LOGIN“ผมดีใจนะครับที่เจนชอบที่นี่” ภาคินัยเอ่ยพลางทอดสายตามองหญิงสาวด้วยความรักเปี่ยมล้น
“ค่ะ ที่นี่สวยจนเจนไม่อยากเชื่อเลยว่าจะมีอยู่จริง”
“วันนี้ผมจะพาคุณเที่ยวรอบๆ ให้ทั่วเลยครับ แล้วพรุ่งนี้ค่อยไปไหว้พระธาตุดอยสุเทพกัน แต่ตอนนี้... ผมว่าเราไปเติมพลังกันก่อนดีกว่า ผมให้แม่ครัวเตรียมอาหารเช้าไว้รอแล้วครับ”
รถกอล์ฟคันเล็กพาทั้งคู่มายังห้องอาหารริมลำธาร ป้าสมใจแม่ครัวเก่าแก่รีบออกมาต้อนรับด้วยรอยยิ้มอิ่มเอิบ มื้อเช้าง่ายๆ อย่างไข่กระทะหอมกรุ่นและข้าวต้มร้อนๆ ถูกจัดเตรียมไว้ท่ามกลางอากาศเย็นสบาย เจนจิราจิบกาแฟรสเลิศพลางมองเสี้ยวหน้าของชายหนุ่มที่เธอมั่นใจแล้วว่าเขาคือคนที่ใช่
หลังมื้อเช้า ภาคินัยพาเธอเดินลัดเลาะไปตามเส้นทางธรรมชาติจนถึงน้ำตกที่ซ่อนตัวอยู่หลังป่าทึบ เสียงน้ำตกไหลกระทบโขดหินดังสนั่นสะท้อนความชุ่มฉ่ำ แอ่งน้ำใสสะอาดจนเห็นฝูงปลาตัวเล็กๆ แหวกว่ายไปมา
“ลองแช่เท้าดูสิครับเจน... ปลามันจะมาตอดเบาๆ เพลินดีนะ” เขาแนะนำพร้อมกับนั่งลงข้างเธอ
“อุ๊ย! จักจี้จังเลยค่ะคุณภาคย์” หญิงสาวหัวเราะร่วน ดวงตาเป็นประกายสดใสจนภาคินัยไม่อาจละสายตาได้ เขามองใบหน้าหวานที่เปื้อนรอยยิ้มนั้นเนิ่นนาน ก่อนจะตัดสินใจเอ่ยคำที่อยู่ในใจออกมา
“เจนครับ... แต่งงานกับผมนะ” คำขอที่ไม่มีพิธีรีตอง ไม่มีแม้แต่แหวนหมั้น ทว่าน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความจริงใจทำให้โลกทั้งใบของเจนจิราเหมือนหยุดหมุน แสงอาทิตย์ที่เริ่มคล้อยต่ำสาดแสงสีทองลงมากระทบผิวน้ำ เป็นฉากหลังที่งดงามราวกับภาพฝัน
“คุณภาคย์มั่นใจแล้วเหรอคะ... ว่าเจนจะเป็นภรรยาที่ดีของคุณได้” เธอถามเสียงแผ่ว
“มั่นใจสิครับ มั่นใจที่สุดในชีวิตเลย” ยังไม่ทันที่คำตอบจะได้หลุดจากปาก สายฝนเม็ดหนาก็เทกระหน่ำลงมาอย่างไม่ลืมหูลืมตา ภาคินัยรีบคว้ามือเธอวิ่งไปหลบใต้ชะโงกหินใหญ่ข้างน้ำตก กลิ่นไอดินและกลิ่นฝนอบอวลไปทั่วบริเวณ
“เมื่อกี้เจนยังไม่ตอบผมเลยนะ” ภาคินัยถามแข่งกับเสียงฝนที่ตกหนัก ความใกล้ชิดในพื้นที่แคบๆ ทำให้ลมหายใจของทั้งคู่สอดประสานกัน
“ถ้าฉันไม่รักคุณ... ฉันคงไม่ยอมมานอนค้างอ้างแรมกับคุณที่นี่หรอกค่ะ” เธอโต้กลับด้วยน้ำเสียงท้าทายแต่ใบหน้ากลับแดงก่ำ เมื่อเขาฉวยมือบางขึ้นไปจูบหนักๆ
“บอกผมให้ชื่นใจหน่อยได้ไหม...”
