Share

2 สองพี่น้องปู้

Author: L01
last update publish date: 2026-10-13 16:05:04

เสียงลมดังเข้ามาเป็นระยะ ด้านนอกสว่างสดใสไร้พายุหิมะแล้ว แม้จะเป็นเขตแดนรกร้างทว่าแอ่งเขาลั่วลวี่นี้ไม่ได้ไร้สิ่งมีชีวิต เสียงนกกู่ร้องตั้งแต่เช้าตรู่ปลุกให้บุคคลที่หลบอยู่ภายในถ้ำน้อยตื่นจากการหลับใหล

เนื่องจากสถานที่นี้เงียบเชียบแม้แต่เสียงลมยังได้ยินชัดเจนเด็กชายผู้นอนไร้สติมาหลายวันจึงขมวดคิ้วเข้าหากันแน่นก่อนขนตายาวจะกระเพื่อมไหว นัยน์ตาสีนิลเปิดขึ้นในที่สุดเขาพยายามปรับสายตาให้เป็นปกติก่อนจะสำรวจโดยรอบตามสัญชาตญาณ

อึก!

ปู้เหิงเย่เผลอขยับร่างกายแรงจึงกระทบต่อบาดแผลภายนอกที่ยังไม่สมานดี บาดแผลภายในกลับหายปลิดทิ้งราวไม่เคยมีมาก่อน ก่อนหน้านี้เขาถูกทำลายวรยุทธฝืนใช้กำลังเดินลมปราณจนธาตุไฟเข้าแทรกจุดชีพจรลมปราณตันไม่สามารถสัมผัสได้ บัดนี้กลับรู้สึกว่าพลังไหลเวียนในกายได้คล่องตัว แม้จะถูกทำลายวรยุทธแล้วก็ยังคงสามารถฝึกฝนได้ใหม่ ช่างวิเศษยิ่ง!

แต่ทว่ามันเกิดอะไรขึ้นกับร่างกายของเขาในขณะที่ตนไม่ได้สติกัน นึกได้ดังนั้นชายหนุ่มก็พยายามยันกายลุกขึ้นมองไปรอบบริเวณ ภายในนี้เป็นถ้ำไม่ผิดแต่อุณหภูมิกลับต่ำผิดปกติ

ชายหนุ่มอดไม่ได้ที่จะมองออกไปด้านนอกโพรงหินที่เป็นช่องว่าง เห็นเพียงสีขาวโพลนก็เดาออกได้ว่าเป็นสถานที่เช่นไร

ข้างกายเขามีเด็กชายนอนขดตัวอยู่ข้างๆ ความอุ่นร้อนโอบล้อมร่างกายเอาไว้เริ่มจางหาย กองไฟกองใหญ่ขณะนี้เหลือเพียงไออุ่นจากมัน ถูกลมปะทะมาทั้งคืนคงมอดดับเป็นธรรมดา

หันไปอีกฝั่งของผนังถ้ำด้านในมีโขดหินล้อมรอบเอาไว้ตรงกลางมีเด็กสาวตัวน้อยนอนขดตัวด้านใน บนร่างกายนางมีหนังสัตว์ห่อหุ้มเอาไว้กันลมหนาวใบหน้ากลมเล็กนั้นอ่อนเยาว์อายุคงไล่เลี่ยกับน้องชายของเขาได้

ปู้เหิงเย่จำได้ว่าเหตุการณ์ล่าสุดก่อนที่ตนจะไม่รับรู้เรื่องราวคือตอนที่อยู่ในป่าเมืองนอกด่าน พวกเขาเดินทางข้ามฝั่งมากับองครักษ์จำนวนหนึ่งถูกกลุ่มสังหารกลุ่มแล้วกลุ่มเล่าไล่ติดตามมาตลอดทาง

