Beranda / รักโบราณ / คู่หมั้นอย่าหมายหวนคืน / บทที่ 5 เกลียดกันเท่าไร ก็ยิ่งหนีไปไม่ได้

Share

บทที่ 5 เกลียดกันเท่าไร ก็ยิ่งหนีไปไม่ได้

Penulis: moonlight -mini
last update Terakhir Diperbarui: 2025-06-15 03:49:08

บทที่ 5 เกลียดกันเท่าไร ก็ยิ่งหนีไปไม่ได้

"ช่วงนี้นายท่านช่างอ่อนโยนกับซูปี้เหลือเกิน" เสียงสาวใช้ดังแว่วเข้าหูลี่ถังแต่หญิงสาวก็มิได้เอ่ยอะไร

"พวกเราต้องทำดี ๆ กับนางเอาไว้นะ นายท่านรักใคร่เอ็นดูนางเช่นนี้ อีกไม่นานต้องแต่งนางแล้วยกให้เป็นฮูหยินแน่ ๆ วาสนานี่นะแข่งกันไม่ได้จริง ๆ" มิใช่ว่าไม่เห็นลี่ถังอยู่ตรงนั้น แต่สาวใช้ทั้งสองเลือกจะคุยและเหลือบมองมาที่นางอย่างตั้งใจ

เดิมทีตอนซูปี้ท้องโตขึ้นมา พวกนางก็ไม่รู้ว่าผู้ใดคือบิดาของเด็กในท้องเพราะซูปี้ไม่มีคนรัก อีกทั้งนายท่านและพ่อบ้านก็มิได้ตำหนิใด ๆ ที่ซูปี้ทำเรื่องน่าอับอายภายในจวน แต่ทุกสิ่งไขกระจ่างหลังจากที่นายท่านฟื้นจากโรดระบาด แท้จริงแล้วเด็กในท้องของซูปี้เป็นสายเลือดคนสกุลมู่นั่นเอง

ทั้งสองสาวได้รับหน้าที่ยกอาหารมาที่เรือนรับรองนี้ หากไม่ได้ตั้งใจจะพูดให้แขกอย่างนางฟัง จะพูดให้ใครได้ยินได้อีก

ลี่ถังเม้มปากแน่น พลางก้มหน้ากินอาหารตรงหน้า หัวใจของนางราวกับถูกบีบจนแตกสลาย นางไม่เข้าใจว่ามู่เฉินโกรธเกลียดนางเพราะเหตุใด ถึงต้องขังนางเอาไว้ให้เจอกับเรื่องเช่นนี้

ตอนแรกนางคิดว่าอีกฝ่ายขังนางเอาไว้เพราะกลัวว่านางจะกลับไปพูดเรื่องถอนหมั้น กลัวจะทำให้แผนของอีกฝ่ายแตก นางได้ข่าวพ่อบ้านคุยกับคนในเรือนว่านายท่านยังไม่พร้อมจะบอกเรื่องซูปี้ออกไป เพราะจะรอพาหลานไปให้พวกปู่ ๆ ย่า ๆ อุ้มทันที พอเป็นอย่างนั้นการรับซูปี้เข้าตระกูลก็จะง่ายขึ้น

แต่ปัญหากลับเกิดเพราะนางมาที่นี่ ลี่ถังกินข้าวเคล้าน้ำตา นางไม่น่ามาเลยจริง ๆ น่าจะเชื่อคำเตือนของบิดาไม่ให้เดินทางมา แต่ท่านก็ไม่ได้ห้ามนางจริงจังนัก

และทั้ง ๆ ที่นางพยายามบอกกับตัวเองหลายต่อหลายครั้งว่าจะไม่รักคนเลวมากรักนั่นอีก แต่เมื่อเห็นอีกฝ่ายทำดีกับสตรีผู้นั้น น้ำตาก็ไหลออกมาไม่ยอมหยุด

“ข้าต้องการออกไปซื้อของ” นางบอกกับคนงานที่เฝ้าหน้าจวน แต่ทั้งคู่กลับฟังนิ่ง สักพักเจ้าตัวก็หันมามองที่นางก่อนจะถอนหายใจ

