Share

บทที่ 12

Penulis: l3oonm@
last update Tanggal publikasi: 2025-02-07 14:54:01

แม้จะเจ็บปวดจนแทบจะลุกไม่ขึ้น แต่นางไม่อยากจะอยู่ในจวนแม่ทัพอีกต่อไปแล้ว จินเยว่จึงกัดฟันแน่นพยุงตัวลุกขึ้น จ้าวตงหยางเห็นเช่นนั้นก็รีบเข้าไปประคองทันที แต่นางก็เบี่ยงตัวหลบอย่างรวดเร็วจนแผลที่หมอทำไว้ปริออกอีกครั้ง

"อ๊าาาา" นางร้องออกมาเบาๆ บุรุษทั้งสองที่ได้ยินถึงกับหน้าแดงทันที เสียงร้องของนางมันช่าง

"แม่นางเสวี่ยระวังเสียหน่อย แผลของเจ้าปริออกจนเลือดซึมอีกแล้ว" หลิวเหล่ยพูดขึ้น แต่เขายังไม่กล้าจะเข้าใกล้นาง เพราะใบหูของตนยังไม่หายแดง

เสี่ยวหงที่ส่งท่านหมอกลับไปแล้วก็เข้ามาทันได้ช่วยเหลือจินเยว่พอดี จึงลดความกระอักกระอ้วนของบุรุษทั้งสองลงได้ จ้าวตงหยางสูดหายใจเข้าลึกๆก่อนจะสั่งให้คนของตนเตรียมรถม้าไปส่งจินเยว่ 

"เจ้าพาสาวใช้อีกสองคนตามนางกลับไปด้วย" จ้าวตงหยางหันไปสั่งกับเสี่ยวหง เพราะเรือนของนางมิมีบ่าวคอยรับใช้ ทั้งหมดเป็นจินเยว่ที่ทำ ตอนนี้นางทำอันใดมิได้ หากต้องให้มารดาขอนางงนางทำงานแทน นางคงต้องฝืนทำอีกเช่นครั้งที่แล้วแน่

"มิต้องเจ้าค่ะ เรือนของข้าเล็กนัก มิรบกวนคนของท่านแม่ทัพ" จินเยว่อยากจะไปให้พ้นจากเขาโดยเร็ว นางมิต้องการให้เขามาเกี่ยวข้องกับนางอีก

"แม่นางเสวี่ยข้าส่งคนไปช่วยมารดาเจ้าที่เรือนดีหรือไม่ เพียงทำความสะอาด ทำอาหารแล้วกลับเท่านั้น" จินเยว่คิดเพียงครู่ก็พยักหน้ารับความหวังดีของหลิวเหล่ย

จ้าวตงหยางกัดฟันข่มโทสะของตน นางยอมรับความหวังดีของหลิวเหล่ย แต่มิยอมรับของเขา เรื่องนี้เขาอยากจะพังข้าวของในห้องเสียให้ราบแต่ก็ทำได้เพียงจ้องมองนางเท่านั้น

เสี่ยวหงพาจินเยว่มาส่งด้วยตัวเอง ก่อนนางจะถึงเรือน นางขอให้เสี่ยวหงแต่งหน้าให้นางดูไม่ซีดจนเกินไป เมื่อถึงเรือนนางก็ไม่ให้เสี่ยวหงประคอง นางพยายามเดินอย่างปกติเข้าไปทักทายบิดามารดา แล้วรีบกลับเข้าห้องของตน

เสี่ยวหงมองจินเยว่อย่างปวดใจ เหตุใดคุณหนูเช่นนางจึงได้เข้มแข็งถึงเพียงนี้ เสี่ยวหงส่งจินเยว่ที่ห้องของนางก็พาคนของหลิวเหล่ยไปแนะนำตัวกับเกาซื่อ นางบอกเกาซื่อว่า

"ท่านกุนซือหลิว ส่งคนมาช่วยทำความสะอาดเรือน และทำอาหาร ให้ไปกลับทุกวันเจ้าค่ะ ท่านกุนซือหลิวเห็นใจแม่นางเสวี่ยที่ทำงานหนักเท่านั้นเจ้าค่ะ" เกาซื่อมิได้ติดใจอันใด มีคนมาช่วยบุตรสาวมิต้องให้ทำงานหนักนางก็พอใจแล้ว แต่เสวี่ยป๋อเหวินแปลกใจที่อยู่ดีดีหลิวเหล่ยจะส่งคนมาด้วยเหตุใด

