Compartilhar

บทที่ 8

last update Última atualização: 2026-02-09 18:51:44

ปลายยามจื่อ (เท่ากับเวลา 23.00 น. จนถึง 24.59 น.) จันทร์จิราที่ตอนนี้มีนามว่าเยว่เอ๋อร์กำลังหลับขดตัวใต้ผ้าแพรผืนเก่าผ่านการปะชุนมานับไม่ถ้วน สะดุ้งตื่นเนื่องจากได้ยินเสียงคนกำลังคุยกันที่ด้านในศาลเจ้า เวลานี้ไม่ใช่เวลาที่ลุงผู้ดูแลศาลเจ้าจะมาเปิดศาลเจ้า แล้วเสียงที่นางกำลังได้ยินเวลานี้เป็นใครกัน ดวงตาหวานคมเบิกกว้าง

ขโมยอย่างนั้นหรือ!

ใบหน้ากลมแนบเข้ากับผนังแอบฟังเสียงที่เล็ดลอดเข้ามา

“เช่นนั้นเราจะทำอย่างไรดี”

เสียงทุ้มบ่งบอกว่าคนพูดน่าจะมีอายุไม่น้อยเอ่ยขึ้นอย่างเคร่งเครียด

“องค์ชายเหลือเวลาอีกเพียงสามวันเท่านั้น หากช้ากว่านี้ข้าเกรงว่าพิษจะแล่นเข้าสู่หัวใจ...”

เสียงถอนหายใจยาวดังขึ้นพร้อมๆ กันบ่งบอกความห่วงใยของพวกเขาที่มีต่อบุคคลที่สามที่เรียกว่าองค์ชาย

“เช่นนั้นครั้งนี้ข้าจะบุกเข้าไปเอง”

“อาฟง เจ้าใจเย็นๆ ก่อน หากเจ้าบุ่มบ่ามเข้าไป นอกจากช่วยองค์ชายไม่ได้แล้ว แม้แต่ตัวเจ้าเองก็คงเดือดร้อนไปด้วย”

โครม! ชายห้าคนลุกขึ้นพร้อมกับพุ่งตรงไปที่ด้านหลังรูปปั้นพระพุทธรูป มองร่างเล็กกลมของเด็กน้อยผู้หนึ่งที่พุ่งทะลุกำแพงเข้ามา    เยว่เอ๋อร์ค่อยๆ ลุกขึ้นจดจ้องชายวัยฉกรรจ์ตรงหน้าแล้วกะพริบตาปริบๆ ใช้ท่าทางเด็กน้อยเสแสร้งให้น่าสงสาร

“นางแอบฟังพวกเรา” กระบี่เล่มคมจ่อมาที่คอของเยว่เอ๋อร์

ไม่นะ นางเพิ่งได้มีชีวิตอีกครั้งจะตายง่ายๆ เพียงเพราะเจ้ากำแพงผุนี่พังอย่างนั้นหรือ ใบหน้ากลมพยายามบีบน้ำตาและใช้แววตาของเด็กวัยห้าขวบให้น่าสงสารที่สุด หากแต่ชายทั้งห้าคนดูไม่มีท่าทางใจอ่อนเลยสักนิด

“ข้าช่วยพวกท่านได้”

อ่า... ผีตนใดเจาะปากนางกัน เหตุใดนางจึงเอ่ยคำพูดร้ายกาจเช่นนั้นออกไป กระบี่ที่จ่อที่คอของนางถูกลดลง ชายทั้งห้ามองนางอย่างสงสัย

“เด็กน้อย เจ้ารู้หรือไม่ว่าเอ่ยสิ่งใดออกมา”

เมื่อกระบี่คมลดลงไปและน้ำเสียงของชายที่ดูมีอำนาจสูงที่สุดในกลุ่มเอ่ยขึ้นอย่างอ่อนโยนก็ทำให้เยว่เอ๋อร์ถอนหายใจยาว ดวงตาคมนิ่งไปสักพัก เอาน่า... อย่างน้อยก็ไปตายเอาดาบหน้า

“เจ้าค่ะ”

“เจ้ารู้หรือไม่ว่าปัญหาของพวกข้าคือสิ่งใด”

“พวกท่านคงต้องการส่งยาไปให้กับองค์ชาย หากแต่มีใครสักคนขัดขวางเอาไว้”

ชายตรงหน้าคล้ายลังเล คล้ายประหลาดใจ ก่อนยกยิ้มบาง พอใจกับความฉลาดของเด็กน้อยตรงหน้ามิน้อย เขามิสามารถดูแคลนสมองน้อยๆ นี่ได้จริงๆ

