับหนูเฉย”

เสียงของหนูนาสั่นเครือไปตามคำบอกเล่า ดวงตาของเธอเต็มไปด้วยความสับสนและวิตกกังวล เธอรู้ดีว่าเธอทำสิ่งที่ผิด แต่ก็ไม่เคยคาดคิดว่าความผิดพลาดเล็กน้อยจะนำไปสู่ปัญหาใหญ่โตเช่นนี้

“แกเล่าให้ครบด้วยสิว่าร้อยละสี่สิบน่ะไม่ใช่ต่อปี แต่เป็นต่อเดือนต่างหาก” รินทร์พูดขึ้นอย่างขัดจังหวะ ขณะที่หนูนากำลังเล่าเรื่องไปแบบไร้สติ รินทร์จับได้ว่ามีจุดบกพร่องที่สำคัญในคำพูดตกหล่นไป

“อืม ใช่เล่นนะ” คิณณ์ถึงกลับคิ้วกระตุก พลางค่อนขอดในใจว่าเป็นนักกฎหมายประสาอะไรถึงพลาดท่าให้กับหลักกฎหมายทั่วไปเช่นนี้

“พอมีทางไหมคะพี่คิณณ์”

หนูนาเสียงค่อย ลมหายใจที่สั่นสะท้านบ่งบอกถึงความกลัวที่เธอไม่สามารถปกปิดได้ คิณณ์ที่เป็นอดีตผู้พิพากษายังทำหน้าตึงเครียดเช่นนี้ เธอเริ่มรู้สึกว่าอาจจะไม่มีทางออกจริง ๆ

คิณณ์เงียบไปครู่หนึ่ง มองหนูนาที่ทำหน้าหมองหม่นราวกับหลงทางในความมืด สายตาของเขาจับจ้องไปที่เพื่อนเมีย ก่อนที่ลัลน์จะเป็นคนแรกที่เปิดปากถามขึ้น

“ว่าไงคะ พอจะช่วยไม่ให้หนูนาไม่ต้องโทษไหมคะ” คำถามของลัลน์เบา ๆ แต่มันชัดเจนและเต็มไปด้วยความหวัง ซึ่งตรงข้ามกับความหม่นหมองที่สาดส่องจากดวงตาของหนูนาที่ไม่อาจหาทางออกได้

“ถ้าข้อเท็จจริงมีแค่นี้จริงๆ วันนัดก็ไปสารภาพซะแล้วก็ไปคุยกับลูกหนี้ ถึงแม้จะไม่ช่วยอะไรก็เถอะ แต่ศาลจะได้รอลงอาญาไม่ต้องไปนอนในคุก”

“คงมีแต่ทางนี้สินะคะ” หนูนาบ่นพึมพำเสียงเบา ความรู้สึกผิดของเธอแผ่ขยายไปทั่วร่างกาย เสียงของเธอแผ่วเบาเหมือนหลุดออกมาจากความรู้สึกอับจนไม่มีทางออก

“เรื่องนี้ไม่ใช่ปัญหาใหญ่หรอก แกวางใจได้ หายสติเตลิดได้แล้ว”

รินทร์กล่าวปลอบประโลมเพื่อนให้หนูนาคลายความวิตกกังวลไปบ้าง เธอก็ทำงานได้หลายปีแล้วพอมีประสบการณ์บ้างซึ่งแตกต่างจากเพื่อนทั้งสองที่คนหนึ่งเป็นอาจารย์สอนกฎหมายในครั้งคราว กับอีกคนหนึ่งนั้นเรียนต่อปริญญาโท เธอจึงรู้ดีว่าสถานการณ์เช่นนี้สามารถจัดการได้ ถ้าคิดอย่างมีเหตุผล

“มันไม่ใช่แค่นั้นนี่สิ” เสียงของหนูนาสั่นเครือเล็กน้อย น้ำเสียงแสดงถึงความวิตกกังวลอย่างสุดขีด หยาดน้ำตาใสเริ่มคลออยู่ที่ขอบตา ความรู้สึกสับสนและกลัวเข้าครอบงำ

“มีอะไรงั้นเหรอหนูนา” ลัลน์ได้ยินเพื่อนพูดดังนั้นเริ่มใจไม่ดีเป็นคำรบที่สอง

“ก็ฉันถูกตั้งข้อหาฟอกเงินด้วยน่ะสิ”

“ห่ะ!!!”

