Masukเวินซูฉีรอคนมาก่อน ไม่นานก็เห็นเงาไหววูบที่หน้าต่าง เป็นคนที่นางให้เพ่ยเพ่ยไปหลอกล่อคนของลุงใหญ่มาฟังเรื่องที่นางจะเอ่ย เมื่อคนมาแล้วนางจึงเอ่ยกับพี่ชาย
"ข้ารู้ว่าเขาคือท่านพ่อของพวกเรา แต่อย่างไรเล่าเวินซูเหิงนะเวินซูเหิงเจ้าคิดดีๆสิ ลุงใหญ่ที่เป็นพี่ชายคนโต ยามนี้ยังได้ทำงานเป็นรองเจ้ากรมราชทัณฑ์กลับไม่ได้ครองตำแหน่งผู้นำตระกูล แต่ลูกบ้านรองที่เกิดจากเมียรองกลับได้เป็นผู้นำตระกูลนั่นเพราะอะไร เพราะเขาอาศัยสมบัติท่านแม่ของเราไต่เต้า จนได้ทั้งตำแหน่งผู้นำตระกูลและจ้าวกรมการคลัง ยังมีอะไรที่เขาทำไม่ได้อีก"
เวินซูฉีเอ่ยจบก็จิบชาต่อแก้กระหายและกล่าวต่อให้พี่ชายหายโง่
"ข้าจะบอกเจ้าให้หายโง่ คืนก่อนหน้าท่านแม่มาหาข้าบอกว่าท่านย่าปวดหัวรุนแรงนางจะไปเอายาที่หอโอสถเดิมข้าจะไปด้วยแต่ว่าเวินเหยียนกลับมาหาข้าและบอกว่าต้องการให้ข้าไปช่วยนางเลือกของขวัญวันเกิดท่านย่าทั้งที่ยังมีเวลาอีกสิบวัน จากนั้นนางก็ให้ลุงหลิวคนขับรถม้าไปส่งท่านแม่ ลุงหลิวที่ถูกกล่าวหาว่าเป็นชู้กับท่านแม่กลับหายตัวไป "
เวินซูฉีมองมาคนที่นอนคว่ำเขาทำได้เพียงคะแคงใบหน้ามองน้องสาวที่นั่งอยู่บนเก้าอี้ เวินซูเหิงไม่รู้สึกว่าตนเองต่ำต้อยมาก่อนกระทั่งวันนี้ ต่อหน้าน้องสามของเขา เวินซูฉีเอ่ยต่อช้าๆให้อีกคนที่อยู่ข้างนอกได้ยินชัดๆ"
"ต่อมาเวินหนิงจับได้ว่านางมีชู้นางจึงอายและกระโดดน้ำตายเพราะหนีความผิด มารดาปวดหัวจนใกล้ตายมิต้องอยูปรนนิบัติหรือ เอาเวลาไปจับชู้ช่างกตัญญูเสียจริงๆ ข้าจะบอกให้ว่าท่านย่านางไม่เคยป่วยด้วยโรคปวดหัว แต่เหตุใดต้องหลอกท่านแม่ไปเอายา ตาแก่เวินตอนเช้าก็ให้คนไปงมศพนางขึ้นมาเหมือนรู้ว่านางจมน้ำตรงไหน เวินซูเหิงใครจะฆ่าตัวตายในบ้านและกระโดดสระน้ำตายที่ลึกแค่ห้าฉื่อ เจ้ามีสมองหรือไม่"
"เจ้ากำลังจะพูดอะไรกันแน่"
"ศพท่านแม่มีรอยรัดที่คอแปลว่านางถูกคนฆ่าตายก่อนที่จะถูกถ่วงน้ำ เจ้าคิดได้หรือยัง มาถึงตอนนี้เจ้ายังอยากใช้แซ่เวิน อยากเป็นคุณชายเวินอีกหรือไม่"
