Home / โรแมนติก / คุณอาขารับรักหนูเถอะ / บทที่ 2 กลิ่นวานิลลากับความว้าวุ่นใจ 2

Share

บทที่ 2 กลิ่นวานิลลากับความว้าวุ่นใจ 2

Author: Priyada
last update Last Updated: 2026-03-16 14:35:21

      “คุยอะไรกันอยู่ครับสาว ๆ หน้าเครียดเชียว”

         เสียงทุ้มละมุนดังขึ้น เจ้าขาเงยหน้าขึ้นมองก่อนจะคลี่ยิ้มกว้างออกมาอย่างเป็นธรรมชาติ

         “พี่ท็อป! บังเอิญจังเลยค่ะ วันนี้มีเรียนตึกนี้เหรอคะ”

        ‘ท็อป’ หรือ ชยธร รุ่นพี่ปี 4 คณะวิศวกรรมศาสตร์ ดีกรีอดีตเดือนคณะและนักบาสเกตบอลของมหาวิทยาลัย ชายหนุ่มผู้มีใบหน้าหล่อเหลาสไตล์โอปป้าเกาหลี ผิวขาวสะอาดตา รอยยิ้มอบอุ่น และที่สำคัญ...เขาเป็นผู้ชายประเภทธงเขียวที่เพอร์เฟกต์ในสายตาของสาว ๆ ทั้งมหาวิทยาลัย

         “พี่แวะเอาขนมมาให้เราน่ะสิ เห็นบ่นในไอจีสตอรี่ว่าเมื่อคืนปาร์ตี้หนัก เช้านี้เลยอยากกินอะไรหวาน ๆ” ท็อปพูดพลางวางถุงกระดาษจากร้านเบเกอรี่ชื่อดังลงบนโต๊ะตรงหน้าเจ้าขา “มูสเค้กสตรอว์เบอร์รี ร้านที่เจ้าขาชอบ พี่ไปต่อคิวซื้อมาให้ตั้งแต่ร้านเปิดเลยนะ”

         “โห...พี่ท็อป น่ารักที่สุดเลยค่ะ ขอบคุณมาก ๆ นะคะ” เจ้าขารับถุงขนมมาด้วยความเกรงใจปนดีใจ รอยยิ้มของเธอสว่างไสวจนคนมองแทบจะตาพร่า

         “แหม ๆ ๆ มีการตามดูไอจีสตอรี่แล้วไปต่อคิวซื้อขนมมาเสิร์ฟถึงที่” เจไดส่งเสียงแซวอย่างหมั่นไส้ “แบบนี้เรียกพี่ชายที่แสนดีหรือว่าผู้ชายที่กำลังตามจีบดีคะพี่ท็อป”

         ท็อปหัวเราะเบา ๆ ยกมือขึ้นเกาท้ายทอยแก้เขิน นัยน์ตาสีน้ำตาลอ่อนจ้องมองเจ้าขาด้วยความหมายที่ลึกซึ้ง “พี่ก็จีบมาตั้งนานแล้วนะ แต่เจ้าขาไม่ยอมใจอ่อนสักที พี่คงต้องพยายามให้มากกว่านี้แล้วล่ะมั้ง”

         การหยอดคำหวานอย่างตรงไปตรงมาทำเอาเจ้าขาหน้าแดงระเรื่อ เธอรู้ดีว่าท็อปคิดยังไงกับเธอ เขาเป็นคนดี ดูแลเอาใจใส่ และให้เกียรติเธอเสมอมา หากเป็นผู้หญิงคนอื่นคงตกลงปลงใจคบหาไปนานแล้ว แต่สำหรับเธอ...พื้นที่ในหัวใจมันถูกจับจองโดยผู้ชายใจร้ายวัยสี่สิบสองปีคนนั้นไปจนหมดสิ้นแล้ว

         “พี่ท็อปก็พูดเกินไป หนูแค่เกรงใจพี่ ช่วงนี้หนูยุ่ง ๆ เรื่องโปรเจกต์ด้วย ไม่อยากให้พี่ต้องมาเสียเวลากับหนู” เจ้าขาตอบแบ่งรับแบ่งสู้ พยายามรักษาระยะห่างอย่างสุภาพ

         “ไม่เสียเวลาหรอกครับ สำหรับเจ้าขา พี่มีเวลาให้เสมอ” ท็อปยิ้มละมุน ก่อนจะยกนาฬิกาข้อมือขึ้นดู “เดี๋ยวพี่ต้องไปเรียนแล้ว ตอนเย็นเลิกกี่โมงครับ ให้พี่ไปส่งที่คอนโดไหม”