คาดไม่ถึงว่าภายในคนของตัวเองจะมีสายลับนำภัยสู่ตน เขาต่อสู้สุดกำลังเพื่อปกป้องน้องชายวรยุทธของคนกลุ่มนั้นลึกล้ำกว่าที่คิดยื้อยุดกันมานานจนกำลังเริ่มอ่อนแรงพลาดท่าเสียทีเกือบเอาชีวิตไม่รอด ก่อนจะถูกทำลายวรยุทธเขาได้ฝืนโคจรพลังลมปราณที่ได้รับบาดเจ็บมาก่อนหน้าจึงถูกธาตุไฟเข้าแทรกต่อมาก็จำอะไรไม่ได้อีกเลย รู้เพียงตนตกลงมาจากที่สูงก็เท่านั้น

"อืม..."

เสียงเด็กสาวที่อยู่ด้านในดังขึ้นมาดึงความคิดของปู้เหิงเย่กลับมาทันที เขามองไปที่เด็กสาวตัวน้อยที่มีท่าทีสบายใจราวกับอยู่บ้านอดแปลกใจไม่ได้

"หืม? พี่ชายท่านตื่นแล้ว" เสี่ยวซูน้อยพยักหน้าสองสามทีราวกับว่าคาดการณ์เอาไว้ไม่ผิดนางขยี้ตาไล่ความง่วงงุนก่อนจะบิดขี้เกียจ

"เจ้า...ช่วยข้ารึ?" ปู้เหิงเย่แม้ไม่มั่นใจว่าเด็กสาวเป็นคนเปิดจุดชีพจรให้เขาแต่ในที่แห่งนี้ก็ไม่มีใครแล้ว น้องชายของตนไม่มีความสามารถถึงเพียงนั้นเขารู้ดี

"อืม! เป็นเสี่ยวซูช่วยพี่ชายเอาไว้" แม่หนูน้อยไม่ถ่อมตัวสักนิดนางยอมรับง่ายดายดวงตากลมโตจ้องมองใบหน้าชายหนุ่มสำรวจอย่างเปิดเผย ใบหน้าคมคายดูมีสีสันขึ้นมาบ้างแล้วคงจะรักษาได้ดีอย่างที่ท่านอาจารย์โอ้อวดเอาไว้ เสี่ยวซูน้อยพึงพอใจกับผลลัพธ์แล้วก็ลุกขึ้นยืนจะเดินออกไปสำรวจนอกปากถ้ำเสียหน่อย

"ขอบใจเสี่ยวซูที่ช่วยชีวิตข้า ข้าชื่อเหิงเย่จะเรียกพี่เย่ก็ได้" ปู้เหิงเย่มองเด็กสาวตัวกระจ้อยพยักหน้าแรงๆ หนึ่งทีก็อดยกยิ้มไม่ได้ นางช่างจริงใจ

"พี่เย่พวกท่านกำลังจะไปที่ใดเหรอ?" เสี่ยวซูน้อยถามปู้สวีโยวไม่ได้ความจึงถามผู้เป็นพี่แทน เด็กสาวเพียงสงสัยว่าพวกเขากำลังจะไปทางเดียวกับนางหรือไม่ หากว่ามีเพื่อนร่วมทางก็คงจะไม่เหงาเท่าไร

"พวกข้าจะไปทางตะวันออกไปสำนักยุทธชื่อสามเขา เสี่ยวซูจะไปที่ใดหรือ?" ปู้เหิงเย่เห็นเด็กสาวมีสีหน้างุนงงฟังไม่เข้าใจจึงเอ่ยถามแม่หนูน้อยบ้าง

"เสี่ยวซูจะไปตามหาพี่ชาย พระอาจารย์บอกว่าพี่ชายเสี่ยวซูไปแดนเหนือเจ็ดปีแล้วไร้วี่แวว เสี่ยวซูจึงจะไปตามหาเขา" เด็กน้อยบอกตามความจริงแม้จะไม่รู้จักแดนเหนือที่ว่านี้ก็ตาม นางเพิ่งเคยออกนอกอาณาเขตครั้งแรกไหนเลยจะรู้ว่าแดนเหนือเป็นสถานที่เช่นไร