“แม่นาง หากต้องการสิ่งใด บอกพวกเราเถิด ข้าจะไปซื้อมาให้เอง” แม้คำพูดจะดูดีแต่ท่าทางกลับดูรำคาญราวกับคิดว่านางเรื่องมาก ลี่ถังคิด นางก็ไม่อยากเรื่องมากเช่นกันถ้าอีกฝ่ายไม่ขังนางไว้เช่นนี้ นางก็คงไม่มาพยายามทำอะไรแบบนี้

“ข้าอยากเลือกด้วยตัวเอง” ลี่ถังยืนกรานเจตนาที่จะออกไป แต่คนงานกลับยังยืนยันคำเดิม

“จะเลือกอะไรกัน ของก็มีอยู่ไม่กี่แบบเท่านั้นแหละ บอกข้ามาข้าจะไปซื้อให้”

“เช่นนั้นก็ไม่เป็นไร” ที่จริงนางทำเช่นนี้เพราะต้องการจะตรวจสอบบางอย่าง และนางก็มั่นใจว่ายามนี้นางถูกขังอยู่ที่นี่จริง ๆ แต่นางจะไม่ยอมเป็นตัวตลกให้คนงานและสาวใช้ของจวนนี้หัวเราะหรอก

คืนวันเดียวกันนั้น ลี่ถังฉวยโอกาสเมื่อคนงานเผลอ ยามที่ออกไปตักน้ำที่หลังจวนนางเคยเห็นว่ามีคนตากผ้าเอาไว้ หญิงสาวคว้าเสื้อผ้าของสาวใช้มาเปลี่ยน ก่อนจะใช้ผ้าบาง ๆ คลุมศรีษะเอาไว้

ลี่ถังเดินออกมาจากด้านหลังของเรือนรับรอง นางพยายามเดินออกไปอย่างมั่นใจ พยายามทำตัวกลมกลืนกับสาวใช้ที่เดินผ่านไปมาทั่วทั้งเรือนแต่ก็ไม่รอด

“เจ้าเป็นใคร นายท่านไม่ให้ใครเข้าออกที่นี่” คำที่ได้ยินทำให้หัวใจกระตุกตกวูบไปที่ตาตุ่ม

ลี่ถังยื่นนิ่ง นางลืมนึกไปว่า ที่เรือนแห่งนี้มีเพียงนางเท่านั้นที่อาศัยอยู่ สาวใช้ที่เข้าออกเรือนรับรองก็มีแค่ไม่กี่คน พวกคนงานย่อมจำได้ว่านางไม่ใช่หนึ่งในนั้น

“ข้าถามว่าเจ้าเป็นใคร” เมื่อถามครั้งแรกไม่ได้คำตอบ คนงานก็ตวาดเสียงดังขึ้น ลี่ถังไม่สนใจ หวังจะเดินต่อไป อีกนิดก็ถึงประตูใหญ่ของจวน เมื่อถึงตรงนั้นนางหมายจะวิ่งหนีเสียให้รู้แล้วรู้รอด แต่ข้อมือของนางก็ถูกคว้าเอาไว้

“ปล่อยข้า” หญิงสาวดิ้นรนสุดกำลัง แต่ก็ไม่อาจหลุดพ้นจากแรงบีบที่รัดแน่นขึ้นทุกทีได้

“เจ้าจะไปไหน” เป็นมู่เฉินที่เข้ามาคว้านางเอาไว้ ชายหนุ่มดึงหญิงสาวกลับไปที่เรือนรับรอง

นางคิดว่าหากตัดใจจากเขาได้ ทุกอย่างก็คงจบลงแล้วจริง ๆ แต่ทำไม

ทำไมเขาถึงยังคงยืนอยู่ตรงหน้า

ทำไมเขาถึงยังจับนางขังไว้ในสถานที่แห่งนี้

และทำไม… หัวใจของนางถึงยังเจ็บปวดเมื่อสบตากับเขา

“เจ้าคิดจะเกลียดข้าไปจนตายเลยหรือไม่” เขาถามเสียงเย็นชา สายตาไหววูบเล็กน้อยขณะมองนางที่ยืนตัวสั่น ดวงตาแดงก่ำไม่รู้ว่าเพราะโกรธหรืออดกลั้นอะไรอยู่

