Beranda / LGBTQ+ / คุณนายมธุสร / บทที่ 7 แค่ไว้ใจ

Share

บทที่ 7 แค่ไว้ใจ

last update Tanggal publikasi: 2026-03-06 14:47:29

แสงแดดจัดจ้าในช่วงสายของภาคใต้แผ่รัศมีลงมายังลานวัดป่า กลิ่นอายทะเลจาง ๆ ผสมกับกลิ่นเครื่องเทศที่โชยมาจากโรงครัวทำให้บรรยากาศรอบตัวดูคึกคักเป็นพิเศษ

วันนี้เป็นวันพระ ชาวบ้านในละแวกใกล้เคียงต่างพากันหิ้วปิ่นโตและถาดอาหารมาทำบุญที่วัดกันอย่างเนืองแน่น มธุสรในชุดขาวสะอาดตานั่งสำรวมอยู่บนศาลาไม้ มั่นคงและสง่างามดุจรูปปั้น ทว่าสายตาเธอกลับคอยชำเลืองมองร่างสูงโปร่งข้างกายที่กำลังช่วยชาวบ้านจัดจานอาหารอย่างขยันแข็งขันราวกับรู้จักคุณย่าคุณยายที่มาวัดมานานแสนนาน

อยู่ที่ไหนก็พร้อมจะสนิทกับเค้าไปทั่วเลย เด็กคนนี้ เหลือจะเชื่อเลยจริง ๆ

หลังจากพระฉันเพลเรียบร้อยแล้ว ปราณก็เดินกลับมาพร้อมถาดอาหารใบโตที่อัดแน่นไปด้วยกับข้าวพื้นเมืองสีสันจัดจ้าน

“มาค่ะคุณน้า พระท่านฉันเพลเสร็จแล้ว ถึงเวลาพวกเราลาข้าวพระมากินกันแล้วค่ะ”

มธุสรมองดูสำรับตรงหน้าแล้วลอบกลืนน้ำลาย แต่ไม่ใช่เพราะความหิว แกงส้มปลากะพงยอดมะพร้าวสีเหลืองจัดจนเกือบส้ม แกงไตปลาที่เข้มข้นจนส่งกลิ่นหอมฉุย และคั่วกลิ้งเนื้อที่ดูจากพริกแกงแล้วน่าจะเผ็ดร้อนถึงทรวง

อาหารทุกอย่างดูน่ากิน แต่คงไม่เหมาะกับคนไม่กินเผ็ดอย่างเธอ

“เธอเอากับข้าวมาทำไมเยอะแยะเนี่ย แต่ละอย่างก็สีสันจัดจ้านเหลือเกิน ฉันกินเผ็ดไม่เก่งหรอกนะ”

“อ้าว คุณน้ากินเผ็ดไม่ได้เหรอคะ เสียดายจัง มาใต้ทั้งทีน่าจะลองอาหารท้องถิ่นสักหน่อยนะคะ”

ปราณไม่พูดเปล่า แต่ยังกินโชว์ เธอตักเนื้อปลาในแกงส้มวางบนข้าวสวยที่เรียงเม็ดสวยแล้วเอาเข้าปาก

“หืมมมมมม...สุดยอด อร่อยมากเลยคุณน้า ลองมั้ยคะ”

เมื่อเห็นสีหน้าของคนเด็กกว่าดูน่าอร่อยอย่างที่บอกจริง ๆ มธุสรก็อดใจไม่ไหว

เธอลองตักแกงส้มขึ้นมาเพียงปลายช้อนแล้วส่งเข้าปาก แต่เพียงแค่น้ำแกงสัมผัสลิ้น ความเผ็ดร้อนและรสเปรี้ยวจี๊ดก็ระเบิดขึ้นจนเธอต้องรีบคว้าน้ำขึ้นมาดื่มรวดเดียวหมดแก้ว ใบหน้าสวยแดงระเรื่อ น้ำตาคลอเพราะความเผ็ดที่ไม่ได้ตั้งตัว

“ฮ่าๆ คุณน้าน่ารักจัง เผ็ดจนหน้าแดงเลย”

ปราณหัวเราะเบา ๆ ก่อนจะรีบตักไก่ทอดชิ้นโตที่เป็นอาหารชิ้นเดียวในจานที่ไม่มีพริกแกงปนมาวางลงในจานข้าวของมธุสร

