Masuk
ด้านนอกฝนโปรยลงมาไม่ขาดสาย อากาศมวลรวมเย็นและชื้น ยกเว้นห้องทำงานภายในบ้านพื้นที่กว่าหกสิบตารางวาของอชิรวิชย์กับพิมพ์ดาว
ตอนนี้สองสามีภรรยาจ้องหน้ากันอย่างไม่มีใครยอมใคร หลังจากพิมพ์ดาวถือภาพถ่ายอัลตร้าซาวด์มาบอกสามีว่ากำลังท้อง
อชิรวิชย์หน้าเครียดตาวาว เขากำลังโกรธมากประหนึ่งโลกจะถล่มดินจะทลายเพียงแค่ภรรยาบอกว่ากำลังตั้งท้องได้สามเดือน ชายหนุ่มถึงขนาดวางมือถือลุกขึ้นถลึงตา ถกแขนเสื้อเท้าสะเอว สบถถ้อยคำรุนแรงแล้วเดินวนไปวนมาเหมือนคนทำอะไรไม่ถูก
“เราตกลงกันแล้วไง ว่าจะไม่มีลูก ไม่เด็ดขาด” เสียงคนเป็นสามีดังลั่นเกือบ ๆ จะตะโกน ระเบิดอารมณ์ออกมาราวกับว่านี่คือเรื่องเลวร้ายใหญ่โตที่สุดในชีวิต
พิมพ์ดาวก็ใช่ย่อย ไม่ยอมเหมือนกัน ตัวเธอเล็กกว่าก็จริง แต่พอความโกรธเข้าครอบงำหญิงสาวผิวขาวราวกับหยวกกล้วยผู้พกพาความสูงมาแค่หนึ่งร้อยห้าสิบแปดเซนติเมตรก็ลืมเรื่องขนาดตัวไปหมดสิ้น ใจคนเป็นเมียเต้นตุบ ๆ จะหลุดออกมาข้างนอก ความโกรธโหมกระพือแน่นอก เขาทำราวกับว่าลูกของเธอเป็นปิศาจซาตานน่าเกลียดน่ากลัวจนไม่สมควรเผยอขึ้นมามีชีวิต
เฮงซวยเอ้ย !
สัญชาตญาณความเป็นแม่เติบโตตั้งแต่รับรู้ว่ามีอีกหนึ่งชีวิตในท้อง พิมพ์ดาวกางปีกปกป้องลูกเต็มที่ ใครหน้าไหนก็อย่าสะเออะมาทำเหมือนลูกเธอเป็นของผิดบาปน่ารังเกียจ
“มันเลวร้ายขนาดนั้นเลยเหรอ” คนเป็นเมียถามอย่างอัดอั้น แม้แต่คำว่า 'คะ' ที่เพียรพยายามฝึกฝนมาช้านานเพื่อให้สุภาพเวลาคุยกับสามียังจางหาย ไม่ชงไม้ใช้ให้เสียปากกับคนแบบนี้
“ผมเคยสัญญากับไอยรดาไว้ว่าจะไม่มีลูกใหม่ ผมบอกพิมพ์ไปแล้วไง”
เงื่อนไขว่าจะไม่มีลูกมีอยู่จริง เป็นข้อตกลงที่รู้กันสองคนตั้งแต่ก่อนแต่งงานระหว่างอชิรวิชย์และพิมพ์ดาว ทว่าตั้งแต่อชิรวิชย์ออกมาตั้งบริษัทออกแบบ A - Chi ด้วยตัวเอง งานของเขาก็เยอะขึ้น พิมพ์ดาวจึงต้องมาช่วยสามีทำงาน
หญิงสาวเรียนจบแค่ม.6 อชิรวิชย์จึงให้เธอช่วยทำเอกสาร เมื่องานเขาเพิ่ม งานเธอก็เพิ่ม แต่ละวันวุ่นวายกับการทำเอกสาร แก้ไขเอกสาร ออกเอกสาร ติดต่อลูกค้า ประสานงานรอบทิศ เพราะบริษัทยังไม่อยู่ตัว ยังหาคนทำงานได้ไม่ครบทุกตำแหน่ง จุดไหนขาดคนพิมพ์ดาวก็เข้ามาเสริม แล้วไหนจะงานบ้าน ทำกับข้าวให้เขากิน เพราะอชิรวิชย์เป็นคนกินยาก แทบจะไม่กินข้าวนอกบ้านเลย อาหารสามมื้อของเขาเป็นเธอทำตลอด กว่าจะเงยหน้าขึ้นมาพระอาทิตย์ก็ลาลับขอบฟ้า ทำให้พิมพ์ดาวลืมว่ายาคุมที่ฝังไว้ครบกำหนดสามปีแล้ว
