LOGINพอกลับถึงห้องฉันก็ทรุดตัวลงนั่งที่ขอบเตียงอย่างหมดแรง มองนาฬิกาเรือนทองที่ข้อมือแล้วก็ได้แต่ถอนหายใจยาวเหยียดชีวิตใหม่ในร่างโมเน่คนก่อน ไม่ได้สวยหรูเหมือนในนิยายเลยสักนิด!
ประเด็นมันไม่ใช่แค่เรื่องผลประโยชน์ของวงค์ตระกูลแต่คืออนาคตที่ฉันต้องตาย แล้วใครมันอยากจะตายซ้ำซากกันบอกเลยว่าไม่มี! ครั้งเดียวก็เกินพอ ให้ตายเสียสิ ชีวิตก่อนก็ใช้ไม่คุ้มชีวิตนี้ยังไม่ทันได้ใช้ก็เหมือนจะตายในเร็ววัน! โมเน่คนก่อนเกลียดความพ่ายแพ้และไม่ชอบให้ใครเด่นกว่าตัวเอง เธอใช้การหมั้นครั้งนี้เป็นเหมือน มีดสั้นเล่มแรกที่ใช้แทงข้างหลัง อริณ นางเอกของเรื่อง! อริณรักไคมานานกว่าสิบปี ตั้งแต่สมัยเด็ก และไคก็รักและหวงอริณยิ่งกว่าอะไรทั้งหมด แต่โมเน่กลับเข้ามาในฐานะคู่หมั้นด้วยเหตุผลทางธุรกิจเพื่อผูกมัดไคไว้กับตัวเองอย่างไม่ชอบธรรม นี่แหละคือการเตะตัดขา ที่แท้ทรู! สุดท้าย โมเน่คนก่อนก็ลงเอยด้วยการพยายามฆ่าอริณ ซึ่งทำให้อริณไม่ตาย แต่ตัวเองกลับถูกพระเอกฆ่าตายอย่างเลือดเย็น! แล้วฉันที่ทะลุมาอยู่ในร่างนี้ก็ต้องมาแบกรับ กรรม ที่เธอสร้างไว้ทั้งหมด! “ฮือออ! ใครก็ได้ช่วยเอาฉันออกไปจากนิยายบ้า ๆ เรื่องนี้ที!” ฉันได้แต่บ่นพึมพำ ร้องไห้กับตัวเองเบาๆ พลางกุมขมับอย่างเครียดจัด ทางออกเดียวคือต้องทำลายผลประโยชน์ทางธุรกิจนี้ให้พังพินาศ หรือไม่ก็ทำให้เขารังเกียจฉันจนถึงขั้นยอมถอนหมั้นด้วยตัวเอง…แต่ไคก็รังเกียจโมเน่คนก่อนอยู่แล้วนี่นา แบบนั้นก็น่าจะได้ผลที่สุด แผน A ถ้าไครังเกียจฉันจนปฏิเสธหัวชนฝาถึงตอนนั้นแค่ฉันตอกหน้าผสมโรงกลับไปว่าไม่อยากแต่งเหมือนกัน หรือไม่ก็ตีตัวออกห่างให้มากที่สุด แผน B หาผู้ชายคนใหม่ไปเลยก็น่าจะดีเหมือนกัน อิอิ นี่แหละคือทางรอดของฉันในนิยายเรื่องนี้! ฉันตัดสินใจลุกขึ้นเช็ดน้ำตาฮึดสู้ เอาวะ! ถอนหมั้นไม่ได้ก็มีแต่ทางนี้เท่านั้น สองสัปดาห์ผ่านไปอย่างรวดเร็ว โมเน่ใช้ชีวิตไม่ต่างจากเจ้าหญิงตกอับที่ต้องอยู่ในกรงทองเธอออกไปไหนมาไหนได้ แต่ก็ต้องทำตัวให้สวยและเลิศเลอตามสไตล์โมเน่คนเก่าแม้ว่าเธอจะพยายามเลือกชุดที่ไม่ฉูดฉาดจนเกินไปแล้วก็ตาม