Masukเช้าวันใหม่ที่ปั๊มน้ำมันทวีกิจดูจะเงียบเหงากว่าที่เคยเป็น แม้เสียงเครื่องจักรจากไซต์งานรีโนเวทจะยังคงดังระงม แต่สำหรับคุณนายเอมอร โลกทั้งใบของเธอกลับดูเหมือนถูกกดปุ่มปิดเสียงไปเสียดื้อ ๆ
เอมอรนั่งอยู่ที่โต๊ะทำงานสายตาจับจ้องไปที่ประตูห้องทำงานทุก ๆ ห้านาที หัวใจของเธอเต้นไม่เป็นจังหวะด้วยความวิตกกังวลที่สะสมมาตั้งแต่เมื่อคืน หลังจากที่เธอกดโทรศัพท์หาอีกฝ่ายเป็นร้อยสายแต่ไม่มีการตอบรับ จนกระทั่งประตูห้องถูกเปิดออก
ร่างเพรียวในชุดสูทสีเทาเข้มก้าวเข้ามา กนกอรวันนี้ดูทางการจนน่าใจหาย เธอไม่ได้สวมเดรสสีหวานหรือกระโปรงพลิ้วไหวเหมือนวันก่อน ๆ เส้นผมถูกรวบตึงเป๊ะ ใบหน้าสวยนิ่งสนิทไร้ร่องรอยของรอยยิ้มละมุนที่เอมอรเคยได้รับ
กนกอรเดินตรงไปที่โต๊ะเล็กมุมห้อง เธอไม่ได้ทักทาย ไม่ได้มองหน้าเจ้าของห้อง และที่สำคัญที่สุด บนโต๊ะนั้นไม่มีแจกันดอกไม้สีสวยอีกต่อไป มีเพียงกองเอกสารและไอแพดหนึ่งเครื่อง
“กนก” เอมอรเอ่ยเรียกเสียงแผ่ว ความหยิ่งทะนงที่เคยมีหายไปเกือบหมดสิ้น “ฉัน..คือฉันมีเรื่อง..”
“สัญญาจ้างฉบับแก้ไขที่ฉันฝากไว้เมื่อคืน คุณเซ็นรึยังคะ”
คำพูดแรกที่หลุดออกมาจากปากกนกอรทำเอาเอมอรตัวชาไปทั้งตัว คำว่า คุณ คำเดียวสั้น ๆ ที่ไร้ซึ่งคำว่าพี่ หรือแม้แต่คำว่าคุณนายที่เคยใช้ล้อเลียน มันช่างห่างเหินราวกับคนไม่เคยรู้จักกันมาก่อน
“ยัง... ฉันยังไม่ได้เซ็น คือฉันอยากคุยเรื่องที่ เอ่อ..เรื่องที่ฉัน..”
“ถ้ายังไม่เซ็น รบกวนรีบจัดการด้วยนะคะ เพราะงานส่วนโครงสร้างจะเริ่มบ่ายนี้ ฉันไม่อยากให้แผนงานต้องล่าช้าเพราะเรื่องไม่เป็นเรื่อง”
กนกอรพูดโดยไม่เงยหน้าจากจอไอแพด น้ำเสียงของเธอราบเรียบเป็นเส้นตรง ไร้ซึ่งอารมณ์ใด ๆ ท่าทีนั้นกระแทกใจคนฟังจนชาหนึบ
เอมอรพยายามสงบสติอารมณ์ เธอไม่ชินกับการถูกเมินแบบนี้ และนั่นทำให้สัญชาตญาณเดิมของเธอเริ่มทำงาน... นั่นก็คือ การวีนเพื่อเรียกร้องความสนใจ
“นี่กนกอร! เธอเป็นแค่สถาปนิกนะ มีสิทธิ์อะไรมาสั่งฉันให้รีบเซ็น! แล้วท่าทางเย็นชาแบบนี้มันคืออะไร ฉันเป็นผู้ว่าจ้างเธอนะ”
เอมอรตบโต๊ะดังปัง หวังจะเห็นอีกฝ่ายตกใจหรือโต้กลับด้วยสายตาตัดพ้อเหมือนทุกที แต่กนกอรกลับเพียงแค่เงยหน้าขึ้นมาช้า ๆ สายตาหลังกรอบแว่นจ้องมองเอมอรเหมือนมองวัตถุชิ้นหนึ่งในไซต์งาน
“ดิฉันทราบค่ะว่าคุณคือผู้ว่าจ้าง และดิฉันก็กำลังทำหน้าที่ผู้รับจ้างอย่างมืออาชีพที่สุดอยู่นี่ไงคะ”
กนกอรลุกขึ้นยืนช้า ๆ “ในฐานะที่คุณเป็นผู้ใหญ่และมีประสบการณ์มากกว่า คุณน่าจะชอบแบบนี้มากกว่าไม่ใช่เหรอคะ ทำงานตามหน้าที่ ไม่ต้องมีเรื่อง เด็ก ๆ มาปนให้ปวดหัว”
คำพูดนั้นย้อนศรกลับมาปักอกเอมอรอย่างจังจนเธอหน้าซีด ตอนนี้เธอได้คำตอบชัดเจนแล้วว่า เมื่อคืนนี้กนกอรได้ยินทุกคำ...ทุกคำจริง ๆ
“กนก ฉันไม่ได้หมายความแบบนั้น ฉันแค่..”
