Share

บทที่ 2

Penulis: cutie jub
last update Tanggal publikasi: 2026-08-17 17:55:46

ตัวรถเริ่มชะลอความเร็ว บ่งบอกว่าถึงที่หมายแล้วฉันขยี้ตาเล็กน้อยหลังจากที่นอนมาตลอดทาง พร้อมกับมองภาพตรงหน้าบ้านหลังใหญ่ที่ออกแบบมาอย่างดีมันดูสวยงามไม่ใช่น้อยและก็ไม่เคยคิดเลยว่าตัวเองจะได้มีโอกาสมาอยู่ในบ้านหลังใหญ่แบบนี้แต่ขอแบบไม่ตายแล้งสิงร่างคนอื่นสิ เฮ้อ

เมื่อรถจอดเทียบกับบันไดก็มีคนมาเปิดประตูรถให้ ฉันขอบคุณก่อนจะลงจากรถ บ้านเงียบเหมือนไม่มีใครอยู่จนโรมต้องพูดออกมาว่าพ่อกับแม่จะกลับจากลอนดอนก็อีกสองสัปดาห์ ตอนนี้ที่นี่มีแค่แม่บ้านกับคนขับรถซึ่งทุกคนก็น่าจะทำงานของตัวเองอยู่

“อยากจะสำรวจบ้านก่อนไหม ความทรงจำจะได้กลับมา”

“ถึงฉันสำรวจไปความทรงจำก็ไม่กลับมาหรอกค่ะ” เพราะว่าฉันไม่ได้ความจำเสื่อมยังไงละคะ

“ก็ดี อย่าไปจำ มันมีแต่เรื่องแย่ ๆ ของเธอก็เท่านั้น”

“เอ้า”

พูดแล้วก็จากไป อันนี้หลอกด่ากันทางอ้อมหรือเปล่า แต่พี่เขาก็พูดไม่ผิดนะวีรกรรมของโมเน่ไม่ใช่เรื่องที่น่าจะจดจำเพราะมันไม่มีเรื่องอะไรดี ๆ เลยมีดีแค่เรื่องเดียวคือเธอบริจาคเสื้อผ้าให้กับเด็กยากไร้ แค่ครั้งเดียวและครั้งสุดท้ายเลยที่เธอทำอะไรดี ๆ แบบนั้น

“เฮ้อ”

ฉันนอนแผ่กิ่งก้านอยู่บนที่นอนหลังจากที่โรมพาฉันมาส่งที่ห้อง เตียงค่อนข้างที่จะ..เอ๊ะไม่สิใหญ่เลยละนุ่มด้วยต่างจากห้องของฉันมาก ว่าแล้วก็สำรวจห้องเสียหน่อยเริ่มจากโต๊ะเครื่องแป้งก่อนก็แล้วกัน

“โอ้โห ของแพงทั้งนั้นเลย”

หยิบขึ้นมาดูแต่ละอันไม่มีอันไหนราคาน้อยหน้ากันเลย โดยเฉพาะน้ำหอม ถ้าจำไม่ผิดในนิยายก็บอกไว้ว่าโมเน่เป็นคนชื่นชอบพวกน้ำหอมมาก เธอมักจะใช้น้ำหอมตามสไตล์ที่ใส่เพื่อความเข้ากันของลุค

ตรงส่วนของเครื่องประดับก็ไม่น้อยหน้าเหมือนกัน ให้ตายเถอะ ฉันจะไม่ยอมใส่มันออกไปข้างนอกแน่ ๆ แพงขนาดนี้เก็บไว้ดูในห้องฟิน ๆ เลยดีกว่า

“แล้วส่วนพวกตู้เสื้อผ้าละ”

อยู่ไหนกันนะ โมเน่มีห้องเสื้อผ้าแยกจากห้องนอนแล้วห้องนอนก็มีห้องน้ำในตัว…อ่าาา ห้องมันเชื่อมกันถ้างั้นก็ต้องไปห้องน้ำ ฉันเดินไปมุมหนึ่งของห้องก่อนจะเปิดออกมา เป็นไปตามคาดมีประตูเชื่อมกับห้องน้ำ

พอเข้าไปสำรวจก็เห็นเสื้อผ้ามากมายที่มีทุกสไตล์เลยละ ถ้าคนที่ชอบแต่งตัวนี่คือสวรรค์ ฉันจะใส่ให้ครบทุกตัวที่มีอยู่ในตู้เลยนะคะคุณโมเน่

