Beranda / LGBTQ+ / คุณนายมธุสร / บทที่ 6 หนีไม่พ้น

Share

บทที่ 6 หนีไม่พ้น

last update Tanggal publikasi: 2026-03-06 14:47:25

มื้ออาหารค่ำที่ควรจะรื่นรมย์กลับเต็มไปด้วยความเงียบอันหนักอึ้ง มธุสรวางช้อนลงพลางมองจานอาหารที่แทบไม่ได้พร่องไปเลยแม้แต่น้อย ความรู้สึกสับสนที่ตีรวนอยู่ในอกทำให้เธอตัดสินใจเอ่ยปากในสิ่งที่เตรียมใจมาทั้งวัน

“แม่คะ...สรมีเรื่องจะรบกวน”

คุณหญิงรัศมีเงยหน้าจากจานสลัด เลิกคิ้วมองลูกสาวด้วยความสงสัย

“มีอะไรเหรอสร สีหน้าไม่ดีเลย”

“สรอยากฝากให้แม่ช่วยดูแลงานที่ร้านทองแทนสรชั่วคราวสักสิบวันได้ไหมคะ พอดีสรตั้งใจจะไปบวชชีพราหมณ์...ที่วัดป่าทางภาคใต้ค่ะ”

ช้อนส้อมในมือของคนเป็นแม่แทบร่วงหล่นเมื่อได้ยินแบบนั้น   

“สร! ลูกคิดอะไรอยู่ ทำไมต้องไปไกลขนาดนั้น” คุณหญิงอุทานอย่างตกใจ “บวชวัดป่าในกรุงเทพฯ หรือแถวชานเมืองก็ได้ แม่เห็นลูกก็มีวัดประจำของลูกไม่ใช่เหรอ ทำไมอยู่ ๆ ถึงจะลงใต้ไปคนเดียวแบบนี้ล่ะ”

มธุสรนิ่งเงียบไปครู่หนึ่ง เธอหลบสายตาผู้เป็นแม่พลางมองออกไปนอกหน้าต่างที่ความมืดมิดปกคลุม แววตาที่เคยแข็งกร้าวบัดนี้กลับวาววับไปด้วยหยาดน้ำตาที่พยายามสะกดไว้ เธอหันกลับมาสบตาแม่ด้วยสายตาที่เปี่ยมไปด้วยความโศกเศร้าลึก ๆ

“แม่ให้สรไปเถอะนะคะ...แม่ก็รู้ว่าที่ผ่านมาสรต้องเจออะไรมาบ้าง สรแค่อยากไปในที่ที่ไม่มีใครรู้จักสร ที่ที่สรจะลืมทุกอย่างได้จริง ๆ”

เมื่อเห็นสายตาที่เจ็บปวดของลูกสาว หัวใจของผู้เป็นแม่ก็อ่อนยวบ คุณหญิงรัศมีถอนหายใจยาวพลางเอื้อมมือมากุมมือลูกสาวไว้แน่น เธอคิดไปเองว่า เรื่องในอดีต เมื่อสิบปีก่อนยังคงตามหลอกหลอนมธุสรไม่จบสิ้น ความผิดหวังจากคนรักเก่าที่ทำลายทั้งใจและทรัพย์สินคงเป็นแผลใหญ่เกินกว่าจะเยียวยาได้ง่าย ๆ 

“ได้จ้ะ...ถ้ามันจะทำให้ลูกสบายใจขึ้น แม่จะจัดการทางนี้ให้เอง ไปเถอะลูก ไปพักใจให้เต็มที่”

มธุสรพยักหน้าขอบคุณด้วยความรู้สึกผิดชอบชั่วดีที่ขัดแย้งกันในใจ เธอไม่ได้บอกความจริงกับแม่ว่า อดีต ที่เธออยากหนีในตอนนี้ ไม่ใช่คนรักเก่าใจร้ายคนนั้น แต่เป็น เด็กสาวตาหยี ที่ชื่อปราณต่างหาก

เด็กคนที่ทำให้หัวใจที่เคยตายด้านของเธอเริ่มสั่นคลอนจนน่ากลัว เธอจึงต้องหนี...หนีไปให้ไกลที่สุดเท่าที่จะทำได้

สองวันต่อมา...