วันนี้พ่อออกไปทำงานข้างนอกกับพี่โรมเพียงแค่สองคน ฉันจึงตัดสินใจแอบออกมาเดินเล่นในห้างสรรพสินค้าแห่งหนึ่งคนเดียว โดยอ้างกับแม่บ้านว่าจะไปหาซื้อของเข้าห้องแต่ความเป็นจริงคือฉันแค่อยากจะหายใจเอาอากาศบริสุทธิ์เข้าปอด แบบไม่ต้องมีคนคอยประคบประหงมเสียหน่อย ขณะที่กำลังยืนเลือกไอศกรีมผลไม้เคลือบช็อกโกแลตหลากสีที่กำลังฮิตติดเทรนด์อยู่ตอนนี้ในตู้แช่แข็งอย่างตั้งใจ จนตอนนี้ร่างฉันแทบจะสิงตู้กระจกอยู่แล้ว โอ๊ย! ของหวานนี่มันสวรรค์ชั้นเจ็ดชัดๆ! ซึ่งมันก็แตกต่างจากยัยโมเน่คนก่อนอะนะ เพราะตามหนังสือยัยนั้นเกลียดของหวานอย่างกับเป็นยาพิษ แต่ฉันไม่! ตรงกันข้ามเลยล่ะ! ใครจะไปทนต่อต้านความสุขของมนุษย์ที่เรียกว่า น้ำตาลได้กัน! “เอาสตอเบอร์รี่ กล้วย อืม อันนี้ อันนั่นด้วย เอ๊ะจะว่าไป... อันนั้นด้วยค่ะ” หลังจากลังเลอยู่นานก็ตัดสินใจง่ายๆ ว่าเหมาหมดทุกรสเลยดีกว่า แถมไม่ต้องจ่ายเอง! ฉันยื่นบัตรเครดิตใบดำที่อีพี่โรมให้มาให้อย่างฟุ่มเฟือยเลยล่ะ อิอิ ใช้เงินคนอื่นมันช่างหอมหวานนี่สินะข้อดีของการมาอยู่ในร่างนี้! พอได้ถ้วยไอศกครีมมาฉันก็หมุนตัวกลับอย่างไวแต่ ทันใดนั้น... ปึ้ก! To be continued"ทำไมมันถึงเปลี่ยนไปได้ขนาดนี้" เธอพึมพำกับตัวเอง น้ำตาคลอเบ้าโดยไม่รู้ตัว มือกำแก้วกาแฟแน่นจนข้อนิ้วขาวเธอนึกถึงคืนหนึ่งเมื่อหลายเดือนก่อนที่ไคทำงานดึกจนดึกดื่น เธอเป็นคนเดียวที่อยู่เป็นเพื่อนเขาจนถึงเช้า ทั้งคู่นั่งคุยกันเรื่องต่าง ๆ นานาจนเธอเผลอคิดไปว่าความสัมพันธ์ระหว่างพวกเขากำลังจะพัฒนาไปในทิศทางที่ดีขึ้น แต่สุดท้ายทุกอย่างก็เป็นเพียงความเข้าใจผิดของเธอฝ่ายเดียวเท่านั้นเธอจ่ายเงินค่ากาแฟแล้วเดินออกจากร้านด้วยสีหน้าที่แข็งกร้าวขึ้นกว่าเดิม ระหว่างเดินไปที่รถ โทรศัพท์ของเธอสั่นขึ้นพร้อมข้อความจากเพื่อนร่วมงานคนหนึ่งที่แจ้งว่าบริษัทกำลังจะจัดงานเลี้ยงพันธมิตรอีกครั้งในสัปดาห์หน้า และคราวนี้ไคประกาศชัดเจนว่าจะพาโมเน่ไปร่วมงานด้วยอย่างเป็นทางการในฐานะภรรยาที่กำลังตั้งครรภ์ข่าวนี้ยิ่งจุดไฟความแค้นในใจอริณให้ลุกโชนขึ้นมาอีกครั้ง เธอกำมือแน่นจนเล็บจิกเข้าเนื้อฝ่ามือ ในหัวเริ่มคิดแผนการใหม่ที่อันตรายกว่าเดิมหลายเท่า แผนที่เธอจะไม่ยอมพลาดอีกต่อไปไม่ว่าจะต้องแลกด้วยอะไรก็ตามคืนนั้น เธอนั่งอยู่คนเดียวในห้องพักส่วนตัว ไล่เรียงรายชื่อคนสนิทที่ยังทำงานอยู่ในคฤหาสน์ของไคที่เธอเคยให้ควา