“ถ้าไม่มีเรื่องงานแล้ว ดิฉันขอตัวไปคุมงานข้างนอกนะคะ” กนกอรตัดบทพลางเก็บของใส่กระเป๋า
“เดี๋ยว! ฉันยังไม่อนุญาตให้เธอออกไป!” เอมอรเดินปรี่เข้าไปขวางทางประตูไว้ “เราต้องคุยกันให้รู้เรื่องกนกอร เธอจะมาทำท่าทางห่างเหินแบบนี้ใส่ฉันไม่ได้!”
“ทำไมจะไม่ได้คะ?”
กนกอรหยุดเดิน แววตาที่เคยอ่อนหวานบัดนี้แข็งกร้าวดุจหินผา เธอสูดลมหายใจเข้าลึก ก่อนจะเอ่ยทุกคำย้ำชัด
“ดิฉันอายุน้อยกว่าคุณสิบปี เป็นแค่เด็กที่อาจจะทำตัวงอแงให้คุณปวดหัว การที่ดิฉันรักษาระยะห่างให้เป็นสถาปนิกกับเจ้าของปั๊มน้ำมัน มันก็ถูกต้องที่สุดแล้วไม่ใช่เหรอคะ?”
“กนก...ฉันไม่ได้หมายความแบบนั้น ฉันขอโทษ”
เอมอรเอื้อมมือจะไปจับแขนอีกฝ่าย แต่กนกอรกลับเบี่ยงตัวหลบอย่างรวดเร็ว สัมผัสที่เคยได้รับอย่างเต็มใจบัดนี้กลายเป็นสิ่งต้องห้าม
“ดิฉันไม่รับคำขอโทษค่ะ เพราะคุณไม่ได้ทำอะไรผิด คุณแค่พูดความจริงที่คุณคิด และดิฉันก็น้อมรับความจริงนั้น” กนกอรขยับแว่นสายตา ท่าทางเนี้ยบกริบนั้นทำให้เอมอรดูเหมือนคนพาลที่ไร้เหตุผล “รบกวนถอยไปด้วยค่ะ ดิฉันมีงานต้องทำ”
“กนก!”
“คะ?”
