Share

บทที่ 7

last update Last Updated: 2026-02-09 18:48:28

หลังจากนั้นไม่นานจันทร์จิราก็พบว่ารอบตัวของเธอกลายเป็นสีขาวอีกครั้ง ก่อนที่ทุกอย่างเบื้องหน้าจะค่อยๆ ปรากฏภาพจนชัดเจนขึ้น ภาพผู้คนมากมายในชุดจีนโบราณเดินกันไปมาทำให้จันทร์จิราอดที่จะขมวดคิ้วไม่ได้ นี่เธอยังอยู่ในยุคจีนโบราณอยู่หรือนี่ ข้างกายปรากฏชายชราคนเดิม

ผู้นำดวงวิญญาณที่ถูกทำโทษมาพร้อมๆ กับเธอเมื่อครู่นั่นเอง หากแต่เวลานี้ใบหน้าของชายชราบ่งบอกถึงความผ่อนคลายมากกว่าเมื่อครู่อยู่มากทีเดียว แน่ละสิเขาโดนโทษเพียงเล็กน้อยจะต้องทุกข์ร้อนอะไรกัน เธอนี่สิโดนจัดหนักเลยทีเดียว

“ที่นี่คือที่ไหนกันเจ้าคะ”

แม้จะยังโกรธเคืองอยู่ในใจไม่น้อยแต่จันทร์จิราก็ยังคงปรับน้ำเสียงให้เป็นปกติ และพยายามปรับคำพูดของตนให้สอดคล้องกับสถานการณ์โดยรอบ ออกจะติดขัดไปบ้างแต่ก็ไม่ยากลำบากนัก

“ที่นี่คือหนิงอัน”

หนิงอัน เอ่อ... มันมีชื่อเมืองนี้อยู่ส่วนไหนของโลกกันนี่ จันทร์จิราได้แต่ถอนหายใจยาวแล้วพยักหน้ารับอย่างขอไปที ผู้นำดวงวิญญาณชี้นิ้วไปที่หญิงท้องแก่ผู้หนึ่ง ใบหน้าของนางงดงามราวภาพวาด ผิวพรรณขาวนวลเปล่งประกายคล้ายไข่มุก ดวงหน้ากลม คิ้วโก่งรับกับดวงตาคม จมูกโด่งแต่พองาม ริมฝีปากบางสีชมพูราวผลอิงเถา ช่างงดงามหาที่ติมิได้จริงๆ

“นางชื่อต้วนอวี้หลินเป็นบุตรีคนโตของสกุลต้วน ภรรยาเอกของเสนาบดีหลิวหนิงเต๋อ คุณสมบัติดีและเหมาะสมที่สุด เจ้าจงไปจุติในครรภ์ของนางเถิด”

จันทร์จิราเบิกตากว้าง หากให้เธอเกิดในครรภ์สตรีผู้นี้ไม่บอกก็รู้ว่าเธอจะต้องเป็นสาวงามอันดับหนึ่งของหนิงอันอย่างแน่นอน ที่สำคัญเป็นบุตรีของเสนาบดีย่อมมิยากจนมีกินมีใช้สุขสบายแน่ๆ นี่สิถึงจะเรียกว่าชีวิตนางเอก...

“ข้าจะส่งวิญญาณของเจ้าไปเกิดในครรภ์ของนาง พร้อมหรือไม่”

จันทร์จิรามิได้เอ่ยสิ่งใดเพียงยกยิ้มอย่างพอใจระคนตื่นเต้นแล้วพยักหน้ารับ ผู้นำดวงวิญญาณร่ายเวทย์รวมจิตวิญญาณของจันทร์จิรา จากร่างโปร่งใสแปรเปลี่ยนเป็นดวงจิตกลมเปล่งประกายสีขาวนวลตา ผู้นำดวงวิญญาณร่ายเวทย์อีกครั้งแล้วส่งดวงจิตของจันทร์จิราไปที่ร่างของต้วนอวี้ หลิน

“ฮูหยินระวังเจ้าค่ะ”

เสียงสาวใช้ข้างกายต้วนอวี้หลินเอ่ยอย่างตกใจ เมื่อมีเด็กหนุ่มคนหนึ่งวิ่งมาชนร่างของต้วนอวี้หลิน นางเซถลาไปชนกับสาวใช้ด้านหลังจนเกือบจะหงายหลัง ผู้นำดวงวิญญาณเบิกตากว้างกับสิ่งที่เกิดขึ้นเบื้องหน้า

“แย่แล้ว!”

