Beranda / รักโบราณ / คุณหนูคุ้มภัยกับคุณชายเสเพล / ตอนที่ 8 เขาคือแฝดผู้น้อง

Share

ตอนที่ 8 เขาคือแฝดผู้น้อง

last update Tanggal publikasi: 2026-07-04 09:06:10

“เป็นใคร” ถามออกเสียงเรียบเรื่อยคล้ายไม่ใส่ใจนัก พลางหยิบหมั่นโถวออกมาสองชิ้น แล้วยื่นให้ไป๋เทียนคั่วหนึ่งชิ้น เขารับไปคล้ายเป็นเรื่องปกติ เมื่อเช้านางรีบออกจากบ้านจึงไม่ได้กินอาหารเช้า

           แต่ยังไม่ได้กัดกินก็มีเสียงเล็กแหลมดังขึ้นด้านหลัง “พี่ซูหย่า กินอาหารเช้ามาหรือยังเจ้าคะ วันนี้ข้าออกไปซื้อซาลาเปามาหลายชิ้น ข้าจึงซื้อมาฝากท่านด้วย มีทั้งไส้หมูและไส้ผัก ท่านชอบกินไส้อะไรหรือเจ้าคะ” เป็นเสียงของเหมยลี่สาวใช้ประจำสำนักคุ้มภัยเมฆาเหิน

เหมยลี่เป็นคนไร้บ้าน ซูหย่าจึงให้พักอยู่ในสำนักคุ้มภัย เพราะที่นี่เป็นทั้งสำนักงานและบ้านของทุกคน หากใครไม่มีบ้านก็สามารถมาอาศัยอยู่ที่นี่ได้ อีกอย่างงานคุ้มภัยไปกลับไม่เป็นเวลา จึงต้องมีที่พักให้กับคนงานด้วย ซึ่งคนที่อยู่ดูแลเป็นประจำก็คือรองเจ้าสำนักชิวและครอบครัว หลายปีที่ผ่านมาซูหย่าจึงไปกลับบ้านได้อย่างสบายใจ

ย้อนไปเมื่อสองปีก่อน เหมยลี่กำลังจะถูกญาติขายให้กับหอนางโลมเพราะนางเป็นเด็กกำพร้า บิดามารดาจากไปด้วยโรคระบาด ญาติพี่น้องฐานะยากจนพวกเขาจึงไม่สามารถเลี้ยงดูนางได้ ตอนนั้นนางอายุเพียงสิบสามปี ซูหย่าเดินผ่านไปเห็นเข้า จึงรับซื้อนางมาทำงานในสำนักคุ้มภัย โดยอ้างว่ารองเจ้าสำนักชิวเป็นคนให้ความช่วยเหลือ

แต่ถึงอย่างนั้นเหมยลี่ก็ยังคิดว่าซูหย่าคือผู้มีพระคุณของนาง ชาตินี้นางจะขอจงรักภักดีต่อซูหย่าไม่คิดเปลี่ยนแปลง แม้ร่างกายก็สามารถมอบให้เขาได้ ที่เหมยลี่คิดเช่นนั้นก็เพราะที่สำนักคุ้มภัยเมฆาเหินมีเพียงรองเจ้าสำนักชิว ไป๋เทียนคั่ว และท่านหมอกัวเท่านั้นที่รู้ว่าซูหย่าเป็นเจ้าของสำนักคุ้มภัย อีกทั้งยังรู้ว่านางเป็นสตรี ส่วนบ่าวคุ้มภัยคนอื่น ๆ หาได้รู้เรื่องนี้ไม่ ทุกคนจึงไม่เคยเห็นหน้าเจ้าสำนักแม้แต่ครั้งเดียว แม้แต่เหมยลี่เองก็ยังไม่รู้

           “ข้ามีหมั่นโถวแล้ว เจ้าเก็บไว้กินเองเถอะ”

           “แต่ข้าอยากให้ท่านลองชิมดู” สีหน้าของนางหม่นลงเล็กน้อย

           ซูหย่าอยากฟังเรื่องที่ไป๋เทียนคั่วไปสืบมา จึงพูดตัดบท “ได้ เช่นนั้นเจ้าก็วางไว้เถอะ เดี๋ยวข้าจะลองชิมดู”

           เหมยลี่ฉีกยิ้มกว้าง “เจ้าค่ะ” นางว่าอย่างกระตือรือร้น “ข้ายังเตรียมน้ำขิงมาเผื่อท่านด้วย” ว่าจบก็วางถ้วยน้ำขิงลงข้างซาลาเปา จากนั้นจึงเดินจากไปอย่างอารมณ์ดี

