Share

จอมโอหังเผด็จรัก
จอมโอหังเผด็จรัก
Penulis: พราวนภา

ปล้นจูบ (25%)

last update Terakhir Diperbarui: 2025-11-14 11:08:38

เมืองไมอามี รัฐฟลอริดา ประเทศสหรัฐอเมริกา         

เวลาเที่ยงคืน…

‘ดาด้าลูกรัก ถือเสียว่านั่นเป็นประสงค์ของพระเจ้าก็แล้วกัน’ เพราะคำพูดกึ่งสอนสั่งของบิดาผู้ล่วงลับไปแล้วนั้นยังคงดังก้องอยู่ในมโนสำนึกตลอดเวลา ทำให้อารดาพยายามคิดบวกกับเหตุการณ์ไม่คาดฝัน หากแต่เธอให้คำจำกัดความว่า ‘คราวซวย’ ที่มักจะเกิดขึ้นอยู่บ่อยครั้ง ไม่เว้นแม้กระทั่งในเวลาดึกดื่นเที่ยงคืนเช่นนี้                                              

อารดากลับจากงานเลี้ยงรุ่น ที่เพื่อนสมัยเรียนรวมตัวกันจัดขึ้น ณ โรงแรมหรูใจกลางเมืองแห่งหนึ่ง เกือบจะได้กลับไปอาบน้ำชำระร่างกายให้สร่างเมาอยู่แล้ว แต่รถคู่ใจดันมางอแงก่อนจะถึงปากซอยทางเข้าบ้านแค่สองร้อยเมตร หลังจากโทร.ไปเรียกช่างซ่อมเจ้าประจำ ซึ่งเปิดให้บริการลูกค้าตลอดยี่สิบสี่ชั่วโมงมาลากรถไปเข้าอู่ เธอก็เดินตุปัดตุเป๋กลับบ้านในสภาพเมานิดๆ                                     

“โอ๊ย…ม่ายน่าลองกินเหล้าเลยเรา ปวดหัวชะมัด ให้ตายสิ!” เสียงยานคางเล็กน้อยบ่นอุบกับตัวเอง ขณะยกมือขึ้นคลึงขมับอิ่ม เพื่อให้มันช่วยบรรเทาอาการมึนหัวจากฤทธิ์ของแอลกอฮอล์ที่ผสมอยู่ในกระแสเลือด          

“อุ๊ย!” เดินเซเข้าซอยมาได้ไม่นานคนเมาก็หลุดอุทานออกมา เพราะสะดุดขาตัวเองจนเกือบล้มหัวคะมำ ก่อนจะย่อตัวลงถอดรองเท้าส้นสูงคู่สวยออกอย่างทุลักทุเล จากนั้นก็เดินเท้าเปล่าพร้อมถือรองเท้าเอียงกะเท่เร่ซ้ายทีขวาที บ้างก็ฮัมเพลงอย่างอารมณ์ดีเกินเหตุ        

“โอ้เหล้าจ๋า…หันมายิ้มหน่อยซิ ยิ้มซิ ยิ้มซิ ที่รักยิ้มนานๆ อย่าด่วนใจดำทำรำคาญ ฉันจะแต่งงานกับเธอใต้แสงจันทร์” นี่เป็นบทเพลงที่คุณยายซึ่งอยู่เมืองไทยชอบเปิดประชดเวลาที่คุณตากินเหล้าเมาหัวราน้ำ และเธอก็ยังจำได้ขึ้นใจตั้งแต่สมัยที่ยังเป็นเด็ก ถึงแม้ปัจจุบันอารดาจะไม่ได้ไปเยือนประเทศไทย เพราะญาติผู้ใหญ่ที่อยู่ทางโน้นได้สิ้นบุญไปหมดแล้ว แต่เธอก็ยังติดนิสัยฟังเพลงไทยมาจนกระทั่งถึงทุกวันนี้         

“เอิ๊ก…คิดได้ยังไงเนี่ยยัยดาด้า จะแต่งงานกับเหล้า แค่ลองแก้วเดียวก็เมาแอ๋หัวทิ่มหัวตำแล้ว ฮ่าๆๆ” แม่สาวที่เพิ่งริดื่มเหล้าเป็นครั้งแรกในชีวิตหัวเราะอยู่คนเดียวราวกับคนบ้า สักพักเสียงโทรศัพท์ก็ดังขึ้น

ติ๊ด…ติ๊ด…ติ๊ด

“ฮัลโหล…” หญิงสาวกรอกเสียงหวานติดจะอ้อแอ้ลงไปในสายทันควัน ครั้นไม่มีการตอบโต้จากผู้ที่โทร.มาอารดาก็ขมวดคิ้วมุ่น         

