Partager

บทที่ 08 ของแทนใจ

last update Date de publication: 2026-04-18 11:46:47

จ่างซุนลี่รู้สึกปวดหัวด้วยอาการเมาค้างจากเมื่อคืนวาน อาจเป็นเพราะนางไม่เคยดื่มมันมาก่อน นางค่อยๆ ลืมตาขึ้นช้าๆ เพราะได้กลิ่นน้ำแกงโชยเข้ามาในห้อง นางมองไปยังรอบห้องไม่ใช่ด้านล่างของโรงเตี๊ยม แต่เป็นห้องสีแดงทั้งห้องรวมไปถึงม่านที่อยู่ในห้อง ราวกับห้องของหญิงคณิกาในหอคณิกาของเมืองหลวง

นางทอดสายตามองไปยังหน้าต่างเห็นว่ามีชายผู้หนึ่งยืนอยู่ตรงริมหน้าต่าง นางจำได้ดีว่าเขาคือหวงเซียะ นางจึงรีบเปิดผ้าห่มดู ดูว่าเสื้อผ้าอยู่ครบไหม ปรากฏว่าเสื้อผ้าของนางอยู่ครบถ้วน ทำให้นางวางใจไปเปลาะหนึ่ง อีกทั้งนางก็ไม่ได้เจ็บที่กลีบร่อง นางจึงสบายใจเปลาะที่สอง

“เจ้าตื่นแล้วหรือ ดูท่าเจ้าไม่เคยดื่มสุรามาก่อน ดื่มน้ำแกงสร่างเมาเสียหน่อย” เยว่หัวเอ่ยบอก แล้วยกถ้วยน้ำแกงโสมส่งให้นาง นางจึงรับเอาไว้และดื่มเพียงคำ กลืนด้วยความยากเย็น

“ทำไมมันขมแบบนี้” นางเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงจริงจัง และมีสีหน้าขยะแขยงในน้ำแกงถ้วยนี้

“ดื่มอีก เดี๋ยวข้าจะให้น้ำตาลปั้น” เยว่หัวเอ่ยบอกด้วยรอยยิ้มกว้างน้อยคนที่จะเห็นเขายิ้มเช่นนี้ นอกจากหวางโฮ่วที่เคยได้เห็นรอยยิ้มของเขาแต่นั่นก็ก่อนที่เขาออกรบเมื่อสองปีก่อน

“ข้าไม่ใช่เด็ก” นางเอ่ยบอกด้วยน้ำเสียงจริงจังแล้วดื่มน้ำแกงหมดถ้วยด้วย มันทำให้นางรู้สึกขมคอยิ่งนัก เยว่หัวจึงส่งน้ำตาลปั้นเสียบรูปนกยูงไม้ให้นาง นางจึงรับไว้มาดูดกิน เขาทอดสายตามองนางด้วยความเอ็นดูยิ่งนัก

“พบพานครั้งหนึ่ง เหมือนได้พบเจอนับหมื่นปี” เขาเอ่ยบอกด้วยน้ำเสียงแผ่วเบาแทบจะไม่ได้ยิน นางกลับได้ยินว่าอะไรหมื่นปีสักอย่าง นางจึงเอ่ยถามด้วยความสงสัย

“เมื่อกี้ท่านว่าอะไร” นางเอ่ยถามด้วยความสงสัย เขาเผยรอยยิ้มมองริมฝีปากที่มีคาบน้ำตาปนน้ำลาย เขาใช้มือหนาข้างหนึ่งล้วนแขนเสื้อนำผ้าเช็ดหน้าสีเทาเช็ดที่ริมฝีปากของนาง ทำให้นางถอนหนีด้วยความตกใจ มองผ้าเช็ดหน้าบนมือของเขา เขาจึงขยับมือเข้าใกล้เช็ดที่ริมฝีปาก

“เมื่อคืนเราสองคนนอนด้วยกันบนเตียงใช่ไหม” นางเอ่ยถามด้วยความซื่อ

“ข้าและเจ้ายังไม่แต่งงานกัน แล้วเหตุใดต้องนอนเตียงเดียวกัน” เขาเอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบ ทำให้นางโล่งใจที่เขาไม่ได้มานอนบนเตียงเดียวกับนาง แต่เห็นว่าบนพื้นยกสูงข้างๆ ตั่งเตียงมีฟูกนอนและหมอนวางเรียงเอาไว้ คิดว่าเขาคงนอนบนนั้น

