เข้าสู่ระบบฉันตื่นขึ้นมาในเช้าวันใหม่ด้วยความรู้สึกที่ผสมปนเปกันระหว่างความสะใจกับความกังวล ยิ้มให้กับตัวเองเมื่อนึกถึงใบหน้าของไคเมื่อคืนนี้ เขานั่งนิ่งอึ้งไปเลยตอนที่ฉันจงใจเน้นคำว่า พี่ไก่ ออกไปอย่างชัดถ้อยชัดคำมันเป็นความรู้สึกที่ดีที่สุดตั้งแต่ฉันทะลุเข้ามาในร่างนี้เลยก็ว่าได้!
“อย่างน้อยการสร้างศัตรูตัวฉกาจก็เป็นไปตามแผนละนะ” ฉันพึมพำกับตัวเอง แต่แล้วความกังวลก็เข้าแทนที่... แผนของฉันคือทำให้เขาถอนหมั้น ไม่ใช่ทำให้เขาโกรธจนถึงขั้นอยากจะฆ่าฉันตอนนี้เลย! ถ้าไคยิ่งโกรธ ก็แปลว่าฉันยิ่งเข้าใกล้ชะตากรรมที่ต้องตายเร็วขึ้นไปอีก! เฮ้อ ยุ่งยากสุด ๆ ฉันหวังว่าพ่อจะโกรธจนยอมถอนหมั้น แต่จากที่ได้เห็นความเด็ดขาดของพ่อในห้องทำงานวันก่อน... ดูเหมือนว่าเรื่องธุรกิจจะสำคัญกว่าความอับอายขายหน้าของลูกสาวไปเสียแล้ว ฉันลงมาที่ห้องอาหาร ด้วยท่าทางระมัดระวังที่สุด และพบว่าบรรยากาศบนโต๊ะอาหารเงียบสงบผิดปกติ พ่อของฉัน นั่งอยู่หัวโต๊ะด้วยใบหน้าเคร่งเครียดเกินกว่าปกติ ส่วนโรม (พี่ชาย) กำลังจิบกาแฟอย่างสบายอารมณ์ และเหลือบมองฉันด้วยรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ รู้สึกว่าเขาจะอารมณ์ดีตั้งแต่เมื่อคืนซะด้วยสิ “อรุณสวัสดิ์ค่ะ” ฉันทักทายออกไปอย่างเบาเสียงที่สุดเท่าที่จะทำได้ “โมเน่!” คุณรัชตะวางช้อนลงเสียงดัง “คะ... คะ?” ฉันสะดุ้งสุดตัว “เมื่อคืนนี้มันเกิดอะไรขึ้น!” คุณรัชตะถามด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความผิดหวังและโกรธ “ลูกทำเรื่องอะไรเอาไว้! ไปฉีกหน้าไคแบบนั้นได้ยังไง!” “หนู... หนูแค่พูดความจริงออกไปนี่คะ” ฉันเถียงเบาๆ“ก็เขาเป็นคนเริ่มก่อนนี่คะ!” “แล้วไง!” คุณรัชตะตวาด “ลูกควรจะอดทน! ทำตัวให้น่ารัก! แต่นี่อะไร? ไก่ไร้สมอง? เธอคิดว่าไคจะยอมให้เรื่องนี้ผ่านไปง่ายๆ งั้นเหรอ!” โรมแทรกขึ้นมาอย่างผ่อนคลาย “ใจเย็นครับพ่อ โมเน่อาจจะแค่มีอาการสับสนทางอารมณ์จากอุบัติเหตุ... ผมว่าคุณไคก็ไม่ได้แยแสอะไรโมขนาดนั้นอยู่แล้ว” คุณพระ ผีเข้าแน่ๆ พี่เขากำลังปกป้องช้านนนน! “แกเงียบไปเลยโรม!” คุณรัชตะหันไปตวาดใส่พี่ ก่อนจะหันกลับมาที่ฉัน “ฟังนะโมเน่! ลูกต้องทำตัวให้ดีกว่านี้! เพื่อเป็นการลงโทษ นับจากวันนี้ไป... ลูกถูกกักบริเวณ! 2 วันห้ามออกจากบ้าน หลังจากนั้นจะไปไหนก็ต้องขออนุญาตจากพ่อ!” ห๊ะ สองวันเนี่ยนะ เอาจริงดิ รับมิได้อย่างแรง! แต่ลองงอแงหน่อยก็แล้วกันดี๋ยวจะไม่เนียน “โธ่ พ่อคะ!” “ไม่มีข้อแม้!” คุณพ่อโบกมือไล่ “ไปคิดเอาแล้วสำนึกผิดซะ” บทลงโทษกระจอกมากค่ะ ไม่แปลกใจเลยที่โมเน่สิสัยเสีย แต่ที่แย่กว่านั้นเลยก็คือ! แผนฉันพังไม่เป็นท่า! แทนที่จะทำให้ไคถอนหมั้น กลับกลายเป็นว่าฉันถูกกักบริเวณแทน และที่แย่กว่านั้น... พ่อฉันไม่ได้รู้สึกว่าความสัมพันธ์ชองฉันกับไคมันแย่ลงเลยสักนิด! หลังจากถูกสั่งกักบริเวณได้ไม่นาน ในช่วงสายของวันนั้นเอง “คุณโมเน่คะ มีคนเอาของมาส่งค่ะ!” แม่บ้านวิ่งหน้าตาตื่นเข้ามาในห้องของฉัน ฉันเดินลงไปดูด้วยความสงสัย และสิ่งที่เห็นก็ทำให้ฉันแทบจะกรีดร้องออกมาอีกครั้ง ที่กลางสนามหญ้า มีกล่องไม้ขนาดใหญ่ตั้งอยู่ ข้างกล่องมีดอกกุหลาบสีแดงสดช่อโตวางไว้ และมีซองจดหมายสีขาววางอยู่ด้านบน ฉันรีบเปิดซองจดหมายออกมาอ่านทันที ลายมือหวัดๆ แต่ดูภูมิฐานนั้นทำให้ฉันรู้ได้ทันทีว่านี่คือลายมือของใคร ถึง... คุณโมเน่ ฉันต้องขอขอบคุณสำหรับคำแนะนำเรื่อง ‘มารยาท’ นะ แต่ดูเหมือนว่ามารยาทเดียวที่เธอควรจะเรียนรู้คือการ ‘สำนึกในฐานะของตัวเอง’ ยินดีด้วยที่เธอถูกกักบริเวณ! ‘หมูเน่’ หวังว่าของขวัญนี้จะทำให้เธอหายเหงาตอนที่ถูกกักบริเวณนะ ไค ฉันตัวแข็งทื่อ คำมีเป็นร้อยแต่เขาเลือกที่จะใช้คำว่าหมู คือยังไงโมเน่อ้วนหรือพูดกวนประสาท ช่างแม่ง! ฉันขยำจดหมายในมือทิ้งก่อนจะหันไปมองสิ่งที่บรรจุอยู่ในกล่องไม้... ข้างในกล่องไม้ขนาดใหญ่คือ... ลูกเจี๊ยบสีเหลืองตัวจิ๋ว กำลังส่งเสียงร้อง “เจี๊ยบๆๆ” อย่างน่ารักอยู่หลายสิบตัว! “กรี๊ดดดด! ไอ้พี่ไก่บ้า!” ฉันตะโกนลั่นบ้านด้วยความโกรธจัด “ส่งลูกเจี๊ยบมาให้ฉันเนี่ยนะ! นี่มันเป็นการแก้แค้นที่ทุเรศที่สุดในโลก!” รู้มั้ยว่าขี้ไก่มันเหม็น! พี่โรมที่เพิ่งเดินลงมาจากชั้นบนเพราะได้ยินเสียงโวยวายของฉันก็ต้องยืนกอดอกหัวเราะอยู่ตรงบันได “โห... ไคเล่นแรงนะเนี่ย” โรมพูดพลางส่ายหัว แต่ใบหน้ากลับเต็มไปด้วยความบันเทิง ทำไมถึงดูสนุกกันล่ะ ไอ่พี่บ้านี่ดูไม่ออกจริงๆ ว่าเป็นพวกเดียวกับฉันหรือว่าพวกไอ่บ้านั่นกันแน่ To be continuedอีกด้านไคนั่งอยู่ในห้องทำงานส่วนตัวของเขาบนตึกสูงระฟ้าใจกลางเมือง มือหนากำลังหมุนปากกาอย่างสบายอารมณ์ เขามองออกไปนอกกระจกบานใหญ่ด้วยรอยยิ้มที่เต็มไปด้วยความพึงพอใจลูกเจี๊ยบ... หวังว่าเธอคงจะชอบของขวัญที่ฉันตั้งใจเลือกให้นะการได้แกล้งเธอด้วยของขวัญไร้สาระในเช้าวันนี้ ทำให้ไครู้สึกว่า ชีวิตที่น่าเบื่อของเขามีสีสันขึ้นมาเล็กน้อยช่วงสองสามวันมานี้ฉันเอาแต่ใช้ข้ออ้างเดิมๆ ในการขออนุญาตออกนอกบ้านจากแม่บ้าน โดยอ้างว่าจะไปซื้อของใช้ส่วนตัวที่จำเป็นสำหรับผู้หญิงเมื่อขอออกมาได้ฉันก็เดินเข้ามาในร้านหนังสือขนาดใหญ่แห่งหนึ่งอย่างรวดเร็วเพื่อหาหนังสือเกี่ยวกับธุรกิจและการเงิน เพราะโมเน่คนก่อนไม่มีความรู้เรื่องนี้เลยขณะเดินอ่านหนังสืออย่างตั้งใจจนแทบจะสิงชั้นหนังสือก็ดันเดินไปชนเข้ากับอะไรสักอย่างจนเกิดเสียง ตุ๊บ!“อุ๊ย! หมูเน่”เสียงทุ้มเย็นเยียบที่คุ้นเคยดังขึ้นด้านหลัง ฉันสะดุ้งสุดตัวและหันกลับไปทันที และพบกับไคที่ยืนกอดอกอยู่ข้างชั้นหนังสือ กำลังมองฉันด้วยรอยยิ้มเย้ยหยันที่ดูสนุกสนาน“นี่คุณ! มาทำอะไรที่นี่คะ! อย่าบอกนะ ว่าตามฉันมา!” ฉันถามอย่างควบคุมเสียงแทบไม่อยู่“ตามเธอ? ทำไ
ฉันตื่นขึ้นมาในเช้าวันใหม่ด้วยความรู้สึกที่ผสมปนเปกันระหว่างความสะใจกับความกังวล ยิ้มให้กับตัวเองเมื่อนึกถึงใบหน้าของไคเมื่อคืนนี้ เขานั่งนิ่งอึ้งไปเลยตอนที่ฉันจงใจเน้นคำว่า พี่ไก่ ออกไปอย่างชัดถ้อยชัดคำมันเป็นความรู้สึกที่ดีที่สุดตั้งแต่ฉันทะลุเข้ามาในร่างนี้เลยก็ว่าได้!“อย่างน้อยการสร้างศัตรูตัวฉกาจก็เป็นไปตามแผนละนะ” ฉันพึมพำกับตัวเองแต่แล้วความกังวลก็เข้าแทนที่... แผนของฉันคือทำให้เขาถอนหมั้น ไม่ใช่ทำให้เขาโกรธจนถึงขั้นอยากจะฆ่าฉันตอนนี้เลย! ถ้าไคยิ่งโกรธ ก็แปลว่าฉันยิ่งเข้าใกล้ชะตากรรมที่ต้องตายเร็วขึ้นไปอีก!เฮ้อ ยุ่งยากสุด ๆ ฉันหวังว่าพ่อจะโกรธจนยอมถอนหมั้น แต่จากที่ได้เห็นความเด็ดขาดของพ่อในห้องทำงานวันก่อน... ดูเหมือนว่าเรื่องธุรกิจจะสำคัญกว่าความอับอายขายหน้าของลูกสาวไปเสียแล้วฉันลงมาที่ห้องอาหาร ด้วยท่าทางระมัดระวังที่สุด และพบว่าบรรยากาศบนโต๊ะอาหารเงียบสงบผิดปกติ พ่อของฉัน นั่งอยู่หัวโต๊ะด้วยใบหน้าเคร่งเครียดเกินกว่าปกติ ส่วนโรม (พี่ชาย) กำลังจิบกาแฟอย่างสบายอารมณ์ และเหลือบมองฉันด้วยรอยยิ้มเจ้าเล่ห์รู้สึกว่าเขาจะอารมณ์ดีตั้งแต่เมื่อคืนซะด้วยสิ“อรุณสวัสดิ์ค่ะ”