           ซูหย่าส่ายศีรษะอย่างเหนื่อยอ่อน ไป๋เทียนคั่วเอ่ยเย้าว่า “สงสัยหัวหน้าจะได้แต่งภรรยาแล้วกระมัง”

           “เจ้าอย่าได้พูดจาเหลวไหล ระวังฟ้าจะผ่าเอาได้” ทุกคนในสำนักคุ้มภัยต่างดูออกว่าเหมยลี่คิดอย่างไรกับซูหย่า แต่ซูหย่าหาได้สนใจไม่

           ไป๋เทียนคั่วหัวเราะฮาฮา หันมองแผ่นหลังเหมยลี่คราหนึ่งดวงตาฉายแววซับซ้อน “หัวหน้าน่าจะบอกความจริงกับนาง นางจะได้ทำใจแต่เนิ่น ๆ”

           “นางเก็บความลับได้ไม่ดี เช่นนั้นข้าจึงบอกนางไม่ได้” ซูหย่ากล่าวอย่างไม่แยแส “เจ้าพูดเรื่องที่ข้าให้ไปสืบมาเถอะ อย่าสนใจนางเลย”

           “จริงสิ ข้าเกือบลืมไปเลย ความจริงแล้วเขาคนนั้นก็คือแฝดผู้น้องขององค์ชายใหญ่เซี่ยเหยียนฟง”

           ซูหย่านิ่งงันไปคล้ายไม่อยากเชื่อนัก นางเคยได้ยินเรื่องของคนผู้นี้แต่ไม่เคยเห็นหน้า “เป็นองค์ชายที่ถูกส่งไปเลี้ยงดูโดยสามัญชนอย่างนั้นหรือ” เรื่องนี้นางเพิ่งรู้เมื่อห้าปีก่อน ตอนที่เซี่ยเหยียนเหวินถูกเซี่ยเจี้ยนกั๋วฮ่องเต้เรียกตัวกลับเมืองหลวง เหตุเพราะองค์ชายใหญ่ถูกทำร้ายจนถึงขั้นพิการ

           “ขอรับ”

“มิน่าเล่าข้าถึงได้รู้สึกคุ้นชื่อเขานัก” ซูหย่าไม่ค่อยสนใจเรื่องของราชวงศ์ นางจึงจำชื่อเขาไม่ได้ในทันที 

           “เขาคงไม่คิดปิดบังท่านเช่นกัน” ไม่เช่นนั้นคงไม่กล้าบอกชื่อที่แท้จริงออกมา

“ไม่น่าเชื่อว่าหนุ่มเจ้าสำราญอย่างเขาจะกล้าแหกคุกช่วยเหลือกบฏ” แววตานางดูซับซ้อน จากข่าวลือที่แพร่สะพัดไปทั่วเมืองหลวงเซี่ยเหยียนเหวินเป็นคนไม่เอาถ่านไม่ใช่หรือ แล้วจะไปช่วยเหลือกบฏได้อย่างไร ดูแล้วคนผู้นี้คงไม่ใช่มีดีแค่หน้าขาวอย่างเดียวแล้วกระมัง

           “หรือบางทีเรื่องนี้อาจจะไม่ใช่อย่างที่ทุกคนคิด” ไป๋เทียนคั่วออกความเห็น

           “ก็อาจจะมีส่วน” ซูหย่ามีสีหน้าครุ่นคิด แต่เพียงไม่นานก็กลายเป็นปกติ “ช่างเถอะ ถึงอย่างไรเรื่องนี้ก็จบไปแล้ว ข้าคงไม่ได้เจอเขาอีก” แต่พอคิดถึงเรื่องคืนนั้นนางก็นึกหวั่นใจขึ้นมา เขาบอกว่าจะกลับมาเอาคำตอบ แต่นี่ก็หลายวันแล้ว เขาคงลืมไปแล้วกระมัง เช่นนั้นก็ขอให้ลืมไปตลอดเถิด

           “ข้าก็หวังให้เป็นเช่นนั้น” แต่ไป๋เทียนคั่วก็ยังไม่คลายกังวล “หากองค์ชายรองรู้ว่าคนที่ช่วยเหลือคนร้ายคือท่าน สำนักคุ้มภัยเมฆาเหินคงอยู่ไม่สงบแล้ว”