“ค่ะ... เจนรักคุณ...”
คำบอกรักนั้นเหมือนเขื่อนที่พังทลาย ภาคินัยดึงร่างบางเข้ามากอดแนบแน่นกลางไอฝนที่เย็นเฉียบ อ้อมกอดของเขาร้อนรุ่มจนความหนาวเหน็บมลายหายไป สัมผัสจากร่างกายแกร่งที่เบียดชิดทำให้เจนจิราเผลอโอบรอบคอเขาไว้แน่น
“ผมขอจูบเจนอีกได้มั้ย”
“พอแล้ว”
“ที่นี่มีแค่เราสองคน หรือจะให้ทำมากกว่าจูบล่ะ” สายตาคมกริบกวาดมองไปตามลำคอระหงที่เปียกชื้น จนเจนจิราต้องซุกหน้าลงกับอกแกร่งอย่างยอมแพ้
เมื่อฝนเริ่มซา ภาคินัยก็พาเธอกลับมายังบ้านพัก แต่สภาพของทั้งคู่เปียกปอนไปด้วยกัน เสื้อเชิ้ตสีขาวของเจนจิราเปียกชุ่มจนแนบเนื้อ เผยให้เห็นส่วนเว้าส่วนโค้งและบราลูกไม้สีดำที่เด่นชัดอยู่ภายใต้ผ้าเนื้อบาง ภาคินัยต้องลอบกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบากเมื่อจ้องมองแผ่นหลังบางที่สั่นเทาน้อยๆ
“ไปอาบน้ำก่อนนะครับเจน เดี๋ยวจะไม่สบาย เดี๋ยวผมสั่งอาหารมาให้ทานที่นี่”
หลังจากผลัดกันอาบน้ำชำระกาย เจนจิราในชุดกระโปรงผ้าเนื้อนุ่มยืนรับลมอยู่ที่ระเบียง กลิ่นสบู่อ่อนๆ จากตัวเธอผสมกับไอหมอกยามค่ำคืนช่างยั่วยวน ภาคินัยเดินเข้ามาซ้อนหลังแล้วสวมกอดเอวบางไว้หลวมๆ
“ไปทานข้าวกันนะครับ” เขาจูงมือเธอไปยังโต๊ะดินเนอร์ที่จัดวางไว้ตรงระเบียงด้านล่าง ท่ามกลางแสงเทียนที่วับแวมและม่านหมอกที่ปกคลุมขุนเขา
หัวใจของเจนจิราเต้นรัวแรงขึ้นทุกขณะเมื่อสัมผัสได้ถึงมือหนาที่เปลี่ยนจากจูงมือมาเป็นโอบประคองที่เอวคอดกิ่ว ความร้อนจากฝ่ามือของเขาซึมผ่านเนื้อผ้าเข้ามาจนเธอไม่กล้าแม้แต่จะเงยหน้าขึ้นสบตา ดินเนอร์มื้อนี้อาจจะเป็นมื้อที่แสนโรแมนติก... แต่สายตาของภาคินัยกลับบอกเธอว่า หลังจากมื้อนี้จบลง เธอจะต้องเป็นแฟนของเขาโดยสมบูรณ์
สุรีย์พรเร่งเครื่องยนต์ออกสู่ถนนใหญ่ได้ไม่ไกล ทันใดนั้นรถก็เริ่มออกอาการ เครื่องยนต์สะอึกรุนแรงจนร่างของทั้งคู่โยกคลอน ก่อนที่มันจะกระตุกเป็นครั้งสุดท้ายแล้วดับวูบลงกลางถนนที่เริ่มเปลี่ยว“รถเป็นอะไรน่ะพร!” เจนจิราอุทานพลางมองซ้ายขวาด้วยความกังวล“ไม่รู้สิเจน อยู่ๆ ก็ดับไปเฉยๆ เลย” สุรีย์พรพยายามสตาร์ทซ้ำแต่เครื่องยนต์กลับนิ่งสนิท ทั้งสองจำใจลงจากรถมาช่วยกันเข็นรถเข้าข้างทางอย่างทุลักทุเล เหงื่อเม็ดเล็กผุดพราวตามใบหน้าสวย เจนจิราพยายามมองหาแท็กซี่แต่กลับไร้วี่แวว“พร ไหนลองสตาร์ทอีกทีสิ...” เจนจิราชะโงกหน้าเข้าไปดูที่แผงหน้าปัด ก่อนจะเบิกตากว้างเมื่อเห็นเข็มวัดน้ำมันตกลงไปจมมิดขีดล่างสุด “นี่ยัยพร! แกขับรถจนน้ำมันหมดไม่รู้ตัวเลยเหรอเนี่ย ดูสิ!”