Accueil / โรแมนติก / คุณทนายขา ช่วยด้วยหนูถูกฟ้อง / ใครกันแน่... ที่เป็นคนทรยศ 💀

Partager

ใครกันแน่... ที่เป็นคนทรยศ 💀

Auteur: Dogsmilea
last update Date de publication: 2026-02-13 21:32:59

“ห่ะ!!!” เสียงของรินทร์และลัลน์ดังขึ้นพร้อมกันด้วยความตกใจขีดสุด ทั้งสองคนอ้าปากค้างแทบจะทันที ไม่อยากเชื่อสิ่งที่ได้ยินจากปากของเพื่อนรัก

“นะ...นี่แกร้อนเงินถึงขนาดต้องไปทำกิจการดำมืดเชียวหรือยัยหนูนา แค่เงินที่แกได้จากดอกแสนแพงนั่น ก็น่าจะเพียงพอแล้วมั้ง” รินทร์อุทานเสียงสูง ไม่อาจปกปิดความตกใจได้

“ฉันเปล่านะ!”

เสียงหวีดแหลมของหนูนาดังขึ้นจนแทบสะเทือนไปทั้งสายวิดีโอคอล เธอเผลอขึ้นเสียงด้วยความอัดอั้นและหวาดกลัว คิณณ์ที่นั่งฟังเงียบ ๆ ขมวดคิ้วมุ่น ขณะที่รินทร์รีบเม้มปากแน่นเมื่อรู้สึกได้ว่าตัวเองอาจจะพูดแรงเกินไป

ความเงียบอึดอัดปกคลุมไปทั่วบทสนทนา ลัลน์มองเพื่อนที่อยู่ในภาวะตื่นตระหนกสุดขีด ก่อนจะสูดหายใจลึกแล้วตัดสินใจรับหน้าที่คลี่คลายสถานการณ์อึมครึมเช่นนี้

“หนูนาใจเย็นก่อนนะ ค่อย ๆ ตั้งสติก่อน ค่อย ๆ เล่ามาว่าเรื่องมันเป็นยังไง” เธอเอ่ยขึ้นเสียงนุ่ม พยายามไม่ให้อารมณ์ของเพื่อนพุ่งสูงขึ้นไปกว่าเดิม

“ฮึก ฮืออ ฉันก็ไม่รู้เหมือนกันว่าทำไมโดนคดีฟอกเงินได้ ฉันแค่ปล่อยเงินกู้เองนะนอกเหนือจากนั้นฉันก็ไม่ได้ทำอะไรผิดกฎหมายเลย” หนูนาสูดหายใจเฮือกใหญ่ พยายามกดความหวาดกลัวในใจลง ก่อนจะเริ่มเล่าถึงเรื่องราวทั้งหมดที่ทำให้เธอต้องมาตกอยู่ในสถานการณ์นี้ด้วยเสียงสะอึกสะอื้นเป็นระยะ ๆ

“คงมาจากพวกลูกหนี้นั่นล่ะ มีใครเอาบัญชีอื่นโอนมาให้ไหม” คิณณ์เอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ดวงตาคมกริบมองตรงไปยังหน้าจอราวกับจะพิจารณาเรื่องราวทั้งหมดอย่างถี่ถ้วน

“นี่แกไปมีเรื่องกับใครมา ถึงได้เล่นแกแรงแบบนี้”

“ลัลน์ว่าเขาอาจเอาเงินร้อนมาจ่ายให้แก่หนูนาก็ได้นะ คงไม่ได้มีเจตนาร้ายหรอก”

“คุณพี่สะใภ้คะ คุณพี่โลกสวยไปไหนคะนี่ ขนาดนี้แล้วเธอยังคิดว่าไม่ได้มีเจตนาร้ายอีกเหรอ”

คิณณ์ปรายตามองน้องสาวที่พูดจารุนแรงใส่เมียรักของเขา แม้สีหน้าจะยังสงบนิ่ง แต่ใครที่รู้จักเขาดีจะรู้ว่าตอนนี้อารมณ์ไม่ค่อยจะดีเท่าไร