         “อ่อ...ไม่เป็นไรค่ะพี่ท็อป วันนี้ที่บ้านส่งรถมารับแล้ว พี่ท็อปกลับก่อนเลยค่ะ”

         “โอเคครับ งั้นเจอกันใหม่นะ” ท็อปโบกมือลา ก่อนจะหมุนตัวเดินจากไป ทิ้งให้เพื่อนสาวทั้งสองคนหันมาจ้องหน้าเจ้าขาเป็นตาเดียว

         “แกนี่มันใจแข็งจริง ๆ เลยนะเจ้าขา พี่ท็อปแสนดีขนาดนี้ หล่อ รวย สายเปย์ แถมยังตามจีบแกมาเป็นปี แกไม่ใจอ่อนบ้างเลยเหรอวะ” ยิหวาส่ายหน้าอย่างไม่เข้าใจ

         “นั่นสิยะ ถ้าฉันเป็นแกนะ จับทำผัวตั้งแต่เดือนแรกแล้ว ปล่อยให้ลอยนวลอยู่ได้ เสียดายของ” เจไดเสริมทัพ

         เจ้าขามองตามแผ่นหลังของท็อปไปจนลับตา เธอถอนหายใจออกมาเบา ๆ “พี่ท็อปเขาดีเกินไป ดีจนฉันรู้สึกผิดที่จะดึงเขาเข้ามาในชีวิตที่วุ่นวายของฉัน แกก็รู้ว่าถ้าอาวินรู้เรื่องพี่ท็อป บ้านแตกแน่”

         แค่คิดถึงใบหน้าดุดันและแววตาเย็นชาของกวินทร์ยามที่เขาโมโห เจ้าขาก็รู้สึกขนลุกซู่ขึ้นมาทันที ราชสีห์อย่างเขา ไม่มีวันยอมให้หมาป่าตัวไหนเข้ามาป้วนเปี้ยนใกล้ถิ่นของเขาหรอก

*********************************************

         เวลาเดียวกัน ณ อาคารอัครกุล ทาวเวอร์ ชั้น 50 ภายในห้องทำงานกว้างขวางที่ตกแต่งหรูหราด้วยสไตล์โมเดิร์นคลาสสิก แอร์คอนดิชันเนอร์เย็นฉ่ำทำงานอย่างเงียบเชียบ แต่กลับไม่อาจดับความรุ่มร้อนในใจของประธานกรรมการบริหารหนุ่มได้

         กวินทร์นั่งอยู่หลังโต๊ะทำงานไม้สักทองตัวใหญ่ แฟ้มเอกสารสัญญาโครงการระดับพันล้านถูกเปิดค้างไว้ตรงหน้า แต่สายตาของเขากลับไม่ได้โฟกัสที่ตัวหนังสือเหล่านั้นเลยแม้แต่น้อย

         หน้าจอสมาร์ตโฟนเครื่องหรูที่วางอยู่ข้าง ๆ สว่างวาบขึ้นมา พร้อมกับข้อความแจ้งเตือนจากแอปพลิเคชันไลน์

         เป็นข้อความจากลุงชม คนขับรถเก่าแก่ที่เขาพ่วงตำแหน่งสายสืบให้คอยจับตาดูความเคลื่อนไหวของหลานสาวตัวแสบ

ลุงชม: [ส่งรูปภาพ]

ลุงชม: วันนี้คุณเจ้าขามีผู้ชายมาหาที่ใต้ตึกครับนาย ท่าทางสนิทสนมกันมาก ซื้อขนมมาให้ด้วยครับ

         กวินทร์คว้ารถสมาร์ตโฟนขึ้นมาเปิดดูรูปภาพทันที คิ้วเข้มขมวดเข้าหากันจนแทบจะผูกเป็นปม ภาพที่ปรากฏบนหน้าจอคือภาพแอบถ่ายจากมุมไกล เห็นร่างสูงโปร่งของไอ้เด็กหนุ่มหน้าจืด (ในสายตาของเขา) กำลังยืนยิ้มระรื่นส่งถุงขนมให้กับเจ้าขา และที่ทำให้เส้นความอดทนของเขาแทบจะขาดผึง คือภาพที่เจ้าขากำลังส่งยิ้มกว้างตอบกลับไป รอยยิ้มสดใสแบบที่เธอไม่เคยยิ้มให้เขาเลยในช่วงหลังมานี้

        ‘ไอ้เด็กนี่อีกแล้ว...ไอ้ท็อป’

         กวินทร์จำหน้ามันได้แม่นยำ ไอ้เด็กวิศวะที่บังอาจมาตามจีบแก้วตาดวงใจของเขา มันวนเวียนอยู่ใกล้ ๆ เจ้าขามาเป็นปีแล้ว และเขาก็เคยส่งสายตาเตือนไปหลายครั้ง แต่มันก็ยังหน้าด้านไม่ยอมเลิกรา

        แกร็บ!