กนกอรขานรับคำสั้น ๆ ยิ่งทำให้เอมอรรู้สึกว่าคำนั้นแทงใจคนฟังยิ่งกว่าคำด่า
เอมอรยืนอึ้ง มือที่ค้างอยู่ในอากาศสั่นเทา เธอได้เห็นแล้วว่า คนเก่ง เวลาเค้าโกรธเค้าไม่ได้โวยวาย แต่เค้าจะตัดขาดเราออกจากโลกของเค้าอย่างสิ้นเชิง
กนกอรในตอนนี้ไม่ใช่เด็กน้อยที่เธอจะข่มได้อีกต่อไป แต่เป็นสถาปนิกสาวผู้ทรงอิทธิพลทางอารมณ์ที่กำลังบดขยี้หัวใจเจ้าของปั๊มน้ำมันอย่างเลือดเย็น
กนกอรเดินผ่านเอมอรไปราวกับเธอเป็นเพียงธาตุอากาศ เสียงรองเท้าส้นสูงกระทบพื้นห้องดังเป็นจังหวะสม่ำเสมอจนกระทั่งเสียงประตูปิดลง ทิ้งให้เอมอรยืนโดดเดี่ยวอยู่กลางห้องที่ครั้งหนึ่งเคยมีกลิ่นหอมของดอกไม้และเสียงหัวเราะกวน ๆ พร้อมรอยยิ้มสดใส
เธอมีอิทธิพลกับความรู้สึกของฉันแล้วสินะ
เอมอรทรุดตัวลงนั่งที่เก้าอี้ทำงาน ความเงียบสงัดเข้าปกคลุมห้องอีกครั้ง แต่คราวนี้มันน่ากลัวกว่าตอนไฟดับหลายเท่า เธอหยิบซองเอกสารที่กนกอรเอามาให้เมื่อคืนขึ้นมาดู ลายมือที่เขียนกำกับไว้ดูตั้งใจและทะนุถนอม ทว่าตอนนี้เจ้าของลายมือนั้นกลับมองเธอเหมือนคนแปลกหน้า
“ฉันมันโง่เอง” เอมอรพึมพำ น้ำตาที่เคยกักเก็บไว้เริ่มรื้นขึ้นมาที่ขอบตา
ตลอดทั้งวันนั้น เอมอรไม่มีสมาธิทำงานเลยสักนิด เธอแอบมองออกไปนอกหน้าต่าง เห็นกนกอรยืนคุยงานกับหัวหน้าคนงานด้วยท่าทางขยันขันแข็ง เธอเห็นกนกอรยิ้มให้คนงาน เห็นกนกอรหัวเราะกับเด็กปั๊ม
แต่พอเธอลองเดินออกไปใกล้ ๆ กนกอรจะกลับมาหน้านิ่งและเดินเลี่ยงไปทางอื่นทันที
ราวกับเธอคืออากาศ คืออะไรสักอย่างที่อีกฝ่ายไม่อยากเสียสายตาหันมามอง แม้แต่วินาทีเดียว
ความเจ็บปวดจากการถูกเมินมันรุนแรงกว่าที่เอมอรคิดไว้มาก เธอเพิ่งรู้ซึ้งว่าการถูกมองข้ามมันรู้สึกแย่แค่ไหนก็วันนี้
ช่วงเย็น...
เอมอรตัดสินใจทำบางอย่างที่ขัดกับบุคลิกของนายทุนเงินกู้อย่างสิ้นเชิง นั่นคือการ สั่งช่อดอกไม้
ในปั๊มน้ำมัน มีร้านดอกไม้ที่กนกเคยบอกว่า ชอบดอกไม้ร้านนี้ เอมอรสั่งจัดช่อที่สวยที่สุด เพื่อจะเอามาวางไว้บนโต๊ะทำงานที่ว่างเปล่านั้น
แต่เมื่อเธอกลับมาถึงออฟฟิศ เธอกลับพบเพียงโพสต์อิทแผ่นเดียวแปะไว้บนหน้าจอคอมพิวเตอร์
'งานโครงสร้างพื้นฐานเรียบร้อยแล้ว พรุ่งนี้ดิฉันจะส่งผู้ช่วยเข้ามาคุมงานตกแต่งแทน ดิฉันมีโปรเจกต์ด่วนที่ต้องไปดูแลต่อ... ขอบคุณสำหรับโอกาสในการทำงานค่ะคุณเอมอร'
เอมอรปล่อยช่อดอกไม้หลุดมือลงพื้น กลีบดอกไม้กระจายเกลื่อนเหมือนหัวใจของเธอในตอนนี้
“ไม่มีทาง อย่าคิดว่าจะมาหนีกันไปง่าย ๆ แบบนี้ ใครสั่งใครสอนให้ทำนิสัยเด็กเอาแต่ใจกับฉัน!!”
เอมอรรีบคว้ากุญแจรถ ขับออกไปจากปั๊มน้ำมันอย่างรวดเร็ว แม้ยังไม่รู้จุดหมายปลายทางที่แน่ชัด แต่ก็คิดว่าไม่ใช่เรื่องยาก หากคนอย่างเอมอรจะตามหาผู้หญิงตัวเล็ก ๆ คนหนึ่ง
ฉันไม่ปล่อยเธอไปไหนทั้งนั้น กนก...
