คู่หมั้นอย่าหมายหวนคืน

คู่หมั้นอย่าหมายหวนคืน

last updateآخر تحديث : 2025-06-28
بواسطة:  moonlight -miniمستمر
لغة: Thai
goodnovel12goodnovel
لا يكفي التصنيفات
38فصول
4.7Kوجهات النظر
قراءة
أضف إلى المكتبة

مشاركة:  

تقرير
ملخص
كتالوج
امسح الكود للقراءة على التطبيق

โอบกอดสตรีอื่น มิหนำซ้ำสตรีผู้นั้นยังตั้งครรภ์ แต่ท่านกลับมิยอมถอนหมั้นข้า ท่านกล้าเหยียบย่ำหัวใจของข้าเช่นนี้ อย่าหมายคืนดีเลย

عرض المزيد

الفصل الأول

บทนำ

บทนำ

นางหมั้นหมายกับคนรักมาถึงสามปี แต่เพราะถูกครอบครัวของอีกฝ่ายกีดกัน เพราะฐานะระหว่างเขากับนางแตกต่างกัน เขาเป็นถึงบุตรชายคนเล็กของคหบดีที่รวยที่สุดของแคว้น ส่วนนางเป็นเพียงบุตรสาวคนขายหมูในตลาด

ด้วยความรัก คู่หมั้นของนางหวังจะใช้ผลงานของตนแลกกับการแต่งงานกับนางเข้าบ้าน ครอบครัวของเขาจึงให้เขาเดินทางไปยังแคว้นฉงชิ่งเพื่อสร้างฐานการค้าใหม่ หากประสบผลสำเร็จจะยอมให้แต่งงานกัน

นางซึ่งรอด้วยความหวัง เฝ้ารอเพียงแต่เขา จนเมื่อมีข่าวว่าแคว้นฉงชิ่งมีโรคระบาด ด้วยความเป็นห่วงคนรัก นางจึงรีบเดินทางไปหาเขาโดยมิได้แจ้งข่าวล่วงหน้า

สามปีแห่งความรักและคำสัญญา ดูเหมือนจะเป็นเพียงภาพลวงตาที่ทำให้นางเฝ้ารอคอยด้วยความหวังและศรัทธาในคนที่ตนรัก ทว่าความจริงที่ปรากฏกลับทำลายทุกอย่างในหัวใจของนางจนแตกสลาย

ผู้ใดจะคิดว่าคนที่เขียนจดหมายส่งให้นางทุกเดือนตลอดสามปี บอกรัก และให้นางรอ กลับยืนโอบกอดสตรีท้องโตด้วยรอยยิ้ม ไม่ได้ติดโรดระบาดอย่างที่นางนึกกังวล

เขาโอบกอดสตรีท้องโตด้วยแววตาอ่อนโยนและสายตาที่เคยมองนางอย่างรักใคร่กลับเต็มไปด้วยความเฉยเมย

การมีอนุ หรือมีภรรยามากกว่าหนึ่งในสังคมนี้เป็นเรื่องปกติ แต่เป็นเพราะเขารับปากกับนางตอนที่มาเกี้ยวพานางมิใช่หรือว่าจะมีนางเพียงคนเดียวจนลมหายใจสุดท้าย นางถึงได้ไหวหวั่นและรับรักเขาในที่สุด

แล้วเหตุใด

“ข้าเคยคิดว่าท่านต่างจากบุรุษทุกคนในโลกนี้ มิเคยคิดเลยว่าท้ายที่สุดแล้วท่านก็มิต่างเลยสักนิด”

นางยืนประจันหน้ากับบุรุษที่นางคนึงหาทุกคืนวัน เฝ้ารอเขาด้วยความหวัง ยิ่งแววตาที่อีกฝ่ายมองกลับมาว่างเปล่าราวกับไม่เคยรักกันมาก่อน ภาพสะท้อนในแววตานั้นราวกับไม่เคยรู้จักนาง นางยิ่งปวดร้าวไปทั้งหัวใจ

“หากเจ้าบอกล่วงหน้าว่าจะมา ข้าคงไม่ให้เจ้าต้องพบกับเหตุการณ์เช่นนี้”

