หน้าหลัก / โรแมนติก / คุณอาขารับรักหนูเถอะ / บทที่ 3 ความอดทนของราชสีห์ 2

แชร์

บทที่ 3 ความอดทนของราชสีห์ 2

ผู้เขียน: Priyada
last update วันที่เผยแพร่: 2026-03-17 12:50:48

     เขาไม่เปิดโอกาสให้เจ้าขาได้ร่ำลาใคร ชายหนุ่มกึ่งลากกึ่งจูงร่างระหงให้เดินตามไปที่รถมายบัคคันหรูทันที ทิ้งให้ท็อปยืนมองตามด้วยความรู้สึกพ่ายแพ้และเจ็บใจ ส่วนยิหวากับเจไดได้แต่ยืนอ้าปากค้างกับความดุดันและเผด็จการของคุณลุงมาเฟีย

         “โอ้โห รังสีหวงก้างแผ่กระจายจนชั้นโอโซนแทบทะลุ” เจไดพึมพำ “ฉันสงสารพี่ท็อปว่ะมึง กระดูกคนละเบอร์ชัด ๆ”

         ภายในห้องโดยสารของรถหรูที่บุด้วยหนังแท้สีเบจ บรรยากาศเงียบกริบจนได้ยินเสียงลมหายใจของคนทั้งคู่ กวินทร์สตาร์ทเครื่องยนต์ เสียงเครื่องยนต์ V12 ครางกระหึ่มเบา ๆ ก่อนที่รถจะเคลื่อนตัวออกจากลานจอดรถของมหาวิทยาลัย กระจกกั้นเสียงถูกยกขึ้นปิดสนิท ระบบปรับอากาศทำงานอย่างเงียบเชียบ ทว่าความเย็นฉ่ำของมันไม่อาจดับความร้อนรุ่มที่กำลังปะทุอยู่ในรถได้เลย

         เจ้าขานั่งกอดอก หันหน้าออกไปมองนอกหน้าต่าง ริมฝีปากอิ่มเม้มเข้าหากันแน่นด้วยความกรุ่นโกรธ กลิ่นวานิลลาที่ผสมกับกลิ่นเหงื่ออ่อน ๆ จากการเรียนมาทั้งวันของเธอลอยไปแตะจมูกคนขับรถกิตติมศักดิ์

         กวินทร์ขับรถด้วยมือเดียว ส่วนอีกมือวางพาดอยู่บนพนักวางแขนตรงกลาง นัยน์ตาคมกริบลอบมองเสี้ยวหน้าหวานของคนดื้อรั้นเป็นระยะ ความเงียบที่ดำเนินไปเกือบสิบนาทีทำให้เขาเป็นฝ่ายทนไม่ไหวเสียเอง

         “ดูมีความสุขดีนี่” ชายหนุ่มเปิดทำลายความเงียบ น้ำเสียงราบเรียบแต่แฝงไปด้วยความประชดประชัน “ยิ้มกว้างจนตาหยี ทีกับอา ไม่เห็นเคยยิ้มแบบนั้นบ้าง”

         เจ้าขาหันขวับมามองคนขับรถทันที คิ้วเรียวขมวดเข้าหากัน

         “ก็พี่ท็อปเขาเป็นคนดีนี่คะ คุยด้วยแล้วสบายใจ ไม่ได้เอาแต่ดุ เอาแต่จับผิดเหมือน...บางคน” เธอเน้นเสียงหนักที่คำสุดท้ายอย่างจงใจ

        เอี๊ยด!

         กวินทร์เหยียบเบรกกะทันหันเมื่อถึงแยกไฟแดงที่เพิ่งเปลี่ยนสี รถกระตุกเล็กน้อยจนเจ้าขาต้องเอามือยันคอนโซลหน้าไว้เพื่อทรงตัว หญิงสาวหันมาถลึงตาใส่คนขับทันที

         “อาวิน! ขับรถดี ๆ สิคะ!”

