Masuk“อ้าว เหมย โอ้โหวันนี้สวยจังพี่เกือบจำไม่ได้” ภาคภูมิยิ้มตะลึงในความสวย เอมิกาดูหรูหราเป็นสาวไฮโซต่างจากตอนทำงานที่ต่างจังหวัดราวฟ้ากับเหว
“ขอบคุณค่ะ” หญิงสาวยิ้มบิดตัวเขินอาย
“อะแฮ่ม” ทัชชกรกระแอมขัดไม่ชอบที่เธอทำท่าทางแบบนั้นกับคนอื่น
“เอ่อ นี่คุณทัชชกรนายทุนงานวิจัยทั้งเก่าและใหม่ของเรา วันนี้มาชมการเสนอโครงการด้วยตัวเองค่ะ” เอมิกาแนะนำให้ภาคภูมิรู้จักทัชชกร เขาเป็นเจ้าของเงินวิจัยมาหลายโครงการแต่ปกติเขาจะให้เลขาเป็นคนเข้ามาฟังโครงการแทน
“สวัสดีครับคุณทัชชกร” ภาคภูมิยกมือไหว้ ยิ้มให้อย่างเป็นมิตร ทัชชกรรับไหว้ ทำหน้านิ่ง
“ไปกันได้หรือยังเฮียมีธุระที่อื่นอีก”
“ค่ะๆ เชิญทางนี้ค่ะคุณทัช” เอมิกาผายมือเชิญทัชชกรให้เดินไปทางซ้าย เขาหงุดหงิดเดินหน้ามุ่ยที่เธอทำห่างเหินพูดเหมือนเป็นคนอื่น
ภายในห้องประชุม
เจ้าหน้าที่โครงการและลูกจ้างราว ๆ 30 คน นั่งร่วมประชุมเสนอโครงการให้กับเจ้าของเงินทุนรายใหญ่ ท่านอาจารย์เป็นผู้อธิบายงานทั้งหมดผ่านไปชั่วโมงกว่า จนจบการประชุมทุกคนในห้องปรบมือให้กำลังใจ
“ผมยินดีที่ได้ร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการวิจัยนะครับ” ทัชชกรลุกขึ้นจับมือกับอาจารย์เป็นการแสดงถึงการร่วมทุนอย่างเป็นทางการ
“ขอบคุณมากครับคุณทัชชกร” อาจารย์เอ่ยขอบคุณ ทั้งสองพยักหน้าให้กันและนั่งลง
“ถ้ามีอะไรเพิ่มเติมแจ้งความประสงค์มาที่เอมิกาได้เลยนะครับ เราสองคนก็เหมือนเป็นคน ๆ เดียวกัน” ทัชชกรยิ้มร้ายเหล่มองภาคภูมิที่ทำหน้าตกใจ ทุกคนในห้องประชุมอึ้งมองไปที่เอมิกาเป็นตาเดียวกัน เอมมิกาหน้าเหวอหันมองคู่หมั้น งง ๆ
“ทุกคนดูแปลกใจนะครับ เหมยไม่ได้บอกเหรอว่าเราสองคนเป็นคู่หมั้นกัน” เขาแสยะยิ้มเย้ยภาคภูมิที่นั่งหน้าเสียมองเอมิกา เสียงในห้องอื้ออึงขึ้นมาทันที หญิงสาวอึกอักทำตัวไม่ถูกเอามือแตะขาคู่หมั้น หน้าฉงนเธอไม่เข้าใจทำไมเขาถึงพูดแบบนั้นเพราะเขาไม่ชอบให้ใครรู้ความสัมพันธ์ของเขาและเธอ.... ทัชชกรปรายตามองเอมิกาแล้วยิ้มมุมปาก
การประชุมเสร็จสิ้นทุกคนแยกย้ายกันกลับท่ามกลางเสียงซุบซิบที่ทุกคนอยากรู้ว่าเอมิกามีคู่หมั้นหล่อรวยขนาดนั้นจริงเหรอ สาว ๆ ต่างอิจฉา พูดคุยกันไม่หยุด ด้านทัชชกรออกมาทีหลังเขาเดินมากดลิฟต์ เอมิกาเดินหน้ามุ่ยมาถามสียงขุ่น