สายลมหนาวพัดโชยผ่านระเบียงบ้านพักตากอากาศส่วนตัวริมหน้าผาที่มองเห็นวิวทะเลกว้างไกลสุดลูกหูลูกตา บรรยากาศเงียบสงบและเป็นส่วนตัวนี้คือสถานที่ที่เอมอรเลือกเพื่อฉลองวันครบรอบสามปีของการใช้ชีวิตร่วมกับกนกอร เวลาสามปีผ่านไปอย่างรวดเร็วราวกับภาพฝัน แต่มันคือภาพฝันที่เป็นจริงและมั่นคงที่สุดในชีวิตของเจ้าแม่ปั๊มน้ำมันเอมอรในวัยที่ใกล้จะก้าวเข้าสู่เลขห้า ยังคงความสง่างามและดูเท่ไม่เปลี่ยน เส้นผมที่เคยรวบตึงเป็นมวยสูงบัดนี้ถูกปล่อยสยายรับลมทะเล แววตาที่เคยแข็งกร้าวและดุดันบัดนี้กลับเต็มไปด้วยความอบอุ่นสะท้อนภาพหญิงสาวรุ่นน้องที่เดินถือถาดไวน์เข้ามาหา“ดื่มหน่อยมั้ยคะที่รัก วิวสวยขนาดนี้ ไวน์รสชาติดีสักแก้วน่าจะช่วยให้ครบรอบสามปีของเราสมบูรณ์แบบขึ้น” กนกอรในวัยเกือบสี่สิบปีเอ่ยขึ้นพร้อมรอยยิ้มหวานที่ยังคงขโมยหัวใจเอมอรได้เสมอเอมอรรับแก้วไวน์มาจากมือคนรัก พร้อมกับคว้าเอวบางของอีกฝ่ายมากอดไว้ สายตาของทั้งคู่ที่มองกันยังเต็มไปด้วยความหวานฉ่ำไม่ต่างจากวันแรก“เป็นสามปีที่เราตื่นมาเจอกันทุกเช้า แล้วก็ได้เข้านอนพร้อมกันทุกคืน พี่มีความสุขมากเลยค่ะ” เอมอรโอบเอวคนรักเข้ามาแนบชิดมากกว่าเดิม “พี่ขอบคุณเธ
ค่ำคืนที่ควรจะเงียบสงบในคฤหาสน์หลังงามของทวีกิจรุ่งเรือง กลับถูกขัดจังหวะด้วยเสียงฟ้าคะนองกึกก้องเพียงครั้งเดียว ก่อนที่แสงไฟระยิบระยับทั่วทั้งบ้านจะดับวูบลง ทิ้งทุกอย่างให้อยู่ในความมืดมิดที่น่าอึดอัด เครื่องปรับอากาศที่เคยส่งเสียงครางเบา ๆ เงียบสนิทลง เหลือเพียงเสียงลมพัดแรงปะทะบานหน้าต่างกนกอรที่กำลังนั่งอ่านหนังสืออยู่บนโซฟาในห้องนั่งเล่นสะดุ้งเล็กน้อย เธอรีบควานหาโทรศัพท์มือถือเพื่อเปิดไฟฉาย แต่ยังไม่ทันที่จะกดเปิด เธอก็ได้ยินเสียงลมหายใจที่หอบกระชั้นและเสียงบางอย่างหล่นกระแทกพื้นมาจากทางห้องทำงานของเอมอร“พี่อร! พี่อยู่ไหนคะ!” กนกร้องเรียกพลางรีบสาวเท้าไปยังทิศทางของเสียง แสงจากไฟฉายมือถือตัดผ่านความมืดไปกระทบกับร่างของเจ้าแม่ปั๊มน้ำมันที่ตอนนี้ทรุดตัวลงนั่งกับพื้นห้องทำงาน มือทั้งสองข้างกอดเข่าแน่น ใบหน้าที่เคยดูสง่าและเด็ดเดี่ยวกลายเป็นซีดเผือดและเต็มไปด้วยเหงื่อพราย“พี่อร! เป็นอะไรไปคะ” กนกปราดเข้าไปทรุดตัวลงข้าง ๆ แล้วดึงร่างที่สั่นเทาของคนรักเข้ามากอดไว้แน่น“เธออย่าไปไหนนะ อย่าทิ้งพี่ไว้ในที่มืด...”เสียงของเอมอรสั่นเครืออย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน มือของเธอจิกเกร็งลงบนแขนข
