تسجيل الدخول28 ปีที่แล้ว ยศกร นิสิตหนุ่มชั้นปีที่สองจากมหาวิทยาลัยชื่อดังแห่งหนึ่ง วิ่งกระหืดกระหอบตามเตียงเข็นผู้ป่วยวิกฤตไปตามทางเดินโรงพยาบาล เสียงล้อหมุนบดไปกับพื้นกระเบื้องดังระงมแข่งกับเสียงตะโกนประสานงานของเจ้าหน้าที่ กู้ภัยเพิ่งเข็นร่างที่เต็มไปด้วยบาดแผลลงจากรถกู้ชีพตรงเข้าสู่ห้องฉุกเฉินในวินาทีชีวิต ทุกก้าวที่วิ่งตามไป หัวใจของชายหนุ่มเต้นระทึกและหล่นวูบด้วยความหวาดกลัวต่อสิ่งกำลังจะเกิดขึ้นหลังประตูแผ่นนั้น “ป๊า บอกยศที ใครทำกับป๊าแบบนี้ ใครมันยิงป๊าแบบนี้” ยศกรร้องไห้ฟูมฟายไปด้วย เมื่อเห็นร่างชุ่มเลือดของผู้พ่อที่นอนบนเตียงเข็น “นิ…พนธ์” “ลุงนิพนธ์ เป็นคนยิงป๊าเหรอ?” ยศกรไม่อยากเชื่อ แต่ผู้เป็นพ่อพยักหน้า และกะพริบตา ‘ชีวิน’ พ่อของเขาแข็งใจยกมือดึงคอเสื้อลูกชายโน้มลง “ตาม…หา….เด็กที่ ชื่อ โอะ..โอ๊ต ให้ …เจอ” “ใครครับโอ๊ต” ยศกรสงสัย “ทะ…ทำ…ให้… มัน ฆ…ฆ่า พ่อ…มัน…ให้ ดะ ได้” ชีวินละล่ำละลักพูด “โอ๊ต? โอ๊ต….คือลูกลุงนิพนธ์เหรอครับ” ไม่มีคำตอบจากผู้เป็นพ่อ เขาแน่นิ่งไป ก่อนที่ประตูห้องฉุกเฉินจะเปิดออกด้วยซ้ำ ยศกรยั
“นายครับ นายจะต้องไม่เชื่อว่าใครมา” ‘ยศกร’ เงยหน้าจากจอแล็บท็อป มองหน้าลูกน้องที่เดินเข้ามาในห้องทำงานของเขา “ใครวะ” “คนที่นายอยากเจอมากที่สุดไงครับ” “ไอ้เก็ทเหรอ?” ลูกน้องของเขาพยักหน้า “พี่เก็ทพี่เข้าไปไม่ได้นะครับ” เสียงลูกน้องอีกคนปราม พร้อมกับกลุ่มชายฉกรรจ์ที่พยายามกันเขตต์นทีไม่ให้เข้ามาบริเวณนี้ “มีความลับอะไรกันนักหนาเหรอวะพวกมึง กูจะคุยกับพี่ยศแค่ไม่กี่คำ” เขตต์นทีผลักทุกคนออก ยศกรหยัดกายลุกขึ้นยืน สายตาทอดมองตรงไปยังร่างของคนที่กำลังเดินปัดเป๋เข้ามาอย่างคนเสียหลัก สภาพของเขตต์นทีในตอนนี้ไม่ต่างอะไรจากคนที่ผ่านการลุยศึกในดงซอมบี้ในวันที่โลกล่มสลาย หรือไม่ก็เดินหลงป่าจนโดนอาถรรพ์ป่าเล่นงานมาหลายคืน ผมเผ้ายุ่งเหยิงกระเซอะกระเซิง เสื้อผ้าที่สวมใส่เปรอะเปื้อนไปด้วยคราบสกปรกจนดูไม่ได้ และที่สุดจะทนคือกลิ่นสุราคละคลุ้งที่ลอยมาปะทะจมูก ราวกับว่าเขาไม่ได้เพียงแค่ดื่มมันเข้าไป... แต่ปล่อยให้ตัวเองจมหายลงไปในฤทธิ์น้ำเมาเป็นเวลาหลายวัน “โอ้โห นี่สภาพมึงเหรอ เป็นบ้าอะไรอีก ดูไม่จืดเลยว่ะ นี่เหรอคนที่นายหมายมั่นจะให้สืบทอดต่อ กูอยากจะหัว….
