Short
ยามหิมะร่วงโรย

ยามหิมะร่วงโรย

بواسطة:  นิจนิรันดร์مكتمل
لغة: Thai
goodnovel4goodnovel
27فصول
1وجهات النظر
قراءة
أضف إلى المكتبة

مشاركة:  

تقرير
ملخص
كتالوج
امسح الكود للقراءة على التطبيق

“คุณเจียง เราโทรมาจากหน่วยงานทำการุณยฆาตที่สวิตเซอร์แลนด์ ไม่ทราบว่าคุณได้ยื่นเรื่องทำการุณยฆาตในวันที่ 25 ธันวาคมใช่ไหม?” ขนตาของเจียงอี่ฮว่าสั่นเล็กน้อย เอ่ยด้วยน้ำเสียงราบเรียบ “ใช่” “โอเค คำร้องขอการุณยฆาตของคุณผ่านการอนุมัติแล้ว ทางเราให้เวลาครึ่งเดือน รบกวนเคลียร์ทุกอย่างให้เรียบร้อยด้วย” เพิ่งวางสาย ประตูห้องนอนก็เปิดออก เหลียงซิวหย่วนเดินเข้ามาพร้อมไอเย็นบนตัว เมื่อเห็นเธอ เขายิ้มแล้วชูกล่องของขวัญที่ห่ออย่างสวยงาม “ฮว่าฮว่า สุขสันต์วันเกิด” เจียงอี่ฮว่าหัวเราะ “วันเกิดฉันเมื่อวาน” เหลียงซิวหย่วนชะงักไป สีหน้าเหลอหลาและกระอักกระอ่วน “ขอโทษนะ ช่วงนี้ฉันงานยุ่งมากเลย”

عرض المزيد

الفصل الأول

บทที่ 1

เขาพูดจบแล้วย่อตัวลงมา วางมือลงบนน่องเธออย่างแผ่วเบาแล้วเริ่มนวดให้เธอ จากนั้นพูดเปลี่ยนเรื่อง “วันนี้เป็นยังไงบ้าง? เจ็บขาไหม?”

เพราะใช้แรงมากเกินไป ทำให้มือคู่สวยแดงเล็กน้อย เส้นเลือดปูดขึ้นมาบนหลังมือ ดูสะดุดตาเป็นอย่างมาก

ฝีมือการนวดและแรงนวดของเขาเป็นมืออาชีพมาก แต่เจียงอี่ฮว่ากลับไม่รู้สึกอะไรเลย

ผ่านไปสักพักก็ยังไม่ได้ยินคำตอบจากเธอ เหลียงซิวหย่วนจึงเงยหน้าขึ้นมา ขณะที่กำลังจะถาม มือถือในกระเป๋าเสื้อก็ดังขึ้น

เขาเอามือถือออกมาดู เมื่อเห็นโน้ตแจ้งเตือน ใบหน้าเขามีรอยยิ้มแห่งความดีใจโดยไม่รู้ตัว

เขาลืมสิ่งที่กำลังจะพูดไปจนหมดสิ้น ลุกขึ้นยืนแล้วพูดทิ้งท้ายก่อนที่จะเดินไปที่ห้องหนังสือ

“ฮว่าฮว่า ฉันมีงานนิดหน่อยต้องไปจัดการ เดี๋ยวฉันมานวดให้นะ”

เจียงอี่ฮว่ายังเงียบเหมือนเดิม มองเขาเดินออกไปโดยไม่พูดอะไรสักคำ

เมื่อเขาเดินออกไปจากประตูแล้ว รอยยิ้มของเขาที่เปิดเผยออกมาอย่างชัดเจนเมื่อครู่ยังคงวนเวียนอยู่ในหัวเธอ

ถ้าเป็นเรื่องงาน เขาจะยิ้มขนาดนั้นไหม?

ท่าทางดีใจที่ออกมาจากใจขนาดนั้น มีแค่ตอนเจอคนที่ชอบ ถึงจะแสดงออกมาแบบนั้น

เพราะเธอเคยเห็นรอยยิ้มแบบนี้หลายครั้งแล้ว

ตอนมัธยมปลาย ทุกๆ เช้าเธอจะรีบดื่มนมแล้ววิ่งลงไปข้างล่าง เห็นเหลียงซิวหย่วนยิ้มแบบนี้เสมอ เขายิ้มบางๆ แล้วเดินมาหาเธอ เอากระเป๋าหนังสือหนักๆ ของเธอไปถือให้ พาเธอซ้อนท้ายจักรยานไปโรงเรียนด้วยกัน

ตอนนั้นพวกเขาอายุ 18 ปี เป็นวัยที่ไร้เดียงสาและเต็มเปี่ยมไปด้วยความสดใส ในสายตามีแค่กันและกัน