“แล้วเจ้าจะช่วยข้าอย่างไรกัน”

เยว่เอ๋อร์นิ่งไปสักพัก หากประเมินสถานการณ์ในตอนนี้คนพวกนี้คงเป็นพวกที่จงรักภักดีต่อองค์ชายผู้นั้น และองค์ชายของพวกเขาคงต้องถูกพิษร้ายแรง ซึ่งแน่นอนว่าคนที่วางยาองค์ชายของพวกเขาก็คือคนที่ดูแลองค์ชายของพวกเขาอยู่ตอนนี้เป็นแน่

“ในนั้นมีใครที่พวกท่านไว้ใจได้บ้าง”

ทั้งหมดนิ่งเงียบไปสักพัก ในตำหนักนอกราชวังเป็นที่ขององค์ฮองเฮา องครักษ์อย่างพวกเขาไม่สามารถแฝงตัวเข้าไปได้ เยว่เอ๋อร์ถอนหายใจยาวท่าทางไม่เหมือนกับเด็กน้อยสักนิด

“อาเฉิน…”

เสียงของชายที่เอากระบี่จ่อคอของนางเมื่อครู่เอ่ยขึ้นอีกครั้ง ดวงตาหวานเบิกกว้างเมื่อได้ยินชื่อที่เขาเอ่ยมา จะเป็นไปได้หรือไม่ว่า... อาเฉินที่คนตรงหน้าเอ่ยถึงจะเป็นอาเฉินคนเดียวกับที่นางเคยพบเจอ

“แต่จะให้นางเจออาเฉินได้อย่างไร”

“พวกท่านมีรหัสลับระหว่างกันหรือไม่”

วิหคไร้ขนมิอาจโผบิน

เยว่เอ๋อร์พยักหน้ารับ เพียงเท่านี้ก็พอที่จะทำให้นางมีความหวังว่าจะสามารถทำงานนี้สำเร็จ

“หากข้าทำสำเร็จ ข้ามีสิ่งหนึ่งอยากขอจากพวกท่าน”

พระตำหนัก นอกเขตวังหลวง 

ตำหนักซึ่งอยู่ในการดูแลของชุ่ยฮองเฮา ร่างหญิงสาววัยสี่สิบต้นๆ นั่งอิงกึ่งนั่งกึ่งนอนมีนางกำนัลคอยบีบนวดอย่างเอาใจ ใบหน้าที่ยังคงเค้าความงามอยู่มิสร่าง รอยยิ้มอย่างพอใจยกขึ้นน้อยๆ เพิ่มความงดงามให้นางราวภาพวาดประติมากรรมชั้นเอกก็มิปาน

“เสียงเอะอะโวยวายอะไรกัน”

“ทูลฮองเฮามีเด็กน้อยผู้หนึ่งมานั่งร้องไห้ที่หน้าวังพ่ะย่ะค่ะ”

“ให้ทหารไล่ไป”

“เอ่อ... นางแจ้งว่าเป็นหลานสาวของราชองครักษ์เฉิน”

ดวงหน้างามมีแววสนใจในทันที ราชองครักษ์เป็นคนที่มากฝีมือ ยามนี้แม้จะจงรักภักดีต่อองค์ชายสิบเก้า หากแต่อีกเพียงไม่นานหากเจ้าเด็กนั่นตายจากไป การได้ความภักดีจากคนผู้นี้ย่อมดีมิน้อย

“เช่นนั้นจงให้คนไปเอาตัวนางมา”

