Share

บทที่ 5

Author: cutie jub
last update publish date: 2026-08-19 10:04:31

ความอดทนของฉันขาดสะบั้นทันที! อุส่าตั้งใจว่าจะต้องทำตัวดีๆ และแกล้งเป็นนางเอกสายแบ๊ว แต่มาเจอคำเหน็บแนมจากไอ้คนปากสุนัขแบบนี้... ใครจะไปทน!

ฉันยิ้มกลับไปให้เขาด้วยรอยยิ้มที่สวย (และร้ายกาจที่สุด) เท่าที่ฉันจะทำได้ แล้วโน้มตัวไปข้างหน้าเล็กน้อยเพื่อให้ประโยคของฉันได้ยินเพียงแค่เราสองคน

“คุณไคคะ... ถ้าคุณไม่รู้จักคำว่า มารยาท ก็กรุณาเปิดพจนานุกรมอ่านบ้างนะคะ” ฉันเงียบไปช่วงหนึ่งเพื่อเว้นจังหวะให้เขานิ่งอึ้งไปก่อนจะพูดต่อ “การที่คุณมีปมด้อยเรื่องความสามารถในการเข้าสังคม หรือถูกอบรมมาไม่ดีพอ จนต้องใช้คำพูดต่ำๆ มาเหน็บแนมผู้หญิงที่กำลังจะมาเป็นคู่หมั้นเนี่ย มันไม่ได้ทำให้คุณดูน่าสนใจขึ้นหรอกนะคะ มันยิ่งทำให้คุณดูเหมือน ไก่ที่ขันเสียงดังแต่ไร้สมอง เท่านั้นเองค่ะ”

ไคนิ่งอึ้งไปทันที ดวงตาของเขาเบิกกว้างด้วยความไม่พอใจอย่างที่ไม่เคยมีใครกล้าพูดกับเขาแบบนี้มาก่อน

“เธอ!” เขาเรียกชื่อฉันด้วยน้ำเสียงต่ำ

“ทำไมคะ พี่ไก่” ฉันเน้นคำเรียกใหม่ที่เอาไว้ล้อชื่อเขาอย่างจงใจ “หรือว่าโมเน่คนนี้พูดไม่จริงคะ” ฉันยิ้มออกมาอย่างพึงพอใจ หึ ให้มันรู้ซะบ้างว่าใครเป็นใคร

“นี่!”

“ถ้าไม่พอใจงั้นเรามาถอนหมั้นกันเลยก็ได้นะคะ”

“…” ไคนิ่งเงียบประหนึ่งว่าเป็นหุ่นขี่ผึ้ง เขาคงจะคาดไม่ถึงว่าฉันจะกล้าพูดคำนั้นออกไป แต่ไม่ใช่แค่นั้นนอกจากเขาแล้วทั้งพี่ฉันและคนอื่นๆ ที่นั่งร่วมโต๊ะก็นิ่งพอกัน แต่ใครสนล่ะ

ฉันยิ้มหวานก่อนจะหันไปหาโรมที่มองเหตุการณ์นี้อย่างตกตะลึง เฮ้อ ดูเหมือนโมเน่จะเน้นใช้อารมณ์มากกว่าสมองสินะขนาดพี่ชายยังอึ้งได้ขนาดนี้ หึหึ ทำไงได้ละเรามันมีสมองเสียด้วยสิ

“พี่โรมคะ โมเน่ขอไปเข้าห้องน้ำก่อนนะคะ รู้สึกว่าอากาศตรงนี้... มันเหม็นสาบไก่ ยังไงก็ไม่รู้ค่ะ”

ฉันลุกขึ้นยืนแล้วเดินออกไปทันที ทิ้งให้พระเอกผู้เย่อหยิ่งนั่งนิ่งอึ้งอยู่ตรงนั้น...

ชิ่งก่อนดีกว่า ก่อนที่พี่โรมจะตั้งสติได้แล้วหันมาว่าฉันเอาได้

ทันทีที่ร่างระหงของโมเน่หายไปจากสายตา ความเงียบก็เข้าปกคลุมกลุ่มนักธุรกิจที่เพิ่งได้ฟังการโต้ตอบที่เผ็ดร้อนที่สุดในรอบปี

ไค นั่งนิ่งราวกับถูกสาป ดวงตาคมกริบของเขาจ้องเขม็งไปยังประตูที่เธอเดินออกไป มือหนาของเขากำแน่นจนเส้นเลือดปูดโปน ความโกรธที่เพิ่งถูกจุดระเบิดในตัวเขามันรุนแรงเกินกว่าที่ใครจะคาดเดาได้

