Beranda / โรแมนติก / คุณอาขารับรักหนูเถอะ / บทที่ 5 ปีกที่เริ่มขยับ 2

Share

บทที่ 5 ปีกที่เริ่มขยับ 2

Penulis: Priyada
last update Tanggal publikasi: 2026-03-19 18:19:10

     เวลาเที่ยงคืนสิบห้านาที ประตูดิจิทัลของเพนต์เฮาส์ถูกปลดล็อค ร่างบางของเจ้าขาเดินลากเท้าเข้ามาภายในห้องอย่างหมดสภาพ ความเหนื่อยล้าจากการเรียนและการยืนทำงานติดต่อกันหลายชั่วโมง ทำให้เธอแทบจะทรงตัวไม่อยู่ หญิงสาวทิ้งกระเป๋าสะพายลงบนชั้นวางข้างประตู ก่อนจะถอดรองเท้าผ้าใบออกอย่างยากลำบาก

         ทันทีที่เธอเงยหน้าขึ้น สายตาก็ปะทะเข้ากับร่างสูงใหญ่ของคนที่ควรจะเข้านอนไปแล้ว นั่งไขว่ห้างอยู่บนโซฟากลางห้องโถง

         กวินทร์อยู่ในชุดเสื้อคลุมอาบน้ำสีน้ำเงินเข้ม ผมที่เพิ่งสระยังคงเปียกชื้นเล็กน้อย นัยน์ตาคมกริบจ้องมองมาที่เธอราวกับเรดาร์ที่ล็อคเป้าหมาย ท่ามกลางแสงไฟสลัว บรรยากาศรอบตัวเขากดดันและเย็นเยียบจนเจ้าขารู้สึกหายใจไม่ทั่วท้อง

         “กลับดึกอีกแล้วนะ” น้ำเสียงทุ้มต่ำเอ่ยทำลายความเงียบ

         “หนูไปทำรายงานกลุ่มมาค่ะ เพิ่งเสร็จ” เจ้าขาตอบเสียงเรียบ พยายามรักษาหน้ากากความเข้มแข็งเอาไว้ ทั้งที่ขาทั้งสองข้างสั่นระริกจากความเมื่อยล้า เธอเดินเลี่ยงทำท่าจะตรงไปยังห้องนอน

         “รายงานกลุ่มวิชาอะไร ถึงต้องไปทำที่ร้านอาหารยันเที่ยงคืน”

         ฝีเท้าของหญิงสาวสะดุดกึก ร่างกายแข็งทื่อราวกับถูกแช่แข็ง เจ้าขาค่อย ๆ หันกลับมามองใบหน้าดุดันของผู้ปกครองหนุ่ม ดวงตากลมโตเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อยด้วยความตกใจ เขาไปรู้มาได้ยังไง

         กวินทร์ลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ก้าวเดินช้า ๆ เข้ามาหาคนโกหก นัยน์ตาสีรัตติกาลฉายแววผิดหวังและกรุ่นโกรธอย่างปิดไม่มิด

         “ตอบอามาสิจิณณพัต รายงานกลุ่มที่เธอว่า มันต้องใส่ผ้ากันเปื้อนเดินเสิร์ฟเหล้าให้ผู้ชายมองด้วยงั้นเหรอ”

         เจ้าขาเม้มริมฝีปากแน่น เมื่อรู้ว่าความลับแตก เธอจึงไม่จำเป็นต้องปิดบังอีกต่อไป หญิงสาวเชิดหน้าขึ้น สบตากับเขากลับอย่างไม่ลดละ

         “ใช่ค่ะ หนูไปทำงานพาร์ทไทม์มา แล้วยังไงคะ การทำงานหาเงินด้วยตัวเอง มันเป็นเรื่องน่าอายนักหรือไง”