หลังจากโมเน่ออกจากโรงพยาบาลได้ไม่กี่วัน ไคก็สั่งรื้อห้องว่างที่อยู่ใกล้ห้องนอนของตัวเองทันที เปลี่ยนให้กลายเป็นห้องเด็กอ่อนสีพาสเทลน่ารักน่าชัง ผนังถูกทาสีฟ้าอ่อนสลับเหลืองอ่อน มีตุ๊กตาหมีตัวใหญ่วางอยู่มุมห้อง เขาซื้อหนังสือ "คู่มือคุณพ่อมือใหม่" มาอ่านทุกคืนอย่างตั้งใจ พร้อมสั่งอาหารออร์แกนิกทุกมื้อมาให้โมเน่กินอย่างพิถีพิถัน"วันนี้ต้องกินผักใบเขียวเยอะ ๆ นะ ดีต่อลูกในท้อง" ไคยื่นจานสลัดให้พลางนั่งเฝ้าดูจนกว่าเธอจะกินหมดจาน"พี่จู้จี้เหมือนคุณยายเลยนะคะเนี่ย" โมเน่บ่นพึมพำแต่ก็ยอมกินตามที่บอกอยู่ดี แอบยิ้มในใจกับความเอาใจใส่ที่ไม่เคยได้รับจากใครมาก่อนไคปฏิเสธการเข้าออฟฟิศแทบทุกวัน สั่งให้ยกเลิกการประชุมสำคัญที่มีอริณเป็นคนดูแลทั้งหมด เพราะรู้ดีว่าโมเน่ไม่สบายใจทุกครั้งที่รู้ว่าทั้งคู่ยังต้องติดต่อกันเรื่องงานการกระทำนี้ทำให้ภาพลักษณ์ของอริณในบริษัทดูด้อยค่าลงทันที เพราะแม้แต่บอสของเธอเองก็ไม่ยอมรับโทรศัพท์ให้พูดคุยเรื่องงานด้วยซ้ำ อริณต้องเดินเข้าไปทำงานท่ามกลางสายตานินทาของพนักงานคนอื่นที่รู้กันทั่วบริษัทแล้วว่าตอนนี้คุณไคติดคู่หมั้นหนักมาก จนไม่สนใจเรื่องงานเหมือนเดิม"ได้ย
เธอเอื้อมมือมาลูบผมของไคเบา ๆ อย่างเอ็นดู ก่อนจะกระซิบกับตัวเองเบา ๆ ว่า "นี่ฉันกำลังจะตกหลุมรักไอ้พี่ไก่คนนี้จริง ๆ แล้วสินะ" เธอนอนมองเพดานห้องเงียบ ๆ อยู่นาน ครุ่นคิดถึงเส้นทางชีวิตที่พลิกผันไปไกลจากแผนเดิมที่วางไว้มากมายเหลือเกิน จากที่ตั้งใจจะถอนหมั้นหนีไปให้ไกลที่สุด กลับกลายเป็นว่าตอนนี้เธอกำลังจะมีลูกกับชายคนที่เธอเคยคิดว่าเป็นแค่ตัวร้ายในนิยาย 'ถ้าโมเน่คนเก่ารู้เรื่องนี้เข้า เธอจะโกรธฉันไหมนะ' โมเน่คิดในใจพลางถอนหายใจเบา ๆ ก่อนจะค่อย ๆ หลับตาลงด้วยความอ่อนเพลีย ปล่อยให้ความคิดวุ่นวายทั้งหมดพักผ่อนไปพร้อมกับเธอในค่ำคืนนั้น