“ไค...” คุณวรโชติ ผู้เป็นบิดาของไคเรียกชื่อลูกชายเบาๆ ด้วยความตกใจในพฤติกรรมของลูกสะใภ้ในอนาคตที่เปลี่ยนไป

“ไอ้ไก่ที่ขันเสียงดังแต่ไร้สมองอย่างนั้นเหรอ?” ไคพึมพำกับตัวเอง เสียงของเขาเย็นยะเยือกจนน่ากลัว ปกติแล้วโมเน่จะแสดงความรักใคร่เกินเบอร์จนน่ารำคาญ แต่ไม่เคยมีครั้งไหนเลยที่เธอจะกล้าฉีกหน้าและดูถูกเขาแบบนี้!

“ยัยนั่น...” ไคผุดลุกขึ้นยืนอย่างรวดเร็วราวกับสปริง แล้วทำท่าจะเดินตามโมเน่ออกไป

“นั่งลง!” คุณวรโชติตวาดเสียงต่ำอย่างเคร่งเครียด เพราะการประชุมสำคัญกำลังจะเริ่มขึ้น

โรมผู้ซึ่งนั่งอึ้งอยู่ข้างๆ ได้สติกลับมาพอดี เขามองไคด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความสงสัยระคนกังวล น้องสาวของเขาเป็นเอามากจริงๆ! ไม่ใช่แค่ความจำเสื่อม แต่ยังปากกล้าขึ้นเป็นสิบเท่า!

“คุณไคครับ... ผมต้องขออภัยแทนโมเน่ด้วยนะครับ” โรมเอ่ยขึ้นอย่างสุภาพ พยายามรักษาสถานการณ์ที่ตึงเครียด “ช่วงนี้เธอมีอาการทางสมองที่กระทบกระเทือนจากการประสบอุบัติเหตุ... คงจะพูดจาไม่รู้เรื่องไปบ้าง”

ไคหันมามองโรมด้วยสายตาที่ลุกเป็นไฟ “อาการทางสมองกระทบกระเทือนงั้นเหรอ? หรือว่าสมองส่วนความประพฤติที่ดีของเธอพังไปหมดแล้ว?” เขากัดฟันกรอด “เธอไม่เคยกล้าพูดจาแบบนี้กับผม!”

“แต่เธอพูดไปแล้วครับ” โรมตอบด้วยรอยยิ้มเจื่อนๆ แต่ในใจก็แอบคิด... นี่แหละโมเน่ที่น่าสนใจที่สุดเท่าที่เคยเจอมา! น้องสาวของพี่ในที่สุดเธอก็มีสมอง

โรมที่เคยเอือมระอากับพฤติกรรมน้องสาวกำลังประทับใจอย่างสุดซึ้ง

ไคถอนหายใจอย่างแรง เขาจำต้องกลับไปนั่งลงตามคำสั่งของบิดา แต่สายตาของเขาก็ยังคงมุ่งไปยังประตู โมเน่... เธอคิดว่าการเล่นละครแบบนี้จะหลอกฉันได้งั้นเหรอ? เธอกล้ามากที่มาดูถูกฉันต่อหน้าคนอื่น! ไคยกแก้ววิสกี้ขึ้นจิบอย่างหงุดหงิด

ฉันจะรอดูว่าเธอจะปากดีได้อีกนานแค่ไหน

To be continued

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • คู่หมั้นคนนี้ฉันขอไม่เอา!   บทที่ 5