         เสียงปากกามองบลังค์ด้ามหรูในมือของกวินทร์หักดังเป๊าะ หมึกสีดำเลอะทะลักเปื้อนมือใหญ่ แต่เขาไม่สนใจเลยสักนิด ความหึงหวงที่ปะทุขึ้นมาในอกมันรุนแรงจนเขาแทบจะควบคุมตัวเองไม่อยู่

         ชายหนุ่มโยนเศษปากกาทิ้งลงถังขยะอย่างไม่ไยดี เขาลุกขึ้นยืนเต็มความสูง เดินไปหยุดอยู่ที่หน้ากระจกบานใหญ่ที่มองเห็นวิวกรุงเทพมหานคร สองมือล้วงกระเป๋ากางเกงสแล็ค นัยน์ตาสีเข้มวาวโรจน์ด้วยไฟโทสะที่แผดเผา

         เขาพยายามบอกตัวเองว่า ความรู้สึกนี้คือความห่วงใยของผู้ปกครองที่มีต่อเด็กในอุปการะ เจ้าขายังเด็กเกินไป เธอเพิ่งจะยี่สิบเอ็ด โลกภายนอกมันโหดร้าย ผู้ชายสมัยนี้ไว้ใจไม่ได้ พวกมันก็แค่หวังจะฟันแล้วทิ้ง เขาในฐานะคนที่รับปากกับเพื่อนรักไว้ จะปล่อยให้ไอ้เด็กหน้าจืดนั่นมาทำลายอนาคตของเจ้าขาไม่ได้เด็ดขาด

        ‘ใช่ ฉันแค่ทำตามหน้าที่ ฉันต้องปกป้องเธอ’

         กวินทร์หาข้ออ้างที่ดูดีที่สุดเพื่อกลบเกลื่อนความขี้ขลาดและตัณหาในส่วนลึกของจิตใจ เขาหยิบสมาร์ตโฟนขึ้นมาอีกครั้ง กดต่อสายตรงหาเลขาหน้าห้องทันที

         “คุณพลอย” น้ำเสียงทุ้มต่ำและเย็นเยียบจนคนฟังปลายสายขนลุกซู่ “เลื่อนนัดประชุมช่วงเย็นออกไปให้หมด ผมมีธุระด่วนต้องไปจัดการ”

         “เอ่อ...ธุระด่วนที่ไหนคะท่านประธาน ให้ดิฉันเตรียมรถและคนติดตามให้ไหมคะ” เลขาสาวถามด้วยความประหม่า

         “ไม่ต้อง ผมจะขับรถไปเอง” กวินทร์ตอบเสียงเข้ม นัยน์ตาคมกริบจ้องมองรูปภาพในหน้าจอสมาร์ตโฟนอีกครั้ง มุมปากเหยียดยิ้มร้ายกาจดุจราชสีห์ที่เตรียมตัวออกล่าเหยื่อ

         “ผมจะไปรับหลานสาว ดูเหมือนว่าช่วงนี้จะมีแมลงวันตัวผู้มาบินตอมเยอะเกินไปแล้ว”

         เย็นนี้เขาจะแสดงให้ไอ้เด็กวิศวะนั่นเห็นเป็นขวัญตา ว่าพื้นที่ตรงข้างกายของจิณณพัต มันมีป้าย ‘ห้ามบุกรุก’ แขวนเอาไว้ตัวใหญ่ขนาดไหน

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • คุณอาขารับรักหนูเถอะ   บทที่ 2 กลิ่นวานิลลากับความว้าวุ่นใจ 2

