LOGINลองรักพ่อผัว ตอนที่ 9
ค่ำแล้ว คนงานเปลี่ยนกะ มีการตอกบัตร ทุกอย่างดำเนินไปอย่างที่เคยเกิดขึ้น ทุกคนยังคงมุ่งมั่น แววตาของพวกเขาดูมีความหวัง
ใช่ พราวเดือนก็รู้สึกเหมือนกันกับพวกเขา ถึงแม้ว่าสถานะของเธอในเวลานี้ ไม่รู้จะเรียกว่าอะไรดี เอาเข้าจริงแล้วจะเรียกว่ามั่นคงหรือ ก็คงไม่ใช่หรอก
สำหรับเธอค่อนข้างซับซ้อนกว่าชีวิตของคนงานในโรงงานหลายเท่า
“คุณหนูเหนื่อยไหมคะ” ได้ยินเสียงคนงานหญิงทักทาย
“ไม่เหนื่อยหรอกค่า” พราวเดือนตอบด้วยน้ำเสียงสดชื่น แต่อันที่จริง ใช่ว่าจะไม่รู้สึกหรอกนะ เพียงแค่ใจของเธอยังพร้อมที่จะสู้ เกิดความรู้สึกฮึกเหิมขึ้นมาตลอดเวลา โดยเฉพาะเมื่อนึกเทียบเคียงกับช่วงเวลาที่ย่ำแย่สุดขีดของโรงงาน นับตั้งแต่วันที่เธอก้าวมา จนกระทั่งเกิดไฟลุกโหมครั้งล่าสุด แต่ดูสิ กลับสามารถผงาดขึ้นมาได้อีกครั้งหนึ่ง ก็เพราะเธอมีส่วนร่วมอยู่ในความสำเร็จดังกล่าวด้วย
“คุณหนูต้องพักบ้างนะคะ”
ความเป็นห่วงเป็นใยของพวกคนงาน ความสนิทสนมที่พวกเขามอบให้กับเธอ ให้เกียรติยกย่อง ลึก ๆ พวกคนงานจะคิดยังไง พราวเดือนไม่ได้อยากจะใส่ใจตรงนั้น
รถยนต์ของเสี่ยเวทินแล่นเข้ามาจอด...
“พ่อเป็นห่วงหนู” เสี่ยเวทินบอกเหตุผล เมื่อก้าวเข้ามาในออฟฟิศ แน่ละว่า แววตาของชายผู้เป็นพ่อสามีที่มองมา เป็นความรู้สึกจากใจของเขา
“เหนื่อยแย่เลยค่ะ ขับรถเองด้วย”
“พ่อไหวอยู่แล้ว”
พราวเดือนก็รู้ว่าร่างกายของเสี่ยเวทินนับวันยิ่งทรงพลัง ไม่เฉพาะแค่การทำงาน ความรักของเขาก็ไม่ต่างอะไรกับหนุ่ม ๆ
แต่ในยามที่ปรากฏตัวต่อหน้าคนอื่น เขาค่อนข้างระมัดระวังเหมือนกัน เพราะสถานะของเขากับเธอไม่ควรจะสนิทสนมกันเกินงาม
“คุณพ่อไปไหนมาบ้างคะ” พราวเดือนถาม
“หลายที่เลย” เสี่ยเวทินตอบ “หลัก ๆ ก็เรื่องที่ไปเจรจา”
“เป็นไงบ้างคะคุณพ่อ”
เสี่ยเวทินแอบถอนใจ ก่อนจะตอบ “มันไม่ได้ง่ายเหมือนที่เราคิด”
“มันไม่ง่ายอยู่แล้วไม่ใช่หรือคะ” พราวเดือนว่า
เสี่ยเวทินพยักหน้าช้า ๆ
“คุณพ่อคะ...” ไม่รู้ว่าเป็นเพราะอะไรเหมือนกัน พราวเดือนจึงตัดสินใจหลุดออกมา “คุณวิษณุมาที่นี่นะคะ”