           “เขาคงคิดไม่ถึงหรอก” เดิมทีสำนักคุ้มภัยเมฆาเหิน ประกาศออกมาอย่างชัดเจนว่าจะไม่ขอยุ่งเกี่ยวกับราชสำนัก อีกทั้งเซี่ยเจี้ยนกั๋วฮ่องเต้ยังเกรงใจสำนักคุ้มภัยอยู่หลายส่วน เช่นนั้นเซี่ยหมิงเสียงคงไม่คิดจะหาเรื่องนาง

เหตุผลที่เซี่ยเจี้ยนกั๋วเกรงใจสำนักคุ้มภัย ก็เพราะสำนักคุ้มภัยเมฆาเหินมีอาวุธลับที่เรียกว่าปืนพ่นไฟ ที่สามารถทำลายคู่ต่อสู้ได้อย่างแม่นยำ แม้อยู่ในระยะไกลก็ตาม ซึ่งบุคคลภายนอกยังไม่มีใครเคยเห็นอาวุธที่เรียกว่าปืนพ่นไฟนี้ ว่ากันว่ามันมีราคาหลายพันตำลึง จะว่าไปแล้วสำนักคุ้มภัยเมฆาเหินก็เปรียบเสมือนผู้มีอิทธิพลคนหนึ่งในเมืองหลวงแห่งนี้

           หลังจากทั้งสองสนทนากันเสร็จแล้วจึงเดินเข้าไปในลานฝึกยุทธ์ เนื่องจากวันนี้หัวหน้าคุ้มภัยคณะอื่นออกทำงาน คณะของซูหย่าจึงอยู่ที่สำนักงานเพื่อฝึกยุทธ์ 

           กล่าวถึงเจ้าของร้านหนังสือเต๋อรุ่นถัง เมื่อได้รับต้นฉบับจากผู้ดูแลจางเขาก็เริ่มอ่านเนื้อหาทันที คิ้วของเขาพลันขมวดเป็นปมเมื่ออ่านชื่อนิยาย ‘สามีที่ดีคือสามีใหม่’ ด้วยความอยากรู้ว่าเนื้อหาเป็นอย่างไร มู่หรงเจียจึงรีบเปิดอ่านหน้าถัดไปทันที

           พออ่านบทแรกบทต่อไปก็วางไม่ลงเหมือนเช่นทุกครั้งที่เขาอ่านนิยายของฟู่เอิน แต่เรื่องนี้มีความแตกต่างจากเรื่องก่อน ๆ เพราะเขาเขียนให้นางเอกมีโอกาสเลือกสามีใหม่ได้ตามใจตนเอง ซึ่งในความเป็นจริง ไม่มีสตรีคนใดทำได้แบบนั้น การเลือกคู่ครองของบุตรย่อมเป็นหน้าที่ของบิดามารดา นี่บัณฑิตฟู่เอินกล้าเขียนได้อย่างไร

           มู่หรงเจียใช้เวลาอ่านนิยายของฟู่เอินตั้งแต่เช้ายันเย็น โดยไม่หยุดพักทานอาหารกลางวันเลยด้วยซ้ำแต่ยังดีที่ยังมีหมั่นโถวสองชิ้นกับน้ำชาให้คลายหิว พออ่านถึงตอนจบเขาก็นั่งนิ่งไปชั่วขณะ จากนั้นก็หัวเราะออกมาเสียงดังด้วยความพึงพอใจ และอดทึ่งในความสามารถของฟู่เอินไม่ได้ นิยายที่แตกต่างเช่นนี้แหละที่เขาต้องการ

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • คุณหนูคุ้มภัยกับคุณชายเสเพล   ตอนพิเศษ 5