“ใช่” นางตอบโดยไม่ลังเล “และข้าหวังว่าท่านจะทำแบบเดียวกัน”

เขาหัวเราะออกมาเบา ๆ ทว่าในดวงตามิได้มีรอยยิ้ม “ข้าเกลียดเจ้าได้แน่นอน แต่ข้าจะไม่มีวันปล่อยเจ้าไป”

“ท่านจะกักขังข้าทำไม” นางตะโกนออกมาอย่างอดไม่ไหว “ท่านมีทุกอย่างแล้ว ภรรยา ลูก ฐานะ ท่านจะต้องการอะไรจากข้าอีก“

“เจ้า”

เขาตอบเพียงคำเดียว

นางชะงัก ดวงตาสั่นไหว ก่อนจะหัวเราะเยาะตนเอง “ท่านต้องการข้า ในฐานะอะไร ในฐานะอดีตคู่หมั้นที่ท่านทอดทิ้ง หรือในฐานะเชลยที่ต้องอยู่ให้ท่านเห็นทุกวันเพื่อให้ท่านพอใจ”

เขาขยับเข้ามาใกล้ ก่อนจะคว้าข้อมือนางแน่น

“หากเจ้าหนีไปจากข้าแล้วจะไปที่ไหน เจ้าจะทำอะไรได้ เจ้าคิดว่าคนในเมืองหลวงจะต้อนรับเจ้าหรือ อย่าลืมว่าเจ้าคือคู่หมั้นของข้า หากข้าถอนหมั้นเจ้าจะมีบุรุษใดแต่งเจ้าอีกหรือ”

นางสะบัดมือออกสุดแรงด้วยความโกรธ “อย่ามาดูถูกข้า!”

“ข้าไม่ได้ดูถูกเจ้า” เขาพูดด้วยน้ำเสียงแผ่วเบาลง

ดวงตาของเขาดูว่างเปล่า ทว่ากลับเต็มไปด้วยความดื้อรั้นที่นางรู้ดีว่าต่อให้ตะโกนใส่หน้าเขาอีกกี่ครั้ง ก็ไม่มีวันเปลี่ยนแปลงอะไรได้

นางกัดฟันแน่น ไม่เข้าใจเลยว่าเหตุใดเขาต้องรั้งนางไว้เช่นนี้ เหตุใดยิ่งเกลียดกันเท่าไร พวกเขาถึงยิ่งหนีจากกันไปไม่ได้…

มู่เฉินยืนมองแววตาของสตรีตรงหน้า มันเต็มไปด้วยความเกลียดชัง หญิงสาวที่เคยอ่อนโยน อดทน เฝ้ารอเขามาตลอดสามปี กลับยืนอยู่ต่อหน้าเขาด้วยแววตาเย็นชาไร้เยื่อใย นางพูดราวกับว่าเขาไม่มีค่าอะไรเลยแม้แต่น้อย

กำปั้นของเขากำแน่น ดวงตาเต็มไปด้วยเพลิงโทสะ

นางเป็นเพียงบุตรสาวของคนขายหมูคนหนึ่งแท้ ๆ แต่กลับกล้าตัดรอนเขาเช่นนี้ ทั้งๆ ที่เป็นนางเองที่หักหลังเขาก่อน

ตั้งแต่เกิดมา ยังไม่เคยมีใครกล้าหันหลังให้เขาแบบนี้มาก่อน

ลึก ๆ ในใจเขาก็ยังอยากจะแต่งนางเป็นฮูหยินเอก

มู่เฉินหรี่ตาลง

ไม่

นางเป็นของเขา นางเป็นคู่หมั้นของเขา!

ต่อให้นางจะเกลียดเขาแค่ไหน ต่อให้พูดว่าไม่ต้องการพบกันอีก ต่อให้ใจนางไม่มีเขาแล้ว แต่สิ่งเหล่านั้นไม่มีความหมายอะไรทั้งสิ้น

นางไม่มีสิทธิ์ตัดรอนเขา มีเพียงเขาเท่านั้นที่จะเป็นคนตัดสินว่านางสมควรอยู่หรือไป!

