공유

ตอนที่ 7 ตามส่อง

last update 게시일: 2026-07-04 09:05:26

วันต่อมาก่อนออกไปทำงานซูหย่าจึงเอ่ยกับมารดา “ท่านแม่ เย็บถุงหอมเพิ่มให้ข้าอีกได้หรือไม่เจ้าคะ” เรื่องที่สตรีในยุคนี้ต้องร่ำเรียน ซูหย่าล้วนทำได้ไม่ดีสักอย่าง มีอย่างเดียวที่พออวดคนอื่นได้ก็คือคัดอักษร เรื่องเย็บปักถักร้อย วาดภาพ และเพลงพิณล้วนไม่ต้องพูดถึง

           “แต่วันก่อนแม่เพิ่งเย็บให้เจ้าไม่ใช่หรือ”

           “ระหว่างทางข้าทำมันหายเจ้าค่ะ” นางไม่มีวันบอกมารดาเด็ดขาดว่าจะเอาไปให้เจ้าหน้าขาวนั่น

หลิวเหม่ยหลิงมองไปที่เอวของบุตรสาวก็ไม่พบถุงหอมจริง ๆ “ได้ วันนี้ตอนเย็นแม่จะเย็บให้”

“ข้ารักท่านแม่ที่สุดเจ้าค่ะ” ว่าแล้วก็สวมกอดมารดาด้วยความรักใคร่

สองสัปดาห์ต่อมาซูเหย่าเขียนนิยายเสร็จแล้วจึงนำต้นฉบับมาส่งที่ร้านขายหนังสือเต๋อรุ่นถังซึ่งเป็นร้านประจำที่นางเคยขายนิยายให้ตั้งแต่แรก

           นางแต่งกายด้วยชุดบุรุษเหมือนที่เคยทำ เดินเข้ามาในร้านด้วยท่าทางคุ้นเคยเป็นอย่างดี พอผู้ดูแลจางมองเห็นนางเดินเข้ามาในร้าน เขาจึงฉีกยิ้มกว้างออกมาด้วยความดีใจคล้ายกับเจอถุงเงินขนาดใหญ่มาวางอยู่ตรงหน้าอย่างไรอย่างนั้น “ซูหย่า มีต้นฉบับมาส่งอีกแล้วหรือ”

           “ขอรับ” พูดพลางหยิบต้นฉบับยื่นส่งให้

           “เรื่องนี้บัณฑิตฟู่เอินตั้งชื่อว่าอย่างไร” เขาถามด้วยความตื่นเต้น ฟู่เอินคือนามที่นางใช้แต่งนิยายมาตลอดหลายปี ทั้งเจ้าของร้านและผู้ดูแลร้านก็ไม่เคยรู้เลยว่าคนที่มีนามว่าฟู่เอินหน้าตาเป็นอย่างไร

เริ่มแรกฟู่เอินให้คุณชายตัวน้อยมาส่งต้นฉบับ ผู้ดูแลจางยังคิดว่าโดนเด็กหลอก แต่พอได้อ่านเนื้อหานิยาย กลับรู้สึกทึ่งอยู่มาก สำนวนที่เขาเขียนกลับไม่เหมือนบัณฑิตคนอื่น ๆ ในยุคนี้ มันทั้งอ่านง่ายและน่าติดตามอย่างยิ่ง

นับแต่นั้นมาร้านหนังสือเต๋อรุ่นถังก็รับซื้อนิยายของฟู่เอินมาตลอด เริ่มแรกเจ้าของร้านหนังสือไม่เคยคิดว่านิยายของฟู่เอินจะขายดี เพราะนิยายของเขาพระเอกนางเอกต้องมีรักเดียวใจเดียว ซึ่งขัดแย้งกับความจริงในยุคสมัยนี้เป็นอย่างมาก ที่บุรุษมักมีหลายภรรยา

แต่พอวางขายกลับขายดีปานเทน้ำเทท่า ฟู่เอินใช้เวลาเพียงหนึ่งปีก็สามารถเป็นนักประพันธ์ที่โด่งดังไปทั่วทั้งเมืองหลวง เหล่าบัณฑิต คุณชาย คุณหนูที่บ้านมีฐานะต่างซื้อเก็บไว้ทุกเล่ม ไม่เว้นแม้แต่เชื้อพระวงศ์ยังชื่นชอบงานเขียนของฟู่เอิน เช่นนั้นเมื่อเขาเขียนนิยายออกมาขายเรื่อย ๆ ทางเจ้าของร้านหนังสือเต๋อรุ่นถังจึงมีความยินดีเป็นอย่างยิ่ง

