Se connecterเวินซูฉีรอคนมาก่อน ไม่นานก็เห็นเงาไหววูบที่หน้าต่าง เป็นคนที่นางให้เพ่ยเพ่ยไปหลอกล่อคนของลุงใหญ่มาฟังเรื่องที่นางจะเอ่ย เมื่อคนมาแล้วนางจึงเอ่ยกับพี่ชาย
"ข้ารู้ว่าเขาคือท่านพ่อของพวกเรา แต่อย่างไรเล่าเวินซูเหิงนะเวินซูเหิงเจ้าคิดดีๆสิ ลุงใหญ่ที่เป็นพี่ชายคนโต ยามนี้ยังได้ทำงานเป็นรองเจ้ากรมราชทัณฑ์กลับไม่ได้ครองตำแหน่งผู้นำตระกูล แต่ลูกบ้านรองที่เกิดจากเมียรองกลับได้เป็นผู้นำตระกูลนั่นเพราะอะไร เพราะเขาอาศัยสมบัติท่านแม่ของเราไต่เต้า จนได้ทั้งตำแหน่งผู้นำตระกูลและจ้าวกรมการคลัง ยังมีอะไรที่เขาทำไม่ได้อีก"
เวินซูฉีเอ่ยจบก็จิบชาต่อแก้กระหายและกล่าวต่อให้พี่ชายหายโง่
"ข้าจะบอกเจ้าให้หายโง่ คืนก่อนหน้าท่านแม่มาหาข้าบอกว่าท่านย่าปวดหัวรุนแรงนางจะไปเอายาที่หอโอสถเดิมข้าจะไปด้วยแต่ว่าเวินเหยียนกลับมาหาข้าและบอกว่าต้องการให้ข้าไปช่วยนางเลือกของขวัญวันเกิดท่านย่าทั้งที่ยังมีเวลาอีกสิบวัน จากนั้นนางก็ให้ลุงหลิวคนขับรถม้าไปส่งท่านแม่ ลุงหลิวที่ถูกกล่าวหาว่าเป็นชู้กับท่านแม่กลับหายตัวไป "
เวินซูฉีมองมาคนที่นอนคว่ำเขาทำได้เพียงคะแคงใบหน้ามองน้องสาวที่นั่งอยู่บนเก้าอี้ เวินซูเหิงไม่รู้สึกว่าตนเองต่ำต้อยมาก่อนกระทั่งวันนี้ ต่อหน้าน้องสามของเขา เวินซูฉีเอ่ยต่อช้าๆให้อีกคนที่อยู่ข้างนอกได้ยินชัดๆ"
"ต่อมาเวินหนิงจับได้ว่านางมีชู้นางจึงอายและกระโดดน้ำตายเพราะหนีความผิด มารดาปวดหัวจนใกล้ตายมิต้องอยูปรนนิบัติหรือ เอาเวลาไปจับชู้ช่างกตัญญูเสียจริงๆ ข้าจะบอกให้ว่าท่านย่านางไม่เคยป่วยด้วยโรคปวดหัว แต่เหตุใดต้องหลอกท่านแม่ไปเอายา ตาแก่เวินตอนเช้าก็ให้คนไปงมศพนางขึ้นมาเหมือนรู้ว่านางจมน้ำตรงไหน เวินซูเหิงใครจะฆ่าตัวตายในบ้านและกระโดดสระน้ำตายที่ลึกแค่ห้าฉื่อ เจ้ามีสมองหรือไม่"
"เจ้ากำลังจะพูดอะไรกันแน่"
"ศพท่านแม่มีรอยรัดที่คอแปลว่านางถูกคนฆ่าตายก่อนที่จะถูกถ่วงน้ำ เจ้าคิดได้หรือยัง มาถึงตอนนี้เจ้ายังอยากใช้แซ่เวิน อยากเป็นคุณชายเวินอีกหรือไม่"
"ที่ผ่านท่านพ่อเป็นขุนนางซื่อสัตย์ จะทำเรื่องอย่างนั้นได้อย่างไรกัน"
"ซื่อสัตย์หรือไม่อีกไม่นานเจ้าก็จะรู้ แต่ข้าไม่อยากลงหลุมเดียวกับตาแก่นั่นหรอกนะ เชิญเจ้าเทิดทูนเขาไปเถอะ เสียดายที่มารดาของข้าเสียเวลาอุ้มท้องเจ้ามาสิบเดือน หลงกตัญญูกับหมาป่าเนรคุณแต่รังเกียจคนให้กำเนิดตัวเอง เห็นหน้าเจ้าแล้วคลื่นไส้ข้าไปล่ะ"