         “อาขับปกติดี แต่สมาธิอามันเสียเพราะคำพูดของเธอต่างหาก” กวินทร์ปลดเข็มขัดนิรภัยของตัวเองออก แล้วเอี้ยวตัวหันมาหาหญิงสาวที่เบาะข้าง ๆ ร่างสูงใหญ่โน้มเข้ามาใกล้จนเจ้าขาต้องเอนหลังหนีติดเบาะ

         “สบายใจงั้นเหรอ” เขากระซิบถามเสียงลอดไรฟัน นัยน์ตาสีดำขลับจ้องลึกเข้าไปในดวงตากลมโต “เธอคิดว่าไอ้เด็กหน้าอ่อนนั่นมันเข้าหาเธอเพราะมันเป็นคนดีงั้นสิ โตป่านนี้แล้วยังดูผู้ชายไม่ออกอีกเหรอเจ้าขา ว่าไอ้สายตาหวานเยิ้มที่มันมองเธอน่ะ มันกำลังคิดอกุศลอะไรอยู่!”

         “พี่ท็อปไม่ได้เป็นคนแบบนั้น! เขาให้เกียรติหนูเสมอ ไม่เคยล่วงเกินหนูสักนิด!” เจ้าขาเถียงสู้ สูดลมหายใจเข้าลึกเพื่อเรียกความกล้า “อาวินอย่าเอาความคิดแย่ ๆ ของอาไปตัดสินคนอื่นสิคะ ผู้ชายไม่ได้หวังแต่เรื่องอย่างว่าทุกคนหรอกนะ”

         “หึ...เธอรู้จักสันดานผู้ชายดีแค่ไหนเชียวจิณณพัต”

         กวินทร์แค่นหัวเราะในลำคอ เขาขยับใบหน้าเข้าไปใกล้อีกนิดจนปลายจมูกโด่งแทบจะชนกับแก้มใส กลิ่นน้ำหอมไม้จันทน์ของเขาตีรวนเข้ากับกลิ่นวานิลลาของเธออย่างดุดันและเอาแต่ใจ

         “ที่มันทำเป็นสุภาพบุรุษ ก็เพราะมันกำลังหลอกล่อให้เหยื่อตายใจต่างหาก อาอาบน้ำร้อนมาก่อน ทำไมอาจะไม่รู้ว่าไอ้พวกเด็กเมื่อวานซืนมันใช้มุกอะไรจีบหญิง” มือหนาเอื้อมไปจับพนักพิงเบาะของเจ้าขา กักขังเธอไว้ในวงแขนกว้าง “เชื่ออาเถอะ เลิกยุ่งกับมันซะ ก่อนที่เธอจะเสียใจ”

         เจ้าขากำมือแน่น หัวใจของเธอเต้นกระหน่ำรัวเร็วอย่างควบคุมไม่อยู่ ลมหายใจอุ่น ๆ ของเขาที่รดรินอยู่บริเวณพวงแก้มทำให้ร่างกายของเธอร้อนผ่าว แต่ด้วยความดื้อรั้นและทิฐิที่มี เธอจึงเลือกที่จะเชิดหน้าขึ้น สบตากับเขาอย่างไม่ลดละ

         “ถ้าหนูจะเสียใจ มันก็เป็นบทเรียนของหนูค่ะ หนูต้องเรียนรู้ด้วยตัวเอง ไม่ใช่ให้อามาคอยตีกรอบกักขังหนูไว้แบบนี้” หญิงสาวกลืนน้ำลายลงคอ ก่อนจะเอ่ยประโยคที่ท้าทายที่สุดออกไป “แล้วที่คุณอาบอกว่ารู้ทันสันดานผู้ชาย แล้วคุณอาล่ะคะ เป็นผู้ชายประเภทไหน”

         กวินทร์ชะงักไปชั่วครู่ แววตาคมกริบวูบไหวอย่างรุนแรงกับคำถามที่แทงใจดำ

         “ประเภทที่เป็นห่วงหลานสาวจนแทบจะเป็นบ้าอยู่แล้วไง” เขาตอบเสียงแหบพร่า นัยน์ตาที่เคยก้าวร้าวแปรเปลี่ยนเป็นความปรารถนาอันลึกซึ้งที่เขาพยายามกดทับมันมาตลอดสิบเอ็ดปี