“งั้นกินนี่แทนค่ะ อันไหนที่กินไม่ได้ก็ไม่ต้องกิน เดี๋ยวจะแสบท้องนะคะ”

มธุสรมองไก่ทอดชิ้นนั้นแล้วมองหน้าคนเด็กกว่าที่ตอนนี้กำลังแกะปูให้เธออย่างตั้งใจ ความรู้สึกอุ่นวาบแล่นพล่านในอก ความใส่ใจเล็ก ๆ น้อย ๆ ที่ปราณหยิบยื่นให้โดยที่เธอไม่ได้ร้องขอ มันเริ่มสั่นคลอนกำแพงที่เธอสร้างไว้ทีละน้อย

“ขอบใจ”

มธุสรเอ่ยออกมาเบา ๆ แต่คนที่ได้ยินรีบเงยหน้าขึ้นมายิ้มแฉ่ง

“ด้วยความยินดีและเต็มใจเป็นอย่างยิ่งเลยค่ะ”

หลังมื้ออาหารที่แสนวุ่นวาย ปราณชวนมธุสรเดินเลี่ยงออกมาทางหลังวัดซึ่งเชื่อมต่อกับพื้นที่ชุ่มน้ำขนาดใหญ่ ลมทะเลพัดหอบเอาความเย็นสบายมาปะทะหน้า ทลายความอบอ้าวของอากาศยามเที่ยงไปหมดสิ้น

“คุณน้าดูนั่นสิคะ!” ปราณเอ่ยอย่างตื่นเต้นขณะชี้มือไปยังบึงน้ำกว้างใหญ่ที่ถูกปกคลุมด้วยดอกบัวหลวงสีชมพูสะพรั่งที่บานรับแสงแดดอยู่เต็มสระ

“โห ที่นี่มีสระบัวด้วยเหรอ สวยจัง...”

มธุสรครางออกมาเบา ๆ ดวงตาคมสวยเป็นประกายตื่นเต้นเหมือนเด็ก ๆ เธอชอบดอกบัวที่สุด เพราะมันคือสัญลักษณ์ของความบริสุทธิ์และการหลุดพ้น

“ฉันอยากได้บัวพวกนั้นไปปักแจกันถวายพระในอุโบสถจังเลย”

“อยากได้ก็ต้องไปเก็บค่ะ นั่นไง! มีเรือไม้จอดอยู่ลำหนึ่งพอดี” ปราณบุ้ยปากไปทางเรือพายลำเล็กที่ผูกไว้ใต้ต้นจิกน้ำ

“โอ๊ย ฉันพายเรือเป็นที่ไหนล่ะ ว่ายน้ำก็ไม่เป็นเหมือนกัน เกิดนั่งเรือออกไปแล้วตกน้ำขึ้นมาจะทำยังไง ช่างมันเถอะ เรื่องเก็บบัวน่ะ”

มธุสรปฏิเสธทันควันตามวิสัยคนระแวดระวัง ทว่าปราณกลับเดินเข้าไปใกล้ ยื่นมือออกมาตรงหน้ามธุสรด้วยท่าทางมั่นคง

“ไว้ใจปราณไหมคะ ปราณจะพายเอง คุณน้านั่ง สวย ๆ คอยเก็บบัวอย่างเดียวพอ ถ้าตกน้ำปราณจะอุ้มคุณน้าขึ้นมาเองค่ะ คุณน้าไว้ใจปราณได้นะ”

มธุสรจ้องมองมือนั้นครู่หนึ่ง ก่อนจะตัดสินใจวางมือเรียวของเธอลงบนฝ่ามืออุ่น ๆ ของปราณ

“ถ้าฉันตกน้ำ เธอเจอดีแน่!!”

