Share

ตอนที่ 5 มาเหมือนกันเหรอคะ

last update Last Updated: 2025-12-24 18:35:38

วันรุ่งขึ้นเป็นวันที่สิบสี่ อชิรวิชย์เตรียมข้าวของไปทำบุญที่วัดตามปกติ ชายหนุ่มขับรถออกจากบ้านแวะรับปิ่นโตอาหารจากร้านอาหารหน้าปากซอย จากนั้นวางไว้เบาะข้าง ๆ คนขับ ก่อนขยับเกียร์ เหยียบคันเร่งพารถไปข้างหน้า 

เจ็ดปีแล้ว ไอยรดายังค้างคาอยู่ในใจ อชิรวิชย์ตั้งคำถามภายในใจเดิม ๆ ซ้ำ ๆ ว่าถ้าหากตอนนั้นเขาไม่โหมงานหนัก ไม่เอาแต่หมกมุ่นกับการหาเงิน ถ้าเขาพาเธอไปหาหมอเร็วกว่านั้นสักสามเดือน หกเดือน หรือหนึ่งปี หรือพาเธอไปตรวจสุขภาพทุกปี 

ถ้า...ถ้า...และถ้า... 

อชิรวิชย์ไม่เคยได้คำตอบของคำถาม  เพราะเขาไม่ทำสิ่งที่ตั้งคำถามในใจ และไม่มีโอกาสทำมันอีกแล้ว

และคำถามเหล่านั้นยังคงค้างคาเนิ่นนานมาจนกระทั่งเจ็ดปี 

รถเลี้ยวเข้าบริเวณวัดตอนเกือบเจ็ดโมง ชายหนุ่มตรงเข้าไปในโบสถ์ หลวงลุงรูปเดิมทอดสายตาอ่อนโยนมาให้ แกมแปลกใจนิด ๆ ว่า วันนี้อชิรวิชย์มาคนเดียว ปราศจากเงาของหญิงสาวร่างเล็กผิวขาวผู้เป็นภรรยา

"โยมพิมพ์ไม่มารึ" หลวงลุงมองเลยไปด้านนอก เผื่อว่าพิมพ์ดาวจะเดินตามมาทีหลัง 

อชิรวิชย์นั่งคุกเข่าลงเบื้องหน้าพระพุทธรูป วางปิ่นโตไว้ด้านหน้า ก่อนจะตอบคำถามด้วยน้ำเสียงราบเรียบ

"ทะเลาะกันนิดหน่อยครับ พิมพ์เลยไปหาเพื่อน"   ตอนสองทุ่มแก้วกานต์เป็นคนโทรมาบอกว่าพิมพ์ดาวอยู่ที่บ้าน อชิรวิชย์จึงไม่ได้โทรตามภรรยา

"อย่างนั้นเหรอ ผัวเมียกระทบกระทั่งกันบ้างเป็นเรื่องธรรมดาแต่โยมวิชย์ก็อย่าปล่อยทิ้งไว้นาน รีบคุยรีบปรับความเข้าใจกัน สามีภรรยาน่ะ ขัดแย้งกันนาน ๆ ไม่ดี"

"ครับ" อชิรวิชย์ตอบสั้น เลี่ยงหลบสายตา สำหรับคนเป็นสามีผู้เกาะเกี่ยวอดีตไว้แน่น ไม่ยอมปล่อยมือ ไม่ยอมให้ใครมาแกะออกจากความยึดมั่นถือมั่นในอดีต เชื่อว่าการเก็บไอยรดาไว้เป็นส่วนหนึ่งในชีวิตคือสิ่งอันสมควร

เขามองว่าการกระทำของพิมพ์ดาวแสนเอาแต่ใจ  ทุกเงื่อนไขตกลงกันไว้แล้ว เธอเองที่ผิดข้อตกลง 

เขาไม่ง้อเพราะเธอนั่นแหละผิด ควรจะต้องคิดพิจารณาตัวเองว่ากำลังละเมิดข้อตกลงอยู่หรือเปล่า การหนีหายไปก็เพื่อเล่นเกมส์ดึงเชิงให้ตัวเองเป็นฝ่ายชนะ