“เฮียกร ทำไมบอกทุกคนว่าเราเป็นอะไรกัน”
“บอกแล้วจะทำไม ไม่อยากให้ใครรู้เหรอ” เขาเหล่มองไม่ค่อยพอใจ คิดว่าเอมิกากลัวว่าไอ้หนุ่มคนนั้นจะรู้ว่าเธอมีเจ้าของ “เฮีย นั่นแหละที่ไม่อยากให้ใครรู้ว่ามีคู่หมั้นเป็นนักโบราณคดีตัวเปื้อนฝุ่นอย่างเหมย” หญิงสาวบ่น สะบัดหน้างอน ๆ
“ไม่รู้สิ ไม่มีเหตุผล” เขายักไหล่หยิบโทรศัพท์มาเลื่อนดูโน่นนี่
“อ้าว อะไรของเฮีย” หญิงสาวสับสนกับสิ่งที่เขาทำก็ไม่ชอบให้รู้ว่าเป็นคู่หมั้นแต่ประกาศซะรู้ทั้งที่ทำงานของเธอ
“โรงแรมนี้มีชาหอม ๆ ขนมหวานอร่อย ๆ ด้วยใช่ไหมนร้า” เขาแกล้งพูดออกมาลอย ๆ เอมิกาหันขวับ
“จริงด้วย แวะไปกินของอร่อยหน่อยดีกว่า” หญิงสาวยิ้มร่าลืมไปเลยว่าโรงแรมนี้มีชากับขนมที่ชอบ ทั้งสองรอลิฟต์แล้วกดลงที่ชั้นเดียวกัน เอมิกาเดินไปที่ร้านชา เธอคิดว่าเขาต้องไปทำธุระต่อเลยไม่ได้ชวนมานั่งกินด้วย
เมื่อมาถึงหน้าร้าน พนักงานแจ้งว่าที่นั่งถูกจองไว้หมด และจะเปิดรับลูกค้าอีกทีในวันพรุ่งนี้ หญิงสาวปากคว่ำเสียดาย นาน ๆ เธอจะได้เข้ามากินของชอบในเมืองสักที ร่างบางหันหลังจะเดินไปที่ลานจอดรถ เห็นทัชชกรเดินคุยโทรศัพท์มาทางนี้
“อ้าว ไหนเฮียบอกจะไปธุระ”
“ธุระของเฮียนัดไว้ที่ร้านนี้”
“แต่ว่าพนักงานบอกว่าจองเต็มแล้วนะ” เอมิกาพูดต่อแล้วหันไปมองพนักงานที่ยืนยิ้มให้
“เฮียจองไว้แล้ว นั่งกินด้วยกันสิ เฮียไม่ได้คุยเรื่องงาน แค่ชวนสาว ๆ มานั่งจิบชาสวย ๆ” เขาชวนหน้าขรึมตามสไตล์
“จะไม่เป็นก้างขวางคอหรา” เอมิกาเอียงตัวถามทำหน้าล้อเลียน
“ไม่กิน” เขาเลิกคิ้วทำหน้ากวนกลับ
“กินสิ” หญิงสาวยิ้มสดใสพุ่งเข้าเกาะแขนแกร่งเดินเข้าไปในร้านด้วยกัน ทั้งสองนั่งจิบชาทานขนมหวานสไตล์ฝรั่งเศสอยู่ในร้านคุยกันต่าง ๆ นา ๆ อย่างเอร็ดอร่อย เอมิกามีความสุขกับการได้กินของโปรดที่เธอชอบ สักพักก็มีผู้หญิงสวยหุ่นดีสะดุดตาเดินมาที่โต๊ะ
“รอนานไหมคะ” แพทยืนส่งยิ้มหวานให้ทัชชกรและผู้หญิงอีกคนที่นั่งตรงข้ามชายหนุ่ม แล้วนั่งลงข้าง ๆ เขา
“น้องสาวคุณทัช หน้าตาไม่เหมือนกันเลยนะคะ” แพทยิ้มแย้มหาเรื่องคุยก่อน
“ไม่ใช่น้องสาวหรอกครับ เหมยเป็นคู่หมั้นผม”
“เอ่อ” แพทงงทำหน้าไม่ถูก
“คู่หมั้นที่ครอบครัวจับคู่ให้ค่ะ” เอมิกาอธิบายยิ้มเล็กน้อย
