Share

บทที่ 3

Author: cutie jub
last update publish date: 2026-08-18 06:57:54

ฉันใช้เวลาทั้งวันในการสำรวจบ้านหลังใหญ่ที่เต็มไปด้วยข้าวของเครื่องใช้ที่ฟุ่มเฟือยจนน่าตกใจ โทรศัพท์เครื่องใหม่ที่พี่โรมซื้อมาให้เมื่อวาน ถึงจะบอกไปแล้วก็ตามว่าเพียงแค่ลบข้อมูลหรือรีเซ็ตเครื่องเก่ามันก็คงจะกลับมาใช้งานได้เช่นเคย แต่ก็อย่างที่เห็นฉันได้รับโทรศัพท์เครื่องใหม่ทันที

ฉันเปิดใช้งานพร้อมกับเบอร์ใหม่เอี่ยมที่ปลอดจากข้อมูลติดต่อของ โมเน่คนก่อน ที่ไม่ต้องการให้กลับมากวนใจทว่าปัญหาใหญ่ที่สุดของฉันตอนนี้ไม่ใช่เรื่องเสื้อผ้า น้ำหอม หรือเครื่องเพชรราคาแพง แต่มันคือ... ใบทะเบียนสมรสที่กำลังจะมาในไม่ช้า

ห้องนอนของโมเน่สวยงามหรูหราจนน่าอิจฉา ผ้าม่านกำมะหยี่สีครีมหนาทึบบดบังแสงแดดยามบ่าย แต่ความหรูหราเหล่านั้นกลับทำให้ฉันรู้สึกเหมือนติดอยู่ในกรงทองที่มีของเล่นราคาแพงกองอยู่เต็มไปหมด ทุกอย่างดูดียกเว้นความจริงที่ว่าร่างนี้กำลังจะถูกพระเอกฆ่าตาย!

จะถอนหมั้นยังไงให้รอดตายและไม่น่าสงสัยเนี่ย โอ๊ย!

ฉันเดินวนไปวนมาในห้องจนพื้นแทบจะสึก พยายามคิดหาทางออกที่ดูสมเหตุสมผลที่สุดเพื่อหลีกเลี่ยง "ไค" ผู้เป็นธงแดงผืนใหญ่ของชีวิต

ในเนื้อเรื่องต้นฉบับ โมเน่คนเก่าหมั้นกับ ไค โดยอ้างผลประโยชน์ทางธุรกิจก็จริง แต่เธอดันใช้การหมั้นนี้เป็นเครื่องมือในการเข้าหาและผูกมัดพระเอกที่เธอชอบซึ่งนั่นก็เท่ากับว่ามันไปเป็นการ เตะตัดขา อริณ นางเอกของเรื่องที่แอบชอบพระเอกมานานกว่าสิบปี และยังเป็นเพื่อนสนิทของพระเอกอีกด้วย!

การหมั้นบ้าๆ นี่คือตัวจุดชนวนความแค้นเลยนะ!

ยิ่งฉันถอนหมั้นได้เร็วเท่าไหร่ โอกาสที่ฉันจะอยู่รอดก็จะยิ่งสูงขึ้นเท่านั้น ฉันไม่อยากตายด้วยน้ำมือของพระเอกที่เกลียดฉันเข้าไส้หรอกนะ! ฉันต้องทำ! ไม่ว่าจะต้องใช้อาการความจำเสื่อมเป็นข้ออ้าง หรือต้องทำตัวแปลกประหลาดแค่ไหนก็ตาม!

ฉันตัดสินใจทันที... ต้องเริ่มจากการยกเลิกงานหมั้นจากทางฝั่งครอบครัวของฉันก่อน!

“พี่โรมมมม!” ฉันตะโกนเรียกพี่ชาย ถึงเขาจะไม่ใช่พี่ชายแท้ๆ ของฉันจริง ๆ ก็เถอะ ทันทีที่ลงมาจากชั้นบน ก็เห็นเขากำลังนั่งอ่านหนังสือพิมพ์อยู่ในห้องนั่งเล่น

โรมเงยหน้าขึ้นจากหนังสือพิมพ์ มองฉันด้วยสายตาเรียบเฉยตามสไตล์ของเขา “อะไรของเธอ ตะโกนทำไม”

“คือว่า พ่อ พ่ออยู่ไหนหรอ”

โรมวางหนังสือพิมพ์ลง เลิกคิ้วมองฉันด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยคำถาม

“เธอจะถามหาพ่อไปทำไม? หรือว่าพอความจำกลับมาก็คิดจะก่อเรื่องอะไรเลยรึไง”

ฉันสูดลมหายใจเข้าเต็มปอด พยายามไม่ให้เสียงสั่น

“หึ้ย! ไม่ใช้เรื่องของพี่สักหน่อย! บอกมาเถอะค่ะว่าพ่ออยู่ไหน”

“พ่อทำงานอยู่ในห้องทำงานด้านบน” โรมตอบปัดๆ พร้อมกับหยิบหนังสือพิมพ์ขึ้นมาอ่านต่ออย่างไม่ใส่ใจ “ตอนนี้อย่าไปกวนดีกว่าเพราะพ่อ..เห้ย!”

“ไปละน๊า”

ฉันรีบวิ่งแจ้นขึ้นชั้นบนเพื่อไปหาพ่อที่ห้องทันที ทิ้งให้โรมอยู่กับความสงสัย

“อะไรของยัยนั่น” โรมบ่นพึมพำกับตัวเองแล้วหยิบหนังสือพิมพ์มาอ่านต่อ

ฉันรีบออกตัววิ่งขึ้นบันไดอย่างรวดเร็วเพื่อตรงไปที่ห้องทำงานของพ่อ... แต่แล้วก็ชะงักกึก!

“หื้ม” พี่โรมเงยหน้าขึ้นมองออกอีกครั้งเมื่อฉันเดินกลับไปหาเขา “มีอะไรอีกรึไง”

“คือ เอ่อ!” ฉันทำท่าครุ่นคิด พลางยกมือเกาหัว แล้วส่ง ยิ้มแห้งที่ไม่เข้ากับใบหน้าสวยเฉี่ยวของโมเน่ให้พี่ชาย “เอ่อ... ห้องทำงานพ่ออยู่ไหนนะ?”

โรมจ้องฉันอย่างไม่เชื่อหูตัวเอง เขาพับหนังสือพิมพ์ลงด้วยท่าทางหงุดหงิดเล็กน้อย แต่ยังคงพยายามควบคุมน้ำเสียง

“ถามจริง!?”

“อื้อ แหะ ๆ” พี่จะหงุดหงิดฉันไม่ได้นะเว้ย ท่องไว้ว่าน้องตัวเองความจำเสื่อมอะ ท่องไว้!

เขาทำสีหน้าเหมือนกำลังข่มอารมณ์หงุดหงิดไว้สุดชีวิตแล้วกรอดฟันแน่นก่อนตอบ

“ห้องทำงานพ่ออยู่ที่สุดทางเดินใหญ่ด้านบน!”

“อ๋อ! ใช่! ขอบคุณค่ะ!!” ฉันตะโกนกลับไปอย่างร่าเริงผิดปกติ แล้วรีบวิ่งแจ้นไปตามทางที่เขาบอกทันที ทิ้งให้โรมส่ายหัวอย่างหนักหน่วง

“อะไรของยัยนั่น เฮ้อ... ต้องเรียกหมอมาตรวจซ้ำแล้วสิ สงสัยตกบันไดในครั้งนั้นจะทำให้สมองของเธอเสื่อมไม่พอยังเพี้ยนไปด้วยหรือไง ” โรมบ่นพึมพำกับตัวเอง

“สุดทางเดิน สุดทางเดิน ห้องนี้รึเปล่านะ”

ขณะที่เท้ากำลังแตะพื้นพรมราคาแพง ใจฉันก็คิดทบทวนไปด้วยว่า พ่อของโมเน่คนเก่ามีนิสัยแบบไหนนะ? เท่าที่จำได้ โมเน่เป็นลูกคนโปรดที่ถูกตามใจ แต่ก็ต้องมีข้อแลกเปลี่ยนในเรื่องธุรกิจเสมอ ถ้าเขาจับได้ว่าฉันไม่ใช่ลูกสาวจะทำยังไง... ช่างมันเถอะ! นาทีนี้ต้องถอนหมั้นก่อน!

