LOGINนักฆ่าสาวเสียชีวิตจากภารกิจ เมื่อฟื้นขึ้นมาอีกครั้ง พบว่าอยู่ในร่างสตรีที่กำลังคลอดบุตร กลายมาเป็นแม่เลี้ยงเดี่ยวในยุคโบราณ โชคดีมีของวิเศษติดตัวมาด้วย มีตัวช่วยแบบนี้ การมีชีวิตที่ดีมันจะยากตรงไหนกัน /// หลิวซูซู นักฆ่าสาว จากทีมสังหารของหน่วยงานลับ ต้องมาตายเพราะภารกิจ ช่วยชีวิตเด็กและคนชรา จากการตามฆ่าของแก๊งมาเฟีย พอฟื้นขึ้นมาอีกครั้ง รู้สึกเนื้อตัวร้าวระบมไปหมด และพบว่ากำลังอยู่ในร่างสตรี ที่กำลังคลอดบุตร ! พระเจ้าช่วย ! เธอยังโสด สดและซิง ไม่เคยมีใครได้เจาะไข่แดง จู่ๆ ก็กลายมาเป็นสตรียุคโบราณ แถมมีลูกติดอีก นี่คือความฝันใช่ไหม จะว่าฝันก็ดันเหมือนจริงเสียเหลือเกิน หรือว่าเธอมาเกิดใหม่ในโลกที่ไม่รู้จัก จะทำอย่างไรได้ ก็ต้องเล่นไปตามบท ให้มันรู้ไปว่า เป็นแม่เลี้ยงเดี่ยวในยุคโบราณ มันจะยากตรงไหนกัน เมื่อมีของวิเศษติดตัวมาด้วย เธอจะต้องทำให้เจ้าตัวน้อย มีของกินอร่อยทุกวัน และเธอจะกลายเป็นเถ้าแก่เนี้ยผู้มั่งคั่ง ด้วยความสามารถที่มีให้จงได้
View More“ลูกสาวของเจ้า นางคลอดบุตรชายออกมา และได้สิ้นลมไปแล้ว”
เสียงของหลี่มามาหัวหน้าคนรับใช้เอ่ยขึ้น ขณะพาชายหญิงสองคนมาดูคนที่นอนบนเตียง ครึ่งชั่วยามที่ผ่านมา สตรีนางนี้เจ็บท้องคลอด หลังจากคลอดบุตรชายออกมาก็สิ้นลมไป
“ซูเอ๋อร์ลูกแม่ ฮือ เจ้าจะมาทิ้งแม่ไปเช่นนี้ไม่ได้”
นางจางสุ่ยร้องไห้เสียงดัง กอดร่างของบุตรสาวเอาไว้ ขณะที่หลิวจิ้งสามีของนางยืนปาดน้ำตาเงียบๆ เสียใจไม่แพ้กัน
“ลูกสาวของพวกเจ้าไร้วาสนา ให้กำเนิดบุตรชายแต่ไม่ได้อยู่เสพสุข นายท่านได้มอบค่าปลอบขวัญให้พวกเจ้า นี่คือเงินและสัญญาทาสของพวกเจ้าทั้งสามคน รับไปสิ แล้วก็นำศพลูกสาวของพวกเจ้าไปฝังเสียเถอะ”