         “มันไม่น่าอาย ถ้าเธอไม่ได้เป็นหลานของอา!” กวินทร์ตวาดเสียงกร้าว ความโกรธที่อัดอั้นมาหลายชั่วโมงระเบิดออก “อาเลี้ยงเธอมา ไม่เคยปล่อยให้อดอยาก เงินทองอาให้ใช้ไม่เคยขาด แล้วเธอทำแบบนี้ทำไม ทำไมต้องไปทำงานงก ๆ รับใช้คนอื่นให้เสียเกียรติ”

         “เกียรติงั้นเหรอคะ” เจ้าขาแค่นหัวเราะในลำคอ น้ำตาแห่งความอัดอั้นเริ่มคลอหน่วย “เกียรติของการเป็นตุ๊กตาในตู้โชว์ ที่ต้องรอให้คุณอามาป้อนข้าวป้อนน้ำ หรือเกียรติของการเป็นนกในกรงทอง ที่ขยับปีกบินไปไหนไม่ได้เพราะถูกสายป่านเงินของคุณอาล่ามเอาไว้กันแน่คะ”

         “เจ้าขา!” ชายหนุ่มกระชากเสียง คว้าต้นแขนของหญิงสาวเอาไว้แน่น “อย่ามาพูดจาประชดประชัน อาทำทุกอย่างก็เพื่อความสุขและความสบายของเธอ อาไม่อยากให้เธอต้องลำบากเหมือนตอนเด็ก ๆ อีก”

         “แต่หนูไม่ได้ต้องการความสบายจอมปลอมพวกนี้!” หญิงสาวสะบัดแขนออกสุดแรง แต่ไม่หลุด เธอตะโกนใส่หน้าเขาทั้งน้ำตา “หนูโตแล้วค่ะอาวิน! หนูไม่ใช่เด็กสิบขวบที่ต้องให้คุณอามาคอยจูงมือข้ามถนนอีกต่อไปแล้ว! หนูอยากมีชีวิตเป็นของตัวเอง อยากมีสิทธิ์เลือกชีวิตของตัวเอง ตราบใดที่หนูยังใช้เงินของคุณอา คุณอาก็จะเอาสถานะผู้ปกครองมาคอยขีดเส้นกั้น และอ้างความถูกต้องมาทำร้ายจิตใจหนูซ้ำแล้วซ้ำเล่า!”

         คำสารภาพที่พรั่งพรูออกมาจากปากของเจ้าขา เหมือนมีดปลายแหลมที่กรีดลงกลางใจของกวินทร์ เขาชะงักงัน แรงบีบที่ต้นแขนของเธอลดลง

         เธอรู้...เธอรู้ทุกอย่างว่าเขากำลังใช้คำว่าผู้ปกครองมาเป็นข้ออ้างในการผลักไสและกักขังเธอ

         “ถ้าเธออยากได้อิสระนัก...” กวินทร์เสียงสั่นพร่า นัยน์ตาคมกริบวูบไหวอย่างรุนแรง “ถ้าเธอรังเกียจเงินของอานัก แล้วเธอจะทำยังไง จะไปยืนเสิร์ฟอาหารคืนละสามร้อยบาท เพื่อจ่ายค่าเทอมเทอมละแสนงั้นเหรอ อย่าทำตัวเป็นเด็กไร้เดียงสาไปหน่อยเลยเจ้าขา โลกความจริงมันไม่ได้สวยงามแบบนั้นหรอกนะ”

         “หนูจะทำยังไงมันก็เรื่องของหนูค่ะ” เจ้าขาสวนกลับอย่างเด็ดเดี่ยว “หนูอาจจะเหนื่อย อาจจะลำบาก แต่หนูภูมิใจที่ได้ยืนด้วยขาของตัวเอง ดีกว่าต้องทนอยู่ในกรงทองที่มีแต่ความอึดอัด และต้องคอยมองดูคนที่หนู...คนที่หนู...”