อชิรวิชย์ไม่เล่นด้วย อยากทำอะไรก็ทำไป เดี๋ยวเหนื่อยก็คงกลับมาเอง

ก่อนหน้านี้หญิงสาวถามหลายครั้ง ว่าจะลองขอมีลูกได้มั้ย

"จริง ๆ มีสักคนก็ดีนะคะ แก่มาเราจะได้ไม่ต้องเหงา"

และหลายครั้งอชิรวิชย์ก็จะส่งตาเขียวป้๊ดให้ภรรยา เพื่อบังคับให้เธอเลิกล้มความคิดนี้ไป พิมพ์ดาวจึงเงียบ ๆ ไป จนกระทั่งมาบอกว่าท้องแล้ว 

คนเป็นสามีจึงเชื่อเต็มอกว่าภรรยาจงใจ ไม่ใช่เป็นความพลาดพลั้ง เอาแค่เธอได้อะไรดี ๆ แทนที่ไอยรดาที่ตายไป เขาก็รู้สึกว่ามันไม่ยุติธรรมแล้ว ยิ่งเธอละเมิดข้อตกลงแบบนี้ เขายิ่งรู้สึกว่าพิมพ์ดาวเห็นแก่ตัว

"จะใส่บาตรให้โยมรดาเหมือนเดิมสินะ" 

หลวงลุงน้อมรู้จักทั้งไอยรดาและพิมพ์ดาว วัดนี้เป็นวัดประจำของอชิรวิชย์ ชายหนุ่มเติบโตที่นี่ แม่พามาวิ่งเล่น หลวงลุงเป็นคนสั่งสอน จนเติบโตก็ยังเป็นที่ปรึกษาเรื่องต่าง ๆ ในชีวิตให้

"เอ้อ ! คราวก่อนหลวงลุงว่าจะทักสักหน่อย เห็นโยมพิมพ์หน้าซีด ๆ แล้วเด็กวัดบอกว่าไปอาเจียนข้างวัด ได้ไปตรวจร่างกายบ้างหรือเปล่า " หลวงลุงน้อมพูดไปเรื่อย เพียงอยากเตือนสติให้หลานได้ใส่ใจภรรยาเพิ่มสักหน่อย คนผ่านโลกมาก่อนมองออกว่ามีความเป็นไปได้ที่พิมพ์ดาวอาจจะตั้งท้อง เพียงแต่ไม่กล้าพูดตรง ๆ เพราะดูสถานการณ์ความสัมพันธ์ไม่ค่อยดี

"ครับ" อชิรวิชย์ไม่พูดอะไร ยกปิ่นโตถวายให้หลวงลุง 

"แล้วจะแวะไปหาโยมรดาหรือเปล่า"

"ไปครับ"

"อดีตก็ดี มีไว้เรียนรู้ อนาคตก็ดีมีไว้เป็นความหวัง แต่โยมหลานวิชย์ก็อย่าลืมนะว่าปัจจุบันสำคัญที่สุด ใช้ปัจจุบันให้ดี จะได้ไม่ต้องทนทุกข์กับอดีตแล้วไม่ต้องกังวลกับอนาคต"

"ครับ" อชิรวิชย์พยักหน้าส่ง ๆ เมื่อเกาะเกี่ยวอดีตไว้แล้ว จะปัจจุบันหรืออนาคตก็ไม่มีทั้งสิ้น 

ชายหนุ่มบอกลาหลวงพ่อออกจากโบสถ์ อ้อมไปทางด้านหลัง ตรงไปยังป่าช้าที่บรรจุอัฐิของไอยรดา ภาพหญิงสาวใบหน้าอ่อนโยนประทับอยู่บนเจดีย์เล็ก ๆ ซึ่งตั้งบนพื้นดิน  รายล้อมด้วยต้นหญ้าผัดจากดินสีเข้มต้นเล็ก ๆ และดอกหญ้าเป็นหย่อม ๆ

อชิรวิชย์หยิบทิชชู่เปียกออกมาเช็ดภาพให้ใสกระจ่างดังเดิม จากนั้นวางดอกกุหลาบสีชมพูที่ไอยรดาโปรดปรานลงบนหน้ารูปสวย ดึงหญ้าให้เหลือเพียงดอกไม้เล็ก ๆ สีขาว เกลี่ยดินให้เรียบสบายตามากขึ้น 

