“ห่ะ!!!” เสียงของรินทร์และลัลน์ดังขึ้นพร้อมกันด้วยความตกใจขีดสุด ทั้งสองคนอ้าปากค้างแทบจะทันที ไม่อยากเชื่อสิ่งที่ได้ยินจากปากของเพื่อนรัก
“นะ...นี่แกร้อนเงินถึงขนาดต้องไปทำกิจการดำมืดเชียวหรือยัยหนูนา แค่เงินที่แกได้จากดอกแสนแพงนั่น ก็น่าจะเพียงพอแล้วมั้ง” รินทร์อุทานเสียงสูง ไม่อาจปกปิดความตกใจได้
“ฉันเปล่านะ!”
เสียงหวีดแหลมของหนูนาดังขึ้นจนแทบสะเทือนไปทั้งสายวิดีโอคอล เธอเผลอขึ้นเสียงด้วยความอัดอั้นและหวาดกลัว คิณณ์ที่นั่งฟังเงียบ ๆ ขมวดคิ้วมุ่น ขณะที่รินทร์รีบเม้มปากแน่นเมื่อรู้สึกได้ว่าตัวเองอาจจะพูดแรงเกินไป
ความเงียบอึดอัดปกคลุมไปทั่วบทสนทนา ลัลน์มองเพื่อนที่อยู่ในภาวะตื่นตระหนกสุดขีด ก่อนจะสูดหายใจลึกแล้วตัดสินใจรับหน้าที่คลี่คลายสถานการณ์อึมครึมเช่นนี้
“หนูนาใจเย็นก่อนนะ ค่อย ๆ ตั้งสติก่อน ค่อย ๆ เล่ามาว่าเรื่องมันเป็นยังไง” เธอเอ่ยขึ้นเสียงนุ่ม พยายามไม่ให้อารมณ์ของเพื่อนพุ่งสูงขึ้นไปกว่าเดิม
“ฮึก ฮืออ ฉันก็ไม่รู้เหมือนกันว่าทำไมโดนคดีฟอกเงินได้ ฉันแค่ปล่อยเงินกู้เองนะนอกเหนือจากนั้นฉันก็ไม่ได้ทำอะไรผิดกฎหมายเลย” หนูนาสูดหายใจเฮือกใหญ่ พยายามกดความหวาดกลัวในใจลง ก่อนจะเริ่มเล่าถึงเรื่องราวทั้งหมดที่ทำให้เธอต้องมาตกอยู่ในสถานการณ์นี้ด้วยเสียงสะอึกสะอื้นเป็นระยะ ๆ
“คงมาจากพวกลูกหนี้นั่นล่ะ มีใครเอาบัญชีอื่นโอนมาให้ไหม” คิณณ์เอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ดวงตาคมกริบมองตรงไปยังหน้าจอราวกับจะพิจารณาเรื่องราวทั้งหมดอย่างถี่ถ้วน
“นี่แกไปมีเรื่องกับใครมา ถึงได้เล่นแกแรงแบบนี้”
“ลัลน์ว่าเขาอาจเอาเงินร้อนมาจ่ายให้แก่หนูนาก็ได้นะ คงไม่ได้มีเจตนาร้ายหรอก”
“คุณพี่สะใภ้คะ คุณพี่โลกสวยไปไหนคะนี่ ขนาดนี้แล้วเธอยังคิดว่าไม่ได้มีเจตนาร้ายอีกเหรอ”
คิณณ์ปรายตามองน้องสาวที่พูดจารุนแรงใส่เมียรักของเขา แม้สีหน้าจะยังสงบนิ่ง แต่ใครที่รู้จักเขาดีจะรู้ว่าตอนนี้อารมณ์ไม่ค่อยจะดีเท่าไร
“การจะฟอกเงินให้สะอาดก็ต้องนำเข้าตลาดให้ผ่านหลายมือ เผื่อให้กระบวนการต่าง ๆ ก็ไม่แปลกที่จะโดนได้”
รินทร์ที่กำลังฮึกเหิมถึงกับสะดุดกึก เธอหันไปมองพี่ชายอย่างไม่อยากเชื่อ คิณณ์ไม่สนว่าใครจะมองเขายังไง แต่ถ้าเป็นเรื่องของเมีย เขาไม่มีวันยอมให้ใครมาตำหนิเธอเด็ดขาด แม้กระทั่งน้องสาวเขาก็ตาม!
ในจังหวะที่ทุกคนกำลังโต้เถียงกันอยู่นั้น หนูนาพลันได้สติจากคำพูดของคิณณ์ ก่อนจะระลึกย้อนไปว่าใครมันบังอาจแกล้งเธอแบบนี้ แล้วเธอจะไปรู้ไหมล่ะว่าใครมันคิดมุ่งร้ายจะทำลายเธอ หญิงสาวคิดจนสมองแทบระเบิด เสียงที่ดังขึ้นนั้นไม่ได้เข้าโสตประสาทเธอแม้แต่น้อย จนกระทั่ง...