“ไม่ปล่อยให้ตกหรอกค่ะ ไปกันเถอะ”

เรือไม้ลำเล็กโคลงเคลงเล็กน้อยเมื่อมธุสรก้าวลงไปนั่งที่หัวเรือ โดยมีปราณนั่งประจำที่ท้ายเรือคอยคุมพาย ปราณออกแรงพายเรืออย่างชำนาญ พาเรือลำน้อยแหวกกอหญ้าและใบบัวมุ่งหน้าสู่ใจกลางสระที่ดอกบัวกลุ่มที่สวยที่สุดชูคอรออยู่

บรรยากาศรอบตัวเงียบสงัด มีเพียงเสียงพายกระทบน้ำจังหวะสม่ำเสมอ และเสียงนกน้ำที่ร้องเรียกกันอยู่ไกล ๆ เมื่อหันกลับมามอง มธุสรก็เห็นใบหน้าของเด็กสาวที่กำลังขะมักเขม้นพายเรือ แสงแดดที่ลอดผ่านใบไม้สะท้อนเงาในน้ำทำให้ภาพตรงหน้าดูราวกับภาพวาด

“ถึงแล้วค่ะคุณน้า ดอกนี้สวยที่สุดเลย ปราณเลือกให้” ปราณบังคับเรือให้เข้าไปใกล้กอบัวหลวงดอกโต

มธุสรเอื้อมมือไปเด็ดดอกบัวอย่างเบามือ กลิ่นหอมอ่อน ๆ ของเกสรบัวโชยเข้าจมูก เธอหันกลับมายิ้มให้ปราณด้วยความดีใจลึก ๆ รอยยิ้มที่ปราศจากมาดคุณนายร้านทอง รอยยิ้มที่มาจากเนื้อแท้ของมธุสร

ในจังหวะนั้นเอง เรือเกิดโคลงเคลงเล็กน้อยเพราะมธุสรขยับตัวแรงไปนิด เธอเสียหลักจะหงายหลัง ปราณรีบวางพายแล้วคว้าเอวบางของมธุสรไว้ได้ทันท่วงที

ใบหน้าของทั้งคู่ห่างกันเพียงไม่กี่นิ้ว...

มธุสรสัมผัสได้ถึงลมหายใจอุ่น ๆ ของคนตรงหน้า และดวงตาตาหยีคู่นั้นที่ตอนนี้ไม่ได้ฉายแววขี้เล่นเหมือนทุกที แต่กลับดูจริงจังและเปี่ยมไปด้วยความห่วงใยจนหัวใจของมธุสรเต้นรัวโครมครามจนแทบจะหลุดออกมานอกอก มันเป็นความรู้สึกเดียวกับที่เธอเคยได้รับเมื่อหลายสิบปีก่อน แต่มันกลับ บริสุทธิ์ กว่าอย่างบอกไม่ถูก

“ระวังหน่อยนะคะ เป็นไปได้ปราณก็ไม่อยากอุ้มคุณน้าขึ้นมาจากน้ำหรอกค่ะ”

คนเด็กกว่ากระซิบเสียงนุ่ม สายตายังคงจับจ้องอยู่ที่ริมฝีปากอวบอิ่มของมธุสร

“ปล่อยได้แล้วปราณ ฉันไม่ได้เป็นอะไร” มธุสรเอ่ยเสียงสั่น พยายามเรียกสติกลับคืนมา

ปราณค่อย ๆ ปล่อยมือออกแต่ยังคงส่งยิ้ม

“คุณน้าคนสวย...รู้ตัวมั้ยคะว่าตอนคุณน้าตื่นเต้นเรื่องดอกบัว คุณน้าน่ารักขนาดไหน ปราณอยากเห็นคุณน้ายิ้มแบบนี้ทุกวันเลยนะคะ”

มธุสรเบือนหน้าหนี ก้มลงมองดอกบัวในมือเพื่อซ่อนใบหน้าที่แดงจัดของตัวเอง

“พูดมากจริง ๆ รีบพายเรือกลับเข้าฝั่งได้แล้ว แดดเริ่มร้อนแล้วนะ”

แม้จะปากแข็งและทำเป็นดุ แต่ในใจของมธุสรกลับรู้ดีว่า การหนีมาใต้ครั้งนี้ นอกจากจะไม่ช่วยให้ลืมปราณแล้ว มันกลับยิ่งทำให้เด็กคนนี้ ปักหลักอยู่กลางใจเธอแน่นกว่าเดิมเสียอีก

เรือลำน้อยค่อย ๆ เคลื่อนกลับเข้าสู่ฝั่ง ทิ้งรอยกระเพื่อมไว้บนผิวน้ำที่นิ่งสงบ ไม่ต่างจากใจของมธุสรในตอนนี้ ที่ถูกปราณกวนจนไม่สามารถกลับมานิ่งเฉยได้เหมือนเดิมอีกต่อไป

