Share

บทที่ 8

Author: Chenaimei
last update Huling Na-update: 2026-01-24 16:21:22

นอกจากฟาร์มกลิ่นมณฑาแล้วยังมีสวนปาล์มอีกประมาณสองพันกว่าต้น ปกติพ่อจะเป็นคนดูแล แต่วันนี้ต้องพาแม่ไปเยี่ยมป้าพิณกว่าจะกลับกันก็คงตอนเย็น ๆ เธียรวิญช์เลยต้องเป็นคนมาเอง

“คุณช่อเอาน้ำให้พี่หน่อย”

เจ้าของสวนเดินหอบมาแต่ไกล นาน ๆ ครั้งได้มาทำงานที่นี่เหนื่อยใช่เล่นเหมือนกัน เพราะปาล์มรายหนึ่งหนักเกือบสี่สิบโล จริง ๆ ก็มีลูกน้องเกือบยี่สิบคนที่ทำอยู่แล้ว ทว่ามาถึงที่นี่แล้วจะให้นั่งอยู่เฉย ๆ ก็คงไม่ได้

คนที่นั่งแกว่งเท้าอยู่ท้ายกระบะเอาแก้วตักน้ำเย็น ๆ ในกระติกส่งให้กับเธียรวิญช์ พร้อมกับกินขนมที่ได้มาจากโรงครัวเมื่อวานตอนเย็นหลังจากได้ชิมพายส้มไปแล้ว

“กินไหม”

ขนมปังในมือที่ตัวเองกัดไปแล้วถูกยื่นไปให้เธียรวิญช์อย่างคนมีน้ำใจจนลืมคิดไปว่าตัวเองกินไปแล้ว กระนั้นเธียรวิญช์ก็ไม่ได้นึกรังเกียจ แค่น้องเป็นคนยื่นมาให้ก็กินทันทีไม่คิดขัดใจ ส่วนที่เหลือช่อไม้ก็เอาเข้าปากตัวเองจนหมดในคำเดียว

“ยุงกัดหรือเปล่า พี่บอกแล้วให้คุณช่อใส่ขายาวมา”

“ก็กลัวมันร้อนนี่”

“เลยไม่สนว่ายุงจะกัดน่ะเหรอ”

ดวงหน้าหวานหงอยลงครั้นโดนดุเพราะไม่เชื่อฟัง ครั้งนี้ช่อไม้ไม่รู้จะเถียงอะไรเพราะยุงกัดขาอย่างที่คนพี่ว่าจริง ๆ อีกอย่างอากาศตอนนี้ก็ไม่ได้ร้อนขนาดนั้น เพราะขับรถเข้ามาถึงในสวนแบบนี้พวกใบปาล์มช่วยบังแสงแดดได้เป็นอย่างดี ทั้งยังมีลมพัดเอื่อย ๆ อยู่ตลอด

จริง ๆ วันนี้เป็นวันหยุดช่อไม้จะนอนตีพุงอยู่ที่บ้านอย่างที่อยากทำก็ได้ แต่พอได้ยินว่าเธียรวิญช์จะไปที่อื่นนอกจากฟาร์มก็เลยขอมาด้วย เรื่องที่ตั้งแง่ตั้งงอนอีกฝ่ายหายเป็นปลิดทิ้งตั้งแต่เธียรวิญช์ง้อด้วยการพาไปกินขนม

“คุณเธียรจะไม่ให้เราไปช่วยเหรอ”

“ไม่เป็นไร คุณช่อนั่งอยู่ตรงนี้น่ะดีแล้ว”