ตอนคลื่นไส้เวียนหัวหนัก ๆ พิมพ์ดาวคิดว่าตัวเองอ่อนเพลียจากการทำงานหนักเกินไป ครั้นไปตรวจกลับเจอแจ็กพอตว่าท้อง
แล้วเมื่อเอามาบอกอชิรวิชย์ คำตอบที่ได้คือกิริยาท่าทางบอกว่าเขาไม่พอใจเป็นอย่างมาก
"ไอยรดาไม่อยู่แล้ว" พิมพ์ดาวย้ำเรื่องนี้รอบที่ร้อย
ผู้หญิงชื่อ 'ไอยรดา' ที่อชิรวิชย์พูดถึงคือคนรักเก่าของเขาที่ตายไปแล้วหลายปี พิมพ์ดาวย้ำเรื่องนี้มาตลอด ตั้งแต่รู้เรื่องนี้ ผู้หญิงคนนั้นจากไปเนิ่นนาน นานจนแม้กระทั่งเถ้าถ่านก็อาจจะกร่อนไปด้วยแรงกัดเซาะของกาลเวลา
"แต่ผมสัญญากับเขาไว้ ผมต้องรักษาสัญญา"
"แต่พิมพ์ไม่ได้สัญญา" พิมพ์ดาวว่า ก็มันจริง เธอไม่ได้สัญญิงสัญญาอะไรกับผู้หญิงคนนั้นด้วย ทำไมภาระรักษาคำสัญญานั้นจึงกดทับบนบ่าของเธอด้วย
พิมพ์ดาวไม่รู้จักผู้หญิงคนนั้นด้วยซ้ำ เคยเห็นแต่รูปถ่ายบนผนัง
"พิมพ์ทำไมไม่เข้าใจ" อชิรวิชย์ทำท่าเหมือนคนจะกลั้นใจตาย เขาเดินวนไปเวียนมาเหมือนหนูติดในกรงหาทางออกไม่เจอ
"พิมพ์เข้าใจ" พิมพ์ดาวว่า "ผู้หญิงคนนั้นจากไปก่อนเวลาที่ควรจะเป็น คุณคิดว่านั่นเป็นความผิดของคุณ"
อชิรวิชย์หันมามองภรรยา แววตาของเขาอ่อนลง และเขาเกือบจะเอ่ยคำนั้นซ้ำผ่านริมฝีปาก หากประโยคต่อมาจะไม่หลุดออกจากปากพิมพ์ดาวเสียก่อน
"แต่พิมพ์ไม่รู้ไม่เห็นกับเรื่องนั้น เพราะฉะนั้น ถ้าคุณจะอยู่กับคำสัญญาคุณก็อยู่ไป พิมพ์ไม่อยู่ กอดโกฐกระดูก กอดรูป กอดคำสัญญาหรือจะตายตามไปก็ได้ พิมพ์ไม่ติด แต่อย่าสะเออะมาทำเหมือนลูกพิมพ์เป็นสิ่งมีชีวิตชั่วร้าย"
"พิมพ์!!"
"พิมพ์อดทนมามากพอแล้ว ห้ามกินของที่ชอบในบ้าน ต้องทำกับข้าวให้ทั้งคนตายคนเป็น ต้องช่วยงาน ต้องทำตามคำสั่ง เชื่อฟัง อยู่ในโอวาท ต้องเข้าใจคุณ ทั้งที่ไม่เคยเข้าใจเลย"
พิมพ์ดาวเหลืออดเหลือทนคว้าภาพถ่ายอัลตร้าซาวด์เข้ากระเป๋า เธออดทนได้แต่ลูกเธอไม่ควรต้องมาแบกความทรงจำเก่า ๆ ระหว่างเขากับผู้หญิงคนที่ป่านนี้ไม่รู้ไปเกิดชาติภพไหนแล้ว
"ถ้าคุณจะอยู่กับคนรักของคุณคุณอยู่ไปเลย พิมพ์จะอยู่กับลูกเอง" มือเรียวกระชับสายสะพายบนบ่าด้วยความหนักแน่น หันหลังเดินออกจากห้องไม่สนใจเสียงเรียกเกรี้ยวกราดให้กลับมาคุยกันของอชิรวิชย์
"พิมพ์จะไปไหน" อชิรวิชย์เสียงดังเกือบ ๆ จะตะคอก เรียกรั้งพิมพ์ดาวให้หยุด
พิมพ์ดาวสะบัดหางตามองเขาตาวาว
"ยุ่ง!!!!" ตอบสั้นแล้วก้าวออกจากบ้านไปทันที
เอาอดีตทิ้งไว้ตรงนั้นแหละ เธออดทนมามากพอแล้ว!!!