"ที่ผ่านท่านพ่อเป็นขุนนางซื่อสัตย์ จะทำเรื่องอย่างนั้นได้อย่างไรกัน"
"ซื่อสัตย์หรือไม่อีกไม่นานเจ้าก็จะรู้ แต่ข้าไม่อยากลงหลุมเดียวกับตาแก่นั่นหรอกนะ เชิญเจ้าเทิดทูนเขาไปเถอะ เสียดายที่มารดาของข้าเสียเวลาอุ้มท้องเจ้ามาสิบเดือน หลงกตัญญูกับหมาป่าเนรคุณแต่รังเกียจคนให้กำเนิดตัวเอง เห็นหน้าเจ้าแล้วคลื่นไส้ข้าไปล่ะ"
เงาด้านนอกไปแล้วหลังจากที่นางเอ่ยจบ เวินซูฉีจึงนั่งลงแล้วกระซิบข้างหูของเขา
"เจ้าคิดว่าตนเองป่วยจนเดินไม่ได้จริงๆหรือ เจ้าเคยได้ยินพิษสลายกระดูกไหม เวินซูเหิงหากวันหนึ่งเจ้าได้ออกไปข้างนอกอย่าบอกใครนะว่าเจ้าเป็นพี่ชายข้า ส่วนหวังซวงเอ๋อร์ของเจ้านั้นอย่าห่วงไปเลย...หากเยี่ยนจิ่นสหายรักของเจ้าที่ร่วมกันกับนางจิ้งจอกนั่นสวมหมวกเขียวให้เจ้าไม่ยินดีแต่งนาง นางจะมาหาเจ้าเองนั่นแหละ ไม่งั้นท้องโตขึ้นทุกวันก็จะขายหน้า อย่างไรนางก็ต้องหาพ่อให้ลูกในท้องเจ้าว่าจริงไหมไอ้พี่โง่ คนที่คบชู้ไม่ใช่มารดาข้าแต่เป็นหวังซวงเอ๋อร์คู่หมั้นของเจ้า"
เวินซูฉีลุกขึ้นแล้วออกไปไม่สนใจที่จะรั้งเขาขึ้นมา นางเดินออกไปโดยไม่สนใจ อาไท่เข้ามานางจึงบอกเด็กน้อยเปิดหน้าต่างและจัดการทำความสะอาด รวมถึงเช็ดตัวเปลี่ยนเสื้อผ้าได้ด้วย นางจะให้เพ่ยเพ่ยมาช่วย เวินซูฉีก่อนตายได้รับรู้ถึงอดีตคู่หมั้นพี่ชายที่คบชู้กับเยี่ยนจิ่น และยังมีอีกคนหนึ่งที่คบชู้ นางตายเสียก่อน กุมความลับคนอื่นแต่กลับโง่หาที่ตายไม่รู้จักใช้ประโยชน์
เวินซูฉีนั่งรออย่างใจเย็นในห้อง ไม่นานเพ่ยเพ่ยก็มารายงานนางส่งกระดาษให้เวินซูฉีรับมาอ่าน ในเมื่อทำให้เจ้าคายออกมาไม่ได้เช่นนั้นก็ไม่ให้พวกเจ้าได้ประโยชน์ พรุ่งนี้มีเรื่องสำคัญต้องไปจัดการ ไอ้คนแซ่หยางเอาไว้ก่อนจัดการไอ้แก่แซ่เวินก่อนเถอะ
กลางดึก.......ก๊อก ก๊อก ก๊อก เสียงเคาะประตูดังขึ้น เวินซูฉีลุกขึ้นมาน่าจะยามอิ๋นแล้วนางแง้มหน้าต่างออกไปเมื่อเห็นคนที่มาก็ยิ้มให้เขาพร้อมกับส่งสมุดในมือหนึ่งเล่มก่อนจะเอ่ยออกไป