คำพูดเรียบเฉยของเขาทำให้นางยิ่งเจ็บปวด

ใครกันให้นางเดินทางมาหาเขา รู้อยู่ว่านางคือคนที่เขาจะแต่งงานด้วย แต่สตรีที่ยืนเคียงข้างเขาตอนนี้นางอุ้มท้องบุตรของเขาอยู่ ไม่ว่าใช้กี่ตาชั่งตวงวัดเขาก็ย่อมต้องให้ความสำคัญกับอีกฝ่ายมากกว่า

“หากข้าแจ้งข่าวมาคงไม่ได้พบเจออะไรเช่นนี้ หากเกิดขึ้นหลังจากแต่งงานกัน ข้าคงถอยได้อย่างยากลำบาก เช่นนั้นถือว่าวันนี้เป็นฤกษ์อัปมงคล”

ความเจ็บช้ำที่ยากเกินบรรยาย นางจ้องเขาด้วยดวงตาแดงก่ำ ก่อนตัดสินใจเอ่ยคำที่แม้แต่ตัวนางเองก็ไม่คิดว่าจะพูดออกมาได้ง่ายดายเช่นนี้

“ข้าขอถอนหมั้นท่าน”

เสียงนั้นเด็ดขาด ทว่ากลับเต็มไปด้วยความเจ็บปวด นี่คือการปลดปล่อยตัวเองจากพันธนาการแห่งความรักที่หลอกลวง นางยืดตัวตรง แม้หัวใจจะสั่นไหวแต่ก็ไม่ปล่อยให้น้ำตาหลั่งออกมาสักหยด

เขาได้แต่ยืนนิ่ง ขณะที่นางหมุนตัวจากไป ทิ้งไว้เพียงเงาหลังที่สั่นสะท้านและความเย็นเยียบ

นางเอ่ยคำนั้นออกมาอย่างง่ายดาย นี่หรือคือสตรีที่รักเขาและหวังจะฝากชีวิตเอาไว้กับเขาชั่วชีวิต แค่เขามีอนุเล็ก ๆ เพียงคนเดียว อีกฝ่ายฐานะย่ำแย่กว่านางด้วยซ้ำ เมื่อแต่งนางเข้ามา อย่างไรนางก็คือฮูหยินเอก