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • คุณนายมธุสร   ตอนพิเศษ (5) 20 years later

    กาลเวลาคือสายน้ำที่ไม่เคยไหลย้อนกลับ แต่มันทำหน้าที่ขัดเกลาให้ความรักที่เคยร้อนแรงและเต็มไปด้วยการพิสูจน์ กลายเป็นความผูกพันที่นิ่งสงบและมั่นคงดั่งขุนเขายี่สิบปีผ่านไป...บ้านสวน ที่เคยเป็นเพียงที่พักใจในวันว่าง ตอนนี้ได้กลายเป็นบ้านหลังหลักที่บรรจุความทรงจำนับหมื่นแสนของคนสองคนไว้ ดอกเดซี่สีขาวบริสุทธิ์ยังคงเบ่งบานเต็มทุ่งหลังบ้าน เพราะมันได้รับการดูแลอย่างดีจากเจ้าของบ้านทั้งสองคนที่ผลัดกันรดน้ำพรวนดินมาตลอดสองทศวรรษปราณในวัย 46 ปี ตอนนี้ไม่ได้เป็นเพียงเด็กสาวร่างสูงโปร่งที่ชอบทำบุญและช่วยเหลือสัตว์อีกต่อไป ตอนนี้เธอคือผู้บริหารสาวมาดสุขุมผู้ดูแลร้านทองของมธุสร และประธานมูลนิธิเดซี่ช่วยเหลือสัตว์ ที่ขยายสาขาไปทั่วประเทศวันนี้ปราณสวมชุดสูทสีเข้มคัตติ้งเนี้ยบ ใบหน้าที่เคยสดใสถูกแต่งแต้มด้วยร่องรอยแห่งประสบการณ์และความมั่นใจ ทว่าเมื่อก้าวเท้าพ้นประตูรถตู้หรูที่แล่นเข้าสู่เขตบ้านสวน ท่าทางที่ดูเคร่งขรึมเหล่านั้นกลับละลายหายไปในทันที“พี่สรคะ...ปราณกลับมาแล้วค่ะ”เสียงเรียกนั้นยังคงสดใสไม่ต่างจากวันแรกที่เธอทักทายคุณนายมธุสร ปราณรีบเดินมุ่งหน้าไปยังระเบียงไม้หน้าบ้าน ที่ซึ่ง มธุสรในวั

  • คุณนายมธุสร   ตอนพิเศษ (4) ขอพรแดนไกล

    “พี่สรคะ...นี่มันเกินไปรึเปล่าคะ”ปราณยืนอ้าปากค้างอยู่หน้าทางเข้าพิเศษของอาคารผู้โดยสารส่วนบุคคล (Private Jet Terminal) ในเช้ามืดวันพฤหัสบดี เธออยู่ในชุดเดินทางที่ดูเรียบง่ายแต่ทะมัดทะแมง ผิดกับมธุสรที่ก้าวลงจากรถตู้หรูในชุดเดรสยาวผ้าไหมเนื้อละเอียดสีครีม สวมแว่นกันแดดแบรนด์เนม และมีพนักงานต้อนรับในชุดเครื่องแบบยืนรอรับกระเป๋าอยู่ถึงสี่คน“ไม่เกินไปหรอกค่ะเด็กดี พี่บอกแล้วไงว่าทริปนี้พี่จะพาหนูไปเปิดหูเปิดตา แล้วคนที่เป็นแฟนกับคุณนายมธุสร จะให้ไปเบียดกับใครบนเครื่องบินพาณิชย์ได้ยังไงกัน” มธุสรเอ่ยกลั้วหัวเราะพลางยื่นแขนให้เด็กสาวกุมปราณมองไปยังเครื่องบินเจ็ตส่วนตัวลำเล็กที่จอดตระหง่านอยู่บนรันเวย์ส่วนตัว ตัวเครื่องสีขาวสะอาดตัดด้วยแถบสีทองอร่ามที่มีสัญลักษณ์เล็ก ๆ ของตระกูลมธุสรติดอยู่ นี่คือการให้ที่ปราณไม่เคยคาดคิดมาก่อน จากเด็กสาวที่เคยนั่งแต่รถทัวร์ไปทำบุญตามวัดต่างจังหวัด วันนี้เธอกำลังจะได้เหินฟ้าสู่ฮ่องกงด้วยเครื่องบินเหมาลำที่มีเพียงเธอและมธุสรเท่านั้นภายในเครื่องบินเจ็ตถูกตกแต่งราวกับห้องนั่งเล่นสุดหรูในโรงแรมห้าดาว เบาะหนังแท้ปรับนอนได้หนึ่งร้อยแปดสิบองศา พร้อมเชฟส่วนตัวท