“อ่าว! เฮ้ย! เป็นไปได้ไง ก็ฉันเพิ่งเติมเต็มถังเมื่อวานนี้เองนะ!” สุรีย์พรเถียงกลับอย่างงุนงง ด้วยความรีบเร่งทำให้เจนจิรามองข้ามความผิดปกติที่เพิ่งเกิดขึ้นกับรถของเธอเมื่อวานซืนไปอย่างน่าเสียดายจังหวะนั้นเอง โทรศัพท์ของเจนจิราก็ดังขึ้นอีกครั้ง เป็นเอกณัฐที่โทรเข้ามาด้วยจังหวะที่แม่นยำราวจับวาง“สวัสดีค่ะคุณเอก มีอะไรหรือเปล่าคะ”“อ๋อ พอดีทางอู
ตอนที่ 38 แผนรัก แผนร้าย...หลังเสร็จสิ้นพายุสวาทที่เร่าร้อนท่ามกลางสายน้ำและบนเตียงที่ยับย่น ความเงียบสงบในยามสายกลับเต็มไปด้วยพันธนาการลับที่แน่นหนา เมธินีขยับกายเข้าไปซุกซบอกแกร่งที่ยังชื้นเหงื่อ พลางเอ่ยเสียงอ้อนแกมขู่ที่ทำให้ภาคินัยต้องใจหายวาบ“คราวนี้พี่ภาคย์ก็เป็นผัวเมย์เต็มตัวแล้วนะคะ ห้ามทิ้งเมย์นะ ไม่อย่างนั้นเมย์ไม่ยอมจริงๆ ด้วย”“แต่เมย์อย่าเพิ่งไปบอกอะไรเจนนะ พี่ขอร้อง” ภาคินัยเอ่ยด้วยน้ำเสียงโรยแรง จุมพิตลงบนหน้าผากมนของหญิงสาวอย่างจำยอม เพื่อรักษาความลับที่อาจทำลายชีวิตครอบครัวของเขา“ถ้าพี่ภาคย์ไม่ดื้อกับเมย์ รับรองเมย์ไม่บอกใครหรอกค่ะ” หล่อนยิ้มพึงใจ ซุกกายเข้าหาความอบอุ่นที่ตอนนี้เธอกลายเป็นเจ้าของร่วมอย่างสมบูรณ์ ระหว่างที่ภาคินัยออกไปคุมงานที่ไซต์งานก่อสร้างด้วยสีหน้าเคร่งเครียด เมธินีที่นั่งรออยู่ในรถหรูแอบต่อสายหาเอกณัฐทันทีเพื่อรายงานความคืบหน้า“แผนของฉันสำเร็จแล้วนะ... ตอนนี้พี่ภาคย์ดิ้นไม่หลุดแล้ว”“หึๆ..ร้ายไม่เบานี่” เอกณัฐหัวเราะในลำคอ “รวบหัวรวบหางได้อยู่หมัดเลยล่ะ”“ว่าแต่คุณเถอะ รวบหัวรวบหางยัยพยาบาลนั่นได้เหรอยัง” เมธินีย้อนถามด้วยความริษยาที่ยังคุกร