ทั้งสองคนโตมาด้วยกันตั้งแต่เด็ก เกิดความหวั่นไหวในใจแล้วก็ตกหลุมรักกัน เหมือนพลอตในนิยายทุกเรื่อง

พวกเขาแอบคบกันโดยที่พ่อแม่และเพื่อนๆ ในโรงเรียนไม่รู้ สัญญาว่าจะพยายามสอบเข้ามหาวิทยาลัยเดียวกันให้ได้ จากนั้นค่อยเปิดเผยความสัมพันธ์ให้ทุกคนรู้

พวกเขาคอยกระตุ้นเรื่องการเรียน พัฒนาตัวเองไปด้วยกัน ในที่สุดทั้งสองคนก็สอบเข้ามหาวิทยาลัยชิงด้วยคะแนนเกือบ 700 คะแนน

เดิมทีทุกอย่างควรจะราบรื่นไปได้ด้วยดี

แต่ดันเกิดเรื่องไม่คาดฝัน

หนึ่งวันก่อนเปิดเทอม พวกเขาโดนรถชน ในวินาทีแห่งความเป็นความตาย เจียงอี่ฮว่าผลักเหลียงซิวหย่วนให้พ้นจากอันตรายอย่างไม่ลังเล

วันนั้นเหลียงซิวหย่วนปลอดภัยดี ส่วนเธอสูญเสียขาทั้งสองข้าง

เคราะห์ซ้ำกรรมซัด ในปีนั้นเธอยังสูญเสียพ่อแม่เพราะอุบัติเหตุเครื่องบินตก เธอไม่สามารถรับเรื่องสะเทือนใจที่เกิดขึ้นติดต่อกันแบบนี้ ทำให้เธอเป็นโรคซึมเศร้าตั้งแต่ตอนนั้น

เหลียงซิวหย่วนปวดใจมาก พอจบมหาวิทยาลัยก็ขอเธอแต่งงานทันที

เขาให้คำมั่นสัญญาอย่างหนักแน่น บอกว่าชีวิตนี้จะไม่มีทางทรยศเธอ

หลังแต่งงานได้สามปี เขาทำอย่างที่พูดมาตลอด

จนกระทั่งเมื่อครึ่งเดือนก่อน เธอเจอไดอารี่ของเขา

ที่แท้คนที่พร่ำบอกรักเธอทุกวันกลับระบายความทุกข์ใจลงในไดอารี่

เขาบอกว่าสาเหตุที่ขอเธอแต่งงาน เพราะสังคมบีบบังคับ ถ้าไม่ทำแบบนี้ ทุกคนต้องรุมด่าเขาแน่นอน

เขาบอกว่าทุกครั้งที่กลับบ้าน ความรู้สึกอึดอัดเหมือนโดนกักขังทำให้เขาแทบขาดใจตาย เขารู้สึกว่าทุกวินาทีที่อยู่ข้างๆ เธอช่างทรมานเหลือเกิน

เขาบอกว่าถ้าย้อนเวลากลับไปได้ เขายอมไม่ให้เธอช่วยเขาดีกว่า ถึงเขาต้องนั่งรถเข็นไปตลอดชีวิตก็ตาม อย่างน้อยก็ไม่ต้องรู้สึกผิดขนาดนี้

เขาปิดบังเธอเรื่องที่เขาชอบผู้หญิงคนหนึ่ง ผู้หญิงคนนั้นชื่อเย่เสี่ยวเสี่ยว เธอเป็นคนสนุกสนาน งดงามและสดใส เหมือนเจียงอี่ฮว่าตอนยังไม่ประสบอุบัติเหตุมาก

วันต่อมาเธอได้รับข้อความจากเย่เสี่ยวเสี่ยว

“เจียงอี่ฮว่า ฉันได้ยินซิวหย่วนบอกว่าขาเธอไม่มีวันรักษาหายแล้วเหรอ? ไหนๆ พวกเธอสองคนก็รู้จักกันมาหลายปี เธอปล่อยเขาไปได้ไหม?”

“เธอคงไม่รู้สินะ เธอทำให้เขาใช้ชีวิตอย่างทุกข์ทรมานทุกวัน เขาอยากตายใจจะขาด แต่เขาตายไม่ได้ เพราะเขาต้องดูแลเธอ ทั้งๆ ที่ในใจทุกข์แทบตาย ช่างเป็นชีวิตที่น่าเศร้าจริงๆ”

“ถ้าไม่เจอฉัน เขาคงต้องเป็นบ้าเข้าสักวัน เธอไม่รู้สึกผิดสักนิดเลยเหรอ? ฉันสงสารเขามาก ตอนนี้คนที่เขารักคือฉัน เธออย่ายื้อเขาไว้เลย หย่าเถอะ ทำให้เราสองคนสมหวังได้ไหม?”

