เข้าสู่ระบบในหัวของเธอฉายภาพเตียงนอนสีเทาเข้มเมื่อเช้า ภาพแผ่นหลังที่หันหนี ภาพช่องว่างหนึ่งฝ่ามือที่ไม่เคยถูกเติมเต็ม
เมื่อพิธีการบนเวทีจบลง แพรวาปลีกตัวเดินฝ่าฝูงชนออกมาที่ห้องน้ำด้านนอก เธอผลักบานประตูเข้าไป ยืนประจันหน้ากับตัวเองในกระจกบานใหญ่เหนืออ่างล้างมือลายหินอ่อน
ผู้หญิงในกระจกแต่งหน้าสวยงามไร้ที่ติ ริมฝีปากกระจับเคลือบลิปสติกสีพีช ชุดเดรสตัดเย็บเข้ารูปพอดีตัว เธอดูเป็นผู้หญิงเก่ง มั่นใจ และพึ่งพาตัวเองได้ในสายตาของทุกคนที่แบรนด์ 'ทอฝัน' แต่ลึกๆ ข้างใน แววตาคู่นั้นกลับกลวงโบ๋
เธอยกมือขึ้น ดึงยางรัดผมเส้นสีดำที่มักจะคล้องไว้ที่ข้อมือเสมอมามัดผมตัวเองให้แน่นขึ้น เป็นนิสัยที่แก้ไม่หายเวลาที่สมองกำลังว้าวุ่น
ภาพของโบว์ที่ยืนอยู่บนเวทียังคงติดตา ไม่ใช่แค่เรื่องงานแต่งงานหรูหรา แต่มันคือ 'ความชัดเจน'
สามปีที่ผ่านมา เธอมีทุกอย่างร่วมกับเมืองน่าน มีคีย์การ์ดเข้าบ้านของเขา รู้ว่าเขาชอบกาแฟอเมริกาโน่ไม่ใส่น้ำตาลตอนตีห้า รู้ว่าเขาเกลียดกลิ่นน้ำยาปรับผ้านุ่มฉุนๆ รู้ว่าเขาชอบนวดขมับเวลาเครียดจากเคสผ่าตัด เธอทำกับข้าวให้เขากิน ซักเสื้อคาร์ดิแกนตัวโปรดให้ นอนกอดกันบนโซฟาวันที่ฝนตกหนัก
แต่เธอไม่มีตัวตนในโลกใบอื่นของเขาเลย
ไม่มีรูปคู่ในโซเชียลมีเดีย ไม่เคยไปกินข้าวกับครอบครัวเขา ไม่เคยถูกแนะนำให้เพื่อนร่วมงานของเขารู้จักในฐานะอื่นนอกจาก 'เจ้าของร้านผ้าทอ'
และที่สำคัญที่สุด... เขาไม่เคยพูดคำว่ารัก ไม่เคยขอคบเป็นแฟน
ตั้งแต่วันแรกที่เผลอไผลมีความสัมพันธ์ลึกซึ้งกันที่บ้านสวนบนดอย เมืองน่านขีดเส้นไว้ชัดเจนด้วยประโยคเรียบง่ายแต่เลือดเย็นว่า 'ผมให้คุณได้แค่นี้' ตอนนั้นเธอเพิ่งพังจากกรุงเทพฯ และหลอกตัวเองว่าแค่มีความสุขกับปัจจุบันก็พอ ความดีและความผูกพันจะค่อยๆ เปลี่ยนใจผู้ชายที่กลัวความรักอย่างเขาได้เอง
แต่วันนี้ ตอนนี้ วินาทีนี้ แพรวาเพิ่งตระหนักได้ว่า เธอหลอกตัวเองมาตลอด
เวลาสามปีไม่ได้ทำให้กำแพงของเขาลดลงเลย มันแค่ทำให้เธอคุ้นชินกับการอยู่ในมุมมืด คุ้นชินกับการเป็นตัวเลือกที่เขาจะหันมาหาเมื่อไหร่ก็ได้ และทิ้งไว้ข้างหลังเมื่อไหร่ก็ได้เช่นกัน