“ขอบคุณ” นางเอ่ยบอกด้วยรอยยิ้มไม่ปิดบัง เยว่หัวถอดแหวนปานวาดทำมาจากหยกขาววางบนมือเรียวของนาง นางรับมาดูด้วยความงวยงง

“วันหน้าถ้าเจอกัน ข้าจะมาเอาคืนจากเจ้า” เขาเอ่ยบอกด้วยรอยยิ้ม

“แต่ว่าแหวนวงนี้เป็นแหวนของเหล่าขุนนางชั้นผู้หญิงหรือหวางเย่ ทำไมท่านถึงมีแหวนวงนี้ หรือท่านเป็นหวางเย่หรือขุนนางจากแคว้นไหน หรือว่าท่านเป็นหวางเย่แคว้นมู่” นางเอ่ยถามด้วยความสงสัย

“เตี่ยข้าเป็นขุนนางแคว้นอวี้ แต่ตอนนี้เตี่ยของข้าท่านตายไป เพราะเป็นไข้ป่า เขาจึงมอบแหวนวงนี้ให้ข้า เจ้าไม่เชื่อข้าหรือ” เขาเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงจริงจัง

“เชื่อ ข้าเชื่อท่าน” นางเอ่ยบอกด้วยรอยยิ้ม

“ข้าจะไปส่งเจ้าที่บ้าน ว่าแต่บ้านเจ้าอยู่ไหน”

“บ้านข้าไม่ไกลจากนี้ ท่านไปค้าขายเถิด วันหน้าวาสนานำพา เราสองคนอาจได้เจอกันอีก” นางเอ่ยบอกด้วยรอยยิ้ม

“ขอให้เจ้าโชคดี”

“ท่านก็เช่นกัน”

เยว่หัวเอ่ยกล่าวคำลาจากนางเสร็จแล้ว เขาจึงก้าวเดินออกจากโรงเตี๊ยม และออกจากประตูเมืองหลวงโดยมีเว่ยหรงและหลี่เฉียงรวมไปถึงทหารห้าคนคอยเดินตามเขาอยู่

“อาหรงที่ข้าให้ไปสืบได้ความว่าอย่างไงบ้าง” เยว่หัวเอ่ยถามเว่ยหรงที่ขึ้นม้า เช่นเดียวกับเขา เว่ยหรงเล่าเรื่องราวให้เยว่หัวฟังทุกอย่างที่เขารู้และเห็นในเมืองหลวง รวมไปถึงเปลี่ยนเวรทหารยามและการคุ้มกันในเมืองหลวงโดยละเอียด

จ่างซุนลี่โยนกระเป๋าเข้ามาในกำแพงเมืองทางทิศตะวันตก ทิศเดียวกันที่นางปีนเข้ามา เมื่อนางปีนข้ามบนต้นไม้มา และกระโดดลงจากกำแพงเมือง

“ว้าย...”

นางร้องเสียงหลงด้วยความตกใจเพราะนางไม่ได้จับกำแพงเอาไว้ แต่ทว่ามีอ้อมแขนหนึ่งโอบรับนางเอาไว้ได้ทันท่วงที ให้นางไม่ตกมาบาดเจ็บ นางมองคนที่โอบอุ้มนาง เขาเป็นชายหนุ่มที่นางคุ้นเคยอย่างดี

“ฝูเฉิน” นางเอ่ยเรียกชายผู้นี้ที่มีนามว่าฝูเฉิน ฝูเฉินเป็นแม่ทัพของแคว้นเยว่ เขาเองก็พึ่งกลับมาจากชายแดน เพื่อรายงานกองทัพทุกสองปีด้วยตัวเอง

ฝูเฉินเผยยิ้มในนางด้วยความสุขที่ได้เห็นนางด้วยใบหน้าที่แท้จริง เพราะตัวเขาเองก็เห็นใบหน้าของนางไร้หน้ากากถึงสองครั้ง ตั้งแต่นางเริ่มใส่หน้ากากเขาก็ไม่ได้เห็นใบหน้าที่แท้จริงอีกเลย