ชุดที่ใส่มาพร้อมทำงานที่ไหนกัน รองเท้าก็ใส่เป็นผ้าใบต่างจากคนอื่น ๆ ที่เขาใส่รองเท้าบูตกันมา ชุดที่ใส่ก็เป็นขายาวแขนยาวทั้งนั้น เมื่อเช้าช่อไม้ก็เห็นแล้วว่าเธียรวิญช์แต่งตัวพร้อมไปทำงาน ยังบอกให้ช่อไม้ไปเปลี่ยนกางเกงอยู่เลย ซึ่งเด็กคนนี้ก็ดื้อเลือกที่จะใส่มาตามใจตัวเอง

เธียรวิญช์เดินไปหน้ารถ เปิดประตูค้นอะไรอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะปิดประตูเดินกลับมาท้ายรถที่ช่อไม้นั่งอยู่ ผ้าคลุมผืนสีฟ้าถูกสะบัดเล็กน้อยก่อนจะคลุมลงบนขาเรียวทั้งสองข้าง พร้อมทั้งฉีดยากันยุงไปทั่วทั้งตัวของช่อไม้

“อีกนานไหมกว่าจะเสร็จ”

“อยากกลับแล้วเหรอ”

“เปล่า แค่ถามดู”

“คงอีกสักพักใหญ่ ๆ คุณช่อเบื่อหรือเปล่า”

“นิดหน่อย แต่ไม่เป็นไร” เป็นคนขอตามมาเอง หากจะรบเร้าขอให้พากลับบ้านก็คงไม่ดีเท่าไร

“เสร็จแล้วจะพาไปเล่นน้ำ”

“จริงเหรอ!”

“ครับ”

“อือ! เรารอ”

ดวงตากลมใสเป็นประกายวับขึ้นทันตาเห็น เรียกรอยยิ้มจากเธียรวิญช์ได้เป็นอย่างดี ตอนนี้เพิ่งจะบ่ายโมงอีกสักชั่วโมงสองชั่วโมงก็น่าจะเสร็จ เพราะมีลูกน้องหลายคนช่วยกันทำ

เวลาเกือบบ่ายสามงานในสวนก็เสร็จเรียบร้อย ไม่ลืมที่บอกกับช่อไม้เอาไว้ เพราะคนน้องนั่งรออย่างใจจดใจจ่อ มองตามทุกอย่างก้าวราวกับกลัวว่าเธียรวิญช์จะลืมที่พูดเอาไว้อย่างไรอย่างนั้น

“อยากไปมากเลยเหรอ” เอ่ยถามคนอายุน้อยกว่า

“อยากไปสิ แล้วเราจะไปเล่นน้ำที่ไหนกันเหรอคุณเธียร” ช่อไม้พยักหน้ารับรัว ๆ กระโดดลงจากท้ายกระบะรถเดินตามหลังคนพี่ต้อย ๆ

“หลังสวนมีน้ำคลองอยู่ ช่วงนี้ฝนเริ่มตกแล้วน้ำกำลังน่าเล่นเลย”

“คุณเธียรรีบพาเราไปสิ”

“ตื่นเต้นอะไรขนาดนั้น”

“ก็เราไม่เคยเล่นน้ำคลองเลยนี่น่า” อย่างที่รู้ว่าตนเป็นคนป่วยง่าย อะไรที่เสี่ยงจะทำให้ป่วยก็เลี่ยงมาตลอด อีกอย่างช่อไม้ไม่ค่อยกล้าขัดคำสั่งคุณแม่ เพราะไม่อยากโดนดุทีหลัง ตอนเด็ก ๆ เวลาเห็นเพื่อนเล่นกันก็ได้แต่นั่งมองไม่กล้าลงไปเล่นด้วย ทว่าตอนนี้โตแล้ว อีกอย่างมีคุณเธียรอยู่ เขาไม่จำเป็นต้องกลัวอะไรขนาดนั้น

“ไปครับ มาเดินข้าง ๆ พี่”

