مشاركة

บทที่ 11

مؤلف: l3oonm@
last update تاريخ النشر: 2025-02-07 14:53:12

จินเยว่เงยหน้าจ้องเว่ยซืออิงอย่างเย็นชา ยิ่งเห็นสายตาของจินเยว่ เว่ยซืออิงก็ยิ่งบันดาลโทสะ นางนำแส้ออกมาฟาดไปที่ตัวของจินเยว่ ความจริงนางจะฟาดลงไปที่หน้าแต่จินเยว่เบี่ยงตัวหลบทัน แส้จึงฟาดลงที่แขนของนางแทน

เหมือนนางจะยิ่งโมโหเพราะแส้ที่นางฟาดเพื่อให้โดนใบหน้ากับไม่โดน

"เจ้าพวกโง่ จับตัวนางไว้ให้ข้า วันนี้ข้าจะตีนางให้ตายเสีย กล้าดีเช่นใดทำให้ข้าอับอายต่อหน้าคนมากมาย" เหมือนเว่ยซืออิงจะเสียสติไปเสียแล้ว สาวรับใช้ตัวสั่นไปด้วยความกลัว แต่นางก็ต้องทำตามคำสั่งของนาย

"คุณหนูเว่ยโปรดหยุดมือ" นางตีจินเยว่ไปที่หลังได้เพียงสามครั้งเท่านั้น หลิวเหล่ยที่เดินทางเข้าเมืองมาก็ถูกเสี่ยวหงเรียกตัวไว้ก่อนจะมาพบกับเหตุการณ์ตรงหน้าเขา

"ท่านกุนซือหลิว เรื่องนี้ท่านอย่าได้เข้ามายุ่ง" นางหลุดกิริยาที่มักจะเรียบร้อยอ่อนหวานต่อหน้าคนอื่นตลอด แต่วันนี้ความโกรธเข้าบังตาทำให้สติของนางหลุดความเป็นตัวตนที่แท้จริงออกมา

"ไม่ยุ่งคงมิได้ แม่นางเสวี่ยมิได้เป็นบ่าวในจวนท่านแม่ทัพหรือบ่าวตระกูลเว่ย ที่จะให้ท่านโบยตีได้ตามอำเภอใจ" หลิวเหล่ยกล่าวด้วยเสียงดุดัน อย่างที่ทุกคนพบเห็นได้น้อย 

สาวใช้ที่จับตัวของจินเยว่ไว้ปล่อยตัวนางลงด้วยความหวาดกลัว เสี่ยวหงรีบเข้าไปรับตัวจินเยว่ก่อนที่นางจะล้มไปกองกับพื้น จินเยว่ที่เห็นหลิวเหล่ยมากับเสี่ยวหงนางก็ถอนหายใจก่อนที่จะหมดสติไปเพราะความเจ็บปวดจากแส้

"ท่านกุนซือหลิว แม่นางเสวี่ยหมดสติไปแล้วเจ้าค่ะ" เสี่ยวหงร้องขึ้นด้วยความตกใจ

"ก็แค่บุตรขุนนางต้องโทษ ท่านจำเป็นต้องออกหน้าช่วยด้วยหรือ" เว่ยซืออิงกล่าวขึ้นอย่างมิยอม

"บิดาของนาง ยังมิได้ถูกตัดสินความผิด แม้แต่ท่านเจ้าเมืองยังต้องไว้หน้า เจ้าทำเช่นนี้มิถูกต้องนัก"

หลิวเหล่ยไม่พูดกับเว่ยซืออิงต่อ เขาอุ้มจินเยว่ขึ้แล้วรีบพานางไปเรือนรับรอง แต่จ้าวตงหยางเดินเข้ามาเสียก่อนที่เขาจะได้พานางออกไป

จ้าวตงหยางที่เห็นจินเยว่ในอ้อมแขนของหลิวเหล่ยก็มองสหายอย่างเย็นชา ก่อนที่เขาจะพูดแดกดันสหายสายตาก็มองเห็นเลือดที่ชุดของนาง จนเขาขาดสติถีบโต๊ะในห้องของเว่ยซืออิงพังไม่เหลือชิ้นดี