คิดเล็กคิดน้อยเช่นนี้จะอยู่ร่วมกันได้อย่างไร

توسيع
الفصل التالي
تحميل

أحدث فصل

فصول أخرى
لا توجد تعليقات
38 فصول
บทนำ
บทนำนางหมั้นหมายกับคนรักมาถึงสามปี แต่เพราะถูกครอบครัวของอีกฝ่ายกีดกัน เพราะฐานะระหว่างเขากับนางแตกต่างกัน เขาเป็นถึงบุตรชายคนเล็กของคหบดีที่รวยที่สุดของแคว้น ส่วนนางเป็นเพียงบุตรสาวคนขายหมูในตลาด ด้วยความรัก คู่หมั้นของนางหวังจะใช้ผลงานของตนแลกกับการแต่งงานกับนางเข้าบ้าน ครอบครัวของเขาจึงให้เขาเดินทางไปยังแคว้นฉงชิ่งเพื่อสร้างฐานการค้าใหม่ หากประสบผลสำเร็จจะยอมให้แต่งงานกันนางซึ่งรอด้วยความหวัง เฝ้ารอเพียงแต่เขา จนเมื่อมีข่าวว่าแคว้นฉงชิ่งมีโรคระบาด ด้วยความเป็นห่วงคนรัก นางจึงรีบเดินทางไปหาเขาโดยมิได้แจ้งข่าวล่วงหน้าสามปีแห่งความรักและคำสัญญา ดูเหมือนจะเป็นเพียงภาพลวงตาที่ทำให้นางเฝ้ารอคอยด้วยความหวังและศรัทธาในคนที่ตนรัก ทว่าความจริงที่ปรากฏกลับทำลายทุกอย่างในหัวใจของนางจนแตกสลายผู้ใดจะคิดว่าคนที่เขียนจดหมายส่งให้นางทุกเดือนตลอดสามปี บอกรัก และให้นางรอ กลับยืนโอบกอดสตรีท้องโตด้วยรอยยิ้ม ไม่ได้ติดโรดระบาดอย่างที่นางนึกกังวล เขาโอบกอดสตรีท้องโตด้วยแววตาอ่อนโยนและสายตาที่เคยมองนางอย่างรักใคร่กลับเต็มไปด้วยความเฉยเมยการมีอนุ หรือมีภรรยามากกว่าหนึ่งในสังคมนี้เป็นเรื่องปกติ แต่เป็
اقرأ المزيد
บทที่ 1 รอคอย
บทที่ 1 รอคอย ย้อนกลับไปเมื่อเกือบเดือนเศษลี่ถังตื่นมาตั้งแต่ยามยามอิ๋นเพื่อช่วยงานในร้าน นางเป็นบุตรสาวคนเล็กของลี่เจียง บิดาของนางเปิดเขียงขายหมู หรือจะเรียกว่าโรงเชือดก็ไม่ผิด เพราะจะซื้อเป็นจินก็ขาย จะซื้อเป็นชั่งก็ได้ หรืออยากจะซื้อยกทั้งตัว บิดาของนางก็นำไปส่งถึงจวน“พี่ใหญ่ วันนี้ต้องไปส่งที่จวนสกุลมู่” นางชะโงกหน้าเข้าไปยังห้องแล่เนื้อที่มีคนงานกำลังใช้มีดแบ่งเนื้อออกเป็นส่วน ๆ โดยมีบิดายืนสั่งงาน และพี่ชายของนางกำลังลงมือช่วยคนงานทำงานอยู่อย่างขะมักเขม้น“คราวนี้สั่งกี่ตัวล่ะ” ลี่เจียงหันมาถามบุตรสาว“สามตัวเจ้าค่ะ เห็นท่านป้าบอกว่าจะจัดงานเลี้ยงต้อนรับคณะขนส่งสินค้าที่กลับมาจากเมืองฉงชิ่ง” นางตอบกลับด้วยแววตาที่อ่านไม่ออก แต่คนเป็นบิดามีหรือจะไม่รู้ว่าคนที่เลี้ยงมากับมือตั้งแต่แรกคลอด ลึก ๆ แล้วรู้สึกเช่นไร แต่ด้วยความเป็นบุรุษมือเปื้อนเลือด ใช้เพียงแรงงานแลกเงินเพื่อมาเลี้ยงดูบุตรชายและบุตรสาวเพียงลำพัง นิสัยจึงแข็งกระด้างปากหนัก ทำเพียงพยักหน้าตอบรับคำของบุตรสาวลี่ถังยืนมองบิดาและพี่ชายขะมักเขม้นกับการจัดเตรียมเนื้อหมูที่ต้องส่งไปยังจวนสกุลมู่ นางเติบโตมากับกลิ่นคาวเล