“วิษณุเหรอ” เสี่ยเวทินทวนคำ ไม่ได้สบตากับพราวเดือน “ไม่หรอกมั้ง เขาไม่เคยเห็นความสำคัญของที่นี่”
“คุณพ่อคิดว่าไงคะ”
“ไม่รู้สิ เขาอาจจะแค่แวะมาดูหรือเปล่า”
“สองสามครั้งได้ค่ะ ผู้จัดการบอก”
“อืม”
“คุณพ่อทราบเรื่องนี้บ้างหรือเปล่าคะ”
“ก็เพิ่งรู้นี่แหละ”
พราวเดือนกลับรู้สึกประหลาดกับคำตอบของเสี่ยเวทิน ผู้หญิงมักจะมีสัญชาตญาณพิเศษบางอย่างที่พร้อมจะรับรู้อะไรที่ไม่ควรจะรู้ แน่นอนว่า เมื่อเทียบระหว่างเธอกับวิษณุ วรเดช หรือวาทิต ลูกชายทั้งสามคนของเสี่ยเวทิน เธอน่ะ มันคนนอกดี ๆ นี่เอง ธุรกิจของเสี่ยเวทิน ไม่ได้เกี่ยวอะไรกับเธอแม้แต่นิดเดียว
หญิงสาวแอบถอนใจ ไม่อยากจะคิดอะไรมาก ปล่อยให้เป็นไปตามธรรมชาติ แค่ทำหน้าที่ของตัวเองเท่านั้น แต่ก็นั่นแหละ ผู้หญิงมักมีอารมณ์แบบผู้หญิง เพียงแค่เกิดความหม่นหมองขึ้นภายในใจเท่านั้น อารมณ์ดังกล่าวก็พร้อมจะพัฒนาไปได้อีกยาว
พราวเดือนก็แค่ผู้หญิงธรรมดา ๆ คนหนึ่ง คงไม่แปลกอะไรที่จะสภาพจิตใจของเธอจะเข้าสู่โหมดความหม่นได้ในบางครั้ง
“ไปหาอะไรทานไหม” เสี่ยเวทินชวน เหมือนต้องการตัดบทไม่ให้เอ่ยถึงเรื่องงานหรือเรื่องของคนอื่น
“ค่ะ”
“หนูอยากทานอะไร”
“อะไรก็ได้ค่ะ” พราวเดือนตอบเสียงเบา...
ระหว่างทาง เสี่ยเวทินจับมือของเธอบีบเบา ๆ “พ่อไม่รู้นะว่าหนูคิดอะไรอยู่ แต่...พ่อแค่รู้สึกว่าหนูกำลังมีเรื่องไม่สบายใจ”
“เปล่านะคะ” พราวเดือนต้องรีบปฏิเสธ ไม่อยากจะเชื่อเหมือนกันว่าเพียงแค่ท่าทีของเธอ ยังทำให้เสี่ยเวทินสัมผัสได้ “ทำไมคุณพ่อคิดว่าหนูมีเรื่องไม่สบายใจคะ”
“หนูไม่เคยเป็นแบบนี้”
“ไม่นะคะ” พราวเดือนพยายามรื่นเริง แต่ก็นั่นแหละ คนที่ผ่านประสบการณ์ชีวิตมาอย่างโชกโชนอย่างเสี่ยเวทิน มีหรือจะไม่รู้สึกผิดสังเกต “หนูสบายดี แค่...เหนื่อยมั้งคะ”
“พ่อรู้สึกผิดจัง”
“ไม่เกี่ยวกับคุณพ่อหรอกค่ะ จริงจิ้ง” พราวเดือนเสียงสูง เพื่อยืนยันว่าเธอไม่ได้เป็นอะไรจริง ๆ
เสี่ยเวทินอยากจะพาพราวเดือนไปทั่งทานในร้านหรู ๆ แต่หญิงสาวบอกว่า อยากจะนั่งทานอาหารง่าย ๆ ริมทางดีกว่า เขาตามใจ