ในเมื่อบุตรสาวมิได้พูดสิ่งใด ทุกอย่างดูเป็นปกติ มีเพียงสีหน้าที่เหน็ดเหนื่อยเท่านั้น เขาจึงไม่ได้ไปพบจินเยว่เพื่อสอบถาม ปล่อยให้นางพักผ่อนไปก่อน

คนของหลิวหล่นขยันขันแข็งทำงานได้อย่างเรียบร้อยแม้แต่อาหารที่ทำออกมารสชาติก็นับได้ว่าดี เกาซื่อก็ยิ่งพอใจเสมือนว่านางได้กลับไปเป็นฮูหยินเสวี่ยที่สุขสบายมีคนคอยรับใช้อีกครั้ง เมื่อเข้าไปดูบุตรสาวที่ห้องก็พบว่านางนอนหลับสบายดีจึงวางใจ

คนของหลิวเหล่ยต้มยามื้อเย็นให้จินเยว่ แล้วคอยดูแลให้นางกินข้าวกินยา เช็ดตัวเปลี่ยนเสื้อผ้าให้จึงได้กลับจวนตระกูลหลิวไป 

พอตะวันตกดินได้ไม่นาน จ้าวตงหยางที่อดกลั้นไม่ไหวเพราะเป็นห่วงจินเยว่ก็ลอบเข้ามาในจวนเสวี่ยเช่นทุกครั้ง เขามาถึงก็รีบเข้าไปดูนาง เมื่อเห็นนางมีไข้ดั่งเช่นที่ท่านหมอพูดก็เช็ดตัวให้นาง และทายาให้นางด้วย

"เจ็บมากหรือไม่ ข้ามาช้าไป ข้าขอโทษ" เขาทายาไปก็พูดกับนางด้วยเสียงแผ่วเบา แม้จะรู้ว่านางไม่รับรู้ในเวลานี้ แต่เขาก็พูดต่อไปเรื่อยๆจนทายาเสร็จ

"อื้อออ" จินเยว่ครางออกมาอย่างแผ่วเบา เพราะความเจ็บจากการพันแผลของจ้าวตงหยาง แม้สาวใช้ของหลิวเหล่ยจะทำแผลให้นางไปแล้ว แต่จ้าวตงหยางก็อยากจะทำด้วยตนเอง

จ้าวตงหยางชะงักทันที เขาอยากจะปิดปากน้อยๆของนางนัก ยิ่งตอนที่นางเผลอร้องต่อหน้าหลิวเหล่ยเขาอยากจะตัดหูของสหายทิ้งไปเสียเพื่อไม่ให้ได้ยินเสียงร้องของนาง (นั่นสหายของท่านนะ)

"ข้าจะทำเช่นไรกับเจ้าดี" เขาโมโหทุกครั้งที่เห็นบุรุษอื่นมองนาง ยิ่งนางเชื่อใจหลิวเหล่ยมากกว่าตน จ้าวตงหยางก็แทบจะควบคุมอารมณ์ของตนไว้ไม่ได้ พอรู้ว่าท่านเจ้าเมืองต้องการตัวนางเขาก็อยากจะบุกไปเผาจวนเจ้าเมืองทิ้ง

ตอนที่มีคนมารายงานว่าเว่ยซืออิงลงโทษนาง เขาก็ควบม้าออกมาราวกับอยากจะมีปีกบิน ยิ่งเห็นนางเจ็บเขาก็อยากจะฆ่าคนที่ทำให้นางต้องเป็นเช่นนี้ (ต้องฆ่าตัวตายจ๊ะ เพราะพ่อเลยนางถึงได้เป็นเช่นนี้)

จ้าวตงหยางมุดตัวเข้าไปอยู่ในผ้าห่มของจินเยว่ เขาค่อยๆจับตัวนางให้หันตะแคงมาอยู่ในอ้อมกอดของตนอย่างช้าๆ โดยระวังไม่ให้ถูกบาดแผลของนางเข้า 

"อ๊าาา" จินเยว่นิ่วหน้าครางออกมาเมื่อขยับตัวแล้วเกิดเจ็บแผลขึ้น แต่ฤทธิ์ของยาก็ไม่ได้ทำให้นางตื่นขึ้นมา จ้างตงหยางก้มลงไปขบริมฝีปากของนางด้วยความหงุดหงิดเพราะเสียงร้องของนาง หากเป็นคนอื่นที่ได้ยินเขาคงได้โมโหจนกระอักเลือดตาย