เขาผลักประตูห้องนอนออกไปและเกือบจะชนเข้ากับลิต้าที่ยืนลอยหน้าลอยตาฟังอยู่ตรงหน้าประตู “เป็นไง... ถึงกับมีน้ำตาเลยเหรอ” ลิต้ายิ้มเยาะ สายตาฉายแววสมเพช “คิดจะทรยศนายเหรอ ระวังตัวไว้เถอะ...” คำพูดของหล่อนยังไม่ทันจบประโยค เขตต์นทีก็โถมเข้าใส่ร่างสะโอดสะอง บีบคอหล่อนไว้อย่างรวดเร็วและหนักหน่วงราวกับเสือร้ายขย้ำเหยื่อโดยไม่เปิดโอกาสให้ตั้งตัว! ลิต้าตาเบิ่งกว้างด้วยความตระหนก เบียดดิ้นทุรนทุราย พยายามใช้สองมือแกะพันธนาการแกร่งราวกับคีมเหล็กออก แต่เขตต์นทีกลับออกแรงดันร่างของหล่อนไปจนแผ่นหลังกระแทกติดกับราวหินอ่อน หากเขาเพิ่มแรงอีกเพียงนิด ร่างของหล่อนจะปลิวร่วงลงสู่พื้นเบื้องล่างทันที “เรียกสิ... เรียกให้คนมาช่วยเลย!” เขตต์นทีกระซิบเสียงลอดฟัน ดวงตาแดงขุ่นด้วยความปวดร้าวที่ฉาบทับด้วยความเคียดแค้นอีกชั้น “กูอยากเห็นเหมือนกันว่าจะมีหมาตัวไหนกล้าวิ่งขึ้นมาช่วยมึงไหม... แล้วถ้ากูจับมึงโยนลงไปให้คอหักตายตรงนี้ มึงคิดว่าคนในบ้านจะให้การกับตำรวจว่ายังไง? กูเป็นคนทำ... หรือมึงลื่นตกลงไปเอง!” เมื่อเห็นลิต้าเริ่มมีอาการราวกับขาดอากาศหายใจ
ลิต้าเดินสะบัดหน้าออกจากห้องไปอย่างไม่สบอารมณ์ เสียงประตูที่ปิดลงเบาๆ เป็นสัญญาณว่าภายในห้องเหลือเพียงชายสองวัยที่เผชิญหน้ากันตามลำพัง ทันทีที่อยู่กันสองต่อสอง ชายแก่บนเตียงก็เค้นเสียงแหบพร่าเอ่ยออกมาทันที "กำจัดไอ้ยศซะ... แล้วแกจะได้ขึ้นมาเป็นนายคนใหม่... ทันที" เขตต์นทียกยิ้มเยือกเย็น ดวงตาฉายแววเย้ยหยันอย่างไม่ปิดบัง "ทำไมไม่ให้ลิต้าทำล่ะครับ... นายออกจะรัก ออกจะเทิดทูนกันขนาดนั้น ที่สำคัญคือผมไม่มีวันทำร้ายพี่ยศ... เพราะอะไรรู้ไหมครับ ถ้ายังไม่เข้าใจ ผมจะบอกให้" เขตต์นทีขยับกายเข้าไปใกล้ ร่างสูงใหญ่ก้มลงกระซิบที่ข้างหูของชายแก่บนเตียงด้วยน้ำเสียงต่ำพร่าทว่าบาดลึกไปถึงขั้วหัวใจ "ผมรักและเคารพแม่พี่ยศเหมือนแม่แท้ๆ ผมรักพี่ยศเหมือนพี่ชายแท้ๆ ผมไม่มีวันทำเรื่องชั่วช้าแบบนั้นเด็ดขาด ขนาดหมามันยังรู้จักบุญคุณคนที่ให้ข้าวให้น้ำมันเลย...ขอโทษด้วยนะครับที่ผมเหี้-ไม่ได้ดังใจนาย” “มึง... ไอ้เก็ท...” เสียงแหบพร่าของนิพนธ์สั่นสะท้าน ราวกับจะขาดใจในทุกถ้อยคำ ทว่ากลับเต็มไปด้วยแรงเพลิงแค้นที่อัดแน่นอยู่ในอก ชายแก่เค้นแรงกายทั้งหมดที่มี ยกนิ้วสั่