  • คุณนายมธุสร   ตอนพิเศษ (3) กลัว

    ค่ำคืนที่บ้านสวนวันนี้เงียบสงบกว่าปกติ มีเพียงเสียงจิ้งหรีดที่ขับขานสลับกับเสียงลมพัดใบไม้ไหว มธุสรนั่งทิ้งตัวอยู่ตรงระเบียงไม้หน้าบ้าน ในมือมีแก้วชาร้อนที่เริ่มจางความร้อนไปนานแล้ว สายตาของเธอเหม่อมองไปยังแปลงดอกเดซี่ที่ตอนนี้ดูพร่ามัวภายใต้แสงจันทร์แม้ภายนอกจะดูนิ่งสงบ แต่ภายในใจของมธุสรกลับกำลังเผชิญกับพายุลูกเล็ก ๆ ที่เริ่มก่อตัวขึ้นตั้งแต่เมื่อช่วงเย็น เหตุการณ์ที่ร้านทองในวันนี้ยังคงวนเวียนอยู่ในหัวลูกค้ารุ่นราวคราวเดียวกับปราณคนหนึ่งเดินเข้ามาทักทายปราณที่แวะไปรับเธอที่ร้าน ทั้งคู่คุยกันอย่างถูกคอด้วยภาษาและหัวข้อที่มธุสรเข้าไม่ถึง เสียงหัวเราะที่ดูสดใสและเป็นธรรมชาติของปราณในตอนนั้น ทำให้มธุสรรู้สึกเหมือนตัวเองเป็น คนนอกอย่างประหลาดความต่างของอายุที่เธอเคยบอกว่าไม่ใช่อุปสรรค ตอนนี้มันเริ่มกลับมาหลอกหลอนเธอในรูปแบบของความไม่มั่นใจ“พี่สรคะ มานั่งทำไมตรงนี้คนเดียวคะเนี่ย ยุงกัดหมดแล้วนะ”เสียงใส ๆ ของปราณดังขึ้นพร้อมกับสัมผัสอุ่น ๆ ของผ้าห่มผืนบางที่ถูกนำมาคลุมลงบนไหล่ มธุสรสะดุ้งเล็กน้อยก่อนจะพยายามปรับสีหน้าให้เป็นปกติ“พี่แค่อยากรับลมน่ะค่ะ ปราณล้างจานเสร็จแล้วเหรอคะ” มธุส

  • คุณนายมธุสร   ตอนพิเศษ (2) ขนมที่เคยขอ

    บรรยากาศยามบ่ายที่บ้านสวนวันนี้ดูจะวุ่นวายกว่าปกติเล็กน้อย แต่มันไม่ใช่ความวุ่นวายจากเสียงเห่าของเจ้าสี่ขาหรือเสียงของคนงานที่มาเก็บผลไม้ในสวนหากแต่เป็นความวุ่นวายละเมียดละไมที่เกิดขึ้นภายในห้องครัวต่างหาก มธุสรในชุดผ้ากันเปื้อนสีครีมกำลังยืนอยู่หน้าหม้อทองเหลืองใบย่อม กลิ่นหอมหวานของถั่วเขียวเลาะเปลือกนึ่งสุกที่กำลังถูกกวนกับน้ำกะทิและน้ำตาลทรายควันฉุยไปทั่วบริเวณมธุสรใช้ไม้พายกวนถั่วอย่างใจเย็น เธอทำแบบนี้ซ้ำ ๆ มาเกือบชั่วโมงแล้ว เหงื่อเม็ดเล็กเกาะพราวอยู่ตามไรผม แต่ใบหน้ากลับมีรอยยิ้มละไมอยู่ตลอดเวลา ภาพความทรงจำครั้งเก่าสมัยที่ทั้งคู่ยังอยู่ที่วัดป่าทางภาคใต้ ย้อนกลับมาในหัว“งั้นถ้ากลับไปกรุงเทพแล้ว ปราณขอชิมฝีมือของพี่หน่อยได้มั้ยคะ ถือเป็นรางวัลที่ปราณตามมาดูแลพี่ถึงที่นี่เลย...นะคะ น้า”“ฉันไม่รับปาก...เพราะฉันไม่ได้ขอร้องให้เธอตามมาที่นี่สักหน่อย เธออยากมาเอง ช่วยไม่ได้”วันนั้นมธุสรจำได้ว่าเธอแสร้งทำเป็นบอกปัดด้วยน้ำเสียงนิ่ง ๆ ตามสไตล์คุณนายจอมหยิ่ง แต่ความจริงคือมธุสรจดบันทึกคำขอนั้นลงในใจเรียบร้อยแล้วตั้งแต่วินาทีนั้น และรอคอยโอกาสที่จะได้ทำให้เด็กแสบชิมฝีมือเธออย่างจริ