اقرأ المزيد
บทที่ 2 แตกสลาย
บทที่ 2 แตกสลาย ลี่ถังเดินออกมาจากจวนของมู่เฉิน หญิงสาวมองแทบไม่เห็นหนทางข้างหน้าเพราะม่านน้ำตาบดบังทุกสิ่ง ยิ่งก้าวเท้าเดินออกมาไกลเท่าไรดวงใจก็ยิ่งหนักอึ้ง ริมฝีปากก็ไม่อาจเอ่ยอะไรออกมาได้อีกเท้าเรียวกำลังก้าวเดินไปยังรถม้ารับจ้างตรงหน้า ความคิดเดียวที่อยู่ในหัวของลี่ถังในตอนนี้คือกลับบ้านให้เร็วที่สุด หนีให้ไกลจากที่แห่งนี้และชายคนนั้น คนที่ทำให้หัวใจของนางต้องแตกสลายลมฤดูหนาวพัดโชยผ่านตรอกแคบของเมืองฉงชิ่ง เสียงฝีเท้าของหญิงสาวที่เร่งเดินฝ่าลมหนาวไปข้างหน้าแผ่วเบาแต่หนักแน่น นางมิได้หันกลับไปมองเบื้องหลังแม้แต่น้อย ราวกับกลัวว่าหากเผลอเหลียวหลัง น้ำตาที่พยายามกลั้นเอาไว้อาจไหลรินออกมามือของนางกำแน่นจนเล็บจิกลงไปในฝ่ามือ หากเป็นเมื่อก่อนเพียงแค่ได้รับจดหมายของเขา หัวใจของนางก็พองโตไปด้วยความหวัง แต่บัดนี้ทุกสิ่งทุกอย่างพังทลายลงต่อหน้าต่อตา นางเพิ่งเข้าใจว่า… ความรักที่นางเฝ้าทะนุถนอมนั้น เป็นเพียงภาพลวงตาที่อีกฝ่ายวาดขึ้นเพื่อให้นางหลงเชื่อนางจะไม่อ่อนแอให้ใครเห็น โดยเฉพาะบุรุษคนนั้น ที่แม้แต่ความเสียใจหรือสำนึกเพียงเสี้ยวเดียวก็ไม่มอบให้นางแต่จู่ ๆ หญิงสาวก็รู้สึกได้ถึงแรงฉ
اقرأ المزيد
บทที่ 3 ความทรงจำที่หายไป
บทที่ 3 ความทรงจำที่หายไป แม้จะได้ฟังคำของพ่อบ้านแล้วแต่มู่เฉินก็ยังนึกอะไรไม่ออกอยู่ดี เขาขมวดคิ้วแน่นและเมื่อยิ่งคิดก็ยิ่งปวดหัว พ่อบ้านจึงรีบเอ่ยขัด“นายท่านอย่าได้กังวล และอย่าเพิ่งคิดมาก ข้าจะเร่งตามท่านหมอมาดูอาการ แต่เรื่องนี้ไม่ควรแพร่งพรายออกไปเพราะอาจส่งผลต่อกิจการการค้าที่เพิ่งเริ่มต้น ขอให้นายท่านทำตัวนิ่ง ๆ เข้าไว้ ข้าจะจัดการทุกอย่างให้เอง”มู่เฉินพยักหน้า ตอนนี้เขารู้ว่าตนคือใครและทำอะไร แต่เขากลับนึกหรือจำอะไรไม่ได้เลยแม้แต่นิด ถึงกระนั้นคำของพ่อบ้านเขาก็เข้าใจ บางทีความทรงจำของเขาอาจจะไม่ได้หายไปเสียหมด “หากมีเรื่องใดที่ข้าควรรู้ เจ้าก็ช่วยบอกข้าทีแล้วกัน” เพราะอีกฝ่ายดูเอาใจใส่ เขาเลยคิดว่าคงเชื่อใจได้ หารู้ไม่ นั่นคือความผิดมหันต์ปัจจุบันในเรือนพักรับรอง ลี่ถังนั่งกระวนกระวายใจอยู่ในห้องพักของตน ไม่นานนักประตูก็เปิดออกพร้อมพ่อบ้านและสตรีคนนั้นที่ตั้งครรภ์กับคู่หมายของนาง “นายท่านให้แม่นางพักที่นี่ นายหญิงเลยตามมาดูแลแม่นางด้วยตัวเองกลัวว่าจะมีอะไรไม่เรียบร้อย” ลี่ถังกัดปาก นายหญิงเช่นนั้นหรือ ดวงตาสวยสั่นระริกเมื่อได้ยินคำนั้น“หากแม่นางต้องการอะไรก็บอกได้” แม
اقرأ المزيد
บทที่ 4 กักขัง
