แชร์

ขับออกจากเมืองหลวง

ผู้เขียน: ดอกท้อในสายลม
last update วันที่เผยแพร่: 2026-03-03 22:59:44

เวินหนิงกับฮูหยินผู้เฒ่าที่ได้ยินก็ปากสั่นเดินตรงมาเพื่อจะฟาดนางอีกรอบ เวินซูฉียอมเจ็บตัวจับปลายแส้เอาไว้แล้วกระชาก ด้วยแรงบุรุษมีมากกว่านางตัวเล็กจึงจับปลายแส้มั่นแล้วออกแรงถีบเก้าอี้ไม้ที่หยางเว่ยหมิงนั่งอยู่จนเขาเกือบหงายหลัง และชิงเอามาจนได้ จากนั้นนางก็เริ่มลงมือ

เพล้ง!! ปัง!! เพล้ง!! โครม!! โครม!! แส้ไม่ได้ฟาดถูกคนแต่กลับฟาดไปที่เครื่องลายคราม โต๊ะไม้ ฉากกั้นที่มีราคาแพง ฮูหยินผู้เฒ่าถึงกับจะเป็นลมเมื่อมือบางยกปะการังสีอำพันออกมา นางเงื้อขึ้นสูงแต่ว่าเพ่ยเพ่ยรีบมาห้าม

"คุณหนูชิ้นนี้เป็นของพระราชทานเจ้าค่ะ หากทำลายเท่ากับมีความผิด"

"อ้อ..คุณชายหนานกงได้ยินว่าท่านเก่งเรื่องของเก่าแก่ เช่นนั้นปะการังนี้ของจริงหรือไม่ หากไม่จริงแล้วของจริงอยู่ที่ใด หากว่าปลอมกล้าปลอมของพระราชทานมีโทษเช่นไร"

นางเงื้อมือสูงขึ้นพร้อมจะทุ่มลงทุกเมื่อเวินหนิงรีบเข้าไปเพื่อจะคว้าก่อนจะยอมสงบศึก

"ฉีเอ๋อร์.....นี่เป็นของพระราชทานเจ้าอย่าทำเช่นนี้ มิเช่นนั้นจะถูกตัดหัวทั้งบ้านเชียวนะ"

"ฉีเอ๋อร์หรือตาแก่ เรียกเสียดูญาติดีเชียวนะ นี่ดูเผินๆเหมือนของจริงมาก แต่พอยกขึ้นก็รู้ว่าเป็นหินแกะสลัก จากความทรงจำร่างเดิมจำได้ว่าเพื่อติดสินบนคนคุมสอบให้กับบุตรชายของเขากับนางเมียน้อยนั่นได้ตำแหน่งตาแก่นี่จ่ายไปไม่น้อย"

เวินซูฉีคิดในใจก่อนจะยอมวางแล้วเอ่ยกับเวินหนิง

"ได้..เอามือสกปรกของท่านออกไป"

หยางเว่ยหมิงรำคาญที่จะอยู่ต่อจึงเอ่ยกับชายสูงวัยตรงหน้า

"เรื่องในครอบครัวท่านข้าไม่อยากรับรู้ แต่ภายในสามวันข้าไม่ต้องการเห็นหน้านางในเมืองหลวง"

ร่างสูงลุกขึ้น ใบหน้าเบี้ยวเล็กน้อยแต่ไม่ได้แสดงอาการอย่างอื่น เขายังเจ็บที่หลังจากแส้ของเวินหนิง อีกทั้งจุกจากการที่ถูกถีบกล่องดวงใจ สตรีน่าตายนี่กล้าเอาเขาเป็นเกราะกำบังให้ตัวเอง

"จวินเหยา....ข้าจะกลับแล้วเจ้าจะกลับหรือไม่"

เมื่อเห็นเขามองเวินซูฉีไม่วางตา หยางเวยหมิงรู้สึกหงุดหงิดบอกไม่ถูก ร่างสูงของหนานกงซวีลุกขึ้นเอ่ยกับเวินหนิง

"เอ่อ..คุณหนูสามปะการังนั่นของปลอมน่ะ หากเจ้าอยากทุบก็ทุบเถอะ"

เวินหนิงและฮูหยินผู้เฒ่าหน้าซีด หากคนรู้ว่านี่ของปลอมของจริงล่ะไปอยู่ที่ใด เรื่องที่เขาเอาของพระราชทานไปขายก็จะถูกเปิดโปง เวินเหยียนเอ่ยอย่างมีจริต นางทำตัวไร้เดียงสาซึ่งเป็นสิ่งที่คุณชายคนนี้เกลียดที่สุด นางส่งสายตาให้หนานกงซวี