เสียงคลื่นกระทบฝั่งดังแว่วมาตามลม พร้อมกับกลิ่นอายน้ำทะเลที่เค็มจาง ๆ มธุสรก้าวเท้าลงจากรถตู้ส่วนตัวที่จอดสนิทหน้าซุ้มประตูวัดป่าริมทะเลแห่งหนึ่งในจังหวัดทางภาคใต้ ที่นี่เงียบสงบจนได้ยินเสียงใบมะพร้าวเสียดสีกัน ความเวิ้งว้างของท้องทะเลเบื้องหน้าทำให้เธอรู้สึกถึงความสงบที่โหยหามานาน

มธุสรเดินเข้าไปกราบนมัสการหลวงตาเจ้าอาวาสที่ศาลาไม้หลังเล็ก

“หลวงตาคะ สรตั้งใจจะมาขอลาบวชชีพราหมณ์ที่นี่สักสิบวันค่ะ พอดีเห็นว่าที่นี่เงียบสงบ เลยอยากมาถือศีลแปดพักจิตใจค่ะ”

หลวงตาละสายตาจากคัมภีร์ใบลาน มองโยมผู้สูงศักดิ์ตรงหน้าด้วยความเมตตาแล้วยิ้มบาง ๆ

“อนุโมทนาในเจตนาของโยมนะ แต่คงต้องบอกตามตรงว่าที่วัดนี้บวชชีพราหมณ์ให้ไม่ได้หรอก ปกติที่นี่ไม่มีแม่ชีจำวัด และวัดเราก็ไม่มีโครงการบวชศีลแปดหรือชีพราหมณ์เป็นกิจจะลักษณะเหมือนวัดใหญ่ ๆ ในเมือง”

มธุสรหน้าเสียไปเล็กน้อย “อ้าวเหรอคะ...แล้วสรต้องทำยังไงคะหลวงตา สรตั้งใจมาที่นี่จริง ๆ ค่ะ”

“ถ้าอยากมาพักใจ สงบจิตสงบใจ ก็ช่วยงานวัดเล็ก ๆ น้อย ๆ กวาดลานวัด หรือนั่งสมาธิเงียบ ๆ แบบนั้นน่ะทำได้ มีเรือนพักอุบาสิกาหลังเล็กอยู่ท้ายวัดพอจะอาศัยได้ชั่วคราว ถ้าโยมไม่เกี่ยงเรื่องความลำบาก จะอยู่ที่นี่สิบวันหลวงตาก็ยินดี”

“ขอบพระคุณมากค่ะหลวงตา แค่นั้นสรก็พอใจแล้วค่ะ”

เมื่อคิดถึงความเงียบสงบ มธุสรก็ดูผ่อนคลายมากขึ้น เธอให้บอดี้การ์ดนำกระเป๋าสัมภาระไปไว้ที่เรือนพัก แล้วสั่งให้กลับได้เลย มธุสรตั้งใจแน่วแน่แล้วว่า การมาพึ่งพาสถานที่เงียบสงบในวัดครั้งนี้ จะช่วยให้เธอลืมเรื่องราวว้าวุ่นในใจได้อย่างแน่นอน

ทว่าคืนแรกของการจำวัดป่าริมทะเล...

มธุสรกลับนอนไม่หลับเลยแม้แต่นาทีเดียว เสียงจิ้งหรีดเรไรและเสียงคลื่นที่ซัดสาดตลอดคืนควรจะสุนทรีย์ กลับกลายเป็นเสียงที่รบกวนโสตประสาทของคนที่ไม่ชินสถานที่อย่างเธอ ที่นอนแข็ง ๆ หมอนที่เตี้ยเกินไป และอากาศที่อบอ้าวทำให้เธอพลิกตัวไปมาด้วยความกระสับกระส่าย

แต่สิ่งที่รบกวนจิตใจเธอมากที่สุดคือ ใบหน้าสดใส ของปราณที่มักจะแทรกเข้ามาในหัวทุกครั้งที่เธอหลับตา ภาพที่ปราณยืนรดน้ำต้นไม้ ภาพที่เด็กคนนั้นเดินชนเธอ ความรู้สึกผิดที่พูดจารุนแรงใส่ปราณในวันนั้นยังคงวนเวียนอยู่ไม่ไปไหน

‘ตอนนี้จะยังไปหาฉันที่ร้านทองมั้ยนะ หรือยังมารอหน้าบ้านจนค่ำมืดอีกรึเปล่า’

แต่เมื่อนึกถึง มธุสรก็รีบสะบัดหัวไล่ความคิดเหล่านั้นออกไป

พุทโธ...พุทโธ...สร เธอมาที่นี่เพื่อสงบใจนะ

เช้าวันต่อมา...