"คุณหนูเว่ย ข้าคิดว่าเจ้าคงอยู่ที่จวนของข้านานเกินไปเสียแล้ว คงได้กลับเวลากลับตระกูลของเจ้าแล้ว ลากบ่าวในเรือนทั้งหมดออกไปโบยห้าสิบที แล้วขายออกไปเสีย" 

บ่าวในเรือนต่างร้องขอความเมตตาจากท่านแม่ทัพเสียงดังไปทั่วจวน มีหรือที่คนเช่นจ้าวตงหยางจะเห็นใจ ทหารของเขาเข้ามาลากตัวบ่าวออกไปทีละคนและโบยต่อหน้าเว่ยซืออิง จนนางหวาดกลัวตัวสั่น 

ญาติผู้พี่ของนางมิเคยเรียกนางว่า คุณหนูเว่ย มาก่อนครั้งนี้เขาคงโกรธนางมากจริงๆ มิเช่นนั้นจะเอ่ยปากไล่นางกลับจวนตระกูลเว่ยได้อย่างไร แม้จะหวาดกลัวแต่ก็แค้นจินเยว่มากกว่าเดิมเสียอีก

หลิวเหล่ยที่ไม่ได้รอดูเหตุการณ์ทั้งหมด เขาพาจินเยว่ไปเรือนรับรองแล้วตามหมอมาดูอาการของนาง เสี่ยวหงก็รีบช่วยเปลี่ยนเสื้อผ้าเช็ดตัวให้จินเยว่ นางสงสารจินเยว่จนอยากจะร้องไห้ออกมา

จ้าวตงหยางเมื่อจัดการเรื่องในเรือนเว่ยซืออิงเรียบร้อยเขาก็ตามมาที่เรือนรับรองทันที

"เจ้ามาอยู่ที่จวนข้าได้อย่างไร" จ้าวตงหยางจ้องมองหลิวเหล่ยอย่างสงสัย

"จำเป็นด้วยหรือว่าข้ามาด้วยเหตุใด หากข้ามาช้าอีกเพียงลมหายใจเดียว แม่นางเสวี่ยคงไม่เหลือแม้แต่ลมหายใจ" เขาจ้องหน้าสหายอย่างไม่ลดสายตา

หากมิใช่จ้าวตงหยางกลั่นแกล้งจินเยว่ในงานเลี้ยงครั้งนั้น เหตุการณ์ทั้งหมดในวันนี้ก็คงไม่เกิดขึ้น หลิวเหล่ยกล่าวโทษสหายทางสายตา

จ้าวตงหยางถอนหายใจ ก่อนจะมองสหายอย่างสำนึกผิด

"เป็นข้าที่ผิด แต่ข้ารับรองว่าจะไม่เกิดเรื่องเช่นนี้กับนางอีกแล้ว" สีหน้าของหลิวเหล่ยจึงอ่อนลง เขาพยักหน้ารับแต่ก็มิได้วางใจนัก 

หลิวเหล่ยเดินไปนั่งรอท่านหมอที่ดูอาการของจินเยว่ในห้องโถง จ้าวตงหยางมองสหายของตนอย่างไม่เข้าใจ

"เหตุใดเจ้าจึงยังมิกลับ" 

"ข้าจะรอแม่นางเสวี่ยได้สติแล้วพานางไปส่งที่เรือนของนาง" อารมณ์ของจ้าวตงหยางที่สงบในตอนแรก ตอนนี้เริ่มจะโมโหขึ้นมาอีกครั้ง

"เจ้ากลัวข้าจะทำอันใดนาง" เขาเอ่ยถามสหายด้วยน้ำเสียงเย้ยหยัน

หลิวเหล่ยปรายตามองแต่มิได้พูดอันใด ในจวนของเจ้านางเจ็บตัวถึงสองครั้ง หากคนไม่โง่แค่มองก็รู้ว่าหากทิ้งนางให้อยู่ต่อคงได้เกิดเรื่องอีก

