Masukเวินหนิงกับฮูหยินผู้เฒ่าที่ได้ยินก็ปากสั่นเดินตรงมาเพื่อจะฟาดนางอีกรอบ เวินซูฉียอมเจ็บตัวจับปลายแส้เอาไว้แล้วกระชาก ด้วยแรงบุรุษมีมากกว่านางตัวเล็กจึงจับปลายแส้มั่นแล้วออกแรงถีบเก้าอี้ไม้ที่หยางเว่ยหมิงนั่งอยู่จนเขาเกือบหงายหลัง และชิงเอามาจนได้ จากนั้นนางก็เริ่มลงมือ
เพล้ง!! ปัง!! เพล้ง!! โครม!! โครม!! แส้ไม่ได้ฟาดถูกคนแต่กลับฟาดไปที่เครื่องลายคราม โต๊ะไม้ ฉากกั้นที่มีราคาแพง ฮูหยินผู้เฒ่าถึงกับจะเป็นลมเมื่อมือบางยกปะการังสีอำพันออกมา นางเงื้อขึ้นสูงแต่ว่าเพ่ยเพ่ยรีบมาห้าม
"คุณหนูชิ้นนี้เป็นของพระราชทานเจ้าค่ะ หากทำลายเท่ากับมีความผิด"
"อ้อ..คุณชายหนานกงได้ยินว่าท่านเก่งเรื่องของเก่าแก่ เช่นนั้นปะการังนี้ของจริงหรือไม่ หากไม่จริงแล้วของจริงอยู่ที่ใด หากว่าปลอมกล้าปลอมของพระราชทานมีโทษเช่นไร"
นางเงื้อมือสูงขึ้นพร้อมจะทุ่มลงทุกเมื่อเวินหนิงรีบเข้าไปเพื่อจะคว้าก่อนจะยอมสงบศึก
"ฉีเอ๋อร์.....นี่เป็นของพระราชทานเจ้าอย่าทำเช่นนี้ มิเช่นนั้นจะถูกตัดหัวทั้งบ้านเชียวนะ"
"ฉีเอ๋อร์หรือตาแก่ เรียกเสียดูญาติดีเชียวนะ นี่ดูเผินๆเหมือนของจริงมาก แต่พอยกขึ้นก็รู้ว่าเป็นหินแกะสลัก จากความทรงจำร่างเดิมจำได้ว่าเพื่อติดสินบนคนคุมสอบให้กับบุตรชายของเขากับนางเมียน้อยนั่นได้ตำแหน่งตาแก่นี่จ่ายไปไม่น้อย"
เวินซูฉีคิดในใจก่อนจะยอมวางแล้วเอ่ยกับเวินหนิง
"ได้..เอามือสกปรกของท่านออกไป"
หยางเว่ยหมิงรำคาญที่จะอยู่ต่อจึงเอ่ยกับชายสูงวัยตรงหน้า
"เรื่องในครอบครัวท่านข้าไม่อยากรับรู้ แต่ภายในสามวันข้าไม่ต้องการเห็นหน้านางในเมืองหลวง"
ร่างสูงลุกขึ้น ใบหน้าเบี้ยวเล็กน้อยแต่ไม่ได้แสดงอาการอย่างอื่น เขายังเจ็บที่หลังจากแส้ของเวินหนิง อีกทั้งจุกจากการที่ถูกถีบกล่องดวงใจ สตรีน่าตายนี่กล้าเอาเขาเป็นเกราะกำบังให้ตัวเอง
"จวินเหยา....ข้าจะกลับแล้วเจ้าจะกลับหรือไม่"
เมื่อเห็นเขามองเวินซูฉีไม่วางตา หยางเวยหมิงรู้สึกหงุดหงิดบอกไม่ถูก ร่างสูงของหนานกงซวีลุกขึ้นเอ่ยกับเวินหนิง
"เอ่อ..คุณหนูสามปะการังนั่นของปลอมน่ะ หากเจ้าอยากทุบก็ทุบเถอะ"