Continue a ler este livro gratuitamente
Escaneie o código para baixar o App

Último capítulo

  • จอมนางข้ามภพ   บทที่ 63

    “แล้วท่านเสนาบดีมู่ทราบได้อย่างไรว่านางมีพลังปราณซ่อนอยู่”“ที่สำนักศึกษาหลวงมิใช่มีแต่อาจารย์ที่มีพลังปราณกล้าแกร่งหรือไร ข้าเชื่อว่าภายในห้าปีพลังปราณที่ซ่อนอยู่ของนางจะต้องปรากฏแน่นอน”สายตาของสองเสนาบดีสบกันอย่างมิมีใครยอมใคร หยวนหรงหย่ง หมิงยกยิ้มมุมปากเล็กน้อย จุดประสงค์ของเสนาบดีมู่เขาล้วนอ่านออกจนหมดสิ้น การเดินหมากครั้งนี้ช่างคุ้มยิ่งนัก นอกจากจะตัดเขาออกจากเส้นทางของรัชทายาทแล้ว ยังเป็นการสร้างบุญคุณกับเขาด้วย เรียกว่ายิงนัดเดียวได้นกสองตัวกันเลยทีเดียว“ตกลงตามนี้ เหอซั่วชินหวังหยวนหรงหย่งหมิง รับราชโองการ”สองเสนาบดีลุกขึ้นไปยืนประจำที่ หยวนหรงหย่งหมิงก้าวเดินมาเบื้องหน้าคุกเข่ารับพระบัญชา“เหอซั่วชินหวังหยวนหรงหย่งหมิง มีคุณงามความดีต่อแผ่นดินมากล้น พระราชทานแม่นางเฉินเยว่เอ๋อร์เป็นพระคู่หมั้น อีกห้าปีหากนางฝึกตนจนพบพลังปราณในตัว ให้จัดงานอภิเษกได้ในทันที”“น้อมรับราชโองการ”“ยินดีกับเหอซั่วชินหวังหยวนหรงหย่งหมิง!”เสียงขุนนางรอบตัวเอ่ยยินดีโดยพร้อมเพียงกัน หยวนหรงหย่ง หมิงถอยมายืนที่ของตน ทางซ้ายมือของเขาคือเสนาบดีหลิวหนิงเต๋อ หางตาคมเหลือบมองที่ชายสูงวัยกว่าอย่างดูแค

  • จอมนางข้ามภพ   บทที่ 62

    “ฮ่องเต้เสด็จ”“ถวายพระพรฝ่าบาท ขอทรงพระเจริญหมื่นปี หมื่นๆ ปี”เสียงเหล่าขุนนางต่างสรรเสริญแซ่ซ้องโดยพร้อมเพียง ฮ่องเต้หยวนหรงหย่งเจิ้นยกยิ้มอ่อนโยนอนุญาตให้ทั้งหมดลุกขึ้นได้ตามปกติ“หย่งหมิงวันนี้เจ้าก็มาด้วยหรือ มีเรื่องด่วนอะไรเหตุใดไม่แจ้งข้าก่อน”น้ำเสียงนุ่มนวลอ่อนโยนและใส่ใจเป็นพิเศษทำให้เหล่าขุนนางพากันสบตาเงียบๆ ด้วยความคิดที่หลากหลายประเด็น“หม่อมฉันจะมาขอพระราชทานสมรสพ่ะย่ะค่ะ”น้ำเสียงเย็นชาและมั่นคงที่เอ่ยออกมาทำเอาเหล่าขุนนางแตกตื่นกันอีกครั้ง เหอซั่วชินหวังหยวนหรงหย่งหมิงเป็นชินอ๋องแห่งหนิงอัน ศักดิ์และฐานะเทียบเท่าองค์รัชทายาท และด้วยคุณงามความดีที่กระทำมาแม้แต่องค์ฮ่องเต้ยังคงต้องเกรงใจเขาอยู่หลายส่วน บุตรสาวตระกูลใดกันที่โชคดีเพียงนี้“แต่งงานอย่างนั้นหรือ กับผู้ใดกัน”“นางชื่อเยว่เอ๋อร์พ่ะย่ะค่ะ”“เยว่เอ๋อร์... เด็กน้อยที่เป็นผู้ช่วยท่านหมอต้วนเมื่อคราวเสด็จพ่อของเราทรงประชวรใช่หรือไม่”สีพระพักตร์ขององค์ฮ่องเต้หยวนหรงหย่งเจิ้นนั้นแฝงความยินดียิ่งนัก รอยพระสรวลกว้างปรากฏบนพระพักตร์ชัดเจน“เจ้าช่างสายตาแหลมคมนัก”“ขอประทานอภัยพ่ะย่ะค่ะ”เสนาบดีหลิวก้าวออกมาเบื้องหน้