"ข้าอยากได้หนังสือตัดสัมพันธ์ หนังสือเปลี่ยนแซ่ ข้าต้องการใช้แซ่แซ่เสิ่นของท่านแม่ รวมถึงทำป้ายฐานะและหนังสือผ่านด่านให้ข้ากับพี่ชายและน้องสาม รวมถึงเปลี่ยนสถานะเพ่ยเพ่ยกับอาไท่ยกเลิกการเป็นทาส ท่านทำได้หรือไม่"
"ข้ารับปากเจ้า ต้องการเมื่อไหร่"
"ไอ้คนแซ่หยางนั่นให้ข้าออกจากเมืองหลวงภายบในสามวัน ผ่านพรุ่งนี้ไปก็เหลือเวลาอีกสองวัน ท่านจัดการให้เรียบร้อย หวังว่าพรุ่งนี้หลังจากกรมอาญารับฟ้องข้าจะเห็นท่านในฐานะพยานปากเอก"
"เจ้าวางใจ ข้าเองก็ต้องทวงสิทธิ์ของข้าคืนมา เรื่องที่รับปากเจ้าข้ายินดี"
"หลังออกจากเมืองหลวงข้ากับสกุลเวินไม่เกี่ยวข้องกันอีก จากนั้นไปอีกสามวันพวกข้าพี่น้องล้วนแซ่เสิ่น"
"อืม"
เงานั้นจากไปแล้ว เวินซูฉีมองตามไปจนเงานั้นหายไปจากสายตา ไอ้คนแซ่เวินยายแก่เจียงนางเจียงเวินเหยียนข้าจะทำให้พวกเจ้าไม่มีแม่แต่ชามบิ่นสักใบไว้ขอทาน
เวินซูฉีรอคนมาก่อน ไม่นานก็เห็นเงาไหววูบที่หน้าต่าง เป็นคนที่นางให้เพ่ยเพ่ยไปหลอกล่อคนของลุงใหญ่มาฟังเรื่องที่นางจะเอ่ย เมื่อคนมาแล้วนางจึงเอ่ยกับพี่ชาย"ข้ารู้ว่าเขาคือท่านพ่อของพวกเรา แต่อย่างไรเล่าเวินซูเหิงนะเวินซูเหิงเจ้าคิดดีๆสิ ลุงใหญ่ที่เป็นพี่ชายคนโต ยามนี้ยังได้ทำงานเป็นรองเจ้ากรมราชทัณฑ์กลับไม่ได้ครองตำแหน่งผู้นำตระกูล แต่ลูกบ้านรองที่เกิดจากเมียรองกลับได้เป็นผู้นำตระกูลนั่นเพราะอะไร เพราะเขาอาศัยสมบัติท่านแม่ของเราไต่เต้า จนได้ทั้งตำแหน่งผู้นำตระกูลและจ้าวกรมการคลัง ยังมีอะไรที่เขาทำไม่ได้อีก"เวินซูฉีเอ่ยจบก็จิบชาต่อแก้กระหายและกล่าวต่อให้พี่ชายหายโง่"ข้าจะบอกเจ้าให้หายโง่ คืนก่อนหน้าท่านแม่มาหาข้าบอกว่าท่านย่าปวดหัวรุนแรงนางจะไปเอายาที่หอโอสถเดิมข้าจะไปด้วยแต่ว่าเวินเหยียนกลับมาหาข้าและบอกว่าต้องการให้ข้าไปช่วยนางเลือกของขวัญวันเกิดท่านย่าทั้งที่ยังมีเวลาอีกสิบวัน จากนั้นนางก็ให้ลุงหลิวคนขับรถม้าไปส่งท่านแม่ ลุงหลิวที่ถูกกล่าวหาว่าเป็นชู้กับท่านแม่กลับหายตัวไป "เวินซูฉีมองมาคนที่นอนคว่ำเขาทำได้เพียงคะแคงใบหน้ามองน้องสาวที่นั่งอยู่บนเก้าอี้ เวินซูเหิงไม่รู้สึกว่าตนเองต่