ชายหนุ่มปัดเศษดินออกจากมือ สายตาของอชิรวิชย์เศร้าหมอง เมื่อรู้สึกว่าหญิงสาวในรูปกำลังถูกเอาเปรียบอีกครั้งจากการตั้งท้องของพิมพ์ดาว

ไอยรดาเคยอยากมีลูกมาก หญิงสาวตั้งครรภ์ได้สามเดือนตอนตรวจพบว่าเป็นมะเร็งระยะสุดท้ายที่ปอด ไอยรดาไม่ยอมรักษา ยืนยันจะเก็บลูกไว้ ทว่ามะเร็งลุกลามเร็วจนเธอไม่ทันได้คลอด สุดท้ายหญิงสาวจากไปพร้อมกับลูกและคำขอว่า 

"วิชย์อย่ามีลูกอีกได้มั้ย รดาไม่อยากให้ลูกเราเสียใจที่ไม่ได้เกิดมา"

การทำตามคำสัญญาคือสิ่งอันทรงพลังให้อชิรวิชย์ไม่รู้สึกผิดไปมากกว่านี้ เหมือนเขาได้ชดเชยความผิดพลาดเมื่อครั้งไม่มีเวลาพาไอยรดาไปหาหมอ 

หากแม้นสัญญานี้ถูกทำลาย ความรู้สึกผิดคงไหลท่วมท้นถล่มทับเขาจนหายใจไม่ออก 

ชั่วขณะความเงียบงันโอบล้อมอชิรวิชย์ ปลายเท้าใครคนหนึ่งค่อย ๆ กดน้ำหนักลงบนพื้น เกิดเป็นรอยเท้าขนาดเท่ารองเท้าที่เจ้าตัวสวมใส่ กว่าอชิรวิชย์จะรู้ตัว ใครคนนั้นก็เข้ามาประชิดตัวเขาจนส่วนไหล่เกยกัน พออชิรวิชย์หันไป ใบหน้าสวยหวานละม้ายเจ้าของอัฐิในเจดีย์ก็ส่งยิ้มมาให้

"มาเยี่ยมพี่รดาเหมือนกันเหรอคะพี่วิชย์"

#ไม่รัก #หย่าร้าง #แนะนำนิยาย #พระเอกเป็นสถาปนิก 

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • คุณสามีขา ลืมเหรอว่าเราหย่ากันแล้ว   ตอนที่ 7 การเดินทางเพียงลำพัง

    ฝนยังโปรยปรายมาอย่างต่อเนื่อง พิมพ์ดาวมองความมืดสลัวผ่านกระจกสนามบินด้วยสายตาหม่นหมอง บางคราวสายตาของพิมพ์ดาววูบไหว และบางคราวก็หม่นแสงอ่อนล้าลงหน้าท้องเธอเริ่มยื่นออกมา พอจะมองออกแล้วว่ากำลังท้องได้เจ็ดเดือนแล้ว พิมพ์ดาวกลับมาอยู่บ้านตั้งแต่วันนั้น เธอไม่เคยติดต่ออชิรวิชย์กลับไปอีกเลย“พิมพ์ลุกไหวมั้ย มาเช็คอินมา" เสียงแปร่งปร่าของพี่สาวกวักมือเรียก พร้อมเด็กชายวัยสามขวบและเด็กหญิงสี่ขวบ พิมพ์ดาวสะดุ้งออกจากความเศร้า หันไปตามเสียงเรียก ก่อนลุกเดินแอ่นตัวนิด ๆ ไปหา หญิงสาวยื่นพาสสปอร์ตให้พนักงานเช็คข้อมูล ส่วนกระเป๋าพี่เขยชาวออสเตรเลียมีน้ำใจยกให้เพราะพิมพ์ดาวกำลังท้อง “คุณพิมพ์ดาว เนินขาวนะคะ จะเดินทางไปที่ไหนคะ" พนักงานทวนข้อมูลเพื่อความถูกต้อง พิมพ์ดาวพูดคำว่า 'ออสเตรเลีย' ผ่านริมฝีปากแผ่วเบา อดไม่ได้จะเหลียวมองไปยังสายฝนด้านนอก คล้ายว่ามันเป็นภาพความฝันไม่ใช่ความจริง ทว่ามันคือความจริง ไม่ใช่ความฝันอย่างที่ต้องการ ชีวิตเดินทางผ่านพ้นการแต่งงาน มาจนกระทั่งวันที่เลิกรา แล้วอีกไม่นานการจากลากำลังก้าวเข้ามา“ของผู้โดยสารเรียบร้อยค่ะ เดินทางปลอดภัยนะคะ" พนักงานยกมือไหว้หลังออกบรอดด