"คุณชายหนางกงเจ้าคะ นี่เป็นของพระราชทานท่านจะบอกว่าปลอมได้อย่างไรกัน"

หนานกงซวีเพียงแค่อยากเอาคืนให้กับเด็กน้อยตรงหน้าที่ดูเหมือนว่าใครๆในครอบครัวก็รุมรังแกนางไม่เว้นแม้แต่สหายของตน เขาจึงเอ่ยตอบกลับเวินเหยียน

"ที่บ้านข้ามีสามต้น ท่านปู่ได้มาจากโพ้นทะเลจริงหรือปลอมหลอกสายตาข้าไม่ได้หรอก คุณหนูสามแล้วพบกันนะ"

"ซูฉีน้อมส่งคุณชายหนานกงเจ้าค่ะ เดินทางราบรื่นนะเจ้าคะ"

หยางเวยหมิงกำมือแน่นก่อนจะเอ่ยเสียงเข้มตวาดออกไป

"ร่ำลากันพอหรือยัง เจ้าไม่กลับข้ากลับก่อนแล้วกัน"

หนานกงซวีหันกลับไปเขาก็เดินไปแล้ว เวินซูฉีไม่ทำอะไรต่อนางเดินไปหาร่างสูงพร้อมกับเอ่ย

"ข้าน้อยไปส่งท่านนะเจ้าคะ คุณชายเชิญ"

หนานกงซวียิ้มให้นางและพยักหน้า คนที่ถึงรถม้าก่อนหน้ารู้สึกหงุดหงิดจึงสะบัดมือไปหนึ่งทีก็ทำเอากระถางแตกไปสามใบ ต้นไม้ใหญ่โค่นลงมา เวินซูฉีหันไปเห็นก็เอ่ยกับเขาอย่างยียวน

"กำลังอยากได้ฟืนพอดี ขอบใจนะไอ้คนแซ่หยาง คุณชายหนานกงส่งแค่นี้นะเจ้าคะ"

"ขอบคุณมากคุณหนูสาม"

"ท่านรูปงามเพียงนี้ยังมิแต่งฮูหยิน บางทีหากท่านอยู่ห่างจากพลังงานลบท่านอาจเจอเนื้อคู่ก็ได้เจ้าค่ะ"

นางเอ่ยกับเขา หนานกงซวียิ้มก่อนจะขึ้นรถม้า ส่วนเวินซูฉีมีเรื่องต้องจัดการกับคนในบ้านก่อน เริ่มจากยุแหย่บ้านใหญ่ตาแก่เวินหนิงอาศัยสมบัติมารดาร่างเดิมได้เป็นผู้นำตระกูล ยายแก่นั่นเดิมทีก็แค่หญิงหม้ายที่ท่านปู่แต่งเข้ามาเวินหนิงบิดาร่างนี้กับบ้านสามคือลูกชายนาง

"ไล่ฉันออกจากเมืองหลวงหรือ ไอ้คนแซ่หยาง บ้านสกุลเวินฉันมีเซอร์ไพรใหญ่มากนะรอก่อนเถอะ"

 

อ่านหนังสือเล่มนี้ต่อได้ฟรี
สแกนรหัสเพื่อดาวน์โหลดแอป

บทล่าสุด

  • คุณหนูสามเช่นข้าไม่ต้องการท่านแล้ว   ความรักนำพาทุกสิ่ง (จบบริบูรณ์ )