เวินซูฉีที่ตอนนี้รับรู้เรื่องราวผ่านความทรงจำทุกอย่าเรียบร้อยแล้ว ที่ต้องจัดการด่วนคือไอ้โง่เวินซูเหิง ร่างบางเดินไปยังห้องนอนใหญ่นางเพียงแค่ก้าวเข้าไปในบริเวณสวนก็มีเสียงดังและเสียงโครมครามตามมา"โครม!! เพล้ง!! เสียงขว้างปาข้าวของดังออกมา ตามด้วยเสียงสบถหยาบคาย"ไป๊!! ออกไปให้หมดไปให้พ้นหน้าข้า เจ้าก็ด้วยอย่ามาทำเป็นสงสารข้ารู้ว่าจริงๆเจ้าสมเพชข้า ทุกอย่างเป็นเพราะนาง เป็นเพราะนางแพศยาเสิ่นอันหนิงนั่น""ฮือๆๆพี่ใหญ่..ท่านอย่าทำเช่นนี้ อย่าเอ่ยถึงนางเช่นนี้""อย่ามาร้องห่มร้องไห้ที่นี่ เจ้าจะแช่งข้าหรือเวินซูเจินไสหัวไป นางตัวดีเวินซูฉีนั่นอีกคนสร้างเรื่องให้ข้าถูกคนตราหน้ามากกว่าเดิม พวกเจ้ามันคนไร้ประโยชน์ ไป๊!!"เพล้ง"โอ๊ยยย....พี่ใหญ่"ปัง!!! ประตูเปิดออกทันที เวินซูฉีที่ยืนสง่าจนเงาของนางทอดยาวทาบทับร่างสูงที่นั่งอยู่บนรถเข็น นางเดินไปเร่งแสงตะเกียง กลิ่นอับและกลิ่นฉี่เหม็นคลุ้งไปหมด ไม่มีคนอยากมาดูแลเขานอกจากหนุ่มน้อยวัยสิบขวบอย่างอาไท่ ร่างระหงเดินมาตรงหน้าก่อนจะเงื้อมือขึ้นจนสุดแล้วเหวี่ยงลงมาที่ใบหน้าซูบซีดสามทีซ้อน ฉาด!! เพี๊ยะ!! เพี๊ยะ!! เพี๊ยะ!!"ไอ้คนไร้ประโยชน์เวินซูเหิ
เวินหนิงกับฮูหยินผู้เฒ่าที่ได้ยินก็ปากสั่นเดินตรงมาเพื่อจะฟาดนางอีกรอบ เวินซูฉียอมเจ็บตัวจับปลายแส้เอาไว้แล้วกระชาก ด้วยแรงบุรุษมีมากกว่านางตัวเล็กจึงจับปลายแส้มั่นแล้วออกแรงถีบเก้าอี้ไม้ที่หยางเว่ยหมิงนั่งอยู่จนเขาเกือบหงายหลัง และชิงเอามาจนได้ จากนั้นนางก็เริ่มลงมือเพล้ง!! ปัง!! เพล้ง!! โครม!! โครม!! แส้ไม่ได้ฟาดถูกคนแต่กลับฟาดไปที่เครื่องลายคราม โต๊ะไม้ ฉากกั้นที่มีราคาแพง ฮูหยินผู้เฒ่าถึงกับจะเป็นลมเมื่อมือบางยกปะการังสีอำพันออกมา นางเงื้อขึ้นสูงแต่ว่าเพ่ยเพ่ยรีบมาห้าม"คุณหนูชิ้นนี้เป็นของพระราชทานเจ้าค่ะ หากทำลายเท่ากับมีความผิด""อ้อ..