تسجيل الدخول“คุณเจียง เราโทรมาจากหน่วยงานทำการุณยฆาตที่สวิตเซอร์แลนด์ ไม่ทราบว่าคุณได้ยื่นเรื่องทำการุณยฆาตในวันที่ 25 ธันวาคมใช่ไหม?” ขนตาของเจียงอี่ฮว่าสั่นเล็กน้อย เอ่ยด้วยน้ำเสียงราบเรียบ “ใช่” “โอเค คำร้องขอการุณยฆาตของคุณผ่านการอนุมัติแล้ว ทางเราให้เวลาครึ่งเดือน รบกวนเคลียร์ทุกอย่างให้เรียบร้อยด้วย” เพิ่งวางสาย ประตูห้องนอนก็เปิดออก เหลียงซิวหย่วนเดินเข้ามาพร้อมไอเย็นบนตัว เมื่อเห็นเธอ เขายิ้มแล้วชูกล่องของขวัญที่ห่ออย่างสวยงาม “ฮว่าฮว่า สุขสันต์วันเกิด” เจียงอี่ฮว่าหัวเราะ “วันเกิดฉันเมื่อวาน” เหลียงซิวหย่วนชะงักไป สีหน้าเหลอหลาและกระอักกระอ่วน “ขอโทษนะ ช่วงนี้ฉันงานยุ่งมากเลย”
عرض المزيدใบหน้าอีกซีกหนึ่งของเย่เสี่ยวเสี่ยวบวมเป่งขึ้นมาทันทีเธอรู้ว่าตอนนี้เหลียงซิวหย่วนสูญสิ้นความเป็นคนแล้ว ถึงอธิบายขนาดไหนก็เปล่าประโยชน์แต่เธอเจ็บใจ เจ็บใจที่ต้องตายแบบนี้ เจ็บใจที่ต้องตายเพราะคนที่เคยเจอหน้ากันแค่ไม่กี่ครั้งเจอเขาขู่เอาชีวิตแบบนี้ ไม่รู้ว่าเธอไปเอาแรงมาจากไหน สะบัดมือเขาออกแล้วยื้อยุดฉุดกระชากกับเขาเธอกัดเขาพร้อมกับร้องตะโกนเหมือนคนบ้า“เธอฆ่าตัวตายเอง ทำไมฉันต้องตายไปพร้อมกับเธอ! ทำไม! เธอคิดสั้นเอง เธอตัดสินใจเอง เกี่ยวอะไรกับฉัน?”“ฉันแค่บอกความจริงทุกอย่างให้เธอรู้ ถ้าไม่ได้ฉัน เธอคงโดนนายหลอกไปตลอดชีวิต! แค่สูญเสียขาชีวิตเธอก็พังแล้ว ยังมาโดนสามีที่นอกใจหลอกอีก ฮ่าๆๆๆ ชีวิตเธอช่างน่าสงสารจริงๆ!”“ฉันกำลังช่วยเธออยู่ นายเข้าใจไหม! ถ้าไม่ได้ฉัน เธอต้องทรมานต่อไปเรื่อยๆ ต้องฟังคำโกหกน่าขยะแขยงของนายต่อไปเรื่อยๆ ชีวิตแบบนั้นทรมานยิ่งกว่าตายเสียอีก!”แต่ละคำเหมือนลูกธนูแหลมคมแทงทะลุหัวใจเหลียงซิวหย่วนสมองเขาขาวโพลน เหลือเพียงเสียงกรีดร้องของเธอดังวนอยู่ในหัวมือสองข้างที่จับตัวเธอแน่นคลายออก ตกลู่ลงข้างลำตัวอย่างไร้สิ้นเรี่ยวแรงหลังจากเป็นอิสระอีกครั้ง
ในรถเงียบอยู่นานมากเหลียงซิวหย่วนเห็นเธอปิดซิปด้วยท่าทางตื่นตระหนก โยนกระเป๋ากลับไปที่เบาะหลังเหมือนมันคือระเบิด เขายกมือขึ้นมากดปุ่มล็อกประตูและหน้าต่างรถ“คุ้นตามากเหรอ?”ตอนเขาพูด น้ำเสียงยังราบเรียบเหมือนเดิม ราวกับกำลังคุยกันว่าจะทำอะไรต่อ ไม่มีความรู้สึกที่ผิดแปลกไปเลยแต่เมื่อเย่เสี่ยวเสี่ยวได้ยินเสียงสัญญาณล็อกประตูรถเธอเริ่มหวาดกลัวขึ้นมาทันทีความรู้สึกเย็นยะเยือกกว่าลมหนาวข้างนอกแผ่ซ่านขึ้นมาตามกระดูกสันหลัง ค่อยๆ พุ่งขึ้นมาที่ท้ายทอยของเธอเธอหดมือหดเท้า ขยับเข้าไปชิดประตูรถ รอยยิ้มบนใบหน้าดูฝืนมาก“ซิวหย่วน นายเป็นอะไรไป เจ็บตาไม่ใช่เหรอ?”เมื่อเห็นว่าเธอยังทำเป็นไม่รู้เรื่อง เหลียงซิวหย่วนยิ้มออกมาเช่นกัน เขาเลียนแบบน้ำเสียงสดใสและไร้เดียงสาของเธอ“ใช่ ฉันเห็นแชตพวกนี้ ฉันก็เลยเจ็บตามาก”“แล้วเธอล่ะ เห็นแชตพวกนี้แล้วรู้สึกเจ็บตรงไหนบ้างหรือเปล่า? เจ็บตาไหม? หรือเจ็บหัวใจ? หรือเจ็บตรงอื่น?”น้ำเสียงที่เขาเลียนแบบเธอกับรอยยิ้มขนหัวลุกบนใบหน้า ทำให้เย่เสี่ยวเสี่ยวอยากกรี๊ดมากเธอเสแสร้งต่อไปไม่ได้อีกแล้ว สีหน้าหวาดผวาเหมือนเจอผีอย่างไรอย่างนั้น“ซิวหย่วน ฉันไ