เขาไม่แม้แต่จะเหลือบตามองนาง ทำเพียงแค่ลากนางกลับมาก่อนจะเดินจากไปอย่างไม่ไยดี

นับจากวันนั้น การกักขังที่เคยเป็นเพียงการรั้งตัวเอาไว้ กลายเป็นการจองจำโดยสมบูรณ์ ทุกค่ำคืนประตูหน้าเรือนรับรองจะถูกปิดด้วยกุญแจอย่างแน่นหนาราวกับหญิงสาวเป็นนักโทษที่ต้องขังเอาไว้

ลี่ถังมองแสงจันทร์ลอดผ่านช่องหน้าต่างแคบ ๆ ในห้องนางที่ถูกตอกไม้ปิดเอาไว้ไม่ให้นางหนี ทุกสิ่งอย่างยิ่งตอกย้ำกับนาง ว่านางจะไม่มีทางก้าวเท้าออกจากเรือนรับรองนี้ไปได้ หากเจ้าของจวนไม่คิดจะปล่อย

"ขังข้าเช่นนี้ราวกับนางเป็นนักโทษ..." หญิงสาวพึมพำกับตัวเอง เสียงแผ่วเบาจนแทบกลืนไปกับความเงียบในเรือนรับรอง

เพราะเหตุใดกัน นางมิได้อ้อนวอนร้องขอให้เขาเลือกระหว่างนางกับแม่ของลูกเขาด้วยซ้ำ ศักดิ์ศรีและหน้าตาของเขามันมากมายจนต้องกักขังนางไว้เช่นนี้เลยหรือ

เช้าวันถัดมาหญิงสาวยังคงพยายามที่จะออกไป เมื่อคืนนางนั่งตากลมอยู่ค่อนคืนจนได้ไข้ แม้จะไม่มากแต่ก็ทำให้ใบหน้าดูซีดเซียวกว่าปกติ

“นางไปไหนเสียล่ะ หากนางหายไปพวกเราจะโดนลงโทษนะ” เสียงของสาวใช้ที่เอาอาหารเข้ามาให้ทุกวันดังขึ้น และเมื่อเห็นว่าแม่นางลี่ถังที่อาศัยอยู่ในเรือนยังคงนอนอยู่ที่เตียงนางก็เร่งเข้าไปดู

“แม่นาง แม่นางลี่ถัง” ไม่มีเสียงตอบรับจากลี่ถัง

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • คู่หมั้นอย่าหมายหวนคืน   ตอนพิเศษ 5

    ตอนพิเศษ 5หลายปีผ่านไป อี้เจ๋อและอี้หว่านเติบโตขึ้นในบ้านที่เต็มไปด้วยความรักและความอบอุ่น ขณะที่อี้เจ๋อเริ่มโตเป็นเด็กหนุ่มที่มีความสงบเสงี่ยมและนิสัยอ่อนโยนเหมือนมู่เฉิน บุตรสาวของพวกเขา อี้หว่าน กลับมีลักษณะนิสัยที่คล้ายคลึงกับลี่ถังมากขึ้นเรื่อยๆ ทั้งรูปลักษณ์และอารมณ์ที่เต็มไปด้วยความร่าเริงและความดื้อรั้นจนหลายครั้งทำให้ทั้งบ้านต้องขำขันอี้เจ๋อเติบโตมาในแบบที่เป็นเด็กชายที่ค่อนข้างจะเงียบสงบ มีความรับผิดชอบและมักจะอยู่เคียงข้างพ่อแม่เสมอ เขามีท่าทางที่สุภาพและนิ่งสงบเหมือนกับมู่เฉิน ไม่ว่าจะทำอะไร เขาก็ทำมันด้วยความรอบคอบและมุ่งมั่น ส่วนอี้หว่านเอง แม้จะยังเป็นเด็กสาวตัวเล็กๆ แต่นางกลับมีพลังและความกระตือรือร้นที่ไม่ยอมหยุดนิ่ง เรียกได้ว่านางเปรียบเสมือนมารดาของนางในทุกๆ ด้าน ทั้งในด้านความดื้อรั้นและความช่างสงสัยที่ไม่ยอมหยุดถามในวันหนึ่ง ขณะที่ครอบครัวนั่งทานข้าวมื้อเย็นกันอยู่ที่โต๊ะอาหาร อี้หว่านที่นั่งข้างๆ มารดาเริ่มถามคำถามที่ทำให้ทุกคนหัวเราะ“ท่านแม่เจ้าคะ ทำไมผมของพ่อถึงดูนุ่มและเงางามมาก แต่ของแม่ทำไมมันฟูๆ หน่อยเจ้าคะ” อี้หว่านถามด้วยท่าทางใสซื่อและซุกซนมู่เฉินที