#นิยายรัก #นางเอกท้อง #โรแมนติก #นิยายออนไลน์ #หย่าร้าง #รักร้าย #ทนายความ
ผุดลุกผุดนั่งมาสองสามวัน อารมณ์โกรธเคืองในใจของพิมพ์ดาวก็เริ่มจาง แล้วก็ตามประสาผัวเมีย นอนเห็นหน้ากันมาตลอดสามปี พิมพ์ดาวจึงเริ่มห่วงใยสามีอชิรวิชย์เป็นคนกินยาก กระเทียมไม่กิน ปลาร้าไม่แตะ น้ำมันเยอะไปไม่ได้ ของอบแฉะไปไม่กิน ของผัดเค็มไปก็ไม่ได้ พิมพ์ดาวต้องคอยดูแลเรื่องอาหารการกินให้เขาตลอดพอไม่อยู่สองสามวันแทนที่จะห่วงตัวเองกลับห่วงว่าผัวจะไม่ได้กินข้าว "แกก็กลับไปดูเขาสิไป ยังไงผู้หญิงคนนั้นก็ตายไปแล้ว มาแย่งผัวแกไม่ได้หรอก ถ้าไม่กลับชาติมาเกิดใหม่หรือวิญญาณไปเข้าร่างใครแบบในละครน่ะนะ"แก้วกานต์ตวัดอายไลเนอร์กรีดลงบนเปลือกตา เห็นเพื่อนกระสับกระส่ายก็เข้าใจดี ผัวเมียกันถ้าไม่มีฝ่ายไหนฝ่ายนึงมีใหม่เป็นตัวเป็นตนก็ตัดกันยาก วนไปวนมาขี้คร้านก็กลับไปหากันเหมือนเดิม "คุณวิชย์เขาไม่โทรหาฉันสักกะสาย" พิมพ์ดาวพึมพำด้วยอารมณ์น้อยใจ ระทดท้อว่าสามีไม่รักไม่ห่วงเธอเลย คงเอาแต่นั่งขัดรูปคนรักเก่าอยู่แบบนั้น"ฉันส่งข้อความบอกเขาว่าแกอยู่ที่นี่"สีหน้าของพิมพ์ดาวจึงดีขึ้น แสดงว่าที่เขาไม่ตามไม่ใช่ว่าไม่ห่วง แต่เพราะรู้ว่าเธอปลอดภัยดีต่างหาก"แต่ถ้าฉันกลับไปแล้วเขาบอกให้ฉันไปทำแท้งล่ะ""ลูกเขา
วันรุ่งขึ้นเป็นวันที่สิบสี่ อชิรวิชย์เตรียมข้าวของไปทำบุญที่วัดตามปกติ ชายหนุ่มขับรถออกจากบ้านแวะรับปิ่นโตอาหารจากร้านอาหารหน้าปากซอย จากนั้นวางไว้เบาะข้าง ๆ คนขับ ก่อนขยับเกียร์ เหยียบคันเร่งพารถไปข้างหน้าเจ็ดปีแล้ว ไอยรดายังค้างคาอยู่ในใจ อชิรวิชย์ตั้งคำถามภายในใจเดิม ๆ ซ้ำ ๆ ว่าถ้าหากตอนนั้นเขาไม่โหมงานหนัก ไม่เอาแต่หมกมุ่นกับการหาเงิน ถ้าเขาพาเธอไปหาหมอเร็วกว่านั้นสักสามเดือน หกเดือน หรือหนึ่งปี หรือพาเธอไปตรวจสุขภาพทุกปีถ้า...ถ้า...และถ้า...อชิรวิชย์ไม่เคยได้คำตอบของคำถาม เพราะเขาไม่ทำสิ่งที่ตั้งคำถามในใจ และไม่มีโอกาสทำมันอีกแล้วและคำถามเหล่านั้นยังคงค้างคาเนิ่นนานมาจนกระทั่งเจ็ดปีรถเลี้ยวเข้าบริเวณวัดตอนเกือบเจ็ดโมง ชายหนุ่มตรงเข้าไปในโบสถ์ หลวงลุงรูปเดิมทอดสายตาอ่อนโยนมาให้ แกมแปลกใจนิด ๆ ว่า วันนี้อชิรวิชย์มาคนเดียว ปราศจากเงาของหญิงสาวร่างเล็กผิวขาวผู้เป็นภรรยา"โยมพิมพ์ไม่มารึ" หลวงลุงมองเลยไปด้านนอก เผื่อว่าพิมพ์ดาวจะเดินตามมาทีหลังอชิรวิชย์นั่งคุกเข่าลงเบื้องหน้าพ