    ฤดูกาลเปลี่ยนผันไปยามนี้เมืองหลวงมีการเปลี่ยนแปลง ฮ่องเต้ยกบัลลังก์ให้รัชทายาท พระองค์นั่งเลี้ยงเจ้าก้อนแป้งทั้งสี่อย่างสบายพระทัย ไท่ซ่างหวงทรงมีงานอดิเรกคือเลี้ยงพระนัดดา ส่วนฮ่องเต้พระองค์ใหม่ยังคงรักใคร่กลมเกลียวกับพี่สาวดีเนื่องจากเป็นบุตรฮองเฮาพระองค์ก่อนทั้งคู่ผ่านไปสี่ปีเสิ่นซูฉีกลายเป็นแม่ลูกห้า เนื่องจากท้องสองได้บุตรสาว ท้องสามได้คู่แฝดชายสองคนและนางกำลังท้องคนที่หก เพราะคนทำขยันไม่หยุดจริงๆแม้วัยจะล่วงเลยไปสามสิบหกปีแล้ว เสิ่นซูหานแต่งงานเมื่อสองปีที่แล้ว หยางซินอวี้ให้กำเนิดบุตรชายยามนี้ได้หนึ่งขวบเสิ่นซูเจินแต่งงานกับหนานกงซวีได้เกือบปีเพิ่งจะมีข่าวดีนางตั้งครรภ์แล้วเช่นกัน มีเพียงเสิ่นเพ่ยเพ่ยที่เพิ่งจะแต่งได้สามเดือนเท่านั้น หลังจากงานแต่งเสิ่นเพ่ยเพ่ยกับเซียวอี้ เสิ่นซูเหิงได้ขึ้นเป็นราครูแทนน้องเขย เพราะเขาขึ้นเป็นมหาราชครู เสิ่นซูเหิงส่งสินสอดกว่า288หีบไปสกุลเซียวเพื่อสู่ขอหมั้นหมายเซียวเซียวให้กับเสิ่นจวินไท่ ยามนี้เขาได้รับการแต่งตั้งเป็นหมอหลวงขึ้นหนึ่ง ถวายงานแต่ฮ่องเต้และไท่ซ่างหวงเท่านั้น ไทฮวงไทเฮายังทรงมีพระพลานามัยที่แข็งแรงเฝ้าดูลูกหลานเติบโตสกุลเสิ่นทั

  • คุณหนูสามเช่นข้าไม่ต้องการท่านแล้ว   ดอกท้อเบ่งบาน2

    ทางด้านเซียวอี้กำลังช่วยคนรักดูร้านที่เพิ่งจะให้นางมา มารดาเขาแม้จะแพ้ท้องแต่กลับห่วงสะใภ้ยิ่งนัก เสิ่นเพ่ยเพ่ยออยากได้ร้านค้าที่มีขนาดสามห้อง นานหน้าขายถึงหนึ่งแสนสามหมื่นตำลึง แม้จะมีเงินแต่เสิ่นเพ่ยเพ่ยคิดว่าแพงไป หวังชิงเหยียนรู้เรื่องจึงให้บุตรชายเอาร้านค้าสกุลหวังที่กำลังจะหมดสัญญาเช่าห้าห้องให้ว่าที่สะใภ้"เพ่ยเพ่ยหัวดี การค้าย่อมรุ่งเรือง อี้เอ๋อร์ ลูกสอบได้ขุนนางแล้วภายหน้าหากมีคนบอกว่าฮูหยินเจ้าเป็นเพียงแม่ค้าเจ้าจะอายหรือไม่""ท่านแม่ขอรับ สกุลเสิ่นล้วนมีแต่คนฉลาด เพ่ยเพ่ยเองก็เลือกที่จะเป็นภรรยาข้าตั้งแต่ยังไม่เห็นของหมั้น นางรู้ว่าเรายากจนเพียงใดพวกเขายังรับหมั้น ข้าแต่งกับนางย่อมไม่มีอะไรไม่ดี ที่สำคัญในใจนางมีข้านั่นย่อมดีแล้ว คำคนอื่นมิได้ทำให้เราอิ่มท้อง""เช่นนั้นก็ดี"เซียวอี้นึกถึงคำมารดาเสร็จก็เดินมาหาดรุณีน้อยก่อนจะกอดจากทางด้านหลัง แม้ว่าเสิ่นเพ่ยเพ่ยจะสิบสี่แล้วแต่เซียวอี้นั้นสูงมากนางจึงอยู่แค่ใต้ราวนมเขาเท่านั้น เขาแทบจะบังนางจนมิด น้ำเสียงอบอุ่นเอ่ยถาม"ชอบหรือไม่คนดี""ชอบเจ้าค่ะ แต่ว่าพี่เซียวอี้ท่านจะไม่คิดค่าเช่าหรือเจ้าคะ ห้าห้องนี้หากปล่อยเช่าเดือนหนึ่