“การจะฟอกเงินให้สะอาดก็ต้องนำเข้าตลาดให้ผ่านหลายมือ เผื่อให้กระบวนการต่าง ๆ ก็ไม่แปลกที่จะโดนได้”

รินทร์ที่กำลังฮึกเหิมถึงกับสะดุดกึก เธอหันไปมองพี่ชายอย่างไม่อยากเชื่อ คิณณ์ไม่สนว่าใครจะมองเขายังไง แต่ถ้าเป็นเรื่องของเมีย เขาไม่มีวันยอมให้ใครมาตำหนิเธอเด็ดขาด แม้กระทั่งน้องสาวเขาก็ตาม!

ในจังหวะที่ทุกคนกำลังโต้เถียงกันอยู่นั้น หนูนาพลันได้สติจากคำพูดของคิณณ์ ก่อนจะระลึกย้อนไปว่าใครมันบังอาจแกล้งเธอแบบนี้ แล้วเธอจะไปรู้ไหมล่ะว่าใครมันคิดมุ่งร้ายจะทำลายเธอ หญิงสาวคิดจนสมองแทบระเบิด เสียงที่ดังขึ้นนั้นไม่ได้เข้าโสตประสาทเธอแม้แต่น้อย จนกระทั่ง...

“ให้พี่ช่วยดีไหมครับ คุณหนูตะเภา”

เสียงอันแสนคุ้นเคยดังขึ้นพร้อมกับการปรากฏตัวชายร่างสูงใหญ่ราวร้อยแปดสิบเซนติเมตร ใบหน้าคมเข้มรับกับดวงตาคมกริบที่ทอดมองมาอย่างมีเลศนัย ทว่าที่น่าอิจฉาที่สุดก็คือผิวขาวจัดราวกับคุณชาย คนอะไรทั้งหล่อทั้งผิวดี นี่พวกเขาเลือกคบกันจากหน้าตาหรืออย่างไรกัน?!

หนูนากะพริบตาปริบ ๆ มองชายหนุ่มซึ่งปรากฏตัวอยู่บนหน้าจอตรงหน้าราวกับเห็นผีหลอก ไม่สิ... คนคนนี้... เขามาทำได้ไง?!

“มะ..มาได้ยังไง” เสียงเธอแทบจะเปล่งเสียงออกมาไม่ได้ศัพท์ แต่เป็นที่แน่นอนว่าเขานั้นฟังออกจึงได้โต้กลับหาเธอทันที

“บ้านเพื่อนพี่ พี่ก็มาได้สิ”

เสียงยียวนขี้เล่นตามประสาเจษฎายังคงหยอกล้อหญิงสาวเช่นเคย เมื่อห้าปีที่แล้วเป็นอย่างไรตอนนี้เขาก็ยังคงเป็นอย่างนั้น และรวมถึงสถานะของทั้งสองที่ยังคงไม่มีวี่แววจะคืบหน้าขยับมากกว่าเดิม

“หนูลูกคนเดียวค่ะ ไม่นับญาติกับบ้านอื่น” หนูนาตอบกลับทันควัน สายตาจับจ้องโทรศัพท์ตาเขม็งราวกับจะให้สายตาทิ่มแทงคนที่อยู่ฝั่งนั้น

“ไม่ได้อยากเป็นพี่ แต่อยากเป็นผัว”

“กะล่อนไม่สนเวลาแบบนี้ ฉันก็ไม่เอา” เสียงของคิณณ์ที่เอื้อนเอ่ยออกมาทำเอาเจษฎานั้นถึงกับหน้าเหวอเมื่อเพื่อนรักแทนที่จะเข้าข้างกลับเผาเพื่อนไม่มีชิ้นดี

“นั่นสิพี่เจษ มันใช่ไหมเวลาไหม”

รินทร์เสริมเสียงเข้มเข้ากันเป็นปี่เป็นขลุ่ยกับคิณณ์ผู้เป็นพี่ชาย ขณะที่หนูนายังคงมองค้อนผู้มาใหม่ตาขวาง แต่เจษฎากลับไม่สะทกสะท้าน แถมยังยักไหล่อย่างไม่ทุกข์ร้อน