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • คุณทนายขา ช่วยด้วยหนูถูกฟ้อง   การเลือกที่ไม่มีสิทธิ์เลือก

    ดนัยมองใบหน้าหวานของหญิงสาวตรงหน้า ที่ถึงแม้จะแต่งแต้มด้วยเครื่องสำอางจนดูโฉบเฉี่ยวและคมสวย แต่ก็ไม่อาจปกปิดความกังวลที่ฉายชัดออกมาได้ หน้าผากเนียนขมวดเป็นรอย คิ้วเรียวสลวยชนกันแน่นราวกับผูกเป็นโบ ริมฝีปากอวบอิ่มขบกันเล็กน้อยอย่างใช้ความคิด จนคนแก่กว่าเห็นแล้วอดสงสารไม่ได้ เห็นเธอตั้งแต่อ้อนแต่ออกเสมือนหลานคนหนึ่งของเขาก็ไม่ปาน อดเอ่ยปลอบหญิงสาวเพื่อคลายความกังวลไม่ได้“อามีทนายเก่ง ๆ คนหนึ่งช่วยหลานได้นะ อาก็นัดเจอเขาวันนี้ อีกสักพักก็คงมาแล้ว เราจะรอเจอเขาไหม”เหมือนเสียงสวรรค์ฉายแววความหวัง ราวกับสวรรค์ได้ชี้นำทางให้เธอ ดวงตากลมโตเปล่งประกายอย่างยินดี เหลืออีกไม่กี่วันแล้วเธอก็ต้องไปตามหมายเรียกแล้วเธอก็ต้องการทนายเป็นที่พึ่งพิงทางจิตใจ ถึงแม้คิณณ์ณภัทรจะชี้แนะแนวทางเธอแล้วก็ตาม แต่เธอถือคติคนเดียวหัวหาย สองคนเพื่อนตายสบายใจดี“คงไม่ใช่แบบที่หนูเจอมานะคะ”“คนนี้มีความสามารถ หนูไว้ใจได้ อาเคยหลอกหนูด้วยเหรอ?”เสียงแหบพร่าตามอายุเอ่ยอย่างนุ่มนวลพยายามสร้างความเชื่อมั่นให้กับเธอไม่ต้องกังวลนัก แต่ถึงจะพูดอย่างนั้นใช่ว่าตัวเขานั้นจะไม่เคยโกหกสาวน้อยคนนี้เสียเมื่อไหร่ เพียงแต่เธอไม่เคยร

  • คุณทนายขา ช่วยด้วยหนูถูกฟ้อง   คำสั่งจากเบื้องบน

    แสงแดดจ้าส่องสว่างลงท่ามกลางกระหม่อมบ่งบอกเป็นเวลาเที่ยงวันแล้วนั้น แต่ทว่าภายในห้องสีขาวม่านหนาสีดำบดบังแสงจากภายนอกจนกลับมืดสนิทไม่อาจเห็นแสงตะวันได้ เสียงลมหายใจแผ่วเบาของใครบางคนผสานเข้ากับเสียงเครื่องปรับอากาศที่ดังสม่ำเสมอ อุณหภูมิที่เย็นเฉียบทำให้ห้องนี้เป็นดั่งโลกอีกใบที่ถูกตัดขาดจากความวุ่นวายภายนอก บนเตียงกว้างคิงไซซ์ร่างเล็กยังคงซุกตัวอยู่ใต้ผ้าห่มนุ่ม ดวงหน้าผุดผ่องแนบลงกับหมอน เส้นผมสีน้ำตาลกระจายอยู่บนผ้าปูเตียงอย่างไร้ระเบียบความเงียบและความเย็นสบายขับกล่อมหญิงสาวเจ้าของห้องให้ดำดิ่งลงสู่ห้วงนิทรา ‘โอ้ ใจเอ๋ยทำไมรักใครช่างง่ายดาย ใจง่ายเกินไปไหมเธอ โอ้ ใจเอ๋ย โอ้ ใจเอ๋ย ทำไมเจ็บไม่จำ’ เสียงริงโทนดังขึ้นจนหญิงสาวที่หลับอุตุนั้นสะดุ้งเฮือกตื่นด้วยความตกใจ คิ้วเรียวขมวดเข้าหากันอย่างขัดใจ มือเรียวควานหาโทรศัพท์ใต้กองหมอนอย่างลวก ๆ ดวงตายังคงปิดสนิท ริมฝีปากอิ่มพึมพำเสียงเบา คล้ายคนยังไม่ตื่นดี ก่อนที่ปลายนิ้วจะสัมผัสหน้าจอเย็นเฉียบแล้วกดรับสาย “ทำอะไรอยู่หา ยัยนา! กว่าจะรับสายพ่อ” เสียงทุ้มต่ำคำรามลอดออกมาจากปลายสาย ทำเอาเ