  • คุณหนูสามเช่นข้าไม่ต้องการท่านแล้ว   ดอกท้อเบ่งบาน1

    หลังจากที่ฮ่องเต้พระราชทานสมรสให้หยางเวยหมิงจึงได้มาส่งสินสอดที่สกุลเสิ่น เวินจู๋ชิงและเผยเซียวเหยียนท่านลุงใหญ่และปู่บุญธรรมมารอรับขบวนสินสอด ครั้งนี้สินสอดกว่า288หีบถูกแบกมาอย่ายิ่งใหญ่ เมื่อเปิดออกก้พบว่าเป็นเงินตำลึงแวววาว และตั๋วเงินกว่าสามลิ้นตำลึง อีกทั้งโฉนดที่ดินหนึ่งหมื่นสองพันหมู่เสิ่นซูฉียิ้มให้กับคนที่กำลังลงจากหลังม้าเดินมาหานาง ภายนอกที่ดินเหล่านี้อาจเป็นสินสอดที่มากมายแต่ความนัยคือที่ดินเหล่านี้ฝ่บาทพระราชทานมาให้ไว้ทดลองเพาะปลูก เพราะหาเป็นที่ดินทางการขุนนางมักไม่ใส่ใจแต่หากมีผลได้เกินผลเสียต่างเข้ากอบโกยทันที สิ่งของในหีบมีทั้งผ้าไหมชั้นดี ธัญพืช ขนมและแก้วแหวนเงินทองมากมาย หยางเวินหมิงในชุดขุนนางภูมิฐานเดินมาหานาง ก่อนจะเคารพผู้อาวุโสที่ยืนอยู่"หลายเขยคารวะท่านลุงใหญ่ คารวะท่านปู่เผยขอรับ""ดีๆๆ ท่านชายช่างสง่างามยิ่งนักว่าไหมจู๋ชิง""ขอรับท่านลุงเผย เมื่อยืนคู่กันกับหลานรองแล้วช่างเป็นคู่ที่เหมาะสมยิ่งนักขอรับ""ท่านลุง หลานเตรียมอาหารไว้สำหรับคนแบกสินสอดด้วย อย่างไรรบกวนป้าสะใภ้เป็นธุระให้สักหน่อยได้ไหมเจ้าคะ หลานไม่เคยทำงานใหญ่เกรงจะทำได้ไม่ดี ท่านลุงกับท่านปู่

  • คุณหนูสามเช่นข้าไม่ต้องการท่านแล้ว   ถูกยึดคู่แฝดไม่ยอมคืน

    จากนั้นเฉากงกงก็สั่งเลิกประชุม ฮ่องเต้อุ้มหยางหมิงฮ่าวส่วนหยางเวยหมิงอุ้มหยางหลิงเฟย ทั้งสองไปนั่งที่อุทยานเพื่อรับลม เสิ่นซูฉีเข้าวังไปหาไทเฮา จางกุ้ยเฟยท่านน้าของหนานกงซวีที่กำลังจะมาเข้าเฝ้าไทเฮาเช่นกันก็เห็นเสิ่นซูเจินที่กำลังนั่งรอพี่สาว เสิ่นซูเจินไม่รู้ว่านางคือใครได้แต่ทำความเคารพ จางกุ้ยเฟยเอ่ยถามนาง"เจ้าคือคุณหนูสามสกุลเสิ่น""เพคะเป็นหม่อมฉันเอง""เจ้ารู้หรือไม่ว่าข้าคือใคร""ขอทรงประทานอภัย หม่อมฉันเข้าวังครั้งแรกตามพี่สาว มิอาจทราบว่าพระสนมคือผู้ใด แต่หากล่วงเกินหวังว่าพระนางจะทรงเมตตาเพคะ"กิริยามารยาทถือว่าดีงาม จางกุ้ยเฟยยิ้มก่อนจะเดินมาหา พระนางดึงปิ่นปักผมที่แกะสลักดอกท้อสวยงามออกมาแล้วเสียบที่มวยผมของเสิ่นซูเจิน ก่อนจะทรงตรัส"ความหมายของดอกท้อเจ้ารู้ใช่หรือไม่""ทูลพระสนมบางคนอาจคิดว่าดอกท้อสื่อถึงความรักอย่างเดียว แต่อีกนัยหนึ่งดอกท้อยังสื่อถึงความอดทนและความยั่งยืนเพคะ”"ความอดทนและความยั่งยืนงั้นหรือ..."พระนางเอื้อมหัตถ์ไปแตะที่ปลายปิ่นดอกท้อบนศีรษะของซูเจินเบาๆ"เจ้าฉลาดนักที่มองเห็นเช่นนั้น เพราะก่อนที่ดอกท้อจะเบ่งบานอวดโฉมในฤดูใบไม้ผลิ มันต้องผ่านลมหนาวที่ก