ฝูเฉินปล่อยเรียวขาให้นางทรงตัวยืนเผชิญหน้ากับเขา

“กงจู่หนีเที่ยวอีกหรือพระเจ้าค่ะ” เขาเอ่ยถามนาง

“ข้าแค่ไปเก็บลูกไม้นอกวัง”

“รู้หรือไม่หวังหวางโฮ่วกับนางกำนัลตามตัวท่านให้วุ่นทั้งวัง”

“ลี่เอ๋อร์” น้ำเสียงที่ทรงอำนาจเรียกนางอยู่ด้านหลัง นางรู้ทันทีว่าเป็นใคร ทำให้นางรู้สึกช้าไปทั้งตัว ไม่อาไปเผชิญหน้ากับผู้มีอำนาจสูงสุดในวังหลัง แต่ก็ต้องหันด้วยความจำใจ

“เหนียงชิน” ซุนลี่ถวายบังคมหวางโฮ่ว ฝูเฉินก็ถวายบังคมหวางโฮ่วด้วยเช่นกัน

“เจ้าหายไปทั้งคืน รู้หรือไม่ข้าและฟู่จวินของเจ้าต้องตามหาเจ้าแทบพลิกแผ่นดิน” หวางโฮ่วเอ่ยด้วยน้ำเสียงดุดันเพื่อดุนาง ซึ่งนางกลับไม่เคยกลัวหวางโฮ่วเลย ชอบแต่เที่ยวสนุกไปวันๆ

“หม่อมฉันผิดไปแล้วเพคะ” ซุนลี่เอ่ยบอกด้วยน้ำเสียงแผ่วเบา

“ซุนลี่ ข้าจะกักบริเวณเจ้า คัดบทตำราสอนหญิงห้าจบและพรุ่งนี้เจ้าต้องร่ายรำเพลงชางเฉินเทียนให้ข้าดูจนกว่าข้าจะพอใจ” หวางโฮ่วเอ่ยด้วยน้ำเสียงจริงจัง

“เหนียงชิน” นางร้องด้วยความตกใจ เพราะคัดตำราสอนหญิงแค่ตำราเดียวก็มากกว่าสิบหน้ากระดาษแล้ว นี้ถึงกับคัดห้าจบต้องมากกว่าห้าสิบแผ่นแน่นอน

“แค่นี้ไม่พอ เจ้าเอาอีกหรือ”

“พอแล้วเพคะ” นางเอ่ยบอกด้วยน้ำเสียงแผ่วเบา

“เจาจวิน ดูแลนางให้ดี อย่าให้เกิดเหตุการณ์เช่นนี้เป็นครั้งที่สอง” หวางโฮ่วเอ่ยบอกด้วยน้ำเสียงจริงจัง

“เพคะ” เจาจวินน้อมรับพระบัญชา

“ลี่เอ๋อร์ เจ้าก็ไปได้แล้ว” หวางโฮ่วเอ่ยบอก

“เพคะ” ซุนลี่เอ่ยบอกและถวายบังคม ก้าวเดินออกไปจากตรงนี้ด้วยจิตใจห่อเหี่ยวยิ่งนัก

Continuez à lire ce livre gratuitement
Scanner le code pour télécharger l'application