         หญิงสาวกลืนก้อนสะอื้นลงคอ คำว่า ‘รัก’ จุกอยู่ที่ปาก แต่เธอเลือกที่จะไม่พูดมันออกไปให้เขาเหยียบย่ำอีก

         “คนที่หนูเคารพ...คอยผลักไสหนูราวกับหนูเป็นตัวน่ารำคาญ”

         กวินทร์มองหยาดน้ำตาที่ไหลอาบแก้มใส หัวใจของเขาเจ็บปวดราวกับถูกบีบอัด เขาไม่ได้รังเกียจเธอ เขาไม่ได้อยากผลักไสเธอ แต่เพราะเขากลัว...กลัวว่าความรู้สึกสกปรกในใจของเขาจะทำลายชีวิตที่สดใสของเธอ

         เขาแพ้แล้ว ราชสีห์ผู้หยิ่งผยองพ่ายแพ้ให้กับน้ำตาและความเด็ดเดี่ยวของหญิงสาวตรงหน้าอย่างราบคาบ

         ชายหนุ่มปล่อยมือออกจากต้นแขนของเธออย่างช้า ๆ ก้าวถอยหลังออกไปหนึ่งก้าวเพื่อสร้างระยะห่าง แววตาที่เคยแข็งกร้าวแปรเปลี่ยนเป็นความยอมจำนน

         “ถ้าการที่อาคอยดูแลปกป้องเธอ มันทำให้เธออึดอัดและรู้สึกเหมือนติดคุกขนาดนั้น” น้ำเสียงของเขาแหบแห้งและเต็มไปด้วยความเจ็บปวด “อาก็จะยอมถอย”

         เจ้าขาเงยหน้าขึ้นมองเขาทั้งน้ำตา

         “เธออยากทำงานพาร์ทไทม์หาเงินเองก็ตามใจ อาจะไม่ห้าม ไม่เข้าไปก้าวก่ายชีวิตของเธออีก” กวินทร์ฝืนพูดประโยคที่ทำร้ายตัวเองที่สุดออกไป “แต่มีข้อแม้เดียว เธอต้องดูแลตัวเองให้ดี ถ้ามีอันตรายอะไร เธอต้องยอมให้อาเข้าไปช่วย นี่คือคำขาดในฐานะผู้ปกครอง...ครั้งสุดท้าย”

         พูดจบ ชายหนุ่มก็หันหลังเดินกลับเข้าห้องนอนของตัวเองไปอย่างรวดเร็ว ปิดประตูล็อคกลอนเงียบสนิท ทิ้งให้เจ้าขายืนร้องไห้อยู่กลางห้องโถงเพียงลำพัง

         กรงทองถูกเปิดออกแล้ว ปีกเล็ก ๆ ของนกน้อยได้รับอิสระอย่างที่ต้องการ

         แต่มันกลับเป็นอิสระที่แลกมาด้วยความร้าวรานของหัวใจทั้งสองดวง เส้นกั้นบาง ๆ ระหว่างพวกเขากำลังถูกขีดให้หนาขึ้นและห่างออกไปทุกทีโดยที่ไม่มีใครรู้เลยว่าความห่างเหินนี้จะนำพายุลูกใหญ่ที่รุนแรงกว่าเดิมเข้ามาทดสอบความรักของพวกเขาในอีกไม่ช้า

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • คุณอาขารับรักหนูเถอะ   ตอนพิเศษ 4 บันทึกของเจ้าขา

    สิบสี่ปีที่แล้ว…โลกของเด็กผู้หญิงวัยสิบขวบที่ชื่อเจ้าขา พังทลายลงพร้อมกับสายฝนที่โหมกระหน่ำในวันเผาศพคุณพ่อ ฉันยังจำความรู้สึกโดดเดี่ยว หนาวเหน็บ และหวาดกลัวจับใจในวันนั้นได้ดี ญาติพี่น้องที่เคยยิ้มแย้มใจดี บัดนี้กลับกลายร่างเป็นฝูงแร้งกาที่จ้องจะรุมทึ้งสมบัติชิ้นสุดท้ายที่พ่อทิ้งไว้ให้ ฉันกอดรูปหน้าศพพ่อแน่น ร้องไห้จนไม่มีน้ำตาจะไหล ตัวสั่นเทาอยู่มุมศาลา ในหัวคิดแค่ว่าชีวิตนี้ฉันคงไม่เหลือใครอีกแล้ว โลกทั้งใบมันมืดมิดไปหมด จนกระทั่งผู้ชายร่างสูงใหญ่ในชุดสูทสีดำสนิท ก้าวเข้ามาบังหน้าฉันเอาไว้ ‘กวินทร์ อัครกุล’ นั่นคือชื่อของผู้ชายที่เข้ามาเปลี่ยนชีวิตฉัน เขาเปรียบเสมือนกำแพงหินผาที่แข็งแกร่งและเย็นชา เขาตอกหน้าญาติพวกนั้นจนหน้าหงายด้วยอำนาจและเงินตรา ก่อนจะประกาศรับฉันไปดูแลในฐานะ ‘เด็