         สายตาของเขามองไล่ตั้งแต่ดวงตากลมโต เลื่อนลงมาที่จมูกรั้น และมาหยุดอยู่ที่ริมฝีปากอวบอิ่มสีระเรื่อ ความเงียบโรยตัวเข้าปกคลุมรถหรูอีกครั้ง ทว่ามันเป็นความเงียบที่เต็มไปด้วยแรงดึงดูดมหาศาล กวินทร์เผลอขยับใบหน้าเข้าไปใกล้อีกนิด ใกล้จนริมฝีปากของทั้งสองห่างกันเพียงไม่กี่มิลลิเมตร

         เจ้าขาเบิกตากว้าง ลมหายใจของเธอสะดุดกึก ร่างกายแข็งทื่อราวกับถูกมนต์สะกด เธอควรจะผลักเขาออก ควรจะด่าทอเขาที่ล้ำเส้น แต่ร่างกายของเธอกลับทรยศ เปลือกตาบางค่อย ๆ ปรือลงอย่างเผลอไผล รอคอยสัมผัสที่เธอแอบโหยหามาเนิ่นนาน

        ปี๊น! ปี๊น!

         เสียงแตรจากรถคันหลังที่บีบไล่เมื่อสัญญาณไฟจราจรเปลี่ยนเป็นสีเขียว ดังกระชากสติของคนทั้งคู่ให้หลุดออกจากภวังค์อันตราย

         กวินทร์สะดุ้งเฮือก เขารีบผละตัวออกห่างจากเจ้าขาทันที ราวกับโดนของร้อน ชายหนุ่มสบถคำหยาบในลำคอเบา ๆ ก่อนจะรีบคาดเข็มขัดนิรภัยและเหยียบคันเร่งพารถพุ่งทะยานออกไปจากแยกไฟแดงด้วยความเร็วที่เพิ่มขึ้นอย่างเห็นได้ชัด

         เจ้าขาลืมตาขึ้นมาพบกับความว่างเปล่า หัวใจที่พองโตเมื่อครู่แฟบลงอย่างรวดเร็ว หญิงสาวยกมือขึ้นแตะริมฝีปากตัวเองเบา ๆ ความรู้สึกอับอายและน้อยใจตีตื้นขึ้นมาในอก เขาแค่หลอกให้เธอหวั่นไหว เขาแค่แสดงละครบท ‘ผู้ปกครองขี้หวง’ เพื่อปั่นหัวเธอเล่นเท่านั้น

        ‘คนใจร้าย ถ้าไม่ได้คิดอะไร แล้วจะมาทำแบบนี้ทำไม’

         ตลอดเส้นทางที่เหลือจนถึงเพนต์เฮาส์ ไม่มีใครเอื้อนเอ่ยคำใดออกมาอีกเลย ความเงียบที่อึดอัดและทรมานยิ่งกว่าเดิมเข้าครอบงำคนทั้งคู่ กวินทร์ขับรถด้วยสีหน้าเคร่งเครียด เส้นเลือดที่ขมับปูดโปน เขาโกรธตัวเองที่เกือบจะตบะแตกกลางสี่แยกไฟแดง โกรธที่ตัวเองพ่ายแพ้ต่อกลิ่นวานิลลาและริมฝีปากสีเชอร์รี่นั้นอย่างง่ายดาย