    ความอดทนของฉันขาดสะบั้นทันที! อุส่าตั้งใจว่าจะต้องทำตัวดีๆ และแกล้งเป็นนางเอกสายแบ๊ว แต่มาเจอคำเหน็บแนมจากไอ้คนปากสุนัขแบบนี้... ใครจะไปทน!ฉันยิ้มกลับไปให้เขาด้วยรอยยิ้มที่สวย (และร้ายกาจที่สุด) เท่าที่ฉันจะทำได้ แล้วโน้มตัวไปข้างหน้าเล็กน้อยเพื่อให้ประโยคของฉันได้ยินเพียงแค่เราสองคน“คุณไคคะ... ถ้าคุณไม่รู้จักคำว่า มารยาท ก็กรุณาเปิดพจนานุกรมอ่านบ้างนะคะ” ฉันเงียบไปช่วงหนึ่งเพื่อเว้นจังหวะให้เขานิ่งอึ้งไปก่อนจะพูดต่อ “การที่คุณมีปมด้อยเรื่องความสามารถในการเข้าสังคม หรือถูกอบรมมาไม่ดีพอ จนต้องใช้คำพูดต่ำๆ มาเหน็บแนมผู้หญิงที่กำลังจะมาเป็นคู่หมั้นเนี่ย มันไม่ได้ทำให้คุณดูน่าสนใจขึ้นหรอกนะคะ มันยิ่งทำให้คุณดูเหมือน ไก่ที่ขันเสียงดังแต่ไร้สมอง เท่านั้นเองค่ะ”ไคนิ่งอึ้งไปทันที ดวงตาของเขาเบิกกว้างด้วยความไม่พอใจอย่างที่ไม่เคยมีใครกล้าพูดกับเขาแบบนี้มาก่อน“เธอ!” เขาเรียกชื่อฉันด้วยน้ำเสียงต่ำ“ทำไมคะ พี่ไก่” ฉันเน้นคำเรียกใหม่ที่เอาไว้ล้อชื่อเขาอย่างจงใจ “หรือว่าโมเน่คนนี้พูดไม่จริงคะ” ฉันยิ้มออกมาอย่างพึงพอใจ หึ ให้มันรู้ซะบ้างว่าใครเป็นใคร“นี่!”“ถ้าไม่พอใจงั้นเรามาถอนหมั้นกัน

  • คู่หมั้นคนนี้ฉันขอไม่เอา!   บทที่ 4

    พอกลับถึงห้องฉันก็ทรุดตัวลงนั่งที่ขอบเตียงอย่างหมดแรง มองนาฬิกาเรือนทองที่ข้อมือแล้วก็ได้แต่ถอนหายใจยาวเหยียดชีวิตใหม่ในร่างโมเน่คนก่อน ไม่ได้สวยหรูเหมือนในนิยายเลยสักนิด!ประเด็นมันไม่ใช่แค่เรื่องผลประโยชน์ของวงค์ตระกูลแต่คืออนาคตที่ฉันต้องตาย แล้วใครมันอยากจะตายซ้ำซากกันบอกเลยว่าไม่มี! ครั้งเดียวก็เกินพอ ให้ตายเสียสิ ชีวิตก่อนก็ใช้ไม่คุ้มชีวิตนี้ยังไม่ทันได้ใช้ก็เหมือนจะตายในเร็ววัน!โมเน่คนก่อนเกลียดความพ่ายแพ้และไม่ชอบให้ใครเด่นกว่าตัวเอง เธอใช้การหมั้นครั้งนี้เป็นเหมือน มีดสั้นเล่มแรกที่ใช้แทงข้างหลัง อริณ นางเอกของเรื่อง! อริณรักไคมานานกว่าสิบปี ตั้งแต่สมัยเด็ก และไคก็รักและหวงอริณยิ่งกว่าอะไรทั้งหมด แต่โมเน่กลับเข้ามาในฐานะคู่หมั้นด้วยเหตุผลทางธุรกิจเพื่อผูกมัดไคไว้กับตัวเองอย่างไม่ชอบธรรมนี่แหละคือการเตะตัดขา ที่แท้ทรู!สุดท้าย โมเน่คนก่อนก็ลงเอยด้วยการพยายามฆ่าอริณ ซึ่งทำให้อริณไม่ตาย แต่ตัวเองกลับถูกพระเอกฆ่าตายอย่างเลือดเย็น! แล้วฉันที่ทะลุมาอยู่ในร่างนี้ก็ต้องมาแบกรับ กรรม ที่เธอสร้างไว้ทั้งหมด!“ฮือออ! ใครก็ได้ช่วยเอาฉันออกไปจากนิยายบ้า ๆ เรื่องนี้ที!” ฉันได้แต่บ่น

