Masukระหว่างทางไปโรงพยาบาลหญิงสาวนั่งเกาผิวกายหนักขึ้นตัวเป็นรอยแดง ทัชชกรดึงมือเธอออกไม่ให้เกา
“ก็มันคันนี่” หญิงสาวหงุดหงิดหน้ามุ่ย ชายหนุ่มเทน้ำใส่ผ้าค่อย ๆ เช็ดผิวกายให้แผ่วเบา หญิงสาวมองการกระทำของเขาแล้วร้องไห้ ชายหนุ่มเงยมองงง ๆ
“เจ็บเหรอ”
“เฮีย ฮือ ฮือ” ร่างบางโผเข้ากอดโอบรัดซุกหน้าร้องไห้โฮ เขาเป็นคนที่เฉยชาไม่สนใจเธอ แต่เวลามีเรื่องอะไรเขาจะอยู่ข้าง ๆ คอยดูแลให้เธออุ่นใจเสมอ มือหนากอดปลอบลูบหลังบางที่สะอื้นไม่หยุด
“อดทนหน่อย เดี่ยวถึงโรงพยาบาลแล้ว” เสียงเข้มปลอบโยนเขาคิดว่าเธอร้องไห้อ้อนเพราะคันตัว
เมื่อถึงโรงพยาบาลคุณหมอให้แอดมิทเพื่อรอผล ทัชชกรนอนเฝ้าในห้องพิเศษจนเช้าผลออกมาว่าแพ้แมงกะพรุน
ทัชชกรโทรไปบ่นกับณวัฒน์เรื่องอาหารกำชับไว้แล้วว่าห้ามมีปนแมงกะพรุนเด็ดขาด ณวัฒน์บอกว่าเช็ครายการอาหารกับเชฟก็ไม่มีรายการที่เป็นแมงกะพรุน จะมีก็แค่รายการอาหารที่สั่งเพิ่มมาแค่จานเดียวและไม่น่าปนอยู่ในบุฟเฟต์
“ช่างเถอะเฮีย คงบังเอิญวางไว้แล้วเหมยไปตักกินแหละ” หญิงสาวนอนหน้าซีดมึนยาแก้แพ้
“อืม ดีนะที่ไม่แพ้มาก คราวหลังระวังหน่อยแล้วกัน” เขาลูบปอยผมสายตาห่วงใย หญิงสาวมองหน้าเขาแล้วเคลิ้มหลับไป หน้าคมก้มลงมาจูบหน้าผากมนแผ่วเบาลูบไล้หน้าสวยอย่างทะนุถนอม
ผ่านไปหนึ่งเดือน
ณ โครงการวัตถุโบราณ ที่ต่างจังหวัด
เอมิกาทำงานวิจัยขุดศึกษาของโบราณกับทีม เธอมาทำงานครั้งละสามเดือนถึงจะกลับบ้านหนึ่งอาทิตย์ หญิงสาวพักอาศัยอยู่ในบ้านพักโฮมสเตย์ของชาวบ้านละแวกใกล้เคียง
กลางวันแดดเปรี้ยงร้อนระอุ
ทีมวิจัยทำงานอยู่กลางแดดมีเพียงผ้าใบขึงไว้กันร้อน ทุกคนกำลังม่วนอยู่กับการขุดเจาะเหงื่อไหลโทรมกายเศษดินกระเด็นติดเสื้อผ้า รองเท้าที่เหยียบพื้นดินมีดินติดเกาะเต็มรองเท้าและขากางเกง ชาวบ้านนำอาหารใส่กล่องมาส่งให้ตามที่ได้ถูกว่าจ้าง ชาวบ้านสาวพูดคุยกับเพื่อนถึงเรื่องที่รู้มาวันนี้
“ข้างบ้านโอมสเตย์ป้าจันทร์มีใครมาเช่าที่ก็ไม่รู้ เอาบ้านน็อคดาวน์สวยหลังใหญ่ด้วยมาลงตรงท่าน้ำ” สายคุยกับมาลัยระหว่างเอาอาหารกล่องวางเรียงให้ทีมวิจัยที่กำลังทยอยเดินเข้ามาพักในเต็นท์ผ้าใบ เอมิกากับนันทิดาได้ยินสองสาวชาวบ้านคุยกัน
“ของลูกหลานแกมั้ง” มาลัยพูดแล้วหันไปเตรียมน้ำดื่ม
“หรือว่าจะเป็นของคู่หมั้นเหมย” นันทิดาหันไปพูดกับเอมิกา