"อื้อออ" จินเยว่เผลออ้าปากประท้วง จ้าวตงหยางจึงได้โอกาสสอดลิ้นของตนเข้าไปกอบโกยความหวานของนาง แม้จะอาลัยอาวรณ์กับรสจูบที่หวานล่ำแต่ก็ต้องจำผละออกเพราะกลัวนางจะไม่สบายตัว

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • จองจำรักร้าย   บทที่ 49 (ตอนจบ)

    จ้าวตงหยางยังอยากจะเก็บหลิงอวี้ไว้ออกเรือนตอนอายุยี่สิบกว่าด้วยซ้ำ หากยินเยว่ไม่เอ่ยท้วงเสียก่อน"ท่านแม่ทัพ มีราชโองการมาขอรับ" พ่อบ้านจ้าววิ่งกระหืดกระหอบเข้ามาตาม ทั้งคู่มองหน้ากันอย่างแปลกใจ ก่อนหน้านี้ฮ่องเต้พระราชทานรางวัลและแต่งตั้งจางหมิ่นกับจางหย่งเรียบร้อยแล้ว ยังจะมีราชโองการใดได้อีกทั้งคู่รีบเปลี่ยนเสื้อผ้าออกมาจากเรือนก็พบว่าทุกคนยืนรออยู่หน้าจวนอย่างพร้อมเพรียงแล้ว"ฮ่องแต่มีพระราชโองการ มอบสมรสพระราชทานให้คุณหนูจ้าวหลิงอวี้กับองค์ชายสามฉีเฟยหลาง..." ขันทีประกาศเช่นใดจ้าวตงหยางมิได้ยินอีกแล้ว หูของเขาแทบจะดับไปทันที หากมิใช่มีจินเยว่ประคองไว้เขาคงล้มไปนั่งกองกับพื้นแล้วเมื่อส่งขันทีข้างกายฮ่องเต้กลับไปแล้ว จินเยว่ก็หัวเราะกับท่าทีเหม่อลอยของจ้าวตงหยางขึ้นมา "ท่านมิได้รู้อยู่แล้วหรือ ท่านพี่"จ้าวตงหยางหันไปถลึงตาใส่เมียรักอย่างเห็นได้น้อย รู้อยู่แล้วแต่ทำใจไม่ได้ไงตระกูลจ้าวในเวลานี้บ่าวไพร่แม้แต่นายของจวนต่างก็วุ่นวายจัดเตรียมข้าวของ เสวี่ยป๋อเหวินกับเกาซื่อก็มาอยู่ช่วยดูแลงาน ยังขนเงินทองของมีค่ามาหลายหีบเพื่อเติมสินเดิมให้เจ้าสาว"ท่านพ่อ สินเดิมของอวี้เออร์ไม่เยอ

  • จองจำรักร้าย   บทที่ 48

    แม่ทัพแคว้นเหยี่ยนส่งคณะทูตมาเจรจากับจ้าวตงหยางถึงค่ายทหาร โดยการยอมรับความพ่ายแพ้ครั้งนี้ของแคว้นเหยี่ยนต้องยอมเสียเมืองที่คิดกับแคว้นฉีถึงสามเมือง และจะส่งเครื่องบรรณาการเพิ่มจากเดิมอีกสองส่วนเมื่อทุกฝ่ายหารือร่วมกันเห็นพร่องว่ายินยอมที่จะรับข้อเสนอเช่นนี้ได้ ก็ตกลงทำสัญญาพร้อมถอนทัพกลับทันที ฉีเฟยหลางยังต้องรั้งรอคนที่ราชสำนักส่งมาจัดการหัวเมืองที่ยึดมาได้ก่อน จ้าวตงหยางที่นำทัพกลับเมืองหลวงจึงให้ จางหมิ่นและจางหย่งอยู่ช่วยดูแลอีกแรง การรบกับแคว้นเหยี่ยนครั้งนี้พวกเขาใช้เวลาเดินทางมากกว่าการรบเสียอีก เสียเวลาเดินทางมาสามเดือน เตรียมการรบจนชนะเพียงสองเดือนเท่านั้นตอนนี้จ้าวตงหยางแทบอยากจะมีปีกรีบกลับเมืองหลวงโดยเร็วเพราะกำหนดคลอดของจินเยว่ใกล้เข้ามาแล้ว หากเข้าเร่งรีบนำทัพกลับคงใช้เวลาอย่างน้อยก็สองเดือนเป็นช่วงคลอดของจินเยว่พอดีฉีเฟยหลางยังคงส่งจดหมายหาหลิงอวี้ทุกครั้งที่เขามีเวลา(ก็เขียนทุกวันก่อนนอน) แม้นางจะเขียนตอบมาน้อยครั้งนัก แต่ทุกครั้งก็จะบอกให้เขาดูแลตัวเองให้ดี อย่าได้บาดเจ็บ เสื้อคลุมที่สวมอยู่ก็เป็นนางที่ส่งมาให้เมื่อคิดจะฝากจดหมายไปและของที่ซื้อไว้ให้นางไปกับว่าท