เธียรวิญช์เก็บของ ล็อกรถเสร็จเรียบร้อย ก็เดินนำช่อไม้ไปไม่ลืมที่จะเรียกให้มาเดินข้าง ๆ กัน ครั้งนี้ช่อไม้เชื่อฟังมากกว่าที่คิด ดูจะร่าเริงยิ่งกว่าตอนทำงานเสียอีก คอยมองซ้ายมองขวาดูนู่นดูนี่อย่างสนอกสนใจ

ไม่นานก็มาถึงน้ำคลองหลังสวน เป็นธารน้ำที่ไหลไปเป็นสายไม่แรงมากนัก มีทั้งจุดที่ตื้นและลึก ช่วงที่น้ำจะใสน่าเล่นมากที่สุด

ช่อไม้รีบถอดรองเท้าผ้าใบวางเอาไว้ ก่อนจะเดินลงน้ำไปอย่างไมรีรอ ใบหน้าจิ้มลิ้มอิ่มไปด้วยความสุข

หากรู้ว่าช่อไม้ชอบมากขนาดนี้คงรีบทำงานให้เสร็จเร็วกว่านี้

“คุณเธียรลงมาเล่นด้วยกันสิ”

เสียงหวานใสเรียกคนที่ยืนยิ้มมองตนเองไม่ยอมลงมาเสียที เธียรวิญช์ถอดรองเท้าบูตวางเคียงไว้กับรองเท้าอีกคู่ ก่อนจะเดินลงน้ำไปหาช่อไม้

น้ำเย็นเฉียบถูกวักใส่คนพี่จนใบหน้าหล่อเปียกซก เสียงหัวเราะดังขึ้นอย่างชอบอกชอบใจ

“จะเล่นแบบนี้ใช่ไหม”

“ฮ่า ๆ”

เธียรวิญช์วักน้ำใส่ช่อไม้คืน เด็กหนุ่มยิ่งชอบใจเข้าไปใหญ่ พากันวักน้ำใส่กันอย่างไม่มีใครยอมใคร กระนั้นแรงที่มีของช่อไม้ไม่สามารถสู้เธียรวิญช์ได้ เลยพยายามที่จะหนี แต่กลับถูกคนพี่ตามมารวบตัวเองไว้ กอดรัดกันอยู่อย่างนั้นจนเสียหลักล้มลงไปนั่งแช่อยู่ในน้ำทั้งคู่

“เจ็บหรือเปล่า”

คนตัวเล็กส่ายหัวไปมา จะเจ็บได้ยังไงในเมื่ออีกคนเอาตัวรับเขาไว้อย่างนั้น หากไม่นับวันแรกวันนี้คงเป็นอีกวันที่เราอยู่ใกล้กันมากที่สุด ช่อไม้นั่งนิ่งอยู่ในอ้อมกอดอีกฝ่าย อยากจะหลบสายตาที่กำลังมองกันทว่าไม่สามารถเลื่อนหนีไปไหนได้เลย ฝ่ามือหนาทาบลงบนแก้มนุ่ม ใช้ปลายนิ้วโป้งเกลี่ยหยดน้ำที่กำลังจะไกลเข้าตาออกให้

“ระ เราจะไปเล่นตรงนู้น”

เมื่อเริ่มทำตัวไม่ถูกก็ละล่ำละลักพูด พลักร่างหนาเบา ๆ ก่อนจะลุกขึ้นแล้วเดินหนีไปเพียงไม่กี่ก้าว เพื่อนั่งหันหลังให้กับเธียรวิญช์ ทั้งที่น้ำเย็นขนาดนี้ทว่าใบหน้ากลับร้อนผ่าวราวกับอยู่ใกล้กองไฟ หากเดาไม่ผิดตอนนี้หน้าคงแดงมากแน่ ๆ เขาไม่อยากให้เธียรวิญช์จับได้ว่ากำลังรู้สึกอย่างไร

น่าอายจะตายไปหากอีกฝ่ายรู้ว่าสิบปีที่ผ่านมา การที่เขาพยายามหลบหน้าและหนีการติดต่อตลอดไม่ได้ช่วยอะไรเลย