  • คุณสามีขา ลืมเหรอว่าเราหย่ากันแล้ว   ตอนที่ 6 คนใหม่หน้าเดิม

    ผุดลุกผุดนั่งมาสองสามวัน อารมณ์โกรธเคืองในใจของพิมพ์ดาวก็เริ่มจาง แล้วก็ตามประสาผัวเมีย นอนเห็นหน้ากันมาตลอดสามปี พิมพ์ดาวจึงเริ่มห่วงใยสามีอชิรวิชย์เป็นคนกินยาก กระเทียมไม่กิน ปลาร้าไม่แตะ น้ำมันเยอะไปไม่ได้ ของอบแฉะไปไม่กิน ของผัดเค็มไปก็ไม่ได้ พิมพ์ดาวต้องคอยดูแลเรื่องอาหารการกินให้เขาตลอดพอไม่อยู่สองสามวันแทนที่จะห่วงตัวเองกลับห่วงว่าผัวจะไม่ได้กินข้าว "แกก็กลับไปดูเขาสิไป ยังไงผู้หญิงคนนั้นก็ตายไปแล้ว มาแย่งผัวแกไม่ได้หรอก ถ้าไม่กลับชาติมาเกิดใหม่หรือวิญญาณไปเข้าร่างใครแบบในละครน่ะนะ"แก้วกานต์ตวัดอายไลเนอร์กรีดลงบนเปลือกตา เห็นเพื่อนกระสับกระส่ายก็เข้าใจดี ผัวเมียกันถ้าไม่มีฝ่ายไหนฝ่ายนึงมีใหม่เป็นตัวเป็นตนก็ตัดกันยาก วนไปวนมาขี้คร้านก็กลับไปหากันเหมือนเดิม "คุณวิชย์เขาไม่โทรหาฉันสักกะสาย" พิมพ์ดาวพึมพำด้วยอารมณ์น้อยใจ ระทดท้อว่าสามีไม่รักไม่ห่วงเธอเลย คงเอาแต่นั่งขัดรูปคนรักเก่าอยู่แบบนั้น"ฉันส่งข้อความบอกเขาว่าแกอยู่ที่นี่"สีหน้าของพิมพ์ดาวจึงดีขึ้น แสดงว่าที่เขาไม่ตามไม่ใช่ว่าไม่ห่วง แต่เพราะรู้ว่าเธอปลอดภัยดีต่างหาก"แต่ถ้าฉันกลับไปแล้วเขาบอกให้ฉันไปทำแท้งล่ะ""ลูกเขา