*************************************

อ่านหนังสือเล่มนี้ต่อได้ฟรี
สแกนรหัสเพื่อดาวน์โหลดแอป

บทล่าสุด

  • คุณอาขารับรักหนูเถอะ   ตอนพิเศษ 4 บันทึกของเจ้าขา

    สิบสี่ปีที่แล้ว…โลกของเด็กผู้หญิงวัยสิบขวบที่ชื่อเจ้าขา พังทลายลงพร้อมกับสายฝนที่โหมกระหน่ำในวันเผาศพคุณพ่อ ฉันยังจำความรู้สึกโดดเดี่ยว หนาวเหน็บ และหวาดกลัวจับใจในวันนั้นได้ดี ญาติพี่น้องที่เคยยิ้มแย้มใจดี บัดนี้กลับกลายร่างเป็นฝูงแร้งกาที่จ้องจะรุมทึ้งสมบัติชิ้นสุดท้ายที่พ่อทิ้งไว้ให้ ฉันกอดรูปหน้าศพพ่อแน่น ร้องไห้จนไม่มีน้ำตาจะไหล ตัวสั่นเทาอยู่มุมศาลา ในหัวคิดแค่ว่าชีวิตนี้ฉันคงไม่เหลือใครอีกแล้ว โลกทั้งใบมันมืดมิดไปหมด จนกระทั่งผู้ชายร่างสูงใหญ่ในชุดสูทสีดำสนิท ก้าวเข้ามาบังหน้าฉันเอาไว้ ‘กวินทร์ อัครกุล’ นั่นคือชื่อของผู้ชายที่เข้ามาเปลี่ยนชีวิตฉัน เขาเปรียบเสมือนกำแพงหินผาที่แข็งแกร่งและเย็นชา เขาตอกหน้าญาติพวกนั้นจนหน้าหงายด้วยอำนาจและเงินตรา ก่อนจะประกาศรับฉันไปดูแลในฐานะ ‘เด็

  • คุณอาขารับรักหนูเถอะ   ตอนพิเศษ 3 บันทึกลับของ ‘คุณอา’

    ผมยังจำวันแรกที่สายฝนโปรยปรายลงมาตอกย้ำความสูญเสียในศาลาวัดเก่า ๆ ริมแม่น้ำเจ้าพระยาได้ดี ในวัยสามสิบเอ็ดปี โลกของ ‘กวินทร์ อัครกุล’ มีแค่การเจรจาธุรกิจ ตัวเลขหลักพันล้าน และการขยายอำนาจ ผมเป็นผู้ชายที่ใช้ชีวิตด้วยเหตุผลและความเด็ดขาด ไม่เคยมีความอ่อนโยน ไม่เคยรู้จักความหมายของคำว่าครอบครัว จนกระทั่งไอ้พล...เพื่อนสนิทเพียงคนเดียวของผมด่วนจากไป ทิ้งสายเลือดเพียงคนเดียวของมันเอาไว้ท่ามกลางฝูงแร้งกาที่จ้องจะฮุบสมบัติ เด็กผู้หญิงวัยสิบขวบ ตัวผอมบาง สวมชุดกระโปรงสีดำยืนร้องไห้กอดรูปหน้าศพพ่อแน่น แววตาของเธอเต็มไปด้วยความหวาดกลัวแต่ก็แฝงความหยิ่งทะนงไม่ยอมแพ้ใคร วินาทีที่ผมก้าวเข้าไปบังหน้าญาติหน้าเงินพวกนั้น แล้วประกาศตัวรับอุปการะเธอในฐานะ ‘ผู้ปกครอง’ ผมสาบานกับตัวเองแค่ว่า ผมจะเลี้ยงดูเด็กคนนี้ให้ดีที่สุดเพื่อตอบแทนเพื่อนรัก 

  • คุณอาขารับรักหนูเถอะ   ตอนพิเศษ 2 ทวงคืนฮันนีมูนที่ขาดหาย

    เสียงเกลียวคลื่นกระทบหาดทรายสีขาวละเอียด ผสานกับสายลมเอื่อยที่พัดพากลิ่นอายของท้องทะเลเข้ามาทางบานกระจกที่เปิดกว้าง บรรยากาศของพูลวิลล่าส่วนตัวสุดหรูบนเกาะมัลดีฟส์ ช่างเงียบสงบและเป็นใจสำหรับการพักผ่อน ทว่าสำหรับกวินทร์ อัครกุล แล้ว ทริปนี้ไม่ใช่แค่การพักผ่อน แต่มันคือการทวงคืนเวลาฮันนีมูนที่เขาเฝ้ารอคอยมาถึงสามปีเต็ม หลังจากยอมใจแข็งทิ้งยัยหนูจันทร์เจ้าไว้ในความดูแลของคุณหญิงแขไขได้สำเร็จ ท่านประธานจอมหวงก็รีบจัดการจองเครื่องบินเจ็ตส่วนตัว พาภรรยาคนสวยบินลัดฟ้ามาฮันนีมูนย้อนหลังแบบสองต่อสองทันที เพื่อชดเชยช่วงเวลาที่ขาดหายไปตั้งแต่ตอนที่เจ้าขาเริ่มตั้งครรภ์ ทว่าดูเหมือนว่าเป้าหมายของเขาจะไม่ได้ให้ความร่วมมือสักเท่าไหร่ กวินทร์ที่เพิ่งอาบน้ำเสร็จ เดินนุ่งผ้าเช็ดตัวผืนเดียวออกมาจากห้องน