“ก็ให้คลายเครียด เห็นไหมล่ะดูดีขึ้นแล้ว”

“จะประสาทกินเพราะพี่นั่นล่ะ”

หนูนาว้ากกลับ ก่อนจะถอนหายใจเฮือกใหญ่ นี่เธอกำลังเครียดเรื่องคดีอยู่นะ! แต่ทว่าเจษฎากลับโน้มตัวลงเล็กน้อยเข้าหาโทรศัพท์ ส่งสายตาเจ้าเล่ห์มาให้เธอ พร้อมกับรอยยิ้มมุมปากที่ดูมีเลศนัย

“สนใจให้พี่เป็นทนายว่าความไหมครับ” เสียงทุ้มต่ำของเขาทำให้หนูนาชะงัก เงยหน้ามองอย่างลังเล... นี่เขาพูดจริง หรือแค่กวนเธอเล่นกันแน่?!

“ไม่ค่ะ พอดีมีเงินพอจ้างทนายคนอื่น ไม่ลำบากทนายชีกอแถวนี้” หนูนาที่ดูเหมือนอาการดีขึ้นแล้ว เมื่อได้ต่อปากต่อคำกับเจษฎาความกังวลเรื่องคดีจางหายไป แต่ถูกแทนที่ด้วยความขุ่นเคืองแทน

“ว้า เสียดายจังเลยอดเป็นทนายแก้ต่างให้คนสวยเสียนั่น”

“เอ่อ...พวกหนูที่อยู่ในสายที่เหลือยังจำเป็นอยู่ไหมคะ?”

รินทร์เมื่อเห็นทั้งสองคุยกันโดยไม่สนใจเลยว่ายังมีคนอื่นร่วมสายด้วย ยิ่งเห็นใบหน้าเปื้อนยิ้มของลัลน์และรอยยิ้มมุมของพี่ชายเธอแล้วกลับรู้สึกว่านี่เธอตกข่าวอะไรไปหรือไหม

“บอกเพื่อนรินทร์ให้หน่อยสิ ว่าใจอ่อนได้แล้ว” เจษฎายักคิ้วกวนๆ ขณะส่งสายตาเจ้าเล่ห์มาให้ หนูนาแค่นเสียงหัวเราะในลำคอ ก่อนจะเบ้ปากใส่เขาอย่างไม่ไว้หน้า

“ต่อให้ผู้ชายทั้งโลกเหลือพี่คนเดียว หนูก็ไม่คว้ามาทำพืชพันธุ์หรอก”

“สนใจไอ้แดนว่างั้น?” คิณณ์ที่นั่งฟังอยู่พูดขึ้นมาอย่างไม่มีปี่มีขลุ่ย ราวกับตั้งใจจะใส่ไฟให้ทั้งสองตีกัน “หน้าตาก็ดี รูปร่างสูงโปร่ง แถมหล่ออย่างกับดาราจีน ใครจะไม่ชอบบ้าง ที่สำคัญไม่ปากหมาเหมือนคนแถวนี้”

“แรงนะครับคุณหนูตะเภา” เจษฎาเลิกคิ้วขึ้น มุมปากกระตุกนิดๆ

“ยังแรงได้กว่านี้อีกนะ สนใจจะลองไหม”

ลัลน์นั้นได้เพียงแต่ส่ายหัวอย่างเหนื่อยใจประจวบเหมาะกับสองแฝดตื่นนอนร้องไห้โยเยจนเธอนั้นต้องขอตัวออกไปดูแลลูกน้อยก่อน ทางด้านรินทร์นั้นได้ตัดสายวางเป็นที่เรียบร้อยแล้วโดยไม่มีการบอกลาใครทั้งนั้น คงเหลือเพียงแต่คิณณ์ที่ยังคงนั่งมองอยู่