  • จองจำรักร้าย   บทที่ 47

    กองทัพแคว้นฉีถึงโยวเป่ยสามเดือนให้หลัง ตอนนี้ทั้งหมดอยู่ห่างจากเมืองเป่ยซานเพียงสองร้อยลี้ จ้าวตงหยางจึงจำต้องอพยพชาวเมืองโยวเป่ยและเมืองใกล้เคียงให้ห่างออกไปจากแนวการรบอย่างน้อยห้าร้อยลี้ จินเยว่ยังมีส่วนช่วยเรื่องเสบียงของชาวบ้านที่อพยพมา เพราะคนของนางที่โยวเป่ยจำต้องอพยพไปพร้อมกับชาวบ้าน เสบียงที่พวกเขาขนไปด้วยจึงนับว่าช่วยชีวิตคนได้มาก ชาวบ้านจึงมิต้องอดอยากหรือป่วยไข้ตายลงค่ายผู้อพยพก็เป็นจางหย่งที่ได้รับมอบหมายจากบิดาให้เร่งสร้างและจัดหาสิ่งของที่ขาดแคลนให้ชาวบ้านได้ใช้ไปก่อน ถึงคลังหลวงจะมีเงินมากก็มิอาจจะยกทั้งหมดมาใช้กับสงครามได้ เป็นเพราะจินเยว่ที่ได้สามีเป็นแม่ทัพนางจึงนำที่ดิน ที่ฮ่องเต้พระราชทานเป็นรางวัลทั้งหมดมิยอมปล่อยเช่าเช่นขุนนางคนอื่น แต่นางจ้างให้ชาวบ้านปลูกข้าว มันสำปะหลัง พืชผักที่เก็บไว้ได้นาน เลี้ยงดูทหารของตระกูลจ้าว ขึงทำให้มีเสบียงมากพอที่ใช้ในการสู้รบครั้งนี้แม้แต่อาหารพื้นบ้านธรรมดาอย่างเช่นรากบัวก็นำมาปรุงอาหารได้ ถั่วเขียวแช่น้ำ แล้ววางลงในไหหรือตะกร้า เอาผ้าคลุมที่ละชั้นเก็บไว้ในที่มืดคอยรดน้ำสามวันก็เป็นผัก นำมาผัดน้ำมันก็ทานได้แล้ว สิ่งที่นางรู้น

  • จองจำรักร้าย   บทที่ 46

    "อวี้เออร์ โกรธข้าหรือ" เขาจ้องหน้าของนางก่อนจะอดใจไม่ไหวก้มลงจุมพิตนางทันที "ท่าน อื้ออออ" หลิงอวี้ที่อ้าปากจะร้องห้ามก็เป็นการเปิดทางให้ฉีเฟยหลางแทรกเรียวลิ้นของเขาเข้ามาได้ กว่าเขาจะยอมถอนริมฝีปากออกจากปากนางก็เมื่อคนขับรถม้าเอ่ยว่าถึงจวนท่านแม่ทัพแล้วฉีเฟยหลางลูบริมฝีปากของหลิงอวี้อย่างอาลัยอาวรณ์ ก่อนจะช่วยนางจัดเสื้อผ้าแล้วพานางไปส่งด้านในจวน เมื่อส่งหลิงอวี้ถึงมือมารดาของนางแล้วเขาก็กลับเข้าวังหลวงพร้อมจางหย่งอีกครั้งจินเยว่ที่เห็นดวงตาของบุตรสาวปูดบวมและมีองค์ชายสามมาส่งก็ตกใจ เมื่อสอบถามจนได้ความนางก็แทบจะเป็นลมหมดสติ มิคิดว่าให้บุตรสาวไปร่วมงานเลี้ยงจะเกิดเรื่องร้ายแรงขึ้นถึงเพียงนี้"ไม่เป็นไรลูกรัก ทุกปัญหามีท่านตากับท่านพ่อของเจ้าคอยค้ำไว้ให้" จินเยว่กอดปลอบบุตรสาวที่สะอื้นจนตัวโยนในอ้อมกอดของนาง ลี่หลินก็หลั่งน้ำตาสงสารน้องน้อยของตนเช่นกันที่เขาเรียกว่าความงามทำให้เกิดหายนะก็เพิ่งพบเห็นจากเรื่องของจ้าวหลิงอวี้นี่เอง เรื่องภายในวังถูกร่ำลือออกไปภายนอก ย่อมมีคนเห็นด้วยและเห็นต่าง แต่ส่วนมากจะโกรธแค้นแคว้นเหยี่ยนที่หาเหตุผลมาทำสงครามมิได้ต้องดึงแม่นางน้อยคนหนึ่งมาทำร้าย

