LOGINหานหมิงอวี่ล้วงกระเป๋ากางเกงข้างหนึ่ง ยืนห่างจากเตียงคนไข้ไปสามเมตรกว่า เขาหรี่ตาลงเล็กน้อย มองชีหมิงเสวียนที่อยู่บนเตียงคนไข้ด้วยสายตาจากมุมสูงชีหมิงเสวียนหน้าซีดเผือด ดวงตาคู่หนึ่งจ้องมองเขา ไร้ซึ่งเครื่องสำอางอย่างที่เคย แววตาของเธอจึงดูไม่มีความก้าวร้าวรุนแรงขนาดนั้น ยามมองผู้คน ภายใต้ความสงบนิ่งกลับแฝงความเปราะบางให้เห็นลาง ๆเปราะบางเหรอ?หานหมิงอวี่หัวเราะสองคำนี้ไม่มีทางเกี่ยวข้องกับชีหมิงเสวียนเลย“ชีหมิงเสวียน ผมบอกคุณไปตั้งนานแล้ว ว่าอย่าใช้แผนเจ็บตัวบ่อยนัก เดี๋ยวจะพลาดท่าเข้าสักวัน”น้ำเสียงของชายหนุ่มเยือกเย็น ทุกถ้อยคำล้วนเต็มไปด้วยอคติและความรังเกียจที่มีต่อเธอเมื่อก่อนชีหมิงเสวียนคงจะตอกกลับเขาไปแล้ว ต่อให้ถูกเข้าใจผิด เธอก็ยังคงเป็นคุณหนูผู้ภาคภูมิแห่งตระกูลชี ไม่ยอมอ่อนข้อ ไม่คิดจะอธิบายเพราะเธอรู้มาตลอดว่า การไปโต้เถียงกับผู้ชายที่ไม่ได้รักตัวเอง ซ้ำยังกังขาในนิสัยใจคอของตัวเองมาโดยตลอดนั้น เป็นการลดคุณค่าของตัวเอง!ถึงแม้เธอจะรักผู้ชายคนนี้มาก แต่ก็ไม่เคยละทิ้งศักดิ์ศรีของตัวเองแต่ตอนนี้ไม่เหมือนเดิมแล้วตายไปแล้วหนหนึ่งความยึดติดบางอย่าง ในชั่วพร
เสิ่นชิงซูยอมตามใจชีหมิงเสวียนในที่สุดตอนที่หานหมิงอวี่มาถึง ก็เป็นเวลาสองทุ่มครึ่งแล้วฟู่ซือเหยียนยืนอยู่หน้าห้องพักผู้ป่วย เสิ่นชิงซูอยู่ข้างในเป็นเพื่อนชีหมิงเสวียนหานหมิงอวี่เห็นเขา ก็ยังคงไม่มีท่าทีดี ๆ ให้เหมือนเดิมนับดูแล้ว พวกเขาคือศัตรูหัวใจกันถึงแม้ว่าสำหรับเสิ่นชิงซูแล้ว หานหมิงอวี่จะถูกคัดออกไปนานแล้วก็ตามหานหมิงอวี่เดินเข้ามา กวาดตามองประตูห้องพักผู้ป่วยที่ปิดสนิท แสยะยิ้มเย็นชา “ฟู่ซือเหยียน ผมประเมินคุณต่ำไปจริง ๆ”ฟู่ซือเหยียนยกยิ้มมุมปากบาง ๆ “ประธานหาน แพ้ให้ผม คุณไม่ต้องเจ็บใจหรอก”“คุณก็แค่อาศัยว่ามีลูกสองคนคอยรั้งอาซูไว้ไม่ใช่หรือไง!” หานหมิงอวี่เหน็บแนม “ฟู่ซือเหยียน ความซาบซึ้งกับความรักมันไม่เหมือนกันนะ ต่อให้อาซูเลือกจะกลับไปคบกับคุณ แต่คุณอย่าได้ใจไปหน่อยเลย ในใจของเธอ ฟู่ซือเหยียนคุณมันก็แค่ไอ้หมาขี้ประจบตัวหนึ่งเท่านั้นแหละ!”ฟู่ซือเหยียนเลิกคิ้ว ไม่สะทกสะท้าน “แล้วไงล่ะ? อย่างน้อยตอนนี้อาซูก็ยอมให้ผมประจบ แล้วคุณล่ะ?”หานหมิงอวี่กัดฟันกรอด“คุณบอกว่าผมอาศัยว่ามีลูกสองคน แล้วคุณล่ะ?” ฟู่ซือเหยียนจ้องหานหมิงอวี่ “คุณเองก็ฉวยโอกาสซ้อนแผนใช้ประ