คิณณ์ทำหน้าเบื่อหน่ายกับความสัมพันธ์ของทั้งสองคนนี้ ในตอนนี้เขารับชมฉากคู่ชิงพระนางไม่สนุกเหมือนเช่นเคยดังในอดีตแล้ว ความสัมพันธ์ก็ไม่มีอะไรคืบหน้าจนเขารู้สึกเบื่อหน่ายแทนที่จะรับชมอีกแล้ว

“มึงนี่ยากจนจนต้องมาขอยืมโทรศัพท์เมียกูรึไง ไสหัวกลับบ้านไป” คิณณ์กดวางสายโทรศัพท์ทันทีด้วยความรำคาญ พร้อมเอ่ยปากไล่เพื่อนให้ออกจากบ้านเขาไป

“ใจดำนักนะมึง”

“ดีกว่าพวกดีแต่ปาก แต่ลงมือทำไม่ได้”

“ไอ้เวรนี่ กูกลับล่ะเหม็นขี้หน้ามึง” เจษฎาถอนใจเฮือกใหญ่ก่อนที่จะสบถด่าคิณณ์

“มึงกลับคอนโดมึงนะไม่ใช่คอนโดเพื่อนเมียกู” ไม่วายคิณณ์ที่จะเอ่ยแซวหน้าตายอย่างที่เป็นจนเจษฎานั้นหมั่นไส้ กับเมียนี่หางกระดิกริกๆ พอกับเพื่อนทำหน้าเหมือนยักษ์ขมูเขียว

“มึงไม่เสือกครับ” เจษฎาตอบห้วน ๆ ก่อนจะหันหลังเดินออกจากบ้านไป

หลังจากวางสาย มือเล็กโยนโทรศัพท์ลงบนโซฟาข้างตัวอย่างไร้เรี่ยวแรง แผ่นหลังบางเอนพิงพนัก สายตาเหม่อลอยจ้องมองเพดานสีขาวสะอาดตาทว่าในตอนนี้กลับมืดหม่นทั้งในห้องและในความรู้สึก ความคิดมากมายตีกันยุ่งเหยิงจนไม่อาจจัดเรียงความคิดได้ เธอทำได้เพียงหลับตา ยกมือก่ายหน้าผากอย่างอับจนหนทาง

ติ๊ง

เสียงโทรศัพท์ดังขึ้น แสงหน้าจอโทรศัพท์สว่างวาบทั่วห้องที่มืดมิด ถึงแม้จะเป็นเวลาเที่ยงก็ตาม เธอมีปัญหาแพ้แสงจึงหลีกเลี่ยงที่จะพบเจอแสง กลายเป็นว่าห้องเธอเลยมืดอึมครึมเช่นนี้

มือเล็กลืมตาควานหาโทรศัพท์ที่โยนไป พร้อมเปิดข้อความที่มีเงินเข้ามาจำนวนหนึ่งจากลูกหนี้ของเธอ ทำให้คำพูดของคิณณ์นั้นลอยเข้ากระทบโสตประสาต รีบปลดล็อกพร้อมค้นหาว่าลูกหนี้คนไหนของเธอเอาบัญชีคนอื่น จนเลื่อนหาได้สักพักจนกระทั่งปลายนิ้วหยุดชะงักเมื่อพบช่องแชทหนึ่ง เป็นเขาคนนี้แน่เหรอ?

เธอกัดริมฝีปากเม้มแน่น ก่อนกระซิบกับตัวเองเบา ๆ ราวกับภาวนา

"หวังว่านายคงไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับเรื่องนี้ด้วยนะ"

Continuez à lire ce livre gratuitement
Scanner le code pour télécharger l'application