ภายใต้ข้อดีร้อยข้อของเขา มีเงื่อนไขหนึ่งหนักแน่นมั่นคงเช่นเดียวกัน เป็นเหมือนกฏการคบหาระหว่างอชิรวิชย์และพิมพ์ดาวคือเธอจะต้องไม่มีลูกอชิรวิชย์ จมกับคนเก่า รักเก่า คนที่ตายไปแล้ว เกาะเกี่ยวเหนี่ยวรั้งยึดถือเอาไว้แน่นสิ่งที่ทุกคนไม่เคยรู้คือภายในบ้านหลังนั้นเต็มไปด้วยเมฆหมอกของผู้หญิงชื่อไอยรดาล่องลอยอยู่ทั่ว ในห้องนอนมีโกฐบรรจุเถ้ากระดูกของไอยรดา ทำให้พิมพ์ดาวตะขิดตะขวงใจทุกครั้งเมื่อมีความสัมพันธ์ทางกายอยากจะแน่นแฟ้นแต่ก็ห่างเหิน อายฟ้าอายดิน อายวิญญาณอย่างไรก็ไม่รู้ในห้องทำงานเขามีภาพของไอยรดาตั้งอยู่ ส่วนภาพของพิมพ์ดาวระเห็จไปอยู่บนผนัง ทุกวันที่สิบสี่ซึ่งเป็นวันเสียชีวิตของไอยรดา อชิรวิชย์จะไปทำบุญที่วัด ไปทุกเดือน ไม่ว่าฟ้าจะถล่มดินจะทลาย จะมีสงคราม เกิดรัฐประหาร มีการเคอร์ฟิว เกิดวิกฤตไวรัสแพร่ระบาด เขาก็ยังไปตอนแรกหมอดูที่วัด คำนวณฤกษ์งามยามดีของวันแต่งงานให้เป็นวันที่ 14 อชิรวิชย์เลื่อนไป 1 วันให้เป็นวันที่ 15 เพราะต้องไปทำบุญที่วัดให้กับไอยรดาดูเหมือนผู้หญิงคนที่ตายไปแล้วจะเป็นเง
"แกก็เลยออกจากบ้านผัวมาตัวเปล่าเล่าเปลือยประหนึ่งว่าตัวเองมีเงินร้อยล้าน เดี๋ยวเอามือถือมาสแกนซื้อคอนโดเกร๋ ๆ สักห้าล้านซุกหัวนอนไปก่อนงั้นเหรอ"พิมพ์ดาวเหลือบตามองเพื่อนแล้วจิ๊ปากเบา ๆ ก็ตอนนั้นเธอโทโหมาก นึกอะไรไม่ออกเลยมาหาเพื่อนแถวสนามบินสุวรรณภูมิ พอมาถึงอารมณ์โมโหยังไม่ทันจางก็เวียนหัวเสียก่อนคลื่นไส้อาเจียนไปหลายรอบ จึงขอเพื่อนนอนพักหนึ่งชั่วโมง ตื่นมาตอนห้าโมงเย็นพอดี ความรู้สึกดีขึ้น จึงหยิบยาดมสมุนไพรจ่อจมูก ออกมาชี้แจงแถลงไขให้เพื่อนฟังว่าเกิดอะไรขึ้นตรงม้านั่งหินหน้าบ้านทาวเฮ้าส์สองชั้นแก้วกานต์ทำงานเป็นพนักงานเสิร์ฟในบาร์โรงแรมสี่ดาวแถวสนามบินสุวรรณภูมิ หญิงสาวพักอยู่ในอพาร์ทเม้นท์เกือบ ๆ จะแออัด แต่ก็เจริญในคราวเดียวกัน ด้วยจำนวนยูนิตห้องเช่าเกือบสี่ร้อยห้อง ทำให้ที่นี่เหมือนเมืองขนาดย่อม สองสาวเปิดประตูนั่งคุยกันลดความอุดอู้ นั่งมาร่วมสองชั่วโมงคนเดือนผ่านไปแล้วเกือบยี่สิบคน"ฉันว่าแกสงบสติอารมณ์แล้วไปคุยกันดี ๆ ก่อนมั้ย วิชย์เขาอาจจะแค่ตกใจ""มันมีผู้ชายที่ตกใจว่าเมียท้องเลยเผลอสบถโวยวายอะไรแบบนี