เวินหนิงและฮูหยินผู้เฒ่าหน้าซีด หากคนรู้ว่านี่ของปลอมของจริงล่ะไปอยู่ที่ใด เรื่องที่เขาเอาของพระราชทานไปขายก็จะถูกเปิดโปง เวินเหยียนเอ่ยอย่างมีจริต นางทำตัวไร้เดียงสาซึ่งเป็นสิ่งที่คุณชายคนนี้เกลียดที่สุด นางส่งสายตาให้หนานกงซวี
"คุณชายหนางกงเจ้าคะ นี่เป็นของพระราชทานท่านจะบอกว่าปลอมได้อย่างไรกัน"
หนานกงซวีเพียงแค่อยากเอาคืนให้กับเด็กน้อยตรงหน้าที่ดูเหมือนว่าใครๆในครอบครัวก็รุมรังแกนางไม่เว้นแม้แต่สหายของตน เขาจึงเอ่ยตอบกลับเวินเหยียน
"ที่บ้านข้ามีสามต้น ท่านปู่ได้มาจากโพ้นทะเลจริงหรือปลอมหลอกสายตาข้าไม่ได้หรอก คุณหนูสามแล้วพบกันนะ"
"ซูฉีน้อมส่งคุณชายหนานกงเจ้าค่ะ เดินทางราบรื่นนะเจ้าคะ"
หยางเวยหมิงกำมือแน่นก่อนจะเอ่ยเสียงเข้มตวาดออกไป
"ร่ำลากันพอหรือยัง เจ้าไม่กลับข้ากลับก่อนแล้วกัน"
หนานกงซวีหันกลับไปเขาก็เดินไปแล้ว เวินซูฉีไม่ทำอะไรต่อนางเดินไปหาร่างสูงพร้อมกับเอ่ย
"ข้าน้อยไปส่งท่านนะเจ้าคะ คุณชายเชิญ"
หนานกงซวียิ้มให้นางและพยักหน้า คนที่ถึงรถม้าก่อนหน้ารู้สึกหงุดหงิดจึงสะบัดมือไปหนึ่งทีก็ทำเอากระถางแตกไปสามใบ ต้นไม้ใหญ่โค่นลงมา เวินซูฉีหันไปเห็นก็เอ่ยกับเขาอย่างยียวน
"กำลังอยากได้ฟืนพอดี ขอบใจนะไอ้คนแซ่หยาง คุณชายหนานกงส่งแค่นี้นะเจ้าคะ"
"ขอบคุณมากคุณหนูสาม"
"ท่านรูปงามเพียงนี้ยังมิแต่งฮูหยิน บางทีหากท่านอยู่ห่างจากพลังงานลบท่านอาจเจอเนื้อคู่ก็ได้เจ้าค่ะ"
นางเอ่ยกับเขา หนานกงซวียิ้มก่อนจะขึ้นรถม้า ส่วนเวินซูฉีมีเรื่องต้องจัดการกับคนในบ้านก่อน เริ่มจากยุแหย่บ้านใหญ่ตาแก่เวินหนิงอาศัยสมบัติมารดาร่างเดิมได้เป็นผู้นำตระกูล ยายแก่นั่นเดิมทีก็แค่หญิงหม้ายที่ท่านปู่แต่งเข้ามาเวินหนิงบิดาร่างนี้กับบ้านสามคือลูกชายนาง
"ไล่ฉันออกจากเมืองหลวงหรือ ไอ้คนแซ่หยาง บ้านสกุลเวินฉันมีเซอร์ไพรใหญ่มากนะรอก่อนเถอะ"
เวินซูฉีรอคนมาก่อน ไม่นานก็เห็นเงาไหววูบที่หน้าต่าง เป็นคนที่นางให้เพ่ยเพ่ยไปหลอกล่อคนของลุงใหญ่มาฟังเรื่องที่นางจะเอ่ย เมื่อคนมาแล้วนางจึงเอ่ยกับพี่ชาย"ข้ารู้ว่าเขาคือท่านพ่อของพวกเรา แต่อย่างไรเล่าเวินซูเหิงนะเวินซูเหิงเจ้าคิดดีๆสิ ลุงใหญ่ที่เป็นพี่ชายคนโต ยามนี้ยังได้ทำงานเป็นรองเจ้ากรมราชทัณฑ์กลับไม่ได้ครองตำแหน่งผู้นำตระกูล แต่ลูกบ้านรองที่เกิดจากเมียรองกลับได้เป็นผู้นำตระกูลนั่นเพราะอะไร เพราะเขาอาศัยสมบัติท่านแม่ของเราไต่เต้า