เหตุใดตัวร้ายถึงหน้าตาดีกว่าพระเอก

เหตุใดตัวร้ายถึงหน้าตาดีกว่าพระเอก

last updateTerakhir Diperbarui : 2026-04-08
Bahasa: Thai
goodnovel18goodnovel
10
2 Peringkat. 2 Ulasan-ulasan
39Bab
1.5KDibaca
Baca
Tambahkan

Share:  

Lapor
Ringkasan
Katalog
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi

นิยายเรื่องนี้คงเขียนขึ้นมาผิดพลาดเป็นแน่แท้ พระเอกที่ควรจะหล่อเหลาสง่างาม กลับกลายเป็นบุรุษหน้าตาดาษดื่นผู้มีดีเพียงชาติกำเนิด ส่วนตัวร้ายที่สมควรจะมีหน้าตาอัปลักษณ์และเหี้ยมโหด กลับงดงามเสียจนสตรีที่งามล่มเมืองยังต้องละอาย จ้าวซืออินไม่อาจทนมองความอยุติธรรมนี้ได้ นางจึงตั้งปณิธานว่าจะต้องพลิกบทบาท นำพาประมุขพรรคมารโม่เยว่เทียนผู้เลอโฉมให้รอดพ้นจากจุดจบอันน่าอนาถตามเนื้อเรื่องเดิม แม้จะต้องเผชิญหน้ากับทั้งยุทธภพก็ตาม “ลู่ผิง เจ้าดูสิ บุรุษที่งดงามปานนั้น หากต้องตายตกไปเพราะฝีมือรัชทายาทหน้าจืด สวรรค์คงไร้ซึ่งเมตตาธรรมแล้ว” “คุณหนู โปรดระวังคำพูดด้วยเถิดเจ้าค่ะ”

Lihat lebih banyak

Bab 1

ตอนที่ 1

กลิ่นกำยานหอมลอยแตะจมูก ปลุกสติที่หลับใหลให้ค่อยฟื้นคืนมา จ้าวซืออินขยับเปลือกตาที่หนักอึ้ง รู้สึกปวดร้าวไปทั่วร่างกายราวกับถูกกระชากวิญญาณ สิ่งแรกที่สะท้อนเข้าสู่ม่านตาคือม่านมุ้งผ้าไหมสีกลีบบัวที่ปักลวดลายวิจิตรบรรจง นางพยายามขยับตัว ทว่าความเจ็บปวดที่แล่นปราดขึ้นมาทำให้นางต้องสูดลมหายใจเข้าลึก

“คุณหนูใหญ่ คุณหนูฟื้นแล้ว” เสียงหวานใสที่เจือไปด้วยความร้อนรนดังขึ้นข้างเตียง ก่อนที่ใบหน้าของเด็กสาวผู้หนึ่งจะปรากฏแก่สายตา ดวงตาของนางแดงก่ำคล้ายผ่านการร้องไห้มาอย่างหนัก

จ้าวซืออินมองทบทวนสตรีแปลกหน้าเบื้องหน้า เครื่องแต่งกายที่อีกฝ่ายสวมใส่เป็นชุดกระโปรงยาวแบบสตรีโบราณ มวยผมเกล้าขึ้นอย่างเรียบง่าย นางกวาดสายตามองไปรอบห้อง พบฉากกั้นไม้แกะสลักลายสี่ฤดู โต๊ะน้ำชาไม้จันทน์แดง และแจกันลายครามใบใหญ่ ทุกสิ่งล้วนประณีตงดงามและมิใช่สิ่งของที่ควรมีอยู่ในยุคปัจจุบัน

นางหลับตาลงอีกครั้ง ปล่อยให้ความทรงจำสายหนึ่งไหลเข้ามาในหัว ภาพเหตุการณ์ต่างๆ ซ้อนทับกันจนชวนวิงเวียน นางคือจ้าวซืออิน บุตรีภรรยาเอกแห่งจวนอัครเสนาบดีแคว้นต้าฉู่ สตรีผู้เพียบพร้อมด้วยรูปโฉมและชาติตระกูล ทว่าเมื่อสองวันก่อนเกิดพลัดตกสระน้ำหลังจวนจนจมน้ำหมดสติไป

แต่นั่นคือความทรงจำของเจ้าของร่างเดิม สำหรับวิญญาณที่เข้ามาสวมรอยแทนนี้นางจดจำได้ดีว่าตนเองเพิ่งอ่านนิยายเรื่องตำนานรักบัลลังก์เมฆาจบลง นิยายเรื่องนั้นมีนางเอกชื่อเดียวกับนาง เป็นสตรีผู้โชคดีที่ได้รับความรักจากพระเอกผู้เป็นถึงองค์รัชทายาท และต้องเผชิญหน้ากับตัวร้ายที่เหี้ยมโหดอย่างประมุขพรรคมารโม่เยว่เทียน