บทที่ 4 กักขัง ทุกวันพ่อบ้านจะต้องนำบัญชีการค้าของกิจการมาให้มู่เฉินตรวจสอบ ถึงจำเรื่องราวไม่ได้แต่สัญชาตญาณด้านการค้าของชายหนุ่มยังคงเฉียบแหลม การตรวจสอบบัญชีจึงยังเป็นหน้าที่ของเขา วันนี้ก็เช่นกัน พ่อบ้านเข้ามาในห้องของชายหนุ่มพร้อมกับบันทึกบัญชีเล่มหนาพวกเขาพูดคุยกับเกี่ยวกับกิจการและเรื่องต่าง ๆ ในเรือน จนมู่เฉินถามว่าลี่ถังเป็นอย่างไร พ่อบ้านจึงตัดสินใจพูดสิ่งที่อยู่ในใจตน “นายท่าน ข้ามีเรื่องจะต้องขอพูด…”มู่เฉินละสายตาจากตัวเลขในบันทึกบัญชีแล้วหันไปมองพ่อบ้านของตน พ่อบ้านลังเลเล็กน้อยก่อนจะพูดออกมา “ข้าคิดว่าการขังแม่นางลี่ถังไว้ในจวนเช่นนี้อาจจะไม่ใช่เรื่องดี หากเรื่องล่วงรู้ไปถึงเมืองหลวงอาจจะเป็นเรื่องใหญ่ นายท่านควรปล่อยให้นางกลับไป”มู่เฉินได้ยินก็หายใจแรง เขาแสร้งทำเป็นสนใจบันทึกบัญชีตรงหน้าและไม่สนคำพูดของพ่อบ้านพ่อบ้านอดรู้สึกกังวลไม่ได้ ช่วงนี้นายท่านของเขาเชื่อฟังเขามาตลอดแทบทุกเรื่อง แต่ตั้งแต่หญิงสาวปรากฏตัว นายท่านก็ทำอะไรตามใจตัวเองและยังแสดงท่าทางดื้อดึงผิดปกติ“ไหน ๆ นางก็อยู่ที่นี่แล้ว ถือโอกาสตอนนี้ยกเลิกสัญญาหมั้นหมายกับสตรีมากรักอย่างนาง และแต่งกับแม่
اقرأ المزيد
บทที่ 5 เกลียดกันเท่าไร ก็ยิ่งหนีไปไม่ได้
บทที่ 5 เกลียดกันเท่าไร ก็ยิ่งหนีไปไม่ได้"ช่วงนี้นายท่านช่างอ่อนโยนกับซูปี้เหลือเกิน" เสียงสาวใช้ดังแว่วเข้าหูลี่ถังแต่หญิงสาวก็มิได้เอ่ยอะไร "พวกเราต้องทำดี ๆ กับนางเอาไว้นะ นายท่านรักใคร่เอ็นดูนางเช่นนี้ อีกไม่นานต้องแต่งนางแล้วยกให้เป็นฮูหยินแน่ ๆ วาสนานี่นะแข่งกันไม่ได้จริง ๆ" มิใช่ว่าไม่เห็นลี่ถังอยู่ตรงนั้น แต่สาวใช้ทั้งสองเลือกจะคุยและเหลือบมองมาที่นางอย่างตั้งใจเดิมทีตอนซูปี้ท้องโตขึ้นมา พวกนางก็ไม่รู้ว่าผู้ใดคือบิดาของเด็กในท้องเพราะซูปี้ไม่มีคนรัก อีกทั้งนายท่านและพ่อบ้านก็มิได้ตำหนิใด ๆ ที่ซูปี้ทำเรื่องน่าอับอายภายในจวน แต่ทุกสิ่งไขกระจ่างหลังจากที่นายท่านฟื้นจากโรดระบาด แท้จริงแล้วเด็กในท้องของซูปี้เป็นสายเลือดคนสกุลมู่นั่นเองทั้งสองสาวได้รับหน้าที่ยกอาหารมาที่เรือนรับรองนี้ หากไม่ได้ตั้งใจจะพูดให้แขกอย่างนางฟัง จะพูดให้ใครได้ยินได้อีก ลี่ถังเม้มปากแน่น พลางก้มหน้ากินอาหารตรงหน้า หัวใจของนางราวกับถูกบีบจนแตกสลาย นางไม่เข้าใจว่ามู่เฉินโกรธเกลียดนางเพราะเหตุใด ถึงต้องขังนางเอาไว้ให้เจอกับเรื่องเช่นนี้ตอนแรกนางคิดว่าอีกฝ่ายขังนางเอาไว้เพราะกลัวว่านางจะกลับไปพูดเรื่องถอน
اقرأ المزيد
บทที่ 6 แสร้งป่วย
