Masukเช้าวันต่อมา... ครอบครัว เพื่อนๆ หมอและเพื่อนสนิทของเบญจามินทร์ รวมถึงเพื่อนสนิทของปภาวรินทร์มาเยี่ยมกันไม่ขาดสาย ของเยี่ยมก็มีสารพัดอย่าง ทั้งแพมเพิส ผ้าอ้อม ขวดนม เสื้อผ้า ชุดสำลี ถุงเก็บน้ำนม อาหารบำรุง เยอะจนต้องเปิดห้องอีกห้องไว้สำหรับเก็บของเยี่ยม บางคนก็ให้ทอง ให้เงินสดไว้รับขวัญเด็กแฝด ทำให้คุณพ่อคุณแม่มือใหม่ปลื้มใจยิ่งนัก“โอ๊ย! หน้าตามันกวนตีนเหมือนแม่มันไม่มีผิด!” รพี่จ้องมองเด็กทั้งสองที่หลับปุ๋ยอย่างใช้ความคิด ปภาวรินทร์หยิบหมอนใบเล็กขว้างไปที่เพื่อนจอมปากมอม“ตลกเหรอไง!”“เอ้า! ก็จริงนี่... หน้าตากวนโอ๊ยแบบสุดๆ เหมือนแกเด้ะ ไม่ค่อยมีเค้าคุณหมอสักเท่าไหร่” รพีพิจารณาหน้าหลานทั้งสองต่อไป เขาเองก็เห่อหลานแบบสุดๆ เหมือนกัน ว่าที่พ่อเลี้ยงเมืองเหนือเล่นหอบเอาทองคำแท่งมารับขวัญนับสิบๆ บาท แถมยังมีเสื้อผ้าเด็กแรกเกิดไปจนถึงตอนโตด้วย“ยังบอกไม่ได้หรอกว่าสุดท้ายแล้วจะเหมือนแม่หรือเหมือนพ่อ ต้องรอดูตอนโต เพราะหน้าเด็กจะเปลี่ยนไปตลอด” แพรวาบอก รพีครุ่นคิด“ว่าไงเจ้าหนู โตขึ้นจะหน้าเหมือนใคร จะหน้าหล่อสุภาพเรียบร้อยเหมือนคุณพ่อ หรือจะหน้ากวนตีนเหมือนคุณแม่กันจ๊ะ” รพี่ถามเด็กแฝดที่ร
“คุณหมอ! ช่วยด้วยค่ะ ปรายจะเอาลูกเข้าเต้ายังไงดีคะ ร้องพร้อมกันเลย” ปภาวรินทร์โวยวายลั่นห้อง พอคลอดเสร็จฮอร์โมนของเธอก็เปลี่ยนแปลงกะทันหัน มีอาการหนาวสั่นจนต้องรับประทานยาแก้ไข้ หนาวจนเป็นตะคริว แล้วยังมีอารมณ์ขึ้นๆ ลงๆ ผิดปกติ วิตกกังวลอย่างเห็นได้ชัด โดยเฉพาะตอนที่ลูกแฝดร้องไห้จ้าขึ้นมาพร้อมกัน“ใจเย็นๆ” เบญจามินทร์ปลอบภรรยาขณะที่กำลังอุ้มลูกคนแรกอยู่ ส่วนอีกคนอยู่ในอ้อมแขนปภาวรินทร์แล้ว“คุณหมอก็พูดได้นี่คะว่าให้ใจเย็นๆ ลูกร้องจะแย่อยู่แล้ว จะเป็นอะไรไหม แล้วปรายจะเอาลูกเข้าเต้ายังไง ปรายเจ็บหัวนม ฮือๆๆๆ” ปภาวรินทร์ร้องไห้อย่างสติแตก ทำให้เบญจามินทร์ต้องเอามือกุมขมับ“ใจเย็นๆ ก่อนค่ะพี่ปราย อย่าเพิ่งหงุดหงิดไปสิคะ ให้ลูกกินนมจากขวดก่อนก็ได้ ค่อยๆ สลับกันไป ตอนนี้น้ำนมอาจจะยังไม่มาหรือมาน้อย สักสองสามวันก็น่าจะมาเยอะแล้วค่ะ” เปรมนีย์ปลอบพี่สาว ทำให้ปภาวรินทร์ใจเย็นลงบ้าง เธอเอาลูกเข้าเต้าอย่างทุลักทุเล“ทำไมไม่ดูดละลูก นี่หัวนมแม่ไง โอ๊ยๆ” หญิงสาวยังร้องโวยวาย เพราะเอาลูกเข้าเต้าไม่เป็น เปรมนีย์ไม่รู้จะสอนยังไงเพราะเธอสอนใครไม่เป็นด้วยเช่นกัน เบญจามินทร์จึงเรียกให้พยาบาลมาสอนใหม่อีก