เงาด้านนอกไปแล้วหลังจากที่นางเอ่ยจบ เวินซูฉีจึงนั่งลงแล้วกระซิบข้างหูของเขา
"เจ้าคิดว่าตนเองป่วยจนเดินไม่ได้จริงๆหรือ เจ้าเคยได้ยินพิษสลายกระดูกไหม เวินซูเหิงหากวันหนึ่งเจ้าได้ออกไปข้างนอกอย่าบอกใครนะว่าเจ้าเป็นพี่ชายข้า ส่วนหวังซวงเอ๋อร์ของเจ้านั้นอย่าห่วงไปเลย...หากเยี่ยนจิ่นสหายรักของเจ้าที่ร่วมกันกับนางจิ้งจอกนั่นสวมหมวกเขียวให้เจ้าไม่ยินดีแต่งนาง นางจะมาหาเจ้าเองนั่นแหละ ไม่งั้นท้องโตขึ้นทุกวันก็จะขายหน้า อย่างไรนางก็ต้องหาพ่อให้ลูกในท้องเจ้าว่าจริงไหมไอ้พี่โง่ คนที่คบชู้ไม่ใช่มารดาข้าแต่เป็นหวังซวงเอ๋อร์คู่หมั้นของเจ้า"
เวินซูฉีลุกขึ้นแล้วออกไปไม่สนใจที่จะรั้งเขาขึ้นมา นางเดินออกไปโดยไม่สนใจ อาไท่เข้ามานางจึงบอกเด็กน้อยเปิดหน้าต่างและจัดการทำความสะอาด รวมถึงเช็ดตัวเปลี่ยนเสื้อผ้าได้ด้วย นางจะให้เพ่ยเพ่ยมาช่วย เวินซูฉีก่อนตายได้รับรู้ถึงอดีตคู่หมั้นพี่ชายที่คบชู้กับเยี่ยนจิ่น และยังมีอีกคนหนึ่งที่คบชู้ นางตายเสียก่อน กุมความลับคนอื่นแต่กลับโง่หาที่ตายไม่รู้จักใช้ประโยชน์
เวินซูฉีนั่งรออย่างใจเย็นในห้อง ไม่นานเพ่ยเพ่ยก็มารายงานนางส่งกระดาษให้เวินซูฉีรับมาอ่าน ในเมื่อทำให้เจ้าคายออกมาไม่ได้เช่นนั้นก็ไม่ให้พวกเจ้าได้ประโยชน์ พรุ่งนี้มีเรื่องสำคัญต้องไปจัดการ ไอ้คนแซ่หยางเอาไว้ก่อนจัดการไอ้แก่แซ่เวินก่อนเถอะ
กลางดึก.......ก๊อก ก๊อก ก๊อก เสียงเคาะประตูดังขึ้น เวินซูฉีลุกขึ้นมาน่าจะยามอิ๋นแล้วนางแง้มหน้าต่างออกไปเมื่อเห็นคนที่มาก็ยิ้มให้เขาพร้อมกับส่งสมุดในมือหนึ่งเล่มก่อนจะเอ่ยออกไป
"ข้าอยากได้หนังสือตัดสัมพันธ์ หนังสือเปลี่ยนแซ่ ข้าต้องการใช้แซ่แซ่เสิ่นของท่านแม่ รวมถึงทำป้ายฐานะและหนังสือผ่านด่านให้ข้ากับพี่ชายและน้องสาม รวมถึงเปลี่ยนสถานะเพ่ยเพ่ยกับอาไท่ยกเลิกการเป็นทาส ท่านทำได้หรือไม่"
"ข้ารับปากเจ้า ต้องการเมื่อไหร่"
"ไอ้คนแซ่หยางนั่นให้ข้าออกจากเมืองหลวงภายบในสามวัน ผ่านพรุ่งนี้ไปก็เหลือเวลาอีกสองวัน ท่านจัดการให้เรียบร้อย หวังว่าพรุ่งนี้หลังจากกรมอาญารับฟ้องข้าจะเห็นท่านในฐานะพยานปากเอก"