บทที่ 6 แสร้งป่วย สาวใช้อีกคนวางถาดอาหารแล้วรีบตรงเข้ามาเขย่าร่างของลี่ถังแต่ผลที่ได้ก็คือนิ่งเฉยเช่นกัน "เจ้าเป็นอะไรไป แม่นางลี่ถัง ไม่ได้การแล้ว ข้าจะไปบอกท่านพ่อบ้าน" สาวใช้คนแรกลนลานวิ่งออกไป ส่วนอีกคนก็ยื่นมือไปแตะหน้าผากของหญิงสาวที่นอนอยู่ มันไม่ได้ร้อนแต่มันกลับเย็นผิดปกติและยังมีเหงื่อซึมนางเร่งไปตักน้ำร้อนมาเช็ดหน้าให้อีกฝ่าย หากนายท่านรู้ว่านางละเลยไม่ได้ดูแลอะไรเลยแขกของนายท่าน นางอาจจะโดนลงโทษเอาได้ อีกด้านสาวใช้คนแรกก็เร่งไปบอกพ่อบ้านที่กำลังคุยกับมู่เฉิน"ท่านพ่อบ้านเจ้าคะ แม่นาง แม่นางลี่ถังที่อยู่ในเรือนรับรองไม่สบายเจ้าค่ะ" นางพูดพร้อมกับหอบหายใจเมื่อมาถึงพ่อบ้านที่กำลังพูดคุยเรื่องงานกับเจ้านายของจวนชะงักและเหลือบมองไปที่มู่เฉิน เขากัดริมฝีปากตนเองน้อย ๆ อย่างไม่พอใจ ที่มู่เฉินวางทุกอย่างในมือแล้วลุกเดินออกไปทันทีพ่อบ้านหันไปมองหน้าสาวใช้อย่างคาดโทษก่อนจะเดินตามเจ้านายออกไป มู่เฉินเร่งเดินไปยังเรือนรับรองทันทีที่ได้ยินว่าลี่ถังไม่สบาย เขาไม่รู้ตัว ร่างกายของเขาเป็นไปเช่นนี้เอง ทั้ง ๆ ที่ใจเขาบอกให้ไม่สนใจนาง วันก่อนก็เช่นกัน แม้จะมีคนมากมายแต่สายตาของเขาก็ดัน
اقرأ المزيد
บทที่ 7 หูเบา
บทที่ 7 หูเบา “วันนี้เจ้ารู้สึกเป็นอย่างไรบ้าง”“ปกติดีเจ้าค่ะ” “ลมหนาวเช่นนี้ เจ้าต้องระวังสุขภาพให้มาก”“เจ้าค่ะ”“อยากกินอะไรพิเศษก็บอกกับสาวใช้ให้ไปซื้อ” ยิ่งฟังน้ำตาก็ยิ่งไหลออกมา ตั้งแต่วันแรกที่นางได้ยินคำเหล่านี้ ทุกอย่างยังคงเหมือนเดิม ต่างกับการกระทำของมู่เฉินที่มีต่อนาง มันเปลี่ยนไปหมด หญิงสาวได้แต่ยืนฟังอยู่หลังหน้าต่างที่ถูกไม้ตีปิดเอาไว้ มีเพียงช่องลอดมองได้นิดหน่อย แต่ตัวผ่านไม่ได้ แต่ละวันผ่านไปด้วยความเจ็บปวดและชินชาที่ค่อย ๆ เกาะกินหัวใจจนมันเริ่มไร้ความรู้สึก ลี่ถังพยายามปลอบใจตัวเองแต่ก็ไม่มีถ้อยคำดี ๆ ที่จะทำให้รู้สึกสบายใจได้ แม้แต่เรื่องออกจากที่นี่ก็ไม่รู้ว่าเมื่อไรจะได้ออกไป เพราะทุกครั้งที่คิดจะหนี นางก็จบลงด้วยการกลับมาอยู่ในเรือนนี้พร้อมกับการป้องกันที่มากขึ้น ในเมื่อไม่มีใจแล้วจะรั้งเอาไว้ทำไม หญิงสาวคิดแล้วก็เผลอลืมไปว่าเขาขังนางเอาไว้ไม่ใช่เพราะรั้งนาง แต่กังวลว่านางจะทำเรื่องให้เขาเดือดร้อน น้ำตาใสไหลออกมาอีกหยดก่อนที่ร่างสวยจะทรุดลงไปนั่งร้องไห้กับพื้น นางจะร้องเป็นครั้งสุดท้าย ลี่ถังคิด ครั้งสุดท้าย...ลี่ถังยืนนิ่งอยู่ที่หน้าต่างบานเดิม เสียงคนทั
اقرأ المزيد
บทที่ 8 หาทางหนี