หลี่มามาส่งใบสัญญาทาสของทั้งสามคนให้กับหลิวจิ้งพร้อมกับถุงเงิน หลิวจิ้งจำต้องรับไว้ แม้จะเสียใจกับการสูญเสีย แต่บุตรสาวของเขาก็ทำให้บิดามารดาพ้นจากความเป็นทาส
“พวกเจ้าเอาลาเทียมเกวียนนี้ พาศพลูกสาวของเจ้าออกไปเถอะ เก็บข้าวของพวกเจ้าไปจากจวนนี้ด้วย พวกเจ้าเป็นอิสระแล้ว”
หลี่มามาบอกขณะให้คนช่วยขนของใส่เกวียน และยกเกวียนคันนี้พร้อมกับลาให้ครอบครัวของหลิวจิ้ง พวกเขาได้รับการปลดปล่อยจากการเป็นทาสแล้ว จึงไม่มีสิทธิ์อาศัยอยู่ในจวนแห่งนี้อีกต่อไป
“หลี่มามา ข้าขอดูคุณชายน้อยได้หรือไม่”
นางจางสุ่ยร้องขอ นางอยากเห็นหลานชายตัวน้อยของตนก่อนจาก แม้ไม่มีโอกาสได้เลี้ยงดูแต่ก็ขอให้ได้เห็นสักครั้ง
“แม่นม นำคุณชายน้อยมาให้นางดู”
หลี่มามาไม่ใช่คนใจดำ จึงเอ่ยปากกับแม่นมให้อุ้มทารกมาให้นางจางสุ่ยกับหลิวจิ้งดู
ทั้งสองรีบเข้าไปดูร่างน้อยของหลานชาย นางจางสุ่ยแตะผิวนุ่มแดงจัดของทารกน้อยอย่างเบามือ จ้องมองใบหน้าเล็กนั้นพิมพ์ประทับไว้ในใจ นางสังเกตเห็นไฝแดงที่ต้นคอของเด็ก จึงจดจำไว้ หากมีโอกาสได้พบเจออีกครั้ง จะได้รู้ว่าเป็นหลานชายของนาง
“ขอบคุณหลี่มามา ข้าจะพาลูกสาวข้าไปจากที่นี่แล้ว”
หลิวจิ้งเอ่ยขอบคุณ ขยับออกห่างหล่านชาย กลั้นน้ำตาไว้ พลางมาอุ้มร่างของบุตรสาวออกมาวางบนเกวียน นางจางสุ่ยหันไปมองก่อนจะปาดน้ำตา
“ไปกันเถอะ”
หลิวจิ้งใช้แส้ฟาดลาให้พาเกวียนแล่นออกไป นำร่างไร้ลมหายใจไปจากที่แห่งนั้น
“ฮือ ซูเอ๋อร์ เหตุใดเจ้าต้องจากแม่ไป ฮือ”
ลาเทียมเกวียนพาสามพ่อแม่ลูกออกมาห่างจากจวนแห่งนั้นหลายลี้ นางจางสุ่ยยังคงร้องไห้คร่ำครวญ กอดร่างบุตรสาวไว้ไม่ยอมปล่อย หูของนางแนบบนหน้าอกของคนที่นอนนิ่ง พลันได้ยินเสียงบางอย่างดังขึ้น
ตึก ตึก ตึก !
“ซูเอ๋อร์...”
นางจางสุ่ยรีบเงยหน้าขึ้นมอง ตาเบิกกว้างเมื่อเห็นหนังตาของบุตรสาวกระตุก ก่อนที่อีกฝ่ายจะลืมตาขึ้นมา
“โอย... ปวดท้อง ปวดท้อง !”