เช้าวันรุ่งขึ้น ไคตื่นขึ้นมาก่อนโมเน่ตามเคย เขานั่งมองเธอที่ยังหลับสนิทอยู่ด้วยสายตาอ่อนโยน มือลูบท้องเธอเบา ๆ ผ่านผ้าห่มอย่างระมัดระวัง ราวกับกำลังทักทายลูกน้อยที่ยังไม่รู้จักหน้าตา "อรุณสวัสดิ์ลูก" เขากระซิบเบา ๆ กับหน้าท้องของโมเน่ น้ำเสียงอ่อนโยนที่ไม่มีใครเคยได้ยินจากเขามาก่อนตลอดชีวิตการทำงาน โมเน่ที่แอบตื่นมาได้ยินคำพูดนั้นพอดี รีบหลับตาแกล้งทำเป็นยังหลับอยู่ ใบหน้าแดงก่ำด้วยความประหลาดใจปนซาบซึ้งใจ เธอไม่เคยคิดเลยว่าไคจะมีด้านที่อ่อนโยน
ข่าวการตั้งท้องของโมเน่แพร่ไปถึงพ่อแม่ทั้งสองฝ่ายอย่างรวดเร็ว ความโกรธเคืองเรื่อง "ข่าวลบ" ที่เคยเป็นปัญหาใหญ่เมื่อวานถูกแทนที่ด้วยความตื่นเต้นดีใจที่จะได้หลานทายาทคนแรกของทั้งสองตระกูลในทันทีวรโชติที่เคยโกรธจัดจนบุกมาที่คฤหาสน์ไค ตอนนี้กลับนั่งยิ้มแก้มปริอยู่ที่โรงพยาบาล พูดคุยกับพ่อของไคทางโทรศัพท์ด้วยน้ำเสียงตื่นเต้นราวกับลืมเรื่องที่ทะเลาะกันไปเมื่อวานจนหมดสิ้น"งั้นเราจัดงานแต่งงานให้เร็วที่สุดเลยไหมครับ อ้างเรื่องสุขภาพของโมเน่ก็ได้ครับ จะได้ไม่มีใครมาว่าอะไรได้" วรโชติเสนอด้วยความกระตือรือร้น มือถือโทรศัพท์แนบหูอย่างใกล้ชิดทั้งสองฝ่ายเห็นพ้องต้องกันทันทีที่จะจัดงานแต่งงานอย่างสมเกียรติและรวดเร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้ ทุกอย่างถูกวางแผนใหม่หมดภายในเวลาไม่กี่ชั่วโมง ทั้งสถานที่ วันเวลา และรายชื่อแขกที่ต้องเชิญในห้องพักฟื้น พี่โรมแอบเข้ามาคุยกับโมเน่สองต่อสองระหว่างที่ไคออกไปคุยธุระข้างนอก เขายืนยันกับน้องสาวว่าตอนนี้พ่อสงบลงแล้วและรู้สึกผิดที่ด่วนตัดสินใจโดยไม่ฟังเหตุผลก่อน"พี่กำลังสืบหาคนปล่อยข่าวอยู่นะ" พี่โรมกระซิบเบา ๆ เมื่อเห็นว่าไม่มีใครอยู่ในห้อง "พี่มั่นใจว่าเป็นฝีม
นอกห้องพักฟื้น อริณยืนแอบฟังอยู่หน้าประตูอย่างเงียบ ๆ มือของเธอกำแน่นจนเล็บจิกเข้าเนื้อฝ่ามือจนแทบเลือดซิบ ความจริงเรื่องที่โมเน่ตั้งท้องเป็นเหมือนจุดจบของความฝันทั้งหมดที่เธอเฝ้าถนอมมานาน เธอยืนนิ่งอยู่ตรงนั้นด้วยใบหน้าที่ซีดเผือดลงทุกวินาที'ไม่มีทาง...