จนได้ทั้งตำแหน่งผู้นำตระกูลและจ้าวกรมการคลัง ยังมีอะไรที่เขาทำไม่ได้อีก"เวินซูฉีเอ่ยจบก็จิบชาต่อแก้กระหายและกล่าวต่อให้พี่ชายหายโง่"ข้าจะบอกเจ้าให้หายโง่ คืนก่อนหน้าท่านแม่มาหาข้าบอกว่าท่านย่าปวดหัวรุนแรงนางจะไปเอายาที่หอโอสถเดิมข้าจะไปด้วยแต่ว่าเวินเหยียนกลับมาหาข้าและบอกว่าต้องการให้ข้าไปช่วยนางเลือกของขวัญวันเกิดท่านย่าทั้งที่ยังมีเวลาอีกสิบวัน จากนั้นนางก็ให้ลุงหลิวคนขับรถม้าไปส่งท่านแม่ ลุงหลิวที่ถูกกล่าวหาว่าเป็นชู้กับท่านแม่กลับหายตัวไป "เวินซูฉีมองมาคนที่นอนคว่ำเขาทำได้เพียงคะแคงใบหน้ามองน้องสาวที่นั่งอยู่บนเก้าอี้ เวินซูเหิงไม่รู้สึกว่าตนเองต่
เวินซูฉีที่ตอนนี้รับรู้เรื่องราวผ่านความทรงจำทุกอย่าเรียบร้อยแล้ว ที่ต้องจัดการด่วนคือไอ้โง่เวินซูเหิง ร่างบางเดินไปยังห้องนอนใหญ่นางเพียงแค่ก้าวเข้าไปในบริเวณสวนก็มีเสียงดังและเสียงโครมครามตามมา"โครม!! เพล้ง!! เสียงขว้างปาข้าวของดังออกมา ตามด้วยเสียงสบถหยาบคาย"ไป๊!! ออกไปให้หมดไปให้พ้นหน้าข้า เจ้าก็ด้วยอย่ามาทำเป็นสงสารข้ารู้ว่าจริงๆเจ้าสมเพชข้า ทุกอย่างเป็นเพราะนาง เป็นเพราะนางแพศยาเสิ่นอันหนิงนั่น""ฮือๆๆพี่ใหญ่..ท่านอย่าทำเช่นนี้ อย่าเอ่ยถึงนางเช่นนี้""อย่ามาร้องห่มร้องไห้ที่นี่ เจ้าจะแช่งข้าหรือเวินซูเจินไสหัวไป นางตัวดีเวินซูฉีนั่นอีกคนสร้างเรื่องให้ข้าถูกคนตราหน้ามากกว่าเดิม พวกเจ้ามันคนไร้ประโยชน์ ไป๊!!"เพล้ง"โอ๊ยยย....พี่ใหญ่"ปัง!!! ประตูเปิดออกทันที เวินซูฉีที่ยืนสง่าจนเงาของนางทอดยาวทาบทับร่างสูงที่นั่งอยู่บนรถเข็น นางเดินไปเร่งแสงตะเกียง กลิ่นอับและกลิ่นฉี่เหม็นคลุ้งไปหมด ไม่มีคนอยากมาดูแลเขานอกจากหนุ่มน้อยวัยสิบขวบอย่างอาไท่ ร่างระหงเดินมาตรงหน้าก่อนจะเงื้อมือขึ้นจนสุดแล้วเหวี่ยงลงมาที่ใบหน้าซูบซีดสามทีซ้อน ฉาด!! เพี๊ยะ!! เพี๊ยะ!! เพี๊ยะ!!"ไอ้คนไร้ประโยชน์เวินซูเหิ