เย่เสี่ยวเสี่ยวลงมาพร้อมกับกระเป๋าเดินทางใบใหญ่ หลังจากเห็นเหลียงซิวหย่วนที่มารออยู่ด้านล่างนานแล้ว เธอรีบโผไปกอดเขาทันที“ซิวหย่วน ฉันนึกว่านายยังโกรธฉันอยู่ ขอโทษนะ วันนั้นฉันผิดเอง ฉันพูดไม่ดี ขอบคุณที่นายยกโทษให้ฉัน”น้ำหอมกลิ่นฉุนที่อยู่บนผมเธอลอยเข้าจมูกเหลียงซิวหย่วน ทำให้เขาเริ่มคลื่นไส้อีกแล้วแต่เขาไม่พูดอะไรสักคำ พยายามอดกลั้นอาการพะอืดพะอมมือหนึ่งลากกระเป๋าเดินทาง ส่วนอีกมือโอบเอวเธอค่อยๆ เดินไปที่รถเย่เสี่ยวเสี่ยวมองมือเขาที่วางอยู่ตรงเอวตัวเอง เธอแอบดีใจเล็กน้อย ใบหน้าแดงระเรื่อตั้งแต่พวกเขารู้จักกันมาห้าเดือน นี่เป็นครั้งแรกที่เหลียงซิวหย่วนเป็นฝ่ายแตะเนื้อต้องตัวเธอก่อนเธอนึกว่าเขาก้าวข้ามผ่านความเจ็บปวดมาได้แล้ว นึกว่าเขาคิดได้แล้ว นึกว่าเขาตัดสินใจใช้ชีวิตกับเธอแล้ว น้ำเสียงเธอเต็มไปด้วยความดีใจ“ช่วงนี้นายไม่ค่อยได้กินข้าวเหรอ ผอมจนจำไม่ได้แล้วเนี่ย ฉันเห็นแล้วปวดใจมาก”เหลียงซิวหย่วนขานรับแล้วเปิดฝากระโปรงหลังรถเย่เสี่ยวเสี่ยวเป็นห่วงเลยอยากถามอีก แต่ดันปรายตาไปเห็นท้ายรถที่ว่างเปล่า นัยน์ตาเธอฉายแววประหลาดใจ“จะไปเที่ยวไม่ใช่เหรอ? ซิวหย่วน ทำไมนายไม
เช้าวันที่ทำพิธีฝังให้เจียงอี่ฮว่า เหลียงซิวหย่วนออกจากบ้านเขาโกนหนวดบนใบหน้า ตัดผมสั้น อาบน้ำ แล้วก็ใส่ชุดดำทั้งตัวเมื่อลงมาข้างล่าง เขาทิ้งขยะที่เก็บมาจากในห้อง เงยหน้ามองห้องที่มีผ้าม่านสีฟ้าที่ชั้นเจ็ดอยู่นานมากเมื่อเห็นแสงแรกของวัน เขาละสายตาออกจากห้องนั้น หยิบกุญแจในกระเป๋าเสื้อ ดึงตุ๊กตาที่ห้อยกุญแจออกมา แล้วโยนกุญแจลงไปในคูน้ำจากนั้นก็เข้าไปในรถ ขับรถมุ่งหน้าไปภูเขาทางใต้เขาไม่รู้ว่าหลุมศพของเจียงอี่ฮว่าอยู่ตรงไหน จึงต้องดูตั้งแต่หลุมศพที่อยู่ด้านล่างสุดเมื่อเขาเดินมาถึงกลางภูเขา เห็นแม่กำลังคำนับอยู่ เขาถึงกับโล่งอกเขาปาดเหงื่อบนหน้าผาก ค่อยๆ เดินเข้าไปหาผู้เป็นแม่แล้วเอ่ยเสียงเบา “แม่”แม่ไม่สนใจเขาเธอนั่งยองๆ แล้วเอาช่อดอกลิลลี่วางไว้หน้าป้ายหลุมศพ แล้วก็เอาผ้าออกมาเช็ดเศษฝุ่นเศษดินที่ติดอยู่บนนั้นเมื่อเช็ดป้ายหลุมศพจนสะอาดหมดจด เธอลุกขึ้นมามองมือที่ว่างเปล่าของเหลียงซิวหย่วน“นายมาทำไม?”เสียงเธอเย็นชามาก เหมือนกำลังถามคนแปลกหน้าที่เดินผ่านมาแต่เหลียงซิวหย่วนไม่แคร์สักนิดตั้งแต่เขาเห็นแม่ เขาก็ไม่ละสายตาจากเธอเลยแต่แม่ไม่มองหน้าเขา จึงไม่รู้ว่าตอน