  • คู่หมั้นคนนี้ฉันขอไม่เอา!   บทที่ 3

    ฉันใช้เวลาทั้งวันในการสำรวจบ้านหลังใหญ่ที่เต็มไปด้วยข้าวของเครื่องใช้ที่ฟุ่มเฟือยจนน่าตกใจ โทรศัพท์เครื่องใหม่ที่พี่โรมซื้อมาให้เมื่อวาน ถึงจะบอกไปแล้วก็ตามว่าเพียงแค่ลบข้อมูลหรือรีเซ็ตเครื่องเก่ามันก็คงจะกลับมาใช้งานได้เช่นเคย แต่ก็อย่างที่เห็นฉันได้รับโทรศัพท์เครื่องใหม่ทันที ฉันเปิดใช้งานพร้อมกับเบอร์ใหม่เอี่ยมที่ปลอดจากข้อมูลติดต่อของ โมเน่คนก่อน ที่ไม่ต้องการให้กลับมากวนใจทว่าปัญหาใหญ่ที่สุดของฉันตอนนี้ไม่ใช่เรื่องเสื้อผ้า น้ำหอม หรือเครื่องเพชรราคาแพง แต่มันคือ... ใบทะเบียนสมรสที่กำลังจะมาในไม่ช้าห้องนอนของโมเน่สวยงามหรูหราจนน่าอิจฉา ผ้าม่านกำมะหยี่สีครีมหนาทึบบดบังแสงแดดยามบ่าย แต่ความหรูหราเหล่านั้นกลับทำให้ฉันรู้สึกเหมือนติดอยู่ในกรงทองที่มีของเล่นราคาแพงกองอยู่เต็มไปหมด ทุกอย่างดูดียกเว้นความจริงที่ว่าร่างนี้กำลังจะถูกพระเอกฆ่าตาย!จะถอนหมั้นยังไงให้รอดตายและไม่น่าสงสัยเนี่ย โอ๊ย!ฉันเดินวนไปวนมาในห้องจนพื้นแทบจะสึก พยายามคิดหาทางออกที่ดูสมเหตุสมผลที่สุดเพื่อหลีกเลี่ยง "ไค" ผู้เป็นธงแดงผืนใหญ่ของชีวิตในเนื้อเรื่องต้นฉบับ โมเน่คนเก่าหมั้นกับ ไค โดยอ้างผลประโยชน์ทางธุร

  • คู่หมั้นคนนี้ฉันขอไม่เอา!   บทที่ 2

    ตัวรถเริ่มชะลอความเร็ว บ่งบอกว่าถึงที่หมายแล้วฉันขยี้ตาเล็กน้อยหลังจากที่นอนมาตลอดทาง พร้อมกับมองภาพตรงหน้าบ้านหลังใหญ่ที่ออกแบบมาอย่างดีมันดูสวยงามไม่ใช่น้อยและก็ไม่เคยคิดเลยว่าตัวเองจะได้มีโอกาสมาอยู่ในบ้านหลังใหญ่แบบนี้แต่ขอแบบไม่ตายแล้งสิงร่างคนอื่นสิ เฮ้อเมื่อรถจอดเทียบกับบันไดก็มีคนมาเปิดประตูรถให้ ฉันขอบคุณก่อนจะลงจากรถ บ้านเงียบเหมือนไม่มีใครอยู่จนโรมต้องพูดออกมาว่าพ่อกับแม่จะกลับจากลอนดอนก็อีกสองสัปดาห์ ตอนนี้ที่นี่มีแค่แม่บ้านกับคนขับรถซึ่งทุกคนก็น่าจะทำงานของตัวเองอยู่“อยากจะสำรวจบ้านก่อนไหม ความทรงจำจะได้กลับมา”“ถึงฉันสำรวจไปความทรงจำก็ไม่กลับมาหรอกค่ะ” เพราะว่าฉันไม่ได้ความจำเสื่อมยังไงละคะ“ก็ดี อย่าไปจำ มันมีแต่เรื่องแย่ ๆ ของเธอก็เท่านั้น”“เอ้า”พูดแล้วก็จากไป อันนี้หลอกด่ากันทางอ้อมหรือเปล่า แต่พี่เขาก็พูดไม่ผิดนะวีรกรรมของโมเน่ไม่ใช่เรื่องที่น่าจะจดจำเพราะมันไม่มีเรื่องอะไรดี ๆ เลยมีดีแค่เรื่องเดียวคือเธอบริจาคเสื้อผ้าให้กับเด็กยากไร้ แค่ครั้งเดียวและครั้งสุดท้ายเลยที่เธอทำอะไรดี ๆ แบบนั้น“เฮ้อ”ฉันนอนแผ่กิ่งก้านอยู่บนที่นอนหลังจากที่โรมพาฉันมาส่งที่ห้อง