ความอดทนของฉันขาดสะบั้นทันที! อุส่าตั้งใจว่าจะต้องทำตัวดีๆ และแกล้งเป็นนางเอกสายแบ๊ว แต่มาเจอคำเหน็บแนมจากไอ้คนปากสุนัขแบบนี้... ใครจะไปทน!ฉันยิ้มกลับไปให้เขาด้วยรอยยิ้มที่สวย (และร้ายกาจที่สุด) เท่าที่ฉันจะทำได้ แล้วโน้มตัวไปข้างหน้าเล็กน้อยเพื่อให้ประโยคของฉันได้ยินเพียงแค่เราสองคน“คุณไคคะ... ถ้าคุณไม่รู้จักคำว่า มารยาท ก็กรุณาเปิดพจนานุกรมอ่านบ้างนะคะ” ฉันเงียบไปช่วงหนึ่งเพื่อเว้นจังหวะให้เขานิ่งอึ้งไปก่อนจะพูดต่อ “การที่คุณมีปมด้อยเรื่องความสามารถในการเข้าสังคม หรือถูกอบรมมาไม่ดีพอ จนต้องใช้คำพูดต่ำๆ มาเหน็บแนมผู้หญิงที่กำลังจะมาเป็นคู่หมั้นเนี่ย มันไม่ได้ทำให้คุณดูน่าสนใจขึ้นหรอกนะคะ มันยิ่งทำให้คุณดูเหมือน ไก่ที่ขันเสียงดังแต่ไร้สมอง เท่านั้นเองค่ะ”ไคนิ่งอึ้งไปทันที ดวงตาของเขาเบิกกว้างด้วยความไม่พอใจอย่างที่ไม่เคยมีใครกล้าพูดกับเขาแบบนี้มาก่อน“เธอ!” เขาเรียกชื่อฉันด้วยน้ำเสียงต่ำ“ทำไมคะ พี่ไก่” ฉันเน้นคำเรียกใหม่ที่เอาไว้ล้อชื่อเขาอย่างจงใจ “หรือว่าโมเน่คนนี้พูดไม่จริงคะ” ฉันยิ้มออกมาอย่างพึงพอใจ หึ ให้มันรู้ซะบ้างว่าใครเป็นใคร“นี่!”“ถ้าไม่พอใจงั้นเรามาถอนหมั้นกัน
พอกลับถึงห้องฉันก็ทรุดตัวลงนั่งที่ขอบเตียงอย่างหมดแรง มองนาฬิกาเรือนทองที่ข้อมือแล้วก็ได้แต่ถอนหายใจยาวเหยียดชีวิตใหม่ในร่างโมเน่คนก่อน ไม่ได้สวยหรูเหมือนในนิยายเลยสักนิด!ประเด็นมันไม่ใช่แค่เรื่องผลประโยชน์ของวงค์ตระกูลแต่คืออนาคตที่ฉันต้องตาย แล้วใครมันอยากจะตายซ้ำซากกันบอกเลยว่าไม่มี! ครั้งเดียวก็เกินพอ ให้ตายเสียสิ ชีวิตก่อนก็ใช้ไม่คุ้มชีวิตนี้ยังไม่ทันได้ใช้ก็เหมือนจะตายในเร็ววัน!โมเน่คนก่อนเกลียดความพ่ายแพ้และไม่ชอบให้ใครเด่นกว่าตัวเอง เธอใช้การหมั้นครั้งนี้เป็นเหมือน มีดสั้นเล่มแรกที่ใช้แทงข้างหลัง อริณ นางเอกของเรื่อง! อริณรักไคมานานกว่าสิบปี ตั้งแต่สมัยเด็ก และไคก็รักและหวงอริณยิ่งกว่าอะไรทั้งหมด แต่โมเน่กลับเข้ามาในฐานะคู่หมั้นด้วยเหตุผลทางธุรกิจเพื่อผูกมัดไคไว้กับตัวเองอย่างไม่ชอบธรรมนี่แหละคือการเตะตัดขา ที่แท้ทรู!สุดท้าย โมเน่คนก่อนก็ลงเอยด้วยการพยายามฆ่าอริณ ซึ่งทำให้อริณไม่ตาย แต่ตัวเองกลับถูกพระเอกฆ่าตายอย่างเลือดเย็น! แล้วฉันที่ทะลุมาอยู่ในร่างนี้ก็ต้องมาแบกรับ กรรม ที่เธอสร้างไว้ทั้งหมด!“ฮือออ! ใครก็ได้ช่วยเอาฉันออกไปจากนิยายบ้า ๆ เรื่องนี้ที!” ฉันได้แต่บ่น