มธุสรตื่นขึ้นมาด้วยความอ่อนเพลีย เธอสวมชุดสีขาวเรียบ ๆ เดินออกมาที่ลานหน้าศาลาเพื่อเตรียมจะช่วยกวาดลานใบไม้ แสงแดดอ่อน ๆ ยามเช้าสะท้อนผิวน้ำทะเลจนดูเหมือนประดับด้วยเพชรระยิบระยับ เธอสูดอากาศบริสุทธิ์เข้าปอดลึก ๆ หวังจะเริ่มวันใหม่ด้วยใจที่นิ่งสงบ

ทว่า...สายตาของเธอก็ต้องสะดุดกับร่างสูงโปร่งในชุดเสื้อยืดสีขาวกางเกงผ้าฝ้ายที่ยืนยิ้มแฉ่งอยู่ใต้โคนต้นหูกวาง

“สวัสดีค่ะคุณน้า...เราเจอกันอีกแล้วนะคะ”

มธุสรยืนนิ่งอึ้ง มือที่ถือไม้กวาดสั่นน้อย ๆ ด้วยความตกใจจนแทบทำหล่น

“ปราณ เธอมาทำอะไรที่นี่ แล้วก็เลิกเรียกฉันว่าน้าสักที!”

ปราณเดินเข้ามาหาด้วยท่าทางกระฉับกระเฉง รอยยิ้มตาหยีที่เป็นเอกลักษณ์สว่างไสวสู้แสงแดด

“คุณน้ามาทำอะไรที่นี่ล่ะคะ หนูก็มาทำแบบเดียวกันนั่นแหละค่ะ”

“อย่าบอกนะว่าเธอจะมาบวช”

มธุสรแหวขึ้นอย่างเหลืออด เธออุตส่าห์หนีมาไกลหลายร้อยกิโลเมตร แต่เด็กคนนี้กลับตามหาเธอเจอในเวลาไม่ถึงสองวัน

“ตอนแรกก็ตั้งใจแบบนั้นค่ะ แต่หนูถามหลวงตาแล้ว ท่านบอกว่าที่นี่บวชชีพราหมณ์ไม่ได้ หนูก็เลย...” ปราณเว้นจังหวะพลางยิ้มยิงฟัน

“เลยอะไร?”

“ก็เลยจะมาอยู่เป็นเพื่อนคุณน้าไงคะ”

“โอ้ยยยย เธอบ้าไปแล้วรึไง”

มธุสรกระแทกเสียงใส่ด้วยความโมโหที่ปนเปไปกับความสับสน

“ฉันทำขนาดนี้แล้ว พยายามหลบหน้าไม่เจอเธอตั้งอาทิตย์ หนีมาใต้คนเดียว เธอยังดูไม่ออกอีกเหรอว่าฉันตั้งใจหนีหน้าเธอ!”

ปราณชะงักไปเล็กน้อย แววตาที่เคยขี้เล่นวูบไหวไปด้วยความน้อยใจเพียงครู่เดียว ก่อนจะกลับมามั่นคงดังเดิม

“นั่นไง คุณน้าตั้งใจหลบหน้าหนูจริงด้วย แต่...เอาจริง ๆ ก็ดูออกค่ะ ดูออกตั้งแต่อยู่กรุงเทพฯ แล้ว”

“ดูออกแล้วยังจะตามฉันมาทำไมอีก”

“แล้วคุณน้าจะหนีหนูทำไมล่ะคะ? แค่หนูบอกว่าอยากเจอ อยากอยู่ใกล้ แค่ความรู้สึกจริงใจของเด็กคนหนึ่ง มันน่ากลัวจนคุณน้าต้องหนีกันมาไกลขนาดนี้เลยเหรอ”

คำถามที่ตรงไปตรงมาของปราณทำให้มธุสรน้ำท่วมปาก เธอเชิดหน้าขึ้นพยายามกวาดสายตามองไปทางอื่น

“จะเหตุผลอะไรมันก็เรื่องของฉัน แต่ที่แน่ ๆ ฉันไม่อยากเห็นหน้าเธอ กลับไปซะ อย่ามาทำตัวเป็นเด็กไร้เหตุผลที่นี่”