  • คุณนายมธุสร   ตอนพิเศษ (1) ไม่มีงานแต่ง

    บ่ายวันเสาร์ที่ร้านทองของมธุสร บรรยากาศยังคงคึกคักไปด้วยลูกค้าที่แวะเวียนมาเลือกซื้อเครื่องประดับล้ำค่า แต่ภายในห้องรับรองส่วนตัวที่ตกแต่งด้วยผนังบุกำมะหยี่สีแดงตัดกับขอบทองเหลืองอร่าม กลับมีความเงียบสงบที่ปกคลุมคนสองคนเอาไว้มธุสรในชุดสูทสีเบจดูภูมิฐานกำลังนั่งจิบชาสายตาเหม่อมองไปยังตู้กระจกที่โชว์คอลเลกชันแหวนเพชรน้ำงามที่สุดของร้าน“คนดีขา” มธุสรเอ่ยขึ้นทำลายความเงียบ ขณะที่ปราณกำลังสนใจอยู่กับเจ้าสุนัขในแท็บเล็ตที่สถานพักพิงส่งรูปมาอัปเดต“คะที่รัก?” ปราณเงยหน้าขึ้นพร้อมรอยยิ้มตาหยีเหมือนทุกครั้ง“หนู...อยากแต่งงานมั้ยคะ?”คำถามที่ไม่มีปี่มีขลุ่ยทำให้ปราณชะงักไปครู่หนึ่ง เธอวางแท็บเล็ตลงแล้วขยับเข้าไปใกล้คนรัก พลางจ้องลึกเข้าไปในดวงตาคมสวยที่ตอนนี้ดูมีความกังวลปนคาดหวัง ปราณนิ่งคิดไปครู่หนึ่งก่อนจะหัวเราะออกมาเบา ๆ อย่างเป็นธรรมชาติ“ถามจริงหรือถามเล่นคะเนี่ย?”“ตอบมาเถอะค่ะ” มธุสรยิ้มเอ็นดู“อืม...ปราณไม่เคยคิดเรื่องงานแต่งงานเลยค่ะพี่สร สำหรับปราณ พิธีรีตองพวกนั้นมันก็แค่ฉากหน้า ปราณไม่ได้ต้องการให้คนทั้งโลกมารับรู้หรือมาโห่ร้องยินดีในงานที่ต้องใช้เงินมหาศาลเพื่อความหรูหราแค่ไม่

  • คุณนายมธุสร   บทที่ 30 รักก็คือรัก (จบ)