ฉันผลักประตูห้องทำงานของพ่อแล้วค่อยๆ โผล่หัวเข้าไป

“พ่อคะ! เอ่อ ว่างมั้ยคะ”

รัชตะ พ่อของโมเน่เงยหน้าขึ้นจากเอกสาร กิริยาของฉันทำให้ท่านขมวดคิ้วเล็กน้อย

“มีอะไร โมเน่ เข้ามาไม่รู้จักเคาะประตู”

“พอดีหนูมีเรื่องสำคัญอยากจะคุยด้วยค่ะ!..” ฉันค่อยๆ เดินเข้าไปอย่างระมัดระวัง แม้จะรู้ว่าโมเน่คนเก่าไม่เคยจะเกรงใจผู้เป็นพ่อเสียเท่าไหร่ แต่ถึงอย่างนั้นฉันก็ยังแอบรู้สึกเกร็งอยู่ดี

"คือ... ช่วงนี้หนูรู้สึกเบื่อๆ น่ะค่ะ ไม่ได้ออกไปไหนเลย"

คุณพ่อถอดแว่นตาออกวางบนโต๊ะ “เบื่อ? เธอก็ไปเดินห้าง หรือช้อปปิ้งเหมือนเมื่อก่อนสิ”

“หนูหมายถึงเบื่อการอยู่เฉยๆอะไรแบบนี้ค่ะ... แต่ก็ช่างเรื่องนั้นเถอะค่ะ หนูขอถอนหมั้นกับคุณไคได้ไหมคะ!” ฉันตัดสินใจพูดออกไปอย่างกล้าหาญ

พ่อนิ่งไปครู่หนึ่ง ก่อนจะหัวเราะหึๆ ออกมาอย่างขบขัน

“ฮะ ฮะ โมเน่ พ่อนึกว่าลูกจะไม่มีอารมณ์ขันเสียอีก เห็นพี่ลูกบอกว่าลูกกำลังป่วยอยู่ดูจะเป็นเอามากนะเนี่ย”

“หนูไม่ได้พูดเล่นนะคะ หนูรู้สึกว่าเราเข้ากันไม่ได้ หนูไม่อยากหมั้นแล้วค่ะ” พยายามใช้ข้ออ้างที่ฟังดูมีเหตุผลที่สุด

"ไม่ได้!" เสียงของพ่อดังขึ้นจนฉันสะดุ้ง “เฮ้อ โมเน่! ลูกคิดว่าเรื่องงานหมั้นมันเป็นเรื่องล้อเล่นเหรอ! ลืมแล้วหรอว่าใครกันที่วิ่งมาอ้อนวอนขอร้องให้พ่อช่วยจัดการเรื่องงานหมั้นนี้ให้”

พ่อลุกขึ้นยืนแล้วเดินมาเท้าแขนกับโต๊ะทำงาน มองฉันด้วยสายตาที่ปฏิเสธอย่างเด็ดขาด

“การหมั้นครั้งนี้คือเรื่องธุรกิจ! มันมีมูลค่ามหาศาลที่ลูกไม่มีทางเข้าใจได้ และจะไม่มีการถอนหมั้นอะไรทั้งนั้น ผลประโยชน์นั้นมันมีค่ายิ่งกว่าอะไรลูกรัก“

ฉันยืนตัวแข็งทื่อ... พ่อไม่ได้โกรธ แต่คำปฏิเสธและเหตุผลทางธุรกิจก็แข็งแกร่งกว่ามาก

“...”

ฉันเดินออกจากห้องทำงานของพ่อมาอย่างหมดอาลัยตายอยาก ความพยายามถอนหมั้นครั้งแรกพังไม่เป็นท่า! ใครจะไปคิดว่าไอ้งานหมั้นบ้าๆ นี่จะผูกพันกับเส้นเลือดใหญ่ทางธุรกิจขนาดนี้!

To be continued

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • คู่หมั้นคนนี้ฉันขอไม่เอา!   บทที่ 41