"แดนเหนือ? เสี่ยวซูรู้หรือว่าพี่ชายหน้าตาเป็นเช่นไรหากไปแล้วจะจำเขาได้รึ?" ปู้เหิงเย่มองเด็กสาวตรงหน้าอายุไม่น่าจะเกินแปดขวบแต่นางกลับบอกว่าพี่ชายนางจากไปตั้งเจ็ดปีแล้วเช่นนั้นนางก็ย่อมจำหน้าเขาไม่ได้อยู่แล้วจะตามหาจากอะไร อีกทั้งแดนเหนือเป็นเขตแดนที่ผู้ฝึกยุทธมากที่สุด เชื่อมไปยังดินแดนต่างๆ มากมายอันตรายเกินกว่าที่เด็กสาวอย่างนางจะไปเผชิญ

"ไม่เคย...แต่ว่าพระอาจารย์บอกว่าใบหน้าของพี่ชายเหมือนกับบิดาไม่มีผิด หากเสี่ยวซูเจอเขาก็ต้องจำได้แน่นอน!" หากหน้าตาคล้ายคลึงบิดาถึงเก้าส่วนเช่นนั้นก็เป็นเรื่องง่ายขึ้นมาแล้ว เพราะนางจดจำใบหน้าบิดาได้แม่นยำ แต่ทว่าแดนเหนือต้องเดินทางอีกไกลเท่าไรเรื่องนี้นางไม่รู้เลยจริงๆ

"เจ้าอายุยังน้อยกลับออกเดินทางเพียงลำพัง เอาเช่นนี้ข้าเองก็จะไปทางนั้นพอถึงทางแยกแดนเราค่อยแยกกันดีหรือไม่" ปู้เหิงเย่เห็นเด็กสาวเล่าด้วยสีหน้าปกติสุขก็คิดว่านางช่างไร้เดียงสาแต่เด็กที่สามารถช่วยเปิดชีพจรลมปราณอุดตันได้จะธรรมดาได้อย่างไร แม้นางอายุยังน้อยแต่นางสำเร็จเคล็ดวิชาจากปรมาจารย์ไท่ซือมาแล้ว ถึงตบะบำเพ็ญเพียรจะไม่แกร่งกล้าขอแค่หมั่นฝึกฝนก็เพียงพอแล้วสำหรับการตามหาพี่ชายในครั้งนี้

"ทางเราไปด้วยกันได้หรือเจ้าคะ? เช่นนั้นก็ดียิ่ง!" เสี่ยวซูน้อยไม่รู้ว่าแท้จริงแล้วทางไปแดนเหนืออยู่คนละฟากฝั่งกับสำนักยุทธสามเขาโดยสิ้นเชิง เด็กสาวยกยิ้มโชว์ฟันเรียงสวยก่อนจะผุดลุกผุดยืนเดินออกไปสำรวจนอกถ้ำ

ด้านนอกไร้กระแสลมแล้วคลื่นลมนิ่งสงบเป็นปกติ สามารถออกเดินทางได้แล้ว สาวน้อยเห็นดังนั้นก็เดินสำรวจโดยรอบก่อนหนึ่งทีเผื่อว่าอาจมีสัตว์เล็ดลอดเข้ามาหลังพายุหิมะสงบจะได้กินอาหารอย่างเต็มที่สักมื้อ หลายวันมานี้เสบียงที่ตระเตรียมมาแทบจะไม่เหลือแล้ว

"ข้าจะออกไปล่าสัตว์ เสี่ยวซูก็รออยู่ที่นี่เถิด" ปู้เหิงเย่เดินออกมาเห็นเด็กสาวเท้าเอวมองรอบบริเวณสีหน้าเศร้าสร้อยพร้อมลูบท้องตนเองป้อยๆ ก็เข้าใจว่านางหิวแล้ว จึงอาสาออกไปสำรวจด้วย