“ให้พี่ช่วยดีไหมครับ คุณหนูตะเภา”
เสียงอันแสนคุ้นเคยดังขึ้นพร้อมกับการปรากฏตัวชายร่างสูงใหญ่ราวร้อยแปดสิบเซนติเมตร ใบหน้าคมเข้มรับกับดวงตาคมกริบที่ทอดมองมาอย่างมีเลศนัย ทว่าที่น่าอิจฉาที่สุดก็คือผิวขาวจัดราวกับคุณชาย คนอะไรทั้งหล่อทั้งผิวดี นี่พวกเขาเลือกคบกันจากหน้าตาหรืออย่างไรกัน?!
หนูนากะพริบตาปริบ ๆ มองชายหนุ่มซึ่งปรากฏตัวอยู่บนหน้าจอตรงหน้าราวกับเห็นผีหลอก ไม่สิ... คนคนนี้... เขามาทำได้ไง?!
“มะ..มาได้ยังไง” เสียงเธอแทบจะเปล่งเสียงออกมาไม่ได้ศัพท์ แต่เป็นที่แน่นอนว่าเขานั้นฟังออกจึงได้โต้กลับหาเธอทันที
“บ้านเพื่อนพี่ พี่ก็มาได้สิ”
เสียงยียวนขี้เล่นตามประสาเจษฎายังคงหยอกล้อหญิงสาวเช่นเคย เมื่อห้าปีที่แล้วเป็นอย่างไรตอนนี้เขาก็ยังคงเป็นอย่างนั้น และรวมถึงสถานะของทั้งสองที่ยังคงไม่มีวี่แววจะคืบหน้าขยับมากกว่าเดิม
“หนูลูกคนเดียวค่ะ ไม่นับญาติกับบ้านอื่น” หนูนาตอบกลับทันควัน สายตาจับจ้องโทรศัพท์ตาเขม็งราวกับจะให้สายตาทิ่มแทงคนที่อยู่ฝั่งนั้น
“ไม่ได้อยากเป็นพี่ แต่อยากเป็นผัว”
“กะล่อนไม่สนเวลาแบบนี้ ฉันก็ไม่เอา” เสียงของคิณณ์ที่เอื้อนเอ่ยออกมาทำเอาเจษฎานั้นถึงกับหน้าเหวอเมื่อเพื่อนรักแทนที่จะเข้าข้างกลับเผาเพื่อนไม่มีชิ้นดี
“นั่นสิพี่เจษ มันใช่ไหมเวลาไหม”
รินทร์เสริมเสียงเข้มเข้ากันเป็นปี่เป็นขลุ่ยกับคิณณ์ผู้เป็นพี่ชาย ขณะที่หนูนายังคงมองค้อนผู้มาใหม่ตาขวาง แต่เจษฎากลับไม่สะทกสะท้าน แถมยังยักไหล่อย่างไม่ทุกข์ร้อน
“ก็ให้คลายเครียด เห็นไหมล่ะดูดีขึ้นแล้ว”
“จะประสาทกินเพราะพี่นั่นล่ะ”
หนูนาว้ากกลับ ก่อนจะถอนหายใจเฮือกใหญ่ นี่เธอกำลังเครียดเรื่องคดีอยู่นะ! แต่ทว่าเจษฎากลับโน้มตัวลงเล็กน้อยเข้าหาโทรศัพท์ ส่งสายตาเจ้าเล่ห์มาให้เธอ พร้อมกับรอยยิ้มมุมปากที่ดูมีเลศนัย
“สนใจให้พี่เป็นทนายว่าความไหมครับ” เสียงทุ้มต่ำของเขาทำให้หนูนาชะงัก เงยหน้ามองอย่างลังเล... นี่เขาพูดจริง หรือแค่กวนเธอเล่นกันแน่?!
“ไม่ค่ะ พอดีมีเงินพอจ้างทนายคนอื่น ไม่ลำบากทนายชีกอแถวนี้” หนูนาที่ดูเหมือนอาการดีขึ้นแล้ว เมื่อได้ต่อปากต่อคำกับเจษฎาความกังวลเรื่องคดีจางหายไป แต่ถูกแทนที่ด้วยความขุ่นเคืองแทน
“ว้า เสียดายจังเลยอดเป็นทนายแก้ต่างให้คนสวยเสียนั่น”
“เอ่อ...พวกหนูที่อยู่ในสายที่เหลือยังจำเป็นอยู่ไหมคะ?”