  • คุณอาขารับรักหนูเถอะ   ตอนพิเศษ 1 ราชสีห์ถอดเขี้ยว

    ความเจ็บปวดจากการบีบรัดตัวของมดลูกกินเวลายาวนานกว่าแปดชั่วโมง ภายในห้องคลอดระดับวีไอพีของโรงพยาบาลเอกชนชั้นนำเต็มไปด้วยความตึงเครียด ไม่ใช่จากทีมแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ แต่มาจากรังสีอำมหิตปนความตื่นตระหนกของประธานอัครกุล กรุ๊ป ที่สวมชุดปลอดเชื้อสีเขียวยืนเฝ้าอยู่ข้างเตียงไม่ห่าง “อ๊ะ...พี่วิน...หนูเจ็บ...” เจ้าขานิ่วหน้า เหงื่อเม็ดเล็กผุดพรายเต็มกรอบหน้าหวาน มือบางจิกทึ้งผ้าปูเตียงสลับกับบีบฝ่ามือหนาของสามีแน่นจนเล็บจิกเข้าไปในเนื้อ ทว่ากวินทร์กลับไม่รู้สึกเจ็บเลยสักนิด ความกลัวสูญเสียและความสงสารภรรยาจับขั้วหัวใจจนมาเฟียหนุ่มผู้กุมบังเหียนธุรกิจหมื่นล้านถึงกับน้ำตารื้น “อดทนอีกนิดนะคนดี พี่อยู่นี่แล้ว พี่อยู่ตรงนี้” กวินทร์เสียงสั่นพร่า ยกมืออีกข้างขึ้นลูบผมชื้นเหงื่อของภรรยาอย่างทะนุถนอม เ

  • คุณอาขารับรักหนูเถอะ   บทส่งท้าย

    เงาสะท้อนในกระจกบานใหญ่สูงจรดเพดาน เผยให้เห็นร่างอรชรในชุดเจ้าสาวที่งดงามราวกับภาพวาดฝัน ชุดผ้าไหมเครปสีขาวมุกนำเข้าจากฝรั่งเศส ถูกออกแบบเป็นทรงปาดไหล่ เผยให้เห็นช่วงบอดี้สูทที่ตัดเย็บเข้ารูปอย่างประณีต ไร้ซึ่งคริสตัลระยิบระยับหรือลูกไม้ฟู่ฟ่าให้ดูรกรุงรัง ทว่าความเรียบหรูของการจับจีบผ้าและการทิ้งตัวของชายกระโปรงยาวลากพื้น กลับขับเน้นให้เจ้าสาวดูสง่างาม เลอค่า และที่สำคัญมันช่วยพรางหน้าท้องที่เริ่มนูนขึ้นเล็กน้อยในสัปดาห์ที่สิบเอ็ดได้อย่างแนบเนียน เจ้าขายืนนิ่งงัน ดวงตากลมโตที่ถูกแต่งแต้มอย่างงดงามสั่นระริกขณะจ้องมองภาพตัวเองในกระจก สัมผัสอุ่น ๆ จากฝ่ามือของสตรีสูงวัยที่กำลังช่วยจัดระเบียบชายกระโปรงและผ้าคลุมผมอยู่ด้านหลัง ทำเอาหัวใจของหญิงสาวพองโตด้วยความตื้นตันจนจุกอยู่ที่ลำคอ “พอดีเป๊ะเลย ฝีมือการวาดแพตเทิร์นและการขึ้นโครงของฉันยังไม่ตกสินะ” ค