เวินหนิงกับฮูหยินผู้เฒ่าที่ได้ยินก็ปากสั่นเดินตรงมาเพื่อจะฟาดนางอีกรอบ เวินซูฉียอมเจ็บตัวจับปลายแส้เอาไว้แล้วกระชาก ด้วยแรงบุรุษมีมากกว่านางตัวเล็กจึงจับปลายแส้มั่นแล้วออกแรงถีบเก้าอี้ไม้ที่หยางเว่ยหมิงนั่งอยู่จนเขาเกือบหงายหลัง และชิงเอามาจนได้ จากนั้นนางก็เริ่มลงมือเพล้ง!! ปัง!! เพล้ง!! โครม!! โครม!! แส้ไม่ได้ฟาดถูกคนแต่กลับฟาดไปที่เครื่องลายคราม โต๊ะไม้ ฉากกั้นที่มีราคาแพง ฮูหยินผู้เฒ่าถึงกับจะเป็นลมเมื่อมือบางยกปะการังสีอำพันออกมา นางเงื้อขึ้นสูงแต่ว่าเพ่ยเพ่ยรีบมาห้าม"คุณหนูชิ้นนี้เป็นของพระราชทานเจ้าค่ะ หากทำลายเท่ากับมีความผิด""อ้อ..คุณชายหนานกงได้ยินว่าท่านเก่งเรื่องของเก่าแก่ เช่นนั้นปะการังนี้ของจริงหรือไม่ หากไม่จริงแล้วของจริงอยู่ที่ใด หากว่าปลอมกล้าปลอมของพระราชทานมีโทษเช่นไร"นางเงื้อมือสูงขึ้นพร้อมจะทุ่มลงทุกเมื่อเวินหนิงรีบเข้าไปเพื่อจะคว้าก่อนจะยอมสงบศึก"ฉีเอ๋อร์.....นี่เป็นของพระราชทานเจ้าอย่าทำเช่นนี้ มิเช่นนั้นจะถูกตัดหัวทั้งบ้านเชียวนะ""ฉีเอ๋อร์หรือตาแก่ เรียกเสียดูญาติดีเชียวนะ นี่ดูเผินๆเหมือนของจริงมาก แต่พอยกขึ้นก็รู้ว่าเป็นหินแกะสลัก จากความทรงจำร่างเดิม
แวนด้าที่ตอนนี้นอนแผ่หลาอยู่ในห้อง สายตามองเพดานอย่างเลื่อนลอย สภาพห้องที่ทรุดโทรมเธออาศัยอยู่กับน้องสี่ของเธอและสาวใช้ ส่วนพี่ชายอยู่อีกห้อง ตอนนี้พี่ชายอารมณ์เสียบ่อยๆเพราะเดินไม่ได้ เวินหนิงไอ้พ่อสารเลวนั้นบอกว่าแม่ของร่างนี้ว่ามีชู้ เขาจับได้นางเลยกระโดดน้ำตายหนีความผิด เท่าที่จำได้ศพของมารดานางมีรอยแดงที่คอคล้ายกับถูกรัดตอนที่มีคนงมขึ้นมาจากน้ำ คนจมน้ำต้องลอยอืดสิ นี่แปลว่ามารดานางตายก่อนจมน้ำ อีกอย่างสั่งให้คนไปงมแต่ไม่ค้นหาเหมือนรู้อยู่แล้วว่านางจมน้ำจุดไหน ไอ้แก่เวินรอฉันก่อนเถอะ จะเอาคืนให้สาสมเลยแวนด้า ตอนนี้ยอมรับแล้วว่าจากนี้ไปเธอก็คือเวินซูฉีคุณหนูสามสกุลเวิน บุตรสาวเมียเอกที่พ่อไม่รัก แต่ไปรักลูกเมียน้อยอย่างเวินเหยียน ยายผู้หญิงสตอเบอรี่นั่นเป็นคนเอายามาให้แล้วบอกว่าจะทำให้หยางเว่ยหมิงตกลงแต่งงานกับนาง ไอ้ราชครูนั่นตื่นมาก็บีบคอนางแล้วเหวี่ยงนางเสียกระเด็น"ยายโง่...คลั่งรักแบบโง่ๆ ผู้ชายมีมากมายดันไปหลงไอ้หน้าหล่อแต่ไม่มีสมอง ยายโง่เอ๋ยผู้ชายนะแค่มีเงินจะหาหล่อแค่ไหนอยากได้กี่คนก็ได้"เวินซูฉีลุกขึ้นมานั่งกอดเข่าคิดทบทวนว่าจะเอาอย่างไรดี แต่ก็มีเสียงดังมาจากด้านนอก"ค