“ไม่ใช่หรอกพี่ คู่หมั้นเหมยเขาไม่ชอบอากาศร้อน ๆ ยิ่งมาต่างจังหวัดไกลสิ่งอำนวยความสะดวก ยิ่งเป็นไปไม่ได้” เอมิกายิ้ม ๆส่ายหน้าเขาติดความสะดวกสบายไม่ชอบความลำบาก
“แต่พี่ว่าใช่นะ” นันหรี่ตามองออกไปข้างนอก
“อะไรใช่พี่”
“ก็นั่นเจ้าของเงินทุนวิจัยคู่หมั้นเหมยไม่ใช่เหรอ” นันมองไปทางอาจารย์ที่กำลังเดินคุยมากับชายร่างสูงใหญ่ผิวขาวมีออร่ามาแต่ไกล ทั้งสองเดินเข้ามา คนในไซต์งานหันมองเป็นตาเดียวกัน คนที่รู้ว่าเขาเป็นใครรีบยกมือไหว้แต่คนที่ไม่รู้ก็มองคนหล่อกันตาเป็นมัน
“เฮ้ย เฮีย” เอมิกาอึ้งไปด้วยอีกคน ไม่คิดว่าเขาจะมาที่นี่ ทัชชกรเดินยิ้มทักทายทุกคนจนมาถึงเธอ
“เฮียมาทำอะไร?”
“ก็มาดูความคืบหน้าไง จะได้รู้ว่าคุ้มกับเงินที่จ่ายไปไหม” เขาพูดหน้าลอยตา
“เมื่อก่อนไม่เคยเห็นอยากดู” หญิงสาวขมวดคิ้วหรี่ตาลงสงสัย
“ก็เหมย ขอเงินบ่อยเลยอยากรู้ว่าเอาไปใช้คุ้มค่าหรือเปล่า”
“จ้า อยากดูอะไรก็เชิญเลย จ้า” หน้าสวยลอยหน้าทำเสียงประชด มือหนายกขึ้นไปบีบจมูกเป็นสันของเธอหัวเราะหยอกล้อกันเล่น ท่ามกลางสายตาของทุกคนและภาคภูมิที่หน้าบึ้งไม่ค่อยพอใจ
ตะวันใกล้จะลาลับขอบฟ้า ท้องฟ้าสลัวอากาศร้อนคลายเป็นเย็นขึ้น
ทีมงานวิจัยและคนงานเตรียมตัวกลับบ้านพัก ร่างกายเหนื่อยล้า อิดโรยเดินทยอยกันขึ้นรถกระบะ
“เฮียต้องไปขึ้นเครื่องกี่โมง อยู่กินข้าวด้วยกันก่อนไหม” เอมมิกาเดินไปถามเขาที่เดินคุยมากับอาจารย์
“ไม่ได้กลับ” เขายกคิ้ว สอดสองมือเข้ากระเป๋ากางเกง
“ฮะ แล้วไปนอนที่ไหน จองโรงแรมหรือยัง ในเมืองไกลจากที่นี่มากนะ เหมยไม่อยากให้ขับรถมืด ๆ คนเดียว”
“พักโฮมสเตย์ป้าจันทร์ไง”
“อย่าบอกนะว่าบ้านน็อคดาวน์เป็นของเฮีย แล้วเฮียจะอยู่ได้เหรอ” เธอถามห่วงใยรู้ว่าเขาไม่ชอบอยู่ต่างจังหวัด
“ไม่รู้สิลองดู” เขายกไหล่ขึ้น ทำชิวทั้งที่ยังไม่แน่ใจว่าตัวเองจะชอบบรรยากาศแบบนี้ ทัชชกรให้เอมิกานั่งรถกับเขาเพื่อบอกทางไปบ้านพักโฮมสเตย์ป้าจันทร์
เมื่อถึงโฮมสเตย์ทุกคนแยกย้ายทำธุระส่วนตัวพอหัวค่ำก็มาล้อมวงกินข้าวกันกลางบ้าน ทัชชกรนั่งวงข้าวของอาจารย์ผู้ใหญ่ทานอาหารไปคุยกันไปจนค่ำก็แยกย้ายกันเข้านอน ทัชชกรเดินมาดึงแขนคู่หมั้น
“ไปนอนกับเฮีย”
“หืม มันน่าเกลียดนะเฮีย” หญิงสาวหน้าเหวอ ค่อย ๆ พูดมองซ้ายมองขวากลัวใครได้ยิน