"เจ้าวางใจ ข้าเองก็ต้องทวงสิทธิ์ของข้าคืนมา เรื่องที่รับปากเจ้าข้ายินดี"
"หลังออกจากเมืองหลวงข้ากับสกุลเวินไม่เกี่ยวข้องกันอีก จากนั้นไปอีกสามวันพวกข้าพี่น้องล้วนแซ่เสิ่น"
"อืม"
เงานั้นจากไปแล้ว เวินซูฉีมองตามไปจนเงานั้นหายไปจากสายตา ไอ้คนแซ่เวินยายแก่เจียงนางเจียงเวินเหยียนข้าจะทำให้พวกเจ้าไม่มีแม่แต่ชามบิ่นสักใบไว้ขอทาน
ฤดูกาลเปลี่ยนผันไปยามนี้เมืองหลวงมีการเปลี่ยนแปลง ฮ่องเต้ยกบัลลังก์ให้รัชทายาท พระองค์นั่งเลี้ยงเจ้าก้อนแป้งทั้งสี่อย่างสบายพระทัย ไท่ซ่างหวงทรงมีงานอดิเรกคือเลี้ยงพระนัดดา ส่วนฮ่องเต้พระองค์ใหม่ยังคงรักใคร่กลมเกลียวกับพี่สาวดีเนื่องจากเป็นบุตรฮองเฮาพระองค์ก่อนทั้งคู่ผ่านไปสี่ปีเสิ่นซูฉีกลายเป็นแม่ลูกห้า เนื่องจากท้องสองได้บุตรสาว ท้องสามได้คู่แฝดชายสองคนและนางกำลังท้องคนที่หก เพราะคนทำขยันไม่หยุดจริงๆแม้วัยจะล่วงเลยไปสามสิบหกปีแล้ว เสิ่นซูหานแต่งงานเมื่อสองปีที่แล้ว หยางซินอวี้ให้กำเนิดบุตรชายยามนี้ได้หนึ่งขวบเสิ่นซูเจินแต่งงานกับหนานกงซวีได้เกือบปีเพิ่งจะมีข่าวดีนางตั้งครรภ์แล้วเช่นกัน มีเพียงเสิ่นเพ่ยเพ่ยที่เพิ่งจะแต่งได้สามเดือนเท่านั้น หลังจากงานแต่งเสิ่นเพ่ยเพ่ยกับเซียวอี้ เสิ่นซูเหิงได้ขึ้นเป็นราครูแทนน้องเขย เพราะเขาขึ้นเป็นมหาราชครู เสิ่นซูเหิงส่งสินสอดกว่า288หีบไปสกุลเซียวเพื่อสู่ขอหมั้นหมายเซียวเซียวให้กับเสิ่นจวินไท่ ยามนี้เขาได้รับการแต่งตั้งเป็นหมอหลวงขึ้นหนึ่ง ถวายงานแต่ฮ่องเต้และไท่ซ่างหวงเท่านั้น ไทฮวงไทเฮายังทรงมีพระพลานามัยที่แข็งแรงเฝ้าดูลูกหลานเติบโตสกุลเสิ่นทั
ทางด้านเซียวอี้กำลังช่วยคนรักดูร้านที่เพิ่งจะให้นางมา มารดาเขาแม้จะแพ้ท้องแต่กลับห่วงสะใภ้ยิ่งนัก เสิ่นเพ่ยเพ่ยออยากได้ร้านค้าที่มีขนาดสามห้อง นานหน้าขายถึงหนึ่งแสนสามหมื่นตำลึง แม้จะมีเงินแต่เสิ่นเพ่ยเพ่ยคิดว่าแพงไป หวังชิงเหยียนรู้เรื่องจึงให้บุตรชายเอาร้านค้าสกุลหวังที่กำลังจะหมดสัญญาเช่าห้าห้องให้ว่าที่สะใภ้"เพ่ยเพ่ยหัวดี การค้าย่อมรุ่งเรือง อี้เอ๋อร์ ลูกสอบได้ขุนนางแล้วภายหน้าหากมีคนบอกว่าฮูหยินเจ้าเป็นเพียงแม่ค้าเจ้าจะอายหรือไม่""ท่านแม่ขอรับ สกุลเสิ่นล้วนมีแต่คนฉลาด เพ่ยเพ่ยเองก็เลือกที่จะเป็นภรรยาข้าตั้งแต่ยังไม่เห็นของหมั้น นางรู้ว่าเรายากจนเพียงใดพวกเขายังรับหมั้น