Dernier chapitre

  • จอมนางบัลลังก์มังกร   บทพิเศษ 2 บนกำแพงเมือง

    โคมไฟหลายร้อยหลายพันดวงล่องลอยเต็มท้องนภาในเมืองหลวงและเมืองใกล้เคียง ในเทศกาลซ่างหยวน ภายในเมืองหลวงผู้คนมากมายเดินเที่ยวเล่นกันอย่างสนุกสนาน เด็กน้อยชายหญิงถือโคมไฟกระดาษ ผู้คนพากันทายปริศนาที่อยู่บนโคมไฟ เรียกว่า ไชเติงหมี อีกทั้งยังมีการเล่นงิ้วในหอโรงน้ำชา หอคณิกาช่างครึกครื้นยิ่งนัก เหล่าหญิงสาวแรงรุ่นที่ยังไม่ได้แต่งงาน จับจองที่หัวสะพาน เพื่อโยนลูกบอลแพรปักลวดลายงดงามที่พวกนางได้ทำขึ้นมาเอง นำลูกแพรมาโยนเสี่ยงทายหนุ่มที่หมายปอง หากชายหนุ่มคนใดที่ได้รับลูกแพรของนางผู้นั้น หมายความว่านางได้เลือกชายผู้นั้นแล้วเยว่หัวจับมือซุนลี่ก้าวเดินบนกำแพงเมืองทางทิศตะวันออก เป็นประตูก่อนเข้าเมือง ซุนลี่หยุดมองผู้คนมากมายในค่ำคืนนี้ เพราะว่าวันนี้เป็นวันขึ้นปีใหม่ โคมไฟมากมายลอยขึ้นบนท้องฟ้า เด็กๆ วิ่งเล่นกันอย่างสนุกสนาน ทำให้ซุนลี่หวนนึกถึงวันแรกที่นางได้พบเจอเยว่หัวในเมืองหลวงแคว้นเยว่ ครั้งนั้นเป็นจุดเริ่มต้นให้นางและเขาได้พบพาน ตลอดเพลาหลายสิบปีที่ผ่านมา เยว่หัวยังคนรักและเอ็นดูไม่เสื่อมคลาย“เจ้าคิดสิ่งใดอยู่หรือ” เยว่หัวเอ่ยถามนาง ขณะที่นางหยุดเดินมองลงไปเบื้องล่างของกำแพงเมือง“ก่อนท

  • จอมนางบัลลังก์มังกร   บทพิเศษ 1 มงกุฎดอกไม้

    เจาจวินและเยี่ยหลินนั่งจัดดอกไม้ในหมิงเยว่กงเช่นทุกวัน เช่นเดียวกับเหล่าข้าหลวงที่ช่วยกันจัดดอกไม้ เพื่อไปไหว้พระพุทธองค์ที่วัดหลวงใกล้พระราชวัง บางครั้งซุนลี่ก็ออกไปเอง บางทีก็ให้เหล่านางกำนัลไปแทน วันนี้กลับแปลกไปกว่าทุกวัน ซุนลี่จัดดอกไม้เสร็จสิ้น นางก็นั่งทำมงกุฎดอกไม้ โดยนำเถาวัลย์มามันรวมกันสี่เส้นประดับด้วยดอกกล้วยไม้ทั้งสีแดง สีชมพู สีขาว และสีส้ม ทำให้ดูแปลกตายิ่งนัก เพราะพวกเขาไม่เคยเห็นว่าซุนลี่ทำมงกุฎดอกไม้มาก่อน“หวางโฮ่ว พระนางทำอะไรหรือพระเจ้าค่ะ” ฟางเหอเอ่ยถามด้วยความใคร่รู้“พวกเจ้าว่าข้าทำมงกุฎดอกไม้ออกมาสวยหรือไม่” ซุนลี่เอ่ยถามด้วยรอยยิ้ม“สวยดีเพคะ ว่าแต่จะทำให้ต้าหวางหรือเพคะ” เจาจวินเอ่ยถามด้วยรอยยิ้ม ซุนลี่มีท่าทีเขินอายทันทีและเผยรอยยิ้มด้วยเช่นกัน“รู้ดี” เยี่ยหลินเอ่ยบอกด้วยรอยยิ้ม มองไปทางเจาจวินเหมือนพูดแทนความในใจของซุนลี่ ทำให้ซุนลี่หัวเราะออกมาทันที“หวางโฮ่วอย่าหัวเราะเสียงดังเพคะ ไม่งามเพคะ” เจาจวินเอ่ยบอกด้วยรอยยิ้ม“อึบ...ไม่หัวเราะแล้ว พูดถึงสมัยก่อน ครั้งที่ข้าเป็นกงจู่แคว้นเยว่ ข้าได้ทำมงกุฎดอกไม้ให้ฟู่จวินในงานวันเกิดทุกปี พร้อมกับของขวัญ ข้ามาอ

  • จอมนางบัลลังก์มังกร   บทที่ 92 กามราคะ [NC25+] - (จบบริบูรณ์)