  • คุณทนายขา ช่วยด้วยหนูถูกฟ้อง   ต้องทำยังไงเธอถึงจะรัก

    “น่าสมเพชตัวเองชะมัด” ทำไมนะถึงได้หลงรักกับคนอย่างเขากันนะ คนอย่างเขามีอะไรดีกัน เทียวไล้เทียวขื่อมาหาเธออยู่เป็นหลายปี แต่ไม่เคยกลับพิสูจน์ให้เธอเห็นหรือมั่นใจได้เลยว่าเขาจะจริงจังกับเธอเธอคิดว่าเธอใจแข็งมากพอ คิดว่าหัวใจของเธอไม่อ่อนไหวไปกับผู้ชายแบบนั้น แต่สุดท้ายก็แพ้...แพ้ให้กับคำพูดกึ่งเล่นกึ่งจริงของเขา แพ้ให้กับแววตาที่ทำให้เธอสั่นไหวอยู่เสมอเธอกลัวเพียงว่าการที่เขายังตามตอแยเธอจนถึงทุกวันนี้เพราะว่าอยากเอาชนะเธอหรือเปล่าก็ไม่อาจทราบได้ บางที...ที่เขายังตามตอแยเธออยู่อาจเป็นเพียงเพราะว่าเขาไม่เคยถูกเธอปฏิเสธจริง ๆ จัง ๆ มาก่อนเธอคงไม่ใช่คนพิเศษสำหรับเขา เธออาจเป็นเพียงแค่ของเล่นที่เขาอยากเอาชนะก็เป็นได้ ไม่มีใครสามารถรู้ถึงความคิดเขาได้นอกจากตัวของชายหนุ่มเองหลังจากคืนนั้นเธอก็หลบหน้าเขาตลอด แต่เมื่อจำเป็นต้องเจอหน้ากันเธอก็บอกให้เขาลืมไปซะ ถึงเธอเคยพูดกับเขาแบบนั้น แต่เขากลับแค่ยกยิ้มบาง ๆ ไม่ได้พูดอะไรสักคำ ท่าทางของเขาเหมือนกำลังรออะไรบางอย่างจากเธอ แต่เธอไม่มีอะไรจะให้เขาอีกแล้วอย่างคณาภัทรนั้นเธอรู้ว่าเขานั้นไม่ได้จริงจังที่จะจีบเธอเพียงแต่จะแกล้งเพื่อนรักของเขาอย่างเ