"พี่เย่ยังอาการไม่ดี เสี่ยวซูยังพอมีเนื้อแห้งอยู่บ้างเราเดินไปอีกไม่ไกลคงถึงหมู่บ้านแล้ว" เสี่ยวซูน้อยถามทางมาตลอดทางจดจำได้ว่าผ่านแอ่งเขาลั่วลวี่ไปแล้วจะมีหมู่บ้านเขตแดนอยู่ ตอนนี้นางเดินทางผ่านเทือกเขามาสามวันแล้วรวมถึงมาติดที่แอ่งเขาลั่วลวี่อีกสองวันดังนั้นก็คงใกล้ถึงแล้ว ดีที่แอ่งเขาลั่วลวี่ไม่ใหญ่มากจึงไม่ต้องทนความหนาวเหน็บและความหิวโหยจนตาย

"หืม? เช่นนั้นก็ขอบใจเสี่ยวซูมาก" ปู้เหิงเย่คล้ายว่ามีคำถามเต็มอกสุดท้ายทำได้เพียงเอ่ยขอบคุณนางที่ช่วยเหลือพวกเขาซ้ำแล้วซ้ำเล่าทั้งที่นางอายุน้อยเพียงนี้พวกเขายังกล้าพึ่งพิงนาง น่าละอายใจจริงๆ หนุ่มน้อยรู้สึกละอายใจที่ไร้ความสามารถ

"ฮือ~ ข้า...ข้าคิดว่าถูกทิ้งแล้ว ฮึก!" เสียงปู้สวีโยวร้องไห้เสียงดังเมื่อเห็นทั้งสองเดินกลับมายังถ้ำ เด็กชายที่พึ่งตื่นนอนขึ้นมากลับไม่พบใครเลยอดไม่ได้ที่จะหวาดกลัวว่าเกิดเรื่องขึ้นตอนเขาหลับไป

"เจ้าเด็กโง่เง่า พี่ใหญ่จะทิ้งเจ้าได้อย่างไรกัน" ปู้เหิงเย่เคาะศีรษะเด็กชายขี้แยไปหนึ่งทีทั้งสองแม้เป็นพี่น้องร่วมสายเลือดทว่ากลับมีนิสัยแตกต่างกันโดยสิ้นเชิง

"เสี่ยวซูมีเพียงแป้งแผ่นกับเนื้อแห้งเท่านี้ พวกท่านก็กินเถิดหนทางข้างหน้าอีกยาวไกลจะได้ไม่หิว" เสี่ยวซูน้อยมองแป้งแผ่นกับเนื้อแห้งที่ถูกส่งไปในใจคิดเพียงว่าหากออกไปแล้วต้องหาทางกักตุนเสบียงให้มากขึ้นหากพบเจอเหตุไม่คาดฝันเช่นนี้อีกจะได้มีของกิน

ทั้งสามเริ่มออกเดินทางตามแนวชายเขาที่คดเคี้ยวจะได้หลบหลีกหลุมพรางภูเขาหิมะได้ รอบบริเวณเริ่มมีต้นไม้ขึ้นข้างทางเป็นกลุ่มใหญ่ทั้งมีใบหญ้าสีเขียวขจีบ่งบอกว่าพวกเขากำลังเข้าใกล้เขตป่าของหมู่บ้านเขตแดนซีเป่ยแล้ว

ปู้เหิงเย่เดินนำหน้าเปิดทางให้เด็กทั้งสองเผื่อเกิดเหตุไม่คาดฝันจะได้ป้องกันทัน ตามด้วยปู้สวีโยวที่สายตาลอกแล่กมองซ้ายทีขวาทีตลอดทางด้วยความระแวง เสี่ยวซูน้อยเดินปิดทางแม่หนูให้เหตุผลว่านางมีกระบี่ไม่ได้ให้เหตุผลอื่นใด อาภรณ์สีแดงเก่าๆ ปลิวไสวไปตามพื้นหิมะช่างโดดเด่นเหนือสิ่งใดในแอ่งเขาลั่วลวี่