“ผู้ดูแลจางต้องลองอ่านดูขอรับ”

“บัณฑิตฟู่เอินช่างมีความสามารถหลากหลายเสียจริง” ทั้งเขียนหนังสือ อีกทั้งยังมีกิจการคุ้มภัย “เช่นนั้นอีกสิบวันเจ้าค่อยกลับมาลงนามในสัญญาและรับเงินไปด้วยก็แล้วกัน” เดิมทีบัณฑิตฟู่เอินก็ให้คุณชายน้อยผู้นี้ลงนามแทนมาโดยตลอดอยู่แล้ว และทุกครั้งก็ไม่เคยมีปัญหา

           “ได้ขอรับ” ซูหย่าร่วมงานกับร้านหนังสือเต๋อรุ่นถังซึ่งเป็นทั้งร้านขายหนังสือและโรงพิมพ์มาหลายปี นางจึงค่อนข้างเชื่อใจ ทั้งสองฝ่ายจึงร่วมงานกันได้เป็นอย่างดี

ซูหย่าเดินออกจากร้านหนังสือเต๋อรุ่นถังด้วยความสบายใจ จากนั้นจึงตรงไปที่ร้านหนังสือซินหรงซิงซึ่งอยู่ฝั่งตรงข้าม ร้านหนังสือแห่งนี้เปลี่ยนเจ้าของมาแล้วราว ๆ สามสี่ปี และดูเหมือนว่าจะขายดีกว่าเจ้าของคนเดิมเสียด้วยซ้ำ

เพราะหลังจากคนใหม่เข้ามารับช่วงต่อ ร้านหนังสือแห่งนี้ก็สะอาดสะอ้านมากขึ้น จัดเรียงหนังสือเป็นหมวดหมู่มีความเป็นระเบียบเรียบร้อย ทำให้ค้นหาหนังสือได้ง่าย และยังสามารถให้ลูกค้ายืนอ่านหนังสือได้ตามใจชอบ ที่สำคัญพนักงานยังบริการลูกค้าเป็นอย่างดี

หากจะเทียบกับร้านหนังสือเต๋อรุ่นถัง นางก็พูดได้เต็มปากว่าที่นี่จัดการร้านได้ดีกว่า เพียงแต่นางอยู่กับร้านหนังสือเต๋อรุ่นถังมาช้านาน จึงมองข้ามเรื่องเหล่านั้นไป

ซูหย่าเข้ามาเลือกซื้อหนังสือที่ร้านซินหรงซิงเป็นประจำ เพราะมีหนังสือหลายเล่มที่นางยังไม่เคยอ่าน

           เมื่อเห็นลูกค้าเดินเข้ามาในร้าน พนักงานร้านหนังสือก็เดินเข้ามาต้อนรับด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม “ซูหย่า วันนี้ต้องการซื้ อหนังสือหมวดไหนดี” ร้านหนังสือซินหรงซิงไม่เคยแบ่งแยกชนชั้นของลูกค้า ทุกคนต้องได้รับการบริการที่เสมอภาค อีกทั้งซูหย่าก็เป็นลูกค้าประจำของร้านนี้ พนักงานจึงพูดคุยอย่างเป็นกันเอง

           “วันนี้ข้าอยากได้หนังสือเกี่ยวกับการท่องเที่ยวสักหน่อย” หนังสือพวกนี้นอกจากอ่านเพื่อความบันเทิงแล้ว ยังมีประโยชน์ต่องานคุ้มภัยและงานเขียนของนาง

           “เช่นนั้นก็เชิญด้านนี้เลย” พนักงานที่อายุไล่เลี่ยกับนางกล่าวพลางผายมือเชื้อเชิญ “หนังสือมีทั้งหมดสามชั้น เชิญเจ้าเลือกชมได้ตามสบาย”

           หลังจากแนะนำหนังสือให้ลูกค้าแล้ว พนักงานก็เดินจากไปดูแลลูกค้าท่านอื่นต่อ ปล่อยให้ซูหย่าเลือกหนังสือได้ตามใจชอบ หนึ่งเค่อผ่านไปซูหย่าจึงหยิบหนังสือมาหนึ่งเล่ม หลังจากจ่ายเงินกับผู้ดูแลร้านแล้ว จึงรีบมุ่งหน้าไปยังสำนักคุ้มภัยเมฆาเหิน ระหว่างทางผ่านตลาดยังซื้อหมั่นโถวติดมือไปด้วย

