LOGINภายใต้ข้อดีร้อยข้อของเขา มีเงื่อนไขหนึ่งหนักแน่นมั่นคงเช่นเดียวกัน เป็นเหมือนกฏการคบหาระหว่างอชิรวิชย์และพิมพ์ดาว
คือเธอจะต้องไม่มีลูก
อชิรวิชย์ จมกับคนเก่า รักเก่า คนที่ตายไปแล้ว เกาะเกี่ยวเหนี่ยวรั้งยึดถือเอาไว้แน่น
สิ่งที่ทุกคนไม่เคยรู้คือภายในบ้านหลังนั้นเต็มไปด้วยเมฆหมอกของผู้หญิงชื่อไอยรดาล่องลอยอยู่ทั่ว ในห้องนอนมีโกฐบรรจุเถ้ากระดูกของไอยรดา ทำให้พิมพ์ดาวตะขิดตะขวงใจทุกครั้งเมื่อมีความสัมพันธ์ทางกาย
อยากจะแน่นแฟ้นแต่ก็ห่างเหิน อายฟ้าอายดิน อายวิญญาณอย่างไรก็ไม่รู้
ในห้องทำงานเขามีภาพของไอยรดาตั้งอยู่ ส่วนภาพของพิมพ์ดาวระเห็จไปอยู่บนผนัง ทุกวันที่สิบสี่ซึ่งเป็นวันเสียชีวิตของไอยรดา อชิรวิชย์จะไปทำบุญที่วัด ไปทุกเดือน ไม่ว่าฟ้าจะถล่มดินจะทลาย จะมีสงคราม เกิดรัฐประหาร มีการเคอร์ฟิว เกิดวิกฤตไวรัสแพร่ระบาด เขาก็ยังไป
ตอนแรกหมอดูที่วัด คำนวณฤกษ์งามยามดีของวันแต่งงานให้เป็นวันที่ 14 อชิรวิชย์เลื่อนไป 1 วันให้เป็นวันที่ 15 เพราะต้องไปทำบุญที่วัดให้กับไอยรดา
ดูเหมือนผู้หญิงคนที่ตายไปแล้วจะเป็นเงื่อนไขอันห้ามแตะต้องของเขาอย่างเด็ดขาด ส่วนคนมีลมหายใจได้แต่เฝ้ามองว่าเมื่อไหร่เมฆหมอกนั้นจะจางสลาย
เจ็ดปี เจ็ดปีแล้วนะที่ผู้หญิงคนนั้นจากไป เมฆหมอกหนาแน่นเท่าเดิม อาจจะหนากว่าเดิมด้วยซ้ำ เมื่อมีอีกหนึ่งชีวิตก่อกำเนิดเกิดมา
อชิรวิชย์กักขังตัวเองอยู่ในห้วงของวันวาน ราวกับว่าเขาไม่มีวันจะหลุดพ้นได้เลย หรือต่อให้หลุดได้เขาก็คงจะวิ่งเข้าไปใหม่อยู่อย่างนั้น
"มันเหมือนฉันโดนนอกใจ" พิมพ์ดาวสารภาพความรู้สึก "แบบสามีกลับไปหาเมียเก่า จนฉันไม่แน่ใจว่า จริง ๆ แล้วเขารักฉันมั้ย"
"ถ้าเขาไม่รัก เขาจะแต่งงานกับแกเหรอ" แก้วกานต์ไม่เข้าใจ เพราะไม่ได้เป็นคนเห็นเมฆหมอกเหล่านั้น คนอื่นเห็นเพียงอชิรวิชย์ผู้สุภาพ ดูแลภรรยาดีเท่าที่ผู้ชายคนนึงจะทำได้ เป็นสิ่งควรค่าแก่การได้รับคำชื่นชมเป็นอย่างยิ่ง
"แล้วถ้า" เสียงพิมพ์ดาวเบาลง แววตามองออกไปไกลด้วยความสงสัยใคร่รู้ หญิงสาวพิจารณาคำถามในหัว ก่อนหันมาสบตาเพื่อน จ้องลึกเข้าไปในนั้นแล้วถามด้วยความจริงจังว่า "ผู้หญิงคนนั้นยังไม่ตาย เขาจะเลือกฉันมั้ย"
#รัก #รักร้าย #นิยายรัก #อ่านนิยาย #แนะนำนิยาย #นิยายสนุก #นิยายดราม่า