"ดูเหมือนด้านหน้าจะเป็นหมู่บ้านแล้ว" ในที่สุดทั้งสามก็เดินทางเท้ามาถึงหมู่บ้านแล้วเป็นเวลากว่าสามชั่วยามที่ทั้งสามเดินโดยไม่หยุดพักขาน้อยๆ ของปู้สวีโยวสั่นจนยืนไม่มั่นคง เขาเหนื่อยสายตัวแทบขาดตั้งแต่เกิดมาไหนเลยจะเคยลำบากขนาดนี้มาก่อน ต่างจากปู้เหิงเย่ที่มีท่าทีปกติราวกับว่าการเดินทางสามชั่วยามเต็มไม่มีผลกระทบใดๆ ต่อเขา

ส่วนแม่หนูน้อยเสี่ยวซูหอบหายใจหนักหน่วงเนื่องจากขานางสั้นกว่าทั้งสองคนมากจึงต้องเร่งจ้ำเอากว่าจะตามหลังพวกเขาทัน

หมู่บ้านเขตแดนซีเป่ยเป็นหมู่บ้านที่อยู่ติดชายแดนแคว้นซีเป่ย ในหมู่บ้านมีไม่ถึงห้าสิบหลังคาเรือน แต่ยังดีที่มีรถม้ารับจ้างไปถึงตลาดด้านหน้าประตูเมือง

'เจ้าดำช่วยเสี่ยวซูดูหน่อยสิว่าที่ไหนสามารถไปได้บ้าง'

เสียงเสี่ยวซูถามเจ้าดำหรือกระบี่ทมิฬของนางนั่นเอง กระบี่ทมิฬเป็นศาสตราวุธขั้นสูงที่มีจิตวิญญาณแม้มันจะดูดาษดื่นไปบ้างแต่ความสามารถกลับน่าเหลือเชื่อ เดิมทีกระบี่ทมิฬเป็นปรมาจารย์ไท่ซือมอบให้เสี่ยวซูตั้งแต่กราบเขาเป็นอาจารย์

'นายท่านข้าเคยผ่านที่นี่ ด้านหลังหมู่บ้านมีบ้านร้างหลังหนึ่งแม้จะสภาพย่ำแย่นิดหน่อยแต่ก็ห่างไกลผู้คนทั้งใกล้กับป่าด้วย'

เสียงเจ้าดำดังเข้ามาในโสตประสาทของเสี่ยวซูเด็กสาวดวงตาประกายแวววาวทันที หากอยู่ใกล้ป่าก็จะหาอาหารได้ง่ายขึ้น! ทั้งยังห่างไกลผู้คนด้วยไปดูก่อนเถิดสภาพย่ำแย่นิดหน่อยคงพออยู่ได้กระมัง

"สภาพเช่นนี้พวกเราจะอยู่ได้หรือ? นี่ไม่ใช่เศษไม้มีเสาหรอกหรือ"

สภาพบ้านที่พวกเขาเห็นเป็นไม้ปรักหักพังที่มีเสาค้ำคล้ายกระท่อมทว่ามีหลังคาพอกันแดดกันฝนได้ แม้จะย่ำแย่เพียงใดแต่พวกเขาไร้ทางเลือกจึงจำใจต้องเข้าไปในเศษบ้านนั้นโดยปริยาย

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • จอมยุทธน้อยอาภรณ์แดง   5 เสี่ยวซูจะโมโหแล้วนะ! (1)