คนเด็กกว่าไม่คิดถอย แต่ปราณก้าวเข้าไปใกล้จนเกือบชิด มธุสรผงะถอยหลังจนแผ่นหลังพิงกับโคนต้นไม้ใหญ่ ปราณจ้องลึกเข้าไปในดวงตาคมสวยที่พยายามปกปิดความหวั่นไหว

“คุณน้าไม่อยากเห็นหน้าหนู แต่หนูอยากเห็นหน้าคุณน้าค่ะ อยากเห็นทุกวันเลย...คุณน้าคนสวย”

น้ำเสียงที่อ่อนหวานและมั่นคงของปราณทำให้มธุสรใจสั่นสะท้าน เธอพยายามจะผลักร่างของเด็กสาวออกไป แต่กลับพบว่าเรี่ยวแรงที่มีกลับหายไปดื้อ ๆ เพียงเพราะสบสายตาที่เปี่ยมไปด้วยความหมายนั้น

“เธอมันร้าย ร้ายกว่าที่ฉันคิด” มธุสรพึมพำเสียงแผ่ว

“ร้ายก็รักไงคะ คุณน้าไม่เคยได้ยินเหรอ”

คำพูดตรง ๆ นั้นทำเอามธุสรใบหน้าร้อนผ่าวทันที

“ไม่เคยได้ยิน! และฉันก็ไม่ชอบให้เธอมาพูดเล่นแบบนี้ด้วย”

“แล้วใครบอกว่าหนูพูดเล่นคะ”

ปราณขยับเข้าไปใกล้อีกก้าว จนตอนนี้มธุสรไม่สามารถขยับเขยื้อนไปไหนได้อีก

“หนูไม่รู้ว่าเพราะอะไร คุณน้าถึงปิดกั้นหนูขนาดนี้ แต่ถ้าพอมีหวัง ช่วยเปิดใจหน่อยได้มั้ยคะ...หนูอยากจีบคุณน้า”

ทั้งสายตาและน้ำเสียงของปราณที่ชัดทุกถ้อยคำ เป็นตัวช่วยยืนยันได้ดีว่าสิ่งที่มธุสรได้ยินนั้น ออกมาจากความตั้งใจของคนตรงหน้าแบบที่ไม่ได้พูดเล่นเลยสักนิด

“มาค่ะ ให้หนูช่วยกวาดใบไม้นะคะ เดี๋ยวปราณจะดูแลคุณน้าอย่างดี ไม่ให้ขาดตกบกพร่องเลยค่ะ”

ปราณแย่งไม้กวาดไปจากมือมธุสรในขณะที่อีกฝ่ายยังยืนนิ่ง ประโยคที่พูดไปเมื่อกี้ดูเหมือนจะไม่ใช่การขออนุญาต แต่เป็นการบอกกล่าวมากกว่าว่า

ต่อไปนี้...หนูจะเริ่มจีบคุณน้าอย่างเป็นทางการแล้วค่ะ

มธุสรมองแผ่นหลังของเด็กแสบที่กำลังฮัมเพลงอย่างมีความสุข เธอลอบถอนหายใจยาว

“บ้าจริง ฉันทำเวรทำกรรมอะไรไว้เนี่ย ทำไมเด็กรุ่นลูกดันมาชอบฉันได้ละเนี่ย โอ๊ยยยยย อุตส่าห์มาอยู่วัดแท้ ๆ ยังมีเรื่องตามมากวนใจอีก”

ระหว่างที่ยืนบ่นพึมพำอยู่คนเดียว เสียงปราณก็แทรกเข้ามา

“คุณน้าคะ มากวาดใบไม้ตรงนี้เร็วค่ะ เยอะมาก หนูกวาดไม่หมดแน่ ๆ”

มธุสรกลอกตาพลางส่ายหน้าไปมาทันที รู้แน่ชัดแล้วว่า หลังจากนี้ชีวิตของเธอคงหาความสงบไม่เจอ

“รู้แล้ว ๆ เดี๋ยวไปช่วยกวาด”

ปราณยิ้มออกมาเมื่ออีกฝ่ายตอบกลับคำพูดของเธอ แม้จะไม่เกี่ยวกับสิ่งที่เธอตั้งใจสื่อสารออกไปก่อนหน้านี้ แต่อย่างน้อย การตามมาจนถึงที่นี่ก็ไม่เปล่าประโยชน์

งานนี้ต้องขอบคุณคุณหญิงรัศมี ที่ฝากฝังให้ปราณดูแลลูกสาวคนสวยของตัวเอง เพราะคิดว่าปราณเป็นน้องคนสนิทจริง ๆ