ตอนแรกเอกสิทธิ์งงว่าน้องสะใภ้ทำไมสูงเลยเข่าตัวเองมานิดเดียว หน้าตาจิ้มลิ้ม ผิวขาวเหมือนหยวกกล้วยจริง แต่มัดแกละกระจายทั่วศีรษะด้วย ใบหน้ากลม แก้มย้อยแถมแดงแป๊ด น่าหยิกให้หายหมั่นเขี้ยว ตากลมโต ปากนิดจมูกหน่อยว สวมชุดแขนตุ๊กตา สะพายกระเป๋ามาด้วยนี่แปลก ๆความสูงระดับนี้ไม่น่าจะทำอาหารได้หรือเปล่าฟันขึ้นครบหรือยัง เอาอย่างนี้ดีกว่า“มาทำยัย" (มาทำอะไร) เด็กหญิงพิมพ์ประภายืนจ้องผู้มาเยือนแววตาจริงจัง ในบรรดาผู้ชายสี่คน เด็กหญิงตัวน้อยรู้จักแค่น้าอาทิตย์คนเดียว คนอื่นไม่รู้จัก กติกรก็ไม่ยกเว้นเด็กหญิงตัวน้อยชอบคนหน้าตาใจดี คุณสมบัตินั้นมีอยู่ในตัวอาทิตย์ ชายหนุ่มจึงเป็นที่จดจำเจ้าตัวเล็กยืนบนสนามหญ้า ย่ำเท้าท่าทางนักเลงทั้งที่ตัวกะเปี๊ยกเดียว ขายังไม่แข็งพอจะวิ่งเร็ว ๆ ได้ด้วยซ้ำ แต่ความมั่นใจแก่นแก้วเกินร้อย รอฟังคำตอบด้วยใจจดจ่อ“มากินข้าวค่ะ คุณแม่หนูอยู่มั้ย” อาทิตย์ย่อตัวลงบอก อดหยิกแก้มขาวเบา ๆ ด้วยความหมั่นเขี้ยวไม่ได้ “โต๊ะเจ็ม" เด็กน้อยยิงฟันโชว์ เลียนแบบคำพูดของพนักงานในร้านที่ชอบกระซิบกันเ
"เราแวะหาอะไรกินก่อนมั้ยครับพี่วิชย์" อาทิตย์รวบรวมความกล้าชะโงกหน้าขึ้นมาถามเจ้านายถนนเส้นเข้าสุขุมวิทแออัดเช่นดังเดิม สี่หนุ่มในรถอันประกอบด้วย เอกสิทธิ์รับหน้าที่พลขับพ่วงตำแหน่งผู้จัดการทั่วไป อชิรวิชย์เป็นเจ้าของ A-Chi architecture นั่งข้างกัน และสถาปนิกระดับจูเนียร์ อาทิตย์ ชายหนุ่มผิวขาวชาวเหนือผู้เขินได้ทุกสถานการณ์ และกติกร หนุ่มใต้คมเข้ม ผู้พร้อมชงทุกหัวข้อแซวเพื่อนทั้งหมดเพิ่งกลับจากพรีเซนต์งานลูกค้าแถวเพลินจิตเป็นงานออกแบบร้านอาหารไทยฟิวชั่นของเชฟชื่อดังจากรายการทำิาหารยอดนิยม จะสร้างแลนด์มาร์คใจกลางสุขุมวิทปีนี้บริษัทออกแบบ A-Chi เติบโตมั่นคงขึ้นอีกก้าว หลังจากสองปีที่แล้ว อชิรวิชย์สร้างความฮือฮาด้วยการออกแบบที่พักเล็ก ๆ ทางภาคเหนือ ทว่าโดดเด่นจนนักเดินทางหลายคนทำรีวิวชื่นชมกลายเป็นกระแสบนโลกออนไลน์ ผู้คนจองเต็มไปถ่ายรูปจนได้ชื่อว่าเป็นแลนมาร์กใหม่ของดอยม่อนแจ่มหลังเหตุการณ์นั้นผ่านมาหนึ่งปี ทั้งบริษัทจึงทำงานกันหัวหมุน แทบไม่ได้หลับไม่ได้นอนเพื่อขยับขยายธุรกิจ อชิรวิชย์จึงย้ายออฟฟิศ ซึ่งแต่เดิมอยู่ใกล้บ้านข