  • จองจำรักร้าย   บทที่ 45

    ขุนนางทั้งหลายที่ล่วงรู้ก็นึกถึงเรื่องของหนเก่าครั้งของแม่ทัพจ้าว แคว้นเหยี่ยนมิเคยจดจำเสียเลยจ้าวตงหยางเพียงยกสุราขึ้นร่วมชมความสนุกเท่านั้น เพราะครั้งนี้ไม่เกี่ยวกับตน (เกี่ยวเต็มๆ พ่อรอดู)จางหมิ่นกับจางหย่งก็เหลือบมองหน้าน้องสาวของตนก่อนจะถอนหายใจ เพราะน้องสาวของตนก็สนใจเพียงดื่มกินอาหารตรงหน้าเท่านั้น คงมีเพียงมือที่สั่นอย่างระงับไว้ไม่อยู่"องค์หญิงแคว้นเหยี่ยนเสียมารยาทแล้ว ท่านมีสิทธิ์อันใดมาสอบถามชื่อของนาง" องค์ชายสามกล่าวตำหนิอย่างไม่ไหวหน้า"เช่นนั้นเปิ่นหวางองค์รัชทายาทแคว้นเหยี่ยนก็สามารถขอพระราชทานสมรสครั้งนี้แทนได้ใช่หรือไม่" องค์รัชทายาทแคว้นเหยี่ยนลุกขึ้นพูด"องค์รัชทายาทแคว้นเหยี่ยน เจ้าหมายตาบุตรสาวขุนนางของเจิ้นคนใดหรือ หากบิดามารดาของนางยินยอมเจิ้นก็มิขัดข้อง" ฮ่องเต้ช่วยคลี่คลายสถานการณ์ที่ตึงเครียด"จ้าวหลิงอวี้ บุตรสาวแม่ทัพใหญ่จ้าว เปิ่นหวางอยากจะแต่งนางเป็นพระชายา มิรู้ว่าท่านแม่ทัพจะยินยอมหรือไม่" ขุนนางทั้งหลายต่างสูดหายใจเข้าอย่างลืมตัว จ้าวตงหยางที่ยกจอกสุราจรดริมฝีปากเพื่อดื่มก็เผลอบีบแก้วจนแตกคามือ องค์ชายสามก็เช่นกัน สองบุรุษต่างวัยต่างมีสีหน้าดำคล