  • คู่หมั้นอย่าหมายหวนคืน   ตอนพิเศษ 4

    ตอนพิเศษ 4 มู่เฉินและลี่ถังนั่งอยู่บนเตียงของพวกเขาเช่นทุกคืนหลังจากส่งบุตรชายเข้านอน มือของมู่เฉินยังกอดเอวของภรรยาคนรักไว้ ลี่ถังเงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนจะหันไปมองสามีด้วยสายตาที่มีความหมาย“ท่าน… ข้าอยากบอกอะไรบางอย่าง” ลี่ถังพูดเสียงเบา น้ำเสียงแฝงไปด้วยความกังวลมู่เฉินหันไปมองภรรยาด้วยความสงสัย “เจ้าเป็นอะไรหรือเปล่า”ลี่ถังสูดหายใจลึกๆ ก่อนจะยิ้มออกมาอย่างอ่อนโยน “ข้า… ข้าอาจจะตั้งท้องอีกครั้ง”มู่เฉินนิ่งไปเล็กน้อย เขามองใบหน้าของลี่ถังด้วยความทึ่งและแปลกใจ ก่อนที่รอยยิ้มจะเริ่มปรากฏที่มุมปากเขา “จริงหรือ นี่เป็นข่าวดีจริงๆ หรือเจ้าแค่แกล้งข้า”ลี่ถังหัวเราะออกมาเบาๆ ก่อนจะพยักหน้า “ข่าวดีจริงๆ ข้าไปหาหมอมาหมาดๆ และเขาบอกว่า ข้ากำลังตั้งท้อง”มู่เฉินยิ้มกว้างขึ้น เขาค่อยๆ ยื่นมือไปจับมือของลี่ถังและบีบเบาๆ “ข้าดีใจมาก ขอบคุณที่ทำให้บ้านของเรามีชีวิตชีวาอีกครั้ง ข้ารู้สึกเหมือนกับว่าโลกนี้เต็มไปด้วยความสุขแล้ว”ลี่ถังมองเขาด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความรัก “ท่านเองก็ดีใจใช่ไหม”มู่เฉินพยักหน้าอย่างแน่วแน่ “แน่นอน ข้าดีใจมากจริงๆ”ลี่ถังยิ้มและเบียดตัวเข้าไปใกล้เขามากขึ้น “บางที… หากค

  • คู่หมั้นอย่าหมายหวนคืน   ตอนพิเศษ 3

    ตอนพิเศษ 3ค่ำคืนที่เงียบสงบ อี้เจ๋อหลับสนิทอยู่บนเตียงเล็กของเขา ภายใต้ผ้าห่มอุ่น ลมหายใจสม่ำเสมอบ่งบอกถึงความสุขสบายของเด็กน้อยที่เติบโตขึ้นมาในบ้านที่เต็มไปด้วยความรักมู่เฉินเดินเข้ามาในห้องของลูกชาย มองดูใบหน้าของอี้เจ๋อด้วยสายตาอ่อนโยน เขาค่อยๆ ดึงผ้าห่มให้คลุมถึงไหล่ของเด็กชาย ก่อนจะลูบศีรษะเล็กๆ อย่างอ่อนโยน "ฝันดีนะ ลูกพ่อ"ลี่ถังที่ยืนพิงขอบประตูมองดูฉากนี้ด้วยรอยยิ้มจางๆ "ทุกคืนท่านต้องเข้ามาดูลูกแบบนี้ตลอดเลยหรือ”มู่เฉินหันไปมองภรรยา พลางพยักหน้าเบาๆ "อี้เจ๋อยังเด็ก ข้าอยากให้แน่ใจว่าเขาหลับสบายดี"ลี่ถังเดินเข้ามาใกล้ มองดูอี้เจ๋อที่หลับสนิท "เด็กคนนี้โตขึ้นทุกวัน ข้าก็เริ่มคิดว่าเขาเหมือนท่านมากขึ้นเรื่อยๆ"มู่เฉินหัวเราะเบาๆ "จริงหรือ ข้าว่าเขามีอะไรที่เหมือนเจ้ามากกว่านะ โดยเฉพาะเวลาทำหน้าขรึมแบบนั้น"ลี่ถังแกล้งทำหน้าดุใส่สามี ก่อนจะหัวเราะออกมาเบาๆ "บางทีเราอาจจะต้องมีลูกอีกสักคน คราวนี้ข้าอยากได้ลูกสาวบ้าง"ลี่ถังหน้าแดงเล็กน้อย ก่อนจะผลักไหล่สามีเบาๆ "พูดอะไรน่ะ อี้เจ๋อยังเล็กอยู่เลยนะ"มู่เฉินยิ้มกว้างขึ้น "ข้าแค่พูดเผื่ออนาคตน่ะ ใครจะไปรู้ บางทีบ้านของเราอาจจ