ในที่สุดวันที่เบญจามินทร์และปภาวรินทร์รอคอยก็มาถึง เบญจามินทร์ให้ปภาวรินทร์นอนรอคลอดที่โรงพยาบาลล่วงหน้าก่อน 3 วัน ระหว่างนี้เขาให้แพทย์ที่ดูแลการตั้งครรภ์ของหญิงสาวเข้ามาตรวจดูอาการและประเมินความเสี่ยงตลอดเวลา ชีพจรเด็กทั้งสองเต้นปกติ แฝดเบอร์หนึ่งเอาหัวทิ่มลงเตรียมพร้อมคลอด แถมปภาวรินทร์ยังเจ็บท้องถี่ๆ อีกด้วย เธอนอนนับอาการเจ็บท้องตลอดเวลา“เป็นยังไงบ้าง ตอนนี้เจ็บท้องถี่ขึ้นไหม” เบญจามินทร์นั่งข้างๆ แล้วกุมมือเธอไว้แน่น“ตอนนี้เจ็บทุกครึ่งชั่วโมงแล้วค่ะ” เธอบอก หน้าของเธอซีดๆ หัวคิ้วมุ่นขึ้น“ตอนนี้งดน้ำงดอาหารก่อนนะ เผื่อต้องผ่าคลอดฉุกเฉิน แต่ถ้าคลอดเองไหวก็คลอดเองนะ” เขาปลอบเธอ ปภาวรินทร์พยักหน้าน้อยๆ“ค่ะ”“เฮ้ย! เป็นยังไงบ้างยัยปราย จะคลอดหรือยัง” ประตูห้องพักผู้ป่วยแบบดับเบิ้ล VIP ถูกเปิดขึ้นโดยเพื่อนที่สุดแสนจะกวนบาทาอย่างรพี ที่มาพร้อมกับแพรวา สายชล และเปรมนีย์ ก่อนหน้านี้ก็มีเพื่อนหมอของเบญจามินทร์แวะเข้ามาเยี่ยมเยียนให้กำลังใจกันไม่ขาดสาย“ใกล้แล้วล่ะมั้ง” เธอตอบไปส่งๆ เพราะตอนนี้ไม่มีอารมณ์จะเล่นหยอกล้อกับเพื่อนเหมือนอย่างเคย“สู้ๆ นะคะพี่ปราย” เปรมนีย์เดินมาให้กำลังใจพี
เบญจามินทร์เอามือไปวางบนหน้าท้องขนาดใหญ่ เขาก้มลงจูบท้องเหมือนทุกๆ วันที่ผ่านมา ในแต่ละวันเขาจะหาเวลาอ่านนิทานให้ลูกฟัง นอนลูบท้อง เจ้าเด็กแฝดนี่ก็ขยันถีบขยันทักทายเหลือเกิน ตอนนี้ก็เหมือนกัน พอลูบๆ ท้อง เด็กทั้งคู่ก็ถีบแข่งกันจนท้องยวบยาบไปหมด“ลูกเรานี่ซนตั้งแต่อยู่ในท้องเลยเนอะ” เขาคุยกับภรรยา แต่ปภาวรินทร์ไม่มีอารมณ์จะคุยด้วย เธอสะกิดเขายิกๆ“คุณหมอ...”“โอเคๆ ครับคุณภรรยา” เขาส่ายหน้าแล้วลุกขึ้นถอดเสื้อถอดผ้า ปภาวรินทร์ยิ้มกว้าง เธอเอามือลูบไล้ความเป็นชายแล้วดูดกลืนตัวตนจนเต็มปาก“อูย...”ปภาวรินทร์ดูดเลียจนความเป็นชายแข็งดุจเหล็กกล้า เขาจับเธอนอนลงแล้วอ้าขา สายตาจับจ้องไปที่ช่องทางสวาทแล้วก็ลงลิ้นเลียไปทั่วกลีบกายสาว ปภาวรินทร์ร้องครวญครางอย่างพึงพอใจ ยามที่เธอตะกายไปถึงฝั่งฝันท้องเธอก็แข็งเกร็งขึ้น“อืม... อ่าส์... อ๊ะ...”เบญจามินทร์จับสังเกตได้ เขาจึงเลือกที่จะไม่สอดกายเข้าไปในช่องทางรักของเธอ แต่เลือกใช้วิธีการดูดเต้านมของเธอเพลินๆ แล้วให้เธอดูดเจ้ามังกรจนน้ำรักพ่นออกมาเลอะปากแทน“เห็นไหม... ผมบอกแล้วว่าเดี๋ยวท้องแข็ง” เขาบ่นอีกพร้อมกับหยิบกระดาษทิชชูมาเช็ดริมฝีปากที่เปื้อนน