ผู้ดูแลหญิงกำลังป้อนน้ำอุ่นให้ชีหมิงเสวียน พอเห็นเสิ่นชิงซูกับฟู่ซือเหยียน เธอก็ทักทายว่า “คุณเสิ่น คุณฟู่”เสิ่นชิงซูพยักหน้านิดหนึ่ง เดินไปที่เตียง มองดูชีหมิงเสวียน “ตอนนี้รู้สึกยังไงบ้างคะ?”ชีหมิงเสวียนหมดสติไปนานกว่าครึ่งเดือน ร่างกายซูบผอมลงไปมาก เพิ่งฟื้นขึ้นมาเรี่ยวแรงยังไม่ฟื้นตัว แต่สติสัมปชัญญะแจ่มชัดดีเธอมองเสิ่นชิงซู ริมฝีปากซีดเซียวยกยิ้มมุมปาก “ฉันเล่นงานคุณขนาดนั้น แต่คุณกลับทำดีด้วย จ่ายเงินจ้างผู้ดูแลให้ฉัน แถมยังช่วยเลี้ยงลูกชายให้ฉันอีก เสิ่นชิงซู มีใครเคยบอกไหมว่าคุณใจอ่อนเกินไป?”เสิ่นชิงซูยิ้มบาง ๆ “พูดรวดเดียวได้เยอะขนาดนี้ ดูท่าคงไม่เป็นไรแล้วจริง ๆ”ชีหมิงเสวียนชะงักไปครู่หนึ่ง ก่อนจะหัวเราะออกมา หันไปมองฟู่ซือเหยียนที่ยืนอยู่ข้างกายเสิ่นชิงซู “ฟู่ซือเหยียน เธอรู้จักใช้ความอ่อนโยนสยบความแข็งกร้าวเก่งนะเนี่ย คุณน่ะ รอโดนเธอปราบได้เลย”ฟู่ซือเหยียนยกยิ้มมุมปาก “อาซูพูดถูกแล้ว”ชีหมิงเสวียนมองพวกเขารับลูกกันเป็นปี่เป็นขลุ่ย ก็หลุดขำออกมา “รู้น่าว่าพวกคุณถ่านไฟเก่าคุโชนกำลังตัวติดกันเป็นปาท่องโก๋ แต่ต่อหน้าคนเจ็บอย่างฉัน ช่วยเพลา ๆ หน่อยเถอะ”ความจริงแล้
ถนนหนทางพลุกพล่าน ช่วงเวลาหนึ่งทุ่มกว่า เป็นชั่วโมงเร่งด่วนของเมืองพอดีรถเบนท์ลีย์สีดำแล่นไปอย่างช้า ๆภายในรถเปิดดนตรีฟังสบายคลอเบา ๆ แม้เสิ่นชิงซูจะเลิกงานแล้ว แต่ตลอดทางที่ผ่านมาไม่ถึงสิบนาที เธอรับสายไปแล้วถึงสามสายล้วนเป็นเรื่องงานทั้งสิ้นพอวางสายที่สาม ฟู่ซือเหยียนก็ชำเลืองมองเธอ “ช่วงนี้ฮ่วนซิงผลประกอบการดีขนาดนี้เลยเหรอ?”“ลงทุนสร้างภาพยนตร์สารคดีเรื่องหนึ่ง ถ่ายทำที่ภูเขาหิมะ อยู่ในช่วงเตรียมงาน รายละเอียดเยอะมากต้องคอยตรวจสอบค่ะ” เสิ่นชิงซูนวดต้นคอ “บทก่อนหน้านี้ไม่ผ่านการพิจารณา วันนี้เพิ่งจะหานักเขียนบทดี ๆ ได้คนหนึ่ง”ฟู่ซือเหยียนเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย “คนที่เพิ่งแอดแชตคุณเหรอ?”“อื้ม” เสิ่นชิงซูขานรับ พอพูดถึงหนานจื่ออี้ แววตาของเธอก็ฉายแววชื่นชมออกมาอย่างอดไม่ได้ “โครงเรื่องและการวางพล็อตของเขาประณีตมาก ได้ยินว่าเขาเริ่มมาจากการเขียนนิยายออนไลน์ หาได้ยากอยู่นะคะ”ฟู่ซือเหยียนเม้มปาก มือที่จับพวงมาลัยกระชับแน่นขึ้นเล็กน้อย “คุณชื่นชมเขาขนาดนี้เลย”“เขาขยันมาก แล้วก็ถือว่ามีพรสวรรค์ค่ะ” เสิ่นชิงซูไม่ทันสังเกตเห็นความผิดปกติของฟู่ซือเหยียน เพียงแค่รู้สึกว่าหาได้ยา