นางทะลุมิติเข้ามาในนิยายที่เพิ่งอ่านจบไปอย่างไม่ต้องสงสัย

“ลู่ผิง” จ้าวซืออินเอ่ยเรียกชื่อสาวใช้คนสนิทตามสัญชาตญาณที่หลงเหลืออยู่ในร่าง น้ำเสียงของนางแหบพร่า

“บ่าวอยู่นี่เจ้าค่ะ คุณหนูต้องการสิ่งใดหรือไม่เจ้าคะ ดื่มน้ำอุ่นสักหน่อยดีหรือไม่” ลู่ผิงรีบประคองผู้เป็นนายให้ลุกขึ้นพิงหมอนใบหนา ก่อนจะรินน้ำชาอุ่นส่งให้ถึงมือ

จ้าวซืออินรับจอกชามาจิบช้าๆ ปล่อยให้น้ำอุ่นไหลลงคอเพื่อบรรเทาความแห้งผาก นางลอบพิจารณาสาวใช้ข้างกาย ลู่ผิงเป็นคนซื่อสัตย์และภักดี ตามเนื้อเรื่องเดิมสาวใช้ผู้นี้จะคอยอยู่เคียงข้างนางเอกจนถึงวาระสุดท้าย

“ข้าหลับไปนานเท่าใด” จ้าวซืออินเอ่ยถาม

“คุณหนูหมดสติไปถึงสองวันสองคืนเจ้าค่ะ นายท่านและฮูหยินร้อนใจแทบแย่ ตามหมอมารักษาจนทั่วเมืองหลวง หากคุณหนูยังไม่ฟื้น บ่าวคงต้องกลั้นใจตายตามไปรับใช้คุณหนูในปรโลกเป็นแน่” ลู่ผิงกล่าวพลางยกแขนเสื้อขึ้นซับน้ำตา

“เหลวไหล ข้ายังไม่ตาย เจ้าจะรีบไปปรโลกทำไมกัน” จ้าวซืออินระบายยิ้มบางเบา นางวางจอกชาลงบนโต๊ะข้างเตียง “พยุงข้าไปที่คันฉ่องที ข้าอยากเห็นหน้าตนเองเสียหน่อย”

ลู่ผิงรีบเข้ามาประคองร่างบางที่ยังคงไร้เรี่ยวแรงให้ลุกขึ้นเดินไปยังหน้าโต๊ะเครื่องประทินโฉม จ้าวซืออินทรุดตัวลงนั่งบนเก้าอี้กลม สายตาจับจ้องไปยังภาพที่สะท้อนอยู่ในคันฉ่องทองเหลืองบานใหญ่

สตรีในคันฉ่องมีใบหน้างดงามหยดย้อย คิ้วเรียวโก่งดั่งใบหลิว ดวงตากลมโตสุกสกาวดุจดวงดาราในฤดูสารท จมูกโด่งรั้นรับกับริมฝีปากอวบอิ่มสีชาด แม้ใบหน้าจะยังซีดเซียวจากพิษไข้ ทว่าไม่อาจลดทอนความงามล่มเมืองนี้ลงได้เลยแม้แต่น้อย

จ้าวซืออินพอใจในรูปโฉมนี้ยิ่งนัก นางเป็นคนรักสวยรักงามมาแต่ไหนแต่ไร การได้ครอบครองใบหน้าที่งดงามถึงเพียงนี้ถือเป็นกำไรชีวิตอย่างหนึ่ง หากอิงตามบทบรรยายในนิยาย จ้าวซืออินคือหญิงงามอันดับหนึ่งในเมืองหลวง เป็นสตรีที่เพียบพร้อมจนทำให้รัชทายาทไป๋อี้เฉินตกหลุมรักตั้งแต่แรกพบ

เมื่อนึกถึงพระเอกของเรื่อง นัยน์ตาของนางก็เปล่งประกายขึ้นมา ไป๋อี้เฉิน รัชทายาทผู้สูงศักดิ์ ในนิยายบรรยายไว้ว่าเขามีรูปโฉมหล่อเหลาสง่างามดุจเทพเซียนลงมาจุติ กอปรกับนิสัยที่ยึดมั่นในคุณธรรมและแสนดีต่อสตรีผู้เป็นที่รัก สำหรับนางที่ลุ่มหลงในความงดงามของบุรุษแล้ว การได้พบเจอพระเอกผู้นี้ถือเป็นสิ่งที่ควรค่าแก่การรอคอย

“คุณหนู ท่านมองคันฉ่องแล้วยิ้มสิ่งใดอยู่หรือเจ้าคะ” ลู่ผิงเอ่ยถามด้วยความสงสัย เมื่อเห็นผู้เป็นนายเอาแต่นั่งจ้องเงาตนเองแล้วแย้มยิ้มออกมา

“ข้าเพียงแค่คิดว่า สวรรค์ยังเมตตาที่รักษารูปโฉมของข้าไว้ได้ ไม่ให้เสียโฉมจากการจมน้ำ” จ้าวซืออินตอบกลับอย่างลื่นไหล นางลุกขึ้นยืนช้าๆ “อีกกี่วันจะถึงงานเลี้ยงชมบุปผาในวังหลวง”