เสียงร้องด้วยความเจ็บปวดดังขึ้น ทำให้คนได้ยินสะดุ้งด้วยความตกใจ ตกตะลึงตัวแข็ง เมื่อครู่มิใช่ว่าบุตรสาวของนางตายไปแล้วหรือ ขณะที่หลิวจิ้งเองได้ยินเสียงร้องก็รีบจอดเกวียน เปิดม่านบังพลางขยับเข้ามาดูคนในเกวียน
“เกิดอะไรขึ้น ข้าได้ยินเสียงร้อง”
“ท่านพี่ ซูเอ๋อร์ยังไม่ตาย”
นางจางสุ่ยบอกสามีเสียงสั่น รู้สึกดีใจจนน้ำตาไหลพราก เข้ามากุมมือบุตรสาวเอาไว้พลางไต่ถามอย่างห่วงใย
“ซูเอ๋อร์แม่อยู่นี่แล้ว เจ้าเป็นอย่างไรบ้าง”
“แม่... ท่านเป็นแม่... โอ๊ย ปวดท้อง มีอะไรดิ้นในท้อง”
แววตาของคนเพิ่งฟื้นมีรอยงุนงง ห้วงความทรงจำแสนสับสน จดจำได้ว่าตนเอง ชื่อหลิวซูซู เป็นนักฆ่าขององค์กรลับชื่อเหยี่ยวดำ กำลังต่อสู้กับคนของอีกองค์กรเพื่อช่วยเหลือเด็กน้อยชายหญิงสองคน แต่พลาดท่าถูกยิงจากด้านหลัง เธอยิงสวนกลับจนเด็ดชีพคนผู้นั้นได้ แต่ก็ได้รับบาดเจ็บสาหัส ขณะใกล้จะสิ้นลม เด็กผู้ชายได้เข้ามาประคองเธอไว้
"พี่สาวท่านอดทนไว้ก่อน ข้าจะช่วยท่านเอง"
เด็กชายคนนั้นแตะมือของเขาบนหน้าผากนาง ร่างกายของหลิวซูซูคล้ายเบาขึ้น ความเจ็บปวดเลือนหายไป เด็กน้อยได้ถอดสร้อยบนคอของเขามาสวมให้
“พี่สาวนี่คือศิลาสวรรค์ พลังของมันสามารถแลกชีวิตเปลี่ยนชะตา ให้ท่านมีชีวิตใหม่อีกครั้ง”
สิ้นเสียงพูด ก็มีแสงสว่างเจิดจ้าขึ้นจากสร้อยบนคอของเธอ แล้วโลกทั้งโลกก็หมุนราวกับลูกข่าง
เมื่อรู้สึกตัวขึ้นมา หลิวซูซูพบว่าตัวเองนอนอยู่บนเตียงแต่ขยับตัวไม่ได้ หูได้ยินเสียง ตากลับลืมไม่ขึ้น ไม่สามารถทำอะไรได้ จำต้องนอนอยู่แบบนั้น
ปล่อยให้ร่างกายค่อยๆ มีความรู้สึกขึ้นมาทีละน้อย กระทั่งถูกพาตัวออกมาวางบนเกวียน ได้รับความอบอุ่นจากอ้อมกอดของสตรีผู้เป็นมารดา ร่างกายจึงเริ่มขยับเคลื่อนไหวได้
ตอนนี้ในท้องคล้ายมีบางอย่างดิ้นไปมา รู้สึกถึงความปวดร้าวบีบรัดภายใน
“ปวด... ปวดท้องเหลือเกิน”
หลิวซูซูขยับจะลุก แต่ปวดท้องเกินกว่าจะลุกไหว นางจางสุ่ยเห็นอาการบุตรสาวก็หันไปบอกสามีของนางว่า
“ท่านพี่ ซูเอ๋อร์ปวดท้อง มิใช่ว่าในท้องนางยังมีเด็กอีกคนหรือ”
หลิวจิ้งตั้งสติได้ก็ขยับเข้ามาตรวจดูอาการของบุตรสาว ก่อนจะเบิกตากว้างเมื่อเห็นท้องของบุตรสาวมีการเคลื่อนไหว
“ซูเอ๋อร์ยังไม่ตายจริงๆ ด้วย นางกำลังจะคลอดเด็กอีกคน นางมีลูกแฝด”
หลิวจิ้งหันไปบอกภรรยา ก่อนหน้านี้บุตรสาวของเขาได้คลอดบุตรแล้วสิ้นลมไป จนหลี่มามาเข้าใจว่านางได้ตายไปแล้ว เหตุใดตอนนี้หลิวซูซูถึงได้กลับฟื้นขึ้นมาอีกครั้ง
เขารีบออกไปขับเกวียนไปยังโรงหมอที่ใกล้ที่สุด นางจางสุ่ยเข้ามาช่วยเช็ดหน้าให้บุตรสาว พลางเอ่ยปลอบโยน
“อดทนไว้ก่อนนะลูก เจ้ากลั้นใจไว้ก่อน อย่าเพิ่งคลอดตอนนี้”
“คลอดอะไร ฉันยังไม่เคยแต่งงานนะ โอ๊ย”
หลิวซูซูโวยวายลั่น รู้สึกเจ็บปวดทรมานเจียนขาดใจ ก่อนหน้าตอนถูกยิงยังไม่เจ็บเท่านี้ นี่เธอฟื้นมาอยู่ที่ไหน หรือว่าจะเกิดใหม่อีกครั้ง
แต่เหตุใดต้องมาเกิดในร่างผู้หญิง ที่กำลังจะคลอดลูกด้วย !