คุณหญิงหารู้ไม่ว่า...น้องคนสนิทคนนี้กำลังมีแผนการมากมายในหัว

หลังจากนี้ชีวิตคุณน้าจะไม่เงียบเหงาอีกต่อไปค่ะ ปราณรับรอง

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • คุณนายมธุสร   ตอนพิเศษ (5) 20 years later

    กาลเวลาคือสายน้ำที่ไม่เคยไหลย้อนกลับ แต่มันทำหน้าที่ขัดเกลาให้ความรักที่เคยร้อนแรงและเต็มไปด้วยการพิสูจน์ กลายเป็นความผูกพันที่นิ่งสงบและมั่นคงดั่งขุนเขายี่สิบปีผ่านไป...บ้านสวน ที่เคยเป็นเพียงที่พักใจในวันว่าง ตอนนี้ได้กลายเป็นบ้านหลังหลักที่บรรจุความทรงจำนับหมื่นแสนของคนสองคนไว้ ดอกเดซี่สีขาวบริสุทธิ์ยังคงเบ่งบานเต็มทุ่งหลังบ้าน เพราะมันได้รับการดูแลอย่างดีจากเจ้าของบ้านทั้งสองคนที่ผลัดกันรดน้ำพรวนดินมาตลอดสองทศวรรษปราณในวัย 46 ปี ตอนนี้ไม่ได้เป็นเพียงเด็กสาวร่างสูงโปร่งที่ชอบทำบุญและช่วยเหลือสัตว์อีกต่อไป ตอนนี้เธอคือผู้บริหารสาวมาดสุขุมผู้ดูแลร้านทองของมธุสร และประธานมูลนิธิเดซี่ช่วยเหลือสัตว์ ที่ขยายสาขาไปทั่วประเทศวันนี้ปราณสวมชุดสูทสีเข้มคัตติ้งเนี้ยบ ใบหน้าที่เคยสดใสถูกแต่งแต้มด้วยร่องรอยแห่งประสบการณ์และความมั่นใจ ทว่าเมื่อก้าวเท้าพ้นประตูรถตู้หรูที่แล่นเข้าสู่เขตบ้านสวน ท่าทางที่ดูเคร่งขรึมเหล่านั้นกลับละลายหายไปในทันที“พี่สรคะ...ปราณกลับมาแล้วค่ะ”เสียงเรียกนั้นยังคงสดใสไม่ต่างจากวันแรกที่เธอทักทายคุณนายมธุสร ปราณรีบเดินมุ่งหน้าไปยังระเบียงไม้หน้าบ้าน ที่ซึ่ง มธุสรในวั

  • คุณนายมธุสร   ตอนพิเศษ (4) ขอพรแดนไกล

    “พี่สรคะ...นี่มันเกินไปรึเปล่าคะ”ปราณยืนอ้าปากค้างอยู่หน้าทางเข้าพิเศษของอาคารผู้โดยสารส่วนบุคคล (Private Jet Terminal) ในเช้ามืดวันพฤหัสบดี เธออยู่ในชุดเดินทางที่ดูเรียบง่ายแต่ทะมัดทะแมง ผิดกับมธุสรที่ก้าวลงจากรถตู้หรูในชุดเดรสยาวผ้าไหมเนื้อละเอียดสีครีม สวมแว่นกันแดดแบรนด์เนม และมีพนักงานต้อนรับในชุดเครื่องแบบยืนรอรับกระเป๋าอยู่ถึงสี่คน“ไม่เกินไปหรอกค่ะเด็กดี พี่บอกแล้วไงว่าทริปนี้พี่จะพาหนูไปเปิดหูเปิดตา แล้วคนที่เป็นแฟนกับคุณนายมธุสร จะให้ไปเบียดกับใครบนเครื่องบินพาณิชย์ได้ยังไงกัน” มธุสรเอ่ยกลั้วหัวเราะพลางยื่นแขนให้เด็กสาวกุมปราณมองไปยังเครื่องบินเจ็ตส่วนตัวลำเล็กที่จอดตระหง่านอยู่บนรันเวย์ส่วนตัว ตัวเครื่องสีขาวสะอาดตัดด้วยแถบสีทองอร่ามที่มีสัญลักษณ์เล็ก ๆ ของตระกูลมธุสรติดอยู่ นี่คือการให้ที่ปราณไม่เคยคาดคิดมาก่อน จากเด็กสาวที่เคยนั่งแต่รถทัวร์ไปทำบุญตามวัดต่างจังหวัด วันนี้เธอกำลังจะได้เหินฟ้าสู่ฮ่องกงด้วยเครื่องบินเหมาลำที่มีเพียงเธอและมธุสรเท่านั้นภายในเครื่องบินเจ็ตถูกตกแต่งราวกับห้องนั่งเล่นสุดหรูในโรงแรมห้าดาว เบาะหนังแท้ปรับนอนได้หนึ่งร้อยแปดสิบองศา พร้อมเชฟส่วนตัวท