ฝนยังโปรยปรายมาอย่างต่อเนื่อง พิมพ์ดาวมองความมืดสลัวผ่านกระจกสนามบินด้วยสายตาหม่นหมอง บางคราวสายตาของพิมพ์ดาววูบไหว และบางคราวก็หม่นแสงอ่อนล้าลงหน้าท้องเธอเริ่มยื่นออกมา พอจะมองออกแล้วว่ากำลังท้องได้เจ็ดเดือนแล้ว พิมพ์ดาวกลับมาอยู่บ้านตั้งแต่วันนั้น เธอไม่เคยติดต่ออชิรวิชย์กลับไปอีกเลย“พิมพ์ลุกไหวมั้ย มาเช็คอินมา" เสียงแปร่งปร่าของพี่สาวกวักมือเรียก พร้อมเด็กชายวัยสามขวบและเด็กหญิงสี่ขวบ พิมพ์ดาวสะดุ้งออกจากความเศร้า หันไปตามเสียงเรียก ก่อนลุกเดินแอ่นตัวนิด ๆ ไปหา หญิงสาวยื่นพาสสปอร์ตให้พนักงานเช็คข้อมูล ส่วนกระเป๋าพี่เขยชาวออสเตรเลียมีน้ำใจยกให้เพราะพิมพ์ดาวกำลังท้อง “คุณพิมพ์ดาว เนินขาวนะคะ จะเดินทางไปที่ไหนคะ" พนักงานทวนข้อมูลเพื่อความถูกต้อง พิมพ์ดาวพูดคำว่า 'ออสเตรเลีย' ผ่านริมฝีปากแผ่วเบา อดไม่ได้จะเหลียวมองไปยังสายฝนด้านนอก คล้ายว่ามันเป็นภาพความฝันไม่ใช่ความจริง ทว่ามันคือความจริง ไม่ใช่ความฝันอย่างที่ต้องการ ชีวิตเดินทางผ่านพ้นการแต่งงาน มาจนกระทั่งวันที่เลิกรา แล้วอีกไม่นานการจากลากำลังก้าวเข้ามา“ของผู้โดยสารเรียบร้อยค่ะ เดินทางปลอดภัยนะคะ" พนักงานยกมือไหว้หลังออกบรอดด
ผุดลุกผุดนั่งมาสองสามวัน อารมณ์โกรธเคืองในใจของพิมพ์ดาวก็เริ่มจาง แล้วก็ตามประสาผัวเมีย นอนเห็นหน้ากันมาตลอดสามปี พิมพ์ดาวจึงเริ่มห่วงใยสามีอชิรวิชย์เป็นคนกินยาก กระเทียมไม่กิน ปลาร้าไม่แตะ น้ำมันเยอะไปไม่ได้ ของอบแฉะไปไม่กิน ของผัดเค็มไปก็ไม่ได้ พิมพ์ดาวต้องคอยดูแลเรื่องอาหารการกินให้เขาตลอดพอไม่อยู่สองสามวันแทนที่จะห่วงตัวเองกลับห่วงว่าผัวจะไม่ได้กินข้าว "แกก็กลับไปดูเขาสิไป ยังไงผู้หญิงคนนั้นก็ตายไปแล้ว มาแย่งผัวแกไม่ได้หรอก ถ้าไม่กลับชาติมาเกิดใหม่หรือวิญญาณไปเข้าร่างใครแบบในละครน่ะนะ"แก้วกานต์ตวัดอายไลเนอร์กรีดลงบนเปลือกตา เห็นเพื่อนกระสับกระส่ายก็เข้าใจดี ผัวเมียกันถ้าไม่มีฝ่ายไหนฝ่ายนึงมีใหม่เป็นตัวเป็นตนก็ตัดกันยาก วนไปวนมาขี้คร้านก็กลับไปหากันเหมือนเดิม "คุณวิชย์เขาไม่โทรหาฉันสักกะสาย" พิมพ์ดาวพึมพำด้วยอารมณ์น้อยใจ ระทดท้อว่าสามีไม่รักไม่ห่วงเธอเลย คงเอาแต่นั่งขัดรูปคนรักเก่าอยู่แบบนั้น"ฉันส่งข้อความบอกเขาว่าแกอยู่ที่นี่"สีหน้าของพิมพ์ดาวจึงดีขึ้น แสดงว่าที่เขาไม่ตามไม่ใช่ว่าไม่ห่วง แต่เพราะรู้ว่าเธอปลอดภัยดีต่างหาก"แต่ถ้าฉันกลับไปแล้วเขาบอกให้ฉันไปทำแท้งล่ะ""ลูกเขา