ฤดูฝนเพิ่งจะผ่านพ้นไป ทิ้งความชุ่มฉ่ำและอากาศที่สดชื่นไว้ให้ปั๊มน้ำมันทวีกิจ กนกอรในชุดเสื้อยืดสีขาวและกางเกงยีนตัวเก่งกำลังง่วนอยู่กับการเตรียมดินในสวนดอกไม้หลังออฟฟิศที่เป็นผลงานออกแบบชิ้นแรกของเธอ เสียงเสียมกระทบพื้นดินดังขลุกขลักเป็นจังหวะ แต่ใบหน้าหวานกลับเปื้อนยิ้มอย่างมีความสุข“คุณภรรยาคะ ให้พี่ช่วยอะไรมั้ย”เสียงทุ้มแหบพร่าของเอมอรดังขึ้นจากด้านหลัง เธอเดินเข้ามาในชุดเสื้อผ้าที่ดูคล่องตัวไม่แพ้กัน แต่กลับมีผ้ากันเปื้อนลายดอกไม้ผูกทับอยู่ เอมอรถือตะกร้าที่บรรจุถุงมือและอุปกรณ์ทำสวนอันเล็ก ๆ มาพร้อมรอยยิ้มที่อ่อนโยนจนแฟนเด็กอดไม่ได้ที่จะแซว“โห...นี่คุณนายเจ้าของปั๊มน้ำมันจะลงมาเป็นคนสวนเองเลยเหรอคะเนี่ย”“ก็คนสวนของพี่กำลังจะปลูกดอกไม้ให้พี่นี่นา แล้วพี่จะให้นั่งดูเฉย ๆ ได้ยังไง” เอมอรวางตะกร้าลงพลางสวมถุงมืออย่างคล่องแคล่ว“พี่เตรียมพันธุ์ไม้มาให้เธอเลือกเยอะแยะเลยนะ ทั้งกล้วยไม้ พุดซ้อน ชวนชม ที่รักอยากปลูกอะไรเพิ่มมั้ย”กนกอรยิ้มรับพลางส่ายหน้า “ไม่ปลูกอะไรเพิ่มแล้วค่ะ เพราะกนกมีดอกไม้พันธุ์พิเศษที่เตรียมจะลงดินแล้ว”เธอลุกขึ้นเดินไปหยิบกระถางต้นกุหลาบพุ่มใหญ่สองกระถางที่วา
เวลาผันผ่านไปอย่างมั่นคงราวกับโครงสร้างเหล็กกล้าที่ถูกคำนวณมาอย่างดี ปั๊มน้ำมันทวีกิจในวันนี้ไม่ได้เป็นเพียงจุดแวะพักเติมน้ำมันอีกต่อไป แต่มันกลายเป็นแลนด์มาร์คสำคัญที่ใครผ่านไปมาต้องเหลียวมอง ออฟฟิศทรงโมเดิร์นที่โอบล้อมด้วยสวนดอกไม้บานสะพรั่งคือเครื่องยืนยันถึงความสำเร็จของสถาปนิกสาว และการเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิงของเจ้าแม่สายฟาดอย่างคุณนายเอมอรเช้าวันที่อากาศสดใส เอมอรในวัยที่ดูอ่อนเยาว์ลงกว่าแต่ก่อนมาก เดินถือถ้วยกาแฟคั่วบดที่ส่งกลิ่นหอมกรุ่นเข้าไปในออฟฟิศส่วนตัวของผู้อำนวยการฝ่ายออกแบบ เธอไม่ได้เคาะประตู ไม่ได้วางมาดขรึมอย่างที่เคยเป็น แต่กลับมีรอยยิ้มที่ละมุนละไมแต้มอยู่บนใบหน้าเสมอเมื่ออยู่ต่อหน้าภรรยา“กาแฟค่ะคุณสถาปนิก...คิ้วขมวดแต่เช้าเลยเหรอ”เอมอรวางแก้วกาแฟลงบนโต๊ะทำงานของแฟนสาว ที่ตอนนี้กำลังตั้งหน้าตั้งตาตรวจแบบแปลนปั๊มน้ำมันสาขาใหม่ทางภาคเหนือคนเด็กกว่าเงยหน้าขึ้นจากจอไอแพด แววตาหลังกรอบแว่นดูอ่อนโยนลงกว่าวันแรกที่ทั้งคู่เจอกันมหาศาล เธอเอื้อมมือไปกุมมือของเอมอรแล้วดึงให้คนรักโน้มตัวลงมาหา“ขอบคุณค่ะที่รัก กนกได้ทำงานที่รักไม่เคยเหนื่อยเลยค่ะ แล้วกนกก็อยากให้แบบสาขานี้อ