ข้าแต่งกับนางย่อมไม่มีอะไรไม่ดี ที่สำคัญในใจนางมีข้านั่นย่อมดีแล้ว คำคนอื่นมิได้ทำให้เราอิ่มท้อง""เช่นนั้นก็ดี"เซียวอี้นึกถึงคำมารดาเสร็จก็เดินมาหาดรุณีน้อยก่อนจะกอดจากทางด้านหลัง แม้ว่าเสิ่นเพ่ยเพ่ยจะสิบสี่แล้วแต่เซียวอี้นั้นสูงมากนางจึงอยู่แค่ใต้ราวนมเขาเท่านั้น เขาแทบจะบังนางจนมิด น้ำเสียงอบอุ่นเอ่ยถาม"ชอบหรือไม่คนดี""ชอบเจ้าค่ะ แต่ว่าพี่เซียวอี้ท่านจะไม่คิดค่าเช่าหรือเจ้าคะ ห้าห้องนี้หากปล่อยเช่าเดือนหนึ่
หลังจากที่ฮ่องเต้พระราชทานสมรสให้หยางเวยหมิงจึงได้มาส่งสินสอดที่สกุลเสิ่น เวินจู๋ชิงและเผยเซียวเหยียนท่านลุงใหญ่และปู่บุญธรรมมารอรับขบวนสินสอด ครั้งนี้สินสอดกว่า288หีบถูกแบกมาอย่ายิ่งใหญ่ เมื่อเปิดออกก้พบว่าเป็นเงินตำลึงแวววาว และตั๋วเงินกว่าสามลิ้นตำลึง อีกทั้งโฉนดที่ดินหนึ่งหมื่นสองพันหมู่เสิ่นซูฉียิ้มให้กับคนที่กำลังลงจากหลังม้าเดินมาหานาง ภายนอกที่ดินเหล่านี้อาจเป็นสินสอดที่มากมายแต่ความนัยคือที่ดินเหล่านี้ฝ่บาทพระราชทานมาให้ไว้ทดลองเพาะปลูก เพราะหาเป็นที่ดินทางการขุนนางมักไม่ใส่ใจแต่หากมีผลได้เกินผลเสียต่างเข้ากอบโกยทันที สิ่งของในหีบมีทั้งผ้าไหมชั้นดี ธัญพืช ขนมและแก้วแหวนเงินทองมากมาย หยางเวินหมิงในชุดขุนนางภูมิฐานเดินมาหานาง ก่อนจะเคารพผู้อาวุโสที่ยืนอยู่"หลายเขยคารวะท่านลุงใหญ่ คารวะท่านปู่เผยขอรับ""ดีๆๆ ท่านชายช่างสง่างามยิ่งนักว่าไหมจู๋ชิง""ขอรับท่านลุงเผย เมื่อยืนคู่กันกับหลานรองแล้วช่างเป็นคู่ที่เหมาะสมยิ่งนักขอรับ""ท่านลุง หลานเตรียมอาหารไว้สำหรับคนแบกสินสอดด้วย อย่างไรรบกวนป้าสะใภ้เป็นธุระให้สักหน่อยได้ไหมเจ้าคะ หลานไม่เคยทำงานใหญ่เกรงจะทำได้ไม่ดี ท่านลุงกับท่านปู่
จากนั้นเฉากงกงก็สั่งเลิกประชุม ฮ่องเต้อุ้มหยางหมิงฮ่าวส่วนหยางเวยหมิงอุ้มหยางหลิงเฟย ทั้งสองไปนั่งที่อุทยานเพื่อรับลม เสิ่นซูฉีเข้าวังไปหาไทเฮา จางกุ้ยเฟยท่านน้าของหนานกงซวีที่กำลังจะมาเข้าเฝ้าไทเฮาเช่นกันก็เห็นเสิ่นซูเจินที่กำลังนั่งรอพี่สาว เสิ่นซูเจินไม่รู้ว่านางคือใครได้แต่ทำความเคารพ จางกุ้ยเฟยเอ่ยถามนาง"เจ้าคือคุณหนูสามสกุลเสิ่น""เพคะเป็นหม่อมฉันเอง""เจ้ารู้หรือไม่ว่าข้าคือใคร""ขอทรงประทานอภัย หม่อมฉันเข้าวังครั้งแรกตามพี่สาว