  • คุณอาขารับรักหนูเถอะ   ตอนพิเศษ 3 บันทึกลับของ ‘คุณอา’

    ผมยังจำวันแรกที่สายฝนโปรยปรายลงมาตอกย้ำความสูญเสียในศาลาวัดเก่า ๆ ริมแม่น้ำเจ้าพระยาได้ดี ในวัยสามสิบเอ็ดปี โลกของ ‘กวินทร์ อัครกุล’ มีแค่การเจรจาธุรกิจ ตัวเลขหลักพันล้าน และการขยายอำนาจ ผมเป็นผู้ชายที่ใช้ชีวิตด้วยเหตุผลและความเด็ดขาด ไม่เคยมีความอ่อนโยน ไม่เคยรู้จักความหมายของคำว่าครอบครัว จนกระทั่งไอ้พล...เพื่อนสนิทเพียงคนเดียวของผมด่วนจากไป ทิ้งสายเลือดเพียงคนเดียวของมันเอาไว้ท่ามกลางฝูงแร้งกาที่จ้องจะฮุบสมบัติ เด็กผู้หญิงวัยสิบขวบ ตัวผอมบาง สวมชุดกระโปรงสีดำยืนร้องไห้กอดรูปหน้าศพพ่อแน่น แววตาของเธอเต็มไปด้วยความหวาดกลัวแต่ก็แฝงความหยิ่งทะนงไม่ยอมแพ้ใคร วินาทีที่ผมก้าวเข้าไปบังหน้าญาติหน้าเงินพวกนั้น แล้วประกาศตัวรับอุปการะเธอในฐานะ ‘ผู้ปกครอง’ ผมสาบานกับตัวเองแค่ว่า ผมจะเลี้ยงดูเด็กคนนี้ให้ดีที่สุดเพื่อตอบแทนเพื่อนรัก 

  • คุณอาขารับรักหนูเถอะ   ตอนพิเศษ 2 ทวงคืนฮันนีมูนที่ขาดหาย

    เสียงเกลียวคลื่นกระทบหาดทรายสีขาวละเอียด ผสานกับสายลมเอื่อยที่พัดพากลิ่นอายของท้องทะเลเข้ามาทางบานกระจกที่เปิดกว้าง บรรยากาศของพูลวิลล่าส่วนตัวสุดหรูบนเกาะมัลดีฟส์ ช่างเงียบสงบและเป็นใจสำหรับการพักผ่อน ทว่าสำหรับกวินทร์ อัครกุล แล้ว ทริปนี้ไม่ใช่แค่การพักผ่อน แต่มันคือการทวงคืนเวลาฮันนีมูนที่เขาเฝ้ารอคอยมาถึงสามปีเต็ม หลังจากยอมใจแข็งทิ้งยัยหนูจันทร์เจ้าไว้ในความดูแลของคุณหญิงแขไขได้สำเร็จ ท่านประธานจอมหวงก็รีบจัดการจองเครื่องบินเจ็ตส่วนตัว พาภรรยาคนสวยบินลัดฟ้ามาฮันนีมูนย้อนหลังแบบสองต่อสองทันที เพื่อชดเชยช่วงเวลาที่ขาดหายไปตั้งแต่ตอนที่เจ้าขาเริ่มตั้งครรภ์ ทว่าดูเหมือนว่าเป้าหมายของเขาจะไม่ได้ให้ความร่วมมือสักเท่าไหร่ กวินทร์ที่เพิ่งอาบน้ำเสร็จ เดินนุ่งผ้าเช็ดตัวผืนเดียวออกมาจากห้องน