คุณชายหนานกงได้ยินว่าท่านเก่งเรื่องของเก่าแก่ เช่นนั้นปะการังนี้ของจริงหรือไม่ หากไม่จริงแล้วของจริงอยู่ที่ใด หากว่าปลอมกล้าปลอมของพระราชทานมีโทษเช่นไร"นางเงื้อมือสูงขึ้นพร้อมจะทุ่มลงทุกเมื่อเวินหนิงรีบเข้าไปเพื่อจะคว้าก่อนจะยอมสงบศึก"ฉีเอ๋อร์.....นี่เป็นของพระราชทานเจ้าอย่าทำเช่นนี้ มิเช่นนั้นจะถูกตัดหัวทั้งบ้านเชียวนะ""ฉีเอ๋อร์หรือตาแก่ เรียกเสียดูญาติดีเชียวนะ นี่ดูเผินๆเหมือนของจริงมาก แต่พอยกขึ้นก็รู้ว่าเป็นหินแกะสลัก จากความทรงจำร่างเดิม
แวนด้าที่ตอนนี้นอนแผ่หลาอยู่ในห้อง สายตามองเพดานอย่างเลื่อนลอย สภาพห้องที่ทรุดโทรมเธออาศัยอยู่กับน้องสี่ของเธอและสาวใช้ ส่วนพี่ชายอยู่อีกห้อง ตอนนี้พี่ชายอารมณ์เสียบ่อยๆเพราะเดินไม่ได้ เวินหนิงไอ้พ่อสารเลวนั้นบอกว่าแม่ของร่างนี้ว่ามีชู้ เขาจับได้นางเลยกระโดดน้ำตายหนีความผิด เท่าที่จำได้ศพของมารดานางมีรอยแดงที่คอคล้ายกับถูกรัดตอนที่มีคนงมขึ้นมาจากน้ำ คนจมน้ำต้องลอยอืดสิ นี่แปลว่ามารดานางตายก่อนจมน้ำ อีกอย่างสั่งให้คนไปงมแต่ไม่ค้นหาเหมือนรู้อยู่แล้วว่านางจมน้ำจุดไหน ไอ้แก่เวินรอฉันก่อนเถอะ จะเอาคืนให้สาสมเลยแวนด้า ตอนนี้ยอมรับแล้วว่าจากนี้ไปเธอก็คือเวินซูฉีคุณหนูสามสกุลเวิน บุตรสาวเมียเอกที่พ่อไม่รัก แต่ไปรักลูกเมียน้อยอย่างเวินเหยียน ยายผู้หญิงสตอเบอรี่นั่นเป็นคนเอายามาให้แล้วบอกว่าจะทำให้หยางเว่ยหมิงตกลงแต่งงานกับนาง ไอ้ราชครูนั่นตื่นมาก็บีบคอนางแล้วเหวี่ยงนางเสียกระเด็น"ยายโง่...คลั่งรักแบบโง่ๆ ผู้ชายมีมากมายดันไปหลงไอ้หน้าหล่อแต่ไม่มีสมอง ยายโง่เอ๋ยผู้ชายนะแค่มีเงินจะหาหล่อแค่ไหนอยากได้กี่คนก็ได้"เวินซูฉีลุกขึ้นมานั่งกอดเข่าคิดทบทวนว่าจะเอาอย่างไรดี แต่ก็มีเสียงดังมาจากด้านนอก"ค
แวนด้าเดินออกไปก็เจอกับชายหนุ่มรูปร่างสูงโปร่งใบหน้าหล่อเหลา หยางเว่ยหมิงที่มีธุระกับเวินหนิงบิดาของนางก็มาที่จวนพอดีเมื่อได้ยินว่านางผูกคอตายเพื่อที่จะให้ได้แต่งกับเขา จึงมาเพื่อดูหน้าสตรีหน้าหนา เมื่อมาถึงก็พร้อมที่จะเอ่ยวาจาถากถาง แวนด้ารวบรวมความทรงจำทั้งหมดเขาคือคนที่ร่างนี้พยายามทำทุกอย่างเพื่อจะได้แต่งงานด้วย