           ตลอดหลายวันที่ผ่านมานางกลับไม่รู้เลยว่า มีใครบางคนเฝ้าติดตามดูนางอยู่ห่าง ๆ 

           “นายน้อยจะตามบ่าวคุ้มภัยไปอีกนานแค่ไหนขอรับ” ลู่จื้อเผิงเอ่ยถามผู้เป็นนาย จากสายตาเขาแล้วบ่าวคุ้มภัยผู้นั้นหาได้มีสิ่งใดน่าสนใจไม่ อีกทั้งยังเป็นเด็กที่ยากจนคนหนึ่ง

           “จนกว่าจะแน่ใจว่าเขาจะไม่เอาเรื่องของข้าไปบอกกับทางการ”

           “นี่นายน้อยก็ตามเขามาจะครบสองอาทิตย์แล้วนะขอรับ ยังไม่มั่นใจอีกหรือ”

           เซี่ยเหยียนเหวินไม่ได้ตอบคำถาม แต่เอ่ยขึ้นอย่างลอย ๆ ว่า “ซูหย่าเข้าไปในร้านหนังสือทำไม”

           “แล้วทำไมจะเข้าไปไม่ได้ขอรับ” ลู่จื้อเผิงก็สงสัยในความคิดของผู้เป็นนายเช่นกัน เขาไม่ได้ห้ามใครเข้าออกร้านหนังสือสักหน่อย

           “เป็นแค่บ่าวคุ้มภัย จำเป็นต้องซื้อหนังสืออ่านด้วยหรือ” อีกอย่างหนังสือแต่ละเล่มก็มีราคาค่อนข้างสูง บ่าวคนนั้นจะเอาเงินที่ไหนมาซื้อหนังสือ หรือว่าเป็นเงินที่เขามอบให้เป็นค่าตอบแทนในวันนั้น

           “แต่เจ้าของสำนักเมฆาเหินเป็นนักประพันธ์นะขอรับ เขาอาจจะไหว้วานบ่าวน้อยคนนั้นมาซื้อหนังสือให้ก็ได้”

           คำพูดของลู่จื้อเผิงนับว่ามีน้ำหนักอยู่บ้าง คิ้วที่ขมวดอยู่จึงค่อย ๆ คลายออก “มีความเป็นไปได้สูง” เพราะอย่างไรการเป็นนักประพันธ์ก็ต้องอ่านหนังสือสะสมให้มาก

           สำนักคุ้มภัยเมฆาเหิน

           เห็นซูหย่าเดินไปนั่งบนม้านั่งข้างลานฝึกยุทธ์ ไป๋เทียนคั่วก็รีบสาวเท้าเข้าไปหานางทันที กล่าวออกด้วยท่าทางตื่นเต้นเจือร้อนใจ “หัวหน้า ข้าสืบมาได้แล้วว่าคุณชายหน้าขาวคนนั้นเป็นใคร”