ภาคินัยพยายามรวบรวมสติที่หลงเหลือเพียงน้อยนิดค่อยๆ ถอนตัวตนออกอย่างเบามือ แล้วเริ่มเล้าโลมเธอใหม่อย่างใจเย็นเพื่อลดความทรมานจากฤทธิ์ยาที่ยังพลุ่งพล่าน เขาเลื่อนใบหน้าหล่อเหลาลงไปซุกไซ้ที่ซอกขาเนียนละเอียดเพื่อเตรียมพร้อมสำหรับบทเพลงรักจังหวะต่อไปที่กำลังจะทวีความร้อนแรงขึ้นอีกครั้งภาคินัยที่ตกอยู่ในบ่วงกามและความมึนเมาของฤทธิ์ยา บรรเลงเพลงรักอย่างดุดันดั่งเสือหนุ่มที่หิวโหย จมูกโด่งคมสันฝังลึกเข้ากับจุดกึ่งกลางความสาว ก่อนจะปาดเลียเกสรดอกไม้งามด้วยลิ้นที่ร้อนผ่าวและแข็งกร้าว บิดเกลียวชอนไชจนเมธินีสะท้านไปทั้งร่าง“อื้อ พี่ภาคย์ขา เมย์เสียวว!! อื้อ เบา ๆ นะคะ อู๊ยย!! พี่ภาคย์ขา อย่าดูดแรงนักสิคะ เมย์จะขาดใจอยู่แล้ว”เสียงหวานหวีดร้องระงมติดๆ กัน ร่างกายอ้อนแอ้นหอบกระตุกเฮือกใหญ่เมื่อถูกเขานำพาไปถึงแตะขอบสวรรค์อย่างรุนแรง ริมฝีปากบางขบเม้มเข้าหากันแน่นจนห่อเลือด มือน้อยสั่นเทาขยุ่มลงบนเส้นผมหนาของชายหนุ่มขณะที่เขาดูดกลืนน้ำหวานแห่งความใคร่จนหยดสุดท้าย ก่อนที่ลิ้นสากจะปาดเลียไล้ขึ้นมาตามหน้าท้องแบนราบที่แขม่วรับสัมผัสชวนสยิว จนมาหยุดอยู่ที่ยอดปทุมถันอวบอิ่มที่เขาใช้ความแกร่งขึงบดเบียดนว
เมธินีผละริมฝีปากออกมาเพียงชั่วครู่เพื่อบอกความในใจที่เก็บกดมาตั้งแต่สมัยเรียนมหาวิทยาลัย แววตาของเธอเต็มไปด้วยความสมหวัง ในที่สุดผู้ชายที่เธอเคยได้แต่เฝ้ามอง วันนี้เขากำลังสยบอยู่ใต้ร่างของเธอด้วยความโหยหาหญิงสาวไม่ปล่อยให้เวลาเสียเปล่า หล่อนแอ่นกายรับสัมผัสรุกรานจากมือหนาที่เริ่มบีบเค้นทรวงอกอย่างแรงตามอารมณ์ที่พลุ่งพล่าน ภาคินัยซุกไซ้ใบหน้าลงกับซอกคอหอมกรุ่นและลาดไหล่ขาวเนียน ลมหายใจร้อนผ่าวของเขาที่รดรินผิวทำเอาเมธินีสั่นสะท้าน หล่อนหลับตาลงรับรสสวาทที่อาบไปด้วยเล่ห์กล โดยหารู้ไม่ว่าทุกสัมผัสที่แสนวาบหวามนี้เมื่อริมฝีปากหนาบดเบียดลงมาอีกครั้ง แรงอารมณ์มหาศาลก็ถาโถมเข้าใส่ร่างบางจนเมธินีแทบจะสำลักความเสียวซ่าน ภาคินัยในยามนี้ไม่ใช่ชายหนุ่มผู้แสนอ่อนโยนคนเดิม แต่เขากลายเป็นเสือผู้หิวโหย ร่างสูงใหญ่พลิกกายขึ้นทาบทับเรือนร่างขาวโพลนที่นอนทอดกายยั่วยวนอยู่เบื้องล่าง แสงไฟสลัวขับเน้นส่วนโค้งเว้าของหญิงสาวให้ดูเย้ายวนใจจนเขาลืมสิ้นซึ่งมโนธรรม“เมย์จ๋า...” เสียงแหบพร่าครางเรียกขณะใบหน้าหล่อเหลาซุกไซ้เข้าหาซอกคอขาวกรุ่น ขบเม้มทิ้งรอยรักสีกุหลาบไว้ทั่วเพื่อแสดงความเป็นเจ้าของ“เมย์จ๋า!!!.