    “คุยอะไรกันอยู่ครับสาว ๆ หน้าเครียดเชียว” เสียงทุ้มละมุนดังขึ้น เจ้าขาเงยหน้าขึ้นมองก่อนจะคลี่ยิ้มกว้างออกมาอย่างเป็นธรรมชาติ “พี่ท็อป! บังเอิญจังเลยค่ะ วันนี้มีเรียนตึกนี้เหรอคะ” ‘ท็อป’ หรือ ชยธร รุ่นพี่ปี 4 คณะวิศวกรรมศาสตร์ ดีกรีอดีตเดือนคณะและนักบาสเกตบอลของมหาวิทยาลัย ชายหนุ่มผู้มีใบหน้าหล่อเหลาสไตล์โอปป้าเกาหลี ผิวขาวสะอาดตา รอยยิ้มอบอุ่น และที่สำคัญ...เขาเป็นผู้ชายประเภทธงเขียวที่เพอร์เฟกต์ในสายตาของสาว ๆ ทั้งมหาวิทยาลัย “พี่แวะเอาขนมมาให้เราน่ะสิ เห็นบ่นในไอจีสตอรี่ว่าเมื่อคืนปาร์ตี้หนัก เช้านี้เลยอยากกินอะไรหวาน ๆ” ท็อปพูดพลางวางถุงกระดาษจากร้านเบเกอรี่ชื่อดังลงบนโต๊ะตรงหน้าเจ้าขา “มูสเค้กสตรอว์เบอร์รี ร้านที่เจ้าขาชอบ พี่ไปต่อคิวซื้อมาให้ตั้งแต่ร้านเปิดเลยนะ” “โห...พี่ท็อป น่ารักที่สุดเลยค่ะ ขอบคุณมาก ๆ นะคะ” เจ้าขารับถุงขนมมาด้วยความเกรงใจปนดีใจ รอยยิ้มของเธอสว่างไสวจนคนมองแทบจะตาพร่า “แหม ๆ ๆ มีการตามดูไอจีสตอรี่แล้วไปต่อคิวซื้อขนมมาเสิร์ฟถึงที่” เจไดส่งเสียงแซวอย่างหมั่นไส้ “แบบนี้เรียกพี่ชายที่แสนดีหรือว่าผู้ชายท

  • คุณอาขารับรักหนูเถอะ   บทที่ 2 กลิ่นวานิลลากับความว้าวุ่นใจ 1

    แสงแดดยามเช้าสาดส่องผ่านผ้าม่านโปร่งแสงสีขาวเข้ามาภายในห้องรับประทานอาหารของเพนต์เฮาส์หรู บรรยากาศควรจะปลอดโปร่งและสดใส ทว่าความเงียบสงัดที่โรยตัวอยู่เหนือโต๊ะอาหารหินอ่อนตัวยาว กลับทำให้พนักงานทำความสะอาดและแม่บ้านเก่าแก่อย่างป้าแจ่มถึงกับต้องเดินเลี่ยงออกไปอยู่หลังครัวด้วยความอึดอัด กวินทร์ นั่งอยู่ที่หัวโต๊ะในชุดสูททำงานสีเทาเข้มคัตติ้งเนี้ยบกริบแบบไร้ที่ติ มือหนาข้างหนึ่งถือแท็บเล็ตเพื่ออ่านข่าวเศรษฐกิจและการลงทุนประจำวัน ส่วนอีกข้างยกแก้วกาแฟดำเอสเปรสโซ่ขึ้นจิบช้า ๆ กลิ่นขมปร่าของกาแฟคั่วเข้มฟุ้งกระจายไปทั่วบริเวณ แต่กระนั้นมันก็ไม่อาจกลบกลิ่นหอมหวานของวานิลลาที่เพิ่งโชยเข้ามาจากโถงทางเดินได้ เจ้าขาเดินเข้ามาในห้องอาหารด้วยท่วงท่าสง่างามและมั่นใจ หญิงสาวอยู่ในชุดนักศึกษาที่ถูกต้องตามระเบียบทุกระเบียดนิ้ว กระโปรงทรงสอบสีดำยาวคลุมเข่า ผ่าหลังเล็กน้อยเพื่อให้เดินสะดวก เสื้อนักศึกษาพอดีตัวไม่ได้รัดติ้วจนดูน่าเกลียด แต่ความพอดีนั้นกลับเน้นย้ำสัดส่วนโค้งเว้าของวัยสาวให้ดูโดดเด่นสะดุดตา ผมยาวสลวยสีน้ำตาลเข้มถูกรวบเป็นหางม้าสูง เผยให้เห็นลำคอระหงและใบหน้าสวยหวานที่