หลิวจิ้งขับเกวียนมาถึงโรงหมอแห่งหนึ่ง แล้วลงไปแจ้งกับหมอ ครู่หนึ่งก็มีคนออกมาช่วยพาหลิวซูซูเข้าไปในห้องคลอด
“เอ้า สูดลมหายใจลึกๆ แล้วเบ่งแรงๆ ฮึบๆๆ”
หมอตำแยเร่งให้หลิวซูซูเบ่งคลอด มือก็ช่วยลูบหน้าท้อง ดันตัวเด็กให้ออกมา
“อดทนไว้นะลูก เบ่งออกมาให้ได้ ฮึบๆ”
นางจางสุ่ยเอาผ้ามาซับเหงื่อให้บุตรสาว พูดปลอบโยนข้างหู มือข้างหนึ่งจับมือที่กำลังเกร็งของหลิวซูซูเอาไว้
“โอ๊ย เจ็บเหลือเกิน กรี๊ดดด”
หลิวซูซูกำหมัดแน่นในท้องมีแรงบีบรัด รู้สึกถึงบางอย่างกำลังไหลเลื่อนออกมาจากร่างกาย ก่อนที่จะสูดลมหายใจเบ่งตามเสียงบอกของหมอตำแย แล้วกรีดร้องออกมาสุดเสียงเมื่อสิ่งที่อยู่ในท้องของตนหลุดผลัวะออกมาจนได้ พร้อมกับมีเสียงเด็กทารกร้องขึ้นมา
อุแว้ อุแว้ อุแว้ !
“คลอดแล้วๆ ไปเอาน้ำร้อนมาเร็วๆ เข้า”
หมอตำแยร้องออกมาด้วยความโล่งอก สั่งการให้นางจางสุ่ยรีบเอาน้ำร้อนเข้ามา อีกฝ่ายวิ่งออกไปด้านนอกทันที ก่อนจะกลับมาพร้อมถังใส่น้ำร้อน แล้วมาช่วยทำความสะอาดทารกแรกคลอด เอาผ้ามาห่อตัวเด็กน้อยตัวแดงๆ อุ้มมาวางไว้ข้างมารดาของเด็ก
“เจ้าได้ลูกสาว ดีใจหรือไม่”
“ละ ลูกสาวหรือ...”
หลิวซูซูมองเด็กทารกในห่อผ้า ใบหน้าน้อยๆ เท่างบอ้อยนั้นยับย่น แต่ก็น่าเอ็นดูเหลือเกิน แม้จะอยากปฎิเสธว่าตนไม่ใช่มารดาของแม่หนูน้อย
แต่เมื่อครู่ใครกันที่เพิ่งเบ่งคลอดเด็กคนนี้ออกมา
เทพเซียนช่วยด้วย ! เธอยังโสด สดและซิง ไม่เคยมีใครได้เจาะไข่แดง
จู่ๆ ก็กลายมาเป็นสตรียุคโบราณ ที่เพิ่งคลอดลูกหมาดๆ
นี่มันคือความฝันใช่ไหม ?
จะว่าฝันก็ดันเหมือนจริงเสียเหลือเกิน
ยากเกินจะเชื่อ แต่มันก็เป็นไปแล้ว !
