تسجيل الدخولอีกด้าน
ไคนั่งอยู่ในห้องทำงานส่วนตัวของเขาบนตึกสูงระฟ้าใจกลางเมือง มือหนากำลังหมุนปากกาอย่างสบายอารมณ์ เขามองออกไปนอกกระจกบานใหญ่ด้วยรอยยิ้มที่เต็มไปด้วยความพึงพอใจ ลูกเจี๊ยบ... หวังว่าเธอคงจะชอบของขวัญที่ฉันตั้งใจเลือกให้นะ การได้แกล้งเธอด้วยของขวัญไร้สาระในเช้าวันนี้ ทำให้ไครู้สึกว่า ชีวิตที่น่าเบื่อของเขามีสีสันขึ้นมาเล็กน้อย ช่วงสองสามวันมานี้ฉันเอาแต่ใช้ข้ออ้างเดิมๆ ในการขออนุญาตออกนอกบ้านจากแม่บ้าน โดยอ้างว่าจะไปซื้อของใช้ส่วนตัวที่จำเป็นสำหรับผู้หญิง เมื่อขอออกมาได้ฉันก็เดินเข้ามาในร้านหนังสือขนาดใหญ่แห่งหนึ่งอย่างรวดเร็วเพื่อหาหนังสือเกี่ยวกับธุรกิจและการเงิน เพราะโมเน่คนก่อนไม่มีความรู้เรื่องนี้เลย ขณะเดินอ่านหนังสืออย่างตั้งใจจนแทบจะสิงชั้นหนังสือก็ดันเดินไปชนเข้ากับอะไรสักอย่างจนเกิดเสียง ตุ๊บ! “อุ๊ย! หมูเน่” เสียงทุ้มเย็นเยียบที่คุ้นเคยดังขึ้นด้านหลัง ฉันสะดุ้งสุดตัวและหันกลับไปทันที และพบกับไคที่ยืนกอดอกอยู่ข้างชั้นหนังสือ กำลังมองฉันด้วยรอยยิ้มเย้ยหยันที่ดูสนุกสนาน “นี่คุณ! มาทำอะไรที่นี่คะ! อย่าบอกนะ ว่าตามฉันมา!” ฉันถามอย่างควบคุมเสียงแทบไม่อยู่ “ตามเธอ? ทำไมคิดแบบนั้นล่ะ” ไคเดินเข้ามาใกล้ แล้วหยิบหนังสือเล่มหนึ่งจากมือฉันที่เขียนว่า ‘กลยุทธ์การลงทุนเบื้องต้นสำหรับนักธุรกิจมือใหม่’ “โอ้... น่าสนใจจังเลยนะครับ คุณหนูผู้เกลียดการทำงาน กำลังศึกษาเรื่องธุรกิจเหรอ? หรือว่าความจำเสื่อมทำให้เธอคิดว่าเธอเป็นผู้บริหาร?” ฉันรีบกระชากหนังสือคืนมา “ไม่เกี่ยวกับคุณค่ะ! ฉันแค่... อ่านเล่นๆ!” ไคหัวเราะในลำคอ “อ่านเล่นๆ? เธอคงพยายามทำการบ้านหนักมากสินะ เพราะปกติแล้วเธอไม่เคยย่างกายเข้ามาในส่วนของหนังสือที่มีตัวเลขเลยด้วยซ้ำ” “ถ้ามันหนักหัวคุณมากก็ถอนหมั้นสิ จะไม่ต้องมาตาม กระแนะกระแหน่คนอื่นแบบนี้” เขายิ้มไม่ตอบแล้วก็เดินเลี่ยงออกไปอย่างรวดเร็ว ทิ้งฉันไว้กับความหงุดหงิดที่พุ่งสูงจนแทบจะเผาหนังสือในมือให้เป็นเถ้าถ่าน รอก่อนเถอะ ความแค้นเรื่องขี้ไก่ไม่จบแค่นี้แน่! วันต่อมา