  • คุณอาขารับรักหนูเถอะ   บทที่ 35 ว่าที่คุณพ่อจอมหวง 2

    “โห!” เจไดกับยิหวาร้องประสานเสียงกันด้วยความทึ่ง “คุณหญิงแม่ยอมรับแกแบบร้อยเปอร์เซ็นต์แถมยังเอ็นดูสุด ๆ ไปเลยนะเนี่ย ยินดีด้วยนะเจ้าขา” ยิหวายิ้มกว้างให้เพื่อนอย่างจริงใจ “คุณแม่ท่านตื่นเต้นยิ่งกว่าพี่อีก ท่านหมกตัวอยู่ในห้องตัดเสื้อมาหลายวันแล้ว” กวินทร์ยิ้มกริ่ม ดึงมือเล็กมากุมไว้ “เห็นว่าแอบสั่งนำเข้าผ้าไหมมาเพื่อหนูโดยเฉพาะเลยนะ พี่เองก็ยังไม่เห็นเหมือนกันว่าชุดจะออกมาเป็นแบบไหน” “แล้วดูสิคะนายหญิง มีชุดเจ้าสาวสุดเอ็กซ์คลูซีฟที่มีชุดเดียวในโลกแล้ว เรามาดูการ์ดกันต่อเลย” เจไดกางแค็ตตาล็อกการ์ดแต่งงานแบบต่าง ๆ ลงบนโต๊ะ “จะเอาธีมหรูหราหมาเห่า ธีมมินิมอล หรือธีมแกสบี้ เชิญจิ้มเลยค่ะ” เจ้าขากวาดสายตามองการ์ดสวยงามนับสิบแบบด้วยความตื่นเต้น หญิงสาวหยิบการ์ดสีขาวมุกที่ประดับด้วยริบบิ้นสีน้

  • คุณอาขารับรักหนูเถอะ   บทที่ 6 ผู้พิทักษ์ในเงามืด 1

    หนึ่งสัปดาห์ผ่านไป...เพนต์เฮาส์หรูบนชั้นสูงสุดของ The Cloud Residence ที่เคยกว้างขวาง บัดนี้กลับดูเวิ้งว้างและอ้างว้างจนน่าใจหาย ความเงียบสงัด

  • คุณอาขารับรักหนูเถอะ   บทที่ 5 ปีกที่เริ่มขยับ 2

    เวลาเที่ยงคืนสิบห้านาที ประตูดิจิทัลของเพนต์เฮาส์ถูกปลดล็อค ร่างบางของเจ้าขาเดินลากเท้าเข้ามาภายในห้องอย่างหมดสภาพ ความเหนื่อยล้าจากการเรียนและการยืนทำงานติดต่อกันหลายชั่วโมง ทำให้เธอแทบจะทรงตัวไม่อยู่ หญิงสาวทิ้งกระเป๋าสะพายลงบนชั้นว

  • คุณอาขารับรักหนูเถอะ   บทที่ 5 ปีกที่เริ่มขยับ 1

    กลิ่นเมล็ดกาแฟคั่วบดหอมกรุ่นลอยอบอวลไปทั่วบริเวณร้านอาหารกึ่งคาเฟ่สไตล์ฝรั่งเศสย่านทองหล่อที่ขึ้นชื่อเรื่องความหรูหราและราคาที่แพงหูฉี่ บรรยากาศในช่วงเย็นวันศุกร์คลาคล่ำไปด้วยลูกค้าระดับไฮเอนด์ ทั้งนักธุรกิจหนุ่มสาวและกลุ่มโซเชียลไลต์

  • คุณอาขารับรักหนูเถอะ   บทที่ 4 ภาพสะท้อนในแก้วเหล้า 2

    “มึงหลอกคนทั้งโลกได้กวินทร์ แต่มึงหลอกตัวมึงเองไม่ได้หรอก” หมอภัคถอนหายใจยาว เมื่อเห็นเพื่อนรักเงียบไปและมีสีหน้าเจ็บปวด “กูเตือนมึงในฐานะเพื่อนนะ เส้นกั้นระหว่างคำว่าผู้ปกครองกับผู้ชายคนหนึ่ง มันบางมาก และถ้ามึงข้ามมันไปเมื่อไห

บทอื่นๆ
สำรวจและอ่านนวนิยายดีๆ ได้ฟรี
เข้าถึงนวนิยายดีๆ จำนวนมากได้ฟรีบนแอป GoodNovel ดาวน์โหลดหนังสือที่คุณชอบและอ่านได้ทุกที่ทุกเวลา
อ่านหนังสือฟรีบนแอป
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป
DMCA.com Protection Status