ลู่ผิงทำหน้างุนงงเล็กน้อยที่จู่ๆ คุณหนูก็ถามถึงเรื่องนี้ “อีกเจ็ดวันเจ้าค่ะ แต่ร่างกายของคุณหนูยังไม่แข็งแรง นายท่านอาจไม่อนุญาตให้เข้าร่วมงานนะเจ้าคะ”

“เจ็ดวัน ร่างกายข้าย่อมฟื้นฟูทันเวลา เจ้าไม่ต้องกังวลไป งานเลี้ยงใหญ่เช่นนี้ จะขาดบุตรีอัครเสนาบดีเช่นข้าไปได้อย่างไร” จ้าวซืออินเอ่ยด้วยน้ำเสียงหนักแน่น นางรู้ดีว่างานเลี้ยงชมบุปผาในวังหลวงคืองานสำคัญ เป็นจุดเริ่มต้นของเนื้อเรื่องทั้งหมด เพราะนางจะได้พบกับรัชทายาทไป๋อี้เฉินเป็นครั้งแรกที่นั่น

เสียงฝีเท้าหนักแน่นดังขึ้นจากหน้าประตู ก่อนที่ชายวัยกลางคนผู้มีใบหน้าหล่อเหลาภูมิฐานจะก้าวเข้ามาในห้อง สวมชุดขุนนางสีม่วงเข้ม บ่งบอกถึงตำแหน่งอันสูงส่งในราชสำนัก ผู้มาใหม่คือจ้าวรุ่ย อัครเสนาบดีแห่งต้าฉู่ บิดาของจ้าวซืออิน

“อินเอ๋อร์ พ่อได้ยินว่าเจ้าฟื้นแล้ว อาการเป็นอย่างไรบ้าง” จ้าวรุ่ยรีบสาวเท้าเข้ามาจับมือบุตรสาวด้วยความห่วงใย แววตาของเขาเปี่ยมไปด้วยความรักใคร่ระคนโล่งใจ

จ้าวซืออินย่อกายคารวะบิดาตามมารยาทที่ดึงมาจากความทรงจำเดิม “ลูกอกตัญญู ทำให้ท่านพ่อต้องเป็นห่วงแล้ว ตอนนี้ลูกรู้สึกดีขึ้นมาก เพียงแต่อ่อนเพลียเล็กน้อยเจ้าค่ะ”

“ดีแล้ว ดีแล้วที่เจ้าปลอดภัย พ่อสั่งให้พ่อบ้านต้มยาบำรุงชั้นดีมาให้ เจ้าต้องดื่มให้หมดและพักผ่อนให้มาก ส่วนเรื่องงานเลี้ยงชมบุปผาในวังหลวง หากเจ้าไปไม่ไหว พ่อจะทูลขออนุญาตจากไทเฮาให้เจ้าพักรักษาตัว”

“ท่านพ่อ ลูกแข็งแรงขึ้นมากแล้วเจ้าค่ะ งานเลี้ยงชมบุปผาจัดขึ้นเพียงปีละครั้ง ไทเฮาทรงมีเมตตาเชิญลูกด้วยพระองค์เอง หากลูกไม่ไปเกรงว่าจะเป็นการเสียมารยาท ลูกรับรองว่าจะดูแลตนเองให้ดี ไม่ให้ท่านพ่อต้องกังวลเจ้าค่ะ” จ้าวซืออินรีบกล่าวแย้ง นางไม่ยอมพลาดโอกาสที่จะได้ยลโฉมพระเอกของเรื่องเป็นอันขาด

จ้าวรุ่ยมองบุตรสาวด้วยความเอ็นดู เขารู้ดีว่าบุตรสาวของตนชอบความครึกครื้นและรักการแต่งกายไปประชันโฉมกับเหล่าคุณหนูในเมืองหลวง “หากเจ้าดึงดันเช่นนั้น พ่อก็จะไม่ห้าม แต่ต้องให้ลู่ผิงคอยติดตามดูแลอย่างใกล้ชิด เข้าใจหรือไม่”

“ลูกทราบแล้วเจ้าค่ะ ขอบคุณท่านพ่อที่ตามใจลูก” จ้าวซืออินยิ้มหวาน

หลังจากบิดาเดินออกจากห้องไป จ้าวซืออินก็กลับมานั่งเอนกายลงบนเตียงอีกครั้ง นางหลับตาลงเพื่อทบทวนเรื่องราวในนิยายอย่างละเอียด ไป๋อี้เฉินคือบุรุษที่นางต้องเกี่ยวดองด้วยตามเส้นเรื่อง เขาคือแสงสว่างของยุทธภพและราชสำนัก ทว่าในเงามืดนั้น ยังมีอีกหนึ่งบุรุษที่น่าสะพรึงกลัวซ่อนตัวอยู่