  • คุณนายมธุสร   ตอนพิเศษ (3) กลัว

    ค่ำคืนที่บ้านสวนวันนี้เงียบสงบกว่าปกติ มีเพียงเสียงจิ้งหรีดที่ขับขานสลับกับเสียงลมพัดใบไม้ไหว มธุสรนั่งทิ้งตัวอยู่ตรงระเบียงไม้หน้าบ้าน ในมือมีแก้วชาร้อนที่เริ่มจางความร้อนไปนานแล้ว สายตาของเธอเหม่อมองไปยังแปลงดอกเดซี่ที่ตอนนี้ดูพร่ามัวภายใต้แสงจันทร์แม้ภายนอกจะดูนิ่งสงบ แต่ภายในใจของมธุสรกลับกำลังเผชิญกับพายุลูกเล็ก ๆ ที่เริ่มก่อตัวขึ้นตั้งแต่เมื่อช่วงเย็น เหตุการณ์ที่ร้านทองในวันนี้ยังคงวนเวียนอยู่ในหัวลูกค้ารุ่นราวคราวเดียวกับปราณคนหนึ่งเดินเข้ามาทักทายปราณที่แวะไปรับเธอที่ร้าน ทั้งคู่คุยกันอย่างถูกคอด้วยภาษาและหัวข้อที่มธุสรเข้าไม่ถึง เสียงหัวเราะที่ดูสดใสและเป็นธรรมชาติของปราณในตอนนั้น ทำให้มธุสรรู้สึกเหมือนตัวเองเป็น คนนอกอย่างประหลาดความต่างของอายุที่เธอเคยบอกว่าไม่ใช่อุปสรรค ตอนนี้มันเริ่มกลับมาหลอกหลอนเธอในรูปแบบของความไม่มั่นใจ“พี่สรคะ มานั่งทำไมตรงนี้คนเดียวคะเนี่ย ยุงกัดหมดแล้วนะ”เสียงใส ๆ ของปราณดังขึ้นพร้อมกับสัมผัสอุ่น ๆ ของผ้าห่มผืนบางที่ถูกนำมาคลุมลงบนไหล่ มธุสรสะดุ้งเล็กน้อยก่อนจะพยายามปรับสีหน้าให้เป็นปกติ“พี่แค่อยากรับลมน่ะค่ะ ปราณล้างจานเสร็จแล้วเหรอคะ” มธุส

  • คุณนายมธุสร   ตอนพิเศษ (2) ขนมที่เคยขอ

    บรรยากาศยามบ่ายที่บ้านสวนวันนี้ดูจะวุ่นวายกว่าปกติเล็กน้อย แต่มันไม่ใช่ความวุ่นวายจากเสียงเห่าของเจ้าสี่ขาหรือเสียงของคนงานที่มาเก็บผลไม้ในสวนหากแต่เป็นความวุ่นวายละเมียดละไมที่เกิดขึ้นภายในห้องครัวต่างหาก มธุสรในชุดผ้ากันเปื้อนสีครีมกำลังยืนอยู่หน้าหม้อทองเหลืองใบย่อม กลิ่นหอมหวานของถั่วเขียวเลาะเปลือกนึ่งสุกที่กำลังถูกกวนกับน้ำกะทิและน้ำตาลทรายควันฉุยไปทั่วบริเวณมธุสรใช้ไม้พายกวนถั่วอย่างใจเย็น เธอทำแบบนี้ซ้ำ ๆ มาเกือบชั่วโมงแล้ว เหงื่อเม็ดเล็กเกาะพราวอยู่ตามไรผม แต่ใบหน้ากลับมีรอยยิ้มละไมอยู่ตลอดเวลา ภาพความทรงจำครั้งเก่าสมัยที่ทั้งคู่ยังอยู่ที่วัดป่าทางภาคใต้ ย้อนกลับมาในหัว“งั้นถ้ากลับไปกรุงเทพแล้ว ปราณขอชิมฝีมือของพี่หน่อยได้มั้ยคะ ถือเป็นรางวัลที่ปราณตามมาดูแลพี่ถึงที่นี่เลย...นะคะ น้า”“ฉันไม่รับปาก...เพราะฉันไม่ได้ขอร้องให้เธอตามมาที่นี่สักหน่อย เธออยากมาเอง ช่วยไม่ได้”วันนั้นมธุสรจำได้ว่าเธอแสร้งทำเป็นบอกปัดด้วยน้ำเสียงนิ่ง ๆ ตามสไตล์คุณนายจอมหยิ่ง แต่ความจริงคือมธุสรจดบันทึกคำขอนั้นลงในใจเรียบร้อยแล้วตั้งแต่วินาทีนั้น และรอคอยโอกาสที่จะได้ทำให้เด็กแสบชิมฝีมือเธออย่างจริ