พราวเดือนพยายามกลบเกลื่อนอารมณ์หม่น ๆ ของตัวเองด้วยการทำตัวให้ร่าเริง เธอหวังว่าเขาจะไม่รู้สึกอะไรมากไปกว่านี้
“พ่อไม่รู้ว่าเราจะต้องอยู่ในสภาพนี้ไปอีกนานแค่ไหน พ่อให้คำตอบหนูไม่ได้” เสี่ยเวทินโพล่งขึ้นมา
พราวเดือนชะงักอีกครั้ง “ไม่เอาค่ะ อย่าพูดเรื่องที่ไม่สบายใจเลยค่ะ”
“นั่นสินะ ย้ำคิดย้ำทำอยู่ได้ พ่อขอโทษนะ”
กว่าจะถึงบ้านดึกแล้ว ร่างงามถูกชายรุ่นพ่อรวบเข้าหาทันทีที่เปิดประตูเข้าไปในบ้าน “อุ๊ย เหนียวตัวจังค่ะคุณพ่อ”
“อาบน้ำด้วยกันไหม”
“ไปสิคะ”
พราวเดือนเห็นความคึกคักของเสี่ยเวทิน
“พ่อช่วยถอดได้หรือเปล่า”
หญิงสาวเปลือยเปล่า อวดเรือนร่างงดงามให้เห็น เสี่ยเวทินมองพราวเดือนเหมือนกับต้องมนต์สะกด ซึ่งก็เป็นแบบนี้ทุกครั้ง
“สวยจัง”
ไม่แค่พูด แต่ยังใช้มือสัมผัสกับเนื้อนุ่ม ๆ ของเธอ พราวเดือนหลับตาพริ้ม ขณะที่เสี่ยเวทินเริ่มไซ้เข้าหาที่ต้นคอของเธอ
หญิงสาวรับรู้ถึงสัมผัสอันอ่อนโยน และความรุ่มร้อนที่เริ่มจะระอุขึ้น
ลองรักพ่อผัว ตอนที่ 11เอาเข้าจริง วันนี้จิตใจของพราวเดือนแทบจะไม่อยู่กับเนื้อกับตัวเอาเสียเลย เธอลองติดต่อวาทิต อยากจะถามเขาว่าจะเอายังไงกับเธอ แต่วาทิตกดตัดสายของเธอทิ้ง ท้ายสุดเขาก็บล็อกเบอร์ของเธอเหมือนกับรำคาญเต็มทีภาพของคนงานที่กำลังตั้งหน้าตั้งตาทำหน้าที่ของตัวเองอย่างขะมักเขม้น แม้ว่าจะช่วยเยียวยาจิตใจของพราวเดือนอยู่บ้าง เพราะแท้จริงแล้ว เมื่อมองคนงาน เธอก็มักจะมองย้อนกลับมาที่ตัวเอง เธอก็มีที่มาไม่ได้ต่างอะไรจากพวกคนงานเหล่านี้ชีวิตของเธอพลิกผันเกินไป การเข้ามาสู่บ้านสิทธิรังสรรค์ของเธอก็เข้ามาในช่วงวิกฤต แทบไม่เคยรู้จักกับห้วงเวลาแห่งความสุขวาทิตไม่เคยอยู่เคียงข้างเธอแม้จนขณะนี้...นี่ยังเหลือเพียงแค่วันใดที่เรื่องราวระหว่างเธอกับเสี่ยเวทินถูกเปิดเผยออกไป สถานการณ์ของเธอก็คงเข้าสู่ความเลวร้ายอีกครั้งหนึ่งช่วงบ่าย คนที่มาปรากฏตัวที่โรงงาน ไม่ใช่เสี่ยเวทิน แต่กลับกลายเป็นวรเดช พราวเดือนไม่ได้ประหลาดใจอะไร ในเมื่อวรเดชยังถือว่าเขาเป็นลูกชายคนหนึ่งของเสี่ยเวทิน ถึงแม้ว่าจะแยกตัวไปแล้ว แต่เขาก็ยังกลับมาได้ตลอดเวลาเขาคงมองเห็นว่า โรงงานของผู้เป็นพ่อยังมีโอกาสรุ่งเรืองก็ไ