    หมู่บ้านเขตแดนนี้อยู่ห่างจากตลาดไม่ไกลเนื่องจากละแวกนี้ล้วนแต่เป็นทางผ่านข้ามเขตแดน เด็กสาวแบกกระบี่บนหลังออกเดินทางตั้งแต่เช้าตรู่ ที่นี่ผู้คนในหมู่บ้านล้วนแต่ตื่นเช้าทั้งสิ้น ฟ้ายังไม่สางก็เห็นชาวบ้านหลายคนแบกตะกร้าออกจากบ้านขึ้นเขากันแล้ว บ้างก็ออกเดินทางไปขายผักขายของป่าที่ตลาดด้านหน้าเรียกว่าตลาดหน้าด่าน เป็นตลาดเดียวที่อยู่ใกล้ที่สุด"อื้ม! อาหย่อย!" เสี่ยวซูน้อยพูดอุบอิบไปตามทางปากน้อยๆกำลังเคี้ยวน่องไก่ย่างเสียบไม้น่องใหญ่ที่ปู้เหิงเย่ทำให้ตอนเช้ามืดมาตามทาง เด็กสาวทั้งกินทั้งชมไม่ขาดปากเนื่องจากรสชาติอร่อยถูกใจ อีกทั้งก่อนออกจากบ้านปู้เหิงเย่ยังบอกให้สาวน้อยซื้อของอร่อยกินด้วย เช้านี้เสี่ยวซูน้อยจึงอารมณ์ดีเป็นพิเศษตามทางไปตลาดมีบ้านเรือนคนตลอดแนวเสี่ยวซูก็เดินสอดส่องตามบ้านนั้นบ้านนี้ไปเรื่อยไม่เร่งรีบ เด็กสาวสำรวจรอบบริเวณอย่างสนอกสนใจ พ้นประตูรั้วบ้านหลังนี้ไปก็พบแม่ค้าพ่อค้าหาบเร่กันแล้ว เด็กสาวฝีเท้าช้าลงไปอีกก้าว ดวงตากลมประกายแวววาว แม้แต่ไก่ย่างรสชาติยอดเยี่ยมเมื่อครู่ก็จืดลงทันตา "ซาลาเปาร้อนๆ ขนมจีบเพิ่งนึ่งร้อนๆ""พุทราเชื่อมหวานๆ พุทราลูกใหญ่ๆหวานเจี๊ยบ""เซาป

  • จอมยุทธน้อยอาภรณ์แดง   4 แผ่นหนังเนตรวารี

    เสี่ยวซูน้อยที่วิ่งอ้อมบ้านรอบที่สามแล้วไม่รู้ถึงความเหน็ดเหนื่อยขาป้อมๆนั้นสับเร็วเต็มที่ บ้านหลังเล็กที่หญ้าขึ้นรกรอบบริเวณบ้าน บัดนี้กลับเกลี้ยงเกลาเป็นลู่ทางอย่างดี เนื่องจากเด็กสาวตัวน้อยวิ่งย่ำจนทางเรียบ ต้นหญ้านอนเรียงรายราบกับพื้นจนจมดิน'เจ้าดำหรือนี่จะเป็นสิ่งนั้นที่ท่านอาจารย์บอกกัน!' เสี่ยวซูน้อยเอ่ยถามกระบี่ทมิฬบนหลังตน นางวิ่งเพราะตื่นเต้นและตกใจ หากวิ่งแล้วเด็กสาวจะได้รู้สึกเหนื่อยแทนความรู้สึกตื่นเต้น คิดได้ดังนั้นเด็กสาวจึงวิ่งรอบบ้านไม่หยุด'นายท่านเขาไม่ใช่เทพเซียนเหาะเหินเดินอากาศได้อย่างที่พระอาจารย์บอกท่าน เขาเป็นเพียงภูตส่งสารเท่านั้น เพียงแต่อยู่ระดับสูงหน่อยจึงมีความสามารถเช่นนี้ได้' เสียงเจ้าดำตอบเข้ามาในโสตประสาทเด็กสาว สาวน้อยยิ่งฟังก็ยิ่งไม่เข้าใจภูตส่งสารที่ว่านั้นมันคือตัวอะไร อีกทั้งหายตัวได้ไม่พอยังสามารถสร้างภาพลวงตาได้อีกหรือ?เสี่ยวซูมีสีหน้ายุ่งเหยิงใบหน้าน้อยเริ่มยับยู่ยี่ตามความรู้สึก ตอนที่ท่านอาจารย์สอน นางไม่น่าแอบงีบหลับเลยมิเช่นนั้นป่านนี้ภูตส่งสารที่ว่าก็คงรู้จักไปนานแล้ว อีกทั้งจะได้ไม่ต้องมาตกใจวิ่งหนีจนขาสั่นเช่นนี้แต่ที่นี่เป็นอาณาเข