สำรวจทุกอย่างเสร็จก็เดินกลับมาที่ห้องนอน เพียงล้มตัวนอนได้ชั่วครู่ก็มีคนมาเคาะประตูทำให้ฉันต้องรีบดีดตัวลุกขึ้นมาอีกครั้ง แล้วเดินไปเปิดประตู

“อ้าวคุณโรม”

“เรียกฉันว่าพี่ไม่ก็ไอ้เถอะ”

“อ่าา โอเคค่ะ แล้วพี่โรมมีอะไรเหรอคะ”

“ฉันลืมให้นี่กับเธอ”

โรมยื่นโทรศัพท์มาให้ฉัน สิ่งแรกเลยที่ทำคือเปิดหน้าจอโทรศัพท์แต่ประเด็นเลยก็คือมันมีรหัสล็อคหน้าจอ โอเคไม่เป็นไรน่าจะมีระบบสแกนหน้า….สแกนหน้าไม่ติดก็เท่ากับโมเน่ไม่ได้ทำแบบปลดล็อคหน้าจอแบบสแกนใบหน้า

“…ซื้อใหม่ไหม?”

“คะ?”

“โทรศัพท์อะซื้อใหม่ไหม”

“ซื้อใหม่ทำไมคะมันไม่ได้พังสักหน่อย”

“งั้นจะให้ทำยังไง”

“ล้างเครื่องสิคะ”

เขาพยักหน้าอย่างเข้าใจก่อนจะขอตัวลงไปข้างล่างแต่ฉันดันดึงแขนเสื้อของเขาไว้ ลองมาคิดดูดีๆ โรมก็เป็นลูกรักของบ้านที่พ่อแม่ภูมิใจ บางทีฉันน่าจะพูดเรื่องถอนหมั้นกับพระเอกได้

“มีอะไร”

พอจะอ้าปากพูดแต่ก็พึ่งนึกขึ้นได้ว่าฉันกำลังรับบทเป็นคนความจำเสือมอยู่นี่หว่า เอาเป็นว่าค่อยเป็นค่อยไปทีละนิดทีละหน่อยจะได้ดูไม่น่าสงสัยจนเกินไป

“ไม่มีอะไรค่ะ”

พูดเสร็จฉันก็ปิดประตูทันที ท่องไว้ว่าอย่ารีบมันจะดูมีพิรุธลำพังแค่ทำตัวไม่เหมือนเดิมคนรอบข้างก็ขมวดคิ้วมากพอแล้ว ดีนะยังพอมีอาการความจำเสือมที่พอจะเป็นข้ออ้างที่มีเหตุผลได้

“เฮ้อ หวังว่าฉันจะทำตัวเนียนได้นะ”

To be continued

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • คู่หมั้นคนนี้ฉันขอไม่เอา!   บทที่ 5

    ความอดทนของฉันขาดสะบั้นทันที! อุส่าตั้งใจว่าจะต้องทำตัวดีๆ และแกล้งเป็นนางเอกสายแบ๊ว แต่มาเจอคำเหน็บแนมจากไอ้คนปากสุนัขแบบนี้... ใครจะไปทน!ฉันยิ้มกลับไปให้เขาด้วยรอยยิ้มที่สวย (และร้ายกาจที่สุด) เท่าที่ฉันจะทำได้ แล้วโน้มตัวไปข้างหน้าเล็กน้อยเพื่อให้ประโยคของฉันได้ยินเพียงแค่เราสองคน“คุณไคคะ... ถ้าคุณไม่รู้จักคำว่า มารยาท ก็กรุณาเปิดพจนานุกรมอ่านบ้างนะคะ” ฉันเงียบไปช่วงหนึ่งเพื่อเว้นจังหวะให้เขานิ่งอึ้งไปก่อนจะพูดต่อ “การที่คุณมีปมด้อยเรื่องความสามารถในการเข้าสังคม หรือถูกอบรมมาไม่ดีพอ จนต้องใช้คำพูดต่ำๆ มาเหน็บแนมผู้หญิงที่กำลังจะมาเป็นคู่หมั้นเนี่ย มันไม่ได้ทำให้คุณดูน่าสนใจขึ้นหรอกนะคะ มันยิ่งทำให้คุณดูเหมือน ไก่ที่ขันเสียงดังแต่ไร้สมอง เท่านั้นเองค่ะ”ไคนิ่งอึ้งไปทันที ดวงตาของเขาเบิกกว้างด้วยความไม่พอใจอย่างที่ไม่เคยมีใครกล้าพูดกับเขาแบบนี้มาก่อน“เธอ!” เขาเรียกชื่อฉันด้วยน้ำเสียงต่ำ“ทำไมคะ พี่ไก่” ฉันเน้นคำเรียกใหม่ที่เอาไว้ล้อชื่อเขาอย่างจงใจ “หรือว่าโมเน่คนนี้พูดไม่จริงคะ” ฉันยิ้มออกมาอย่างพึงพอใจ หึ ให้มันรู้ซะบ้างว่าใครเป็นใคร“นี่!”“ถ้าไม่พอใจงั้นเรามาถอนหมั้นกัน