    ท่ามกลางความวุ่นวายของเมืองหลวง วัดป่าดาราภิรมย์ ยังคงเป็นพื้นที่สีเขียวที่ให้ความสงบทางใจอย่างประหลาด มธุสรดับเครื่องยนต์รถเก๋งสีดำที่หน้าซุ้มประตูวัดพลางมองออกไปข้างนอกด้วยหัวใจที่พองโต วันนี้เธอกลับมาที่นี่อีกครั้งในสถานะที่ต่างออกไปจากวันแรกโดยสิ้นเชิง ปราณเปิดประตูฝั่งข้างคนขับก้าวลงจากรถด้วยท่าทางที่ดูโตเป็นผู้ใหญ่ขึ้นในชุดเชิ้ตสีขาวสะอาดตา เธอหันมายิ้มให้มธุสรพลางยื่นมือมาให้กุม“ไปค่ะพี่สร ไหว้พระทำบุญกัน”“ไปจ้ะ”ทั้งคู่เดินจูงมือกันเข้าไปในศาลาไม้หลังเดิมที่คุ้นเคยมธุสรและปราณเข้าไปกราบพระอาจารย์เจ้าอาวาส ท่านเงยหน้าขึ้นมองแล้วยิ้มอย่างเมตตา“ไม่แวะมานานเลยนะโยมสร เจ้าปราณก็ด้วย แล้วไปไงมาไงวันนี้ถึงได้มาด้วยกันล่ะ”มธุสรและปราณก้มกราบพระอาจารย์พร้อมกันสามครั้งด้วยกิริยาที่อ่อนน้อม ก่อนที่มธุสรจะเป็นฝ่ายขยับเข้าไปใกล้แล้วพนมมือพร้อมด้วยใบหน้าที่มีความสุขที่สุดเท่าที่พระอาจารย์เคยเห็นมา“ที่ผ่านมา สรต้องขอบพระคุณพระอาจารย์มากนะคะที่ช่วยเป็นที่พึ่งทางใจให้สรมาตลอด จนกระทั่งวันที่สรได้เจอเด็กคนนี้...” มธุสรเหลือบมองคนข้างกายด้วยแววตาซึ้งใจ“ตอนนี้สรกับปราณ เราสองคนตัดสินใจที่จ

  • คุณนายมธุสร   บทที่ 3 มุมน่ารักของคุณนาย

    เมื่อปราณเดินลงมายังชั้นล่างของร้านทอง ซึ่งมีเหล่าบอดี้การ์ดร่างกำยำในชุดสูทสีดำยืนเฝ้าอยู่อย่างเคร่งขรึม เธอก็เตรียมจะเดินผ่านออกไปตามปกติ แต่ทว่า พี่เข้ม หัวหน้าบอดี้การ์ดที่ยืนอยู่หน้าประตู กลับก้าวเข้ามาขวางทางเธอไว้ปราณชะงักไปนิดหน่อย ก่อนจะส่งยิ้มเจื่อน ๆ“มีอะไรรึเปล่าคะพี่คนหล่อ”พี่เข้มไม

  • คุณนายมธุสร   บทที่ 2 เหมือนคนเป็นแฟน

    หลังจากกดส่งข้อความไปไม่ถึงสามนาที หน้าจอแท็บเล็ตที่วางอยู่ข้างกายก็สว่างวาบขึ้น มธุสรสะดุ้งสุดตัวจนเกือบจะปัดแก้วน้ำคริสตัลบนโต๊ะร่วงลงพื้น เธอรีบคว้าเครื่องมือสื่อสารขึ้นมาดูด้วยใจที่เต้นรัวอย่างไม่เคยเป็นมาก่อน[ปราณ : พรุ่งนี้เช้าหนูว่างค่ะ คุณน้าอยากจ้างหนูไปทำอะไรคะ หรือจะจ้างไปสวดมนต์แก้บนเร

  • คุณนายมธุสร   บทที่ 1 ปราณ

    คฤหาสน์ตระกูลศรีรักษ์สวัสดิกุลในยามเย็นยังคงเงียบสงบและโอ่อ่าตามแบบฉบับตระกูลเก่าแก่ ทว่าภายในห้องนอนกว้างขวางที่ตกแต่งด้วยเฟอร์นิเจอร์ไม้สลักลายทองหรูหรา กลับมีกระแสความวุ่นวายบางอย่างที่มองไม่เห็นพัดวนอยู่รอบตัวเจ้าของห้องมธุสรในชุดลำลองเนื้อผ้าไหมลื่นสีครีม นั่งเอนกายอยู่บนโซฟาปลายเตียง ในมือถื

  • คุณนายมธุสร   บทนำ

    “ยะถา วาริวะหา ปูรา...”มธุสร ศรีรักษ์สวัสดิกุล นั่งพับเพียบเรียบร้อยอยู่บนอาสนะในชุดผ้าไหมสีนวล ใบหน้าสวยสง่าที่ล้อมรอบด้วยออร่าแห่งความสงบทำให้เธอเหมือนรูปปั้นที่จับต้องไม่ได้ ในวัยสี่สิบหกปี เธอยังคงดูสาวสะพรั่งและเพอร์เฟกต์ในทุกกระเบียดนิ้ว จนใครต่อใครต่างยกย่องว่าเธอคือ นางฟ้านักบุญ ผู้ปล่อยวา

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status