  • จอมยุทธน้อยอาภรณ์แดง   3 หม้อดินโบราณปริศนา

    เสี่ยวซูกำลังเดินสำรวจบ้านอย่างรอบคอบ นางเดินไปทางหมู่บ้านเพื่อตรวจสอบ เด็กสาวสะพายกระบี่ไว้ด้านหลังไม่ห่างมันไม่ได้ยาวขนาดนั้นเพียงแต่เสี่ยวซูเตี้ยจึงดูคล้ายว่ากระบี่ทมิฬสูงไปโดยปริยาย"ท่านน้าคนงาม ที่นี่มีเรื่องอะไรหรือเจ้าคะ?" เสี่ยวซูน้อยปากหวานเจอสตรีวัยกลางคนนางหนึ่งเดินถือตะกร้าผักผ่านมาพอดีจึงวิ่งดุ้กดิ้กเข้าไปหาอย่างกระตือรือร้น"หืม? เจ้าไม่ใช่คนที่นี่สินะ ที่แห่งนั้นคือบ้านหัวหน้าหมู่บ้านกำลังมีเรื่องจริงๆ นั่นแหละ เห็นแก่เจ้าพูดจาน่าฟังข้าจะบอกให้ เมื่อไม่นานมานี้พบทหารสามนายมาถามถึงคนเป็นผู้ชายสองคนเห็นบอกว่าเป็นคนที่ทางการต้องการตัวหากเจ้าพบเข้าอย่าไปใกล้เชียวนะ เห็นบอกโทษร้ายแรงด้วย!"หญิงสาวนางนั้นเอ่ยเตือนอย่างจริงจัง เห็นเด็กน้อยน่ารักน่าชังชื่นชมตนเองก็ยิ่งเล่าลงรายละเอียดมากขึ้น"ขอบคุณท่านน้าคนงามเจ้าค่ะ!" เสี่ยวซูยิ้มตาหยีให้หญิงสาวก่อนจะรีบร้อนกลับมาที่ท้ายหมู่บ้าน เห็นได้ชัดว่าผู้ชายสองคนที่ว่าเป็นสองพี่น้องปู้คู่นั้นแม้เด็กน้อยใสซื่อแต่กลับฉลาดเฉลียว พวกเขาถูกคนทำร้ายมานี่นาจะไปเป็นคนร้ายของทางการได้อย่างไรกัน เสี่ยวซูคิดแล้วก็คิดไม่ออกเด็กสาวไหนเลยจะเคยเห็นอ