ก่อนที่จ้าวตงหยางจะเอ่ยปากไล่สหายของตนอีกครั้ง หมอที่ตรวจดูอาการของจินเยว่ก็เดินออกมาขัดเสียก่อน

"ท่านหมอแม่นางเสวี่ยเป็นเช่นใดบ้าง" หลิวเหล่ยเอ่ยถามตัดหน้าจ้าวตงหยาง

"หึ" จ้าวตงหยางแค่นเสียงแล้วนั่งลงเช่นเดิม เขาทำทีเป็นยกชาขึ้นจิบไม่สนใจบทสนทนาตรงหน้า แต่ใบหูของเขาก็จดจ่อถ้อยคำของท่านหมอทุกคำ

"แน่นางเสวี่ยอาจจะมึไข้สูงในคืนนี้ บาดแผลมิได้บาดเจ็บถึงกระดูก พักสิบวันก็หายดี"

"เรื่องรอยแผลจะหายหรือไม่" หลิวเหล่ยกังวลแทนจินเยว่ 

"ท่านกุนซือมิต้องห่วง ข้าทิ้งยาไว้ให้แล้ว หากแม่นางเสวี่ยทาติดต่อกันสองเดือนรับรองว่าจะไม่ทิ้งรอยแผลไว้ขอรับ" หลิวเหล่ยให้เสี่ยวหงไปส่งท่านหมอ เขาเดินเข้าไปดูจินเยว่ในห้อง แต่ก็ช้าไปกว่าจ้าวตงหยางที่ตอนนี้ยืนมองจินเยว่อยู่ข้างเตียง

"เจ้ามีสิ่งใดต้องไปทำก็ไปเถิด ประเดี๋ยวนางตื่นข้าไปส่งนางเอง" จ้าวตงหยางเอ่ยขึ้นโดยมิได้หันไปมองหลิวเหล่ย

"มิต้องรบกวนท่านแม่ทัพหรอกเจ้าค่ะ ข้ากลับเองได้" จินเยว่ที่ได้สติตอนที่จ้าวตงหยางพูดกับหลิวเหล่ยนางจึง พูดขึ้นมาแทน 

استمر في قراءة هذا الكتاب مجانا
امسح الكود لتنزيل التطبيق

أحدث فصل

  • จองจำรักร้าย   บทที่ 49 (ตอนจบ)

    จ้าวตงหยางยังอยากจะเก็บหลิงอวี้ไว้ออกเรือนตอนอายุยี่สิบกว่าด้วยซ้ำ หากยินเยว่ไม่เอ่ยท้วงเสียก่อน"ท่านแม่ทัพ มีราชโองการมาขอรับ" พ่อบ้านจ้าววิ่งกระหืดกระหอบเข้ามาตาม ทั้งคู่มองหน้ากันอย่างแปลกใจ ก่อนหน้านี้ฮ่องเต้พระราชทานรางวัลและแต่งตั้งจางหมิ่นกับจางหย่งเรียบร้อยแล้ว ยังจะมีราชโองการใดได้อีกทั้งคู่รีบเปลี่ยนเสื้อผ้าออกมาจากเรือนก็พบว่าทุกคนยืนรออยู่หน้าจวนอย่างพร้อมเพรียงแล้ว"ฮ่องแต่มีพระราชโองการ มอบสมรสพระราชทานให้คุณหนูจ้าวหลิงอวี้กับองค์ชายสามฉีเฟยหลาง..." ขันทีประกาศเช่นใดจ้าวตงหยางมิได้ยินอีกแล้ว หูของเขาแทบจะดับไปทันที หากมิใช่มีจินเยว่ประคองไว้เขาคงล้มไปนั่งกองกับพื้นแล้วเมื่อส่งขันทีข้างกายฮ่องเต้กลับไปแล้ว จินเยว่ก็หัวเราะกับท่าทีเหม่อลอยของจ้าวตงหยางขึ้นมา "ท่านมิได้รู้อยู่แล้วหรือ ท่านพี่"จ้าวตงหยางหันไปถลึงตาใส่เมียรักอย่างเห็นได้น้อย รู้อยู่แล้วแต่ทำใจไม่ได้ไงตระกูลจ้าวในเวลานี้บ่าวไพร่แม้แต่นายของจวนต่างก็วุ่นวายจัดเตรียมข้าวของ เสวี่ยป๋อเหวินกับเกาซื่อก็มาอยู่ช่วยดูแลงาน ยังขนเงินทองของมีค่ามาหลายหีบเพื่อเติมสินเดิมให้เจ้าสาว"ท่านพ่อ สินเดิมของอวี้เออร์ไม่เยอ