이 작품을 무료로 읽으실 수 있습니다
QR 코드를 스캔하여 앱을 다운로드하세요

최신 챕터

  • คุณหนูคุ้มภัยกับคุณชายเสเพล   ตอนพิเศษ 5

    หลังจากกินอาหารเสร็จแล้ว เซี่ยเหยียนเหวินจึงพาสหายไปพักผ่อนจิ้งอี๋มองตามทั้งคู่ด้วยความสงสัย “ฮูหยิน เหตุใดสหายเจิงถึงพักห้องเดียวกันกับคุณชายสามเจ้าคะ”“พวกเขาคงมีเรื่องคุยกันกระมัง พี่จิ้งอี๋ไปเตรียมมื้อเย็นเถอะ” เพราะเย็นนี้มีอาหารต้องเตรียมหลายอย่าง ต้วนซูหย่าจึงให้นางไปเตรียมวัตถุดิบเร็วหน่อย“เจ้าค่ะ”ให้หลังจิ้งอี๋เซี่ยเหยียนเหวินจึงเอ่ยกับภรรยา “ข้าว่าสหายของซีเอ๋อร์ดูแปลก ๆ นะ”“ท่านพี่ก็สังเกตเหมือนกันหรือเจ้าคะ”“อืม แล้วฮูหยินคิดเหมือนกับข้าหรือไม่” เพราะเคยมีประสบการณ์แบบนี้มาก่อน เซี่ยเหยียนเหวินจึงรู้วิธีจับสังเกตผู้หญิงซูหย่าพยักหน้า พลางเอ่ย “ข้าว่าพวกเราคงไม่ต้องหาสะใภ้ให้ยุ่งยากแล้วกระมัง”“สมกับเป็นลูกชายข้าจริง ๆ” มีสตรีอยู่ข้างกายแต่ไม่รู้ว่าเป็นสตรี “แล้วเราจะทำอย่างไรดี”“รอดูไปก่อนเจ้าค่ะ ข้าคิดว่าซีเอ๋อร์อาจมีใจให้นางเช่นกัน” ไม่เช่นนั้นคงไม่ให้นางติดตามมาด้วย อีกอย่างคงไม่ตามใจนางเช่นนั้นเมื่ออยู่กันตามลำพัง เจิงเสวียนอี้จึงเอ่ยขึ้น “คืนนี้ข้าขอนอนกับเจ้านะ”“ทำไมล่ะ บ้านข้ามีตั้งหลายห้อง เจ้าจะมาแย่งข้านอนทำไม”“ข้าไม่ชินน่ะ กลัวนอนไม่หลับ ข้านอนตรงนี้ก็

  • คุณหนูคุ้มภัยกับคุณชายเสเพล   ตอนพิเศษ 4

    ทั้งสองเดินทางสิบสองวันก็มาถึงภูเขาอีซาน“นี่คือบ้านของเจ้ารึ”“อืม ไปกันเถอะ”เซี่ยเหยียนซีขี่ม้าเข้าไปในลานบ้านของตน ก็มีคนผู้หนึ่งออกมาต้อนรับ เส้นผมบนศีรษะของเขากลายเป็นสีดอกเลาเกือบครึ่งศีรษะแล้ว เขาคือลู่จื้อเผิงองครักษ์ข้างกายบิดาของเขา และยังเป็นคนที่เคยเลี้ยงดูบุตรชายทั้งสามของเซี่ยเหยียนเหวินอีกด้วย“คุณชายสามกลับมาแล้ว” ลู่จื้อเผิงเอ่ยออกด้วยความดีใจ ที่เห็นเซี่ยเหยียนซีกลับบ้านสักที“ท่ายลุงลู่” เซี่ยเหยียนซีคำนับลู่จื้อเผิงคราหนึ่ง เพราะลู่จื้อเผิงเปรียบเสมือนคนในครอบครัว เซี่ยเหยียนเหวินกับต้วนซูหย่าจึงให้บุตรชายทั้งสามเรียกเขาว่าท่านลุง ยังมีจิ้งอี๋อีกคนที่พวกเขาต้องเรียกนางว่าท่านป้าเซี่ยเหยียนซีแนะนำสหายของตนให้ลู่จื้อเผิงรู้จัก “นี่คือเจิงเสวียนอี้สหายข้าเอง”“ท่านลุงลู่” เจิงเสวียนอี้คำนับลู่จื้อเผิงเช่นกัน แต่สายตาของลู่จื้อเผิงกลับมองเขาแปลก ๆ“อ้อ ขอรับ” ลู่จื้อเผิงรู้สึกว่ามีบางอย่างในตัวเจิงเสวียนอี้แปลกไป ความรู้สึกเหมือนเขาพบกับเซี่ยฮูหยินคราแรก“ท่านพ่อกับท่านแม่ล่ะ”“อยู่สวนดอกไม้ขอรับ”“เช่นนั้นข้ากับสหายขอตัวก่อนนะ”“ขอรับ”เซี่ยเหยียนซีเดินนำหน้า โดยมีเ