เขตต์นทีหยุดฝีก้าวแล้วหันไปทางหญิงสูงวัยในชุดแม่บ้านซึ่งยืนรออยู่ตรงเชิงบันไดขึ้นชั้นบน ใบหน้าคมคายฉายรอยยิ้มอบอุ่นอย่างเป็นกันเอง “กลับมานานแล้วเหรอครับป้ามาลี หลานหายดีแล้วหรือยัง” “หายดีแล้วค่ะคุณเก็ท...” ป้ามาลีค้อมตัวลงน้อยๆ ยกมือไหว้ด้วยความซาบซึ้งใจ ดวงตาของผู้ใหญ่อาบไปด้วยความตื้นตัน “ขอบพระคุณคุณเก็ทมากเลยนะคะที่เป็นธุระเรื่องหมอเรื่องโรงพยาบาลให้ ไม่อย่างนั้นป้าก็คงเสียหลานไปแน่ๆ” “ไม่เอา ไม่ต้องไหว้ครับป้า...” เขตต์นทีรีบปรามพลางยกมือขึ้นรับไหว้และประคองมือของแม่บ้านอาวุโสลงด้วยความอ่อนโยน “ป้าก็เคยช่วยผมเหมือนกัน” เขตต์นทีกระซิบเบาๆข้างหูป้ามาลี ประตูไม้บานใหญ่หนาหนักของห้องนอนชั้นบนสุดถูกผลักเปิดออกช้าๆ เผยให้เห็นบรรยากาศภายในห้องที่มืดสลัว อบอวลไปด้วยกลิ่นอายของยาและลมหายใจแห่งความร่วงโรย ณ ใจกลางห้อง บนเตียงกว้างสไตล์คลาสสิก ร่างของ ‘ประมุขแห่งอาณาจักร’ นอนทอดกายอยู่อย่างไร้เรี่ยวแรง ชายผู้เคยทรงอำนาจและเกรียงไกรจนทุกคนต้องยอมสยบ บัดนี้เหลือเพียงสังขารอันโรยราที่กำลังถูกความร่วงโรยและโรคร้ายกัดกินทีล
เขาเลือกที่จะขับรถวนไปตามถนนเส้นใกล้เคียงอย่างไม่เร่งรีบ ราวกับอยากจะยื้อและยึดเอาช่วงเวลานี้—ช่วงเวลาที่มีเพียงเขากับเธอสองคน—ไว้ให้นานที่สุดเท่าที่จะทำได้ หนึ่งรอบ... สองรอบ... ภายในห้องโดยสารไม่มีคำพูดใดหลุดออกจากปากของคนทั้งคู่ มีเพียงเสียงเพลงรักหวานซึ้งที่เปิดคลอไว้เบาๆ ท่วงทำนองและเนื้อหาของเพลงทำหน้าที่คล้ายตัวแทนความรู้สึกในใจที่ต่างฝ่ายต่างไม่ได้เอื้อนเอ่ยออกไป เมื่อเข็มนาฬิกาเดินไปข้างหน้าโดยไม่ได้สนใจอารมณ์หวานและหวามลึกๆของคนสองคน และตัวรถวนกลับมาใกล้ถึงคอนโดแห่งนั้นอีกครั้ง เขตต์นทีก็หักพวงมาลัยแล่นออกไปบนถนนใหญ่อีกรอบ พร้อมเอ่ยขึ้นแผ่วเบา “อีกสักรอบคงไม่เป็นไรนะ...” อาภาไม่ได้คัดค้าน ทำเพียงนั่งนิ่งข้างกายเขา ซึมซับความอบอุ่นอันแสนสั้นนี้ไว้ให้ได้มากที่สุดทว่าในที่สุด... การขับวนรอบสุดท้ายก็ต้องจบลง รถสปอร์ตจอดนิ่งสนิทที่หน้าอาคารคอนโดมิเนียม ก่อนที่อาภาจะทันได้ปลดสายเข็มขัดนิรภัยเพื่อก้าวลงจากรถ เสียงนุ่มลึกของเขตต์นทีก็รั้งหล่อนไว้ “รอผมนะ... ที่บ้าน ผมสัญญาว่าจะกลับไปให้เร็วที่สุด” สำหรับเขตต์นทีแล้ว นี่อาจเป็นคำ