  • จองจำรักร้าย   บทที่ 48

    แม่ทัพแคว้นเหยี่ยนส่งคณะทูตมาเจรจากับจ้าวตงหยางถึงค่ายทหาร โดยการยอมรับความพ่ายแพ้ครั้งนี้ของแคว้นเหยี่ยนต้องยอมเสียเมืองที่คิดกับแคว้นฉีถึงสามเมือง และจะส่งเครื่องบรรณาการเพิ่มจากเดิมอีกสองส่วนเมื่อทุกฝ่ายหารือร่วมกันเห็นพร่องว่ายินยอมที่จะรับข้อเสนอเช่นนี้ได้ ก็ตกลงทำสัญญาพร้อมถอนทัพกลับทันที ฉีเฟยหลางยังต้องรั้งรอคนที่ราชสำนักส่งมาจัดการหัวเมืองที่ยึดมาได้ก่อน จ้าวตงหยางที่นำทัพกลับเมืองหลวงจึงให้ จางหมิ่นและจางหย่งอยู่ช่วยดูแลอีกแรง การรบกับแคว้นเหยี่ยนครั้งนี้พวกเขาใช้เวลาเดินทางมากกว่าการรบเสียอีก เสียเวลาเดินทางมาสามเดือน เตรียมการรบจนชนะเพียงสองเดือนเท่านั้นตอนนี้จ้าวตงหยางแทบอยากจะมีปีกรีบกลับเมืองหลวงโดยเร็วเพราะกำหนดคลอดของจินเยว่ใกล้เข้ามาแล้ว หากเข้าเร่งรีบนำทัพกลับคงใช้เวลาอย่างน้อยก็สองเดือนเป็นช่วงคลอดของจินเยว่พอดีฉีเฟยหลางยังคงส่งจดหมายหาหลิงอวี้ทุกครั้งที่เขามีเวลา(ก็เขียนทุกวันก่อนนอน) แม้นางจะเขียนตอบมาน้อยครั้งนัก แต่ทุกครั้งก็จะบอกให้เขาดูแลตัวเองให้ดี อย่าได้บาดเจ็บ เสื้อคลุมที่สวมอยู่ก็เป็นนางที่ส่งมาให้เมื่อคิดจะฝากจดหมายไปและของที่ซื้อไว้ให้นางไปกับว่าท

  • จองจำรักร้าย   บทที่ 47

    กองทัพแคว้นฉีถึงโยวเป่ยสามเดือนให้หลัง ตอนนี้ทั้งหมดอยู่ห่างจากเมืองเป่ยซานเพียงสองร้อยลี้ จ้าวตงหยางจึงจำต้องอพยพชาวเมืองโยวเป่ยและเมืองใกล้เคียงให้ห่างออกไปจากแนวการรบอย่างน้อยห้าร้อยลี้ จินเยว่ยังมีส่วนช่วยเรื่องเสบียงของชาวบ้านที่อพยพมา เพราะคนของนางที่โยวเป่ยจำต้องอพยพไปพร้อมกับชาวบ้าน เสบียงที่พวกเขาขนไปด้วยจึงนับว่าช่วยชีวิตคนได้มาก ชาวบ้านจึงมิต้องอดอยากหรือป่วยไข้ตายลงค่ายผู้อพยพก็เป็นจางหย่งที่ได้รับมอบหมายจากบิดาให้เร่งสร้างและจัดหาสิ่งของที่ขาดแคลนให้ชาวบ้านได้ใช้ไปก่อน ถึงคลังหลวงจะมีเงินมากก็มิอาจจะยกทั้งหมดมาใช้กับสงครามได้ เป็นเพราะจินเยว่ที่ได้สามีเป็นแม่ทัพนางจึงนำที่ดิน ที่ฮ่องเต้พระราชทานเป็นรางวัลทั้งหมดมิยอมปล่อยเช่าเช่นขุนนางคนอื่น แต่นางจ้างให้ชาวบ้านปลูกข้าว มันสำปะหลัง พืชผักที่เก็บไว้ได้นาน เลี้ยงดูทหารของตระกูลจ้าว ขึงทำให้มีเสบียงมากพอที่ใช้ในการสู้รบครั้งนี้แม้แต่อาหารพื้นบ้านธรรมดาอย่างเช่นรากบัวก็นำมาปรุงอาหารได้ ถั่วเขียวแช่น้ำ แล้ววางลงในไหหรือตะกร้า เอาผ้าคลุมที่ละชั้นเก็บไว้ในที่มืดคอยรดน้ำสามวันก็เป็นผัก นำมาผัดน้ำมันก็ทานได้แล้ว สิ่งที่นางรู้น

  • จองจำรักร้าย   บทที่ 46

    "อวี้เออร์ โกรธข้าหรือ" เขาจ้องหน้าของนางก่อนจะอดใจไม่ไหวก้มลงจุมพิตนางทันที "ท่าน อื้ออออ" หลิงอวี้ที่อ้าปากจะร้องห้ามก็เป็นการเปิดทางให้ฉีเฟยหลางแทรกเรียวลิ้นของเขาเข้ามาได้ กว่าเขาจะยอมถอนริมฝีปากออกจากปากนางก็เมื่อคนขับรถม้าเอ่ยว่าถึงจวนท่านแม่ทัพแล้วฉีเฟยหลางลูบริมฝีปากของหลิงอวี้อย่างอาลัยอาวรณ์ ก่อนจะช่วยนางจัดเสื้อผ้าแล้วพานางไปส่งด้านในจวน เมื่อส่งหลิงอวี้ถึงมือมารดาของนางแล้วเขาก็กลับเข้าวังหลวงพร้อมจางหย่งอีกครั้งจินเยว่ที่เห็นดวงตาของบุตรสาวปูดบวมและมีองค์ชายสามมาส่งก็ตกใจ เมื่อสอบถามจนได้ความนางก็แทบจะเป็นลมหมดสติ มิคิดว่าให้บุตรสาวไปร่วมงานเลี้ยงจะเกิดเรื่องร้ายแรงขึ้นถึงเพียงนี้"ไม่เป็นไรลูกรัก ทุกปัญหามีท่านตากับท่านพ่อของเจ้าคอยค้ำไว้ให้" จินเยว่กอดปลอบบุตรสาวที่สะอื้นจนตัวโยนในอ้อมกอดของนาง ลี่หลินก็หลั่งน้ำตาสงสารน้องน้อยของตนเช่นกันที่เขาเรียกว่าความงามทำให้เกิดหายนะก็เพิ่งพบเห็นจากเรื่องของจ้าวหลิงอวี้นี่เอง เรื่องภายในวังถูกร่ำลือออกไปภายนอก ย่อมมีคนเห็นด้วยและเห็นต่าง แต่ส่วนมากจะโกรธแค้นแคว้นเหยี่ยนที่หาเหตุผลมาทำสงครามมิได้ต้องดึงแม่นางน้อยคนหนึ่งมาทำร้าย