ถ้าเกิดวันหนึ่งเมืองน่านเจอคนที่เขาอยากกางปีกปกป้องจริงๆ คนที่เขาอยากสวมแหวนให้และประกาศให้โลกรู้ เธอก็คงเป็นได้แค่ฝุ่นผงที่ถูกปัดทิ้งออกจากชีวิตเขาโดยไม่มีสิทธิ์แม้แต่จะเรียกร้องความยุติธรรม เพราะเขาพูดไว้ตั้งแต่ต้นแล้วว่าไม่ได้คบกัน
เกราะป้องกันตัวของเมืองน่านมันสมบูรณ์แบบ เขาไม่เคยโกหก แต่เขาแค่เอาเปรียบความรักของเธออย่างเนียนที่สุด
แพรวาปล่อยมือจากยางรัดผม รอยแดงจางๆ ปรากฏบนข้อมือ เธอสูดลมหายใจเข้าลึกๆ มองตาตัวเองในกระจกอีกครั้ง
พอแล้ว
เธอไม่อยากเป็นคนโปรดที่ไม่มีสถานะ ไม่อยากเป็นความสบายใจที่ไม่มีชื่อเรียก ไม่อยากอยู่ในความสัมพันธ์ที่มองไม่เห็นแม้แต่เงาของพรุ่งนี้อีกต่อไปแล้ว
ห้าทุ่มสี่สิบห้านาที
แพรวาแตะคีย์การ์ดลงบนเครื่องอ่านหน้าประตูบ้านของเมืองน่าน เสียงเตือนดังขึ้นสั้นๆ ก่อนที่กลอนประตูจะปลดล็อก เธอผลักประตูเข้าไปด้านใน ถอดรองเท้าส้นสูงออกวางไว้ที่ชั้นอย่างคุ้นเคย
ไฟในห้องนั่งเล่นเปิดสลัว เมืองน่านในชุดเสื้อยืดสีพื้นและกางเกงผ้าฝ้ายตัวเก่งกำลังนั่งพิงโซฟาตัวแอลสีเทา มือหนึ่งถือแท็บเล็ตอ่านบทความทางการแพทย์ อีกมือถือแก้วน้ำเปล่า แว่นตากรอบใสที่เขาใส่อยู่บ้านทำให้ใบหน้าหล่อเหลาดูซอฟต์ลงกว่าตอนใส่ชุดกาวน์ที่โรงพยาบาล
เขาเงยหน้าขึ้นมองเมื่อได้ยินเสียงเดิน
"กลับดึกจัง" น้ำเสียงทุ้มเอ่ยทักทายเรียบๆ สายตากวาดมองชุดเพื่อนเจ้าสาวที่เธอยังไม่ได้เปลี่ยน "งานเลิกนานแล้วไม่ใช่หรือไง"
"ไปช่วยโบว์เคลียร์ของที่ห้องส่งตัวมาน่ะ" แพรวาตอบ วางกระเป๋าถือลงบนโต๊ะกระจก
เมืองน่านพยักหน้ารับรู้ วางแท็บเล็ตลงบนโต๊ะ "ไปอาบน้ำสิ กลิ่นแอลกอฮอล์หึ่งเลย ดื่มไปเยอะล่ะสิ" เขาบ่นเบาๆ แต่ก็ขยับตัวลุกขึ้นยืน เดินเข้ามาใกล้และแตะมือลงบนเอวของเธออย่างเป็นธรรมชาติ เป็นความเคยชินที่น่ากลัวที่สุดสำหรับหัวใจของเธอ
แพรวาไม่ได้เบี่ยงตัวหลบ แต่ก็ไม่ได้เอนตัวเข้าหาเหมือนทุกที เธอเดินเลี่ยงเข้าห้องน้ำไปเงียบๆ
สายน้ำอุ่นจากฝักบัวชำระล้างคราบเครื่องสำอางและสเปรย์ฉีดผมออกไปจนหมด แพรวาสวมชุดนอนผ้าฝ้ายสีครีมของตัวเองที่ทิ้งไว้ในตู้เสื้อผ้าของเขา เมื่อเปิดประตูออกมา เมืองน่านเข้าไปนอนอ่านหนังสืออยู่บนเตียงแล้ว เขากะพริบตาไฟหัวเตียงฝั่งของเธอให้สว่างขึ้นเล็กน้อย เป็นการกระทำเล็กๆ น้อยๆ ที่เคยทำให้เธอใจสั่น แต่วันนี้มันกลับรู้สึกเหมือนยาชาที่หมดฤทธิ์