    และกงจู่คนสุดท้ายของเยว่หัวและจ่างซุนลี่มีนามว่ามู่หรูอวี้ นางเป็นเด็กสาวร่าเริงชอบอยู่กับตำราท่องเที่ยว และรักสวยรักงามเช่นเดียวกับซุนลี่ อีกทั้งนางยังเป็นสาวแรกรุ่นวัยปักปิ่น เหล่าหวางเย่แคว้นเยว่ บุตรชายเผ่าต่างๆ และบรรดาบุตรขุนนางต่างอยากมาสู่ขอหรูอวี้ไปเป็นฟูเหริน แต่ทว่าบรรดาชายหนุ่มเหล่านั้นไม่ต้องใจหรูอวี้เมื่อสามวันก่อนเยว่หัวจัดการให้หรูอวี้มั่นหมายกับหม่าฉี บุตรของแม่ทัพหม่าเฉิน ซึ่งเขาสอบจอหงวนอันดับหนึ่งเมื่อห้าปีก่อน มีตำแหน่งเป็นเจ้าเมืองฉางเจิ้น ซึ่งอยู่ชายแดนระหว่างแคว้นเยว่และแคว้นมู่ และเป็นเมืองหน้าด่าน เขาสามารถปราบโจรปล้นสะดมชาวบ้านได้อย่างราบคาบ เขายังมีความยุติธรรมมีการไต่สวนผู้กระทำความผิดให้กับชาวบ้านอย่างเป็นธรรม และเป็นที่รักของชาวเมือง เยว่หัวพึงพอใจในผลงานของเขา จึงเรียกเขาเข้าเมืองหลวงให้กินตำแหน่งเจ้ากรมอาญา อีกทั้งเขายังไม่เคยมีฟูเหริน เยว่หัวจึงทาบทามหม่าเฉินผู้เป็นเตี่ยของเขาให้มั่นหมายกับหรูอวี้กงจู่ครั้งที่หรูอวี้ได้พบเจอหม่าฉีทำให้นางรู้สึกหวั่นไหวเป็นครั้งแรก ด้วยเกียรติศักดิ์ของเขาเป็นที่เลื่องลือจนถึงเมืองหลวง และเขายังเป็นชายหนุ่มที่รูปงามยิ

  • จอมนางบัลลังก์มังกร   บทที่ 91 สงครามสองแคว้น

    แสงแดดสาดส่องทั่วใต้หล้า เยว่หัวลืมตาขึ้นช้าๆ ปรับสายตาให้มองเห็นแจ่มชัดขึ้น ความเจ็บปวดได้หายไปหัวธนูก็หลุดออกมาที่ข้างตน รอยแผลกลับไม่ปรากฏ มีเพียงรอยเลือดเท่านั้นที่มี เขาจึงทบทวนเรื่องราวเมื่อวันวานเมื่อออกไปลาดตระเวน เขาเห็นต้าหวางแคว้นอัน สู้กันสองคนจนถึงเนินเขา ไม่มีผู้ใดตามมาทัน จิ้นเหอโดนเขาจ้วงแทง และบาดเจ็บสาหัสไม่ใช่น้อย มีทหารกลุ่มหนึ่งพาจิ้นเหอล่าถอย ทหารคนหนึ่งใช้ธนูยิงใส่เขาบาดเจ็บสาหัส เขาเองที่ใช้กระบี่โยนไปปักที่หัวใจของนักแม่นธนู แล้วเขาเองเดินไปเรื่อยๆ จนมาหน้าผาหิน และทรุดลงด้วยความเจ็บปวดหักหัวธนูออก ไม่นานซุนลี่ก็ตามมาเจอแต่บัดนี้เขากลับมานอนในกระโจมกว้าง ไม่รู้ว่ากลับมาได้อย่างไร คิดต่ออีกว่านางคงลากเขากลับมา หรือไม่ทหารก็พบเจอพวกเราทั้งสองคน แต่ทว่าเขากลับไม่เห็นซุนลี่ เขาจึงลุกขึ้นกวาดสายตามองหานาง แต่หาไม่พบ“ลี่เอ๋อร์” หลงหลานมู่มองไปโดยรอบห้องกลับไม่เห็นนาง เขาจึงลุกขึ้นจากตั่งเตียงไปหน้ากระโจม“ต้าหวาง...” จื่อฮั่วเอ่ยบอกด้วยความดีใจ ในตอนนี้เสียงของผู้ใดกลับไม่ได้ยินมีเพียงเสียงฝนที่ตกลงมาอย่างหนัก ดวงหทัยร้อนรุ่มดุจเปลวไฟสุมยิ่งนัก“ลี่เอ๋อร์อยู่ไหน”