  • จอมนางข้ามภพ   บทที่ 61

    ตำหนักดอกท้อ“เจ้าว่าอะไรนะ”“ทูลองค์หญิงคนของเรารายงานว่า เมื่อวานชินอ๋องไปที่จวนเสนาบดีหลิวเพื่อแจ้งว่าจะนำตัวแม่นางเยว่เอ๋อร์ไปที่ตำหนักพยัคฆ์ขาวเพคะ”“นำตัวไปไว้ที่ตำหนักพยัคฆ์ขาวอย่างนั้นรึ”องค์หญิงเหมยปี้เหยาจิบชาชั้นเลิศอย่างช้าๆ ท่วงท่างดงาม ฟังนางกำนัลคนสนิทรายงานด้วยความแปลกใจ“เพคะ ตรัสว่านางคือว่าที่พระชายาเพคะ”เพล้ง!!! ถ้วยชาสีฟ้าครามลายใหม่ที่ได้มาถูกปาลงกลางห้อง ใบหน้างามที่อ่อนหวานบิดเบี้ยวในทันที ว่าที่พระชายาอย่างนั้นหรือ ตำแหน่งนี้เป็นของนาง เยว่เอ๋อร์นางหญิงชั้นต่ำผู้นั้นกล้าดีอย่างไรมาแย่งนางไป“รายงานมาให้หมด”น้ำเสียงเกรี้ยวกราดและท่าทางที่ดูดุร้ายขัดกับใบหน้างดงามอ่อนหวานทำให้นางกำนัลคนอื่นต่างย่อตัวหมอบกราบแม้แต่จะหายใจเสียงดังยังมิกล้า มีเพียงสองนางกำนัลคนสนิทจากแคว้นลี้เท่านั้นที่ยังคงสามารถต้านทานอารมณ์ขององค์หญิงผู้นี้ได้“เพคะ เมื่อคืนนี้ท่านอ๋องพาแม่นางเยว่เอ๋อร์ไปร่วมงานบูชาศาลเจ้าแม่หนี่วาเพคะ”หยวนหรงหย่งหมิงเป็นชินอ๋องแห่งหนิงอัน นิสัยเย็นชา เด็ดขาด และมิสนใจผู้ใด คนผู้นี้กลับยอมพาเด็กน้อยชั้นต่ำเยว่เอ๋อร์ไปเดินงานบูชาศาลเจ้าอย่างนั้นหรือ มือบางกำแ

  • จอมนางข้ามภพ   บทที่ 60

    “พี่ใหญ่เราไม่ไปลอยโคมกันหรือเจ้าคะ”หยวนหรงหย่งหมิงส่ายหน้าก่อนดึงนางออกมาอีกทาง เยว่เอ๋อร์เดินตามหลัง ดวงตาหวานมองแผ่นหลังกว้างริมฝีปากบางยกยิ้ม ใบหน้าอิ่มสุขก่อนที่จะเลื่อนสายตามาที่ข้อมือของตน ตั้งแต่เข้างานจนบัดนี้หากไม่นับที่นางสลัดมือจากเขา มือใหญ่นี้ของเขายังคงจับข้อมือเล็กของนางไว้อย่างมั่นคงมิปล่อยแม้เพียงชั่วพริบตา หยวนหรงหย่งหมิงชะงักเมื่อร่างเล็กด้านหลังชะงักเท้า เมื่อหันกลับไปดูจึงพบว่าดวงตาหวานของนางกำลังจดจ้องที่ขอทานเด็กคนหนึ่งที่ข้างทาง เด็กน้อยวัยประมาณห้าขวบนั่งกอดเข่าร้องไห้สะอื้นที่มุมหนึ่งของงาน เยว่เอ๋อร์ทรุดตัวลงนั่งเบื้องหน้าเอ่ยถามเสียงหวาน“หนูน้อยเหตุใดจึงมานั่งร้องไห้เช่นนี้”“ข้า... ข้าอยากลอยโคมแต่ข้าไม่มีเงิน”เยว่เอ๋อร์มองเด็กน้อยตรงหน้าอย่างสงสัย ปกติแล้วขอทานมักมิสนใจสิ่งอื่นใดนอกเหนือจากเรื่องปากท้อง เหตุใดเด็กน้อยผู้นี้กลับอยากลอยโคมกัน“เพราะเหตุใดเจ้าจึงอยากลอยโคม”ดวงหน้ามอมแมมก้มลงคางชิดอก เอ่ยน้ำเสียงกระท่อนกระแท่น“ข้า… ข้าได้ยินว่า... หากใครลอยโคมในคืนนี้จะขอพรจากเจ้าแม่ หนี่วาได้หนึ่งข้อ แม่ข้าไม่สบาย ข้าอยากขอให้นางหายป่วย”เยว่เอ๋อร์ถอนห