เธอก้าวขึ้นไปบนเตียง สอดตัวเข้าใต้ผ้าห่มผืนเดียวกัน นอนหงายมองเพดานห้องสีขาวสะอาดตา
แอร์คอนดิชันเนอร์ครางหึ่งๆ ทำงานเป็นจังหวะสม่ำเสมอ เมืองน่านพลิกหน้ากระดาษหนังสือ เสียงสวบสาบดังชัดเจนในความเงียบ
"เมือง..." แพรวาเอ่ยทำลายความเงียบ น้ำเสียงของเธอราบเรียบ ไม่มีการออดอ้อนเหมือนที่ผ่านมา
"หืม" เขารับคำโดยไม่เงยหน้าจากหนังสือ
แพรวานิ่งไปอึดใจหนึ่ง ดวงตาจับจ้องอยู่ที่เงาของพัดลมเพดาน "ถ้าแพรหายไปจากชีวิตเมือง... เมืองจะเสียใจไหม"
เขากระชากบานประตูลิ้นชักออกดูทีละชั้น โล่งเตียน ไม่มีแม้แต่ยางรัดผมเส้นสีดำที่เธอมักจะทำหล่นไว้ตามมุมต่างๆ ของบ้านกรามเข้มขบเข้าหากันแน่นจนเป็นสันนูน เมืองน่านหมุนตัวเดินเร็วๆ เข้าไปในห้องน้ำ กวาดสายตามองไปที่ชั้นวางของเหนืออ่างล้างหน้า ขวดแก้วสีชมพูอ่อน ครีมบำรุงผิว ยาสระผมขวดเล็ก และแปรงสีฟันด้ามสีชมพูที่เคยวางคู่กับด้ามสีน้ำเงินของเขา หายไปทั้งหมดพื้นที่ตรงนั้นสะอาดสะอ้าน ราวกับไม่เคยมีผู้หญิงชื่อแพรวาเข้ามาใช้ชีวิตร่วมกับเขาในบ้านหลังนี้มาตลอดสามปี"เก็บกวาดเก่งดีนี่"น้ำเสียงทุ้มต่ำลอดผ่านไรฟันออกมา เขามองตัวเองในกระจกเงา ดวงตาคู่คมมีความหงุดหงิดพาดผ่านอย่างปิดไม่มิดการที่เธอหอบเสื้อผ้าใส่กระเป๋าออกไปเมื่อคืน เขาคิดว่าเธอคงหยิบไปแค่ไม่กี่ชุดเพื่อประชด แต่การลบร่องรอยทุกอย่างออกไปจนหมดจดขนาดนี้ มันแสดงถึงความตั้งใจที่จะขีดเส้นแบ่งอย่างเด็ดขาดแต่คนอย่างเมืองน่านไม่เคยยอมรับความพ่ายแพ้ โดยเฉพาะกับความสัมพันธ์ที่เขามองว่าตัวเองเป็นคนคุมกฎมาตลอดเขาสะบัดหน้า เดินกลับไปสวมเสื้อเชิ้ตตัวเดิม คว้ากุญแจรถและกระเป๋าทำงาน เดินออกจากบ้านไปโดยไม่หันกลับไปมองความว่างเปล่าในตู้เสื้อผ้าอีกโร
เธอล้วงมือเข้าไปในกระเป๋าสะพาย หยิบคีย์การ์ดสีขาวที่มีสติกเกอร์รูปแมวแปะอยู่ตรงมุม—คีย์การ์ดบ้านของเขาที่เธอพกติดตัวมาสามปี—วางมันลงบนปลายเตียง"นี่กุญแจบ้านของคุณค่ะ ฉันคืนให้""แพรวา" เมืองน่านเรียกชื่อเธอเสียงแข็ง สายตาจับจ้องที่คีย์การ์ดใบนั้นเหมือนมันเป็นของอันตราย"ขอบคุณสำหรับช่วงเวลาที่ผ่านมานะคะคุณหมอ" เธอยิ้มมุมปากบางๆ เป็นการบอกลาที่ไม่มีความอาลัยอาวรณ์ "ขอให้โชคดีกับพื้นที่ปลอดภัยของคุณค่ะ"พูดจบ เธอก็หมุนตัวเดินออกจากห้องนอนไปทันทีเมืองน่านนั่งนิ่งอยู่บนเตียง เขาได้ยินเสียงฝีเท้าของเธอเดินลงบันได ได้ยินเสียงเปิดประตูบ้าน และตามมาด้วยเสียงปิดประตูดัง คลิกเสียงกลอนที่ล็อกลงพาเอาความเงียบสงัดเข้าครอบคลุมพื้นที่ทั้งหมดของบ้าน มันเงียบจนเขาได้ยินเสียงแอร์ที่ครางหึ่งๆ เงียบจนได้ยินเสียงนาฬิกาแขวนผนังเดินติ๊กต็อกเขามองคีย์การ์ดสีขาวที่วางอยู่บนปลายเตียง พื้นที่ว่างเปล่าตรงหน้าตู้เสื้อผ้า และที่นอนฝั่งซ้ายที่ไม่มีรอยยับย่น"ก็แค่เรียกร้องความสนใจ" เขาพึมพำกับตัวเอง ปัดความรู้สึกหวิวๆ ในอกทิ้งไปอย่างรวดเร็ว เอื้อมมือไปปิดโคมไฟหัวเตียงจนห้องตกอยู่ในความมืดมิด ทิ้งตัวลงนอนและหลับ
เสียงพลิกหน้ากระดาษหยุดชะงัก เมืองน่านนิ่งไป มือที่ถือหนังสือลดระดับลงเล็กน้อย เขาหันหน้ามามองเธอ หัวคิ้วเข้มขมวดเข้าหากันจนเป็นรอยย่นตรงกลางหน้าผาก แววตาที่เคยสงบเริ่มมีความหงุดหงิดพาดผ่านบางๆเขาเกลียดคำถามประเภทนี้ คำถามที่ต้อนให้เขาต้องพูดถึงความรู้สึก คำถามที่พยายามบีบคั้นหาคำตอบที่เขาไม่อยากให้"ไปเอาคำถามไร้สาระแบบนี้มาจากไหน" เขาถามกลับ น้ำเสียงติดจะรำคาญ "อินกับงานแต่งงานของเพื่อนมากไปหรือเปล่าแพร""ตอบแพรหน่อยสิ" เธอหันหน้าไปสบตาเขาตรงๆ ไม่หลบเลี่ยงเหมือนทุกครั้งที่เขาเริ่มทำเสียงดุ "ถ้าพรุ่งนี้แพรไม่อยู่ตรงนี้แล้ว คุณจะรู้สึกยังไง"เมืองน่านถอนหายใจหนักๆ วางหนังสือลงบนโต๊ะข้างเตียงดังตึบ เขาพลิกตัวตะแคงหันหลังให้เธอ ดึงผ้าห่มขึ้นคลุมไหล่ เป็นปฏิกิริยาต่อต้านแบบเด็กๆ ที่ซ่อนอยู่ภายใต้เปลือกของผู้ใหญ่ที่แสนเยือกเย็น"อย่าเพิ่งถามอะไรตอนนี้เลย ผมเหนื่อย พรุ่งนี้มีเวรเช้า" เขาตัดบทด้วยข้ออ้างเดิมๆ ที่มักจะใช้ได้ผลเสมอเวลาที่เธอพยายามล้ำเส้นข้ออ้างที่บอกว่า เขาคือหมอ เขาเหนื่อย และเธอไม่ควรเรียกร้องอะไรให้วุ่นวายแพรวากลืนก้อนแข็งๆ ลงคอ ความหวังริบหรี่สุดท้ายที่จุดขึ้นมาถูกเป่า