“ทำอย่างกับไม่เคยนอนด้วยกัน” เขาเซ็งหงุดหงิดนอนด้วยกันตั้งแต่เด็กยันโตจะมาน่าเกลียดอะไรตอนนี้
“แต่ที่ต่างจังหวัดคนเขาถือ”
“ใช่ค่ะ ถึงจะเป็นคู่หมั้นแต่ยังไม่แต่งงานกันก็ยังไม่ควรนอนด้วยกันสองต่อสอง” ป้าจันทร์ได้ยินเลยพูดเสริม
“อ่อ ไม่เป็นไรครับผมไม่ถือ” ชายหนุ่มพูดหน้าตาย ไม่สนใจคำพูดของป้าจันทร์ดึงตัวเอมิกาให้เดินตามเขาไปบ้านน็อคดาวน์ตรงท่าน้ำ เพื่อนร่วมงานมองตามไป บางคนก้มหน้าซุบซิบนินทาทันที ภาคภูมิมองภาพคู่หมั้นเดินไปด้วยกันแล้วถอนหายใจแรงเดินเลี่ยงไปทางอื่นอย่างหงุดหงิด เสียงหรีดหริ่งเรไรดังขึ้นตลอดทางเดินย่ำพื้นหญ้ากันสองคนเหล่าแมลงออกหาอาหาร อากาศเริ่มชื้นเย็นทำให้ทัชชกรคันตัว ที่เขาไม่ชอบอยู่ต่างจังหวัดเพราะเขามักจะคันผิวในช่วงกลางคืนอากาศชื้นขึ้น มือหนายิกเกาแขนและลำคอขาแกร่งรีบจ้ำเดินอยากเข้าไปอาบน้ำอีกครั้ง หญิงสาวรีบจ้ำเดินตามไป
“คันแล้วเหรอเฮีย”
“อืม อยากอาบน้ำทายา” เขาพูดหงุดหงิดมือยังปัดป่ายไม่ให้แมลงเกาะร่างกาย
ตอนที่ 9 คราวหน้าจะป้องกัน เอมิกาบอกทัชชกรว่าเมื่อคืนเมาทำเป็นไม่รู้เรื่องที่เกิดขึ้น ทั้ง ๆ ที่รู้ตัวตั้งแต่แรก ส่วนทัชชกรปกติพกถุงยางไว้ในกระเป๋าเงินตลอดและใส่ถุงยางเวลามีเซ็กส์กับทุกคน ยกเว้นเอมิกาอย่างที่เขาบอกว่า “ไม่ได้เมาตั้งใจไม่ใส่” เขารู้ว่าถ้าเธอท้องจะเป็นเรื่องใหญ่ยังไงเขารับผิดชอบเธออยู่แล้ว ไม่รู้ว่าเอมิกาจะโวยวายทำไม ที่ผ่านมาเขาเป็นแค่ผู้ชายคนหนึ่งที่มีอารมณ์ความต้องการในเมื่อแตะต้องคู่หมั้นไม่ได้ก็ต้องไปลงที่อื่นแต่หลังจากได้เธอแล้วเขาก็ไม่ไปนอนกับผู้หญิงคนไหนอีกนอกจากคู่หมั้นตอนที่ 10 ไหนบอกว่าไม่รัก ตามเนื้อเรื่อง ทัชชกรรู้ว่าเอมิกาชอบทานอะไรไม่ชอบอะไร เขาจะเตรียมของกินเอาไว้รอรับเธอที่อย่างหิวโหย ส่วนเอมิกาที่รีบมาหาทัชชกร เพราะกังวลเรื่องภาคภูมิถูกสั่งย้าย ไม่รู้ว่าเกี่ยวกับที่เธอพูดชื่อภาคภูมิคืนนั้นหรือเปล่า เธอร้อนใจว่าการแกล้งอำทัชชกรจะทำให้ภาคภูมิเดือดร้อนเพราะเธอ แต่กลายเป็นว่าเขายิ่งโกรธที่เธอเป็