ผู้นำดวงวิญญาณพยายามร่ายเวทย์เพื่อดึงดวงจิตของจันทร์จิรากลับมา หากแต่กลับมิทันการเสียแล้ว ดวงจิตของจันทร์จิราที่ถูกส่งออกไปนั้นเดิมทีเป้าหมายคือครรภ์ของต้วนอวี้หลิน หากแต่เพราะนางโดนเด็กหนุ่มชนจนเสียหลักทำให้ดวงจิตของจันทร์จิราพุ่งตรงไปที่ร่างของขอทานหญิงผู้หนึ่งที่นั่งอยู่ริมทางเดิน

“ข้าจะทำเช่นไรดี!”

ผู้นำดวงวิญญาณตีอกชกลมอย่างหัวเสีย งานนี้เขาต้องตายแน่ๆ ชั่วชีวิตนี้คงมิสามารถเลื่อนขั้นเป็นเทพชั้นสูงได้อีกแล้ว ดีไม่ดีอาจโดนลงทัณฑ์ให้ไปเกิดเป็นสัตว์โลกอีกด้วย

“ไม่ได้ๆ ข้าจะต้องเก็บเรื่องนี้เป็นความลับ”

ห้าปีต่อมา ท่ามกลางแสงจันทร์วันเพ็ญปรากฏร่างของเด็กน้อยหน้าตามอมแมมคนหนึ่งนั่งอยู่ที่ริมแม่น้ำ เนื้อตัวของนางเปรอะเปื้อนไปด้วยฝุ่นผง สองมือเล็กๆ ถอดชุดสกปรกมอมแมมของตนเองออกพับวางเคียงข้างกับชามเก่าๆ ใบหนึ่ง สองขาป้อมก้าวลงแม่น้ำสายเล็กที่มีระดับน้ำเพียงเข่าก่อนทิ้งตัวลงแช่น้ำอย่างเหนื่อยล้า ดวงตาหวานหม่นหมองอย่างชัดเจน

“เยว่เอ๋อร์”

เสียงแหบพร่าดังมาจากทางด้านหลัง เด็กน้อยวัยห้าขวบหันไปตามเสียงเรียกนั้น ใบหน้ากลมป้อมมอมแมมปรากฏดวงตาขุ่นเคืองชัดเจน

“ตาเฒ่า! มาหาข้ามีอะไรอีก”

“อ่า... เยว่เอ๋อร์ เจ้ายังมิหายโกรธข้าอีกหรือไรกัน”

“หึ! หายโกรธอย่างนั้นหรือ ที่ข้าต้องมาเกิดเป็นขอทานแทนคุณหนูผู้งดงาม ความผิดเช่นนี้ให้ข้าหายโกรธท่านง่ายๆ เช่นนั้นหรือ”

ใบหน้ากลมของเด็กน้อยยังคงปรากฏร่องรอยของความไม่พอใจอย่างเด่นชัด เป็นเพราะความผิดพลาดของผู้นำดวงวิญญาณผู้นี้ ชีวิตของนางถึงวุ่นวายไม่มีที่สิ้นสุด เดิมทีมารดาของนางมิควรตั้งครรภ์ก็ตั้งครรภ์แต่สุดท้ายก็ตายจากไปตอนนางได้สามขวบ ชีวิตขอทานน้อยไร้ที่พึ่งเช่นนั้นคงตายตามมารดาไปแล้วหากตาเฒ่านี่ไม่คืนความทรงจำให้แก่นาง ด้วยความสามารถของนางในอดีตแม้ร่างกายจะยังเป็นเพียงเด็กสามขวบก็พอดิ้นรนเอาตัวรอดมาได้ หากแต่ก็ยังคงไม่พ้นการใช้ชีวิตแบบขอทานอยู่ดี

“อ่า... ข้าก็คืนความทรงจำให้เจ้าแล้วอย่างไรเล่า”

“อย่างนั้นรึ! ข้าควรคุกเข่าขอบคุณท่านหรือไม่”