  • คุณอาขารับรักหนูเถอะ   บทที่ 1 เส้นกั้นบางๆ ที่เริ่มสั่นคลอน 2

    คำสั่งเด็ดขาดแบบเผด็จการนั้น หากเป็นเจ้าขาในวัยสิบขวบ คงจะก้มหน้ารับคำและรีบวิ่งเข้าห้องน้ำไปแล้ว แต่สำหรับจิณณพัตในวัยยี่สิบเอ็ดปี ผู้ซึ่งตระหนักรู้ถึงสถานะและเสน่ห์ความเป็นหญิงของตนเองอย่างเต็มเปี่ยม เธอไม่ได้เปราะบางและยอมอ่อนข้อให้อำนาจของเขาอีกต่อไป หญิงสาวกระตุกยิ้มมุมปาก นัยน์ตากลมโตที่เคยมองเขาด้วยความเทิดทูน บัดนี้แปรเปลี่ยนเป็นความหยิ่งทะนงและท้าทาย แทนที่เธอจะถอยห่าง เธอกลับก้าวเท้าเข้าไปใกล้เขาอีกหนึ่งก้าว จนปลายเท้าของทั้งสองแทบจะชนกัน “อาวินไม่ชอบกลิ่นเหล้า...” เจ้าขาช้อนตามองสบตาคนตัวโต น้ำเสียงหวานใสถูกปรับให้แหบพร่าและยั่วยวนขึ้นเล็กน้อยอย่างเป็นธรรมชาติ “หรือไม่ชอบ...ให้หนูใส่ชุดนี้ไปให้คนอื่นมองคะ” กวินทร์ลมหายใจสะดุดกึก ราวกับถูกหมัดฮุกเข้าที่กลางอก นัยน์ตาสีรัตติกาลเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อยด้วยความตกตะลึงกับความกล้าหาญของคนตรงหน้า กลิ่นวานิลลาหอมกรุ่นลอยอวลอยู่ปลายจมูก ผสมกับกลิ่นลมหายใจอุ่น ๆ ของเธอ มันมอมเมาสติสัมปชัญญะของชายวัยสี่สิบสองจนแทบจะขาดสะบั้น เขาอยากจะรวบเอวคอดกิ่วนั้นเข้ามากระแทกจูบลงบนริมฝีปากอวดดีนั่นให้รู้แล้วร

  • คุณอาขารับรักหนูเถอะ   บทที่ 1 เส้นกั้นบางๆ ที่เริ่มสั่นคลอน 1

    เข็มสั้นของนาฬิกาปาเต็ก ฟิลิปป์ บนข้อมือแกร่งชี้บอกเวลาตีหนึ่งสิบห้านาที ภายในห้องนั่งเล่นกว้างขวางของเพนต์เฮาส์สุดหรูบนชั้นสูงสุดของอาคาร The Cloud Residence ใจกลางย่านสุขุมวิท บรรยากาศเงียบสงัดจนได้ยินเพียงเสียงหยาดฝนที่สาดกระทบกระจกบานหน้าต่างสูงจรดเพดาน กวินทร์ อัครกุล ในวัยสี่สิบสองปี นั่งไขว่ห้างอยู่บนโซฟาหนังอิตาลีสีดำขลับ ในมือหนามีแก้วคริสตัลบรรจุวิสกี้สีอำพันที่น้ำแข็งละลายไปจนเกือบหมดแล้ว ร่างสูงใหญ่กำยำในชุดเสื้อเชิ้ตสีเข้มที่ถูกปลดกระดุมบนออกสองเม็ดและพับแขนเสื้อขึ้นจนถึงข้อศอก บ่งบอกถึงความหงุดหงิดที่เจ้าตัวกำลังพยายามข่มกลั้นเอาไว้ เขายังไม่ได้นอน และไม่สามารถข่มตาหลับได้ ตราบใดที่ ‘เด็กในปกครอง’ ยังไม่กลับมาถึงห้อง ‘กติกาคือต้องกลับถึงห้องก่อนเที่ยงคืน นี่มันเลยมาเป็นชั่วโมงแล้ว’ ชายหนุ่มขบกรามแน่นจนเป็นสันนูน นัยน์ตาคมกริบดุจพญาเหยี่ยวภายใต้กรอบแว่นสายตาสีเงินเพ่งมองไปยังบานประตูดิจิทัลราวกับจะเจาะให้ทะลุ ยิ่งเวลาล่วงเลยไป ความเป็นห่วงก็ยิ่งทวีคูณตีคู่มากับความกรุ่นโกรธ ภาพของเจ้าขาในวัยยี่สิบเอ็ดปีที่เพิ่งจะก้าวเข้าสู่