Dernier chapitre

  • คุณทนายขา ช่วยด้วยหนูถูกฟ้อง   การเลือกที่ไม่มีสิทธิ์เลือก

    ดนัยมองใบหน้าหวานของหญิงสาวตรงหน้า ที่ถึงแม้จะแต่งแต้มด้วยเครื่องสำอางจนดูโฉบเฉี่ยวและคมสวย แต่ก็ไม่อาจปกปิดความกังวลที่ฉายชัดออกมาได้ หน้าผากเนียนขมวดเป็นรอย คิ้วเรียวสลวยชนกันแน่นราวกับผูกเป็นโบ ริมฝีปากอวบอิ่มขบกันเล็กน้อยอย่างใช้ความคิด จนคนแก่กว่าเห็นแล้วอดสงสารไม่ได้ เห็นเธอตั้งแต่อ้อนแต่ออกเสมือนหลานคนหนึ่งของเขาก็ไม่ปาน อดเอ่ยปลอบหญิงสาวเพื่อคลายความกังวลไม่ได้“อามีทนายเก่ง ๆ คนหนึ่งช่วยหลานได้นะ อาก็นัดเจอเขาวันนี้ อีกสักพักก็คงมาแล้ว เราจะรอเจอเขาไหม”เหมือนเสียงสวรรค์ฉายแววความหวัง ราวกับสวรรค์ได้ชี้นำทางให้เธอ ดวงตากลมโตเปล่งประกายอย่างยินดี เหลืออีกไม่กี่วันแล้วเธอก็ต้องไปตามหมายเรียกแล้วเธอก็ต้องการทนายเป็นที่พึ่งพิงทางจิตใจ ถึงแม้คิณณ์ณภัทรจะชี้แนะแนวทางเธอแล้วก็ตาม แต่เธอถือคติคนเดียวหัวหาย สองคนเพื่อนตายสบายใจดี“คงไม่ใช่แบบที่หนูเจอมานะคะ”“คนนี้มีความสามารถ หนูไว้ใจได้ อาเคยหลอกหนูด้วยเหรอ?”เสียงแหบพร่าตามอายุเอ่ยอย่างนุ่มนวลพยายามสร้างความเชื่อมั่นให้กับเธอไม่ต้องกังวลนัก แต่ถึงจะพูดอย่างนั้นใช่ว่าตัวเขานั้นจะไม่เคยโกหกสาวน้อยคนนี้เสียเมื่อไหร่ เพียงแต่เธอไม่เคยร

  • คุณทนายขา ช่วยด้วยหนูถูกฟ้อง   คำสั่งจากเบื้องบน

    แสงแดดจ้าส่องสว่างลงท่ามกลางกระหม่อมบ่งบอกเป็นเวลาเที่ยงวันแล้วนั้น แต่ทว่าภายในห้องสีขาวม่านหนาสีดำบดบังแสงจากภายนอกจนกลับมืดสนิทไม่อาจเห็นแสงตะวันได้ เสียงลมหายใจแผ่วเบาของใครบางคนผสานเข้ากับเสียงเครื่องปรับอากาศที่ดังสม่ำเสมอ อุณหภูมิที่เย็นเฉียบทำให้ห้องนี้เป็นดั่งโลกอีกใบที่ถูกตัดขาดจากความวุ่นวายภายนอก บนเตียงกว้างคิงไซซ์ร่างเล็กยังคงซุกตัวอยู่ใต้ผ้าห่มนุ่ม ดวงหน้าผุดผ่องแนบลงกับหมอน เส้นผมสีน้ำตาลกระจายอยู่บนผ้าปูเตียงอย่างไร้ระเบียบความเงียบและความเย็นสบายขับกล่อมหญิงสาวเจ้าของห้องให้ดำดิ่งลงสู่ห้วงนิทรา ‘โอ้ ใจเอ๋ยทำไมรักใครช่างง่ายดาย ใจง่ายเกินไปไหมเธอ โอ้ ใจเอ๋ย โอ้ ใจเอ๋ย ทำไมเจ็บไม่จำ’ เสียงริงโทนดังขึ้นจนหญิงสาวที่หลับอุตุนั้นสะดุ้งเฮือกตื่นด้วยความตกใจ คิ้วเรียวขมวดเข้าหากันอย่างขัดใจ มือเรียวควานหาโทรศัพท์ใต้กองหมอนอย่างลวก ๆ ดวงตายังคงปิดสนิท ริมฝีปากอิ่มพึมพำเสียงเบา คล้ายคนยังไม่ตื่นดี ก่อนที่ปลายนิ้วจะสัมผัสหน้าจอเย็นเฉียบแล้วกดรับสาย “ทำอะไรอยู่หา ยัยนา! กว่าจะรับสายพ่อ” เสียงทุ้มต่ำคำรามลอดออกมาจากปลายสาย ทำเอาเ