โม่เยว่เทียน ประมุขพรรคมารผู้เลื่องชื่อ

ในนิยายบรรยายไว้ว่าเขาเป็นบุรุษที่อำมหิตไร้หัวใจ ใบหน้าของเขามักถูกบดบังด้วยหน้ากากสีเงินครึ่งซีก ไม่มีผู้ใดเคยเห็นโฉมหน้าที่แท้จริงภายใต้หน้ากากนั้น มีเพียงข่าวลือว่าเขามีใบหน้าอัปลักษณ์และน่าเกลียดน่ากลัวจนต้องสวมหน้ากากปิดบังเอาไว้

จ้าวซืออินถอนหายใจเบาๆ นางหาได้สนใจตัวร้ายอัปลักษณ์ผู้นั้นไม่ สิ่งที่นางใส่ใจมีเพียงความงดงามของไป๋อี้เฉินเท่านั้น นางตั้งตารอคอยให้ถึงวันงานเลี้ยงชมบุปผาอย่างใจจดใจจ่อ หวังเพียงว่ารูปโฉมของพระเอกจะงดงามสมดั่งที่นักเขียนได้บรรยายเอาไว้

Tampilkan Lebih Banyak
Bab Selanjutnya
Unduh

Bab terbaru

Bab Lainnya

Ulasan-ulasan

SSMT
SSMT
สนุกดี พระนาง หล่อสวยสุดในใต้หล้า
2026-08-11 18:35:33
0
0
Ketchup_Syrup
Ketchup_Syrup
สนุกดีค่ะ นางเอกฉลาด และเกี้ยวพระเอกเก่งจริงๆ 555
2026-04-16 15:18:32
1
0
39 Bab
ตอนที่ 1
กลิ่นกำยานหอมลอยแตะจมูก ปลุกสติที่หลับใหลให้ค่อยฟื้นคืนมา จ้าวซืออินขยับเปลือกตาที่หนักอึ้ง รู้สึกปวดร้าวไปทั่วร่างกายราวกับถูกกระชากวิญญาณ สิ่งแรกที่สะท้อนเข้าสู่ม่านตาคือม่านมุ้งผ้าไหมสีกลีบบัวที่ปักลวดลายวิจิตรบรรจง นางพยายามขยับตัว ทว่าความเจ็บปวดที่แล่นปราดขึ้นมาทำให้นางต้องสูดลมหายใจเข้าลึก“คุณหนูใหญ่ คุณหนูฟื้นแล้ว” เสียงหวานใสที่เจือไปด้วยความร้อนรนดังขึ้นข้างเตียง ก่อนที่ใบหน้าของเด็กสาวผู้หนึ่งจะปรากฏแก่สายตา ดวงตาของนางแดงก่ำคล้ายผ่านการร้องไห้มาอย่างหนักจ้าวซืออินมองทบทวนสตรีแปลกหน้าเบื้องหน้า เครื่องแต่งกายที่อีกฝ่ายสวมใส่เป็นชุดกระโปรงยาวแบบสตรีโบราณ มวยผมเกล้าขึ้นอย่างเรียบง่าย นางกวาดสายตามองไปรอบห้อง พบฉากกั้นไม้แกะสลักลายสี่ฤดู โต๊ะน้ำชาไม้จันทน์แดง และแจกันลายครามใบใหญ่ ทุกสิ่งล้วนประณีตงดงามและมิใช่สิ่งของที่ควรมีอยู่ในยุคปัจจุบันนางหลับตาลงอีกครั้ง ปล่อยให้ความทรงจำสายหนึ่งไหลเข้ามาในหัว ภาพเหตุการณ์ต่างๆ ซ้อนทับกันจนชวนวิงเวียน นางคือจ้าวซืออิน บุตรีภรรยาเอกแห่งจวนอัครเสนาบดีแคว้นต้าฉู่ สตรีผู้เพียบพร้อมด้วยรูปโฉมและชาติตระกูล ทว่าเมื่อสองวันก่อนเกิดพลัดตกสระน
Baca selengkapnya
ตอนที่ 2
เจ็ดวันผ่านไปอย่างรวดเร็ว ร่างกายของจ้าวซืออินฟื้นฟูจนกลับมาสมบูรณ์แข็งแรงดังเดิม ใบหน้าที่เคยซีดเซียวกลับมามีเลือดฝาด เปล่งปลั่งงดงามยิ่งกว่าเดิม ลู่ผิงจัดเตรียมชุดสีฟ้าอ่อนปักลายดิ้นเงินเข้าคู่กับเครื่องประดับหยกเนื้อดี ทำให้นางดูสง่างามและบริสุทธิ์ผุดผ่องราวกับเทพธิดา“คุณหนูของบ่าวช่างงดงามเหลือเกิน วันนี้คุณหนูจะต้องโดดเด่นที่สุดในงานเลี้ยงเป็นแน่เจ้าค่ะ” ลู่ผิงเอ่ยชมขณะปักปิ่นหยกชิ้นสุดท้ายลงบนมวยผมจ้าวซืออินมองตนเองในคันฉ่องด้วยความพึงพอใจ “ไปกันเถิด อย่าให้ท่านพ่อและท่านแม่ต้องรอนาน”รถม้าประจำจวนอัครเสนาบดีเคลื่อนตัวไปตามท้องถนนในเมืองหลวง มุ่งหน้าสู่พระราชวัง จ้าวซืออินเลิกม่านหน้าต่างขึ้นเล็กน้อย ลอบมองความเจริญรุ่งเรืองของบ้านเมือง ผู้คนเดินขวักไขว่ ร้านค้าเรียงรายสองข้างทาง ทุกสิ่งดูแปลกตาและน่าตื่นตาตื่นใจเมื่อรถม้าจอดเทียบที่หน้าประตูวัง จ้าวซืออินก้าวลงมาด้วยท่วงท่าสง่างาม นางเดินตามบิดามารดาเข้าไปยังอุทยานหลวง สถานที่จัดงานเลี้ยงชมบุปผา ภายในอุทยานเต็มไปด้วยพรรณไม้หายากที่กำลังเบ่งบานชูช่อ กลิ่นหอมของดอกไม้อบอวลไปทั่วบริเวณ เหล่าขุนนางและครอบครัวต่างแต่งกายด้วยชุดหร
Baca selengkapnya
ตอนที่ 3
แสงแดดทอประกายเรืองรองลอดผ่านช่องหน้าต่างไม้แกะสลัก สาดส่องกระทบพื้นกระดานในห้องนอนอันหรูหราของจวนอัครเสนาบดี กลิ่นหอมระรื่นของกำยานดอกมู่หลานลอยอวลอยู่ในอากาศ ช่วยให้จิตใจที่ว้าวุ่นสงบลง จ้าวซืออินขยับกายลุกขึ้นจากเตียงนอนหลังใหญ่ซึ่งปูลาดด้วยผ้าไหมเนื้อนุ่ม นางปัดปอยผมที่ปรกหน้าออกพ้นสายตา ความทรงจำจากงานเลี้ยงเมื่อคืนยังคงแจ่มชัดในห้วงความคิดภาพใบหน้าจืดชืดขององค์รัชทายาทไป๋อี้เฉินสลับกับเสี้ยวหน้าอันคมคายใต้หน้ากากสีเงินของโม่เยว่เทียนวนเวียนซ้ำไปซ้ำมา“คุณหนูตื่นแล้วหรือเจ้าคะ” ลู่ผิงก้าวเข้ามาในห้องพร้อมกับอ่างทองเหลืองบรรจุน้ำอุ่นสำหรับล้างหน้า สาวใช้คนสนิทมีสีหน้าแช่มชื่นเบิกบานผิดกับผู้เป็นนายที่เอาแต่นั่งเหม่อลอยจ้าวซืออินพยักหน้ารับเชื่องช้า นางขยับตัวไปนั่งหน้าโต๊ะเครื่องประทินโฉม ปล่อยให้ลู่ผิงใช้ผ้าชุบน้ำอุ่นเช็ดทำความสะอาดใบหน้าและปรนนิบัติหวีผมให้อย่างเบามือ คันฉ่องทองเหลืองบานใหญ่สะท้อนภาพสตรีผู้มีความงามล่มเมือง ดวงตากลมโตที่เคยสุกสกาวบัดนี้กลับแฝงความรำคาญใจเอาไว้“วันนี้ปักด้วยปิ่นหยกขาวระย้าที่นายท่านเพิ่งมอบให้ รับรองว่างดงามหาผู้ใดเปรียบมิได้เลยเจ้าค่ะ” ลู่ผิง
Baca selengkapnya
ตอนที่ 4
องครักษ์ของจวนแม้จะได้รับการฝึกฝนมาอย่างดี ทว่าศัตรูมีจำนวนมากกว่าถึงสามเท่าตัว อีกทั้งยังลงมืออย่างโหดเหี้ยมและเฉียบขาด เพียงไม่นาน องครักษ์หลายนายก็พลาดท่าล้มลงจมกองเลือด เสียงกรีดร้องด้วยความเจ็บปวดดังระงมไปทั่วบริเวณลู่ผิงตัวสั่นเทาด้วยความหวาดกลัว นางขยับเข้ามาสวมกอดคุณหนูแน่น น้ำตาไหลอาบสองแก้ม “คุณหนู พวกเราจะทำอย่างไรดีเจ้าคะ โจรป่าพวกนี้ต้องฆ่าพวกเราแน่”จ้าวซืออินพยายามข่มความตื่นตระหนกในใจ นางเป็นเพียงสตรีบอบบางที่ทะลุมิติมา ไม่มีวรยุทธ์ติดตัวแม้แต่น้อย หากองครักษ์ทั้งหมดถูกสังหาร นางและลู่ผิงย่อมไม่มีทางรอดพ้นเงื้อมมือของชายชุดดำเหล่านี้ นางสูดลมหายใจเข้าลึก