หลังจากนั้นเธอส่งภาพสุดหวานมาสิบกว่าภาพ

กล้องหันไปทางเหลียงซิวหย่วน

เขากำลังชงกาแฟด้วยสีหน้ายิ้มแย้ม พอเห็นว่าเย่เสี่ยวเสี่ยวกำลังเซลฟี่ เขาก็ขยับเข้ามาชูสองนิ้วใส่กล้องด้วยท่าทางสนิทสนม

เขาแกะกุ้งจานใหญ่ไปวางตรงหน้าเย่เสี่ยวเสี่ยว เช็ดคราบอาหารที่ติดอยู่บนนิ้วให้เธอ

เขาเดินตามรอยเท้าของเย่เสี่ยวเสี่ยวบนหาดทราย ยิ้มร่าแล้วยื่นเปลือกหอยให้เธอเป็นกำมือ

เจียงอี่ฮว่าดูจนถึงรูปสุดท้าย เจ็บปวดหัวใจจนแทบหายใจไม่ออก เรียกว่าเอามีดมาแล่เนื้อเธอเป็นหมื่นชิ้นก็ไม่เกินไป

แต่เธอร้องไห้ไม่ออกแล้ว ในดวงตาหลงเหลือเพียงความว่างเปล่า

เธอไม่ได้ตอบกลับข้อความพวกนี้ แต่เย่เสี่ยวเสี่ยวก็ยังตามรังควานไม่เลิก

หลังจากนั้นเธอส่งภาพใหม่ๆ มาทุกวัน มีลายน้ำระบุวันที่ทุกภาพ

วันที่ 21 พฤศจิกายน พวกเขาเดินเล่นอยู่ในสวนสาธารณะท่ามกลางแสงอาทิตย์ยามเย็น

วันที่ 26 พฤศจิกายน พวกเขาไปปั้นแจกันดอกไม้ที่สตูดิโอสอนปั้นเซรามิก

วันที่ 1 ธันวาคม พวกเขาไปชมงานแสดงดนตรี พูดคุยเกี่ยวกับดนตรีและเรื่องในอนาคตหลายๆ เรื่อง

......

เวลาที่อยู่ในภาพทุกภาพ สอดคล้องกับเวลาที่เหลียงซิวหย่วนโทรมาบอกว่าทำโอที

แม้แต่วันเกิดของเธอเมื่อวานนี้ เธอรอเขาอยู่ที่บ้านหนึ่งวันหนึ่งคืน แต่เขาก็ไม่กลับมา

และสาเหตุที่เขาไม่กลับบ้าน เพราะไปดูพลุกับเย่เสี่ยวเสี่ยว

ตอนเห็นภาพที่เย่เสี่ยวเสี่ยวส่งมา เธอเอาแต่หัวเราะ หัวเราะจนน้ำตาไหลออกมา

เหลียงซิวหย่วนวัย 17 ปีรักเจียงอี่ฮว่าวัย 17 ปีอย่างสุดหัวใจ

แต่เหลียงซิวหย่วนวัย 25 ปีดันไม่รักเจียงอี่ฮว่าวัย 25 ปีแล้ว

คืนนั้นเธอนั่งอยู่ตรงหน้าต่างทั้งคืน วันต่อมาเธอส่งข้อมูลจำนวนมากให้หน่วยงานการุณยฆาตที่ต่างประเทศ ยื่นเรื่องขอจบชีวิตตัวเอง