  • คุณทนายขา ช่วยด้วยหนูถูกฟ้อง   ต้องทำยังไงเธอถึงจะรัก

    “น่าสมเพชตัวเองชะมัด” ทำไมนะถึงได้หลงรักกับคนอย่างเขากันนะ คนอย่างเขามีอะไรดีกัน เทียวไล้เทียวขื่อมาหาเธออยู่เป็นหลายปี แต่ไม่เคยกลับพิสูจน์ให้เธอเห็นหรือมั่นใจได้เลยว่าเขาจะจริงจังกับเธอเธอคิดว่าเธอใจแข็งมากพอ คิดว่าหัวใจของเธอไม่อ่อนไหวไปกับผู้ชายแบบนั้น แต่สุดท้ายก็แพ้...แพ้ให้กับคำพูดกึ่งเล่นกึ่งจริงของเขา แพ้ให้กับแววตาที่ทำให้เธอสั่นไหวอยู่เสมอเธอกลัวเพียงว่าการที่เขายังตามตอแยเธอจนถึงทุกวันนี้เพราะว่าอยากเอาชนะเธอหรือเปล่าก็ไม่อาจทราบได้ บางที...ที่เขายังตามตอแยเธออยู่อาจเป็นเพียงเพราะว่าเขาไม่เคยถูกเธอปฏิเสธจริง ๆ จัง ๆ มาก่อนเธอคงไม่ใช่คนพิเศษสำหรับเขา เธออาจเป็นเพียงแค่ของเล่นที่เขาอยากเอาชนะก็เป็นได้ ไม่มีใครสามารถรู้ถึงความคิดเขาได้นอกจากตัวของชายหนุ่มเองหลังจากคืนนั้นเธอก็หลบหน้าเขาตลอด แต่เมื่อจำเป็นต้องเจอหน้ากันเธอก็บอกให้เขาลืมไปซะ ถึงเธอเคยพูดกับเขาแบบนั้น แต่เขากลับแค่ยกยิ้มบาง ๆ ไม่ได้พูดอะไรสักคำ ท่าทางของเขาเหมือนกำลังรออะไรบางอย่างจากเธอ แต่เธอไม่มีอะไรจะให้เขาอีกแล้วอย่างคณาภัทรนั้นเธอรู้ว่าเขานั้นไม่ได้จริงจังที่จะจีบเธอเพียงแต่จะแกล้งเพื่อนรักของเขาอย่างเ