  • จองจำรักร้าย   บทที่ 45

    ขุนนางทั้งหลายที่ล่วงรู้ก็นึกถึงเรื่องของหนเก่าครั้งของแม่ทัพจ้าว แคว้นเหยี่ยนมิเคยจดจำเสียเลยจ้าวตงหยางเพียงยกสุราขึ้นร่วมชมความสนุกเท่านั้น เพราะครั้งนี้ไม่เกี่ยวกับตน (เกี่ยวเต็มๆ พ่อรอดู)จางหมิ่นกับจางหย่งก็เหลือบมองหน้าน้องสาวของตนก่อนจะถอนหายใจ เพราะน้องสาวของตนก็สนใจเพียงดื่มกินอาหารตรงหน้าเท่านั้น คงมีเพียงมือที่สั่นอย่างระงับไว้ไม่อยู่"องค์หญิงแคว้นเหยี่ยนเสียมารยาทแล้ว ท่านมีสิทธิ์อันใดมาสอบถามชื่อของนาง" องค์ชายสามกล่าวตำหนิอย่างไม่ไหวหน้า"เช่นนั้นเปิ่นหวางองค์รัชทายาทแคว้นเหยี่ยนก็สามารถขอพระราชทานสมรสครั้งนี้แทนได้ใช่หรือไม่" องค์รัชทายาทแคว้นเหยี่ยนลุกขึ้นพูด"องค์รัชทายาทแคว้นเหยี่ยน เจ้าหมายตาบุตรสาวขุนนางของเจิ้นคนใดหรือ หากบิดามารดาของนางยินยอมเจิ้นก็มิขัดข้อง" ฮ่องเต้ช่วยคลี่คลายสถานการณ์ที่ตึงเครียด"จ้าวหลิงอวี้ บุตรสาวแม่ทัพใหญ่จ้าว เปิ่นหวางอยากจะแต่งนางเป็นพระชายา มิรู้ว่าท่านแม่ทัพจะยินยอมหรือไม่" ขุนนางทั้งหลายต่างสูดหายใจเข้าอย่างลืมตัว จ้าวตงหยางที่ยกจอกสุราจรดริมฝีปากเพื่อดื่มก็เผลอบีบแก้วจนแตกคามือ องค์ชายสามก็เช่นกัน สองบุรุษต่างวัยต่างมีสีหน้าดำคล

  • จองจำรักร้าย   บทที่ 44

    หลิงอวี้เห็นเช่นนั้นก็สั่งให้คนของนางขับรถกลับจวน ชายชุดดำที่เพิ่งลงไปตอนนี้แอบมองรถม้าของนางอยู่ด้านนอก"องค์ชายจับตัวได้แล้วพ่ะย่ะค่ะ" ฉีเฟยหลางหันไปมององครักษ์ที่เข้ามารายงานก็พยักหน้าแล้วขึ้นม้าควบตามไปเขารู้ตั้งแต่แรกแล้วว่าเป็นรถม้าของหลิงอวี้ เพียงอยากเห็นหน้านางเท่านั้นไม่คิดว่าจะทำให้นางได้รับบาดเจ็บเลยสักนิด สามเดือนมานี้เขาฝึกฝนตนเองอย่างหนัก ทั้งรับงานจากเสด็จพ่อมาทำหวังจะทำให้ลืมนางได้ แต่ไม่เลยเขายังคิดถึงเพียงแต่นางวันนี้ฉีเฟยหลางพบสายลับต่างแคว้นที่ลักลอบปะปนเข้ามากับคณะทูตจึงออกมาจับกุมตัว จนได้พบกับรถม้าของตระกูลจ้าว เมื่อเห็นว่าเพิ่งออกมาจากตรอกจวนตระกูลเสวี่ยเขาจึงแน่ใจว่าเป็นนาง จึงรีบจัดการให้คนของตนจับคนร้ายแล้วเขาก็ขึ้นมาในรถม้าของนางแต่ฉีเฟยหลางคิดไม่ถึงว่าหลิงอวี้จะถือมีดสั้นเตรียมต่อสู้กับตนอยู่ แล้วกลัวจะทำให้นางบาดเจ็บจึงได้แย่งมีดไว้ แต่สุดท้ายนางก็ได้รับบาดเจ็บจากเขาอยู่ดีหลิงอวี้กลับถึงจวนก็รีบเข้าเรือนตัวเองทันที แล้วให้สาวใช้หายามาทาให้นาง เรื่องที่เกิดขึ้นก็ให้เก็บเงียบไว้อย่าเพิ่งบอกท่านพ่อท่านแม่แต่หลิงอวี้ยังมิได้ออกไปให้จ้าวตงหยางกับจินเยว่ไ