  • คุณอาขารับรักหนูเถอะ   บทนำ 2

    ใครบ้างในแวดวงธุรกิจจะไม่รู้จัก กวินทร์ อัครกุล มาเฟียอสังหาฯ ที่ขึ้นชื่อเรื่องความเด็ดขาดและโหดเหี้ยมที่สุด “นี่มันเรื่องภายในครอบครัวนะคะคุณกวินทร์ คุณเป็นแค่เพื่อนของตาพล ไม่เกี่ยวอะไรกับมรดก หรือการดูแลยัยเจ้าขา” ป้าศรีพยายามเถียง แม้เสียงจะสั่นกึก ๆ กวินทร์แค่นยิ้มมุมปาก เป็นยิ้มที่ไม่ได้มีความเป็นมิตรอยู่เลยแม้แต่น้อย เขาสอดมือล้วงกระเป๋ากางเกงทอดมองพวกญาติ ๆ ด้วยสายตาสมเพช “บังเอิญว่า เพื่อน’ อย่างผม เป็นคนที่ไอ้พลไว้ใจมากกว่า ‘สายเลือด’ ที่จ้องจะสูบเลือดสูบเนื้ออย่างพวกคุณ” กวินทร์หันไปพยักหน้าให้ลูกน้องคนสนิทที่ยืนอยู่หน้าศาลา ทนายความประจำบริษัทเดินถือแฟ้มเอกสารตรงเข้ามาทันที “นี่คือพินัยกรรมฉบับสมบูรณ์ของนายพลและภรรยา ที่ทำไว้กับบริษัททนายความของผมเมื่อปีที่แล้ว” กวินทร์ประกาศเสียงดังฟังชัด “ระบุไว้ชัดเจนว่า หากพวกเขาเป็นอะไรไป สิทธิ์ขาดในการดูแลเด็กหญิงจิณณพัต และผู้จัดการมรดกทั้งหมดแต่เพียงผู้เดียวตกเป็นของผม กวินทร์ อัครกุล” คำประกาศนั้นเปรียบเสมือนฟ้าผ่าลงกลางศาลาวัด ญาติพี่น้องทุกคนหน้าซีดเผือด อ้าปากค้าง หมดหน

  • คุณอาขารับรักหนูเถอะ   บทนำ 1

    หยาดฝนเม็ดใหญ่ทิ้งตัวลงมาจากท้องฟ้าสีเทาหม่น กระทบหลังคากระเบื้องดินเผาของศาลาวัดเก่าแก่ริมแม่น้ำเจ้าพระยาจนเกิดเสียงดังกึกก้องแข่งกับเสียงสวดพระอภิธรรมศพที่ฟังสลดหดหู่ กลิ่นชื้นแฉะของไอดินผสมปนเปไปกับกลิ่นธูปควันเทียนและดอกซ่อนกลิ่น สร้างบรรยากาศที่บีบคั้นจนทำให้ผู้คนที่มาร่วมงานหายใจแทบไม่ออก กวินทร์ อัครกุล ชายหนุ่มในวัยสามสิบเอ็ดปี ยืนกอดอกนิ่งสงบอยู่ในมุมมืดที่สุดของศาลา ร่างสูงใหญ่กำยำในชุดสูทสีดำสนิทสั่งตัดพิเศษดูกลมกลืนไปกับเงามืด ใบหน้าคมคายที่มักจะเรียบตึงและเย็นชาอยู่เป็นนิจ บัดนี้กลับมีร่องรอยของความเหนื่อยล้าและดวงตาที่แดงก่ำจากการอดนอนมาหลายคืน นัยน์ตาคมกริบดุจพญาเหยี่ยวจ้องมองตรงไปยังกรอบรูปคู่หน้าโลงศพ...รูปของ ‘พล’ เพื่อนสนิทที่สุดเพียงคนเดียวในชีวิตของเขา และภรรยาของพลที่เพิ่งจากโลกนี้ไปอย่างกะทันหันด้วยอุบัติเหตุทางรถยนต์ กวินทร์กับพลสร้างบริษัท ‘อัครกุล เรียลเอสเตท’ ขึ้นมาด้วยกันจากศูนย์ จนตอนนี้มันกลายเป็นอาณาจักรอสังหาริมทรัพย์ที่กำลังเติบโตอย่างก้าวกระโดด พลคือรอยยิ้มและมันสมองฝั่งเจรจา ส่วนกวินทร์คือความเด็ดขาดและนักล่าฝั่งบริหาร

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status