  • คุณทนายขา ช่วยด้วยหนูถูกฟ้อง   เรื่องในคืนนั้น

    หญิงสาวรูปร่างบอบบางตัวเล็กสเป็คชายไทย แม้จะไม่ได้ผิวขาวตามพิมพ์นิยม แต่เมื่อเธอสวมเดรสกำมะหยี่สีดำเปิดไหล่ เผยให้เห็นเรือนร่างอรชรและส่วนเว้าส่วนโค้งที่ธรรมชาติรังสรรค์มาอย่างงดงาม ความโฉบเฉี่ยวของเมกอัพที่แต่งแต้มบนใบหน้าช่วยขับเน้นให้เธอดูมีเสน่ห์เย้ายวนยิ่งขึ้น เส้นผมสีน้ำตาลยาวสลวยที่ถูกจัดแต่งเป็นลอนคลื่นดูพลิ้วไหว ยิ่งเพิ่มเสน่ห์ชวนหลงใหลเมื่อหญิงสาวก้าวเท้าเดินเข้ามาในผับหรู เสียงเบสหนัก ๆ กระแทกเข้าโสตประสาท ร่างกายของผู้คนโยกไหวไปตามจังหวะเพลงที่กึกก้อง แสงไฟสีแดง น้ำเงิน ม่วงวูบวาบสลับกันไปสาดกระทบสะท้อนบรรยากาศที่อบอวลไปด้วยกลิ่นเหล้า น้ำหอม และควันบุหรี่จาง ๆสายตาของชายหนุ่มนับไม่ถ้วนจับจ้องมาที่เธอเป็นจุดเดียว ทว่าเจ้าของเรือนร่างเย้ายวนกลับหาได้สนใจไม่ เธอเดินต่อไปยังห้อง VIP อย่างมั่นใจ มุมเงียบสงบที่ถูกแยกออกจากความวุ่นวาย ด้านในตกแต่งอย่างหรูหรา โซฟานุ่มสบาย และเครื่องดื่มระดับพรีเมียมที่มีราคาแพงกว่าด้านนอกหลายเท่า ถึงแม้เดรสตัวสั้นที่เธอสวมจะเผยเรียวขาเหนือหัวเข่าขึ้นมาหลายคืบก็ตาม“ไม่ทราบว่าคุณผู้หญิงจะรับเครื่องดื่มอะไรดีครับ”“เอาเป็นเหล้ายินแล้วกันค่ะ” หญิงส

  • คุณทนายขา ช่วยด้วยหนูถูกฟ้อง   ถึงเธอเมื่อ 5 ปีที่แล้ว

    นี่มันผ่านมานานเท่าไหร่แล้วนะ… ตั้งแต่วันนั้น วันที่เธอได้พบกับเขาเป็นครั้งแรก ความหวั่นไหวที่ก่อตัวขึ้นในใจไม่เคยเลือนหายไปตามกาลเวลา กลับยิ่งทวีคูณขึ้นเรื่อย ๆ อย่างห้ามไม่อยู่ เธอได้แต่นั่งเหม่อลอย จ้องมองเพดานห้องอันมืดมิด ปล่อยให้ความทรงจำในวันแรกที่พบกันย้อนกลับมาอีกครั้ง5 ปีที่แล้ว...หญิงสาวหยุดยืนอยู่หน้าอาคารสีขาวสะอาดตา ดวงตาเฉี่ยวคมราวกับเหยี่ยวที่มักแต่แต้มด้วยเครื่องสำอาง กลับเปลือยเปล่าไร้การตกแต่งใด ๆ มีเพียงร่องรอยจาง ๆ บริเวณหางตาที่บ่งบอกว่าเพิ่งผ่านการร้องไห้มาอย่างหนักสายตาที่ทอดยาวไปเบื้องหน้าดูเลื่อนลอย คล้ายจะมองอาคารตรงหน้าทว่ากลับไม่ได้สังเกตจริง ๆ ก่อนที่เธอจะถอนหายใจแผ่วเบา แล้วตัดสินใจก้าวเข้าไปในสำนักงานเพื่อตามหาเพื่อนรักอย่างลัลน์ที่ไม่ได้รับโทรศัพท์เธอก๊อก ๆเมื่อหยุดอยู่หน้าห้อง เธอเคาะประตูเป็นเชิงบอกกล่าวให้คนข้างในรับรู้ถึงการมาถึงของตน ก่อนเสียงตอบรับจากภายในดังขึ้น เธอจึงผลักบานประตูเข้าไป สิ่งแรกที่สัมผัสได้คือแสงสีขาวสว่างเจิดจ้าแตกต่างจากด้านนอกที่แสงอาทิตย์กำลังลับขอบฟ้าไปอย่างรวดเร็ว ทั้งที่เพิ่งเป็นเวลาเพียงห้าโมงเย็นเท่านั้นภายในห้องทำ