"แม่ฝากพิมพ์มันแหน่เด้อ" หอมนวลพยายามพูดภาษากลาง จึงฟังค่อนข้างแปร่ง ด้วยหญิงวัยกลางคนเกิดและเติบโตในภาคอิสานมาเนิ่นนานถึงกระนั้นคนเป็นแม่ผู้มีใบหน้าขาวอวบปนฝ้าและกระบนหน้าจาง ๆ ตามวัยก็ปลาบปลื้มจริงจังว่าลูกได้สามีดีมีอันจะกิน เป็นถึงสถาปนิก เงินเดือนมั่นคง คงจะดูแลลูกสาวตัวเองให้สุขสบาย"แล้วพิมพ์ไปอยู่บ้านเขา อย่าขี้เกียจนะลูก อย่าดื้อ คุณวิชย์พูดอะไร เราต้องฟัง เราความรู้น้อยกว่าเขา ให้ถือว่าเราไม่รู้ ต้องตื่นแต่เช้ามาช่วยงานผัว จะได้เจริญ ๆ ไปด้วยกัน เข้าใจบ่อ"ตอนนั้นพิมพ์ดาวรับคำแม่เป็นมั่นเป็นเหมาะ อชิรวิชย์เดินทางไปออกแบบบ้านพักตากอากาศที่เชียงคานให้ลูกค้า จึงไปเจอพิมพ์ดาวที่ช่วยแม่ขายมะพร้าวแก้วอยู่ริมแม่น้ำโขงในตลาดถนนคนเดินของเชียงคานเขาสะดุดตาความสดใสของเธอ แล้วเหมือนพิมพ์ดาวเองก็ถูกใจเขาเช่นกันอชิรวิชย์อยากได้คนมาเยียวยาการสูญเสีย ประจวบเหมาะกับพิมพ์ดาวก็มองเขาด้วยความปลื้มปริ่ม เชื่อว่าชายหนุ่มความรู้สูง น่าชื่นชม ผิดกับตัวเองที่จบแค่มัธยม ความสัมพันธ์จึงเดินหน้าอย่างรวดเร
ด้านนอกฝนโปรยลงมาไม่ขาดสาย อากาศมวลรวมเย็นและชื้น ยกเว้นห้องทำงานภายในบ้านพื้นที่กว่าหกสิบตารางวาของอชิรวิชย์กับพิมพ์ดาวตอนนี้สองสามีภรรยาจ้องหน้ากันอย่างไม่มีใครยอมใคร หลังจากพิมพ์ดาวถือภาพถ่ายอัลตร้าซาวด์มาบอกสามีว่ากำลังท้อง อชิรวิชย์หน้าเครียดตาวาว เขากำลังโกรธมากประหนึ่งโลกจะถล่มดินจะทลายเพียงแค่ภรรยาบอกว่ากำลังตั้งท้องได้สามเดือน ชายหนุ่มถึงขนาดวางมือถือลุกขึ้นถลึงตา ถกแขนเสื้อเท้าสะเอว สบถถ้อยคำรุนแรงแล้วเดินวนไปวนมาเหมือนคนทำอะไรไม่ถูก “เราตกลงกันแล้วไง ว่าจะไม่มีลูก ไม่เด็ดขาด” เสียงคนเป็นสามีดังลั่นเกือบ ๆ จะตะโกน ระเบิดอารมณ์ออกมาราวกับว่านี่คือเรื่องเลวร้ายใหญ่โตที่สุดในชีวิตพิมพ์ดาวก็ใช่ย่อย ไม่ยอมเหมือนกัน ตัวเธอเล็กกว่าก็จริง แต่พอความโกรธเข้าครอบงำหญิงสาวผิวขาวราวกับหยวกกล้วยผู้พกพาความสูงมาแค่หนึ่งร้อยห้าสิบแปดเซนติเมตรก็ลืมเรื่องขนาดตัวไปหมดสิ้น ใจคนเป็นเมียเต้นตุบ ๆ จะหลุดออกมาข้างนอก ความโกรธโหมกระพือแน่นอก เขาทำราวกับว่าลูกของเธอเป็นปิศาจซาตานน่าเกลียดน่ากลัวจนไม่สมควรเผยอขึ้นมามีชีวิตเฮงซวยเอ้ย ! สัญชาตญาณความเป็นแม่เติบโตตั้งแต่รับรู้ว่ามีอีกหนึ่งชีวิตในท