ลองรักพ่อผัว ตอนที่ 10การไซ้ของชายรุ่นพ่อ และสำหรับพราวเดือนแล้ว สถานะของเขาก็ยังคงเป็นเพียงพ่อผัว แต่กลับทำให้เธอรู้สึกร้อนผ่าว ผู้หญิงที่สามารถมีอารมณ์ไปกับการเล้าโลมของผู้ชายสถานะนี้ จะมีสักกี่คน และในจำนวนไม่กี่คนนั้น ก็คงมีเธอเป็นหนึ่งในจำนวนดังกล่าวมือเรียวของพราวเดือนลูบไล้อยู่บนศีรษะขอเสี่ยเวทิน ขณะที่เขากำลังเลื่อนลงมาที่หน้าอกของเธอ ยกทรงถูกปลดออกไปแล้ว เขาใช้เวลาจูบโดยที่ยังไม่ได้แตะต้องกับยอดอกที่กำลังชูชันตอบสนองต่อการปลุกเร้าแต่แล้ว อารมณ์ที่กำลังจะต่อเนื่องก็พลันสะดุดลง เพราะ...โทรศัพท์ที่เข้ามา“ไปรับสายก่อนเถอะค่ะ เผื่อเป็นเรื่องสำคัญ”พราวเดือนบอกเสี่ยเวทินจึงจำเป็นต้องขยับออกไปจากร่างของเธอ หลังรับสาย สีหน้าของเขาก็ดูเคร่งเครียดขึ้นมา พราวเดือนปล่อยให้เสี่ยเวทินคุยโทรศัพท์ เธอเลี่ยงไปอาบน้ำ...เสียงรถยนต์แล่นเข้ามาจอด หลังจากนั้นก็พบว่า วรเดช ลูกชายคนกลางของเขาก็เข้ามา ถึงจะไม่รู้ว่ามีเรื่องสำคัญอะไร แต่น่าจะไม่ใช่เรื่องดีแน่นอนแว่วได้ยินเสียงพูดของพ่อลูก มีความเคร่งเครียด บรรยากาศของบ้านก็เปลี่ยนไปโดยปริยายคืนนั้น พราวเดือนนอนอยู่ในห้องเพียงลำพัง เธออดคิดไม่
ลองรักพ่อผัว ตอนที่ 9ค่ำแล้ว คนงานเปลี่ยนกะ มีการตอกบัตร ทุกอย่างดำเนินไปอย่างที่เคยเกิดขึ้น ทุกคนยังคงมุ่งมั่น แววตาของพวกเขาดูมีความหวังใช่ พราวเดือนก็รู้สึกเหมือนกันกับพวกเขา ถึงแม้ว่าสถานะของเธอในเวลานี้ ไม่รู้จะเรียกว่าอะไรดี เอาเข้าจริงแล้วจะเรียกว่ามั่นคงหรือ ก็คงไม่ใช่หรอกสำหรับเธอค่อนข้างซับซ้อนกว่าชีวิตของคนงานในโรงงานหลายเท่า“คุณหนูเหนื่อยไหมคะ” ได้ยินเสียงคนงานหญิงทักทาย“ไม่เหนื่อยหรอกค่า” พราวเดือนตอบด้วยน้ำเสียงสดชื่น แต่อันที่จริง ใช่ว่าจะไม่รู้สึกหรอกนะ เพียงแค่ใจของเธอยังพร้อมที่จะสู้ เกิดความรู้สึกฮึกเหิมขึ้นมาตลอดเวลา โดยเฉพาะเมื่อนึกเทียบเคียงกับช่วงเวลาที่ย่ำแย่สุดขีดของโรงงาน