เหลียงซิวหย่วน ฉันไม่เหลืออะไรแล้ว ฉันมีแค่นายคนเดียว

แต่นายเห็นฉันเป็นเหมือนภัยอันเลวร้าย

ในเมื่อเป็นเช่นนี้ ฉันคงต้องปล่อยนายไป

แล้วก็ปล่อยตัวฉันไปด้วย
توسيع
الفصل التالي
تحميل

أحدث فصل

فصول أخرى
لا توجد تعليقات
27 فصول
บทที่ 1
เขาพูดจบแล้วย่อตัวลงมา วางมือลงบนน่องเธออย่างแผ่วเบาแล้วเริ่มนวดให้เธอ จากนั้นพูดเปลี่ยนเรื่อง “วันนี้เป็นยังไงบ้าง? เจ็บขาไหม?”เพราะใช้แรงมากเกินไป ทำให้มือคู่สวยแดงเล็กน้อย เส้นเลือดปูดขึ้นมาบนหลังมือ ดูสะดุดตาเป็นอย่างมากฝีมือการนวดและแรงนวดของเขาเป็นมืออาชีพมาก แต่เจียงอี่ฮว่ากลับไม่รู้สึกอะไรเลยผ่านไปสักพักก็ยังไม่ได้ยินคำตอบจากเธอ เหลียงซิวหย่วนจึงเงยหน้าขึ้นมา ขณะที่กำลังจะถาม มือถือในกระเป๋าเสื้อก็ดังขึ้นเขาเอามือถือออกมาดู เมื่อเห็นโน้ตแจ้งเตือน ใบหน้าเขามีรอยยิ้มแห่งความดีใจโดยไม่รู้ตัวเขาลืมสิ่งที่กำลังจะพูดไปจนหมดสิ้น ลุกขึ้นยืนแล้วพูดทิ้งท้ายก่อนที่จะเดินไปที่ห้องหนังสือ“ฮว่าฮว่า ฉันมีงานนิดหน่อยต้องไปจัดการ เดี๋ยวฉันมานวดให้นะ”เจียงอี่ฮว่ายังเงียบเหมือนเดิม มองเขาเดินออกไปโดยไม่พูดอะไรสักคำเมื่อเขาเดินออกไปจากประตูแล้ว รอยยิ้มของเขาที่เปิดเผยออกมาอย่างชัดเจนเมื่อครู่ยังคงวนเวียนอยู่ในหัวเธอถ้าเป็นเรื่องงาน เขาจะยิ้มขนาดนั้นไหม?ท่าทางดีใจที่ออกมาจากใจขนาดนั้น มีแค่ตอนเจอคนที่ชอบ ถึงจะแสดงออกมาแบบนั้นเพราะเธอเคยเห็นรอยยิ้มแบบนี้หลายครั้งแล้วตอนมัธยมป
اقرأ المزيد
บทที่ 2
เจียงอี่ฮว่านั่งอยู่ในห้องนั่งเล่นเพียงลำพัง เธอนั่งจนฟ้ามืด ก่อนจะเคลื่อนรถเข็นมาหน้าห้องหนังสือ จากนั้นเคาะประตูห้องสองสามครั้งเหลียงซิวหย่วนรีบวางสายแล้วเดินออกมา“ฮว่าฮว่า ฉันจำวันเกิดเธอผิด นี่ก็ใกล้ถึงวันครบรอบแต่งงานปีที่สามแล้ว เราฉลองพร้อมกันเลยดีไหม? เธออยากไปไหน ฉันจะไปกับเธอทุกที่”เจียงอี่ฮว่ามองเขาแล้วเอ่ยเสียงเบา“ไปสวิตเซอร์แลนด์ ฉันอยากไปดูหิมะแรก”เมื่อได้ยิน นัยน์ตาของเหลียงซิวหย่วนฉายแววประหลาดใจเล็กน้อย“หิมะแรกเหรอ? อีกหนึ่งเดือนที่จิงเป่ยก็น่าจะหิมะตกแล้ว เราฉลองกันที่บ้านดีกว่า เธอเดินเหินไม่สะดวก อย่าเดินทางไกลดีกว่า”เจียงอี่ฮว่าส่ายหน้าไปมา น้อยครั้งที่เธอจะปฏิเสธเขาแบบนี้ชีวิตเธอเหลือแค่ 15 วันแล้ว รอให้ถึงเดือนหน้าไม่ได้หรอกเห็นเธอยืนกรานขนาดนี้ เหลียงซิวหย่วนไม่ได้พูดอะไรต่อ จองตั๋วเครื่องบินไปสวิตเซอร์แลนด์ในวันคริสมาสต์ทันทีเจียงอี่ฮว่ารู้ว่าเขาต้องตอบตกลงแน่นอนเธอเห็นมาจากไดอารี่ของเขานั่นแหละ หลังจากเขากลับมาจากไปเดตกับเย่เสี่ยวเสี่ยว ความรู้สึกผิดในใจก็มากขึ้นเรื่อยๆ จึงหาวิธีชดใช้ให้เธอเธอเอามือถือออกมาเปิดนาฬิกา แล้วก็ตั้งเวลานับถอ