น้ำเสียงดูแคลนดังออกมาจากปากหยักได้รูป"เจ้าอยากแต่งเข้าจวนสกุลหยางถึงเพียงนี้เชียวหรือเวินซูฉี ข้ามิขาดแคลนสตรี หากต้องแต่งงานกับสตรีทุกคนที่ข้าหลับนอนด้วยเช่นนั้นวันๆ ข้าคงมิต้องทำอันใดแล้วกระมังนอกจากแต่งงาน"หยางเวยหมิงเอ่ยวาจาถากถางสตรีตรงหน้าอย่างไม่ปรานี สตรีงูพิษกล้าวางยาเขาเพื่อปีนขึ้นเตียง แพศยาเช่นนี้เขาไม่มีทางแต่งงานกับนางแน่นอน แวนด้าที่รวบรวมความทรงจำเรียบร้อยแล้วก็มองไอ้หน้าหล่อตรงหน้า อืมหน้าตาดี รูปร่างดีเสียดายปากไม่ดี มันน่าตบด้วยเปลือกทุเรียนจริงๆ ก่อนจะตอกกลับอย่างไม่สนใจ"ไม่แต่งก็ไม่แต่งสิ ท่านคงผ่านผู้หญิงมาเยอะจริงๆ นั่นแหละ พอวนมาถึงข้าถึงไม่มีแรงจะทำเอาเสียเลย ไก่อ่อนชะมัด...เฮ้อ...ข้าเสียดายเงินที่ซื้อยามาวางท่านจริงๆ เหอะไอ้คนไม่ได้เรื่อง"
"ทำไมฉันถึงรู้สึกเหมือนอะไรรัดคอเลยนะ ตอนนอนก็ปกตินี่หว่า แค่กๆๆ"แวนด้ารู้สึกเหมือนกับถูกเชือกรัดคอ เมื่อขยับเหมือนเชือกจะแน่นขึ้น เธอได้สติทันทีพยายามดิ้นรน โอ๊ย...ไอ้บ้าเอ๊ยฉันถูกใครจับแขวนคอวะ คู่แข่งร้านบะหมี่เหรอ แล้วยายนี่ใครอีกเนี่ย"แวนด้าพยายามเอาตัวรอดจากการถูกเชือกรัดคอยก่อนจะได้เห็นบางอย่างผ่านคลื่นในสมอง ผู้หญิงคนหนึ่งกำลังจะผูกคอตายประชดคนในครอบครัว ห้องไม้ห้องหนึ่ง เดี๋ยวนะนี่มันฉากเดียวกับที่อยู่ตรงหน้าเธอนี่หว่า เฮ้ยเธอกำลังผูกคอตายหรือ บ้าสิร้านฉันกำลังขยับขยายนะใครจะโง่ตายตอนนี้ "นี่มันอะไรกันวะเนี่ย แล้วฉันละเมอมาผูกคอตัวเองตอนไหน ที่ห้องพักมีผีหรือวะ โอ๊ยแล้วจะแกะยังไงล่ะเนี่ย"เธอพยายามแกะเชือกที่คอออก เธอมองเห็นเก้าอี้ที่อยู่ไม่ไกลจากใต้ฝ่าเท้าจึงพยายามใช้มือคว้าเส้นเชือกที่เหนือห่วงก่อนจะพยายามเหวี่ยงตัวเองให้ไปยืนบนเก้าอี้"อ่า..ฮึบ อ่า ฮึบ แอ่กๆๆ อีกที อ่าฮึบ"ตึง...สองเท้ายืนมั่นคงจากนั้นก็แกะห่วงที่รัดคอออกสำเร็จ ร่างผอมแห้งลงมาจากเก้าอี้นั่งวแหมะก่อนจะมีเสียงดังมาจากด้านนอก ประตูเปิดออกเด็กผู้หญิงคนหนึ่ง สวมชุดจีนโบราณ