นับตั้งแต่วันที่เธอก้าวมา จนกระทั่งเกิดไฟลุกโหมครั้งล่าสุด แต่ดูสิ กลับสามารถผงาดขึ้นมาได้อีกครั้งหนึ่ง ก็เพราะเธอมีส่วนร่วมอยู่ในความสำเร็จดังกล่าวด้วย“คุณหนูต้องพักบ้างนะคะ”ความเป็นห่วงเป็นใยของพวกคนงาน ความสนิทสนมที่พวกเขามอบให้กับเธอ ให้เกียรติยกย่อง ลึก ๆ พวกคนงานจะคิดยังไง พราวเดือนไม่ได้อยากจะใส่ใจตรงนั้นรถยนต์ของเสี่ยเวทินแล่นเข้ามาจอด...“พ่อเป็นห่วงหนู” เสี่ยเวทินบอกเหตุผ
ลองรักพ่อผัว ตอนที่ 8 “พ่อรักหนูนะ” เสียงปนหอบของเสี่ยเวทิน ขณะพรมจูบแก้มของเธอสำหรับพราวเดือน ระหว่างเธอกับเสี่ยเวทิน ชายผู้เป็นเพียงสถานะพ่อผัวคนนี้ ไม่อาจจะเรียกได้ว่าเป็นความรักเต็มปากเต็มคำ มันคืออะไรก็ไม่รู้นึกภาพในวันที่เธอแต่งงานเข้ามาอยู่บ้านสิทธิรังสรรค์ หลังจากนั้นก็ตกอยู่ในสภาพเคว้งคว้าง เมื่อรู้ว่าบ้านนี้เต็มไปด้วยปัญหา วาทิตไม่แตะเนื้อต้องตัวเธอเลย จนในที่สุดก็กลายเป็นเรื่องทะเลาะ หลังจากนั้นเขาก็หนีหายไปดื้อ ๆ ปล่อยให้เธอเป็นคนดูแลเสี่ยเวทินผู้เป็นพ่อเสี่ยเวทินผู้เป็นเหมือนกับเสาหลักของบ้าน ที่ตอนนั้นกำลังสิ้นสภาพเป็นเพียงแค่คนป่วยติดเตียง แต่กำลังใจของเขากลับมีเหลือเฟือ แม้ว่าเวลานั้นจะมองไม่เห็นทางออกอะไรเลยความสุขที่เกิดขึ้นระหว่างเธอกับเสี่ยเวทิน สำหรับเธอ ไม่อาจะเรียกได้ว่าเป็นความรักหรอก แต่น่าจะมาจากความเห็นอกเห็นใจกันมากกว่าแม้จนขณะนี้ ก็ยังไม่ใช่เรื่องที่ถูกต้อง เพราะเมื่อใดความสัมพันธ์นี้ถูกเปิดเผยออกไปจริง ๆ เธออาจจะอยู่ที่นี่ไม่ได้อีกแล้ว“ไม่เชื่อพ่อเหรอ” เสี่ยเวทินกอดร่างของเธอเอาไว้“ไม่รู้สิคะ” พราวเดือนตอบตามตรง“ทำไมพูดงี้ล่ะ” เสี่ยเวทินเสียงเคร
ลองรักพ่อผัว ตอนที่ 7พราวเดือนตัดสินใจที่จะไม่พูดเรื่องของวิษณุให้กับเสี่ยเวทินได้รับรู้ เพราะเกรงว่าจะทำให้เขาไม่สบายใจ อย่างน้อยที่สุด พวกคนงานที่โรงงานต่างก็คอยเป็นหูเป็นตาให้อยู่แล้ว จึงวางใจได้ระดับหนึ่ง เธอไม่คิดว่าวิษณุจะกล้าทำเรื่องไม่เป็นเรื่องหรอก การแอบมาที่โรงงานของเขาอาจเป็นเพียงแค่แวะมาดูความก้าวหน้าธรรมดา