  • คุณนายมธุสร   ตอนพิเศษ (1) ไม่มีงานแต่ง

    บ่ายวันเสาร์ที่ร้านทองของมธุสร บรรยากาศยังคงคึกคักไปด้วยลูกค้าที่แวะเวียนมาเลือกซื้อเครื่องประดับล้ำค่า แต่ภายในห้องรับรองส่วนตัวที่ตกแต่งด้วยผนังบุกำมะหยี่สีแดงตัดกับขอบทองเหลืองอร่าม กลับมีความเงียบสงบที่ปกคลุมคนสองคนเอาไว้มธุสรในชุดสูทสีเบจดูภูมิฐานกำลังนั่งจิบชาสายตาเหม่อมองไปยังตู้กระจกที่โชว์คอลเลกชันแหวนเพชรน้ำงามที่สุดของร้าน“คนดีขา” มธุสรเอ่ยขึ้นทำลายความเงียบ ขณะที่ปราณกำลังสนใจอยู่กับเจ้าสุนัขในแท็บเล็ตที่สถานพักพิงส่งรูปมาอัปเดต“คะที่รัก?” ปราณเงยหน้าขึ้นพร้อมรอยยิ้มตาหยีเหมือนทุกครั้ง“หนู...อยากแต่งงานมั้ยคะ?”คำถามที่ไม่มีปี่มีขลุ่ยทำให้ปราณชะงักไปครู่หนึ่ง เธอวางแท็บเล็ตลงแล้วขยับเข้าไปใกล้คนรัก พลางจ้องลึกเข้าไปในดวงตาคมสวยที่ตอนนี้ดูมีความกังวลปนคาดหวัง ปราณนิ่งคิดไปครู่หนึ่งก่อนจะหัวเราะออกมาเบา ๆ อย่างเป็นธรรมชาติ“ถามจริงหรือถามเล่นคะเนี่ย?”“ตอบมาเถอะค่ะ” มธุสรยิ้มเอ็นดู“อืม...ปราณไม่เคยคิดเรื่องงานแต่งงานเลยค่ะพี่สร สำหรับปราณ พิธีรีตองพวกนั้นมันก็แค่ฉากหน้า ปราณไม่ได้ต้องการให้คนทั้งโลกมารับรู้หรือมาโห่ร้องยินดีในงานที่ต้องใช้เงินมหาศาลเพื่อความหรูหราแค่ไม่

  • คุณนายมธุสร   บทที่ 30 รักก็คือรัก (จบ)