  • คู่หมั้นคนนี้ฉันขอไม่เอา!   บทที่ 4

    พอกลับถึงห้องฉันก็ทรุดตัวลงนั่งที่ขอบเตียงอย่างหมดแรง มองนาฬิกาเรือนทองที่ข้อมือแล้วก็ได้แต่ถอนหายใจยาวเหยียดชีวิตใหม่ในร่างโมเน่คนก่อน ไม่ได้สวยหรูเหมือนในนิยายเลยสักนิด!ประเด็นมันไม่ใช่แค่เรื่องผลประโยชน์ของวงค์ตระกูลแต่คืออนาคตที่ฉันต้องตาย แล้วใครมันอยากจะตายซ้ำซากกันบอกเลยว่าไม่มี! ครั้งเดียวก็เกินพอ ให้ตายเสียสิ ชีวิตก่อนก็ใช้ไม่คุ้มชีวิตนี้ยังไม่ทันได้ใช้ก็เหมือนจะตายในเร็ววัน!โมเน่คนก่อนเกลียดความพ่ายแพ้และไม่ชอบให้ใครเด่นกว่าตัวเอง เธอใช้การหมั้นครั้งนี้เป็นเหมือน มีดสั้นเล่มแรกที่ใช้แทงข้างหลัง อริณ นางเอกของเรื่อง! อริณรักไคมานานกว่าสิบปี ตั้งแต่สมัยเด็ก และไคก็รักและหวงอริณยิ่งกว่าอะไรทั้งหมด แต่โมเน่กลับเข้ามาในฐานะคู่หมั้นด้วยเหตุผลทางธุรกิจเพื่อผูกมัดไคไว้กับตัวเองอย่างไม่ชอบธรรมนี่แหละคือการเตะตัดขา ที่แท้ทรู!สุดท้าย โมเน่คนก่อนก็ลงเอยด้วยการพยายามฆ่าอริณ ซึ่งทำให้อริณไม่ตาย แต่ตัวเองกลับถูกพระเอกฆ่าตายอย่างเลือดเย็น! แล้วฉันที่ทะลุมาอยู่ในร่างนี้ก็ต้องมาแบกรับ กรรม ที่เธอสร้างไว้ทั้งหมด!“ฮือออ! ใครก็ได้ช่วยเอาฉันออกไปจากนิยายบ้า ๆ เรื่องนี้ที!” ฉันได้แต่บ่น

  • คู่หมั้นคนนี้ฉันขอไม่เอา!   บทที่ 3

    ฉันใช้เวลาทั้งวันในการสำรวจบ้านหลังใหญ่ที่เต็มไปด้วยข้าวของเครื่องใช้ที่ฟุ่มเฟือยจนน่าตกใจ โทรศัพท์เครื่องใหม่ที่พี่โรมซื้อมาให้เมื่อวาน ถึงจะบอกไปแล้วก็ตามว่าเพียงแค่ลบข้อมูลหรือรีเซ็ตเครื่องเก่ามันก็คงจะกลับมาใช้งานได้เช่นเคย แต่ก็อย่างที่เห็นฉันได้รับโทรศัพท์เครื่องใหม่ทันที ฉันเปิดใช้งานพร้อมกับเบอร์ใหม่เอี่ยมที่ปลอดจากข้อมูลติดต่อของ โมเน่คนก่อน ที่ไม่ต้องการให้กลับมากวนใจทว่าปัญหาใหญ่ที่สุดของฉันตอนนี้ไม่ใช่เรื่องเสื้อผ้า น้ำหอม หรือเครื่องเพชรราคาแพง แต่มันคือ... ใบทะเบียนสมรสที่กำลังจะมาในไม่ช้าห้องนอนของโมเน่สวยงามหรูหราจนน่าอิจฉา ผ้าม่านกำมะหยี่สีครีมหนาทึบบดบังแสงแดดยามบ่าย แต่ความหรูหราเหล่านั้นกลับทำให้ฉันรู้สึกเหมือนติดอยู่ในกรงทองที่มีของเล่นราคาแพงกองอยู่เต็มไปหมด ทุกอย่างดูดียกเว้นความจริงที่ว่าร่างนี้กำลังจะถูกพระเอกฆ่าตาย!จะถอนหมั้นยังไงให้รอดตายและไม่น่าสงสัยเนี่ย โอ๊ย!ฉันเดินวนไปวนมาในห้องจนพื้นแทบจะสึก พยายามคิดหาทางออกที่ดูสมเหตุสมผลที่สุดเพื่อหลีกเลี่ยง "ไค" ผู้เป็นธงแดงผืนใหญ่ของชีวิตในเนื้อเรื่องต้นฉบับ โมเน่คนเก่าหมั้นกับ ไค โดยอ้างผลประโยชน์ทางธุร

  • คู่หมั้นคนนี้ฉันขอไม่เอา!   บทที่ 2

    ตัวรถเริ่มชะลอความเร็ว บ่งบอกว่าถึงที่หมายแล้วฉันขยี้ตาเล็กน้อยหลังจากที่นอนมาตลอดทาง พร้อมกับมองภาพตรงหน้าบ้านหลังใหญ่ที่ออกแบบมาอย่างดีมันดูสวยงามไม่ใช่น้อยและก็ไม่เคยคิดเลยว่าตัวเองจะได้มีโอกาสมาอยู่ในบ้านหลังใหญ่แบบนี้แต่ขอแบบไม่ตายแล้งสิงร่างคนอื่นสิ เฮ้อเมื่อรถจอดเทียบกับบันไดก็มีคนมาเปิดประตูรถให้ ฉันขอบคุณก่อนจะลงจากรถ บ้านเงียบเหมือนไม่มีใครอยู่จนโรมต้องพูดออกมาว่าพ่อกับแม่จะกลับจากลอนดอนก็อีกสองสัปดาห์ ตอนนี้ที่นี่มีแค่แม่บ้านกับคนขับรถซึ่งทุกคนก็น่าจะทำงานของตัวเองอยู่“อยากจะสำรวจบ้านก่อนไหม ความทรงจำจะได้กลับมา”“ถึงฉันสำรวจไปความทรงจำก็ไม่กลับมาหรอกค่ะ” เพราะว่าฉันไม่ได้ความจำเสื่อมยังไงละคะ“ก็ดี อย่าไปจำ มันมีแต่เรื่องแย่ ๆ ของเธอก็เท่านั้น”“เอ้า”พูดแล้วก็จากไป อันนี้หลอกด่ากันทางอ้อมหรือเปล่า แต่พี่เขาก็พูดไม่ผิดนะวีรกรรมของโมเน่ไม่ใช่เรื่องที่น่าจะจดจำเพราะมันไม่มีเรื่องอะไรดี ๆ เลยมีดีแค่เรื่องเดียวคือเธอบริจาคเสื้อผ้าให้กับเด็กยากไร้ แค่ครั้งเดียวและครั้งสุดท้ายเลยที่เธอทำอะไรดี ๆ แบบนั้น“เฮ้อ”ฉันนอนแผ่กิ่งก้านอยู่บนที่นอนหลังจากที่โรมพาฉันมาส่งที่ห้อง