  • คุณสามีขา ลืมเหรอว่าเราหย่ากันแล้ว   ตอนที่ 5 มาเหมือนกันเหรอคะ

    วันรุ่งขึ้นเป็นวันที่สิบสี่ อชิรวิชย์เตรียมข้าวของไปทำบุญที่วัดตามปกติ ชายหนุ่มขับรถออกจากบ้านแวะรับปิ่นโตอาหารจากร้านอาหารหน้าปากซอย จากนั้นวางไว้เบาะข้าง ๆ คนขับ ก่อนขยับเกียร์ เหยียบคันเร่งพารถไปข้างหน้าเจ็ดปีแล้ว ไอยรดายังค้างคาอยู่ในใจ อชิรวิชย์ตั้งคำถามภายในใจเดิม ๆ ซ้ำ ๆ ว่าถ้าหากตอนนั้นเขาไม่โหมงานหนัก ไม่เอาแต่หมกมุ่นกับการหาเงิน ถ้าเขาพาเธอไปหาหมอเร็วกว่านั้นสักสามเดือน หกเดือน หรือหนึ่งปี หรือพาเธอไปตรวจสุขภาพทุกปีถ้า...ถ้า...และถ้า...อชิรวิชย์ไม่เคยได้คำตอบของคำถาม เพราะเขาไม่ทำสิ่งที่ตั้งคำถามในใจ และไม่มีโอกาสทำมันอีกแล้วและคำถามเหล่านั้นยังคงค้างคาเนิ่นนานมาจนกระทั่งเจ็ดปีรถเลี้ยวเข้าบริเวณวัดตอนเกือบเจ็ดโมง ชายหนุ่มตรงเข้าไปในโบสถ์ หลวงลุงรูปเดิมทอดสายตาอ่อนโยนมาให้ แกมแปลกใจนิด ๆ ว่า วันนี้อชิรวิชย์มาคนเดียว ปราศจากเงาของหญิงสาวร่างเล็กผิวขาวผู้เป็นภรรยา"โยมพิมพ์ไม่มารึ" หลวงลุงมองเลยไปด้านนอก เผื่อว่าพิมพ์ดาวจะเดินตามมาทีหลังอชิรวิชย์นั่งคุกเข่าลงเบื้องหน้าพ

  • คุณสามีขา ลืมเหรอว่าเราหย่ากันแล้ว   ตอนที่ 4 แล้วถ้า....ผู้หญิงคนนั้นยังอยู่ล่ะ

    ภายใต้ข้อดีร้อยข้อของเขา มีเงื่อนไขหนึ่งหนักแน่นมั่นคงเช่นเดียวกัน เป็นเหมือนกฏการคบหาระหว่างอชิรวิชย์และพิมพ์ดาวคือเธอจะต้องไม่มีลูกอชิรวิชย์ จมกับคนเก่า รักเก่า คนที่ตายไปแล้ว เกาะเกี่ยวเหนี่ยวรั้งยึดถือเอาไว้แน่นสิ่งที่ทุกคนไม่เคยรู้คือภายในบ้านหลังนั้นเต็มไปด้วยเมฆหมอกของผู้หญิงชื่อไอยรดาล่องลอยอยู่ทั่ว ในห้องนอนมีโกฐบรรจุเถ้ากระดูกของไอยรดา ทำให้พิมพ์ดาวตะขิดตะขวงใจทุกครั้งเมื่อมีความสัมพันธ์ทางกายอยากจะแน่นแฟ้นแต่ก็ห่างเหิน อายฟ้าอายดิน อายวิญญาณอย่างไรก็ไม่รู้ในห้องทำงานเขามีภาพของไอยรดาตั้งอยู่ ส่วนภาพของพิมพ์ดาวระเห็จไปอยู่บนผนัง ทุกวันที่สิบสี่ซึ่งเป็นวันเสียชีวิตของไอยรดา อชิรวิชย์จะไปทำบุญที่วัด ไปทุกเดือน ไม่ว่าฟ้าจะถล่มดินจะทลาย จะมีสงคราม เกิดรัฐประหาร มีการเคอร์ฟิว เกิดวิกฤตไวรัสแพร่ระบาด เขาก็ยังไปตอนแรกหมอดูที่วัด คำนวณฤกษ์งามยามดีของวันแต่งงานให้เป็นวันที่ 14 อชิรวิชย์เลื่อนไป 1 วันให้เป็นวันที่ 15 เพราะต้องไปทำบุญที่วัดให้กับไอยรดาดูเหมือนผู้หญิงคนที่ตายไปแล้วจะเป็นเง

  • คุณสามีขา ลืมเหรอว่าเราหย่ากันแล้ว   ตอนที่ 3 เป็นความสัมพันธ์แบบไม่แน่ใจในบรรยากาศตลอดเวลา