  • คุณหนูคุ้มภัยกับคุณชายเสเพล   ตอนพิเศษ 3

    โรงเตี๊ยมแห่งหนึ่งทางแดนเหนือของแคว้นฉู่ เซี่ยเหยียนซีตื่นขึ้นมาล้างหน้าเตรียมตัวออกเดินทางแต่เช้า “จะไปแล้วเหรอ” เจิงเสวียนอี้เอ่ยถาม ทั้งสองเป็นสหายที่ร่วมท่องยุทธภพมาด้วยกันราวห้าหกปีแล้ว ไปไหนมาไหนก็พักห้องเดียวกันมาตลอด ทั้งสองจึงสนิทสนมกันเป็นอย่างมาก “อืม” “ข้าไปด้วยได้ไหม” “ไปทำไม” “ข้าอยากรู้จักกับบิดามารดาของเจ้า” “แต่ข้าคงไม่ได้กลับมาส่งเจ้าหรอกนะ” เพราะเขาเคยสัญญากับพี่ชายฝาแฝดทั้งสองว่าหากท่องยุทธภพจนอายุครบยี่สิบสามปีเมื่อไร เขาจะกลับไปแต่งงานและอยู่ดูแลบิดามารดาที่ภูเขาอีซาน ซึ่งตอนนี้อายุเขาก็เลยยี่สิบสามปีมาครึ่งปีแล้ว สำคัญกว่านั้นคือเขายังหาสตรีที่ถูกใจไม่ได้เลย “ในสายตาเจ้า ข้าดูอ่อนแอเพียงนั้นเชียวรึ” “ก็ไม่” เจิงเสวียนอี้ไม่ใช่บุรุษที่มีร่างกายสูงใหญ่ เขาเตี้ยกว่าเซี่ยเหยียนซีราวสี่ฉื่อ แต่กลับมีวรยุทธ์สูงส่ง อีกทั้งยังกินง่ายอยู่ง่ายคล้ายกับเซี่ยเหยียนซี ทั้งสองจึงเดินทางท่องยุทธภพด้วยกันมาอย่างยาวนาน อีกทั้งยังรู้ใจกันเป็นอย่างดี “งั้นข้าขอไปบ

  • คุณหนูคุ้มภัยกับคุณชายเสเพล   ตอนพิเศษ 2

    รถม้าจอดที่จวนของเซี่ยเหยียนเหวิน“ท่านพ่อ นี่คือบ้านของใครหรือขอรับ” เซี่ยเหยียนอันถาม“บ้านพ่อเอง”“ท่านพ่อมีบ้านใหญ่โตถึงเพียงนี้เชียวหรือขอรับ”“อืม ไปเถอะเข้าไปในบ้านกัน”สองพี่น้องฝาแฝดยังทำหน้างงงที่บิดามีบ้านหลังใหญ่ขนาดนี้ เซี่ยเหยียนชิงมองเห็นบ้านทางทิศตะวันออกจึงถาม “ท่านพ่อ บ้านหลังนั้นเป็นของใครหรือขอรับ”“บ้านท่านยาย แต่ตอนนี้ท่านยายย้ายไปอยู่บ้านท่านตาแล้ว”“ข้าเข้าใจแล้วขอรับ”วันต่อมาต้วนซูหย่ากับเซี่ยเหยียนเหวินจึงพาบุตรชายทั้งสองไปที่จวนสกุลต้วน ตอนนี้ต้วนจื่อรุ่ยลาออกจากราชการมาอยู่เป็นเพื่อนภรรยากับมารดาแล้ว เขาจึงอยู่ที่จวนด้วย ต้วนซูหย่ากับเซี่ยเหยียนเหวินคารวะต้วนจื่อรุ่ยกับฮูหยินผู้เฒ่าต้วน แต่สิ่งที่ทำให้ต้วนจื่อรุ่ยหัวใจพองโตมากที่สุดคือต้วนซูหย่ายอมเรียกเขาว่าท่านพ่อ “เจ้าสบายดีหรือไม่” แม้ในจดหมายนางจะเขียนบอกหลิวเหม่ยหลิงตลอด แต่ต้วนจื่อรุ่ยก็ยังอยากฟังจากปากบุตรสาว “สบายดีเจ้าค่ะ” เด็กแฝดสองคนก็คารวะเช่นเดียวกัน “คารวะท่านยายทวด ท่านตาขอรับ” “ทำไมเหลนยายถึงได้น่ารักน่าชังเช่นนี้” ฮูห