اقرأ المزيد
บทที่ 3
วันต่อมา เจียงอี่ฮว่าตื่นตั้งแต่เช้าเหลียงซิวหย่วนเพิ่งตื่นตอนสิบโมง พอเดินออกมาจากห้องนอนก็เห็นเธอนั่งเขียนอะไรอยู่ที่โต๊ะ เขาขยี้ตาแล้วเดินไปหาเธอในสมุดโน้ตเต็มไปด้วยตัวหนังสือ เขาอ่านดูทีละบรรทัด ถึงรู้ว่ามันคือรายการสิ่งที่ต้องทำเต็มไปหมดเรื่องแรก กลับไปเยี่ยมบ้านและนัดเจอเพื่อนเรื่องที่สอง ไปให้อาหารนกพิราบริมทะเลสาบเรื่องที่สาม ไปเมาให้หัวทิ่มที่ผับ......“ฮว่าฮว่า เธอเขียนเรื่องพวกนี้ทำไม?”มือที่ถือปากกาชะงักไป เธอเงยหน้าขึ้นมามองเขา“รายการสิ่งที่อยากทำ”เมื่อได้ยิน เหมือนเหลียงซิวหย่วนนึกอะไรขึ้นมาได้ ใบหน้าเขามีรอยยิ้ม “ตอนเธออายุ 17 ปีก็เคยเขียนรายการสิ่งที่......”เขาพูดยังไม่ทันจบก็ชะงักไป สีหน้าเขาดูโมโหตัวเองเล็กน้อยเจียงอี่ฮว่ารู้ว่าเขาคิดว่าตัวเองพลั้งปากพูด พูดถึงเรื่องในอดีตจะทำให้เธอทุกข์ใจแต่ตอนนี้เธอยอมรับความจริงได้แล้ว ไม่เก็บมาใส่ใจแล้ว แถมยังพูดต่อจากเขาด้วย“ใช่ ตอนนั้นฉันเขียนเรื่องที่ต้องทำให้สำเร็จก่อนอายุ 18 ปี 100 เรื่อง ทั้งกระโดดบันจี้จัมพ์ เล่นสกี ล่องแก่ง เล่นกระดานโต้คลื่น......แต่ละอย่างบ้าระห่ำสุดๆ แต่นายบ้ากว่าฉันอีก นอกจากช่
اقرأ المزيد
บทที่ 4
สองสามวันต่อมา เหลียงซิวหย่วนไม่ได้กลับบ้านเลย แค่ส่งข้อความมาบอกว่าไปทำงานข้างนอกแต่เย่เสี่ยวเสี่ยวดันเปิดเผยที่อยู่ของเขาซะอย่างนั้นเจียงอี่ฮว่าไม่ตอบข้อความพวกนี้เหมือนเดิม แค่พรินต์ออกมาแล้วเก็บไว้เหมือนที่เคยทำเมื่อมีเวลาว่างเธอก็จะไปทำรายการสิ่งที่อยากทำก่อนตายทีละเรื่องเมื่อทำได้ถึงเรื่องที่สิบ เธออ่านข้อความที่เขียนไว้ว่าชมดอกไม้ จากนั้นเปิดมือถือแล้วค้นหาอยู่แป๊บหนึ่ง สุดท้ายเธอตัดสินใจไปชมดอกเหมยที่เพิ่งจะเริ่มผลิบานในสวนสาธารณะชื่อดังวันทำงานที่สวนสาธารณะไม่ค่อยมีคน เธอค่อยๆ เคลื่อนรถเข็นไปตามทางเล็กๆช่วงบ่ายสามถึงสี่โมง มีนักร้องเปิดหมวกมาที่ลานกว้างเยอะมาก พวกเขาดีดกีตาร์ และร้องเพลงรักแสนไพเราะเจียงอี่ฮว่าหันไปมองตามเสียง เห็นเหลียงซิวหย่วนอยู่ไม่ไกล รวมถึงเย่เสี่ยวเสี่ยวที่อยู่ข้างๆ เขาทั้งสองคนถือถ้วยของกินเล่น กินไปคุยไปเย่เสี่ยวเสี่ยวใช้ไม้จิ้มของตัวเองจิ้มผลไม้ป้อนเขา เขาก็อ้าปากกินมันอย่างเป็นธรรมชาติเห็นใบหน้าเขาเต็มไปด้วยรอยยิ้ม เจียงอี่ฮว่าอึ้งเล็กน้อยเธอไม่คิดว่าจะบังเอิญเจอพวกเขาที่นี่เธอดูเงียบๆ อยู่ครู่หนึ่ง จู่ๆ ก็เห็นเหลียงซิวหย่วนลุ