เธียรวิญช์นั่งยิ้มคนเดียวมองน้องเล่นน้ำอยู่อย่างนั้นไม่เข้าไปกวน เขาเองก็อายุสามสิบแล้วอาการของช่อไม้มีหรือที่จะดูไม่ออก

กว่าช่อไม้จะยอมขึ้นจากน้ำก็สี่โมงกว่าเข้าไปแล้ว เสื้อผ้าก็เปียกไปหมด รู้อย่างนี้น่าจะบอกให้น้องเตรียมเสื้อผ้ามาจากบ้าน

“เดี๋ยวไปที่กระท่อมเปลี่ยนเสื้อผ้าก่อนแล้วกัน”

“แต่เราไม่ได้เอาเสื้อผ้ามานะ”

คนตัวเล็กเอ่ย พร้อมกับกระชับวงแขนกอดรอบลำคอคนพี่เอาไว้แน่นขึ้นยามลมพัดผ่าน เสื้อผ้าที่เปียกชื้นแนบไปกับผิวเนื้อยิ่งทำให้รู้สึกเย็นเข้าไปใหญ่ ดีที่เธียรวิยช์ให้ขี่หลังเพราะหากให้เดินเองมีหวังได้ขาแข็งยืนสั่นวันนี้ก็ไม่ได้กลับบ้าน

“ใส่ผ้าพี่ไปก่อน”

เธียรวิญช์เอาเสื้อผ้าติดมาด้วยอยู่แล้ว ส่วนที่กระท่อมก็พอจะมีเสื้อผ้าทำงานสำรองอยู่บ้าง

เดินมาถึงกระท่อมเธียรวิญช์ก็เอาเสื้อผ้ามาวางไว้ให้กับช่อไม้ก่อนจะลงมาด้านล่าง ให้ช่อไม้ได้เปลี่ยนเสื้อผ้า ส่วนตัวเองก็เปลี่ยนมันเสียด้านล่างเพราะยังไงที่นี่ก็เป็นพื้นที่ส่วนตัวไม่มีใครมาเห็นอยู่แล้ว รีบเปลี่ยนให้เสร็จจะได้ไม่เสียเวลา

ไม่นานช่อไม้ก็เดินลงมาพร้อมกับเสื้อยืดตัวโคร่งยาวลงมาปิดหน้าขาขาว กางเกงขาสั้นที่เอวหลวมจนต้องใส่มือกำเอาไว้ไม่ให้มันหลุดไปกองที่พื้น เสื้อผ้าชุดที่เปียกเธียรวิญช์นำไปใส่ถุงโยนไว้ท้ายรถ หาหนังยางที่คิดว่าแข็งแรงมาสองสามเส้นเพื่อมัดกางเกงให้น้อง ช่อไม้ตอนนี้เหมือนเด็กเล็กไม่มีมีผิด

ใบหน้าหวานงอง้ำครั้นคนพี่หัวเราะเบา ๆ คล้ายกับไม่ได้ตั้งใจ แต่ดูก็รู้ว่ากำลังขำกับสภาพเขาในตอนนี้ เสื้อก็ตัวใหญ่ กางเกงก็ใหญ่ ทั้งที่เขาสูงถึงร้อยเจ็ดสิบ แต่ทำไมเสื้อผ้าของคนร้อยเก้าสิบกว่าถึงได้ใหญ่มากมายขนาดนี้ ใส่ออกมาแล้วเหมือนเด็กน้อยใส่เสื้อผ้าของพ่ออย่างไรอย่างนั้น

“ขึ้นรถสิ กลับบ้านกัน เย็นมากแล้วเดี๋ยวคุณน้าเป็นห่วง”

ช่อไม้เดินมาขึ้นรถอย่างว่าง่าย นี่รอคนพี่เช็กความเรียบร้อยหลังรถจนเสร็จก็ขึ้นมานั่งฝั่งคนขับ พร้อมกับผ้าคลุมผืนใหญ่ นำมาห่มให้กับช่อไม้กลัวว่าน้องจะหนาวเกินไป