ฉันพยายามเปลี่ยนแผนโดยการนัดเพื่อนสมัยเรียนที่ไม่ค่อยสนิทนัก แต่ก็ยังเป็นเพื่อนของโมเน่ไปนั่งคาเฟ่ เพื่อดูว่าเขาจะตามมาได้ยังไง ขณะที่กำลังจิบชาเขียวเย็นๆ คุยกับเพื่อนอย่างระมัดระวัง จู่ๆ ก็มีรถสปอร์ตคันหรูมาจอดเทียบอยู่หน้าร้านพอดี กรี๊ดดด เจ้ากรรมนายเวรตามมาหลอกหลอนถึงที่เลย! ไคเขาเดินลงมาจากรถด้วยท่าทางสง่างาม แต่ไม่ได้เดินเข้ามาในร้าน เขาแค่ยืนพิงรถแล้วมองมาที่โต๊ะฉัน ก่อนจะยกมือถือขึ้นมาทำท่าเหมือนกำลังถ่ายรูปอยู่ เพื่อนของฉันเริ่มมองออกไปนอกร้านด้วยความสนใจ “นั่นคุณไคนี่นา...เขาตามแกมาหรอ” ฉันรีบดึงสายตาเพื่อนกลับมา “อย่าไปสนใจเลย คนบ้าแบบนั้นปล่อยไปเถอะ” ไคเห็นฉันมองกลับไป เขาก็ยิ้มเย้ยหยัน ก่อนจะทำท่าทางเหมือนกำลังจูบส่งมาให้ฉันอย่างจงใจ ท่ามกลางสายตาของคนในร้านที่เริ่มมองมาที่โต๊ะฉันด้วยความอยากรู้ เขาจงใจทำให้ฉันอับอายต่อหน้าคนอื่น? ฉันก้มหน้างุดๆ อย่างทำอะไรไม่ถูก ไคยืนอยู่ตรงนั้นประมาณสามนาทีเต็มๆ ก่อนจะขึ้นรถแล้วขับออกไปอย่างช้าๆ ทิ้งฉันไว้กับชาเขียวที่ขมกว่าเดิม โอ๊ย! กวนประสาท! To be continuedอีกด้านไคนั่งอยู่ในห้องทำงานส่วนตัวของเขาบนตึกสูงระฟ้าใจกลางเมือง มือหนากำลังหมุนปากกาอย่างสบายอารมณ์ เขามองออกไปนอกกระจกบานใหญ่ด้วยรอยยิ้มที่เต็มไปด้วยความพึงพอใจลูกเจี๊ยบ... หวังว่าเธอคงจะชอบของขวัญที่ฉันตั้งใจเลือกให้นะการได้แกล้งเธอด้วยของขวัญไร้สาระในเช้าวันนี้ ทำให้ไครู้สึกว่า ชีวิตที่น่าเบื่อของเขามีสีสันขึ้นมาเล็กน้อยช่วงสองสามวันมานี้ฉันเอาแต่ใช้ข้ออ้างเดิมๆ ในการขออนุญาตออกนอกบ้านจากแม่บ้าน โดยอ้างว่าจะไปซื้อของใช้ส่วนตัวที่จำเป็นสำหรับผู้หญิงเมื่อขอออกมาได้ฉันก็เดินเข้ามาในร้านหนังสือขนาดใหญ่แห่งหนึ่งอย่างรวดเร็วเพื่อหาหนังสือเกี่ยวกับธุรกิจและการเงิน เพราะโมเน่คนก่อนไม่มีความรู้เรื่องนี้เลยขณะเดินอ่านหนังสืออย่างตั้งใจจนแทบจะสิงชั้นหนังสือก็ดันเดินไปชนเข้ากับอะไรสักอย่างจนเกิดเสียง ตุ๊บ!“อุ๊ย! หมูเน่”เสียงทุ้มเย็นเยียบที่คุ้นเคยดังขึ้นด้านหลัง ฉันสะดุ้งสุดตัวและหันกลับไปทันที และพบกับไคที่ยืนกอดอกอยู่ข้างชั้นหนังสือ กำลังมองฉันด้วยรอยยิ้มเย้ยหยันที่ดูสนุกสนาน“นี่คุณ! มาทำอะไรที่นี่คะ! อย่าบอกนะ ว่าตามฉันมา!” ฉันถามอย่างควบคุมเสียงแทบไม่อยู่“ตามเธอ? ทำไ