  • จองจำรักร้าย   บทที่ 44

    หลิงอวี้เห็นเช่นนั้นก็สั่งให้คนของนางขับรถกลับจวน ชายชุดดำที่เพิ่งลงไปตอนนี้แอบมองรถม้าของนางอยู่ด้านนอก"องค์ชายจับตัวได้แล้วพ่ะย่ะค่ะ" ฉีเฟยหลางหันไปมององครักษ์ที่เข้ามารายงานก็พยักหน้าแล้วขึ้นม้าควบตามไปเขารู้ตั้งแต่แรกแล้วว่าเป็นรถม้าของหลิงอวี้ เพียงอยากเห็นหน้านางเท่านั้นไม่คิดว่าจะทำให้นางได้รับบาดเจ็บเลยสักนิด สามเดือนมานี้เขาฝึกฝนตนเองอย่างหนัก ทั้งรับงานจากเสด็จพ่อมาทำหวังจะทำให้ลืมนางได้ แต่ไม่เลยเขายังคิดถึงเพียงแต่นางวันนี้ฉีเฟยหลางพบสายลับต่างแคว้นที่ลักลอบปะปนเข้ามากับคณะทูตจึงออกมาจับกุมตัว จนได้พบกับรถม้าของตระกูลจ้าว เมื่อเห็นว่าเพิ่งออกมาจากตรอกจวนตระกูลเสวี่ยเขาจึงแน่ใจว่าเป็นนาง จึงรีบจัดการให้คนของตนจับคนร้ายแล้วเขาก็ขึ้นมาในรถม้าของนางแต่ฉีเฟยหลางคิดไม่ถึงว่าหลิงอวี้จะถือมีดสั้นเตรียมต่อสู้กับตนอยู่ แล้วกลัวจะทำให้นางบาดเจ็บจึงได้แย่งมีดไว้ แต่สุดท้ายนางก็ได้รับบาดเจ็บจากเขาอยู่ดีหลิงอวี้กลับถึงจวนก็รีบเข้าเรือนตัวเองทันที แล้วให้สาวใช้หายามาทาให้นาง เรื่องที่เกิดขึ้นก็ให้เก็บเงียบไว้อย่าเพิ่งบอกท่านพ่อท่านแม่แต่หลิงอวี้ยังมิได้ออกไปให้จ้าวตงหยางกับจินเยว่ไ

  • จองจำรักร้าย   บทที่ 33

    "หึหึ ญาติผู้น้องเจ้าจ้างคนลักพาตัวบุตรชายของข้า เจ้าคิดว่ามิผิดหรือ" สายตาของเขาทำให้เว่ยซืออิงสั่นสะท้าน นางถอยหลังอย่างหวาดกลัว"ท่าน ท่านจะทำอันใดข้า" เสียงของนางสั่นจนแทบจะเปร่งออกมาไม่ได้"ข้าจะทำอันใดเจ้างั้นรึ เจ้าขวัญกล้าเสียครั้งแล้วครั้งเล่า ข้าเตือนเจ้าไปแล้วแต่เจ้ากลับไม่สนใจ รอให้งานข

  • จองจำรักร้าย   บทที่ 27

    ฮูหยินจ้าวที่รู้เรื่องราวทั้งหมดจากบุตรชาย และตอนนี้บุตรชายของนางกำลังเดินทางเข้าสู่สนามรบระหว่างราชวงศ์ด้วย หากจะพูดว่าจ้าวตงหยางเลือกฝ่ายแล้วก็คงมิผิดนัก แต่นางก็เศร้าเพียงไม่นาน เมื่อเห็นความสดใสร่าเริงของ จางหมิ่นกับจางหย่ง ท่านย่าเช่นนางก็กลับมายิ้มได้อีกครั้งจินเยว่จะกังวลเรื่องในเมืองหลวงก็

  • จองจำรักร้าย   บทที่ 23

    จินเยว่รีบรับบุตรชายมาเข้าเต้าอยากทุลักทุเล จนแม่นมที่ยืนมองอยู่ต้องเข้ามาช่วยเหลือ"ท่านจะไม่ออกไปก่อนหรือ" จินเยว่หันไปถามจ้าวตงหยาง"ไม่" มีหรือที่เข้าจะยอมออกห่างนาง เขาอยากเห็นนางให้นมบุตรด้วยตาตนเองจินเยว่เบี่ยงตัวปลดเสื้ออย่างเขินอาย แม่นมน้ำผ้าชุบน้ำอุ่นมาเช็ดเต้านมให้นางก่อนจะจับบุตรคนโตเ

  • จองจำรักร้าย   บทที่ 17

    วันนี้ก็เช่นเคยที่จ้าวตงหยางมาที่เรือนของนาง แต่สีหน้าของเขานั้นไม่ค่อยดีเช่นทุกวันที่มา"มีเรื่องอันใดหรือไม่" หากไม่บอกก็คงคิดว่าทั้งคู่ใช้ชีวิตเช่นสามีภรรยา เขามาถึงนางก็เตรียมน้ำให้เขาล้างหน้าล้างตา แถมยังมีอาหารของว่างรอไว้ด้วย"เยว่เออร์ ข้าต้องออกไปจัดการกับพวกคนนอกด่าน เมื่อกลับมาเจ้ายอมแต่

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status