“คือไม่ได้รักกัน ต้องหมั้นกันเพราะผู้ใหญ่ใช่ไหมคะ” แพทถามต่อหน้าระรื่น แต่เอมิกาหน้าเจื่อน เธอหมั้นเพราะรักเขาแต่เขาไม่ได้รักเธอ
“ก็ประมาณนั้นแหละครับ” ทัชชกร เหล่มองเห็นเอมิกาเงียบไปเขาเลยตอบแทน
สักพักพนักงานเสริฟนำเค้กบาราวนี่สูตรเด็ดของทางร้านมาเสริฟบนโต๊ะ
“ว้าว น่าทานจังค่ะ” แพทมองตามเค้กบราวนี่ที่ดูนุ่มน่าทาน
“นี่เป็นเค้กขึ้นชื่อของร้านนี้” เขาหั่นเค้กเสี้ยวหนึ่งตักให้แพทก่อนแล้วค่อยส่งให้เอมิกาที่ทำหน้าเจื่อน เธอชอบเค้กนี้แต่เขาให้คู่ควงก่อนแล้วเอาที่เหลือมาให้ ถึงจะงอนก็ทำอะไรเขาไม่ได้ เอมิกานั่งดื่มชาทานเค้กอย่างอึดอัดต้องทำเป็นยิ้มแย้มกลบเกลื่อนความน้อยใจเล็ก ๆ ของเธอ
เมื่อทานขนมเสร็จต่างแยกย้ายกันหน้าร้าน ทัชชกรโอบไหล่แพทเดินไปอีกทาง เอมิกาหันหลังกลับมามองเขาเดินไปกับผู้หญิงคนอื่นหน้าเศร้าน้ำตาคลอ นี่เป็นภาพที่เธอเห็นมาเกือบ 15 ปี แต่เธอก็ยังไม่ชินสักที
ตอนที่ 9 คราวหน้าจะป้องกัน เอมิกาบอกทัชชกรว่าเมื่อคืนเมาทำเป็นไม่รู้เรื่องที่เกิดขึ้น ทั้ง ๆ ที่รู้ตัวตั้งแต่แรก ส่วนทัชชกรปกติพกถุงยางไว้ในกระเป๋าเงินตลอดและใส่ถุงยางเวลามีเซ็กส์กับทุกคน ยกเว้นเอมิกาอย่างที่เขาบอกว่า “ไม่ได้เมาตั้งใจไม่ใส่” เขารู้ว่าถ้าเธอท้องจะเป็นเรื่องใหญ่ยังไงเขารับผิดชอบเธออยู่แล้ว ไม่รู้ว่าเอมิกาจะโวยวายทำไม ที่ผ่านมาเขาเป็นแค่ผู้ชายคนหนึ่งที่มีอารมณ์ความต้องการในเมื่อแตะต้องคู่หมั้นไม่ได้ก็ต้องไปลงที่อื่นแต่หลังจากได้เธอแล้วเขาก็ไม่ไปนอนกับผู้หญิงคนไหนอีกนอกจากคู่หมั้นตอนที่ 10 ไหนบอกว่าไม่รัก ตามเนื้อเรื่อง ทัชชกรรู้ว่าเอมิกาชอบทานอะไรไม่ชอบอะไร เขาจะเตรียมของกินเอาไว้รอรับเธอที่อย่างหิวโหย ส่วนเอมิกาที่รีบมาหาทัชชกร เพราะกังวลเรื่องภาคภูมิถูกสั่งย้าย ไม่รู้ว่าเกี่ยวกับที่เธอพูดชื่อภาคภูมิคืนนั้นหรือเปล่า เธอร้อนใจว่าการแกล้งอำทัชชกรจะทำให้ภาคภูมิเดือดร้อนเพราะเธอ แต่กลายเป็นว่าเขายิ่งโกรธที่เธอเป็
EP.2 ความลับ ความรู้สึกการกระทำเฮียกับเหมย และความแสบพอกัน เป็นเบื้องลึกของแต่ละตอนในนิยาย ไรท์จะเขียนหัวว่าเหตุการณ์นี้อยู่ที่ตอนไหน และจะอธิบายสิ่งที่เฮียกรกับเหมยคิดและทำ ที่ไม่มีในเนื้อเรื่องไรท์จะให้เป็นแบบ สิ่งที่เห็นอาจไม่ใช่สิ่งที่คิดตอนที่ 1 หวั่นไหว เอมิกามาหาทัชชกรที่คอนโดเพื่อขอเงินร่วมทุนวิจัย