  • คู่หมั้นอย่าหมายหวนคืน   ตอนพิเศษ 2

    ตอนพิเศษ 2“ ท่านพ่อท่านแม่ขอรับ เมื่อเช้าที่ป้าที่ร้านขายอาหารถามหมายถึงอะไรหรือขอรับ” เด็กชายที่กำลังเคี้ยวขนมเอ่ยถาม“เรื่องอะไรหรือ” “เขาบอกว่าเห็นท่านทั้งสองตั้งแต่ท่านพ่อยังตามท่านแม่ต้อย ๆ มันหมายความว่าอย่างไรหรือขอรับ” ลี่ถังหัวเราะ“อืม... ยามนั้นท่านพ่อของเจ้าเกี้ยวแม่นะ รู้จักคำนี้ไหม” “เกี้ยวหรือขอรับ ข้ารู้จัก พี่ชายที่ร้านของท่านปู่เกี้ยวพี่เลี้ยงของข้า เดินตามเวลาที่นางอยู่กับข้าตลอด” คำของเด็กน้อยทำเอาสาวใช้ที่เป็นพี่เลี้ยงหน้าแดง“พ่อเจ้าก็ตามแม่เช่นนั้นล่ะ” “จริงหรือขอรับ ตามอย่างไรบ้างขอรับ เกี้ยวอย่างไร” ดวงตาเด็กน้อยเป็นประกายจนลี่ถังยิ้มขำ ร่างเล็กที่นั่งอยู่บนเก้าอี้ขยับเร็วจนเกือบตกจากเก้าอี้ ทั้งลี่ถังและสาวใช้ที่ดูแลเอื้อมมือออกไปรับแทบไม่ทันแต่สุดท้ายก็เป็นมู่เฉินที่จับตัวของบุตรชายเอาไว้แล้วอุ้มไปนั่งตัก“อี้เจ๋อ ระวังล้มสิ” ลี่ถังดุบุตรชายของตน “ข้าไม่ล้มหรอกขอรับ” เด็กน้อยหัวเราะร่าก่อนจะขยับตัวในท่าที่สบายขึ้นบนตักของบิดา ถึงกระนั้นสายตาก็ยังคงมองไปยังจานขนมบนโต๊ะลี่ถังหัวเราะเบา ๆ ก่อนจะหยิบขนมชิ้นหนึ่งส่งให้บุตรชาย “ค่อย ๆ กิน อย่าให้สำลักล่ะ” ห