“แวะซื้อไอติมได้ไหม”

“ไม่หนาวหรือไง”

“ไม่เกี่ยวกับกินไอติมสักหน่อย”

“แค่ถ้วยเดียวนะ”

“อือ”

ช่อไม้รับปาก ขอแค่ได้กินแค่ถ้วยเดียวก็ไม่เป็นไร ทั้งที่ปกติขั้นต่ำแล้วต้องกินอย่างน้อยสองถ้วยขึ้นไปเท่านั้น

“กลับไปถึงบ้านอาบน้ำซ้ำอีกรอบ เป่าผมให้แห้ง กินข้าว กินยาด้วยเข้าใจหรือเปล่า”

“เรารู้แล้วน่า เราไม่ใช่เด็กแล้วนะ”

“เหรอครับ หืม? คุณช่อของพี่โตแล้วเหรอ”

“อือ! เราไม่ใช่ของคุณเธียรเสียหน่อย”

เสียงร้องอื้ออึงดังขึ้นในลำคอราวรำคาญครั้นเธียรวิญช์วางมือลงบนกลุ่มผมเปียก ทว่ากลับโดนช่อไม้จับมือออกไป พร้อมเอ่ยประโยคหลังตามมาด้วยน้ำเสียงที่ไม่หนักแน่นนัก ทำให้เธียรวิญช์นึกถึงที่เคยพูดเอาไว้กับช่อไม้เมื่อสิบปีที่แล้วโดยอัตโนมัติ

“แต่พี่อยากให้เป็น”

“คุณเธียรเงียบไปเลย! ตั้งใจขับรถไปสิ พูดมากจะมีสมาธิได้ยังไง ช่อไม่คุยแล้ว ไม่ฟังด้วย”

คำพูดชวนคิดไปเองของเธียรวิญช์ทำให้ช่อไม้เริ่มโวยวายออกมาเล็กน้อย ขยับตัวหันไปทางหน้าต่าง ยกมือขึ้นปิดหูตัวเองเอาไว้ราวกับไม่อยากฟังอย่างที่พูด

คนขี้แกล้งยิ้มหัวมีความสุขนักที่ทำให้ช่อไม้เสียอาการแล้วทำตัวไม่ถูกเช่นนี้ได้

ก็เวลาคุณช่อเขินจนไปไม่เป็นน่ารักจะตายไป

#คุณเธียรอย่าตื๊อ
Patuloy na basahin ang aklat na ito nang libre
I-scan ang code upang i-download ang App

Pinakabagong kabanata

  • คุณเธียรอย่าตื๊อ   บทที่ 35

    วันนี้อากาศดี มองไปทางไหนก็สว่างสดใส ท้องฟ้าปลอดโปร่ง แม้ว่าแสงจากดวงอาทิตย์จะร้อนมากแค่ไหน แต่ก็ยังมีลมพัดเอื่อย ๆ ไม่ขาดสายพอทุเลาความร้อนได้บ้าง ยิ่งได้ร่มเงาจากต้นไม้ยิ่งทำให้รู้สึกเย็นขึ้น ช่อไม้นั่งอ่านหนังสือการ์ตูนจบไปหนึ่งเรื่องก็เริ่มจะง่วงขึ้นมา“คุณเธียรช่อง่วง” เอ่ยบอกคนที่นอนหนุนตักตัว