มิอาจทราบว่าพระสนมคือผู้ใด แต่หากล่วงเกินหวังว่าพระนางจะทรงเมตตาเพคะ"กิริยามารยาทถือว่าดีงาม จางกุ้ยเฟยยิ้มก่อนจะเดินมาหา พระนางดึงปิ่นปักผมที่แกะสลักดอกท้อสวยงามออกมาแล้วเสียบที่มวยผมของเสิ่นซูเจิน ก่อนจะทรงตรัส"ความหมายของดอกท้อเจ้ารู้ใช่หรือไม่""ทูลพระสนมบางคนอาจคิดว่าดอกท้อสื่อถึงความรักอย่างเดียว แต่อีกนัยหนึ่งดอกท้อยังสื่อถึงความอดทนและความยั่งยืนเพคะ”"ความอดทนและความยั่งยืนงั้นหรือ..."พระนางเอื้อมหัตถ์ไปแตะที่ปลายปิ่นดอกท้อบนศีรษะของซูเจินเบาๆ"เจ้าฉลาดนักที่มองเห็นเช่นนั้น เพราะก่อนที่ดอกท้อจะเบ่งบานอวดโฉมในฤดูใบไม้ผลิ มันต้องผ่านลมหนาวที่ก
องค์หญิงใหญ่ทรงมีประสูติกาลคู่แฝดฮ่องเต้ทรงพระสรวลทุกวัน เลิกจากราชกิจจะไปเยี่ยมบุตรสาวไม่เคยหยุด เหล่าองค์ชายและพระนัดดาในวังยังมิได้รับความโปรดปรานเช่นนี้ รัชทายาทเองก็ทรงรักใคร่พี่สาวยิ่งนัก ของดีอะไรก็ส่งไปจวนหยาง แต่ใครจะรู้ว่าหลังจากที่ราชครูไปรับคุณหนูสามคนนั้นกลับเมืองหลวงพร้อมบุตรชายและบุตรสาวฝาแฝดเขาก็พาบุตรชายและบุตรสาวโอ้อวดทุกวันจนขุนนางต่างๆ ท้อใจ ท่านราชครูเอาบุตรคู่แฝดมาทำงานด้วย แต่ใครจะกล้าออกปากกันเล่านั่นเหลนคนโปรดของฝ่าบาทเชียวนะ วันๆเอาเหลนมานั่งประชุมราชกิจด้วย ขุนนางไม่มีใครคัดค้าน พอมีคนเอ่ยปากอยู่ๆก็ป่วยพูดไม่ได้เสียเช่นนั้น อย่างเช่นวันนี้ที่กำลังประชุม เฉากงกงกับนางกำนัลที่ดูแลท่านหญิงและซื่อจื่อน้อยยิ้มละไม ช่างเป็นเด็กรู้ความยิ่งนัก ฮ่องเต้เอ่ยด้วยพระสุรเสียงกังวาน"พวกท่านในที่นี้คงจะจำได้เรื่องเมื่อปีก่อนของสกุลเวินและสกุลฟางรวมถึงขุนนางทุจริตอีกหลายคนสินะ""พ่ะย่ะค่ะฝ่าบาท"ทุกคนรับคำพร้อมกัน ฮ่องเต้เขย่าป๋องแป๋งให้หยางหลิงเฟยดูแต่ยังคงเอ่ยพระโอษฐ์"คุณหนูสามคนนั้นหรือก็คือว่าที่ฮูหยินราชครูก่อนนางจะจากไปได้มอบหลักฐานความผิดของพวกเขา ที่สำคัญนางยังมอบ
ออกเดินทางกลับเมืองหลวงยามซื่อทุกขบวนเตรียมออกเดินทาง ร้านบะหมี่เปิดตามปกติ ทุกคนกินมื้อเช้าเรียบร้อยก็เตรียมตัวออกเดินทาง รถม้าเตรียมพร้อมแล้ว หยางเวยหมิงประคองไทเฮามาจากเรือนพักเพื่อส่งพระนางขึ้นรถ ไทเฮายิ้มให้กับชาวบ้าน วันนี้พวกเขาเพิ่งรู้ว่าท่านยายจ้าวที่พวกเขาเห็นนางชอบทำบุญแจกทานก็คือไทเฮาองค์ปัจจุบัน"หมิงเอ๋อร์..