  • จองจำรักร้าย   บทที่ 17

    วันนี้ก็เช่นเคยที่จ้าวตงหยางมาที่เรือนของนาง แต่สีหน้าของเขานั้นไม่ค่อยดีเช่นทุกวันที่มา"มีเรื่องอันใดหรือไม่" หากไม่บอกก็คงคิดว่าทั้งคู่ใช้ชีวิตเช่นสามีภรรยา เขามาถึงนางก็เตรียมน้ำให้เขาล้างหน้าล้างตา แถมยังมีอาหารของว่างรอไว้ด้วย"เยว่เออร์ ข้าต้องออกไปจัดการกับพวกคนนอกด่าน เมื่อกลับมาเจ้ายอมแต่

  • จองจำรักร้าย   บทที่ 16

    จ้าวตงหยางมิคิดว่าจะยุ่งยากถึงเพียงนี้ หากนางแต่งให้ตนต่อไปนางก็เป็นคนของตระกูลจ้าวมิใช่ตระกูลเสวี่ยต่อไป แต่จินเยว่มิได้คิดเช่นจ้าวตงหยาง บิดาของนางถึงจะทำผิดแต่ก็คือบิดาของนาง จะให้นางทอดทิ้งตระกูลเพื่อสามีนางคงทำมิได้"ท่านกลับไปก่อนเถิด ประเดี๋ยวมีคนมาพบเข้า ทหารหน้าเรือนท่านจัดการได้ใช่หรือไม่

  • จองจำรักร้าย   บทที่ 14

    จินเยว่ที่ดื่มยานอน แผลที่หลังเริ่มจะสมานแล้วจึงมิได้เจ็บมากเช่นตอนแรก และตอนนี้นางมีคนคอยช่วยจัดการเรื่องในบ้านจึงไม่ต้องทำสิ่งใดให้กระทบบาดแผล นางเพียงนอนพักรักษาตัวเท่านั้นในช่วงกลางวันนางยังออกไปนั่งสนทนากับบิดามารดาเพื่อไม่ให้ทั้งคู่สงสัยเรื่องการบาดเจ็บของนาง จินเยว่ไม่อยากให้บิดามารดาขอนางก

  • จองจำรักร้าย   บทที่ 13

    จินเยว่ที่กำลังฝันหวานว่านางถูกบุรุษรูปงามมอบจูบแรกให้อย่างดูดดื่มก็เผลออมยิ้มออกมา จ้าวตงหยางที่เห็นเช่นนั้นก็ก้มลงจูบนางอีกครั้ง แต่ครั้งนี้เข้าเห็นนางให้ความร่วมมืออย่างดีจึงอ้อยอิ่งกับความหวานล่ำอยู่นาน จนหญิงสาวเริ่มจะหายใจไม่ทันจึงได้ยอมปล่อยนาง แล้วดึงนางเข้ามากอดไว้อย่างหวงแหนจินเยว่ที่หลั

فصول أخرى
استكشاف وقراءة روايات جيدة مجانية
الوصول المجاني إلى عدد كبير من الروايات الجيدة على تطبيق GoodNovel. تنزيل الكتب التي تحبها وقراءتها كلما وأينما أردت
اقرأ الكتب مجانا في التطبيق
امسح الكود للقراءة على التطبيق
DMCA.com Protection Status