ในหัวของเธอฉายภาพเตียงนอนสีเทาเข้มเมื่อเช้า ภาพแผ่นหลังที่หันหนี ภาพช่องว่างหนึ่งฝ่ามือที่ไม่เคยถูกเติมเต็มเมื่อพิธีการบนเวทีจบลง แพรวาปลีกตัวเดินฝ่าฝูงชนออกมาที่ห้องน้ำด้านนอก เธอผลักบานประตูเข้าไป ยืนประจันหน้ากับตัวเองในกระจกบานใหญ่เหนืออ่างล้างมือลายหินอ่อนผู้หญิงในกระจกแต่งหน้าสวยงามไร้ที่ติ ริมฝีปากกระจับเคลือบลิปสติกสีพีช ชุดเดรสตัดเย็บเข้ารูปพอดีตัว เธอดูเป็นผู้หญิงเก่ง มั่นใจ และพึ่งพาตัวเองได้ในสายตาของทุกคนที่แบรนด์ 'ทอฝัน' แต่ลึกๆ ข้างใน แววตาคู่นั้นกลับกลวงโบ๋เธอยกมือขึ้น ดึงยางรัดผมเส้นสีดำที่มักจะคล้องไว้ที่ข้อมือเสมอมามัดผมตัวเองให้แน่นขึ้น เป็นนิสัยที่แก้ไม่หายเวลาที่สมองกำลังว้าวุ่นภาพของโบว์ที่ยืนอยู่บนเวทียังคงติดตา ไม่ใช่แค่เรื่องงานแต่งงานหรูหรา แต่มันคือ 'ความชัดเจน'สามปีที่ผ่านมา เธอมีทุกอย่างร่วมกับเมืองน่าน มีคีย์การ์ดเข้าบ้านของเขา รู้ว่าเขาชอบกาแฟอเมริกาโน่ไม่ใส่น้ำตาลตอนตีห้า รู้ว่าเขาเกลียดกลิ่นน้ำยาปรับผ้านุ่มฉุนๆ รู้ว่าเขาชอบนวดขมับเวลาเครียดจากเคสผ่าตัด เธอทำกับข้าวให้เขากิน ซักเสื้อคาร์ดิแกนตัวโปรดให้ นอนกอดกันบนโซฟาวันที่ฝนตกหนักแต่เธอไม่มีตัวต
ความชื้นเหงื่อและกลิ่นสบู่เด็กผสมผสานกันอยู่ในอากาศที่ถูกกดอุณหภูมิไว้จนเย็นเฉียบ ผิวสัมผัสของผ้าปูที่นอนสีเทาเข้มยับย่นอยู่ใต้มือที่จิกเกร็ง แพรวากัดริมฝีปากตัวเองจนรู้สึกถึงรสฝาดจางๆ ขณะที่ขยับสะโพกบดเบียดแกนกายร้อนผ่าวที่ฝังลึกอยู่ภายในตัวเธออย่างหนักหน่วงเสียงเนื้อกระทบกันดังก้องสะท้อนในห้องนอนสลัวที่มีเพียงแสงไฟจากโคมไฟหัวเตียงเธอทิ้งน้ำหนักโถมทับลงไป มือสองข้างยันอยู่บนลาดไหล่กว้างที่เต็มไปด้วยมัดกล้ามเนื้อของคนใต้ร่าง เล็บเคลือบสีนู้ดจิกลงบนผิวเนื้อสีขาวเหลืองตามจังหวะการขยับขับเคลื่อนที่เธอเป็นคนคุมเกมเองทั้งหมด ร่างกายของนพ.เมืองน่านตอบสนองต่อการกระทำของเธออย่างซื่อตรง ท่อนเอวสอบสวนจังหวะสวนขึ้นมาอย่างดิบเถื่อนและเอาแต่ใจตามสัญชาตญาณ เสียงครางทุ้มต่ำหลุดลอดจากลำคอหนาเมื่อเธอจงใจกดน้ำหนักลงไปเน้นย้ำในจุดที่ลึกที่สุดแพรวาก้มหน้าลง หอบหายใจรดปลายคางของเขา เส้นผมสีดำขลับที่ดัดลอนใหญ่ทิ้งตัวลงมาคลอเคลียกรอบหน้าของคนทั้งคู่ เธอจงใจสบตาเขา มองลึกเข้าไปในดวงตาสีเข้มที่มักจะสงบนิ่งจนอ่านไม่ออกอยู่เสมอเวลานี้ นัยน์ตาของเมืองน่านพร่ามัวไปด้วยแรงอารมณ์ที่พุ่งสูง เขาเอื้อมมือขึ้นมากอบ