วันรุ่งขึ้นเป็นวันที่สิบสี่ อชิรวิชย์เตรียมข้าวของไปทำบุญที่วัดตามปกติ ชายหนุ่มขับรถออกจากบ้านแวะรับปิ่นโตอาหารจากร้านอาหารหน้าปากซอย จากนั้นวางไว้เบาะข้าง ๆ คนขับ ก่อนขยับเกียร์ เหยียบคันเร่งพารถไปข้างหน้าเจ็ดปีแล้ว ไอยรดายังค้างคาอยู่ในใจ อชิรวิชย์ตั้งคำถามภายในใจเดิม ๆ ซ้ำ ๆ ว่าถ้าหากตอนนั้นเขาไม่โหมงานหนัก ไม่เอาแต่หมกมุ่นกับการหาเงิน ถ้าเขาพาเธอไปหาหมอเร็วกว่านั้นสักสามเดือน หกเดือน หรือหนึ่งปี หรือพาเธอไปตรวจสุขภาพทุกปีถ้า...ถ้า...และถ้า...อชิรวิชย์ไม่เคยได้คำตอบของคำถาม เพราะเขาไม่ทำสิ่งที่ตั้งคำถามในใจ และไม่มีโอกาสทำมันอีกแล้วและคำถามเหล่านั้นยังคงค้างคาเนิ่นนานมาจนกระทั่งเจ็ดปีรถเลี้ยวเข้าบริเวณวัดตอนเกือบเจ็ดโมง ชายหนุ่มตรงเข้าไปในโบสถ์ หลวงลุงรูปเดิมทอดสายตาอ่อนโยนมาให้ แกมแปลกใจนิด ๆ ว่า วันนี้อชิรวิชย์มาคนเดียว ปราศจากเงาของหญิงสาวร่างเล็กผิวขาวผู้เป็นภรรยา"โยมพิมพ์ไม่มารึ" หลวงลุงมองเลยไปด้านนอก เผื่อว่าพิมพ์ดาวจะเดินตามมาทีหลังอชิรวิชย์นั่งคุกเข่าลงเบื้องหน้าพ
ภายใต้ข้อดีร้อยข้อของเขา มีเงื่อนไขหนึ่งหนักแน่นมั่นคงเช่นเดียวกัน เป็นเหมือนกฏการคบหาระหว่างอชิรวิชย์และพิมพ์ดาวคือเธอจะต้องไม่มีลูกอชิรวิชย์ จมกับคนเก่า รักเก่า คนที่ตายไปแล้ว เกาะเกี่ยวเหนี่ยวรั้งยึดถือเอาไว้แน่นสิ่งที่ทุกคนไม่เคยรู้คือภายในบ้านหลังนั้นเต็มไปด้วยเมฆหมอกของผู้หญิงชื่อไอยรดาล่องลอยอยู่ทั่ว ในห้องนอนมีโกฐบรรจุเถ้ากระดูกของไอยรดา ทำให้พิมพ์ดาวตะขิดตะขวงใจทุกครั้งเมื่อมีความสัมพันธ์ทางกายอยากจะแน่นแฟ้นแต่ก็ห่างเหิน อายฟ้าอายดิน อายวิญญาณอย่างไรก็ไม่รู้ในห้องทำงานเขามีภาพของไอยรดาตั้งอยู่ ส่วนภาพของพิมพ์ดาวระเห็จไปอยู่บนผนัง ทุกวันที่สิบสี่ซึ่งเป็นวันเสียชีวิตของไอยรดา อชิรวิชย์จะไปทำบุญที่วัด ไปทุกเดือน ไม่ว่าฟ้าจะถล่มดินจะทลาย จะมีสงคราม เกิดรัฐประหาร มีการเคอร์ฟิว เกิดวิกฤตไวรัสแพร่ระบาด เขาก็ยังไปตอนแรกหมอดูที่วัด คำนวณฤกษ์งามยามดีของวันแต่งงานให้เป็นวันที่ 14 อชิรวิชย์เลื่อนไป 1 วันให้เป็นวันที่ 15 เพราะต้องไปทำบุญที่วัดให้กับไอยรดาดูเหมือนผู้หญิงคนที่ตายไปแล้วจะเป็นเง