ๆ พอได้เห็นว่าโรงงานกลับฟื้นมาอย่างรวดเร็ว ก็อาจจะผิดหวังกลับไปพราวเดือนไม่ได้ปักใจเชื่อหรอกว่าวิษณุจะเกี่ยวข้องอะไรกับไฟไหม้โรงงานที่ผ่านมา เพราะไม่ได้มีหลักฐานอะไรว่าเกิดจากการวางเพลิง เพียงแต่ความไม่ไว้วางใจเกิดจากพวกคนงานมากกว่าสำหรับเธอ ติดใจเขาแค่ในตอนที่เสี่ยเวทินไปขอความช่วยเหลือแล้วถูกเขาปฏิเสธอย่างไม่เหลือเยื่อใย ราวกับว่าเสี่ยเวทินไม่ใช่พ่อผู้มีพระคุณอย่างนั้นแหละ“เหนื่อยหรือเปล่าครับ” เสี่ยเวทินเข้ามาโอบกอดเธอ หลายวันที่ผ่านมา พราวเดือนไปที่โรงงานเพียงลำพัง ส่วนเสี่ยเวทินกำลังเจรจากับกลุ่มทุนรายใหม่ที่จะเข้ามาเสริม เธอไม่ได้รู้เรื่องพวกนี้เท่ากับเขา เพราะฉะนั้นจึงไม่ได้เข้ามายุ่งเกี่ยวด้วยเท่าไรนัก “พ่อรู้ว่าหนูเหนื่อย”“ไม่เลยค่ะ” พราวเดือนตอบ โอบกอดร่
ลองรักพ่อผัวตอนที่ 6ด้วยความที่พราวเดือนยังอยู่เหนือร่างของเสี่ยเวทิน เพราะฉะนั้นเธอจึงขืนตัว ไม่ยอมให้เขาใช้ลิ้นต่อไป ขยับมาถึงกลางลำตัวของเขา กดร่องเข้าหาแกนกายโดยที่แทบไม่ต้องเล็งด้วยซ้ำ เติมน้ำหนักตัว ร่องสามารถกลืนความแข็งแกร่งของเสี่ยเวทินเข้าไปจนหมด 20พราวเดือนฟุบท่อนบนนาบแนบกับลำตัวของเสี่ยเวทิน เขาโอบร่างของเธอเอาไว้แน่น แล้วขยับส่งแท่งลำเข้าหาร่องสวาทฉ่ำ เอวของคนวัยนี้ไม่ได้เป็นอุปสรรคใด ๆ เลยแม้แต่นิดเดียวจังหวะซอยเร้าใจ เสียงร้องของพราวเดือนส่งสัญญาณว่าเธอสุด ๆ ไปกับการกระทำของเขา“คุณพ่อขา”เพียงไม่นาน หญิงสาวก็กระตุกเกร็ง เพียงแต่อารมณ์ของเธอนั้นยังสามารถร่วมรักได้อีกต่อไปอย่างต่อเนื่องจนกว่าเสี่ยเวทินจะถึงจุดหมายปลายทางไม่มีความสุขแบบนี้มาตั้งนานแล้ว ดังนั้น ผู้มีประสบการณ์มาอย่างโชกโชนอย่างเสี่ยเวทินจึงสามารถยื้อเวลาเอาไว้ได้อีกยาวพราวเดือนเปลี่ยนมาคุกเข่า โดยใช้หมอนรองบริเวณหน้าท้อง สะโพกลอย โชว์กลีบพูย้อยด้านหลังมองเห็นความฉ่ำน่าสัมผัส หญิงสาวหลับตาพริ้มเหมือนเฝ้ารอแกนกายที่จะแทรกเข้ามา ทว่ากลับกลายเป็นลิ้นปาดเลียรัว ๆ เข้ามาแทน“อูยยยย คุณพ่อขา”พราวเดือนสูดปา