اقرأ المزيد
บทที่ 5
เจียงอี่ฮว่าคิดไม่ถึงเหมือนกันว่าจะเจอเขาที่นี่เธอไม่ได้ตอบเขา แต่ย้อนถามว่า “นายมีธุระอะไรที่นี่เหรอ?”สีหน้าเหลียงซิวหย่วนเปลี่ยนไปเล็กน้อย นัยน์ตาเขาฉายแววตื่นตระหนก“มากินข้าวกับเพื่อนแถวนี้น่ะ บังเอิญเจอเธอพอดีก็เลยลงรถมาดู”เมื่อสิ้นเสียง ประตูรถเปิดออก เย่เสี่ยวเสี่ยวยิ้มแล้วเดินมาหยุดอยู่ตรงกลางระหว่างทั้งสองคน“ซิวหย่วน นี่ภรรยานายใช่ไหม?”เหลียงซิวหย่วนไม่คิดว่าเธอจะลงมา เขาตกใจยิ่งกว่าเดิม แต่พยายามทำเป็นนิ่งแล้วพูดแนะนำ“ฮว่าฮว่า คนนี้......เพื่อนฉัน ชื่อเย่เสี่ยวเสี่ยว”เย่เสี่ยวเสี่ยวยื่นมือออกมาแล้วพูดทักทายอย่างมีมารยาท “สวัสดีฮว่าฮว่า มีเรื่องอะไรหรือเปล่า ถึงกับต้องลำบากออกมาเองขนาดนี้?”เจียงอี่ฮว่าทำเป็นไม่เห็น ก้มหน้าแล้วเอ่ยเสียงเบา “ฉันมาทำเรื่องที่อธิษฐานไว้ในวันเกิดน่ะ ว่าจะไปถ่ายรูปสักหน่อย”เย่เสี่ยวเสี่ยวได้ยินแล้วตาเป็นประกายทันที“ถ่ายรูปเหรอ? พาฉันไปด้วยได้ไหม? ฉันเทสต์ดีนะ ช่วยแนะนำเธอได้”เจียงอี่ฮว่าเงยหน้ามองเหลียงซิวหย่วน พอเห็นว่าเขาไม่ได้พูดอะไร เธอจึงไม่ปฏิเสธทั้งสามคนขึ้นมาบนรถ เจียงอี่ฮว่านั่งอยู่ที่เบาะหลังคนเดียว ทอดสายตามองวิวน
اقرأ المزيد
บทที่ 6
เจียงอี่ฮว่ามองท่าทางสนิทสนมของทั้งสองคนอยู่ข้างนอก เธอไม่พูดอะไรสักคำพอเห็นว่าพวกเขาไม่มีทีท่าว่าจะหยุด เธอจึงเรียกช่างภาพที่อยู่ข้างๆ“รบกวนถ่ายภาพนิ่งให้ฉันหน่อยได้ไหม? ฉันอยากได้ภาพขาวดำ”ช่างภาพเข็นเธอเข้าไปในห้องถ่ายรูปอีกห้องหนึ่งพลางพูดแนะนำว่าภาพขาวดำมันไม่สวยแต่เจียงอี่ฮว่ายืนยันจะถ่ายภาพขาวดำเพราะภาพที่เธอต้องการจะถ่ายในตอนแรก คือภาพตั้งหน้าโลงศพช่างภาพจนปัญญา ทำได้แค่ถ่ายภาพตามความต้องการของเธอเมื่ออัดรูปเสร็จเรียบร้อย ห้องข้างๆ ก็มีความสุขจนพอแล้วเหมือนกันเย่เสี่ยวเสี่ยวถือรูปที่เพิ่งได้เดินออกมา ใบหน้าเต็มไปด้วยความรู้สึกผิด“ขอโทษนะ ฉันกับซิวหย่วนถ่ายรูปเพลินไปหน่อย ลืมเธอไปเลย พวกเธอถ่ายเพิ่มกันอีกหน่อยไหม?”เจียงอี่ฮว่ามองเหลียงซิวหย่วนที่ยืนหลบตาอยู่ด้านหลังเย่เสี่ยวเสี่ยว เธอหัวเราะแล้วส่ายหน้าไปมา“ไม่ต้องหรอก”เหลียงซิวหย่วนรู้ตัวเหมือนกันว่าสิ่งที่ตัวเองทำไปเมื่อกี้ไม่เหมาะสมเท่าไรเขารู้สึกผิดขึ้นเรื่อยๆ รีบเข้าไปเข็นรถเข็นให้เธอ แล้วบอกว่าจะซื้อสร้อยชดเชยให้เธอเย่เสี่ยวเสี่ยวตามไปด้วย บอกว่าอยากซื้อต่างหูสักคู่ เจียงอี่ฮว่าจะได้ช่วยเธอดูต่าง
اقرأ المزيد
บทที่ 7