ปภาวรินทร์ลุกขึ้นยืนหลังจากปิดคอมพิวเตอร์ เธอบิดตัวไปมาแล้วก็เดินไปที่เตียง เห็นเบญจามินทร์นอนหลับปุ๋ยก็คิดอยากแกล้ง เธอเอานิ้วจิ้มๆ แก้มขาวใสของเขาเล่น และเอานิ้วเขี่ยริมฝีปาก มือหนาก็จับมือเล็กอันแสนซุกซนไว้เสียก่อน“ซนนักนะเรา ทำไมกว่าจะเสร็จถึงดึกนัก” เขาเอ็ด ปภาวรินทร์ยิ้มกว้าง“เพลินไปหน่อยค่ะ คืนนี้ได้เกือบสิบหน้าเลย”“ท้องแข็งไหม”“นิดหน่อยค่ะ” เธอเอามือลูบท้องตัวเองเบาๆ เบญจามินทร์ส่ายหน้าระอากับเด็กดื้อตรงหน้า เขาดึงเธอให้ทิ้งตัวนอนลงโดยศีรษะหนุนกับแขนกำยำ เบญจามินทร์ลูบแขนเธอเบาๆ ตอนนี้เธอน้ำหนักขึ้นเกือบสิบกิโลกรัม อวบอัดน่าฟัดไปหมดทั้งตัว เขาหลับตาลงกำลังจะเคลิ้มๆ เจ้ามือซุกซนของเธอกลับมาลูบไล้เป้ากางเกงเขาเสียนี่“คุณหมอ คืนนี้จะหลับเลยเหรอคะ ไม่อึ๊บกันก่อนเหรอ” เธอถามเสียงหวาน หน้าตาอ้อนสุดๆ เบญจามินทร์ลืมตาขึ้นมองหญิงสาวแล้วก็อมยิ้ม“อยากเหรอ”“อยากค่ะ อยากอึ๊บกับคุณหมอ”“แต่คุณใกล้คลอดแล้วนะ อีกแค่สองเดือนกว่าๆ ก็จะถึงกำหนดคลอดแล้ว ผมว่าเราเพลาๆ ลงบ้างก็ดีนะ เดี๋ยวคุณจะท้องแข็งท้องเกร็งบ่อย” เขาเตือน แต่เด็กดื้อยังคงหน้างอ“ไม่เป็นไรหรอกค่ะ นิดหน่อยเอง” เธอยังคงงอแงไม
“ที่นี้หยุดตีโพยตีพายแล้วก็หยุดมโนได้แล้วใช่ไหม” คุณหมอถาม น้ำเสียงของเขายังคงนุ่มนวลอบอุ่นเป็นปกติ ไม่ได้แสดงท่าที่โกรธหรือโมโหออกไป ทำให้ปภาวรินทร์รู้สึกผิดมากยิ่งขึ้น“ปราย... ปรายขอโทษค่ะ”“ทีหลังอย่าทำแบบนี้อีก รู้ไหมว่าผมเป็นห่วงคุณมากแค่ไหน หายไปเฉยๆ แบบนี้ แถมยังไม่รับโทรศัพท์อีกด้วย ไปเป็นลมเป็นแล้งขึ้นมาจะทำยังไง”“ปรายขอโทษ ปรายรู้ว่าปรายผิด ปรายงี่เง่า” เธอน้ำตาหยดแหมะๆ เบญจามินทร์เอามือปาดน้ำตาบนใบหน้าเธอออก“ผมไม่ได้ว่าคุณ ผมแค่อยากเตือนคุณ ไม่อยากให้คุณทำแบบนี้อีก ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมาคุณเห็นว่าผมเป็นผู้ชายเจ้าชู้หรือไง ทำไมถึงหวาดระแวงและไม่เชื่อใจผมนัก” ชายหนุ่มเอามือปัดปอยผมที่ร่วงลงมาปิดหน้าขึ้นไปทัดหู ปภาวรินทร์ส่ายหน้าน้อยๆ เธอโผกายสวมกอดคุณหมอหนุ่มเอาไว้แน่น“ทีหลังปรายจะไม่ทำอย่างนี้อีกค่ะ”“ดีมากครับ ผมรักและเป็นห่วงคุณมากนะ”“ปรายก็รักคุณค่ะ”“ถ้ารักผม รักลูก หลังจากนี้ก็ช่วยหยุดทานขนมหวานได้แล้ว วันนี้คุณทานเค้กไป 5 ชิ้น เดี๋ยวเบาหวานก็ถามหาหรอก” เบญจามินทร์ดันร่างบางออกแล้วชี้นิ้วดุเหมือนเธอเป็นเด็กตัวน้อย ปภาวรินทร์อีกอัก“เอ่อ...”“ไม่ต้องเอาเรื่องผมมาเป็น