  • คุณหนูสามเช่นข้าไม่ต้องการท่านแล้ว   คืนสินเดิมให้สกุลเสิ่น

    องค์หญิงใหญ่ทรงมีประสูติกาลคู่แฝดฮ่องเต้ทรงพระสรวลทุกวัน เลิกจากราชกิจจะไปเยี่ยมบุตรสาวไม่เคยหยุด เหล่าองค์ชายและพระนัดดาในวังยังมิได้รับความโปรดปรานเช่นนี้ รัชทายาทเองก็ทรงรักใคร่พี่สาวยิ่งนัก ของดีอะไรก็ส่งไปจวนหยาง แต่ใครจะรู้ว่าหลังจากที่ราชครูไปรับคุณหนูสามคนนั้นกลับเมืองหลวงพร้อมบุตรชายและบุตรสาวฝาแฝดเขาก็พาบุตรชายและบุตรสาวโอ้อวดทุกวันจนขุนนางต่างๆ ท้อใจ ท่านราชครูเอาบุตรคู่แฝดมาทำงานด้วย แต่ใครจะกล้าออกปากกันเล่านั่นเหลนคนโปรดของฝ่าบาทเชียวนะ วันๆเอาเหลนมานั่งประชุมราชกิจด้วย ขุนนางไม่มีใครคัดค้าน พอมีคนเอ่ยปากอยู่ๆก็ป่วยพูดไม่ได้เสียเช่นนั้น อย่างเช่นวันนี้ที่กำลังประชุม เฉากงกงกับนางกำนัลที่ดูแลท่านหญิงและซื่อจื่อน้อยยิ้มละไม ช่างเป็นเด็กรู้ความยิ่งนัก ฮ่องเต้เอ่ยด้วยพระสุรเสียงกังวาน"พวกท่านในที่นี้คงจะจำได้เรื่องเมื่อปีก่อนของสกุลเวินและสกุลฟางรวมถึงขุนนางทุจริตอีกหลายคนสินะ""พ่ะย่ะค่ะฝ่าบาท"ทุกคนรับคำพร้อมกัน ฮ่องเต้เขย่าป๋องแป๋งให้หยางหลิงเฟยดูแต่ยังคงเอ่ยพระโอษฐ์"คุณหนูสามคนนั้นหรือก็คือว่าที่ฮูหยินราชครูก่อนนางจะจากไปได้มอบหลักฐานความผิดของพวกเขา ที่สำคัญนางยังมอบ

  • คุณหนูสามเช่นข้าไม่ต้องการท่านแล้ว   กลับถึงเมืองหลวงสักที

    ออกเดินทางกลับเมืองหลวงยามซื่อทุกขบวนเตรียมออกเดินทาง ร้านบะหมี่เปิดตามปกติ ทุกคนกินมื้อเช้าเรียบร้อยก็เตรียมตัวออกเดินทาง รถม้าเตรียมพร้อมแล้ว หยางเวยหมิงประคองไทเฮามาจากเรือนพักเพื่อส่งพระนางขึ้นรถ ไทเฮายิ้มให้กับชาวบ้าน วันนี้พวกเขาเพิ่งรู้ว่าท่านยายจ้าวที่พวกเขาเห็นนางชอบทำบุญแจกทานก็คือไทเฮาองค์ปัจจุบัน"หมิงเอ๋อร์..ยายทวดขึ้นรถม้าเองได้ มีผิงผิงอยู่เจ้าไปดูเมียกับลูกเถอะ""เช่นนั้นเหลนขอตัวก่อนนะพ่ะย่ะค่ะ ผิงผิงฝากไทเฮาด้วยนะ""เจ้าค่ะท่านชาย"หญิงชราขึ้นรถม้าไปพร้อมกับองครักษ์หญิงของนาง เสิ่นซูฉีอำลาคนงานและชาวบ้าน เสิ่นเพ่ยเพ่ยตาแดงเพราะคนที่มาส่งคือบรรดาเด้กที่นางมักจะไปขึ้นเขาลงห้อยจับปลาล่ากระต่ายอยู่เสมอ"พี่เพ่ยเพ่ย....พวกท่านอย่าลืมมาเที่ยวหาพวกเราบ้างนะ""ใช่ๆ พี่ต้องคิดถึงพวกข้าด้วยนะ พี่เจินเจินด้วยห้ามลืมพวกเรานะ""ฮึกๆๆ...ไม่ลืมๆหากว่าข้าตั้งหลักได้แล้วจะมาหานะ ถ้าพวกเจ้าไปเมืองหลวงอย่าลืมไปหาพวกเราด้วย"เสิ่นเพ่ยเพ่ยสะอื้นเพราะต้องจากเพื่อเล่นไปไกล เสิ่นซูเจินสงบนิ่งแม่ในใจจะอาวรณ์ นางเอ่ยกับเด็กๆที่มาส่ง"อย่าลืมตั้งใจเรียน หากพวกเจ้ามีความรู้อนาคตก็จะเลี้ยงดูพ่อ