  • คู่หมั้นคนนี้ฉันขอไม่เอา!   บทที่ 1

    ฉันนอนมองเพดานอยู่อย่างนี้มาได้หลายนาทีแล้วตั้งแต่คนที่ชื่อโรมออกจากห้องไป ฉันก็ได้แต่ครุ่นคิดกับตัวเองว่าถ้าฉันตายแล้วอุ้มละ มันยังมีชีวิตอยู่หรือตาย? แต่ถ้ามันยังมีชีวิตอยู่มันจะรู้สึกผิดหรือเปล่า บอกตรงๆ ว่าเป็นห่วงไม่ใช่น้อยแต่ก็ทำอะไรไม่ได้มากไปกว่านี้ ฉันหวังว่ามันจะรอดแล้วไม่รู้สึกผิดหรอกนะเป็นห่วงคนอื่นแล้วก็ต้องมาเป็นห่วงตัวเอง จะทำยังไงให้มีชีวิตรอดโดยที่ไม่ยุ่งเกี่ยวกับพระเอก จริง ๆ มันก็ทำได้แค่ไม่เข้าไปสุงสิงกับพระเอกต่างคนต่างใช้ชีวิต แต่ประเด็นเลยก็คือโมเน่เนี่ยดันไปทำเรื่องที่น่าปวดหัวเอาไว้เนี่ยสิ โดยที่ไปขอให้ผู้เป็นพ่อช่วยพูดกับครอบครัวของพระเอกให้หน่อยว่าทั้งคู่จะหมั้นกัน พ่อเธอก็ตกลงโอเคเลยไปช่วยพูดให้ โดยยกเรื่องธุรกิจขึ้นมาพูด และผลประโยชน์ที่จะได้รับถ้าครอบครัวของพระเอกยอมที่จะตกลงให้ทั้งคู่หมั้นกันพอมีเรื่องผลประโยชน์เข้ามา ครอบครัวของพระเอกก็ตอบตกลง เป็นใครก็ตอบตกลงเพราะครอบครัวโมเน่รวยจะตายใคร ๆ ก็อยากทำธุรกิจด้วย ถึงครอบครัวพระเอกจะพอๆ กับครอบครัวโมเน่ก็ตามแต่เรื่องผลประโยชน์ถ้าส่งผลดีต่อธุรกิจใคร ๆ ก็ต้องการ สรุปเลยก็คือหมั้นทางธุรกิจถ้าไปขอยกเลิกงา

  • คู่หมั้นคนนี้ฉันขอไม่เอา!   Into

    ติ๊งงงงงงง เสียงสัญญาณจากลำโพงดังขึ้น เพื่อเป็นการบอกเวลาให้ทุกคนทราบ ว่าใกล้จะหมดเวลาในการทำข้อสอบและควรวางปากกาไว้บนโต๊ะ นักศึกษาแต่ละคนเริ่มทยอยลุกขึ้น พากันไปต่อแถวเพื่อส่งกระดาษข้อสอบให้กับผู้คุมสอบ หน้าตาของแต่ละคนห่อเหี่ยวไม่ใช่น้อย นั่นก็รวมถึงฉันด้วย ข้อสอบมันยากหรือเพราะฉันโง่กันแน่ แต่อ่านหนังสือเกือบจะทุกวันและทุกคืน อ่านทุกหน้าที่อ่านจารย์บอกว่ามีออกสอบ ใช่มันมีแต่มันก็น้อยแถมยังออกยากกว่าที่เรียนอยู่บ้าง ถ้าหนูไม่ได้เอ ก็ขอให้ได้บีบวกเถอะค่ะ “เป็นไงมึง” อุ้มเดินมาจับไหล่ฉันด้วยใบหน้าที่ยิ้มแย้ม สดใสแบบนี้แปลว่ามันทำข้อสอบได้ชัวร์หรือบางทีมันอาจจะไม่ได้ตอบอะไรเลยลงไปในกระดาษแล้วรอแก้อีกที“ใกล้ตายละ ข้อสอบออกเหมือนไม่อยากให้กูได้เอ”“อย่างน้อยก็ดีกว่าเอฟนะมึง”“เออ ก็จริง”พูดคุยกันอยู่อย่างนั้นก่อนจะตัดสินใจพากันลงมาจากตึกเพื่อไปกินข้าวที่โรงอาหาร เดินกันอยู่สองคนต่างจากคนอื่นๆ ที่จะพากันเดินมาเป็นกลุ่มใหญ่ พวกฉันสองคนลองพยายามที่จะหาเพื่อนเพิ่มแล้วแต่ก็ได้แค่พยายาม ตอนแรกคิดว่าสังคมไม่เอาแต่เปล่าเลยพวกฉันดันไม่เอาสังคมเสียเอง อาจจะเพราะไลฟ์สไตล์ด้วยละมั้ง เม

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status