  • คู่หมั้นอย่าหมายหวนคืน   ตอนพิเศษ 1

    ตอนพิเศษ 1วันเวลาผ่านไปคุณชายซูตัวน้อยก็เติบโตขึ้นมาเป็นคุณชายที่ช่างพูดและน่าเอ็นดู ลี่ถังและมู่เฉินมักจะใช้เวลากับบุตรชายของตนในสวนดอกไม้กลางจวนตระกูลลี่พวกเขายังคงดูและกิจการเองแม้ว่าจะใหญ่โตขึ้นมาก บัดนี้ลี่เจียงได้เป็นคหบดีที่มีคนนับหน้าถือตา ตระกูลลี่ก็ยิ่งใหญ่มากขึ้น แม้จะยังไม่อาจเทียบตระกูลมู่ได้ แต่ก็ใหญ่โตในแบบของตน คงเป็นเพราะคนตระกูลลี่ทำกิจการไม่ได้หวังอำนาจและยศศักดิ์แต่แรกอยู่แล้วนี่จึงไม่ได้เป็นเป้าหมายสำคัญพวกเขาแค่อยากให้ลูกค้าและคู่ค้าได้สิ่งที่ดีที่สุดเท่าที่เงินในมือของคนเหล่านั้นจะหาซื้อได้และหากถามว่าสิ่งใดที่เรียกได้ว่าสำคัญกับคนตระกูลลี่มากที่สุดทั่วทั้งเมืองหลวงก็คงจะบอกได้ว่าคือคุณชายน้อยซูแม้จะอายุเพียงห้าขวบ แต่กลับติดตามบิดามารดาออกไปส่งของที่ตลาดในยามเช้าในบางวัน คนทั่วทั้งตลาดรู้จักชายหนุ่มตัวน้อยเป็นอย่างดี หลังจากกลับมาเมื่อกินข้าวเที่ยงกับครอบครัว ซึ่งในบางครั้งก็จะมีสองปู่ย่าจากตระกูลมู่มาร่วมโต๊ะอาหาร คุณชายตัวน้อยก็จะออกมาวิ่งเล่นที่สวนกลางจวน ที่ตาของเขาอย่างลี่เจียงตกแต่งใหม่เป็นพิเศษเพื่อหลานชายเสียงหัวเราะของเด็กชายดังก้องไปทั่วทั้งส

  • คู่หมั้นอย่าหมายหวนคืน   บทที่ 32 ครอบครัวของเรา

    บทที่ 32 ครอบครัวของเรา "ของพวกนั้นวางไว้ตรงนั้น ระวังอย่าให้แตกเสียหายล่ะ"เสียงของลี่ถังที่คอยกำกับคนงานให้ขนของขึ้นเกวียนเพื่อไปส่ง ทำให้ทุกคนในจวนต่างกังวลตลอดเวลาหลายเดือนที่ผ่านมา หญิงสาวไม่เคยยอมหยุดพักจากงานเลย แม้ท้องของนางจะโตขึ้นทุกวัน จนยามนี้ใกล้จะครบกำหนดคลอดแล้ว แต่ทุกวันลี่ถังก็ยังออกมาจัดการกิจการอยู่เสมอ ๆ "ลี่ถัง เจ้าควรเข้าไปพักได้แล้ว แดดจ้าเช่นนี้หากเป็นลมไปจะทำเช่นใดกัน" มู่เฉินเอ่ยบอกกับภรรยา แม้จะดูเหมือนดุแต่ที่เขาพูดก็เพราะเป็นห่วง "ท่านหมอบอกว่าเดินมาก ๆ จะได้คลอดง่าย อีกอย่างข้าไม่ร้อน แล้วก็ไม่เหนื่อยด้วย" หญิงสาวตอบอย่างดื้อรั้นจนมู่เฉินอยากจะอุ้มนางเข้าไปเก็บในเรือน"กล่องนั่นที่เพิ่งมา เอาไปไว้ที่เรือนด้านหลัง..." ยังไม่ทันที่มู่เฉินจะได้ทำตามความคิด หญิงสาวก็หยุดพูดแลวขยับมือไปกุมท้องของตน“อึก” ลี่ถังรู้สึกได้ถึงของเหลวอุ่นที่ไหลทะลักออกมาจนขาทั้งสองของนางเปียกไปหมดหัวใจของหญิงสาวเต้นแรงขึ้น ลี่ถังหันไปสบตากับมู่เฉินที่มองนางด้วยสีหน้าตื่นตระหนกไม่ต่างกัน"น้ำคร่ำแตกแล้ว" ลี่ถังบอกกับสามี "อะไรนะ เจ้า...แปลว่าเจ้าจะคลอดหรือ" มู่เฉินตาเบิกกว้างอ

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status