ยายทวดขึ้นรถม้าเองได้ มีผิงผิงอยู่เจ้าไปดูเมียกับลูกเถอะ""เช่นนั้นเหลนขอตัวก่อนนะพ่ะย่ะค่ะ ผิงผิงฝากไทเฮาด้วยนะ""เจ้าค่ะท่านชาย"หญิงชราขึ้นรถม้าไปพร้อมกับองครักษ์หญิงของนาง เสิ่นซูฉีอำลาคนงานและชาวบ้าน เสิ่นเพ่ยเพ่ยตาแดงเพราะคนที่มาส่งคือบรรดาเด้กที่นางมักจะไปขึ้นเขาลงห้อยจับปลาล่ากระต่ายอยู่เสมอ"พี่เพ่ยเพ่ย....พวกท่านอย่าลืมมาเที่ยวหาพวกเราบ้างนะ""ใช่ๆ พี่ต้องคิดถึงพวกข้าด้วยนะ พี่เจินเจินด้วยห้ามลืมพวกเรานะ""ฮึกๆๆ...ไม่ลืมๆหากว่าข้าตั้งหลักได้แล้วจะมาหานะ ถ้าพวกเจ้าไปเมืองหลวงอย่าลืมไปหาพวกเราด้วย"เสิ่นเพ่ยเพ่ยสะอื้นเพราะต้องจากเพื่อเล่นไปไกล เสิ่นซูเจินสงบนิ่งแม่ในใจจะอาวรณ์ นางเอ่ยกับเด็กๆที่มาส่ง"อย่าลืมตั้งใจเรียน หากพวกเจ้ามีความรู้อนาคตก็จะเลี้ยงดูพ่อ
เหตุการณ์ก่อนหน้าหนึ่งเดือนก่อนเสิ่นซูฉีให้พี่ชายคัมภีร์เต๋ามาให้นาง เสิ่นซูเหิงเห็นน้องสาวชอบอ่านตำราเต๋ากล่อมคู่แฝดทุกวันก็อดสงสัยไม่ได้จึงเอ่ยถาม"น้องรอง เจ้าอ่านตำราเต๋าให้คู่แฝดฟังทุกวัน หลานยังเด็กเพียงนั้นจะเข้าใจหรือ""พี่ใหญ่ที่ข้าอ่านเพื่อสงบจิตใจ อีกอย่างแม้ว่าพวกเขายังเด็กแต่ก็ซึมซับไ
เวินซูฉีที่ตอนนี้รับรู้เรื่องราวผ่านความทรงจำทุกอย่าเรียบร้อยแล้ว ที่ต้องจัดการด่วนคือไอ้โง่เวินซูเหิง ร่างบางเดินไปยังห้องนอนใหญ่นางเพียงแค่ก้าวเข้าไปในบริเวณสวนก็มีเสียงดังและเสียงโครมครามตามมา"โครม!! เพล้ง!! เสียงขว้างปาข้าวของดังออกมา ตามด้วยเสียงสบถหยาบคาย"ไป๊!! ออกไปให้หมดไปให้พ้นหน้าข้า เจ
เวินหนิงกับฮูหยินผู้เฒ่าที่ได้ยินก็ปากสั่นเดินตรงมาเพื่อจะฟาดนางอีกรอบ เวินซูฉียอมเจ็บตัวจับปลายแส้เอาไว้แล้วกระชาก ด้วยแรงบุรุษมีมากกว่านางตัวเล็กจึงจับปลายแส้มั่นแล้วออกแรงถีบเก้าอี้ไม้ที่หยางเว่ยหมิงนั่งอยู่จนเขาเกือบหงายหลัง และชิงเอามาจนได้ จากนั้นนางก็เริ่มลงมือเพล้ง!! ปัง!! เพล้ง!! โครม!! โ
แวนด้าที่ตอนนี้นอนแผ่หลาอยู่ในห้อง สายตามองเพดานอย่างเลื่อนลอย สภาพห้องที่ทรุดโทรมเธออาศัยอยู่กับน้องสี่ของเธอและสาวใช้ ส่วนพี่ชายอยู่อีกห้อง ตอนนี้พี่ชายอารมณ์เสียบ่อยๆเพราะเดินไม่ได้ เวินหนิงไอ้พ่อสารเลวนั้นบอกว่าแม่ของร่างนี้ว่ามีชู้ เขาจับได้นางเลยกระโดดน้ำตายหนีความผิด เท่าที่จำได้ศพของมารดานา