การเตรียมตัวเดินทางกลับใช้เวลาสามวัน ระหว่างนั้นหลิวซูซูก็ไปเดินเที่ยวตลาด หาของฝากท้องถิ่นไปฝากคนที่บ้าน ฉู่เฟยหยางไม่ปล่อยให้นางต้องไปคนเดียว เขาตามติดอยู่ข้างกายไม่ห่าง จนอ๋องต้วนกับเกาเว่ยที่ตามมาด้วย ต้องหันมาเอาหัวชนกันแอบนินทาทั้งสองลับหลัง “ท่านแม่ทัพกับพี่หลิว ช่างเป็นสหายที่สนิทกันยิ่งนัก” “ฉู่เฟยหยางกับหลิวซวน เดินตัวติดกันราวกับคู่รัก หากท่านโส่วฟู่รู้เข้า คงตัดเขาออกจากการเป็นทายาทแน่” อ๋องต้วนนึกถึงท่านโส่วฟู่บิดาของฉู่เฟยหยาง ผู้มีอำนาจรองเพียงฮ่องเต้ กลับต้องมีบุตรชายชอบตัดแขนเสื้อ หากเรื่องนี้แพร่งพรายออกไป จะเอาหน้าไปไว้ที่ไหน “ท่านอ๋อง ข้าว่าเราอาจจะคิดมากเกินไป” เกาเว่ยยังมองโลกในแง่ดี แม้หลายสิ่งที่เขาเห็น จะทำให้อดรู้สึกแปลกๆ ไม่ได้ “ข้าก็ไม่อยากคิดมากหรอก แต่เจ้าดูนั่นสิ” อ๋องต้วนบุ้ยบ้ายไปทางสองคน ที่กำลังเลือกซื้อผลไม้เชื่อมที่แผงข้างทาง “ข้าว่าซื้อผลไม้เชื่อม ไปฝากเสี่ยวหยากับอาอวิ๋นดีหรือไม่” ฉู่เฟยหยางหยิบผลเชอรี่ป่าสีแดงสดมาลู
หลังจากพูดคุยกับจี๋ชีเหิงแล้ว หลิวซูซูก็ดื่มสุราสลับวิญญาณกลับมาในร่างชายดังเดิม “พี่หลิว พี่มาอยู่ที่โลกนี้ แล้วได้นำความรู้สมัยใหม่ มาสร้างอะไรบ้างล่ะ” จี๋ชีเหิงเอ่ยถาม ตัวนางเป็นนักวิจัยเห็ด มีความรู้แค่เรื่องเห็ด จึงใช้ความรู้เรื่องนี้มาแปรรูปเห็ดและความรู้เรื่องสูตรอาหารจากเห็ด มาทำการค้าให้ชาวบ้านในหุบเขาหมึงจื่อ มีกินมีใช้จากการขายเห็ดตากแห้ง ชาเห็ดสมุนไพร ส่งไปขายยังต่างแคว้น “ฉันเป็นนักฆ่านะ ไม่ได้เป็นนักวิทยาศาตร์ ไม่ได้เรียนจบหมอมา ถนัดแค่ฆ่าคนเท่านั้นแหละ” หลิวซูซูเปิดเผยตัวตนว่าเป็นอดีตนักฆ่า ตัวนางมีความสามารถเดียวที่พอจะใช้ทำมาหากินได้ นั่นคือการทำอาหารและทำการค้า “ยังดีว่าชอบกินและชอบทำอาหาร ก็เลยพลิกแพลงเอาสูตรมาทำร้านอาหารได้” “ตอนอ่านนิยายพวกทะลุมิติ ฉันยังเคลิ้มเลย คิดว่าพวกคนข้ามเวลา จะต้องเก่งเหนือกว่าคนโบราณ ที่ไหนได้กว่าจะใช้ชีวิตให้โตมานี่ ลำบากแทบตาย” จี๋ชีเหิงบ่นออกมา นางอ่านนิยายแนวทะลุมิติมาหลายเรื่อง พอตัวเองข้ามมิติมาจริง ดันมาอยู่ในร่างเด็กน้อย เอาความรู้ความ