จริง ๆ เขายังไม่เสร็จกิจกับสาวในห้อง แต่ต้องหยุดเพราะมีข้อความเข้ามาว่า ”คู่หมั้นมารอ” เขาเห็นเธอนอนหลับมองเธอหงุดหงิดที่แต่งตัวซอมซ่อแล้วก็เห็นว่าริมฝีปากเธอแห้ง เขาแกล้งให้เธอตื่น เดินไปเปิดตู้เย็นเทน้ำสตรอเบอร์รี่มาให้เธอดื่มหลายอึกเพราะชอบน้ำสตรอเบอร์รี่ เอมิกาจะเข้าไปกอดเขาเหมือนทุกครั้งที่เจอแต่เขาดันหัวเธอไว้ไม่ให้เข้าใกล้ ไม่ใช่เพราะเธอตัวเปื้อนโคลนหรอก แต่เขากำลังเปลือยมีแค่ผ้าขนหนูผืนเดียวปิดปังร่างกายถ้าเธอเขามากอดเนื้อตัวแนบชิดเขากลัวว่าแก่นกายที่ยังไม่ได้ปล่อยน้ำมันจะผงาดขึ้นแล้วเธอจะตกใจ&nbs
เฮียไม่ยอมถอนหมั้น ปู่ของทัชชกรเสีย เรื่องข้อตกลงการหมั้นและแต่งงานของสองครอบครัวถือว่าสิ้นสุด ทางบ้านรู้ว่าทัชชกรไม่อยากหมั้นกับเอมิกาตั้งแต่แรกหลังจากเปิดพินัยกรรม ทางครอบครัวเลยนั่งคุยกันเรื่องนี้“ปู่ไม่อยู่แล้ว แกถอนหมั้นกับหนูเหมยได้นะ” พ่อของทัชชกรพูดขึ้น“ไม่ต้องหรอกครับ วุ่นวาย” เขารู้สึกตกใจที่ผู้ใหญ่พูดเรื่องนี้ เลยปฏิเสธทันควัน“วุ่นวายอะไร แค่บอกถอนหมั้นส่วนสินสอดก็ให้เขาเป็นค่าชดเชยไป”“ไม่ถอนครับ เดี๋ยวเหมยร้องไห้ขี้มูกโป่ง ขี้เกียจปลอบ” เขาเอาเหมยมาอ้างทั้งที่จริงแล้วตัวเองต่างหากที่ไม่อยากถอนหมั้น“ก็แกไม่อยากหมั้นไม่ใช่เหรอ นี่ฉันให้โอกาสแกแล้วนะ”“ไม่ต้องสนใจเรื่องของผมหรอกครับ จัดการเรื่องสมบัติกันเถอะ ผมไปล่ะ” เขารีบลุกหนีไม่อยากโดนเซ้าซี้“อ้าว อะไรบอกว่าไม่อยากหมั้น พอให้ถอนหมั้นก็ไม่ถอน เอาใจยากจริง ๆ ลูกคนนี้” แม่ทัชชกรคิ้วขมวดบ่นตามหลังลูกชายเฮียคิดถึงหมา
เหมือนมีอะไรมาอุดปาก หายใจไม่ออกด้วย” เธอหน้าเสียลุกขึ้นนั่งหายใจหอบเหนื่อย“สงสัยผีอำ” เขาทำเสียงหลอน ๆ หลอกให้เธอกลัว“เฮีย จะพูดทำไม” หญิงสาวหน้าตาตื่นรีบลุกขึ้นโผไปกอดแขนแกร่ง เขาอมยิ้มเอามือลูบหัวเธอปลอบใจ“นอนเถอะไม่มีอะไรแล้วล่ะ” กายแกร่งทิ้งตัวลงนอน เธอนอนลงซุกข้างกายเขามองไปรอบ ๆ หวาดระแวง แขนแกร่งโอบกอดร่างบางไว้ หน้าหล่ออมยิ้มมีความสุข“อุ่นใจขึ้นไหม” เสียงทุ้มแผ่วเบา เธอพยักหน้าซุกตัวอยู่ในอ้อมแขนหลับใหลจนถึงเช้า......เหมยก็รู้ว่าเฮียกรห่วง รุ่งเช้า ทัชชกรกับเอมิกา เดินไปทานอาหารเช้าที่ห้องอาหารรีสอร์ท เอมิกาเดินตักข้าวต้ม ปรางเดินหน้ามุ่ยมาในห้องอาหาร เห็นเอมิกาเธอก็รีบเดินปรี่เข้าไปหา“อย่าคิดว่าชนะ แค่นี้ไม่ทำให้ฉันยอมแพ้หรอก” ปรางทำเป็นตักอาหารใกล้ ๆ น้ำเสียงขุ่นเคือง“เหมยไม่คิดจะแข่งกับพี่ปรางนะ”“ตอแหล เมื่อคืนรั้งกรไว้ไม่ให้กลับห้อง ใช้มารยาแค่ไหนล่ะหรือเอาตัวเข้าแลก” ปรางกร