    "ทำไมมันถึงเปลี่ยนไปได้ขนาดนี้" เธอพึมพำกับตัวเอง น้ำตาคลอเบ้าโดยไม่รู้ตัว มือกำแก้วกาแฟแน่นจนข้อนิ้วขาวเธอนึกถึงคืนหนึ่งเมื่อหลายเดือนก่อนที่ไคทำงานดึกจนดึกดื่น เธอเป็นคนเดียวที่อยู่เป็นเพื่อนเขาจนถึงเช้า ทั้งคู่นั่งคุยกันเรื่องต่าง ๆ นานาจนเธอเผลอคิดไปว่าความสัมพันธ์ระหว่างพวกเขากำลังจะพัฒนาไปในทิศทางที่ดีขึ้น แต่สุดท้ายทุกอย่างก็เป็นเพียงความเข้าใจผิดของเธอฝ่ายเดียวเท่านั้นเธอจ่ายเงินค่ากาแฟแล้วเดินออกจากร้านด้วยสีหน้าที่แข็งกร้าวขึ้นกว่าเดิม ระหว่างเดินไปที่รถ โทรศัพท์ของเธอสั่นขึ้นพร้อมข้อความจากเพื่อนร่วมงานคนหนึ่งที่แจ้งว่าบริษัทกำลังจะจัดงานเลี้ยงพันธมิตรอีกครั้งในสัปดาห์หน้า และคราวนี้ไคประกาศชัดเจนว่าจะพาโมเน่ไปร่วมงานด้วยอย่างเป็นทางการในฐานะภรรยาที่กำลังตั้งครรภ์ข่าวนี้ยิ่งจุดไฟความแค้นในใจอริณให้ลุกโชนขึ้นมาอีกครั้ง เธอกำมือแน่นจนเล็บจิกเข้าเนื้อฝ่ามือ ในหัวเริ่มคิดแผนการใหม่ที่อันตรายกว่าเดิมหลายเท่า แผนที่เธอจะไม่ยอมพลาดอีกต่อไปไม่ว่าจะต้องแลกด้วยอะไรก็ตามคืนนั้น เธอนั่งอยู่คนเดียวในห้องพักส่วนตัว ไล่เรียงรายชื่อคนสนิทที่ยังทำงานอยู่ในคฤหาสน์ของไคที่เธอเคยให้ควา

  • คู่หมั้นคนนี้ฉันขอไม่เอา!   บทที่ 40

    หลังจากโมเน่ออกจากโรงพยาบาลได้ไม่กี่วัน ไคก็สั่งรื้อห้องว่างที่อยู่ใกล้ห้องนอนของตัวเองทันที เปลี่ยนให้กลายเป็นห้องเด็กอ่อนสีพาสเทลน่ารักน่าชัง ผนังถูกทาสีฟ้าอ่อนสลับเหลืองอ่อน มีตุ๊กตาหมีตัวใหญ่วางอยู่มุมห้อง เขาซื้อหนังสือ "คู่มือคุณพ่อมือใหม่" มาอ่านทุกคืนอย่างตั้งใจ พร้อมสั่งอาหารออร์แกนิกทุกมื้อมาให้โมเน่กินอย่างพิถีพิถัน"วันนี้ต้องกินผักใบเขียวเยอะ ๆ นะ ดีต่อลูกในท้อง" ไคยื่นจานสลัดให้พลางนั่งเฝ้าดูจนกว่าเธอจะกินหมดจาน"พี่จู้จี้เหมือนคุณยายเลยนะคะเนี่ย" โมเน่บ่นพึมพำแต่ก็ยอมกินตามที่บอกอยู่ดี แอบยิ้มในใจกับความเอาใจใส่ที่ไม่เคยได้รับจากใครมาก่อนไคปฏิเสธการเข้าออฟฟิศแทบทุกวัน สั่งให้ยกเลิกการประชุมสำคัญที่มีอริณเป็นคนดูแลทั้งหมด เพราะรู้ดีว่าโมเน่ไม่สบายใจทุกครั้งที่รู้ว่าทั้งคู่ยังต้องติดต่อกันเรื่องงานการกระทำนี้ทำให้ภาพลักษณ์ของอริณในบริษัทดูด้อยค่าลงทันที เพราะแม้แต่บอสของเธอเองก็ไม่ยอมรับโทรศัพท์ให้พูดคุยเรื่องงานด้วยซ้ำ อริณต้องเดินเข้าไปทำงานท่ามกลางสายตานินทาของพนักงานคนอื่นที่รู้กันทั่วบริษัทแล้วว่าตอนนี้คุณไคติดคู่หมั้นหนักมาก จนไม่สนใจเรื่องงานเหมือนเดิม"ได้ย