EP.2 ความลับ ความรู้สึกการกระทำเฮียกับเหมย และความแสบพอกัน เป็นเบื้องลึกของแต่ละตอนในนิยาย ไรท์จะเขียนหัวว่าเหตุการณ์นี้อยู่ที่ตอนไหน และจะอธิบายสิ่งที่เฮียกรกับเหมยคิดและทำ ที่ไม่มีในเนื้อเรื่องไรท์จะให้เป็นแบบ สิ่งที่เห็นอาจไม่ใช่สิ่งที่คิดตอนที่ 1 หวั่นไหว เอมิกามาหาทัชชกรที่คอนโดเพื่อขอเงินร่วมทุนวิจัย จริง ๆ เขายังไม่เสร็จกิจกับสาวในห้อง แต่ต้องหยุดเพราะมีข้อความเข้ามาว่า ”คู่หมั้นมารอ” เขาเห็นเธอนอนหลับมองเธอหงุดหงิดที่แต่งตัวซอมซ่อแล้วก็เห็นว่าริมฝีปากเธอแห้ง เขาแกล้งให้เธอตื่น เดินไปเปิดตู้เย็นเทน้ำสตรอเบอร์รี่มาให้เธอดื่มหลายอึกเพราะชอบน้ำสตรอเบอร์รี่ เอมิกาจะเข้าไปกอดเขาเหมือนทุกครั้งที่เจอแต่เขาดันหัวเธอไว้ไม่ให้เข้าใกล้ ไม่ใช่เพราะเธอตัวเปื้อนโคลนหรอก แต่เขากำลังเปลือยมีแค่ผ้าขนหนูผืนเดียวปิดปังร่างกายถ้าเธอเขามากอดเนื้อตัวแนบชิดเขากลัวว่าแก่นกายที่ยังไม่ได้ปล่อยน้ำมันจะผงาดขึ้นแล้วเธอจะตกใจ&nbs
เฮียไม่ยอมถอนหมั้น ปู่ของทัชชกรเสีย เรื่องข้อตกลงการหมั้นและแต่งงานของสองครอบครัวถือว่าสิ้นสุด ทางบ้านรู้ว่าทัชชกรไม่อยากหมั้นกับเอมิกาตั้งแต่แรกหลังจากเปิดพินัยกรรม ทางครอบครัวเลยนั่งคุยกันเรื่องนี้“ปู่ไม่อยู่แล้ว แกถอนหมั้นกับหนูเหมยได้นะ” พ่อของทัชชกรพูดขึ้น“ไม่ต้องหรอกครับ วุ่นวาย” เขารู้สึกตกใจที่ผู้ใหญ่พูดเรื่องนี้ เลยปฏิเสธทันควัน“วุ่นวายอะไร แค่บอกถอนหมั้นส่วนสินสอดก็ให้เขาเป็นค่าชดเชยไป”“ไม่ถอนครับ เดี๋ยวเหมยร้องไห้ขี้มูกโป่ง ขี้เกียจปลอบ” เขาเอาเหมยมาอ้างทั้งที่จริงแล้วตัวเองต่างหากที่ไม่อยากถอนหมั้น“ก็แกไม่อยากหมั้นไม่ใช่เหรอ นี่ฉันให้โอกาสแกแล้วนะ”“ไม่ต้องสนใจเรื่องของผมหรอกครับ จัดการเรื่องสมบัติกันเถอะ ผมไปล่ะ” เขารีบลุกหนีไม่อยากโดนเซ้าซี้“อ้าว อะไรบอกว่าไม่อยากหมั้น พอให้ถอนหมั้นก็ไม่ถอน เอาใจยากจริง ๆ ลูกคนนี้” แม่ทัชชกรคิ้วขมวดบ่นตามหลังลูกชายเฮียคิดถึงหมา
เหมือนมีอะไรมาอุดปาก หายใจไม่ออกด้วย” เธอหน้าเสียลุกขึ้นนั่งหายใจหอบเหนื่อย“สงสัยผีอำ” เขาทำเสียงหลอน ๆ หลอกให้เธอกลัว“เฮีย จะพูดทำไม” หญิงสาวหน้าตาตื่นรีบลุกขึ้นโผไปกอดแขนแกร่ง เขาอมยิ้มเอามือลูบหัวเธอปลอบใจ“นอนเถอะไม่มีอะไรแล้วล่ะ” กายแกร่งทิ้งตัวลงนอน เธอนอนลงซุกข้างกายเขามองไปรอบ ๆ หวาดระแวง แขนแกร่งโอบกอดร่างบางไว้ หน้าหล่ออมยิ้มมีความสุข“อุ่นใจขึ้นไหม” เสียงทุ้มแผ่วเบา เธอพยักหน้าซุกตัวอยู่ในอ้อมแขนหลับใหลจนถึงเช้า......เหมยก็รู้ว่าเฮียกรห่วง รุ่งเช้า ทัชชกรกับเอมิกา เดินไปทานอาหารเช้าที่ห้องอาหารรีสอร์ท เอมิกาเดินตักข้าวต้ม ปรางเดินหน้ามุ่ยมาในห้องอาหาร เห็นเอมิกาเธอก็รีบเดินปรี่เข้าไปหา“อย่าคิดว่าชนะ แค่นี้ไม่ทำให้ฉันยอมแพ้หรอก” ปรางทำเป็นตักอาหารใกล้ ๆ น้ำเสียงขุ่นเคือง“เหมยไม่คิดจะแข่งกับพี่ปรางนะ”“ตอแหล เมื่อคืนรั้งกรไว้ไม่ให้กลับห้อง ใช้มารยาแค่ไหนล่ะหรือเอาตัวเข้าแลก” ปรางกร