    ท่ามกลางความวุ่นวายของเมืองหลวง วัดป่าดาราภิรมย์ ยังคงเป็นพื้นที่สีเขียวที่ให้ความสงบทางใจอย่างประหลาด มธุสรดับเครื่องยนต์รถเก๋งสีดำที่หน้าซุ้มประตูวัดพลางมองออกไปข้างนอกด้วยหัวใจที่พองโต วันนี้เธอกลับมาที่นี่อีกครั้งในสถานะที่ต่างออกไปจากวันแรกโดยสิ้นเชิง ปราณเปิดประตูฝั่งข้างคนขับก้าวลงจากรถด้วยท่าทางที่ดูโตเป็นผู้ใหญ่ขึ้นในชุดเชิ้ตสีขาวสะอาดตา เธอหันมายิ้มให้มธุสรพลางยื่นมือมาให้กุม“ไปค่ะพี่สร ไหว้พระทำบุญกัน”“ไปจ้ะ”ทั้งคู่เดินจูงมือกันเข้าไปในศาลาไม้หลังเดิมที่คุ้นเคยมธุสรและปราณเข้าไปกราบพระอาจารย์เจ้าอาวาส ท่านเงยหน้าขึ้นมองแล้วยิ้มอย่างเมตตา“ไม่แวะมานานเลยนะโยมสร เจ้าปราณก็ด้วย แล้วไปไงมาไงวันนี้ถึงได้มาด้วยกันล่ะ”มธุสรและปราณก้มกราบพระอาจารย์พร้อมกันสามครั้งด้วยกิริยาที่อ่อนน้อม ก่อนที่มธุสรจะเป็นฝ่ายขยับเข้าไปใกล้แล้วพนมมือพร้อมด้วยใบหน้าที่มีความสุขที่สุดเท่าที่พระอาจารย์เคยเห็นมา“ที่ผ่านมา สรต้องขอบพระคุณพระอาจารย์มากนะคะที่ช่วยเป็นที่พึ่งทางใจให้สรมาตลอด จนกระทั่งวันที่สรได้เจอเด็กคนนี้...” มธุสรเหลือบมองคนข้างกายด้วยแววตาซึ้งใจ“ตอนนี้สรกับปราณ เราสองคนตัดสินใจที่จ

  • คุณนายมธุสร   บทที่ 3 มุมน่ารักของคุณนาย

    เมื่อปราณเดินลงมายังชั้นล่างของร้านทอง ซึ่งมีเหล่าบอดี้การ์ดร่างกำยำในชุดสูทสีดำยืนเฝ้าอยู่อย่างเคร่งขรึม เธอก็เตรียมจะเดินผ่านออกไปตามปกติ แต่ทว่า พี่เข้ม หัวหน้าบอดี้การ์ดที่ยืนอยู่หน้าประตู กลับก้าวเข้ามาขวางทางเธอไว้ปราณชะงักไปนิดหน่อย ก่อนจะส่งยิ้มเจื่อน ๆ“มีอะไรรึเปล่าคะพี่คนหล่อ”พี่เข้มไม

  • คุณนายมธุสร   บทที่ 2 เหมือนคนเป็นแฟน

    หลังจากกดส่งข้อความไปไม่ถึงสามนาที หน้าจอแท็บเล็ตที่วางอยู่ข้างกายก็สว่างวาบขึ้น มธุสรสะดุ้งสุดตัวจนเกือบจะปัดแก้วน้ำคริสตัลบนโต๊ะร่วงลงพื้น เธอรีบคว้าเครื่องมือสื่อสารขึ้นมาดูด้วยใจที่เต้นรัวอย่างไม่เคยเป็นมาก่อน[ปราณ : พรุ่งนี้เช้าหนูว่างค่ะ คุณน้าอยากจ้างหนูไปทำอะไรคะ หรือจะจ้างไปสวดมนต์แก้บนเร

  • คุณนายมธุสร   บทที่ 1 ปราณ

    คฤหาสน์ตระกูลศรีรักษ์สวัสดิกุลในยามเย็นยังคงเงียบสงบและโอ่อ่าตามแบบฉบับตระกูลเก่าแก่ ทว่าภายในห้องนอนกว้างขวางที่ตกแต่งด้วยเฟอร์นิเจอร์ไม้สลักลายทองหรูหรา กลับมีกระแสความวุ่นวายบางอย่างที่มองไม่เห็นพัดวนอยู่รอบตัวเจ้าของห้องมธุสรในชุดลำลองเนื้อผ้าไหมลื่นสีครีม นั่งเอนกายอยู่บนโซฟาปลายเตียง ในมือถื

  • คุณนายมธุสร   บทนำ

    “ยะถา วาริวะหา ปูรา...”มธุสร ศรีรักษ์สวัสดิกุล นั่งพับเพียบเรียบร้อยอยู่บนอาสนะในชุดผ้าไหมสีนวล ใบหน้าสวยสง่าที่ล้อมรอบด้วยออร่าแห่งความสงบทำให้เธอเหมือนรูปปั้นที่จับต้องไม่ได้ ในวัยสี่สิบหกปี เธอยังคงดูสาวสะพรั่งและเพอร์เฟกต์ในทุกกระเบียดนิ้ว จนใครต่อใครต่างยกย่องว่าเธอคือ นางฟ้านักบุญ ผู้ปล่อยวา

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status