ไม่มีทางที่ไคจะทิ้งเด็กคนนี้ไปได้แน่ ๆ' เธอคิดในใจพลางกัดฟันแน่น น้ำตาคลอเบ้าด้วยความเจ็บแค้นและสิ้นหวัง มือที่กำอยู่ข้างลำตัวสั่นเทาจนต้องพิงผนังไว้เพื่อประคองตัวพี่โรมที่เดินมาเยี่ยมน้องสาวพอดีก็เห็นอริณยืนแอบฟังอยู่หน้าห้องพักฟื้นแบบนั้น เขาชะงักฝีเท้าเล็กน้อยแล้วสังเกตเห็นแวว ตาของเลขาคนนี้ที่ดูผิดปกติไปจากที่เคยเห็น มีอะไรบางอย่างในสายตานั้นที่ทำให้เขาเริ่มสงสัยขึ้นมาทันที"คุณอริณมาทำอะไรอยู่ตรงนี้ครับ" พี่โรมถามด้วยน้ำเสียงเรียบ แต่สายตากลับจับจ้องอย่างสังเกตการณ์ พยายามอ่านสีหน้าของเธอให้ออกให้ได้มากที่สุดอริณสะดุ้งเล็กน้อยก่อนจะรีบยิ้มกลบเกลื่อน "อ๋อ...มาเยี่ยมคุณโมเน่น่ะค่ะ เป็นห่วงมากเลยค่ะพอดี" เธอตอบด้วยรอยยิ้มที่ดูฝืน ๆ ผิดปกติจากที่เคยเห็นพี่โรมพยักหน้ารับคำแต่ในใจกลับเริ่มปะติดปะต่อเรื่องราวต่าง ๆ เข้าด้วยกัน ต
โมเน่ค่อย ๆ ลืมตาขึ้นมาอย่างเชื่องช้า สิ่งแรกที่เห็นคือเพดานสีขาวสะอาดตาของห้องพักฟื้น เธอกะพริบตาสองสามครั้งเพื่อปรับสายตา ก่อนจะรู้ตัวว่ากำลังนอนอยู่บนเตียงคนไข้ในห้องวีไอพีที่หรูหราที่สุดเท่าที่เคยเห็นมา สายน้ำเกลือระโยงระยางอยู่ที่หลังมือข้างขวา เสียงเครื่องวัดสัญญาณชีพดังเป็นจังหวะเบา ๆ อยู่ข้างเตียงคนแรกที่เธอเห็นไม่ใช่พ่อหรือพี่โรมอย่างที่คาดคิด แต่กลับเป็นไคที่นั่งไขว่ห้างอ่านเอกสารอยู่บนโซฟาข้างเตียง สีหน้าเรียบเฉยราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น แม้ดวงตาจะยังคงมีร่องรอยความอ่อนล้าให้เห็นอยู่ลาง ๆโมเน่ค่อย ๆ นึกย้อนถึงเหตุการณ์ที่คฤหาสน์ ภาพพ่อที่มาบุกเข้ามาด้วยความโกรธ ภาพไคที่ทิ้งระเบิดคำพูดใส่ทุกคน แล้วเธอก็อาเจียนออกมาต่อหน้าคนทั้งบ้านก่อนจะหมดสติไป เธอได้แต่ถอนหายใจยาวด้วยความอึดอัดใจ พยายามขยับตัวเล็กน้อยแต่รู้สึกอ่อนแรงไปทั้งร่าง"ตื่นแล้วเหรอ" ไคเงยหน้าขึ้นทันทีที่ได้ยินเสียงขยับตัว เขาวางเอกสารลงแล้วรีบลุกขึ้นเดินมาที่ข้างเตียงด้วยท่าทีรีบร้อนกว่าที่สีหน้าแสดงออก"หนู...หนูเป็นอะไรไปคะ" โมเน่ถามด้วยเสียงแหบแห้ง ลำคอแห้งผากจนแทบพูดไม่ออกไคยื่นแก้วน้ำมาให้เธอจิบก่อนจะตอ