  • คู่หมั้นคนนี้ฉันขอไม่เอา!   บทที่ 39

    เธอเอื้อมมือมาลูบผมของไคเบา ๆ อย่างเอ็นดู ก่อนจะกระซิบกับตัวเองเบา ๆ ว่า "นี่ฉันกำลังจะตกหลุมรักไอ้พี่ไก่คนนี้จริง ๆ แล้วสินะ" เธอนอนมองเพดานห้องเงียบ ๆ อยู่นาน ครุ่นคิดถึงเส้นทางชีวิตที่พลิกผันไปไกลจากแผนเดิมที่วางไว้มากมายเหลือเกิน จากที่ตั้งใจจะถอนหมั้นหนีไปให้ไกลที่สุด กลับกลายเป็นว่าตอนนี้เธอกำลังจะมีลูกกับชายคนที่เธอเคยคิดว่าเป็นแค่ตัวร้ายในนิยาย 'ถ้าโมเน่คนเก่ารู้เรื่องนี้เข้า เธอจะโกรธฉันไหมนะ' โมเน่คิดในใจพลางถอนหายใจเบา ๆ ก่อนจะค่อย ๆ หลับตาลงด้วยความอ่อนเพลีย ปล่อยให้ความคิดวุ่นวายทั้งหมดพักผ่อนไปพร้อมกับเธอในค่ำคืนนั้น เช้าวันรุ่งขึ้น ไคตื่นขึ้นมาก่อนโมเน่ตามเคย เขานั่งมองเธอที่ยังหลับสนิทอยู่ด้วยสายตาอ่อนโยน มือลูบท้องเธอเบา ๆ ผ่านผ้าห่มอย่างระมัดระวัง ราวกับกำลังทักทายลูกน้อยที่ยังไม่รู้จักหน้าตา "อรุณสวัสดิ์ลูก" เขากระซิบเบา ๆ กับหน้าท้องของโมเน่ น้ำเสียงอ่อนโยนที่ไม่มีใครเคยได้ยินจากเขามาก่อนตลอดชีวิตการทำงาน โมเน่ที่แอบตื่นมาได้ยินคำพูดนั้นพอดี รีบหลับตาแกล้งทำเป็นยังหลับอยู่ ใบหน้าแดงก่ำด้วยความประหลาดใจปนซาบซึ้งใจ เธอไม่เคยคิดเลยว่าไคจะมีด้านที่อ่อนโยน

  • คู่หมั้นคนนี้ฉันขอไม่เอา!   บทที่ 38

    ข่าวการตั้งท้องของโมเน่แพร่ไปถึงพ่อแม่ทั้งสองฝ่ายอย่างรวดเร็ว ความโกรธเคืองเรื่อง "ข่าวลบ" ที่เคยเป็นปัญหาใหญ่เมื่อวานถูกแทนที่ด้วยความตื่นเต้นดีใจที่จะได้หลานทายาทคนแรกของทั้งสองตระกูลในทันทีวรโชติที่เคยโกรธจัดจนบุกมาที่คฤหาสน์ไค ตอนนี้กลับนั่งยิ้มแก้มปริอยู่ที่โรงพยาบาล พูดคุยกับพ่อของไคทางโทรศัพท์ด้วยน้ำเสียงตื่นเต้นราวกับลืมเรื่องที่ทะเลาะกันไปเมื่อวานจนหมดสิ้น"งั้นเราจัดงานแต่งงานให้เร็วที่สุดเลยไหมครับ อ้างเรื่องสุขภาพของโมเน่ก็ได้ครับ จะได้ไม่มีใครมาว่าอะไรได้" วรโชติเสนอด้วยความกระตือรือร้น มือถือโทรศัพท์แนบหูอย่างใกล้ชิดทั้งสองฝ่ายเห็นพ้องต้องกันทันทีที่จะจัดงานแต่งงานอย่างสมเกียรติและรวดเร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้ ทุกอย่างถูกวางแผนใหม่หมดภายในเวลาไม่กี่ชั่วโมง ทั้งสถานที่ วันเวลา และรายชื่อแขกที่ต้องเชิญในห้องพักฟื้น พี่โรมแอบเข้ามาคุยกับโมเน่สองต่อสองระหว่างที่ไคออกไปคุยธุระข้างนอก เขายืนยันกับน้องสาวว่าตอนนี้พ่อสงบลงแล้วและรู้สึกผิดที่ด่วนตัดสินใจโดยไม่ฟังเหตุผลก่อน"พี่กำลังสืบหาคนปล่อยข่าวอยู่นะ" พี่โรมกระซิบเบา ๆ เมื่อเห็นว่าไม่มีใครอยู่ในห้อง "พี่มั่นใจว่าเป็นฝีม