ไม่นาน เดือนพฤษภาคมก็สิ้นสุดลงต้นเดือนมิถุนายน อุณหภูมิที่เมืองเป่ยสูงขึ้นวันนี้ ฟู่ซือเหยียนเลิกงานแล้ว ก็ขับรถตรงไปรับเสิ่นชิงซูที่ฮ่วนซิงทันทีเสิ่นชิงซูยังต้องใช้เวลาอีกสักพัก หลังจากคุยโทรศัพท์กับเขาเสร็จ ฟู่ซือเหยียนก็จอดรถรอเธอที่ใต้ตึกบริษัทผลปรากฏว่า ผู้หญิงที่บอกว่าอีกสักพัก ดันลากยาวไปจนพระอาทิตย์ตกดิน ความมืดเข้าปกคลุมฟู่ซือเหยียนรู้ว่าเธอกำลังทำงานอยู่ จึงไม่ได้โทรไปเร่งจนกระทั่งหนึ่งทุ่ม ในที่สุดเขาก็เห็นเสิ่นชิงซูเดินออกมาจากตึกและด้านหลังเธอ มีชายหนุ่มอายุน้อยคนหนึ่งกำลังเรียกเธออยู่เสิ่นชิงซูหยุดเดิน หันกลับไปมองชายหนุ่มคนนั้นหนานจื่ออี้ นักเขียนบทหนุ่มวัยยี่สิบแปดปีเสิ่นชิงซูชื่นชอบบทละครของเขามาก วันนี้จึงนัดเขามาคุยเรื่องสัญญา การพูดคุยถือว่าราบรื่นและเป็นที่น่าพอใจเซ็นสัญญากันได้อย่างราบรื่นหนานจื่ออี้เดินมาตรงหน้าเธอ ยกมือเกาท้ายทอยเขาสวมแว่นกรอบดำ หน้าตาเป็นประเภทสุภาพเรียบร้อยและหล่อเหลาเสิ่นชิงซูมองเขาเหมือนมองน้องชาย รู้ว่าคนคนนี้ขี้อายอยู่บ้าง เธอยิ้มบาง ๆ “ไม่เป็นไรหรอก มีอะไรก็พูดมาตรง ๆ ได้เลย”“ประธานเสิ่น ผมชื่นชมคุณมากครับ!”
อุณหภูมิร่างกายของผู้ชายคนนี้สูงเกินไปแล้ว“ฟู่ซือเหยียน?”เสิ่นชิงซูเขย่าตัวฟู่ซือเหยียนเบา ๆฟู่ซือเหยียนนอนหลับอย่างสะลึมสะลือ แว่วเสียงคนเรียกชื่อตัวเอง เขาจึงขานรับคำหนึ่งเสิ่นชิงซูพลิกตัวกลับมา แตะหน้าผากเขา “คุณเป็นไข้เหรอ?”ฟู่ซือเหยียนค่อย ๆ ลืมตาขึ้น เพราะพิษไข้ทำให้สมองตื้อไปบ้างเขาจ้องมองเสิ่นชิงซู อยู่ครู่ใหญ่กว่าจะตั้งสติได้“เป็นไข้เหรอ? งั้นคุณออกไปห่าง ๆ ผมหน่อย” เขาพูดพลางขยับถอยหลังไปเอง พลิกตัวหันหลังให้ “เดี๋ยวจะติดไข้ผม”เสิ่นชิงซู “...”ตัวเองทรมานขนาดไหนแล้ว ยังจะห่วงว่าจะติดเธออีก!เสิ่นชิงซูถอนหายใจ ลุกจากเตียงหลังจากล้างหน้าแปรงฟันอย่างเร่งรีบ เธอก็หยิบมือถือโทรหาจิ้นหวยหมิน……จิ้นหวยหมินฝังเข็มให้ฟู่ซือเหยียนได้ผลดีมาก ฟู่ซือเหยียนเหงื่อออก ไข้ลด และได้สติกลับมาแล้วเห็นนิ้วมือของฟู่ซือเหยียนพันผ้าก๊อซเอาไว้ จิ้นหวยหมินจึงช่วยดูแผลให้ด้วยแผลอักเสบแล้วเมื่อคืนตอนอาบน้ำเย็นทำผ้าก๊อซเปียกจิ้นหวยหมินโรยผงยาจีนที่ตัวเองปรุงขึ้นมาใส่แผลให้เขาใหม่ แล้วช่วยพันผ้าก๊อซให้ใหม่อีกครั้งแบบหลวม ๆ“ยาผงนี้ใช้ได้กับแผลภายนอกทุกชนิด นายเก็บไว้เถอะ”






![ความลับประธานหม้าย [20+ Soft BDSM]](https://acfs1.goodnovel.com/dist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)