ฉันตื่นขึ้นมาในเช้าวันใหม่ด้วยความรู้สึกที่ผสมปนเปกันระหว่างความสะใจกับความกังวล ยิ้มให้กับตัวเองเมื่อนึกถึงใบหน้าของไคเมื่อคืนนี้ เขานั่งนิ่งอึ้งไปเลยตอนที่ฉันจงใจเน้นคำว่า พี่ไก่ ออกไปอย่างชัดถ้อยชัดคำมันเป็นความรู้สึกที่ดีที่สุดตั้งแต่ฉันทะลุเข้ามาในร่างนี้เลยก็ว่าได้!“อย่างน้อยการสร้างศัตรูตัวฉกาจก็เป็นไปตามแผนละนะ” ฉันพึมพำกับตัวเองแต่แล้วความกังวลก็เข้าแทนที่... แผนของฉันคือทำให้เขาถอนหมั้น ไม่ใช่ทำให้เขาโกรธจนถึงขั้นอยากจะฆ่าฉันตอนนี้เลย! ถ้าไคยิ่งโกรธ ก็แปลว่าฉันยิ่งเข้าใกล้ชะตากรรมที่ต้องตายเร็วขึ้นไปอีก!เฮ้อ ยุ่งยากสุด ๆ ฉันหวังว่าพ่อจะโกรธจนยอมถอนหมั้น แต่จากที่ได้เห็นความเด็ดขาดของพ่อในห้องทำงานวันก่อน... ดูเหมือนว่าเรื่องธุรกิจจะสำคัญกว่าความอับอายขายหน้าของลูกสาวไปเสียแล้วฉันลงมาที่ห้องอาหาร ด้วยท่าทางระมัดระวังที่สุด และพบว่าบรรยากาศบนโต๊ะอาหารเงียบสงบผิดปกติ พ่อของฉัน นั่งอยู่หัวโต๊ะด้วยใบหน้าเคร่งเครียดเกินกว่าปกติ ส่วนโรม (พี่ชาย) กำลังจิบกาแฟอย่างสบายอารมณ์ และเหลือบมองฉันด้วยรอยยิ้มเจ้าเล่ห์รู้สึกว่าเขาจะอารมณ์ดีตั้งแต่เมื่อคืนซะด้วยสิ“อรุณสวัสดิ์ค่ะ”
ความอดทนของฉันขาดสะบั้นทันที! อุส่าตั้งใจว่าจะต้องทำตัวดีๆ และแกล้งเป็นนางเอกสายแบ๊ว แต่มาเจอคำเหน็บแนมจากไอ้คนปากสุนัขแบบนี้... ใครจะไปทน!ฉันยิ้มกลับไปให้เขาด้วยรอยยิ้มที่สวย (และร้ายกาจที่สุด) เท่าที่ฉันจะทำได้ แล้วโน้มตัวไปข้างหน้าเล็กน้อยเพื่อให้ประโยคของฉันได้ยินเพียงแค่เราสองคน“คุณไคคะ... ถ้าคุณไม่รู้จักคำว่า มารยาท ก็กรุณาเปิดพจนานุกรมอ่านบ้างนะคะ” ฉันเงียบไปช่วงหนึ่งเพื่อเว้นจังหวะให้เขานิ่งอึ้งไปก่อนจะพูดต่อ “การที่คุณมีปมด้อยเรื่องความสามารถในการเข้าสังคม หรือถูกอบรมมาไม่ดีพอ จนต้องใช้คำพูดต่ำๆ มาเหน็บแนมผู้หญิงที่กำลังจะมาเป็นคู่หมั้นเนี่ย