พยายามใช้สติคิดวิเคราะห์สถานการณ์ คนเหล่านี้แต่งกายรัดกุม ลงมือพร้อมเพรียงและมุ่งเป้ามาที่รถม้าอย่างชัดเจน ย่อมมิใช่โจรป่าธรรมดา แต่เป็นนักฆ่าที่ถูกส่งมาโดยเจตนาเป็นฝีมือผู้ใดกัน ศัตรูทางการเมืองของบิดา หรือเป็นผู้ที่หมายปองตำแหน่งพระชายาขององค์รัชทายาทจึงต้องการกำจัดนางให้พ้นทางขณะที่นางกำลังจมอยู่ในห้วงความคิด คมดาบเล่มหนึ่งก็ฟาดฟันลงมาที่หลังคารถม้าจนไม้กระดานแตกกระจาย เศษไม้ร่วงกราวลงมาบนพื้น ลู่ผิงหวีดร้องสุดเส
Baca selengkapnya
ตอนที่ 5
สายลมเหนือพัดผ่านยอดไผ่จนเกิดเสียงดังราวกับเกลียวคลื่น ใบไผ่สีเขียวเข้มร่วงหล่นลงมาปะปนกับหยาดโลหิตสีแดงฉานที่สาดกระเซ็นอยู่บนพื้นดิน กลิ่นคาวเลือดคละคลุ้งไปทั่วบริเวณ ทว่าท่ามกลางบรรยากาศอันน่าสะพรึงกลัวนั้น ใบหน้างดงามล่มเมืองปราศจากร่องรอยแห่งความหวาดหวั่น นัยน์ตากลมโตทอประกายสงบนิ่งขณะจับจ้องไปยังบุรุษสวมหน้ากากสีเงินเบื้องหน้า“สตรีวิปลาส” โม่เยว่เทียนเอ่ยเสียงเรียบ น้ำเสียงทุ้มต่ำของเขาแฝงไปด้วยความเย็นชาและไร้เยื่อใย เขาหาได้สนใจที่จะเสวนาต่อ ร่างสูงโปร่งเบี่ยงตัวเตรียมจะใช้วิชาตัวเบาเร้นกายจากไป เขาบรรลุเป้าหมายในการสังหารกลุ่มนักฆ่าที่เป็นปรปักษ์ต่อพรรคมารแล้ว ไม่มีเหตุผลอันใดที่จะต้องรั้งอยู่“ช้าก่อนท่านจอมยุทธ์” น้ำเสียงนุ่มนวลทว่ากังวานใสของจ้าวซืออินดังขึ้นขัดจังหวะ นางก้าวเดินไปข้างหน้าสองก้าวด้วยท่วงท่าที่เปี่ยมไปด้วยความเกรงใจ หาได้วิ่งพรวดพราดเข้าไปขวางทางอย่างเสียมารยาทไม่ “ท่านเพิ่งช่วยชีวิตซืออินและคนของจวนอัครเสนาบดีไว้ ยังมิได้ทราบนามของท่าน ซืออินจะหาทางทดแทนบุญคุณได้อย่างไร”โม่เยว่เทียนหยุดชะงัก นัยน์ตาสีรัตติกาลของเขาหรี่ลงอย่างอันตราย จิตสังหารสายหนึ่งปะทุ
Baca selengkapnya
ตอนที่ 6
จ้าวซืออินกำป้ายหยกสีดำในมือไว้แน่น นางทอดสายตามองไปยังทิศทางที่เขาจากไป หัวใจดวงน้อยเต้นเป็นจังหวะหนักแน่น การเจรจาเมื่อครู่มิใช่เพียงเพื่อเอาตัวรอด ทว่าเป็นการสร้างสะพานเชื่อมโยงตนเองเข้ากับบุรุษที่นางให้คุณค่า แม้ว่าเขาจะเป็นตัวร้ายที่ชั่วช้าที่สุดในสายตาชาวยุทธภพก็ตาม“คุณหนู คุณหนูปลอดภัยหรือไม่เจ้าคะ” ลู่ผิงรีบตะเกียกตะกายลุกขึ้นจากพื้น วิ่งหน้าตาตื่นเข้ามาสำรวจร่างกายของผู้เป็นนาย น้ำตายังคงนองหน้า “บ่าวกลัวแทบแย่ นึกว่าเราจะต้องตายอยู่ที่นี่เสียแล้ว บุรุษชุดดำผู้นั้นน่ากลัวเหลือเกินเจ้าค่ะ”“ข้าปลอดภัยดี ลู่ผิง เจ้าหยุดร้องไห้ได้แล้ว” จ้าวซืออินตบหลังมือสาวใช้เบาๆ เพื่อปลอบประโลม นางหันไปมองหัวหน้าองครักษ์ที่กำลังพยุงร่างอันบอบช้ำลุกขึ้นยืน “สถานการณ์เป็นอย่างไรบ้าง มีผู้ใดบาดเจ็บสาหัสหรือไม่”หัวหน้าองครักษ์กุมบาดแผลที่แขนซ้าย กัดฟันรายงาน “เรียนคุณหนู พวกเราสูญเสียพี่น้องไปห้านาย ที่เหลือบาดเจ็บปานกลางถึงสาหัสขอรับ โชคดีที่จอมยุทธ์ชุดดำผู้นั้นยื่นมือเข้าช่วย มิเช่นนั้นพวกเราคงไม่อาจรอดชีวิตมาได้ ทว่าเขากลับเป็นถึงประมุขพรรคมาร เรื่องนี้ช่างน่าวิตกยิ่งนักขอรับ”“เรื่องที่เกิด