  • จอมนางบัลลังก์มังกร   บทที่ 90 เรื่องที่บอกไม่ได้

    “เจ้าว่าอย่างไร เม่ยเมยข้าตายแล้วหรือ ใครสังหารนาง”จิ้นเหอต้าหวางแห่งแคว้นอัน ลุกขึ้นจากที่ประทับด้วยความตกใจและโกรธกริ้ว หลังได้ยินข่าวว่าเหมิงอวี้หรือจิ้นเหยาหยางตายไปทำให้เขานั่งบัลลังก์แทบไม่ติด อีกทั้งจิ้นเหอได้เป็นต้าหวางแค่สองเดือน หลังจากต้าหวางพระองค์ก่อนสวรรคตโดยไม่ทราบสาเหตุ“มู่เยว่หัวต้าหวางเป็นคนประหารกงจู่” ไป๋เซี่ยเอ่ยบอกด้วยเช่นนี้“มู่เยว่หัว...เยว่หัว...ข้าจะเอาเลือดของเจ้ามาสังเวยเม่ยเมยของข้าให้จนได้”เดินทางเรือของกองทัพมู่เนิ่นนานถึงเจ็ดวันต่อด้วยการเดินเท้าไปยังเมืองหลวงของแคว้นอัน จ่างซุนลี่ขี่ม้าคู่กับเยว่หัว เพราะนางไม่ยอมขึ้นรถม้า ตลอดหลายวันมาที่ผ่านป่าเขาและทะเลทรายทุรกันดารเพื่อเป้าหมายเดียวคือ ยึดแคว้นอันให้เป็นส่วนหนึ่งกับแคว้นมู่ โดยจุดประสงค์หลัก เพื่อบุกเบิกถางที่ให้กับราษฎรแคว้นมู่ได้มีที่ทำกินในอนาคต และรวมสามแคว้นเป็นหนึ่งเดียวเยว่หัวมองหญิงสาวที่เหม่อมองพระจันทร์เพียงลำพัง โดยมีฟางเหอ เยี่ยหลิน และเจาจวินยืนอยู่ห่างนางเพียงนิดเดียวหลังจากเขาคุยเรื่องการศึกกับเหล่าแม่ทัพและนายกอง ไปหานางที่กระโจมหลวงกลับไม่พบทำให้ว้าวุ่นใจให้ทหารออกตามหา จนมาเ

  • จอมนางบัลลังก์มังกร   บทที่ 89 หวานแสบไส้

    “จ่างซุนหวางโฮ่วรับราชโองการ”เสียงของจื่อฮั่วเอ่ยบอกซุนลี่ ขณะที่เขาถือราชโองการ ทอดสายตามองซุนลี่ที่นั่งลงคุกเข่าพร้อมกับเหล่าข้าหลวงในหมิงเยว่กง“ข้ามู่เยว่หัว ขอคืนตำแหน่งและฐานันดรศักดิ์ให้กับจ่างซุนลี่หวางโฮ่วกลับมาเป็นประมุขฝ่ายใน มอบมุกราตรีหนึ่งชิ้น มอบผ้าแพรแปดหีบ เครื่องประดับแปดหีบ จบราชโองการ” จื่อฮั่วเอ่ยบอกจบ มอบพระราชโองการส่งให้ซุนลี่ ซุนลี่รับพระราชโองการ ซุนลี่ส่งพระราชโองการให้เจาจวิน เจาจวินรับไว้ ซุนลี่รับตราประทับหงส์ ตราประทับของหวางโฮ่ว ซุนลี่ส่งให้เยี่ยหลินรับไว้“กระหม่อมยินดีด้วยพระเจ้าค่ะ” จื่อฮั่วเอ่ยบอกและถวายบังคมด้วยรอยยิ้ม“อาซือเซี่ยฟูเหริน ซินเหมยเหริน หลิวซีจือ ว่านเหลียงเหริน และเซียวฉางสื่อรับราชโองการ”จื่อฮั่วเอ่ยบอกเช่นนี้ เหล่าผิงเฟยและเหล่านางกำนัลต่างนั่งลงคุกเข่ามือเรียวขวาทับซ้าย“ข้ามู่เยว่หัว ต้าหวางแห่งแคว้นมู่ ข้าขอปลดปล่อยนางสนมทั้งห้าตำหนัก อันได้แก่ อาซือเซี่ยฟูเหริน ซินเหมยเหริน หลิวซีจือ ว่านเหลียงเหริน เซียวฉางสื่อ และผิงเฟยทั้งสามพัน กลับไปอยู่บ้านเกิดให้ชีวิตของตนเองในบั้นปลายชีวิต ข้าขอมอบสิ่งของให้พวกเจ้านั้นก็คือ เงินร้อยชั