ผู้นำดวงวิญญาณถอนหายใจยาว เขาเองก็รู้สึกผิดกับเรื่องนี้ไม่น้อย เดิมทีมารดาของนางมิควรตั้งครรภ์หากแต่เพราะเขาส่งดวงจิตของนางเข้าไปในร่างของมารดานาง สุดท้ายนางจึงตั้งครรภ์โดยไร้บิดาของเด็กในท้อง ด้วยร่างกายที่อ่อนแอหลังคลอดนางมาเพียงสามปีมารดาของนางก็หมดอายุขัยไป เขาจึงจำต้องคืนความจำให้แก่นางเพราะหากนางตายไปแล้วดวงวิญญาณเข้าสู่วัฏสงสารอีกครั้ง ความผิดของเขาครั้งนี้คงถูกเปิดเผยและสวรรค์คงมิให้อภัยเป็นแน่

“เจ้าก็อดทนอีกหน่อย ข้ากำลังหาทางช่วยเจ้าอยู่อย่างไรเล่า”

จันทร์จิราที่ตอนนี้มีนามว่าเยว่เอ๋อร์ถอนหายใจยาวก่อนหันมาตั้งหน้าตั้งตาอาบน้ำล้างคราบสกปรกที่ติดตัว ทุกเช้านางต้องไปหาขี้เถ้ามาทาตามเนื้อตัวเพื่อให้ดูมอมแมมน่าสงสารเดินทางไปนั่งที่หน้าศาลเจ้าแล้วขอทานประทังชีวิต แม้ที่ศาลเจ้าจะมีผู้คนสัญจรไม่มากหากแต่ก็ดีกว่าไปนั่งในตัวเมืองที่มีขอทานเกเรมากมายคอยรังแกขอทานที่อ่อนแอกว่า ที่สำคัญหากวันไหนมีคนมาไหว้เจ้าที่ศาลนางก็จะได้กินของดีๆ ไปด้วย ชีวิตสองปีที่ผ่านมาของนางจึงรอดมาได้

หลังจัดการทำความสะอาดร่างกายเสร็จร่างเล็กก็หันไปหยิบชุดสะอาดอีกตัวมาสวมใส่พร้อมหอบหิ้วชุดทำงานมอมแมมและอุปกรณ์ของนางไปด้วย แน่นอนที่นอนของนางก็คือหลังศาลเจ้าเช่นกัน ด้วยความที่เป็นเด็กตัวเล็กๆ ผู้ดูแลศาลเจ้าจึงทำห้องลับเล็กๆ หลังศาลเจ้าให้นางได้ใช้หลบลมหลบฝน ร่างเล็กทิ้งตัวลงบนฟูกเก่าๆ ที่นางไปเก็บมาจากกองขยะนำไปซักแล้วจัดการซ่อมแซมจนสามารถนำมาใช้นอนได้ ดวงตาปิดลงอย่างอ่อนล้าเพื่อรอเริ่มต้นใหม่ในวันพรุ่งนี้

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • จอมนางข้ามภพ   บทที่ 63

    “แล้วท่านเสนาบดีมู่ทราบได้อย่างไรว่านางมีพลังปราณซ่อนอยู่”“ที่สำนักศึกษาหลวงมิใช่มีแต่อาจารย์ที่มีพลังปราณกล้าแกร่งหรือไร ข้าเชื่อว่าภายในห้าปีพลังปราณที่ซ่อนอยู่ของนางจะต้องปรากฏแน่นอน”สายตาของสองเสนาบดีสบกันอย่างมิมีใครยอมใคร หยวนหรงหย่ง หมิงยกยิ้มมุมปากเล็กน้อย จุดประสงค์ของเสนาบดีมู่เขาล้วนอ่านออกจนหมดสิ้น การเดินหมากครั้งนี้ช่างคุ้มยิ่งนัก นอกจากจะตัดเขาออกจากเส้นทางของรัชทายาทแล้ว ยังเป็นการสร้างบุญคุณกับเขาด้วย เรียกว่ายิงนัดเดียวได้นกสองตัวกันเลยทีเดียว“ตกลงตามนี้ เหอซั่วชินหวังหยวนหรงหย่งหมิง รับราชโองการ”สองเสนาบดีลุกขึ้นไปยืนประจำที่ หยวนหรงหย่งหมิงก้าวเดินมาเบื้องหน้าคุกเข่ารับพระบัญชา“เหอซั่วชินหวังหยวนหรงหย่งหมิง มีคุณงามความดีต่อแผ่นดินมากล้น พระราชทานแม่นางเฉินเยว่เอ๋อร์เป็นพระคู่หมั้น อีกห้าปีหากนางฝึกตนจนพบพลังปราณในตัว ให้จัดงานอภิเษกได้ในทันที”“น้อมรับราชโองการ”“ยินดีกับเหอซั่วชินหวังหยวนหรงหย่งหมิง!”เสียงขุนนางรอบตัวเอ่ยยินดีโดยพร้อมเพียงกัน หยวนหรงหย่ง หมิงถอยมายืนที่ของตน ทางซ้ายมือของเขาคือเสนาบดีหลิวหนิงเต๋อ หางตาคมเหลือบมองที่ชายสูงวัยกว่าอย่างดูแค