    "แกก็เลยออกจากบ้านผัวมาตัวเปล่าเล่าเปลือยประหนึ่งว่าตัวเองมีเงินร้อยล้าน เดี๋ยวเอามือถือมาสแกนซื้อคอนโดเกร๋ ๆ สักห้าล้านซุกหัวนอนไปก่อนงั้นเหรอ"พิมพ์ดาวเหลือบตามองเพื่อนแล้วจิ๊ปากเบา ๆ ก็ตอนนั้นเธอโทโหมาก นึกอะไรไม่ออกเลยมาหาเพื่อนแถวสนามบินสุวรรณภูมิ พอมาถึงอารมณ์โมโหยังไม่ทันจางก็เวียนหัวเสียก่อนคลื่นไส้อาเจียนไปหลายรอบ จึงขอเพื่อนนอนพักหนึ่งชั่วโมง ตื่นมาตอนห้าโมงเย็นพอดี ความรู้สึกดีขึ้น จึงหยิบยาดมสมุนไพรจ่อจมูก ออกมาชี้แจงแถลงไขให้เพื่อนฟังว่าเกิดอะไรขึ้นตรงม้านั่งหินหน้าบ้านทาวเฮ้าส์สองชั้นแก้วกานต์ทำงานเป็นพนักงานเสิร์ฟในบาร์โรงแรมสี่ดาวแถวสนามบินสุวรรณภูมิ หญิงสาวพักอยู่ในอพาร์ทเม้นท์เกือบ ๆ จะแออัด แต่ก็เจริญในคราวเดียวกัน ด้วยจำนวนยูนิตห้องเช่าเกือบสี่ร้อยห้อง ทำให้ที่นี่เหมือนเมืองขนาดย่อม สองสาวเปิดประตูนั่งคุยกันลดความอุดอู้ นั่งมาร่วมสองชั่วโมงคนเดือนผ่านไปแล้วเกือบยี่สิบคน"ฉันว่าแกสงบสติอารมณ์แล้วไปคุยกันดี ๆ ก่อนมั้ย วิชย์เขาอาจจะแค่ตกใจ""มันมีผู้ชายที่ตกใจว่าเมียท้องเลยเผลอสบถโวยวายอะไรแบบนี

  • คุณสามีขา ลืมเหรอว่าเราหย่ากันแล้ว   ตอนที่ 2 วันนึงความฝันก็กลายเป็นจริงขึ้นมา

    "แม่ฝากพิมพ์มันแหน่เด้อ" หอมนวลพยายามพูดภาษากลาง จึงฟังค่อนข้างแปร่ง ด้วยหญิงวัยกลางคนเกิดและเติบโตในภาคอิสานมาเนิ่นนานถึงกระนั้นคนเป็นแม่ผู้มีใบหน้าขาวอวบปนฝ้าและกระบนหน้าจาง ๆ ตามวัยก็ปลาบปลื้มจริงจังว่าลูกได้สามีดีมีอันจะกิน เป็นถึงสถาปนิก เงินเดือนมั่นคง คงจะดูแลลูกสาวตัวเองให้สุขสบาย"แล้วพิมพ์ไปอยู่บ้านเขา อย่าขี้เกียจนะลูก อย่าดื้อ คุณวิชย์พูดอะไร เราต้องฟัง เราความรู้น้อยกว่าเขา ให้ถือว่าเราไม่รู้ ต้องตื่นแต่เช้ามาช่วยงานผัว จะได้เจริญ ๆ ไปด้วยกัน เข้าใจบ่อ"ตอนนั้นพิมพ์ดาวรับคำแม่เป็นมั่นเป็นเหมาะ อชิรวิชย์เดินทางไปออกแบบบ้านพักตากอากาศที่เชียงคานให้ลูกค้า จึงไปเจอพิมพ์ดาวที่ช่วยแม่ขายมะพร้าวแก้วอยู่ริมแม่น้ำโขงในตลาดถนนคนเดินของเชียงคานเขาสะดุดตาความสดใสของเธอ แล้วเหมือนพิมพ์ดาวเองก็ถูกใจเขาเช่นกันอชิรวิชย์อยากได้คนมาเยียวยาการสูญเสีย ประจวบเหมาะกับพิมพ์ดาวก็มองเขาด้วยความปลื้มปริ่ม เชื่อว่าชายหนุ่มความรู้สูง น่าชื่นชม ผิดกับตัวเองที่จบแค่มัธยม ความสัมพันธ์จึงเดินหน้าอย่างรวดเร

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status