  • คู่หมั้นคนนี้ฉันขอไม่เอา!   บทที่ 37

    นอกห้องพักฟื้น อริณยืนแอบฟังอยู่หน้าประตูอย่างเงียบ ๆ มือของเธอกำแน่นจนเล็บจิกเข้าเนื้อฝ่ามือจนแทบเลือดซิบ ความจริงเรื่องที่โมเน่ตั้งท้องเป็นเหมือนจุดจบของความฝันทั้งหมดที่เธอเฝ้าถนอมมานาน เธอยืนนิ่งอยู่ตรงนั้นด้วยใบหน้าที่ซีดเผือดลงทุกวินาที'ไม่มีทาง...ไม่มีทางที่ไคจะทิ้งเด็กคนนี้ไปได้แน่ ๆ' เธอคิดในใจพลางกัดฟันแน่น น้ำตาคลอเบ้าด้วยความเจ็บแค้นและสิ้นหวัง มือที่กำอยู่ข้างลำตัวสั่นเทาจนต้องพิงผนังไว้เพื่อประคองตัวพี่โรมที่เดินมาเยี่ยมน้องสาวพอดีก็เห็นอริณยืนแอบฟังอยู่หน้าห้องพักฟื้นแบบนั้น เขาชะงักฝีเท้าเล็กน้อยแล้วสังเกตเห็นแวว ตาของเลขาคนนี้ที่ดูผิดปกติไปจากที่เคยเห็น มีอะไรบางอย่างในสายตานั้นที่ทำให้เขาเริ่มสงสัยขึ้นมาทันที"คุณอริณมาทำอะไรอยู่ตรงนี้ครับ" พี่โรมถามด้วยน้ำเสียงเรียบ แต่สายตากลับจับจ้องอย่างสังเกตการณ์ พยายามอ่านสีหน้าของเธอให้ออกให้ได้มากที่สุดอริณสะดุ้งเล็กน้อยก่อนจะรีบยิ้มกลบเกลื่อน "อ๋อ...มาเยี่ยมคุณโมเน่น่ะค่ะ เป็นห่วงมากเลยค่ะพอดี" เธอตอบด้วยรอยยิ้มที่ดูฝืน ๆ ผิดปกติจากที่เคยเห็นพี่โรมพยักหน้ารับคำแต่ในใจกลับเริ่มปะติดปะต่อเรื่องราวต่าง ๆ เข้าด้วยกัน ต

  • คู่หมั้นคนนี้ฉันขอไม่เอา!   บทที่ 36

    โมเน่ค่อย ๆ ลืมตาขึ้นมาอย่างเชื่องช้า สิ่งแรกที่เห็นคือเพดานสีขาวสะอาดตาของห้องพักฟื้น เธอกะพริบตาสองสามครั้งเพื่อปรับสายตา ก่อนจะรู้ตัวว่ากำลังนอนอยู่บนเตียงคนไข้ในห้องวีไอพีที่หรูหราที่สุดเท่าที่เคยเห็นมา สายน้ำเกลือระโยงระยางอยู่ที่หลังมือข้างขวา เสียงเครื่องวัดสัญญาณชีพดังเป็นจังหวะเบา ๆ อยู่ข้างเตียงคนแรกที่เธอเห็นไม่ใช่พ่อหรือพี่โรมอย่างที่คาดคิด แต่กลับเป็นไคที่นั่งไขว่ห้างอ่านเอกสารอยู่บนโซฟาข้างเตียง สีหน้าเรียบเฉยราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น แม้ดวงตาจะยังคงมีร่องรอยความอ่อนล้าให้เห็นอยู่ลาง ๆโมเน่ค่อย ๆ นึกย้อนถึงเหตุการณ์ที่คฤหาสน์ ภาพพ่อที่มาบุกเข้ามาด้วยความโกรธ ภาพไคที่ทิ้งระเบิดคำพูดใส่ทุกคน แล้วเธอก็อาเจียนออกมาต่อหน้าคนทั้งบ้านก่อนจะหมดสติไป เธอได้แต่ถอนหายใจยาวด้วยความอึดอัดใจ พยายามขยับตัวเล็กน้อยแต่รู้สึกอ่อนแรงไปทั้งร่าง"ตื่นแล้วเหรอ" ไคเงยหน้าขึ้นทันทีที่ได้ยินเสียงขยับตัว เขาวางเอกสารลงแล้วรีบลุกขึ้นเดินมาที่ข้างเตียงด้วยท่าทีรีบร้อนกว่าที่สีหน้าแสดงออก"หนู...หนูเป็นอะไรไปคะ" โมเน่ถามด้วยเสียงแหบแห้ง ลำคอแห้งผากจนแทบพูดไม่ออกไคยื่นแก้วน้ำมาให้เธอจิบก่อนจะตอ

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status