หลังกลับมาถึงบ้าน เหลียงซิวหย่วนค่อยๆ ทำแผลให้เจียงอี่ฮว่าอย่างเบามือ ในใจเต็มไปด้วยความเสียใจและสงสารสองสามวันต่อมา เขาไม่ออกไปไหนอีก เอาแต่เฝ้าเธออย่างใกล้ชิดทุกวันเจียงอี่ฮว่าไม่ได้รู้สึกอะไรกับความรู้สึกผิดที่เขาแสดงออกมาให้เห็นเมื่อถึงเวลากลางดึก เธอเคลื่อนรถเข็นเข้ามาในห้องหนังสือ เจอไดอารี่ที่เขาคิดไปเองว่าซ่อนไว้ดีมากเมื่อเปิดดู เธอเห็นตัวหนังสือเต็มหน้ากระดาษ เหลียงซิวหย่วนเขียนด่าทอตัวเขาเองว่า “เหลียงซิวหย่วน นายมันเลวจริงๆ” จากนั้นเธอก็ปิดไดอารี่เธอเพิ่งออกมาจากห้องหนังสือ จู่ๆ ประตูห้องนอนเปิดออก เหลียงซิวหย่วนเสื้อผ้ายับยู่ยี่ วิ่งออกมาโดยที่ไม่ได้ใส่รองเท้าด้วยซ้ำเมื่อเห็นว่าเธอปลอดภัยดี เขาถึงกับถอนหายใจออกมา “ฮว่าฮว่า ดึกขนาดนี้ เธอออกมาทำอะไรคนเดียว?”เจียงอี่ฮว่าละสายตาจากเขา พูดโกหกหน้าตายว่า “ฉันคอแห้ง เลยมาดื่มน้ำน่ะ”เหลียงซิวหย่วนรีบวิ่งไปในครัว เทน้ำอุ่นมาให้เธอหนึ่งแก้ว น้ำเสียงยังตกใจไม่หาย“ต่อไปเรื่องเล็กน้อยแบบนี้เธอบอกฉันก็ได้ ไม่งั้นถ้าเธอเป็นอะไรไปอีก ฉันคงหัวใจวายตายเข้าสักวัน”เมื่อได้ยินประโยคนี้ เจียงอี่ฮว่าเงยหน้าขึ้นมาจ้องเขา“เหล
اقرأ المزيد
บทที่ 8
เจียงอี่ฮว่ารออยู่สามชั่วโมงเต็มๆ เขาก็ยังไม่กลับมาช่วงบ่ายฝนตกปรอยๆ เธอรอไม่ไหวแล้วเหมือนกัน จึงเคลื่อนรถเข็นลงจากเขาเองแม้ที่สุสานมีทางลาดสำหรับรถเข็น แต่มันเป็นทางสูงและชันมาก เธอควบคุมแรงไม่ได้ ทำให้รถเข็นชนราวกั้นแล้วล้มลงเธอไถลกับพื้นถนนลงมาด้านล่าง ที่มือและใบหน้าเป็นแผลถลอกเต็มไปหมด ที่หน้าผากมีแผลจากการโดนกระแทกด้วย เลือดไหลออกมาไม่หยุด แต่ก็โดนน้ำฝนชะล้างออกไปจนหมดเธอล้มอยู่บนพื้นเพียงลำพัง ไม่มีใครผ่านมาเห็น ทำได้แค่มองสายฝนที่โปรยปรายลงมาอย่างสิ้นหวังความเย็นจากน้ำฝนทำให้เธอตัวสั่นอย่างควบคุมไม่ได้ เธอกัดฟันสะกดกลั้นความเจ็บที่แล่นไปทั่วร่างกายแต่เวลาแห่งความทรมานช่างผ่านไปช้าเหลือเกินไม่รู้ว่าผ่านไปนานขนาดไหน ขณะที่เธอคิดว่าตัวเองกำลังจะแข็งตายอยู่ที่นี่ เหลียงซิวหย่วนกางร่มวิ่งมาด้วยความตื่นตระหนก เขาอุ้มเธอขึ้นมาพลางพูดขอโทษอย่างเจ็บปวดใจเจียงอี่ฮว่าจ้องเขา นัยน์ตาเธอหลงเหลือเพียงความว่างเปล่าและด้านชา“ถ้าฉันเดินได้ วันนี้ฉันคงไม่ต้องมาติดอยู่ที่นี่”เจียงอี่ฮว่าที่งดงามและสดใสตายไปตั้งแต่ตอนอายุ 18 ปีแล้วเหลียงซิวหย่วนรู้สึกสะเทือนใจเล็กน้อย ความรู้
اقرأ المزيد
บทที่ 9