  • จอมนางข้ามภพ   บทที่ 62

    “ฮ่องเต้เสด็จ”“ถวายพระพรฝ่าบาท ขอทรงพระเจริญหมื่นปี หมื่นๆ ปี”เสียงเหล่าขุนนางต่างสรรเสริญแซ่ซ้องโดยพร้อมเพียง ฮ่องเต้หยวนหรงหย่งเจิ้นยกยิ้มอ่อนโยนอนุญาตให้ทั้งหมดลุกขึ้นได้ตามปกติ“หย่งหมิงวันนี้เจ้าก็มาด้วยหรือ มีเรื่องด่วนอะไรเหตุใดไม่แจ้งข้าก่อน”น้ำเสียงนุ่มนวลอ่อนโยนและใส่ใจเป็นพิเศษทำให้เหล่าขุนนางพากันสบตาเงียบๆ ด้วยความคิดที่หลากหลายประเด็น“หม่อมฉันจะมาขอพระราชทานสมรสพ่ะย่ะค่ะ”น้ำเสียงเย็นชาและมั่นคงที่เอ่ยออกมาทำเอาเหล่าขุนนางแตกตื่นกันอีกครั้ง เหอซั่วชินหวังหยวนหรงหย่งหมิงเป็นชินอ๋องแห่งหนิงอัน ศักดิ์และฐานะเทียบเท่าองค์รัชทายาท และด้วยคุณงามความดีที่กระทำมาแม้แต่องค์ฮ่องเต้ยังคงต้องเกรงใจเขาอยู่หลายส่วน บุตรสาวตระกูลใดกันที่โชคดีเพียงนี้“แต่งงานอย่างนั้นหรือ กับผู้ใดกัน”“นางชื่อเยว่เอ๋อร์พ่ะย่ะค่ะ”“เยว่เอ๋อร์... เด็กน้อยที่เป็นผู้ช่วยท่านหมอต้วนเมื่อคราวเสด็จพ่อของเราทรงประชวรใช่หรือไม่”สีพระพักตร์ขององค์ฮ่องเต้หยวนหรงหย่งเจิ้นนั้นแฝงความยินดียิ่งนัก รอยพระสรวลกว้างปรากฏบนพระพักตร์ชัดเจน“เจ้าช่างสายตาแหลมคมนัก”“ขอประทานอภัยพ่ะย่ะค่ะ”เสนาบดีหลิวก้าวออกมาเบื้องหน้