ไม่นานนักทัชชกรวิ่งเข้ามาต่อยธนัทดัง “ปึก” ธนัทหน้าหันเซเกือบล้ม ทัชชกรเข้าไปต่อยซ้ำซ้ายขวาธนัทต่อยสวนกลับ ทัชชกรไม่ยอมเตะเข้าชายโครงธนัทเจ็บจนทรุดนั่ง ทัชชกรเตะเข้าหน้าธนัทจนหน้าหงายและจะเข้าไปกระทืบซ้ำแต่เพื่อน ๆ มาดึงตัวเขาออกมาก่อน ทัชชกรโวยวายไม่ยอม เพื่อนสองคนเข้าไปประคองธนัท เพื่อนผู้หญิงกับปรางของแฟนทัชชกรช่วยเอมิกา“อะไรว่ะ ทะเลาะกันทำไม” เสกสรรเสียงดัง ทัชชกรจ้องหน้าโกรธแค้น จะเอาเรื่อง“มันยุ่งกับคนของกู!”“น้องมึงจะไปกับกูเอง” ธนัทตะโกนเสียงดังลั่น ทุกคนหันมองเอมิกาเป็นตาเดียวกัน“ไอ้เชี้ย มึงอย่าพูดหมา ๆ” ทัชชกรชี้หน้าตะคอกกลับ“น้องมึงเดินมาอ่อยให้กูพาไปที่ห้อง” ธนัทเสียงแข็งจ้องตาเขม็ง ทัชชกรหยุดนิ่งไม่โวยวายหายใจแรงหันไปมองเอมิกาหน้าเปื้อนน้ำตาแววตาสั่นระริก เขากำหมัดแน่น“คู่หมั้นกูอ่อยมึง” ชายหนุ่มเน้นเสียงเข้ม จ้องมองเอมิกาที่ส่ายหน้าร้องไห้“เออดิ ให้ท่ากูตั้งแต่เย็นแล้ว ใคร ๆ ก็
EP.1 เฮียกรแบบนี้เขาเรียกว่ารักนะ ตอนพิเศษจะเป็นเหตุการณ์ก่อนหน้าที่เคยเกิดขึ้น ซึ่งในเนื้อเรื่องไรท์จะเขียนช่วงกลางของเรื่องจนจบแต่ไม่ค่อยได้เกริ่นถึงช่วงต้นความสัมพันธ์ของทั้งสองคนและยังมีความลับความแสบของเหมยกับเฮียกรที่ไม่ได้เผยแพร่ในเนื้อเรื่องมาตีแผ่ด้วยนะ ห่วงแหละดูออก (ช่วงเรียนมหาวิทยาลัย) เที่ยวน้ำตก กลุ่มเพื่อนของทัชชกรชวนกันไปเที่ยวน้ำตก พอเขาบอกกับที่บ้านก็สั่งให้พาเอมิกาไปด้วย นี่ถือเป็นครั้งแรกที่เอมิกาได้ไปเที่ยวกับกลุ่มเพื่อนของทัชชกร โดยมีปรางแฟนสาวของทัชชกรไปด้วย ซึ่งเพื่อน ๆ รู้กันดีว่าสถานะทางสังคมเอมิกาเป็นคู่หมั้นทัชชกรแต่เบื้องหลังเธอเป็นเพียงน้องสาวที่เขาชอบพูดว่าไม่สนใจแต่คอยดูแลอยู่ห่าง ๆ เสมอ กลุ่มวัยรุ่นหากิจกรรมเมื่อมาถึงก็เล่นล่องแก่ง ขับ ATV ช่วงเย็นดื่มเหล้าสังสรรค์เล่นน้ำตกกันสนุกสนาน เอมิกาไม่ค่อยรู้จักใครเลยเดินไปนั่งบนโขดหินจุ่มเท้าแช่น้ำมองสายน้ำและธรรมชาติแก้เบื่