หล่อนรีบโทรสั่งพนักงานให้ส่งเบียร์เย็นจัดและน้ำแข็งขึ้นมาบนห้องอย่างรวดเร็ว เมื่อของมาถึง มือบางสั่นเล็กน้อยด้วยความตื่นเต้นขณะรินเครื่องดื่มสีเหลืองทองลงในแก้วสองใบ ใบหนึ่งสำหรับเธอ... และอีกใบสำหรับเขาเมธินีหยิบซองยาเม็ดเล็กๆ ออกมาบดละลายลงในแก้วของภาคินัยอย่างเบามือ มันคือยาปลุกกำหนัดชนิดรุนแรงที่จะทำให้สติสัมปชัญญะของชายหนุ่มพังทลายลงในชั่วพริบตา“อะไรมันจะง่ายดายขนาดนี้...” หล่อนพึมพำพลางเขย่าแก้วเบียร์เบาๆ ให้ยาสลายตัว“ขอบคุณสวรรค์ที่ทำให้ห้องเต็ม... ไม่อย่างนั้นฉันคงต้องเหนื่อยหาข้ออ้างมากกว่านี้”ประตูห้องน้ำถูกเปิดออก ภาคินัยเดินออกมาในชุดคลุมอาบน้ำสีขาวสะอาดหยดน้ำยังเกาะพราวตามแผงอกหนาและลำคอแกร่ง ดูเย้ายวนจนเมธินีต้องลอบกลืนน้ำลาย หล่อนรีบปั้นหน้านิ่งแล้วส่งแก้วเบียร์ให้เขาด้วยรอยยิ้มพิมพ์ใจ“ดื่มสักนิดนะคะพี่ภาคย์ เหนื่อยมาทั้งวันแล้ว จะได้หลับสบาย... เมย์ขอโทษจริงๆ นะคะที่ทำให้พี่ลำบากใจขนาดนี้”ภาคินัยรับแก้วมาด้วยความเผลอเรอ เขาเพียงแค่อยากจะดับความกระหายและหวังว่าแอลกอฮอล์จะช่วยให้เขาหลับลงได้ในค่ำคืนที่แสนวุ่นวายนี้ โดยหารู้ไม่ว่า... เพียงแค่จิบแรกที่ผ่านลำคอเข้าไป
หลังจากเจนจิราเดินเข้าตึกไป เอกณัฐก็หมุนตัวเดินกลับไปยังมุมมืดของลานจอดรถด้วยท่วงท่าของผู้ชนะ รอยยิ้มที่เคยดูสุภาพบัดนี้แปรเปลี่ยนเป็นความเหี้ยมเกรี้ยมชวนขนลุก เขาหยุดยืนข้างรถยุโรปคันหรูที่จอดซุ่มอยู่ก่อนจะมีชายชุดดำเดินออกมารายงานตัว“รูปทั้งหมด... ส่งเข้าไลน์ให้ฉันเลยนะ” เอกณัฐเอ่ยเสียงเรียบ ทว่าแฝงด้วยคำสั่งอันเด็ดขาด“ครับนาย” ชายคนดังกล่าวตอบรับเขาคือลูกน้องที่เอกณัฐจ้างมาจี้เจนจิราในคืนนั้น และตอนนี้ก็ทำหน้าที่คอยให้สะกดรอยตามพยาบาลสาวมาโดยตลอด ทุกความเคลื่อนไหว ทุกย่างก้าวของเจนจิราถูกบันทึกไว้ในเมมโมรี่การ์ดอย่างละเอียด เอกณัฐเปิดดูรูปในโทรศัพท์ด้วยสายตาที่เป็นประกาย ภาพจังหวะที่เขาแสร้งประคองแผ่นหลังของเจนจิรา ภาพการพูดคุยที่ดูใกล้ชิดหน้าห้องพักผู้ป่วย เมื่อถูกถ่ายในมุมที่จงใจ มันกลับกลายเป็นหลักฐานชั้นดีที่บ่งบอกถึงความสัมพันธ์ลับ ๆ “แกทำดีมาก...” เอกณัฐพึมพำ “วันนี้แหละไอ้ภาคินัย มึงได้อกแตกตายแน่ ๆ ”“แล้วเรื่องรถล่ะครับนาย” ชายชุดดำถามต่อ“เดี๋ยวแกไปจัดการต่อสายน้ำมันรถของคุณเจนให้เป็นปกติซะ เติมน้ำมันให้เต็มถัง แล้วขับไปจอดซ่อนไว้ที่คอนโดฉันก่อน... ระหว่างนี้ฉันจะโก