  • คุณอาขารับรักหนูเถอะ   ตอนพิเศษ 1 ราชสีห์ถอดเขี้ยว

    ความเจ็บปวดจากการบีบรัดตัวของมดลูกกินเวลายาวนานกว่าแปดชั่วโมง ภายในห้องคลอดระดับวีไอพีของโรงพยาบาลเอกชนชั้นนำเต็มไปด้วยความตึงเครียด ไม่ใช่จากทีมแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ แต่มาจากรังสีอำมหิตปนความตื่นตระหนกของประธานอัครกุล กรุ๊ป ที่สวมชุดปลอดเชื้อสีเขียวยืนเฝ้าอยู่ข้างเตียงไม่ห่าง “อ๊ะ...พี่วิน...หนูเจ็บ...” เจ้าขานิ่วหน้า เหงื่อเม็ดเล็กผุดพรายเต็มกรอบหน้าหวาน มือบางจิกทึ้งผ้าปูเตียงสลับกับบีบฝ่ามือหนาของสามีแน่นจนเล็บจิกเข้าไปในเนื้อ ทว่ากวินทร์กลับไม่รู้สึกเจ็บเลยสักนิด ความกลัวสูญเสียและความสงสารภรรยาจับขั้วหัวใจจนมาเฟียหนุ่มผู้กุมบังเหียนธุรกิจหมื่นล้านถึงกับน้ำตารื้น “อดทนอีกนิดนะคนดี พี่อยู่นี่แล้ว พี่อยู่ตรงนี้” กวินทร์เสียงสั่นพร่า ยกมืออีกข้างขึ้นลูบผมชื้นเหงื่อของภรรยาอย่างทะนุถนอม เ

  • คุณอาขารับรักหนูเถอะ   บทส่งท้าย

    เงาสะท้อนในกระจกบานใหญ่สูงจรดเพดาน เผยให้เห็นร่างอรชรในชุดเจ้าสาวที่งดงามราวกับภาพวาดฝัน ชุดผ้าไหมเครปสีขาวมุกนำเข้าจากฝรั่งเศส ถูกออกแบบเป็นทรงปาดไหล่ เผยให้เห็นช่วงบอดี้สูทที่ตัดเย็บเข้ารูปอย่างประณีต ไร้ซึ่งคริสตัลระยิบระยับหรือลูกไม้ฟู่ฟ่าให้ดูรกรุงรัง ทว่าความเรียบหรูของการจับจีบผ้าและการทิ้งตัวของชายกระโปรงยาวลากพื้น กลับขับเน้นให้เจ้าสาวดูสง่างาม เลอค่า และที่สำคัญมันช่วยพรางหน้าท้องที่เริ่มนูนขึ้นเล็กน้อยในสัปดาห์ที่สิบเอ็ดได้อย่างแนบเนียน เจ้าขายืนนิ่งงัน ดวงตากลมโตที่ถูกแต่งแต้มอย่างงดงามสั่นระริกขณะจ้องมองภาพตัวเองในกระจก สัมผัสอุ่น ๆ จากฝ่ามือของสตรีสูงวัยที่กำลังช่วยจัดระเบียบชายกระโปรงและผ้าคลุมผมอยู่ด้านหลัง ทำเอาหัวใจของหญิงสาวพองโตด้วยความตื้นตันจนจุกอยู่ที่ลำคอ “พอดีเป๊ะเลย ฝีมือการวาดแพตเทิร์นและการขึ้นโครงของฉันยังไม่ตกสินะ” ค