  • จอมนางบัลลังก์มังกร   บทที่ 49 ซุนลี่ยืนหนึ่ง [NC25+]

    “หวางโฮ่วจะเสด็จไหมพระเจ้าค่ะ”เว่ยหรงกระซิบที่ข้างหูเยว่หัวที่นั่งอยู่บนบัลลังก์ ด้านข้างเว้นว่างไว้ให้ซุนลี่ได้นั่ง ด้านข้างเยื้องลงไปฝั่งซ้ายมีอาซือเซี่ยหลินหลังนั่งอยู่ก่อนแล้ว ถัดไปจากนั้นคือขุนนางที่มาจากเผ่าซีเยี่ย ส่วนขุนนางของแคว้นมู่อยู่ด้านข้างเขา“ข้าคิดว่ามา” เขาเอ่ยบอกด้วยน้ำเสียงแผ่ว

  • จอมนางบัลลังก์มังกร   บทที่ 42 ไม่ต้องกังวล

    หกเดือนต่อมาซุนลี่ได้รับข่าวอยู่เนืองๆ ว่าเยว่หัวเข้าตีเมืองใดบ้าง อีกทั้งเขาเหยียบเมืองหรือแคว้นใด นางก็ได้ยินว่าเขาชนะด้วยกันทั้งสิ้น ถือจะมีทหารบาดเจ็บล้มตายไปบ้างถือว่าไม่มากนัก อาจเป็นเพราะเหล่าทหารมีกำลังใจจากต้าหวางที่นำทัพด้วยตัวเอง“หวางโฮ่ว ต้าหวางเข้าตีเมืองหนาน เมืองหลิน เมืองซ่ง เป็นเม

  • จอมนางบัลลังก์มังกร   บทที่ 30 ไฝที่กลีบร่อง [NC25+]

    “ท่านไม่ต้องกลัวพวกเขาหรอก เขาเป็นคนของข้า” ซุนลี่เอ่ยบอกเถ้าแก่เนี้ยด้วยน้ำเสียงแผ่วเบา แล้วหันมาสนใจปิ่นปักผม ทำจากเงินทั้งอัน ตรงปลายของปิ่นปักผมเป็นรูปแกะสลักผีเสื้อสีชมพู อีกทั้งยังมีสายเงินยาวลงมาเป็นห่วงเล็กยาวถึงหกเส้น ปลายของสายเงินเป็นลูกกลมทำมาจากหยกขาว“ราคาเท่าไหร่” ซุนลี่เอ่ยถาม“ข้าเ

  • จอมนางบัลลังก์มังกร   บทที่ 20 เบาๆ หน่อย

    จ่างซุนลี่สวมใส่เสื้อผาวสีขาวเป็นตัวแรก เสื้อสีเทาเป็นตัวที่สอง ใส่เสื้อสีม่วงหม่นเป็นตัวที่สาม และเสื้อคลุมทำมาจากผ้าไหมสีม่วงลายกล้วยไม้ ขอบตรงคอเสื้อเป็นขนสุนัขจิ้งจอกขาว เครื่องหัวของนางเป็นปิ่นหยกขาวหลายชิ้นอยู่บนหัวมันเกล้าต่ำ และต่างหูยาวทำจากหยกขาวราวกับหยดน้ำแซมด้วยเครื่องทองนางก้าวเดินออ

Plus de chapitres
Découvrez et lisez de bons romans gratuitement
Accédez gratuitement à un grand nombre de bons romans sur GoodNovel. Téléchargez les livres que vous aimez et lisez où et quand vous voulez.
Lisez des livres gratuitement sur l'APP
Scanner le code pour lire sur l'application
DMCA.com Protection Status