ฉันใช้เวลาทั้งวันในการสำรวจบ้านหลังใหญ่ที่เต็มไปด้วยข้าวของเครื่องใช้ที่ฟุ่มเฟือยจนน่าตกใจ โทรศัพท์เครื่องใหม่ที่พี่โรมซื้อมาให้เมื่อวาน ถึงจะบอกไปแล้วก็ตามว่าเพียงแค่ลบข้อมูลหรือรีเซ็ตเครื่องเก่ามันก็คงจะกลับมาใช้งานได้เช่นเคย แต่ก็อย่างที่เห็นฉันได้รับโทรศัพท์เครื่องใหม่ทันที ฉันเปิดใช้งานพร้อมกับเบอร์ใหม่เอี่ยมที่ปลอดจากข้อมูลติดต่อของ โมเน่คนก่อน ที่ไม่ต้องการให้กลับมากวนใจทว่าปัญหาใหญ่ที่สุดของฉันตอนนี้ไม่ใช่เรื่องเสื้อผ้า น้ำหอม หรือเครื่องเพชรราคาแพง แต่มันคือ... ใบทะเบียนสมรสที่กำลังจะมาในไม่ช้าห้องนอนของโมเน่สวยงามหรูหราจนน่าอิจฉา ผ้าม่านกำมะหยี่สีครีมหนาทึบบดบังแสงแดดยามบ่าย แต่ความหรูหราเหล่านั้นกลับทำให้ฉันรู้สึกเหมือนติดอยู่ในกรงทองที่มีของเล่นราคาแพงกองอยู่เต็มไปหมด ทุกอย่างดูดียกเว้นความจริงที่ว่าร่างนี้กำลังจะถูกพระเอกฆ่าตาย!จะถอนหมั้นยังไงให้รอดตายและไม่น่าสงสัยเนี่ย โอ๊ย!ฉันเดินวนไปวนมาในห้องจนพื้นแทบจะสึก พยายามคิดหาทางออกที่ดูสมเหตุสมผลที่สุดเพื่อหลีกเลี่ยง "ไค" ผู้เป็นธงแดงผืนใหญ่ของชีวิตในเนื้อเรื่องต้นฉบับ โมเน่คนเก่าหมั้นกับ ไค โดยอ้างผลประโยชน์ทางธุร
ตัวรถเริ่มชะลอความเร็ว บ่งบอกว่าถึงที่หมายแล้วฉันขยี้ตาเล็กน้อยหลังจากที่นอนมาตลอดทาง พร้อมกับมองภาพตรงหน้าบ้านหลังใหญ่ที่ออกแบบมาอย่างดีมันดูสวยงามไม่ใช่น้อยและก็ไม่เคยคิดเลยว่าตัวเองจะได้มีโอกาสมาอยู่ในบ้านหลังใหญ่แบบนี้แต่ขอแบบไม่ตายแล้งสิงร่างคนอื่นสิ เฮ้อเมื่อรถจอดเทียบกับบันไดก็มีคนมาเปิดประตูรถให้ ฉันขอบคุณก่อนจะลงจากรถ บ้านเงียบเหมือนไม่มีใครอยู่จนโรมต้องพูดออกมาว่าพ่อกับแม่จะกลับจากลอนดอนก็อีกสองสัปดาห์ ตอนนี้ที่นี่มีแค่แม่บ้านกับคนขับรถซึ่งทุกคนก็น่าจะทำงานของตัวเองอยู่“อยากจะสำรวจบ้านก่อนไหม ความทรงจำจะได้กลับมา”“ถึงฉันสำรวจไปความทรงจำก็ไม่กลับมาหรอกค่ะ” เพราะว่าฉันไม่ได้ความจำเสื่อมยังไงละคะ“ก็ดี อย่าไปจำ มันมีแต่เรื่องแย่ ๆ ของเธอก็เท่านั้น”“เอ้า”พูดแล้วก็จากไป อันนี้หลอกด่ากันทางอ้อมหรือเปล่า แต่พี่เขาก็พูดไม่ผิดนะวีรกรรมของโมเน่ไม่ใช่เรื่องที่น่าจะจดจำเพราะมันไม่มีเรื่องอะไรดี ๆ เลยมีดีแค่เรื่องเดียวคือเธอบริจาคเสื้อผ้าให้กับเด็กยากไร้ แค่ครั้งเดียวและครั้งสุดท้ายเลยที่เธอทำอะไรดี ๆ แบบนั้น“เฮ้อ”ฉันนอนแผ่กิ่งก้านอยู่บนที่นอนหลังจากที่โรมพาฉันมาส่งที่ห้อง







![Inbox ร้อนรัก [PWP] + [NC30+]](https://www.goodnovel.com/pcdist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)