มันไม่ได้ทำให้คุณดูน่าสนใจขึ้นหรอกนะคะ มันยิ่งทำให้คุณดูเหมือน ไก่ที่ขันเสียงดังแต่ไร้สมอง เท่านั้นเองค่ะ”ไคนิ่งอึ้งไปทันที ดวงตาของเขาเบิกกว้างด้วยความไม่พอใจอย่างที่ไม่เคยมีใครกล้าพูดกับเขาแบบนี้มาก่อน“เธอ!” เขาเรียกชื่อฉันด้วยน้ำเสียงต่ำ“ทำไมคะ พี่ไก่” ฉันเน้นคำเรียกใหม่ที่เอาไว้ล้อชื่อเขาอย่างจงใจ “หรือว่าโมเน่คนนี้พูดไม่จริงคะ” ฉันยิ้มออกมาอย่างพึงพอใจ หึ ให้มันรู้ซะบ้างว่าใครเป็นใคร“นี่!”“ถ้าไม่พอใจงั้นเรามาถอนหมั้นกัน
พอกลับถึงห้องฉันก็ทรุดตัวลงนั่งที่ขอบเตียงอย่างหมดแรง มองนาฬิกาเรือนทองที่ข้อมือแล้วก็ได้แต่ถอนหายใจยาวเหยียดชีวิตใหม่ในร่างโมเน่คนก่อน ไม่ได้สวยหรูเหมือนในนิยายเลยสักนิด!ประเด็นมันไม่ใช่แค่เรื่องผลประโยชน์ของวงค์ตระกูลแต่คืออนาคตที่ฉันต้องตาย แล้วใครมันอยากจะตายซ้ำซากกันบอกเลยว่าไม่มี! ครั้งเดียวก็เกินพอ ให้ตายเสียสิ ชีวิตก่อนก็ใช้ไม่คุ้มชีวิตนี้ยังไม่ทันได้ใช้ก็เหมือนจะตายในเร็ววัน!โมเน่คนก่อนเกลียดความพ่ายแพ้และไม่ชอบให้ใครเด่นกว่าตัวเอง เธอใช้การหมั้นครั้งนี้เป็นเหมือน มีดสั้นเล่มแรกที่ใช้แทงข้างหลัง อริณ นางเอกของเรื่อง! อริณรักไคมานานกว่าสิบปี ตั้งแต่สมัยเด็ก และไคก็รักและหวงอริณยิ่งกว่าอะไรทั้งหมด แต่โมเน่กลับเข้ามาในฐานะคู่หมั้นด้วยเหตุผลทางธุรกิจเพื่อผูกมัดไคไว้กับตัวเองอย่างไม่ชอบธรรมนี่แหละคือการเตะตัดขา ที่แท้ทรู!สุดท้าย โมเน่คนก่อนก็ลงเอยด้วยการพยายามฆ่าอริณ ซึ่งทำให้อริณไม่ตาย แต่ตัวเองกลับถูกพระเอกฆ่าตายอย่างเลือดเย็น! แล้วฉันที่ทะลุมาอยู่ในร่างนี้ก็ต้องมาแบกรับ กรรม ที่เธอสร้างไว้ทั้งหมด!“ฮือออ! ใครก็ได้ช่วยเอาฉันออกไปจากนิยายบ้า ๆ เรื่องนี้ที!” ฉันได้แต่บ่น
ฉันใช้เวลาทั้งวันในการสำรวจบ้านหลังใหญ่ที่เต็มไปด้วยข้าวของเครื่องใช้ที่ฟุ่มเฟือยจนน่าตกใจ โทรศัพท์เครื่องใหม่ที่พี่โรมซื้อมาให้เมื่อวาน ถึงจะบอกไปแล้วก็ตามว่าเพียงแค่ลบข้อมูลหรือรีเซ็ตเครื่องเก่ามันก็คงจะกลับมาใช้งานได้เช่นเคย แต่ก็อย่างที่เห็นฉันได้รับโทรศัพท์เครื่องใหม่ทันที