Baca selengkapnya
ตอนที่ 7
เสียงระฆังทองเหลืองใบใหญ่จากหอระฆังหน้าอารามหลวงดังกังวานเป็นจังหวะเนิบนาบ แว่วก้องฝ่าม่านหมอกยามเช้าตรู่ของยอดเขาชีกวง ปลุกสรรพสิ่งให้ตื่นจากการหลับใหล จ้าวซืออินขยับเปลือกตาขึ้นอย่างเชื่องช้า อากาศบนภูเขาในยามเช้าหนาวเย็นเยียบจนสตรีร่างบางต้องกระชับผ้าห่มผืนหนาเข้าหาตัว ทว่าจิตใจของนางกลับแจ่มใสและตื่นตัวยิ่งนักลู่ผิงยกอ่างน้ำทองเหลืองลวดลายดอกบัวเข้ามาในห้องอย่างเงียบเชียบ สาวใช้คนสนิทปรนนิบัติผู้เป็นนายล้างหน้าบ้วนปาก ก่อนจะสางผมและเกล้ามวยอย่างเรียบง่ายที่สุดตามวิสัยของผู้ที่มาถือศีล จ้าวซืออินสวมชุดสีขาวบริสุทธิ์ไร้ลวดลาย ปักเพียงดิ้นเงินจางๆ ที่ชายขอบ แม้เครื่องแต่งกายจะดูเรียบง่ายเพียงใด ทว่าเมื่อสวมอยู่บนร่างของบุตรีอัครเสนาบดีผู้มีความงามล่มเมือง กลับยิ่งขับเน้นความบริสุทธิ์ผุดผ่องราวกับเทพธิดาเมื่อรับประทานอาหารเจรสชาติจืดชืดเสร็จสิ้น จ้าวซืออินก็สั่งให้ลู่ผิงฝนหมึกและเตรียมพู่กัน นางนั่งลงเบื้องหน้าโต๊ะเตี้ยริมหน้าต่าง ทอดสายตามองออกไปนอกเรือนพักรับรอง สมองเริ่มทบทวนเนื้อหาในนิยายอย่างละเอียดถี่ถ้วนตามเส้นเรื่องเดิม ไป๋อี้เฉินองค์รัชทายาทผู้แสร้งทำเป็นวิญญูชน แท้จริงแล้
Baca selengkapnya
ตอนที่ 8
ร่างสูงใหญ่ก้าวประชิดตัวนางในชั่วอึดใจ มือแกร่งดุจคว้าเข้าที่ลำคอระหงของนาง บังคับให้นางต้องแหงนหน้าขึ้นสบตากับเขา“จ้าวซืออิน เจ้ากล้าสะกดรอยตามข้า” โม่เยว่เทียนเค้นเสียงลอดไรฟัน กลิ่นอายสังหารแผ่ซ่านออกมารอบกายจ้าวซืออินถูกจับที่ลำคอ ทว่านางมิได้ดิ้นรนหรือปัดป้อง นางเพียงยกมือขึ้นจับข้อมือของเขาไว้หลวมๆ “ซืออินมิได้สะกดรอยตามท่านประมุขเจ้าค่ะ” นางพยายามเค้นเสียงตอบอย่างใจเย็น น้ำเสียงยังคงนุ่มนวลและราบเรียบ “ข้าเพียงแต่มาเดินเล่นสงบจิตใจ และบังเอิญได้กลิ่นสนหิมะอันคุ้นเคย จึงเดินตามมา เมื่อเห็นว่าท่านประมุขกำลังพักผ่อน ข้าจึงตั้งใจจะแสดงตัวเพื่อมิให้เป็นการเสียมารยาทเยี่ยงโจรขโมย”โม่เยว่เทียนคลายแรงบีบที่ลำคอลงเล็กน้อยเมื่อเห็นแววตาที่สงบนิ่งและปราศจากความหวาดกลัวของนาง สตรีผู้นี้ประหลาดนัก ถูกเขาข่มขู่ถึงเพียงนี้ กลับยังมีสติอธิบายเหตุผลได้อย่างฉะฉาน“เจ้าคิดว่าวาจาเหล่านี้จะลวงข้าได้หรือ สตรีที่บังอาจล่วงล้ำความเป็นส่วนตัวของข้า ไม่มีผู้ใดรอดชีวิตกลับไปได้” เขากล่าวเสียงเย็นจ้าวซืออินค่อยๆ แย้มยิ้มบางเบา รอยยิ้มนั้นสว่างไสวและเต็มไปด้วยความชื่นชมอย่างแท้จริง “หากท่านประมุขจะสั