    หลังจากกินอาหารเสร็จแล้ว เซี่ยเหยียนเหวินจึงพาสหายไปพักผ่อนจิ้งอี๋มองตามทั้งคู่ด้วยความสงสัย “ฮูหยิน เหตุใดสหายเจิงถึงพักห้องเดียวกันกับคุณชายสามเจ้าคะ”“พวกเขาคงมีเรื่องคุยกันกระมัง พี่จิ้งอี๋ไปเตรียมมื้อเย็นเถอะ” เพราะเย็นนี้มีอาหารต้องเตรียมหลายอย่าง ต้วนซูหย่าจึงให้นางไปเตรียมวัตถุดิบเร็วหน่อย“เจ้าค่ะ”ให้หลังจิ้งอี๋เซี่ยเหยียนเหวินจึงเอ่ยกับภรรยา “ข้าว่าสหายของซีเอ๋อร์ดูแปลก ๆ นะ”“ท่านพี่ก็สังเกตเหมือนกันหรือเจ้าคะ”“อืม แล้วฮูหยินคิดเหมือนกับข้าหรือไม่” เพราะเคยมีประสบการณ์แบบนี้มาก่อน เซี่ยเหยียนเหวินจึงรู้วิธีจับสังเกตผู้หญิงซูหย่าพยักหน้า พลางเอ่ย “ข้าว่าพวกเราคงไม่ต้องหาสะใภ้ให้ยุ่งยากแล้วกระมัง”“สมกับเป็นลูกชายข้าจริง ๆ” มีสตรีอยู่ข้างกายแต่ไม่รู้ว่าเป็นสตรี “แล้วเราจะทำอย่างไรดี”“รอดูไปก่อนเจ้าค่ะ ข้าคิดว่าซีเอ๋อร์อาจมีใจให้นางเช่นกัน” ไม่เช่นนั้นคงไม่ให้นางติดตามมาด้วย อีกอย่างคงไม่ตามใจนางเช่นนั้นเมื่ออยู่กันตามลำพัง เจิงเสวียนอี้จึงเอ่ยขึ้น “คืนนี้ข้าขอนอนกับเจ้านะ”“ทำไมล่ะ บ้านข้ามีตั้งหลายห้อง เจ้าจะมาแย่งข้านอนทำไม”“ข้าไม่ชินน่ะ กลัวนอนไม่หลับ ข้านอนตรงนี้ก็

  • คุณหนูคุ้มภัยกับคุณชายเสเพล   ตอนพิเศษ 4

    ทั้งสองเดินทางสิบสองวันก็มาถึงภูเขาอีซาน“นี่คือบ้านของเจ้ารึ”“อืม ไปกันเถอะ”เซี่ยเหยียนซีขี่ม้าเข้าไปในลานบ้านของตน ก็มีคนผู้หนึ่งออกมาต้อนรับ เส้นผมบนศีรษะของเขากลายเป็นสีดอกเลาเกือบครึ่งศีรษะแล้ว เขาคือลู่จื้อเผิงองครักษ์ข้างกายบิดาของเขา และยังเป็นคนที่เคยเลี้ยงดูบุตรชายทั้งสามของเซี่ยเหยียนเหวินอีกด้วย“คุณชายสามกลับมาแล้ว” ลู่จื้อเผิงเอ่ยออกด้วยความดีใจ ที่เห็นเซี่ยเหยียนซีกลับบ้านสักที“ท่ายลุงลู่” เซี่ยเหยียนซีคำนับลู่จื้อเผิงคราหนึ่ง เพราะลู่จื้อเผิงเปรียบเสมือนคนในครอบครัว เซี่ยเหยียนเหวินกับต้วนซูหย่าจึงให้บุตรชายทั้งสามเรียกเขาว่าท่านลุง ยังมีจิ้งอี๋อีกคนที่พวกเขาต้องเรียกนางว่าท่านป้าเซี่ยเหยียนซีแนะนำสหายของตนให้ลู่จื้อเผิงรู้จัก “นี่คือเจิงเสวียนอี้สหายข้าเอง”“ท่านลุงลู่” เจิงเสวียนอี้คำนับลู่จื้อเผิงเช่นกัน แต่สายตาของลู่จื้อเผิงกลับมองเขาแปลก ๆ“อ้อ ขอรับ” ลู่จื้อเผิงรู้สึกว่ามีบางอย่างในตัวเจิงเสวียนอี้แปลกไป ความรู้สึกเหมือนเขาพบกับเซี่ยฮูหยินคราแรก“ท่านพ่อกับท่านแม่ล่ะ”“อยู่สวนดอกไม้ขอรับ”“เช่นนั้นข้ากับสหายขอตัวก่อนนะ”“ขอรับ”เซี่ยเหยียนซีเดินนำหน้า โดยมีเ