  • คู่หมั้นคนนี้ฉันขอไม่เอา!   บทที่ 1

    ฉันนอนมองเพดานอยู่อย่างนี้มาได้หลายนาทีแล้วตั้งแต่คนที่ชื่อโรมออกจากห้องไป ฉันก็ได้แต่ครุ่นคิดกับตัวเองว่าถ้าฉันตายแล้วอุ้มละ มันยังมีชีวิตอยู่หรือตาย? แต่ถ้ามันยังมีชีวิตอยู่มันจะรู้สึกผิดหรือเปล่า บอกตรงๆ ว่าเป็นห่วงไม่ใช่น้อยแต่ก็ทำอะไรไม่ได้มากไปกว่านี้ ฉันหวังว่ามันจะรอดแล้วไม่รู้สึกผิดหรอกนะเป็นห่วงคนอื่นแล้วก็ต้องมาเป็นห่วงตัวเอง จะทำยังไงให้มีชีวิตรอดโดยที่ไม่ยุ่งเกี่ยวกับพระเอก จริง ๆ มันก็ทำได้แค่ไม่เข้าไปสุงสิงกับพระเอกต่างคนต่างใช้ชีวิต แต่ประเด็นเลยก็คือโมเน่เนี่ยดันไปทำเรื่องที่น่าปวดหัวเอาไว้เนี่ยสิ โดยที่ไปขอให้ผู้เป็นพ่อช่วยพูดกับครอบครัวของพระเอกให้หน่อยว่าทั้งคู่จะหมั้นกัน พ่อเธอก็ตกลงโอเคเลยไปช่วยพูดให้ โดยยกเรื่องธุรกิจขึ้นมาพูด และผลประโยชน์ที่จะได้รับถ้าครอบครัวของพระเอกยอมที่จะตกลงให้ทั้งคู่หมั้นกันพอมีเรื่องผลประโยชน์เข้ามา ครอบครัวของพระเอกก็ตอบตกลง เป็นใครก็ตอบตกลงเพราะครอบครัวโมเน่รวยจะตายใคร ๆ ก็อยากทำธุรกิจด้วย ถึงครอบครัวพระเอกจะพอๆ กับครอบครัวโมเน่ก็ตามแต่เรื่องผลประโยชน์ถ้าส่งผลดีต่อธุรกิจใคร ๆ ก็ต้องการ สรุปเลยก็คือหมั้นทางธุรกิจถ้าไปขอยกเลิกงา

  • คู่หมั้นคนนี้ฉันขอไม่เอา!   Into

    ติ๊งงงงงงง เสียงสัญญาณจากลำโพงดังขึ้น เพื่อเป็นการบอกเวลาให้ทุกคนทราบ ว่าใกล้จะหมดเวลาในการทำข้อสอบและควรวางปากกาไว้บนโต๊ะ นักศึกษาแต่ละคนเริ่มทยอยลุกขึ้น พากันไปต่อแถวเพื่อส่งกระดาษข้อสอบให้กับผู้คุมสอบ หน้าตาของแต่ละคนห่อเหี่ยวไม่ใช่น้อย นั่นก็รวมถึงฉันด้วย ข้อสอบมันยากหรือเพราะฉันโง่กันแน่ แต่อ่านหนังสือเกือบจะทุกวันและทุกคืน อ่านทุกหน้าที่อ่านจารย์บอกว่ามีออกสอบ ใช่มันมีแต่มันก็น้อยแถมยังออกยากกว่าที่เรียนอยู่บ้าง ถ้าหนูไม่ได้เอ ก็ขอให้ได้บีบวกเถอะค่ะ “เป็นไงมึง” อุ้มเดินมาจับไหล่ฉันด้วยใบหน้าที่ยิ้มแย้ม สดใสแบบนี้แปลว่ามันทำข้อสอบได้ชัวร์หรือบางทีมันอาจจะไม่ได้ตอบอะไรเลยลงไปในกระดาษแล้วรอแก้อีกที“ใกล้ตายละ ข้อสอบออกเหมือนไม่อยากให้กูได้เอ”“อย่างน้อยก็ดีกว่าเอฟนะมึง”“เออ ก็จริง”พูดคุยกันอยู่อย่างนั้นก่อนจะตัดสินใจพากันลงมาจากตึกเพื่อไปกินข้าวที่โรงอาหาร เดินกันอยู่สองคนต่างจากคนอื่นๆ ที่จะพากันเดินมาเป็นกลุ่มใหญ่ พวกฉันสองคนลองพยายามที่จะหาเพื่อนเพิ่มแล้วแต่ก็ได้แค่พยายาม ตอนแรกคิดว่าสังคมไม่เอาแต่เปล่าเลยพวกฉันดันไม่เอาสังคมเสียเอง อาจจะเพราะไลฟ์สไตล์ด้วยละมั้ง เม

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status