บทที่ 8 หาทางหนี ลี่ถังเองก็คิดไม่ต่างกัน นางเองก็คิดว่าไหน ๆ ก็ไหน ๆ แล้ว ในเมื่ออีกฝ่ายไร้เยื่อขาดไยเช่นนี้นางควรรีบทำทุกอย่างให้จบ แม้จะถูกขังแต่หากอีกฝ่ายไม่เอาเชือกมามัดมือนางไว้ ลี่ถังก็ยังพยายามหาทางออกจากจวนนี้ทุกวันนางเคยคิดจะว่ายน้ำออกไป แต่น่าเสียดาย นางว่ายน้ำไม่แข็งขนาดนั้น จึงไม่สามารถว่ายผ่านบึงบัวขนาดใหญ่ด้านหลังจวนไปได้ อีกอย่างยามนี้ก็หนาว หากลงน้ำคงได้ไข้แม้จะลองใช้สารพัดวิธี แต่ไม่ว่าจะเดินไปทางใดก็ถูกเฝ้าจับตาไว้หมด และสุดท้ายก็ถูกลากกลับมาที่เรือนรับรองที่แปรเปลี่ยนเป็นห้องขัง แต่วันนี้ขณะหญิงสาวมาตักน้ำที่บ่อน้ำเก่าหลังเรือน สายตาก็เหลือบไปเห็นกิ่งต้นไม้ใหญ่ด้านบน คงเพราะก่อนหน้านางเอาแต่ก้มหน้าก้มตาจึงไม่ทันสังเกตเห็น แม้โคนต้นไม้นี้น่าจะอยู่ด้านนอกกำแพง แต่หากนางขึ้นไปบนกิ่งใหญ่นี่ได้ นางอาจจะใช้มันผ่านไปทางหลังคาและออกหลังกำแพงจวนไปได้ “แล้วจะขึ้นไปอย่างไรเล่า” หญิงสาวพึมพำกับตนเอง นางไม่อาจปีนขึ้นจากพื้นได้ แต่หากปีนขึ้นจากหลังคาบ่อน้ำก็อาจจะพอเป็นไปได้ หัวใจของลี่ถังเต้นแรง นี่อาจเป็นโอกาสเดียวของนาง หญิงสาวไม่ลังเลแม้แต่น้อย นางรีบสำรวจหาหนทางที่จะข
اقرأ المزيد
บทที่ 9 บ่อน้ำร้าง
บทที่ 9 บ่อน้ำร้าง ตูม!!ลี่ถังกรีดร้องออกมา แต่เสียงขาดหายไปกลางอากาศ ร่างของนางเสียหลักและร่วงลงสู่ความมืดมิดน้ำเย็นเฉียบทะลักเข้าปากและจมูก นางพยายามตะเกียกตะกายขึ้นเหนือน้ำ แต่ความลื่นของตะไคร่ทำให้นางจับขอบบ่อไม่ได้เลย“ช่วยด้วย!” นางพยายามร้อง แต่เสียงสะท้อนอยู่เพียงในความเงียบงันเหนือปากบ่อ เงาหนึ่งปรากฏขึ้น เสียงฝีเท้าเบา ๆ ค่อย ๆ ถอยออกไป ก่อนที่ทุกอย่างจะกลับคืนสู่ความสงัดไม่มีใครอยู่ที่นั่น ไม่มีผู้ใดรู้ว่านางถูกผลักลงมาน้ำเย็นเยียบราวกับจะดูดกลืนสติของนางไปทุกขณะไม่!นางกัดฟัน พยายามยันตัวเองขึ้น ทว่าพลังของนางค่อย ๆ ลดลงทุกขณะขณะที่สติเริ่มเลือนราง มีเพียงความคิดเดียวที่หลงเหลืออยู่ในใจของนางข้ายังไม่อยากตาย… ท่านพ่อ…พี่ใหญ่ความหนาวเย็นกัดกินไปถึงกระดูก นางพยายามตะเกียกตะกายขึ้นจากน้ำ แต่กำแพงหินของบ่อร้างทั้งสูงและลื่น ตะไคร่น้ำจับแน่นทำให้ไม่สามารถปีนขึ้นไปได้มือของนางสั่นระริก ร่างกายเปียกโชกและชาดิกไปหมด เสียงร้องขอความช่วยเหลือเมื่อครู่กลืนหายไปในความมืดมิด ไม่มีแม้เสียงฝีเท้าของผู้ใดเดินผ่านลมหายใจของนางเริ่มติดขัด เสื้อผ้าเปียกชุ่มทำให้ร่างกายหนักขึ้นเรื
اقرأ المزيد
استكشاف وقراءة روايات جيدة مجانية
الوصول المجاني إلى عدد كبير من الروايات الجيدة على تطبيق GoodNovel. تنزيل الكتب التي تحبها وقراءتها كلما وأينما أردت
اقرأ الكتب مجانا في التطبيق
امسح الكود للقراءة على التطبيق
DMCA.com Protection Status