  • คุณหนูคุ้มภัยกับคุณชายเสเพล   ตอนพิเศษ 3

    โรงเตี๊ยมแห่งหนึ่งทางแดนเหนือของแคว้นฉู่ เซี่ยเหยียนซีตื่นขึ้นมาล้างหน้าเตรียมตัวออกเดินทางแต่เช้า “จะไปแล้วเหรอ” เจิงเสวียนอี้เอ่ยถาม ทั้งสองเป็นสหายที่ร่วมท่องยุทธภพมาด้วยกันราวห้าหกปีแล้ว ไปไหนมาไหนก็พักห้องเดียวกันมาตลอด ทั้งสองจึงสนิทสนมกันเป็นอย่างมาก “อืม” “ข้าไปด้วยได้ไหม” “ไปทำไม” “ข้าอยากรู้จักกับบิดามารดาของเจ้า” “แต่ข้าคงไม่ได้กลับมาส่งเจ้าหรอกนะ” เพราะเขาเคยสัญญากับพี่ชายฝาแฝดทั้งสองว่าหากท่องยุทธภพจนอายุครบยี่สิบสามปีเมื่อไร เขาจะกลับไปแต่งงานและอยู่ดูแลบิดามารดาที่ภูเขาอีซาน ซึ่งตอนนี้อายุเขาก็เลยยี่สิบสามปีมาครึ่งปีแล้ว สำคัญกว่านั้นคือเขายังหาสตรีที่ถูกใจไม่ได้เลย “ในสายตาเจ้า ข้าดูอ่อนแอเพียงนั้นเชียวรึ” “ก็ไม่” เจิงเสวียนอี้ไม่ใช่บุรุษที่มีร่างกายสูงใหญ่ เขาเตี้ยกว่าเซี่ยเหยียนซีราวสี่ฉื่อ แต่กลับมีวรยุทธ์สูงส่ง อีกทั้งยังกินง่ายอยู่ง่ายคล้ายกับเซี่ยเหยียนซี ทั้งสองจึงเดินทางท่องยุทธภพด้วยกันมาอย่างยาวนาน อีกทั้งยังรู้ใจกันเป็นอย่างดี “งั้นข้าขอไปบ

  • คุณหนูคุ้มภัยกับคุณชายเสเพล   ตอนพิเศษ 2

    รถม้าจอดที่จวนของเซี่ยเหยียนเหวิน“ท่านพ่อ นี่คือบ้านของใครหรือขอรับ” เซี่ยเหยียนอันถาม“บ้านพ่อเอง”“ท่านพ่อมีบ้านใหญ่โตถึงเพียงนี้เชียวหรือขอรับ”“อืม ไปเถอะเข้าไปในบ้านกัน”สองพี่น้องฝาแฝดยังทำหน้างงงที่บิดามีบ้านหลังใหญ่ขนาดนี้ เซี่ยเหยียนชิงมองเห็นบ้านทางทิศตะวันออกจึงถาม “ท่านพ่อ บ้านหลังนั้นเป็นของใครหรือขอรับ”“บ้านท่านยาย แต่ตอนนี้ท่านยายย้ายไปอยู่บ้านท่านตาแล้ว”“ข้าเข้าใจแล้วขอรับ”วันต่อมาต้วนซูหย่ากับเซี่ยเหยียนเหวินจึงพาบุตรชายทั้งสองไปที่จวนสกุลต้วน ตอนนี้ต้วนจื่อรุ่ยลาออกจากราชการมาอยู่เป็นเพื่อนภรรยากับมารดาแล้ว เขาจึงอยู่ที่จวนด้วย ต้วนซูหย่ากับเซี่ยเหยียนเหวินคารวะต้วนจื่อรุ่ยกับฮูหยินผู้เฒ่าต้วน แต่สิ่งที่ทำให้ต้วนจื่อรุ่ยหัวใจพองโตมากที่สุดคือต้วนซูหย่ายอมเรียกเขาว่าท่านพ่อ “เจ้าสบายดีหรือไม่” แม้ในจดหมายนางจะเขียนบอกหลิวเหม่ยหลิงตลอด แต่ต้วนจื่อรุ่ยก็ยังอยากฟังจากปากบุตรสาว “สบายดีเจ้าค่ะ” เด็กแฝดสองคนก็คารวะเช่นเดียวกัน “คารวะท่านยายทวด ท่านตาขอรับ” “ทำไมเหลนยายถึงได้น่ารักน่าชังเช่นนี้” ฮูห