ไม่นานนักทัชชกรวิ่งเข้ามาต่อยธนัทดัง “ปึก” ธนัทหน้าหันเซเกือบล้ม ทัชชกรเข้าไปต่อยซ้ำซ้ายขวาธนัทต่อยสวนกลับ ทัชชกรไม่ยอมเตะเข้าชายโครงธนัทเจ็บจนทรุดนั่ง ทัชชกรเตะเข้าหน้าธนัทจนหน้าหงายและจะเข้าไปกระทืบซ้ำแต่เพื่อน ๆ มาดึงตัวเขาออกมาก่อน ทัชชกรโวยวายไม่ยอม เพื่อนสองคนเข้าไปประคองธนัท เพื่อนผู้หญิงกับปรางของแฟนทัชชกรช่วยเอมิกา“อะไรว่ะ ทะเลาะกันทำไม” เสกสรรเสียงดัง ทัชชกรจ้องหน้าโกรธแค้น จะเอาเรื่อง“มันยุ่งกับคนของกู!”“น้องมึงจะไปกับกูเอง” ธนัทตะโกนเสียงดังลั่น ทุกคนหันมองเอมิกาเป็นตาเดียวกัน“ไอ้เชี้ย มึงอย่าพูดหมา ๆ” ทัชชกรชี้หน้าตะคอกกลับ“น้องมึงเดินมาอ่อยให้กูพาไปที่ห้อง” ธนัทเสียงแข็งจ้องตาเขม็ง ทัชชกรหยุดนิ่งไม่โวยวายหายใจแรงหันไปมองเอมิกาหน้าเปื้อนน้ำตาแววตาสั่นระริก เขากำหมัดแน่น“คู่หมั้นกูอ่อยมึง” ชายหนุ่มเน้นเสียงเข้ม จ้องมองเอมิกาที่ส่ายหน้าร้องไห้“เออดิ ให้ท่ากูตั้งแต่เย็นแล้ว ใคร ๆ ก็
EP.1 เฮียกรแบบนี้เขาเรียกว่ารักนะ ตอนพิเศษจะเป็นเหตุการณ์ก่อนหน้าที่เคยเกิดขึ้น ซึ่งในเนื้อเรื่องไรท์จะเขียนช่วงกลางของเรื่องจนจบแต่ไม่ค่อยได้เกริ่นถึงช่วงต้นความสัมพันธ์ของทั้งสองคนและยังมีความลับความแสบของเหมยกับเฮียกรที่ไม่ได้เผยแพร่ในเนื้อเรื่องมาตีแผ่ด้วยนะ ห่วงแหละดูออก (ช่วงเรียนมหาวิทยาลัย) เที่ยวน้ำตก กลุ่มเพื่อนของทัชชกรชวนกันไปเที่ยวน้ำตก พอเขาบอกกับที่บ้านก็สั่งให้พาเอมิกาไปด้วย นี่ถือเป็นครั้งแรกที่เอมิกาได้ไปเที่ยวกับกลุ่มเพื่อนของทัชชกร โดยมีปรางแฟนสาวของทัชชกรไปด้วย ซึ่งเพื่อน ๆ รู้กันดีว่าสถานะทางสังคมเอมิกาเป็นคู่หมั้นทัชชกรแต่เบื้องหลังเธอเป็นเพียงน้องสาวที่เขาชอบพูดว่าไม่สนใจแต่คอยดูแลอยู่ห่าง ๆ เสมอ กลุ่มวัยรุ่นหากิจกรรมเมื่อมาถึงก็เล่นล่องแก่ง ขับ ATV ช่วงเย็นดื่มเหล้าสังสรรค์เล่นน้ำตกกันสนุกสนาน เอมิกาไม่ค่อยรู้จักใครเลยเดินไปนั่งบนโขดหินจุ่มเท้าแช่น้ำมองสายน้ำและธรรมชาติแก้เบื่