  • คุณทนายขา ช่วยด้วยหนูถูกฟ้อง   ทางออก

    ก๊อก ๆเสียงเคาะประตูดังขึ้น ขัดจังหวะความคิดที่กำลังวุ่นวายอยู่ในหัว หญิงสาวถอนหายใจเฮือกใหญ่ รู้สึกเหนื่อยหน่ายกับความวุ่นวายในวันนี้เหลือเกิน ราวกับโลกไม่ยอมให้เธอได้อยู่เงียบๆ กับตัวเองแม้สักนาที แต่ถึงจะบ่นในใจ เธอก็ยอมลุกขึ้นไปเปิดประตูโดยดี“ว่าไงครับหนูตะเภา ยังอยู่ดีใช่ไหม”เสียงกวนอารมณ์พร้อมรอยยิ้มกวนประสาทของเจ้าของคำพูด ทำให้เธอแทบอยากปิดประตูใส่หน้า ปากแบบนี้มีอยู่คนเดียว ไม่รู้ว่ามาเพื่อกวนโมโหอะไรอีก ทั้งที่เธอเครียดจนหัวจะระเบิดอยู่แล้ว แต่เขายังมีหน้ามายืนลอยหน้าลอยตาอยู่อีก ก่อนที่เธอจะได้เปิดปากไล่ กลับเป็นเสียงทุ้มอ่อนโยนของใครอีกคนที่ดังขึ้นเสียก่อน“เราไหวไหม หืม?”มือหนาแตะลงบนศีรษะของเธอ ลูบเบาๆ อย่างอ่อนโยน แตกต่างจากท่าทางเถื่อนๆ ของเพื่อนเขาลิบลับ เจษฎาเห็นเพื่อนตัวดีถึงเนื้อถึงตัวกับคนที่เขาชอบก็แทบเดือดพล่าน ควันออกหู ก่อนตะโกนเสียงเข้ม“มึงเอามือออกไปไอ้แดน!”“ก็ไม่เห็นน้องว่ายังไงนี่ มึงเสือกอะไร ผัวก็ไม่ใช่” คณาภัทรปล่อยหมัดฮุคเข้ากลางใจเจษฎาเต็มแรง เรียกได้ว่าชนะน็อกไปแบบไร้ข้อโต้แย้งเจษฎากำหมัดแน่น หงุดหงิดจนแทบระเบิด แต่ยังไม่ทันได้โต้กลับ เสียงหวา

  • คุณทนายขา ช่วยด้วยหนูถูกฟ้อง   หมายเรียก!?

    ‘หมายเรียกผู้ต้องหา ครั้งที่ ๑ คดีระหว่าง พ.ต.ต. ภีมพัฒน์ จรัญศิริ ผู้กล่าวหา กับ นางสาวนันท์นพิน เศรษฐกุล ผู้ต้องหา ด้วยเหตุที่ท่านต้องหาว่า “คิดอัตราดอกเบี้ยเกินกว่าที่กฎหมายกำหนด” ฉะนั้นให้นางสาวนันท์นพิน เศรษฐกุล ผู้ต้องหา ไป ณ ที่ห้องพนักงานสอบสวน พบ พ.ต.ต.ทศพล ทรัพย์เจริญ พนักงานสอบสวนเจ้าข

  • คุณทนายขา ช่วยด้วยหนูถูกฟ้อง   อารัมภบท

    ภายในห้องรับรองสีขาวกว้างขวาง ตกแต่งอย่างเรียบหรู แสงไฟสีอุ่นช่วยขับเน้นบรรยากาศให้อบอุ่น หญิงสาววัยแรกแย้มสองคนนั่งพับเพียบอยู่กลางห้อง รายล้อมด้วยของเล่นสีสันสดใสที่กระจัดกระจายอยู่ทั่วพื้น รอยยิ้มบางแต้มอยู่บนใบหน้าเรียวสวย ร่างเล็กบอบบางถูกขับเน้นด้วยเสื้อปาดไหล่สีขาวประดับโบใหญ่พาดแขนขวา ตัด

Plus de chapitres
Découvrez et lisez de bons romans gratuitement
Accédez gratuitement à un grand nombre de bons romans sur GoodNovel. Téléchargez les livres que vous aimez et lisez où et quand vous voulez.
Lisez des livres gratuitement sur l'APP
Scanner le code pour lire sur l'application
DMCA.com Protection Status