  • จอมนางข้ามภพ   บทที่ 61

    ตำหนักดอกท้อ“เจ้าว่าอะไรนะ”“ทูลองค์หญิงคนของเรารายงานว่า เมื่อวานชินอ๋องไปที่จวนเสนาบดีหลิวเพื่อแจ้งว่าจะนำตัวแม่นางเยว่เอ๋อร์ไปที่ตำหนักพยัคฆ์ขาวเพคะ”“นำตัวไปไว้ที่ตำหนักพยัคฆ์ขาวอย่างนั้นรึ”องค์หญิงเหมยปี้เหยาจิบชาชั้นเลิศอย่างช้าๆ ท่วงท่างดงาม ฟังนางกำนัลคนสนิทรายงานด้วยความแปลกใจ“เพคะ ตรัสว่านางคือว่าที่พระชายาเพคะ”เพล้ง!!! ถ้วยชาสีฟ้าครามลายใหม่ที่ได้มาถูกปาลงกลางห้อง ใบหน้างามที่อ่อนหวานบิดเบี้ยวในทันที ว่าที่พระชายาอย่างนั้นหรือ ตำแหน่งนี้เป็นของนาง เยว่เอ๋อร์นางหญิงชั้นต่ำผู้นั้นกล้าดีอย่างไรมาแย่งนางไป“รายงานมาให้หมด”น้ำเสียงเกรี้ยวกราดและท่าทางที่ดูดุร้ายขัดกับใบหน้างดงามอ่อนหวานทำให้นางกำนัลคนอื่นต่างย่อตัวหมอบกราบแม้แต่จะหายใจเสียงดังยังมิกล้า มีเพียงสองนางกำนัลคนสนิทจากแคว้นลี้เท่านั้นที่ยังคงสามารถต้านทานอารมณ์ขององค์หญิงผู้นี้ได้“เพคะ เมื่อคืนนี้ท่านอ๋องพาแม่นางเยว่เอ๋อร์ไปร่วมงานบูชาศาลเจ้าแม่หนี่วาเพคะ”หยวนหรงหย่งหมิงเป็นชินอ๋องแห่งหนิงอัน นิสัยเย็นชา เด็ดขาด และมิสนใจผู้ใด คนผู้นี้กลับยอมพาเด็กน้อยชั้นต่ำเยว่เอ๋อร์ไปเดินงานบูชาศาลเจ้าอย่างนั้นหรือ มือบางกำแ

  • จอมนางข้ามภพ   บทที่ 60

    “พี่ใหญ่เราไม่ไปลอยโคมกันหรือเจ้าคะ”หยวนหรงหย่งหมิงส่ายหน้าก่อนดึงนางออกมาอีกทาง เยว่เอ๋อร์เดินตามหลัง ดวงตาหวานมองแผ่นหลังกว้างริมฝีปากบางยกยิ้ม ใบหน้าอิ่มสุขก่อนที่จะเลื่อนสายตามาที่ข้อมือของตน ตั้งแต่เข้างานจนบัดนี้หากไม่นับที่นางสลัดมือจากเขา มือใหญ่นี้ของเขายังคงจับข้อมือเล็กของนางไว้อย่างมั่นคงมิปล่อยแม้เพียงชั่วพริบตา หยวนหรงหย่งหมิงชะงักเมื่อร่างเล็กด้านหลังชะงักเท้า เมื่อหันกลับไปดูจึงพบว่าดวงตาหวานของนางกำลังจดจ้องที่ขอทานเด็กคนหนึ่งที่ข้างทาง เด็กน้อยวัยประมาณห้าขวบนั่งกอดเข่าร้องไห้สะอื้นที่มุมหนึ่งของงาน เยว่เอ๋อร์ทรุดตัวลงนั่งเบื้องหน้าเอ่ยถามเสียงหวาน“หนูน้อยเหตุใดจึงมานั่งร้องไห้เช่นนี้”“ข้า... ข้าอยากลอยโคมแต่ข้าไม่มีเงิน”เยว่เอ๋อร์มองเด็กน้อยตรงหน้าอย่างสงสัย ปกติแล้วขอทานมักมิสนใจสิ่งอื่นใดนอกเหนือจากเรื่องปากท้อง เหตุใดเด็กน้อยผู้นี้กลับอยากลอยโคมกัน“เพราะเหตุใดเจ้าจึงอยากลอยโคม”ดวงหน้ามอมแมมก้มลงคางชิดอก เอ่ยน้ำเสียงกระท่อนกระแท่น“ข้า… ข้าได้ยินว่า... หากใครลอยโคมในคืนนี้จะขอพรจากเจ้าแม่ หนี่วาได้หนึ่งข้อ แม่ข้าไม่สบาย ข้าอยากขอให้นางหายป่วย”เยว่เอ๋อร์ถอนห