  • คุณหนูคุ้มภัยกับคุณชายเสเพล   ตอนพิเศษ 1

    ต้วนซูหย่ากับเซี่ยเหยียนเหวินยังคงเลี้ยงดูบุตรทั้งสองอยู่ที่ภูเขาอีซาน คราแรกคนในหมู่บ้านหวงหลิ่งต่างพากันจับตามองฝาแฝดทั้งสองคนว่าจะนำพาหายนะอะไรมาสู่หมู่บ้านหรือไม่ เพราะสองสามีภรรยาคู่นี้ไม่ยอมแยกบุตรทั้งสองออกจากกัน เหมือนประเพณีที่สืบทอดกันมา ตามความเชื่อเดิมหากไม่แยกบุตรฝาแฝดเลี้ยงดูอยู่กันคนละที่ก็จะทำให้พื้นที่ตรงนั้นเกิดภัยพิบัติทางธรรมชาติอย่างที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน ชาวบ้านยังคงเฝ้ามองดูอยู่อย่างเงียบ ๆ ด้วยความหวาดกลัวทว่าตอนนี้เด็กฝาแฝดสองคนนั้นอายุได้สี่ปีเต็มแล้วก็ยังไม่มีภัยพิบัติเกิดขึ้น แต่กลับมีแต่สิ่งที่น่ายินดีเพิ่มเข้ามาในหมู่บ้าน อย่างเช่น คนในหมู่บ้านมีอาชีพที่ใช้ทำมาหากินมากขึ้นเช่น ปลูกกุหลาบ มะลิ และเก๊กฮวยขาย ซึ่งคนที่รับซื้อก็คือบิดามารดาของเด็กฝาแฝดสองคนนั้น ในหมู่บ้านมีการจ้างงานกันมากขึ้น ไม่ต้องล่าสัตว์เก็บของป่าเพียงอย่างเดียวมีการสอนทำขนมขาย พร้อมกับชาดอกไม้ เพราะตอนนี้เซี่ยเหยียนเหวินกับต้วนซูหย่าได้เปิดหอซุ่นจิ่วเจียอีกสาขาหนึ่งที่เมืองหนานจิง ซึ่งทำให้ต้องการชาดอกไม้และขนมที่หลิวเหม่ยหลิงทำขายเป็นจำนวนมาก ชาวบ้านในหมู่บ้านหวงหลิ่งจึ

  • คุณหนูคุ้มภัยกับคุณชายเสเพล   ตอนที่ 112 บทส่งท้าย 2

    สองเดือนผ่านไปทั้งสองก็ได้ยินข่าวว่าเสิ่นซู่เจียจากไปเพราะป่วยหนัก ซึ่งเรื่องนี้ต้วนซูหย่าและเซี่ยเหยียนเหวินรู้ดีว่าสาเหตุที่แท้จริงที่นางจากไปเกิดจากอะไรกันแน่ กระนั้นพวกเขาก็ไม่ได้เอ่ยถึงเรื่องนี้อีกส่วนนักฆ่าผู้นั้นหลังจากกินอาหารเย็นวันหนึ่งแล้วก็จากไปอย่างสงบ ต้วนซูหย่าบอกเขาเสมอว่าไม่มีสัจจะในหมู่โจร เช่นนั้นเขาไม่จำเป็นต้องรักษาคำพูดที่ให้ไว้กับโจรผู้นั้นสองสามีภรรยาอาศัยอยู่ในบ้านบนภูเขาอีซานอย่างมีความสุข ต้วนซูหย่ายังคงเขียนนิยายทุกวันเขียนเสร็จก็ให้สามีช่วยอ่าน และทุกวันทั้งคู่ยังช่วยกันดูแลแปลงกุหลาบ เก๊กฮวย และมะลิ ที่พวกเขาช่วยกันปลูกไว้ตั้งแต่มาถึงบ้านพักได้เพียงห้าวัน ตอนนี้เริ่มตากแห้งและส่งไปให้หลิวเหม่ยหลิงทำชาขายได้แล้วซึ่งในแต่ละเดือนสำนักคุ้มภัยเมฆาเหินจะเดินทางมาที่บ้านพักของเซี่ยเหยียนเหวินทุกเดือนเพื่อนำตั๋วเงินมาส่งมอบให้ ซึ่งคนที่เป็นหัวหน้าคุ้มภัยก็คือไป๋เทียนคั่ว และยังมีเหมยลี่ติดตามมาด้วย ครั้งนี้ก็เช่นเดียวกัน“พี่ซูหย่าข้าว่าท่านดูอวบขึ้นนะเจ้าคะ ดูเหมือนจะสวยขึ้นด้วย บอกข้ามาซะดี ๆ ว่าท่านมีของดีอะไร”ต้วนซูหย่ายิ้มแล้วโน้มตัวเข้าไปกระซิบข้างหูเหม

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status