รินทร์เมื่อเห็นทั้งสองคุยกันโดยไม่สนใจเลยว่ายังมีคนอื่นร่วมสายด้วย ยิ่งเห็นใบหน้าเปื้อนยิ้มของลัลน์และรอยยิ้มมุมของพี่ชายเธอแล้วกลับรู้สึกว่านี่เธอตกข่าวอะไรไปหรือไหม
“บอกเพื่อนรินทร์ให้หน่อยสิ ว่าใจอ่อนได้แล้ว” เจษฎายักคิ้วกวนๆ ขณะส่งสายตาเจ้าเล่ห์มาให้ หนูนาแค่นเสียงหัวเราะในลำคอ ก่อนจะเบ้ปากใส่เขาอย่างไม่ไว้หน้า
“ต่อให้ผู้ชายทั้งโลกเหลือพี่คนเดียว หนูก็ไม่คว้ามาทำพืชพันธุ์หรอก”
“สนใจไอ้แดนว่างั้น?” คิณณ์ที่นั่งฟังอยู่พูดขึ้นมาอย่างไม่มีปี่มีขลุ่ย ราวกับตั้งใจจะใส่ไฟให้ทั้งสองตีกัน “หน้าตาก็ดี รูปร่างสูงโปร่ง แถมหล่ออย่างกับดาราจีน ใครจะไม่ชอบบ้าง ที่สำคัญไม่ปากหมาเหมือนคนแถวนี้”
“แรงนะครับคุณหนูตะเภา” เจษฎาเลิกคิ้วขึ้น มุมปากกระตุกนิดๆ
“ยังแรงได้กว่านี้อีกนะ สนใจจะลองไหม”
ลัลน์นั้นได้เพียงแต่ส่ายหัวอย่างเหนื่อยใจประจวบเหมาะกับสองแฝดตื่นนอนร้องไห้โยเยจนเธอนั้นต้องขอตัวออกไปดูแลลูกน้อยก่อน ทางด้านรินทร์นั้นได้ตัดสายวางเป็นที่เรียบร้อยแล้วโดยไม่มีการบอกลาใครทั้งนั้น คงเหลือเพียงแต่คิณณ์ที่ยังคงนั่งมองอยู่
คิณณ์ทำหน้าเบื่อหน่ายกับความสัมพันธ์ของทั้งสองคนนี้ ในตอนนี้เขารับชมฉากคู่ชิงพระนางไม่สนุกเหมือนเช่นเคยดังในอดีตแล้ว ความสัมพันธ์ก็ไม่มีอะไรคืบหน้าจนเขารู้สึกเบื่อหน่ายแทนที่จะรับชมอีกแล้ว
“มึงนี่ยากจนจนต้องมาขอยืมโทรศัพท์เมียกูรึไง ไสหัวกลับบ้านไป” คิณณ์กดวางสายโทรศัพท์ทันทีด้วยความรำคาญ พร้อมเอ่ยปากไล่เพื่อนให้ออกจากบ้านเขาไป
“ใจดำนักนะมึง”
“ดีกว่าพวกดีแต่ปาก แต่ลงมือทำไม่ได้”
“ไอ้เวรนี่ กูกลับล่ะเหม็นขี้หน้ามึง” เจษฎาถอนใจเฮือกใหญ่ก่อนที่จะสบถด่าคิณณ์
“มึงกลับคอนโดมึงนะไม่ใช่คอนโดเพื่อนเมียกู” ไม่วายคิณณ์ที่จะเอ่ยแซวหน้าตายอย่างที่เป็นจนเจษฎานั้นหมั่นไส้ กับเมียนี่หางกระดิกริกๆ พอกับเพื่อนทำหน้าเหมือนยักษ์ขมูเขียว
“มึงไม่เสือกครับ” เจษฎาตอบห้วน ๆ ก่อนจะหันหลังเดินออกจากบ้านไป
หลังจากวางสาย มือเล็กโยนโทรศัพท์ลงบนโซฟาข้างตัวอย่างไร้เรี่ยวแรง แผ่นหลังบางเอนพิงพนัก สายตาเหม่อลอยจ้องมองเพดานสีขาวสะอาดตาทว่าในตอนนี้กลับมืดหม่นทั้งในห้องและในความรู้สึก ความคิดมากมายตีกันยุ่งเหยิงจนไม่อาจจัดเรียงความคิดได้ เธอทำได้เพียงหลับตา ยกมือก่ายหน้าผากอย่างอับจนหนทาง
ติ๊ง
เสียงโทรศัพท์ดังขึ้น แสงหน้าจอโทรศัพท์สว่างวาบทั่วห้องที่มืดมิด ถึงแม้จะเป็นเวลาเที่ยงก็ตาม เธอมีปัญหาแพ้แสงจึงหลีกเลี่ยงที่จะพบเจอแสง กลายเป็นว่าห้องเธอเลยมืดอึมครึมเช่นนี้
มือเล็กลืมตาควานหาโทรศัพท์ที่โยนไป พร้อมเปิดข้อความที่มีเงินเข้ามาจำนวนหนึ่งจากลูกหนี้ของเธอ ทำให้คำพูดของคิณณ์นั้นลอยเข้ากระทบโสตประสาต รีบปลดล็อกพร้อมค้นหาว่าลูกหนี้คนไหนของเธอเอาบัญชีคนอื่น จนเลื่อนหาได้สักพักจนกระทั่งปลายนิ้วหยุดชะงักเมื่อพบช่องแชทหนึ่ง เป็นเขาคนนี้แน่เหรอ?
เธอกัดริมฝีปากเม้มแน่น ก่อนกระซิบกับตัวเองเบา ๆ ราวกับภาวนา
"หวังว่านายคงไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับเรื่องนี้ด้วยนะ"