  • จอมนางข้ามภพ   บทที่ 59

    “เช่นนั้นเอาตามที่เจ้าว่า”“เจ้าค่ะ”เยว่เอ๋อร์ยิ้มกว้างอย่างยินดี หยวนหรงหย่งหมิงวางมือหนาบนศีรษะของนาง ลูบผมนางอย่างอ่อนโยน เฉินมี่ถงและชิงหรงถอนหายใจยาวอย่าง โล่งอก“เช่นนั้นข้าจะพาเจ้าไปเดินเล่นอีกทางก็แล้วกัน”กล่าวจบเขาก็ลุกขึ้นจับมือเล็กของนางมั่น พานางเดินไปในส่วนที่มีการค้าขายสินค้าต่างๆ เยว่เอ๋อร์มองทุกสิ่งรอบตัวอย่างตื่นตาตื่นใจ ก่อนหน้านี้นางใช้ชีวิตในเมืองหนิงอันในฐานะขอทาน แน่นอนทุกลมหายใจล้วนห่วงกังวลแต่เรื่องปากท้อง มิเคยมีเวลามาสนใจสิ่งสวยงามต่างๆ รอบตัวเช่นนี้ เมื่อได้มีโอกาสมาดูและชื่นชมจึงทำให้รู้สึกตื่นเต้นยิ่งนัก“ข้าอยากได้สิ่งนี้”นิ้วเล็กชี้ไปที่ตุ๊กตาน้ำตาลปั้นสีสันงดงามเบื้องหน้า หยวนหรงหย่ง หมิงยกยิ้มกว้างพานางมายืนที่หน้าร้านน้ำตาลปั้น ดวงตาหวานเบิกกว้างมองตุ๊กตาน้ำตาลปั้นตัวเล็กที่มีรูปร่างต่างๆ อย่างสนใจ“เจ้าชอบตัวไหน”“มีแต่ตัวสวยๆ ทั้งนั้นข้าเลือกไม่ถูกเลย”หยวนหรงหย่งหมิงมองแววตาเป็นประกายของนางที่จดจ้องไปที่ตุ๊กตาปั้นเหล่านั้นอย่างมิวางตาแล้วอดที่จะยิ้มกว้างมิได้“เลือกไม่ถูกก็มิต้องเลือก”เมื่อสิ้นคำเยว่เอ๋อร์ก็พลันใบหน้าสลดลง คนขายมองเด็กน้อยตรงหน

  • จอมนางข้ามภพ   บทที่ 58

    “หากเจ้ายังเห็นความสำคัญของตำรานั่นมากกว่าข้า ข้าจะให้คนเผามันทิ้งเสีย”น้ำเสียงดุดันไม่พอใจทำให้เยว่เอ๋อร์ตื่นจากภวังค์ในตำรา ดวงตาหวานเบิกกว้าง เงยหน้าขึ้นมองเขาอย่างสงสัย“ท่านอ๋องเสด็จกลับมานานแล้วหรือเพคะ”คำถามที่เอ่ยจากนางยิ่งทำให้ใบหน้าคมสันเขียวคล้ำขึ้นมาในทันที เขากลับมาตั้งนานแล้วหากแต่เด็กน้อยนี่กลับเห็นตำราไร้ค่านั่นสำคัญกว่าเขา เห็นทีเขาคงได้เผาตำรานี่จริงๆ เสียแล้ว ท่าทางและสีหน้าของคนตรงหน้าบ่งบอกว่าไม่พอใจอย่างมาก เยว่เอ๋อร์วางตำราในมือลงก่อนรินชาส่งให้เขาอย่างเอาใจ“หม่อมฉันเข้าใจว่าพระองค์จะทรงไปว่าราชการ และกลับมาในยามเย็นเสียอีกเพคะ”หยวนหรงหย่งหมิงรับชาที่นางส่งให้ขึ้นดื่ม รอยยิ้มและท่าทางเอาใจของนางทำให้ความโกรธเมื่อครู่เบาบางลงในพริบตา“หากฝ่าบาทมีเรื่องที่ต้องให้ข้าช่วยจะส่งคนมาแจ้งเอง”คิ้วเรียวเล็กขมวดเป็นปม หยวนหรงหย่งหมิงเป็นถึงชินอ๋องแห่งหนิงอัน อีกทั้งยังควบตำแหน่งแม่ทัพใหญ่ด้วย มิใช่ว่าเขาต้องเข้าร่วมประชุมขุนนางในทุกครั้งหรอกหรือ“เด็กโง่... อย่ามัวกังวลเรื่องไร้สาระเลย ข้าได้ยินมาว่าคืนนี้จะมีงานเลี้ยงศาลเจ้าแม่หนี่วาเจ้าอยากไปหรือไม่”เยว่เอ๋อร์ยกยิ้

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status