  • คุณอาขารับรักหนูเถอะ   บทที่ 35 ว่าที่คุณพ่อจอมหวง 2

    “โห!” เจไดกับยิหวาร้องประสานเสียงกันด้วยความทึ่ง “คุณหญิงแม่ยอมรับแกแบบร้อยเปอร์เซ็นต์แถมยังเอ็นดูสุด ๆ ไปเลยนะเนี่ย ยินดีด้วยนะเจ้าขา” ยิหวายิ้มกว้างให้เพื่อนอย่างจริงใจ “คุณแม่ท่านตื่นเต้นยิ่งกว่าพี่อีก ท่านหมกตัวอยู่ในห้องตัดเสื้อมาหลายวันแล้ว” กวินทร์ยิ้มกริ่ม ดึงมือเล็กมากุมไว้ “เห็นว่าแอบสั่งนำเข้าผ้าไหมมาเพื่อหนูโดยเฉพาะเลยนะ พี่เองก็ยังไม่เห็นเหมือนกันว่าชุดจะออกมาเป็นแบบไหน” “แล้วดูสิคะนายหญิง มีชุดเจ้าสาวสุดเอ็กซ์คลูซีฟที่มีชุดเดียวในโลกแล้ว เรามาดูการ์ดกันต่อเลย” เจไดกางแค็ตตาล็อกการ์ดแต่งงานแบบต่าง ๆ ลงบนโต๊ะ “จะเอาธีมหรูหราหมาเห่า ธีมมินิมอล หรือธีมแกสบี้ เชิญจิ้มเลยค่ะ” เจ้าขากวาดสายตามองการ์ดสวยงามนับสิบแบบด้วยความตื่นเต้น หญิงสาวหยิบการ์ดสีขาวมุกที่ประดับด้วยริบบิ้นสีน้

  • คุณอาขารับรักหนูเถอะ   บทที่ 6 ผู้พิทักษ์ในเงามืด 1

    หนึ่งสัปดาห์ผ่านไป...เพนต์เฮาส์หรูบนชั้นสูงสุดของ The Cloud Residence ที่เคยกว้างขวาง บัดนี้กลับดูเวิ้งว้างและอ้างว้างจนน่าใจหาย ความเงียบสงัด

  • คุณอาขารับรักหนูเถอะ   บทที่ 5 ปีกที่เริ่มขยับ 1

    กลิ่นเมล็ดกาแฟคั่วบดหอมกรุ่นลอยอบอวลไปทั่วบริเวณร้านอาหารกึ่งคาเฟ่สไตล์ฝรั่งเศสย่านทองหล่อที่ขึ้นชื่อเรื่องความหรูหราและราคาที่แพงหูฉี่ บรรยากาศในช่วงเย็นวันศุกร์คลาคล่ำไปด้วยลูกค้าระดับไฮเอนด์ ทั้งนักธุรกิจหนุ่มสาวและกลุ่มโซเชียลไลต์

  • คุณอาขารับรักหนูเถอะ   บทที่ 4 ภาพสะท้อนในแก้วเหล้า 2

    “มึงหลอกคนทั้งโลกได้กวินทร์ แต่มึงหลอกตัวมึงเองไม่ได้หรอก” หมอภัคถอนหายใจยาว เมื่อเห็นเพื่อนรักเงียบไปและมีสีหน้าเจ็บปวด “กูเตือนมึงในฐานะเพื่อนนะ เส้นกั้นระหว่างคำว่าผู้ปกครองกับผู้ชายคนหนึ่ง มันบางมาก และถ้ามึงข้ามมันไปเมื่อไห

  • คุณอาขารับรักหนูเถอะ   บทที่ 4 ภาพสะท้อนในแก้วเหล้า 1

    ค่ำคืนในกรุงเทพมหานครยังคงพลุกพล่านและเต็มไปด้วยแสงสี ทว่าภายในคลับส่วนตัวระดับวีไอพีบนชั้นดาดฟ้าของโรงแรมหรูย่านเพลินจิต บรรยากาศกลับเงียบสงบและเป็นส่วนตัวอย่างยิ่ง แสงไฟสีเหลืองนวลตาสะท้อนกับแก้วคริสตัลเจียระไนบนเคาน์เตอร์บาร์หินอ่อ

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status