  • จอมยุทธน้อยอาภรณ์แดง   2 สองพี่น้องปู้

    เสียงลมดังเข้ามาเป็นระยะ ด้านนอกสว่างสดใสไร้พายุหิมะแล้ว แม้จะเป็นเขตแดนรกร้างทว่าแอ่งเขาลั่วลวี่นี้ไม่ได้ไร้สิ่งมีชีวิต เสียงนกกู่ร้องตั้งแต่เช้าตรู่ปลุกให้บุคคลที่หลบอยู่ภายในถ้ำน้อยตื่นจากการหลับใหลเนื่องจากสถานที่นี้เงียบเชียบแม้แต่เสียงลมยังได้ยินชัดเจนเด็กชายผู้นอนไร้สติมาหลายวันจึงขมวดคิ้วเข้าหากันแน่นก่อนขนตายาวจะกระเพื่อมไหว นัยน์ตาสีนิลเปิดขึ้นในที่สุดเขาพยายามปรับสายตาให้เป็นปกติก่อนจะสำรวจโดยรอบตามสัญชาตญาณอึก!ปู้เหิงเย่เผลอขยับร่างกายแรงจึงกระทบต่อบาดแผลภายนอกที่ยังไม่สมานดี บาดแผลภายในกลับหายปลิดทิ้งราวไม่เคยมีมาก่อน ก่อนหน้านี้เขาถูกทำลายวรยุทธฝืนใช้กำลังเดินลมปราณจนธาตุไฟเข้าแทรกจุดชีพจรลมปราณตันไม่สามารถสัมผัสได้ บัดนี้กลับรู้สึกว่าพลังไหลเวียนในกายได้คล่องตัว แม้จะถูกทำลายวรยุทธแล้วก็ยังคงสามารถฝึกฝนได้ใหม่ ช่างวิเศษยิ่ง!แต่ทว่ามันเกิดอะไรขึ้นกับร่างกายของเขาในขณะที่ตนไม่ได้สติกัน นึกได้ดังนั้นชายหนุ่มก็พยายามยันกายลุกขึ้นมองไปรอบบริเวณ ภายในนี้เป็นถ้ำไม่ผิดแต่อุณหภูมิกลับต่ำผิดปกติชายหนุ่มอดไม่ได้ที่จะมองออกไปด้านนอกโพรงหินที่เป็นช่องว่าง เห็นเพียงสีขาวโพลนก็เด

  • จอมยุทธน้อยอาภรณ์แดง   1 เสี่ยวซูน้อย

    แค่ก แค่กเสียงไอดังออกมาจากปากทางถ้ำแห่งหนึ่งที่อยู่ใจกลางเทือกเขาที่รกร้าง ด้านในมีดรุณีน้อยนางหนึ่งกำลังนั่งไอโขกลมหนาวอยู่หน้ากองไฟกองใหญ่ ใบหน้านางซีดเซียวราวกระดาษบนเรือนร่างห่มคลุมกายด้วยเสื้อผ้าเก่าคลุมทับด้านนอกด้วยหนังสัตว์ที่ไม่ได้แปรรูปพรรณเป็นเสื้อคลุม ทว่าสะอาดสะอ้านราวถูกทำความสะอาดอย่างดีด้านนอกถ้ำมีพายุหิมะรุนแรงสีขาวโพลนปกคลุมปากถ้ำจนมีช่องว่างเป็นรูขนาดเล็กตามซอกหินที่ไม่เรียบเท่านั้น สถานที่แห่งนี้เรียกว่าแอ่งภูเขาลั่วลวี่ เป็นจุดต่ำของแนวเขาราบกว้างขวางก่อนเข้าเขตแดนซีเป่ย ที่แห่งนี้ทั้งหนาวเหน็บทั้งยังไร้ซึ่งทรัพยากรที่สมบูรณ์แม้เนื้อที่บนเทือกเขาจะกว้างขวางแต่เนื่องจากสภาพอากาศและวิสัยทัศน์ที่ย่ำแย่ทำให้ไม่มีบ้านเรือนคนในละแวกนี้ ดีที่แอ่งลั่วลวี่นี้เป็นจุดต่ำจึงพอมีทางรอดอยู่บ้าง"ฮู่ว~ วันนี้หนาวจังแฮะ" เสียงแหบแห้งดังขึ้น ดรุณีน้อยวัยแปดขวบร่างกายอ้วนกลมตัวเล็กกระจ้อยใบหน้าดูไม่มีความสุขเนื่องจากขาดอาหารชั้นยอดมาหลายวัน แม้จะไม่ได้ไร้ของกินซะทีเดียวแต่ก็นับว่าขาดแคลนมากแล้วสำหรับเด็กสาวตัวน้อยเด็กสาวกระชับหนังสัตว์บนกายแน่นมือหนึ่งหยิบแผ่นแป้งแข็งๆ กับเนื้อ

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status