สามสิบวันแห่งการรอคอยสิ้นสุดลงอย่างเป็นทางการ สำหรับคุณนายเอมอรมันเป็นหนึ่งเดือนที่แสนยาวนานยิ่งกว่าช่วงเวลาที่เธอสร้างอาณาจักรปั๊มน้ำมันเสียอีก ทุกวันที่เธอขับรถจากปั๊มน้ำมันมาดักรอรับกนกอรที่หน้าบริษัทสถาปนิกในกรุงเทพฯ เธอจะคอยนับถอยหลังในใจเสมอ จนกระทั่งถึงเช้าวันจันทร์ที่สดใส วันที่กนกอรไม่ได้สวมชุดยูนิฟอร์มบริษัทเดิมอีกต่อไป แต่กลับอยู่ในชุดสูทลำลองสีขาวครีมที่เอมอรเป็นคนสั่งตัดให้เป็นพิเศษวันนี้ไม่ใช่แค่วันเริ่มงานใหม่ของกนกอร แต่มันคือวันเปิดตัวโครงการ ทวีกิจ คอมเพล็กซ์ สาขาที่ใหญ่ที่สุด ซึ่งเป็นผลงานชิ้นเอกที่กนกอรออกแบบไว้ และเป็นวันแรกที่เธอจะเข้ารับตำแหน่งผู้อำนวยการฝ่ายออกแบบและพัฒนาโครงการของอาณาจักรทวีกิจหน้าโครงการใหม่ที่ประดับประดาด้วยช่อดอกไม้สดส่งกลิ่นหอมฟุ้ง แขกเหรื่อระดับวีไอพี นักธุรกิจ และสื่อมวลชนท้องถิ่นต่างพากันมาร่วมแสดงความยินดี รถยุโรปคันหรูของเอมอรเลี้ยวเข้ามาจอดที่หน้าพรมแดงทันทีที่ประตูรถเปิดออก เอมอรก้าวลงมาในชุดเดรสสีน้ำเงินมิดไนท์บลูที่ดูสง่างามและทรงพลังสมฉายาเจ้าแม่ปั๊มน้ำมัน แต่สิ่งที่ทำให้ทุกคนต้องฮือฮา คือการที่เธอเดินไปเปิดประตูอีกฝั่ง และส่ง
บรรยากาศภายในห้องจัดเลี้ยงชั้นบนสุดของโรงแรมหรูใจกลางกรุงเทพฯ อบอวลไปด้วยกลิ่นหอมละมุนของดอกไลเซนทัสสีขาวและสีพาสเทลที่ถูกจัดแต่งอย่างประณีตแม้ว่าตอนแรกคุณนายเอมอรจะวาดฝันถึงงานหมั้นและงานแต่งงานที่ยิ่งใหญ่ระดับจังหวัด มีแขกเหรื่อนับพันเพื่อประกาศศักดาความรักของเธอให้ก้องโลกแต่เมื่อได้รับรู้ความจริงจากปากของกนกอรว่าเธอไม่มีญาติพี่น้องที่ไหน พ่อแม่จากไปตั้งแต่เธอยังเป็นเด็ก และเติบโตมาด้วยลำแข้งของตัวเองมาตลอดเอมอรจึงตัดสินใจเปลี่ยนแผนทุกอย่างทันที...งานแต่งงานในวันนี้จึงกลายเป็นงานที่เรียบง่าย ทว่าหรูหราและอบอุ่นที่สุดเท่าที่หัวใจของคุณนายสายฟาดจะรังสรรค์ขึ้นมาได้“สวย...ที่รักของพี่สวยที่สุดในโลกเลย”เอมอรเอ่ยชมเสียงแผ่วในขณะที่ช่วยจัดชายผ้าลูกไม้บนชุดราตรีสีครีมเรียบหรูของคนรัก ทั้งคู่ยืนอยู่หน้ากระจกบานยักษ์ก่อนพิธีสวมแหวนจะเริ่มขึ้นในอีกไม่กี่นาทีข้างหน้านี้สถาปนิกสาวไม่ได้ตอบอะไรนอกจากยิ้มออกมาทั้งน้ำตา เธอไม่เคยคิดเลยว่าคนที่ต้องสู้ชีวิตมาเพียงลำพังอย่างเธอ จะมีวันที่ใครสักคนจัดเตรียมทุกอย่างให้สมบูรณ์แบบขนาดนี้ ตั้งแต่การเลือกสถานที่ การจดทะเบียนสมรสอย่างถูกกฎหมาย ไปจนถึงก