ฉู่เฟยหยางตามเกาเว่ยมาที่ห้องพักของอ๋องต้วน เมื่อเปิดประตูเข้าไป ก็พบหนานกงเหยียนหัวหน้าสำนักเสวียนหลงอยู่ในนั้นด้วย “ฉู่เฟยหยางเจ้ามาแล้ว ท่านเจ้าสำนักเสวียนหลงกำลังปรึกษากับข้า เรื่องคนของพรรคมาร” “คารวะท่านเจ้าสำนัก” ฉู่เฟยหยางทักทายหนานกงเหยียน อ๋องต้วนผายมือให้สหายรักนั่งลง “รีบนั่งลงก่อนเถอะ” ฉู่เฟยหยางพยักหน้ารับ เขานั่งลงข้างอ๋องต้วน “คนของข้า ได้ข่าวมาว่าอดีตประมุขพรรคมารป่วยหนัก เหตุนี้ทำให้คนของพรรคมารต้องการเห็ดเซียนไปรักษา” หนานกงเหยียนเอ่ยถึงสาเหตุ ที่ทำให้คนของพรรคมารมาแย่งชิงเห็ดเซียน “พวกเราขัดขวางมันไว้ เช่นนี้แล้วพวกมันจะทำเช่นไร” อ๋องต้วนเอ่ยถามหนานกงเหยียน “เมื่อมีพวกเราขวางทาง ย่อมแย่งชิงลำบาก” “วันนี้เจ้าหุบเขาประกาศรับสมัครบุตรเขยแล้ว จะมีการคัดเลือกในไม่กี่วันนี้ คนในยุทธภพต่างเข้าร่วมกันไม่น้อย ข้าคิดว่าพรรคมารคงไม่กล้าลงมืออีก” อ๋องต้วนให้ความเห็น แต่ฉู่เฟยหยางกลับค้านขึ้นว่า “ไม่แน่หรอก เมื่อครู่ข้ากับหลิวซวนเพิ่งช่วยคุณหนูจี๋ชีเหิงเอาไว้ จากคนร้ายที่จะมาลักพาตัวนาง” “เหตุการณ์ตึงเครียดจริงๆ เห็ดเซียนเป็นสิ่งที่ผู้คนใต้หล้าต่างอยา
เมื่อฉู่เฟยหยางออกไปแล้ว จี๋ชีเหิงก็มีท่าทีผ่อนคลายลง “ดูท่าทางแม่นางจี๋จะผ่อนคลายขึ้น ท่านเกรงใจท่านแม่ทัพหรือ” หลิวซูซูก็ผ่อนคลายท่าทีเป็นกันเองมากขึ้น ต่อหน้าฉู่เฟยหยางนางไม่กล้าให้ความสนิทสนมกับจี๋ชีเหิงมากเกินควร “เรียกว่าโล่งใจเลยแหละ ท่าทางของท่านแม่ทัพเหมือนบอสใหญ่ คอยจับผิดลูกน้องไม่มีผิด” จี๋ชีเหิงหลุดคำพูดยุคปัจจุบันออกมา ทำให้หลิวซูซูชะงักกึก หันมามองคนพูดอย่างตกใจ “เจ้าพูดคำว่าบอสหรือ” “อ้อ... พี่หลิวคงไม่เข้าใจ คำนี้เป็นภาษาบ้านเดิมข้า แปลว่าเจ้านายนั่นแหละ ฮ่า ฮ่า” จีชีเหิงอธิบายให้ฟัง ขณะหัวเราะกลบเกลื่อน เมื่อเผลอพูดภาษาจากโลกเดิม ให้คนในโลกโบราณฟังอีกแล้ว “เช่นนั้นเจ้ารู้จัก โค้ก เคเอฟซี พิซซ่า เฟรนฟรายด์หรือไม่” หลิวซูซูเอ่ยชื่ออาหารยอดนิยมในโลกของนาง ให้อีกฝ่ายฟัง จีชีเหิงได้ยินก็ชะงักไปครู่หนึ่ง ก่อนจะตาโตยิ้มกว้างผุดลุกขึ้นยืนอย่างตื่นเต้น “พี่หลิว คุณก็เป็นคนข้ามมิติเหมือนฉัน” นิ้วเรียวสวยของนางชี้ที่หน้าอกตัว


















reviews