Baca selengkapnya
ตอนที่ 9
แสงแดดยามสายสาดส่องผ่านทิวไผ่เบื้องหลังอารามหลวงหานลู่ จ้าวซืออินก้าวเดินกลับมายังเรือนพักรับรองด้วยท่วงท่าสง่างามและเปี่ยมไปด้วยความมั่นใจ ในดวงตากลมโตทอประกายเจิดจ้าดุจดวงดารา รอยยิ้มละมุนละไมประดับอยู่บนริมฝีปากบางตลอดเส้นทาง นางยกมือขึ้นลูบรอยขีดข่วนตื้นๆ บริเวณข้างแก้มซึ่งบัดนี้เลือดหยุดไหลแล้ว สัมผัสแสบๆ นั้นคอยย้ำเตือนว่าเหตุการณ์ริมสระน้ำพุร้อนเมื่อครู่มิใช่ภาพฝันรูปโฉมของโม่เยว่เทียนงดงามและทรงพลังเกินกว่าที่จินตนาการไว้หลายสิบเท่า เพียงแค่หลับตา ภาพใบหน้าหล่อเหลาไร้ที่ติ ผิวพรรณขาวซีดดุจหิมะ และแววตาที่เต็มไปด้วยความโดดเดี่ยวก็ผุดขึ้นมาในมโนสำนึก นางรำพึงในใจด้วยความชื่นชมและเห็นใจ บาดแผลบนแผ่นหลังของเขาบ่งบอกถึงความยากลำบากที่เขาต้องเผชิญ การที่เขาเติบโตมาได้อย่างแข็งแกร่งถึงเพียงนี้ ย่อมต้องอาศัยจิตใจที่เด็ดเดี่ยวเหนือผู้คน การได้มอบข้อมูลสำคัญเพื่อช่วยเหลือบุรุษผู้มีความสง่างามทั้งรูปโฉมและจิตวิญญาณเช่นเขา นับเป็นสิ่งที่นางเต็มใจกระทำยิ่งกว่าสิ่งใดเมื่อผลักบานประตูไม้ของเรือนพักเข้าไป ลู่ผิงที่กำลังจัดเตรียมสำรับอาหารเจก็หันมามอง ก่อนจะเบิกตากว้างด้วยความตกใจ ถาดไม้ในม
Baca selengkapnya
ตอนที่ 10
ค่ำคืนนั้น ภายในห้องนอนอันเงียบสงบ จ้าวซืออินสั่งให้ลู่ผิงออกไปพักผ่อน นางนั่งอยู่เบื้องหน้าโต๊ะเตี้ย แสงเทียนสลัวสะท้อนกับป้ายหยกสีดำที่นางหยิบออกมาจากสาบเสื้อ นางใช้นิ้วลูบลวดลายเมฆาบนป้ายหยกด้วยรอยยิ้มละมุนละไมพรุ่งนี้ต้องเผชิญหน้ากับไป๋อี้เฉิน ข้อมูลเรื่องเหมืองเหล็กที่นางมอบให้โม่เยว่เทียนไปนั้น คงต้องใช้เวลาอีกสักระยะกว่าที่พรรคมารจะลงมือจัดการ ในระหว่างนี้นางต้องหาข้ออ้างเพื่อส่งข่าวสารเพิ่มเติมให้ประมุขมาร เพื่อสานต่อความร่วมมือและตอกย้ำคุณค่าของนางในสายตาของเขารุ่งอรุณของวันใหม่ จ้าวซืออินแต่งกายด้วยชุดสีฟ้าอ่อนปักลายกล้วยไม้ที่ชายกระโปรง ดูเรียบง่ายทว่าประณีตบรรจง นางเกล้ามวยผมอย่างเรียบร้อย ปักเพียงปิ่นหยกขาวเล่มเดียว ให้ดูเรียบง่ายและไม่สะดุดตา ทว่าด้วยรูปโฉมที่สวรรค์ประทานมา แม้จะแต่งกายธรรมดาเพียงใด นางก็ยังคงงดงามโดดเด่นและมีสง่าราศีเหนือสตรีใดอยู่ดีก่อนจะขึ้นรถม้าเดินทางเข้าวัง จ้าวซืออินแสร้งทำเป็นนึกเรื่องสำคัญขึ้นมาได้ นางเรียกบ่าวรับใช้ชายผู้หนึ่งมาสั่งการเสียงเบา“เจ้าจงนำเทียบเชิญของข้าไปส่งที่จวนตระกูลหลิน จากนั้นให้เจ้าแวะไปที่โรงเตี๊ยมจันทร์กระจ่าง สั่งขนมก
Baca selengkapnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status