หลังออกมาจากโรงพยาบาล เหลียงซิวหย่วนโทรหาเจียงอี่ฮว่าหลายครั้ง แต่เธอไม่รับสายเลย จู่ๆ เขารู้สึกใจคอไม่ดีเล็กน้อยเขารีบเรียกแท็กซี่ไปสนามบิน ซื้อตั๋วเครื่องบินไปสวิตเซอร์แลนด์ทันทีตอนรอขึ้นเครื่อง เขาส่งข้อความไปเยอะมาก แต่ก็ไม่มีการตอบกลับเหมือนเดิมเมื่อเวลาผ่านไปเรื่อยๆ ใจเขายิ่งเต้นเร็วขึ้น อดคิดฟุ้งซ่านไม่ได้เขาคิดถึงเรื่องที่เกิดขึ้นก่อนจะกลับมาจากสวิตเซอร์แลนด์ แอบรู้สึกว่ามีอะไรแปลกๆ เล็กน้อยแต่เขาคิดไม่ออกว่ามันมีอะไรแปลกไป ในหัวมีแต่สายตาราบเรียบที่เจียงอี่ฮว่ามองมาเป็นครั้งสุดท้ายเมื่อเขามาถึงสวิตเซอร์แลนด์ก็วันที่ 26 แล้วเขารีบมาที่โรงแรมอย่างรวดเร็ว พอเปิดประตูเข้าไปในห้อง พบว่าในห้องว่างเปล่าไม่มีใครสักคนเขาค้นหาทุกซอกทุกมุมในห้อง แม้แต่ในตู้เสื้อผ้าก็ค้นดูจนหมด แต่ก็ไม่เจออะไรเลยเจียงอี่ฮว่าหายไปอย่างไร้ร่องรอยเหลียงซิวหย่วนรู้สึกเหมือนมีเสียงระเบิดดังข้างหู สมองขาวโพลนไปหมด เขาหวาดกลัวเป็นอย่างมากเขาเอามือถือออกมาด้วยความตื่นตระหนก โทรหาเธอครั้งแล้วครั้งเล่า แต่ไม่ได้ยินเสียงอะไรเลยได้ยินเพียงเสียงเย็นชาจากระบบแจ้งเตือนว่า “เลขหมายที่ท่านเรียกไม่ส
اقرأ المزيد
บทที่ 10
หลังจากมาถึงจิงเป่ย เหลียงซิวหย่วนเปิดมือถือเป็นอันดับแรก เห็นสายที่แม่โทรมาหลายสิบสายกับข้อความที่ไม่ได้อ่านเป็นร้อยข้อความเมื่อเห็นแจ้งเตือนเต็มไปหมด จู่ๆ เขารู้สึกใจคอไม่ดี ขณะที่กำลังจะโทรกลับไปถาม เขาเงยหน้าขึ้นมาเห็นแม่รออยู่ตรงทางออกเหมือนเธอไม่ได้นอนทั้งคืน ดูอิดโรยเป็นอย่างมาก สายตาที่มองมาดูตื่นตระหนกและสับสนจนทำอะไรไม่ถูก“ซิวหย่วน! ฮว่าฮว่าไม่อยู่บ้าน นายไม่รู้เหรอว่าเธอไปไหน?”เมื่อได้ยินประโยคนี้ สภาพจิตใจที่เหลียงซิวหย่วนอุตส่าห์เตรียมไว้ตั้งแต่ตอนอยู่บนเครื่องบินพังทลายลงทันทีเขาทิ้งกระเป๋าเดินทางแล้ววิ่งออกจากทางออกเหมือนคนบ้า ในดวงตาเต็มไปด้วยความตื่นตระหนก“ไม่อยู่ที่บ้านเหรอ? เป็นไปได้ยังไง!”ฟังจากน้ำเสียงของลูกชาย ผู้เป็นแม่รู้ทันทีว่าต้องเกิดเรื่องแน่ๆ รีบถามความสงสัยที่ซ่อนไว้ในใจออกมาทันที“ฉันไปที่บ้านแล้วไม่เจอฮว่าฮว่า ฉันหาทั่วบ้านอยู่หลายรอบ ข้าวของของเธอหายไปหมด ในตู้เสื้อผ้าไม่มีเสื้อผ้าสักตัว พวกของกระจุกกระจิกกับขนมที่ซื้อมาประจำก็หายไปหมด พวกนายทะเลาะกันเหรอ?”ความทรงจำที่เหลียงซิวหย่วนเผลอมองข้ามโดยไม่รู้ตัว ค่อยๆ กลับมาเมื่อเจอคำถามเหล่าน
اقرأ المزيد
استكشاف وقراءة روايات جيدة مجانية
الوصول المجاني إلى عدد كبير من الروايات الجيدة على تطبيق GoodNovel. تنزيل الكتب التي تحبها وقراءتها كلما وأينما أردت
اقرأ الكتب مجانا في التطبيق
امسح الكود للقراءة على التطبيق
DMCA.com Protection Status