ฉันเปิดใช้งานพร้อมกับเบอร์ใหม่เอี่ยมที่ปลอดจากข้อมูลติดต่อของ โมเน่คนก่อน ที่ไม่ต้องการให้กลับมากวนใจทว่าปัญหาใหญ่ที่สุดของฉันตอนนี้ไม่ใช่เรื่องเสื้อผ้า น้ำหอม หรือเครื่องเพชรราคาแพง แต่มันคือ... ใบทะเบียนสมรสที่กำลังจะมาในไม่ช้าห้องนอนของโมเน่สวยงามหรูหราจนน่าอิจฉา ผ้าม่านกำมะหยี่สีครีมหนาทึบบดบังแสงแดดยามบ่าย แต่ความหรูหราเหล่านั้นกลับทำให้ฉันรู้สึกเหมือนติดอยู่ในกรงทองที่มีของเล่นราคาแพงกองอยู่เต็มไปหมด ทุกอย่างดูดียกเว้นความจริงที่ว่าร่างนี้กำลังจะถูกพระเอกฆ่าตาย!จะถอนหมั้นยังไงให้รอดตายและไม่น่าสงสัยเนี่ย โอ๊ย!ฉันเดินวนไปวนมาในห้องจนพื้นแทบจะสึก พยายามคิดหาทางออกที่ดูสมเหตุสมผลที่สุดเพื่อหลีกเลี่ยง "ไค" ผู้เป็นธงแดงผืนใหญ่ของชีวิตในเนื้อเรื่องต้นฉบับ โมเน่คนเก่าหมั้นกับ ไค โดยอ้างผลประโยชน์ทางธุร
ตัวรถเริ่มชะลอความเร็ว บ่งบอกว่าถึงที่หมายแล้วฉันขยี้ตาเล็กน้อยหลังจากที่นอนมาตลอดทาง พร้อมกับมองภาพตรงหน้าบ้านหลังใหญ่ที่ออกแบบมาอย่างดีมันดูสวยงามไม่ใช่น้อยและก็ไม่เคยคิดเลยว่าตัวเองจะได้มีโอกาสมาอยู่ในบ้านหลังใหญ่แบบนี้แต่ขอแบบไม่ตายแล้งสิงร่างคนอื่นสิ เฮ้อเมื่อรถจอดเทียบกับบันไดก็มีคนมาเปิดประตูรถให้ ฉันขอบคุณก่อนจะลงจากรถ บ้านเงียบเหมือนไม่มีใครอยู่จนโรมต้องพูดออกมาว่าพ่อกับแม่จะกลับจากลอนดอนก็อีกสองสัปดาห์ ตอนนี้ที่นี่มีแค่แม่บ้านกับคนขับรถซึ่งทุกคนก็น่าจะทำงานของตัวเองอยู่“อยากจะสำรวจบ้านก่อนไหม ความทรงจำจะได้กลับมา”“ถึงฉันสำรวจไปความทรงจำก็ไม่กลับมาหรอกค่ะ” เพราะว่าฉันไม่ได้ความจำเสื่อมยังไงละคะ“ก็ดี อย่าไปจำ มันมีแต่เรื่องแย่ ๆ ของเธอก็เท่านั้น”“เอ้า”พูดแล้วก็จากไป อันนี้หลอกด่ากันทางอ้อมหรือเปล่า แต่พี่เขาก็พูดไม่ผิดนะวีรกรรมของโมเน่ไม่ใช่เรื่องที่น่าจะจดจำเพราะมันไม่มีเรื่องอะไรดี ๆ เลยมีดีแค่เรื่องเดียวคือเธอบริจาคเสื้อผ้าให้กับเด็กยากไร้ แค่ครั้งเดียวและครั้งสุดท้ายเลยที่เธอทำอะไรดี ๆ แบบนั้น“เฮ้อ”ฉันนอนแผ่กิ่งก้านอยู่บนที่นอนหลังจากที่โรมพาฉันมาส่งที่ห้อง