  • คุณหนูคุ้มภัยกับคุณชายเสเพล   ตอนพิเศษ 1

    ต้วนซูหย่ากับเซี่ยเหยียนเหวินยังคงเลี้ยงดูบุตรทั้งสองอยู่ที่ภูเขาอีซาน คราแรกคนในหมู่บ้านหวงหลิ่งต่างพากันจับตามองฝาแฝดทั้งสองคนว่าจะนำพาหายนะอะไรมาสู่หมู่บ้านหรือไม่ เพราะสองสามีภรรยาคู่นี้ไม่ยอมแยกบุตรทั้งสองออกจากกัน เหมือนประเพณีที่สืบทอดกันมา ตามความเชื่อเดิมหากไม่แยกบุตรฝาแฝดเลี้ยงดูอยู่กันคนละที่ก็จะทำให้พื้นที่ตรงนั้นเกิดภัยพิบัติทางธรรมชาติอย่างที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน ชาวบ้านยังคงเฝ้ามองดูอยู่อย่างเงียบ ๆ ด้วยความหวาดกลัวทว่าตอนนี้เด็กฝาแฝดสองคนนั้นอายุได้สี่ปีเต็มแล้วก็ยังไม่มีภัยพิบัติเกิดขึ้น แต่กลับมีแต่สิ่งที่น่ายินดีเพิ่มเข้ามาในหมู่บ้าน อย่างเช่น คนในหมู่บ้านมีอาชีพที่ใช้ทำมาหากินมากขึ้นเช่น ปลูกกุหลาบ มะลิ และเก๊กฮวยขาย ซึ่งคนที่รับซื้อก็คือบิดามารดาของเด็กฝาแฝดสองคนนั้น ในหมู่บ้านมีการจ้างงานกันมากขึ้น ไม่ต้องล่าสัตว์เก็บของป่าเพียงอย่างเดียวมีการสอนทำขนมขาย พร้อมกับชาดอกไม้ เพราะตอนนี้เซี่ยเหยียนเหวินกับต้วนซูหย่าได้เปิดหอซุ่นจิ่วเจียอีกสาขาหนึ่งที่เมืองหนานจิง ซึ่งทำให้ต้องการชาดอกไม้และขนมที่หลิวเหม่ยหลิงทำขายเป็นจำนวนมาก ชาวบ้านในหมู่บ้านหวงหลิ่งจึ

  • คุณหนูคุ้มภัยกับคุณชายเสเพล   ตอนที่ 112 บทส่งท้าย 2

    สองเดือนผ่านไปทั้งสองก็ได้ยินข่าวว่าเสิ่นซู่เจียจากไปเพราะป่วยหนัก ซึ่งเรื่องนี้ต้วนซูหย่าและเซี่ยเหยียนเหวินรู้ดีว่าสาเหตุที่แท้จริงที่นางจากไปเกิดจากอะไรกันแน่ กระนั้นพวกเขาก็ไม่ได้เอ่ยถึงเรื่องนี้อีกส่วนนักฆ่าผู้นั้นหลังจากกินอาหารเย็นวันหนึ่งแล้วก็จากไปอย่างสงบ ต้วนซูหย่าบอกเขาเสมอว่าไม่มีสัจจะในหมู่โจร เช่นนั้นเขาไม่จำเป็นต้องรักษาคำพูดที่ให้ไว้กับโจรผู้นั้นสองสามีภรรยาอาศัยอยู่ในบ้านบนภูเขาอีซานอย่างมีความสุข ต้วนซูหย่ายังคงเขียนนิยายทุกวันเขียนเสร็จก็ให้สามีช่วยอ่าน และทุกวันทั้งคู่ยังช่วยกันดูแลแปลงกุหลาบ เก๊กฮวย และมะลิ ที่พวกเขาช่วยกันปลูกไว้ตั้งแต่มาถึงบ้านพักได้เพียงห้าวัน ตอนนี้เริ่มตากแห้งและส่งไปให้หลิวเหม่ยหลิงทำชาขายได้แล้วซึ่งในแต่ละเดือนสำนักคุ้มภัยเมฆาเหินจะเดินทางมาที่บ้านพักของเซี่ยเหยียนเหวินทุกเดือนเพื่อนำตั๋วเงินมาส่งมอบให้ ซึ่งคนที่เป็นหัวหน้าคุ้มภัยก็คือไป๋เทียนคั่ว และยังมีเหมยลี่ติดตามมาด้วย ครั้งนี้ก็เช่นเดียวกัน“พี่ซูหย่าข้าว่าท่านดูอวบขึ้นนะเจ้าคะ ดูเหมือนจะสวยขึ้นด้วย บอกข้ามาซะดี ๆ ว่าท่านมีของดีอะไร”ต้วนซูหย่ายิ้มแล้วโน้มตัวเข้าไปกระซิบข้างหูเหม

더보기
좋은 소설을 무료로 찾아 읽어보세요
GoodNovel 앱에서 수많은 인기 소설을 무료로 즐기세요! 마음에 드는 작품을 다운로드하고, 언제 어디서나 편하게 읽을 수 있습니다
앱에서 작품을 무료로 읽어보세요
앱에서 읽으려면 QR 코드를 스캔하세요.
DMCA.com Protection Status