  • คุณทนายขา ช่วยด้วยหนูถูกฟ้อง   เรื่องในคืนนั้น

    หญิงสาวรูปร่างบอบบางตัวเล็กสเป็คชายไทย แม้จะไม่ได้ผิวขาวตามพิมพ์นิยม แต่เมื่อเธอสวมเดรสกำมะหยี่สีดำเปิดไหล่ เผยให้เห็นเรือนร่างอรชรและส่วนเว้าส่วนโค้งที่ธรรมชาติรังสรรค์มาอย่างงดงาม ความโฉบเฉี่ยวของเมกอัพที่แต่งแต้มบนใบหน้าช่วยขับเน้นให้เธอดูมีเสน่ห์เย้ายวนยิ่งขึ้น เส้นผมสีน้ำตาลยาวสลวยที่ถูกจัดแต่งเป็นลอนคลื่นดูพลิ้วไหว ยิ่งเพิ่มเสน่ห์ชวนหลงใหลเมื่อหญิงสาวก้าวเท้าเดินเข้ามาในผับหรู เสียงเบสหนัก ๆ กระแทกเข้าโสตประสาท ร่างกายของผู้คนโยกไหวไปตามจังหวะเพลงที่กึกก้อง แสงไฟสีแดง น้ำเงิน ม่วงวูบวาบสลับกันไปสาดกระทบสะท้อนบรรยากาศที่อบอวลไปด้วยกลิ่นเหล้า น้ำหอม และควันบุหรี่จาง ๆสายตาของชายหนุ่มนับไม่ถ้วนจับจ้องมาที่เธอเป็นจุดเดียว ทว่าเจ้าของเรือนร่างเย้ายวนกลับหาได้สนใจไม่ เธอเดินต่อไปยังห้อง VIP อย่างมั่นใจ มุมเงียบสงบที่ถูกแยกออกจากความวุ่นวาย ด้านในตกแต่งอย่างหรูหรา โซฟานุ่มสบาย และเครื่องดื่มระดับพรีเมียมที่มีราคาแพงกว่าด้านนอกหลายเท่า ถึงแม้เดรสตัวสั้นที่เธอสวมจะเผยเรียวขาเหนือหัวเข่าขึ้นมาหลายคืบก็ตาม“ไม่ทราบว่าคุณผู้หญิงจะรับเครื่องดื่มอะไรดีครับ”“เอาเป็นเหล้ายินแล้วกันค่ะ” หญิงส

  • คุณทนายขา ช่วยด้วยหนูถูกฟ้อง   ถึงเธอเมื่อ 5 ปีที่แล้ว

    นี่มันผ่านมานานเท่าไหร่แล้วนะ… ตั้งแต่วันนั้น วันที่เธอได้พบกับเขาเป็นครั้งแรก ความหวั่นไหวที่ก่อตัวขึ้นในใจไม่เคยเลือนหายไปตามกาลเวลา กลับยิ่งทวีคูณขึ้นเรื่อย ๆ อย่างห้ามไม่อยู่ เธอได้แต่นั่งเหม่อลอย จ้องมองเพดานห้องอันมืดมิด ปล่อยให้ความทรงจำในวันแรกที่พบกันย้อนกลับมาอีกครั้ง5 ปีที่แล้ว...หญิงสาวหยุดยืนอยู่หน้าอาคารสีขาวสะอาดตา ดวงตาเฉี่ยวคมราวกับเหยี่ยวที่มักแต่แต้มด้วยเครื่องสำอาง กลับเปลือยเปล่าไร้การตกแต่งใด ๆ มีเพียงร่องรอยจาง ๆ บริเวณหางตาที่บ่งบอกว่าเพิ่งผ่านการร้องไห้มาอย่างหนักสายตาที่ทอดยาวไปเบื้องหน้าดูเลื่อนลอย คล้ายจะมองอาคารตรงหน้าทว่ากลับไม่ได้สังเกตจริง ๆ ก่อนที่เธอจะถอนหายใจแผ่วเบา แล้วตัดสินใจก้าวเข้าไปในสำนักงานเพื่อตามหาเพื่อนรักอย่างลัลน์ที่ไม่ได้รับโทรศัพท์เธอก๊อก ๆเมื่อหยุดอยู่หน้าห้อง เธอเคาะประตูเป็นเชิงบอกกล่าวให้คนข้างในรับรู้ถึงการมาถึงของตน ก่อนเสียงตอบรับจากภายในดังขึ้น เธอจึงผลักบานประตูเข้าไป สิ่งแรกที่สัมผัสได้คือแสงสีขาวสว่างเจิดจ้าแตกต่างจากด้านนอกที่แสงอาทิตย์กำลังลับขอบฟ้าไปอย่างรวดเร็ว ทั้งที่เพิ่งเป็นเวลาเพียงห้าโมงเย็นเท่านั้นภายในห้องทำ