  • คุณเธียรอย่าตื๊อ   บทที่ 34

    ‘อีกไม่กี่เดือนก็ต้องไปเรียนต่อมหาลัยแล้ว ปีนี้ได้ใช้เวลาอยู่กับคุณช่อยังไม่คุ้มเลย ทำให้คุณช่อน้อยใจจนร้องไห้อยู่หลายครั้ง ปีนี้พี่ไม่มีอะไรจะเขียนเลยนอกจากอยากขอโทษคุณช่อ ขอโทษที่ทำให้ร้องไห้ ขอโทษที่ไม่มีเวลาให้ ถ้าไปเรียนที่นู่นพี่ต้องคิดถึงคุณช่อมากแน่ ๆ คุณช่อเองก็คงคิดถึงพี่เหมือนกันใช่ไหม ตอ

  • คุณเธียรอย่าตื๊อ   บทที่ 33

    “คุณเธียร”“ครับ?”จู่ ๆ ช่อไม้ก็เหมือนนึกอะไรขึ้นมาได้ วางหนังสือในมือขยับมานั่งใกล้ ๆ เธียรวิญช์“จำกล่องจดหมายที่เราเคยเขียนกันตอนเด็ก ๆ ได้ไหม”“กล่องจดหมาย?”“ที่ทุก ๆ วันสุดท้ายของปีเราจะเขียนว่าตลอดปีเจออะไรมาบ้าง พร้อมอธิษฐานขอสิ่งที่ต้องการ”“จริงสิ พี่ลืมไปเลย แล้วตอนนี้คุณช่อยังเก็บไว้อยู

  • คุณเธียรอย่าตื๊อ   บทที่ 32

    2 เดือนต่อมา“คุณแม่ครับ ชิมให้ช่อหน่อยว่ามันอร่อยหรือยัง”ช่อไม้ตักผัดผักใส่จานมาให้คุณแม่ชิม เพราะวันนี้ลงทุนเข้าครัวทำกับข้าวเอง เนื่องจากเป็นวันแห่งความรัก นานทีปีหนช่อไม้ถึงจะเข้าครัวทำอาหารสักที ปกติจะเป็นลูกมือช่วยคุณแม่เสียมากกว่า หากให้ทำทุกวันคงได้เททิ้งมากกว่ากิน“เติมซอสเพิ่มเค็มอีกหน่อย

  • คุณเธียรอย่าตื๊อ   บทที่ 31

    นั่นเลยเป็นอีกหนึ่งเหตุผลที่ทำให้ช่อไม้ติดเธียรวิญช์เป็นตังเมแต่ตั้งแต่จำความได้ และถึงแม้ว่าจะห่างกันไปนานเป็นสิบปี เธียรวิญช์ก็ยังคงเป็นอย่างนั้นอยู่ หากว่าเขาตัดใจจากเธียรวิญช์ได้แล้ว ตอนนี้เขาจะนึกเสียดายไหนนะ จะมีโอกาสได้เจอคนที่ทำทุกอย่างให้เขาได้เหมือนเธียรวิญช์หรือเปล่ารถยนต์เลี้ยวเข้าโรงแร

  • คุณเธียรอย่าตื๊อ   บทที่ 30

    อร่อย!! อร่อยกว่าของตัวเองที่กำลังกินอยู่ด้วยซ้ำ ไอศกรีมกะทิหอม ๆ มัน ๆ หวาน ๆ กินคู่กับขนมปังนุ่ม ๆ เข้ากันอย่างน่าเหลือเชื่อ ดวงตากลมใสเป็นประกายวับขึ้น จนเธียรวิญช์อดยิ้มตามไม่ได้ ที่บอกว่าซื้อมาฝากความจริงแล้วก็แค่อยากกินเอง ซึ่งปกติเธียรวิญช์ไม่ได้ชอบของหวานอยู่แล้ว แต่ที่กินมาตลอดก็เพราะช่อไม้

Higit pang Kabanata
Galugarin at basahin ang magagandang nobela
Libreng basahin ang magagandang nobela sa GoodNovel app. I-download ang mga librong gusto mo at basahin kahit saan at anumang oras.
Libreng basahin ang mga aklat sa app
I-scan ang code para mabasa sa App
DMCA.com Protection Status