  • คุณหนูสามเช่นข้าไม่ต้องการท่านแล้ว   ถือดีอะไรมาสั่งสอนคนอื่น

    แวนด้าที่ตอนนี้นอนแผ่หลาอยู่ในห้อง สายตามองเพดานอย่างเลื่อนลอย สภาพห้องที่ทรุดโทรมเธออาศัยอยู่กับน้องสี่ของเธอและสาวใช้ ส่วนพี่ชายอยู่อีกห้อง ตอนนี้พี่ชายอารมณ์เสียบ่อยๆเพราะเดินไม่ได้ เวินหนิงไอ้พ่อสารเลวนั้นบอกว่าแม่ของร่างนี้ว่ามีชู้ เขาจับได้นางเลยกระโดดน้ำตายหนีความผิด เท่าที่จำได้ศพของมารดานา

  • คุณหนูสามเช่นข้าไม่ต้องการท่านแล้ว   อยากถูกเผาทั้งเป็นหรือไง

    เหตุการณ์ก่อนหน้าหนึ่งเดือนก่อนเสิ่นซูฉีให้พี่ชายคัมภีร์เต๋ามาให้นาง เสิ่นซูเหิงเห็นน้องสาวชอบอ่านตำราเต๋ากล่อมคู่แฝดทุกวันก็อดสงสัยไม่ได้จึงเอ่ยถาม"น้องรอง เจ้าอ่านตำราเต๋าให้คู่แฝดฟังทุกวัน หลานยังเด็กเพียงนั้นจะเข้าใจหรือ""พี่ใหญ่ที่ข้าอ่านเพื่อสงบจิตใจ อีกอย่างแม้ว่าพวกเขายังเด็กแต่ก็ซึมซับไ

  • คุณหนูสามเช่นข้าไม่ต้องการท่านแล้ว   น่าจะสำลักน้ำคร่ำตายซะ

    เวินซูฉีรอคนมาก่อน ไม่นานก็เห็นเงาไหววูบที่หน้าต่าง เป็นคนที่นางให้เพ่ยเพ่ยไปหลอกล่อคนของลุงใหญ่มาฟังเรื่องที่นางจะเอ่ย เมื่อคนมาแล้วนางจึงเอ่ยกับพี่ชาย"ข้ารู้ว่าเขาคือท่านพ่อของพวกเรา แต่อย่างไรเล่าเวินซูเหิงนะเวินซูเหิงเจ้าคิดดีๆสิ ลุงใหญ่ที่เป็นพี่ชายคนโต ยามนี้ยังได้ทำงานเป็นรองเจ้ากรมราชทัณฑ์

  • คุณหนูสามเช่นข้าไม่ต้องการท่านแล้ว   พี่ชายจอมโง่

    เวินซูฉีที่ตอนนี้รับรู้เรื่องราวผ่านความทรงจำทุกอย่าเรียบร้อยแล้ว ที่ต้องจัดการด่วนคือไอ้โง่เวินซูเหิง ร่างบางเดินไปยังห้องนอนใหญ่นางเพียงแค่ก้าวเข้าไปในบริเวณสวนก็มีเสียงดังและเสียงโครมครามตามมา"โครม!! เพล้ง!! เสียงขว้างปาข้าวของดังออกมา ตามด้วยเสียงสบถหยาบคาย"ไป๊!! ออกไปให้หมดไปให้พ้นหน้าข้า เจ

บทอื่นๆ
สำรวจและอ่านนวนิยายดีๆ ได้ฟรี
เข้าถึงนวนิยายดีๆ จำนวนมากได้ฟรีบนแอป GoodNovel ดาวน์โหลดหนังสือที่คุณชอบและอ่านได้ทุกที่ทุกเวลา
อ่านหนังสือฟรีบนแอป
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป
DMCA.com Protection Status