แวนด้าเดินออกไปก็เจอกับชายหนุ่มรูปร่างสูงโปร่งใบหน้าหล่อเหลา หยางเว่ยหมิงที่มีธุระกับเวินหนิงบิดาของนางก็มาที่จวนพอดีเมื่อได้ยินว่านางผูกคอตายเพื่อที่จะให้ได้แต่งกับเขา จึงมาเพื่อดูหน้าสตรีหน้าหนา เมื่อมาถึงก็พร้อมที่จะเอ่ยวาจาถากถาง แวนด้ารวบรวมความทรงจำทั้งหมดเขาคือคนที่ร่างนี้พยายามทำทุกอย่างเพื่อจะได้แต่งงานด้วย น้ำเสียงดูแคลนดังออกมาจากปากหยักได้รูป"เจ้าอยากแต่งเข้าจวนสกุลหยางถึงเพียงนี้เชียวหรือเวินซูฉี ข้ามิขาดแคลนสตรี หากต้องแต่งงานกับสตรีทุกคนที่ข้าหลับนอนด้วยเช่นนั้นวันๆ ข้าคงมิต้องทำอันใดแล้วกระมังนอกจากแต่งงาน"หยางเวยหมิงเอ่ยวาจาถากถางสตรีตรงหน้าอย่างไม่ปรานี สตรีงูพิษกล้าวางยาเขาเพื่อปีนขึ้นเตียง แพศยาเช่นนี้เขาไม่มีทางแต่งงานกับนางแน่นอน แวนด้าที่รวบรวมความทรงจำเรียบร้อยแล้วก็มองไอ้หน้าหล่อตรงหน้า อืมหน้าตาดี รูปร่างดีเสียดายปากไม่ดี มันน่าตบด้วยเปลือกทุเรียนจริงๆ ก่อนจะตอกกลับอย่างไม่สนใจ"ไม่แต่งก็ไม่แต่งสิ ท่านคงผ่านผู้หญิงมาเยอะจริงๆ นั่นแหละ พอวนมาถึงข้าถึงไม่มีแรงจะทำเอาเสียเลย ไก่อ่อนชะมัด...เฮ้อ...ข้าเสียดายเงินที่ซื้อยามาวางท่านจริงๆ เหอะไอ้คนไม่ได้เรื่อง"
"ทำไมฉันถึงรู้สึกเหมือนอะไรรัดคอเลยนะ ตอนนอนก็ปกตินี่หว่า แค่กๆๆ"แวนด้ารู้สึกเหมือนกับถูกเชือกรัดคอ เมื่อขยับเหมือนเชือกจะแน่นขึ้น เธอได้สติทันทีพยายามดิ้นรน โอ๊ย...ไอ้บ้าเอ๊ยฉันถูกใครจับแขวนคอวะ คู่แข่งร้านบะหมี่เหรอ แล้วยายนี่ใครอีกเนี่ย"แวนด้าพยายามเอาตัวรอดจากการถูกเชือกรัดคอยก่อนจะได้เห็นบางอย่างผ่านคลื่นในสมอง ผู้หญิงคนหนึ่งกำลังจะผูกคอตายประชดคนในครอบครัว ห้องไม้ห้องหนึ่ง เดี๋ยวนะนี่มันฉากเดียวกับที่อยู่ตรงหน้าเธอนี่หว่า เฮ้ยเธอกำลังผูกคอตายหรือ บ้าสิร้านฉันกำลังขยับขยายนะใครจะโง่ตายตอนนี้ "นี่มันอะไรกันวะเนี่ย แล้วฉันละเมอมาผูกคอตัวเองตอนไหน ที่ห้องพักมีผีหรือวะ โอ๊ยแล้วจะแกะยังไงล่ะเนี่ย"เธอพยายามแกะเชือกที่คอออก เธอมองเห็นเก้าอี้ที่อยู่ไม่ไกลจากใต้ฝ่าเท้าจึงพยายามใช้มือคว้าเส้นเชือกที่เหนือห่วงก่อนจะพยายามเหวี่ยงตัวเองให้ไปยืนบนเก้าอี้"อ่า..ฮึบ อ่า ฮึบ แอ่กๆๆ อีกที อ่าฮึบ"ตึง...สองเท้ายืนมั่นคงจากนั้นก็แกะห่วงที่รัดคอออกสำเร็จ ร่างผอมแห้งลงมาจากเก้าอี้นั่งวแหมะก่อนจะมีเสียงดังมาจากด้านนอก ประตูเปิดออกเด็กผู้หญิงคนหนึ่ง สวมชุดจีนโบราณ