  • คุณทนายขา ช่วยด้วยหนูถูกฟ้อง   ทางออก

    ก๊อก ๆเสียงเคาะประตูดังขึ้น ขัดจังหวะความคิดที่กำลังวุ่นวายอยู่ในหัว หญิงสาวถอนหายใจเฮือกใหญ่ รู้สึกเหนื่อยหน่ายกับความวุ่นวายในวันนี้เหลือเกิน ราวกับโลกไม่ยอมให้เธอได้อยู่เงียบๆ กับตัวเองแม้สักนาที แต่ถึงจะบ่นในใจ เธอก็ยอมลุกขึ้นไปเปิดประตูโดยดี“ว่าไงครับหนูตะเภา ยังอยู่ดีใช่ไหม”เสียงกวนอารมณ์พร้อมรอยยิ้มกวนประสาทของเจ้าของคำพูด ทำให้เธอแทบอยากปิดประตูใส่หน้า ปากแบบนี้มีอยู่คนเดียว ไม่รู้ว่ามาเพื่อกวนโมโหอะไรอีก ทั้งที่เธอเครียดจนหัวจะระเบิดอยู่แล้ว แต่เขายังมีหน้ามายืนลอยหน้าลอยตาอยู่อีก ก่อนที่เธอจะได้เปิดปากไล่ กลับเป็นเสียงทุ้มอ่อนโยนของใครอีกคนที่ดังขึ้นเสียก่อน“เราไหวไหม หืม?”มือหนาแตะลงบนศีรษะของเธอ ลูบเบาๆ อย่างอ่อนโยน แตกต่างจากท่าทางเถื่อนๆ ของเพื่อนเขาลิบลับ เจษฎาเห็นเพื่อนตัวดีถึงเนื้อถึงตัวกับคนที่เขาชอบก็แทบเดือดพล่าน ควันออกหู ก่อนตะโกนเสียงเข้ม“มึงเอามือออกไปไอ้แดน!”“ก็ไม่เห็นน้องว่ายังไงนี่ มึงเสือกอะไร ผัวก็ไม่ใช่” คณาภัทรปล่อยหมัดฮุคเข้ากลางใจเจษฎาเต็มแรง เรียกได้ว่าชนะน็อกไปแบบไร้ข้อโต้แย้งเจษฎากำหมัดแน่น หงุดหงิดจนแทบระเบิด แต่ยังไม่ทันได้โต้กลับ เสียงหวา

  • คุณทนายขา ช่วยด้วยหนูถูกฟ้อง   อารัมภบท

    ภายในห้องรับรองสีขาวกว้างขวาง ตกแต่งอย่างเรียบหรู แสงไฟสีอุ่นช่วยขับเน้นบรรยากาศให้อบอุ่น หญิงสาววัยแรกแย้มสองคนนั่งพับเพียบอยู่กลางห้อง รายล้อมด้วยของเล่นสีสันสดใสที่กระจัดกระจายอยู่ทั่วพื้น รอยยิ้มบางแต้มอยู่บนใบหน้าเรียวสวย ร่างเล็กบอบบางถูกขับเน้นด้วยเสื้อปาดไหล่สีขาวประดับโบใหญ่พาดแขนขวา ตัด

  • คุณทนายขา ช่วยด้วยหนูถูกฟ้อง   ใครกันแน่... ที่เป็นคนทรยศ 💀

    “ห่ะ!!!” เสียงของรินทร์และลัลน์ดังขึ้นพร้อมกันด้วยความตกใจขีดสุด ทั้งสองคนอ้าปากค้างแทบจะทันที ไม่อยากเชื่อสิ่งที่ได้ยินจากปากของเพื่อนรัก “นะ...นี่แกร้อนเงินถึงขนาดต้องไปทำกิจการดำมืดเชียวหรือยัยหนูนา แค่เงินที่แกได้จากดอกแสนแพงนั่น ก็น่าจะเพียงพอแล้วมั้ง” รินทร์อุทานเสียงสูง ไม่อาจปกปิดความตกใจ

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status