  • จอมนางข้ามภพ   บทที่ 59

    “เช่นนั้นเอาตามที่เจ้าว่า”“เจ้าค่ะ”เยว่เอ๋อร์ยิ้มกว้างอย่างยินดี หยวนหรงหย่งหมิงวางมือหนาบนศีรษะของนาง ลูบผมนางอย่างอ่อนโยน เฉินมี่ถงและชิงหรงถอนหายใจยาวอย่าง โล่งอก“เช่นนั้นข้าจะพาเจ้าไปเดินเล่นอีกทางก็แล้วกัน”กล่าวจบเขาก็ลุกขึ้นจับมือเล็กของนางมั่น พานางเดินไปในส่วนที่มีการค้าขายสินค้าต่างๆ เยว่เอ๋อร์มองทุกสิ่งรอบตัวอย่างตื่นตาตื่นใจ ก่อนหน้านี้นางใช้ชีวิตในเมืองหนิงอันในฐานะขอทาน แน่นอนทุกลมหายใจล้วนห่วงกังวลแต่เรื่องปากท้อง มิเคยมีเวลามาสนใจสิ่งสวยงามต่างๆ รอบตัวเช่นนี้ เมื่อได้มีโอกาสมาดูและชื่นชมจึงทำให้รู้สึกตื่นเต้นยิ่งนัก“ข้าอยากได้สิ่งนี้”นิ้วเล็กชี้ไปที่ตุ๊กตาน้ำตาลปั้นสีสันงดงามเบื้องหน้า หยวนหรงหย่ง หมิงยกยิ้มกว้างพานางมายืนที่หน้าร้านน้ำตาลปั้น ดวงตาหวานเบิกกว้างมองตุ๊กตาน้ำตาลปั้นตัวเล็กที่มีรูปร่างต่างๆ อย่างสนใจ“เจ้าชอบตัวไหน”“มีแต่ตัวสวยๆ ทั้งนั้นข้าเลือกไม่ถูกเลย”หยวนหรงหย่งหมิงมองแววตาเป็นประกายของนางที่จดจ้องไปที่ตุ๊กตาปั้นเหล่านั้นอย่างมิวางตาแล้วอดที่จะยิ้มกว้างมิได้“เลือกไม่ถูกก็มิต้องเลือก”เมื่อสิ้นคำเยว่เอ๋อร์ก็พลันใบหน้าสลดลง คนขายมองเด็กน้อยตรงหน

  • จอมนางข้ามภพ   บทที่ 58

    “หากเจ้ายังเห็นความสำคัญของตำรานั่นมากกว่าข้า ข้าจะให้คนเผามันทิ้งเสีย”น้ำเสียงดุดันไม่พอใจทำให้เยว่เอ๋อร์ตื่นจากภวังค์ในตำรา ดวงตาหวานเบิกกว้าง เงยหน้าขึ้นมองเขาอย่างสงสัย“ท่านอ๋องเสด็จกลับมานานแล้วหรือเพคะ”คำถามที่เอ่ยจากนางยิ่งทำให้ใบหน้าคมสันเขียวคล้ำขึ้นมาในทันที เขากลับมาตั้งนานแล้วหากแต่เด็กน้อยนี่กลับเห็นตำราไร้ค่านั่นสำคัญกว่าเขา เห็นทีเขาคงได้เผาตำรานี่จริงๆ เสียแล้ว ท่าทางและสีหน้าของคนตรงหน้าบ่งบอกว่าไม่พอใจอย่างมาก เยว่เอ๋อร์วางตำราในมือลงก่อนรินชาส่งให้เขาอย่างเอาใจ“หม่อมฉันเข้าใจว่าพระองค์จะทรงไปว่าราชการ และกลับมาในยามเย็นเสียอีกเพคะ”หยวนหรงหย่งหมิงรับชาที่นางส่งให้ขึ้นดื่ม รอยยิ้มและท่าทางเอาใจของนางทำให้ความโกรธเมื่อครู่เบาบางลงในพริบตา“หากฝ่าบาทมีเรื่องที่ต้องให้ข้าช่วยจะส่งคนมาแจ้งเอง”คิ้วเรียวเล็กขมวดเป็นปม หยวนหรงหย่งหมิงเป็นถึงชินอ๋องแห่งหนิงอัน อีกทั้งยังควบตำแหน่งแม่ทัพใหญ่ด้วย มิใช่ว่าเขาต้องเข้าร่วมประชุมขุนนางในทุกครั้งหรอกหรือ“เด็กโง่... อย่ามัวกังวลเรื่องไร้สาระเลย ข้าได้ยินมาว่าคืนนี้จะมีงานเลี้ยงศาลเจ้าแม่หนี่วาเจ้าอยากไปหรือไม่”เยว่เอ๋อร์ยกยิ้

Mais capítulos
Explore e leia bons romances gratuitamente
Acesso gratuito a um vasto número de bons romances no app GoodNovel. Baixe os livros que você gosta e leia em qualquer lugar e a qualquer hora.
Leia livros gratuitamente no app
ESCANEIE O CÓDIGO PARA LER NO APP
DMCA.com Protection Status