“บ้าหรือเปล่าเนี่ย โทร.มาแล้วก็ไม่พูด” เจ้าของร่างอรชรบ่นอุบ พลางทำหน้ายุ่งเหยิง 

“นี่คุณ จะพูดไหมคะ ถ้าไม่พูด ฉันจะวางสายแล้วนะ” น้ำเสียงที่เปล่งออกมาจากเรียวปากสีชมพูระเรื่อชักจะเริ่มกระด้าง ก่อนจะฉุกคิดบางอย่างขึ้นได้ จึงค่อยๆ เบนสายตาสีนิลมามองสิ่งที่เพิ่งลดลงจากใบหูน้อย        

“เฮ้ย…นี่มันรองเท้านี่นา บ้าไปแล้วยัยดาด้า” ขณะที่สาวเจ้ากำลังบ่นให้ตัวเองอยู่นั้น เสียงโทรศัพท์เจ้ากรรมก็กรีดร้องรบกวนโสตประสาทอีกครา เธอจึงรวบรองเท้าไปถือไว้ด้วยมือข้างเดียว ก่อนจะดึงโทรศัพท์ออกมาจากกระเป๋าสะพายใบเก๋อย่างทุกลักทุเล          

“อารดาพูดค่ะ” หญิงสาวพยายามครองสติ แล้วกดรับสายทันที     

“ดาด้า เธอถึงบ้านแล้วหรือยัง” เสียงแห่งความเป็นห่วงเป็นใยที่ดังแว่วมาตามสายทำให้อารดารู้ได้ทันที ว่าผู้ที่โทร.มาคือโคลอี้ เพื่อนสาวคนสนิทของเธอนั่นเอง      

“เราเดินเข้าซอยมาแล้ว อีกแป๊บเดียวก็ถึง” อารดาตอบพลางก้าวเดินไปข้างหน้าด้วยท่าทางไม่มั่นคงนัก  

“เราบอกว่าจะไปส่งเธอก็ไม่ยอม เห็นไหมล่ะดึกขนาดนี้ก็ยังไม่ถึงบ้านอีก” ผู้ที่โทร.มาเริ่มบ่นยืดยาว

“เราไม่เป็นไรหรอกน่า เธอไม่ต้องเป็นห่วง”  

“โอเค กลับถึงบ้านแล้วโทร.หาเราด้วยนะ” ก่อนจะวางสายโคลอี้ยังไม่วายกำชับเสียงเข้ม ทำให้อารดาย่นจมูกใส่โทรศัพท์ เพราะขบขันแกมหมั่นไส้ที่อีกฝ่ายชอบทำตัวเป็นแม่แก่  

“จ้า” เจ้าของร่างเพรียวระหงรับคำอย่างยิ้มๆ แล้วหย่อนโทรศัพท์ลงในกระเป๋าเช่นเดิม ไม่นานเสียงดังสนั่นก็แว่วขึ้นที่เบื้องหลังในระยะไม่ไกลมากนัก               

ปังๆๆๆ…

“ใครมาจุดพลุในเวลาดึกดื่นเที่ยงคืนแบบนี้เนี่ย ถ้าเป็นลูกเป็นหลานแม่จะฟาดให้ก้นลายเลยเชียว” หญิงสาวขยับกลีบปากอวบอิ่มบ่นเป็นหมีกินผึ้ง พลางขมวดคิ้วมุ่น         

เขากำลังไล่ยิงกันอย่างดุเดือดเลือดพล่าน แต่แม่คุณดันเข้าใจผิดคิดว่ามีคนจุดพลุเล่น วินาทีถัดมาเสียงเพลงไทยอันแสนคุ้นหูก็ดังขึ้น           

พรหมลิขิตบันดาลชักพา ดลให้มาพบกันทันใด ก่อนนี้อยู่กันแสนไกล พรหมลิขิตดลจิตใจ ฉันจึงได้มาใกล้กับเธอ

“เออชะรอยจะเป็นเนื้อคู่ ควรอุ้มชูเลี้ยงดูบำเรอ…” แม่เจ้าประคุณร้องเพลงคลอเบาๆ พร้อมออกสเต็ปแดนซ์เซซ้ายเซขวา ทั้งที่ปกติเป็นคนค่อนข้างขี้อาย แต่เวลาสติไม่ครบถ้วนเช่นนี้อารดากลับบ้าสุดเหวี่ยง โดยไม่ได้นึกเอะใจเลยว่านั่นคือเสียงสายเรียกเข้าจากอีกหนึ่งซิมการ์ดที่บรรจุอยู่ภายในมือถือของตน          

“เอ๊ะ…เมื่อกี้เสียงโทรศัพท์เรานี่นา ตายแล้วยัยดาด้า สวยแต่สติไม่เต็มเต็งได้อีกนะยะหล่อน” กว่าเธอจะนึกขึ้นได้เสียงเพลงก็เงียบไปเสียแล้ว อึดใจต่อมาอารดาก็หยุดกึกและย่นหว่างคิ้วโก่งเข้าหากัน          

“เออ…ว่าแต่เมื่อกี้เราโทร.ไปหาใครนะ อุ๊ย…ไม่ใช่สิ ใครโทร.มาหาเราต่างหากละ แต่ก็ช่างประไร อยากคุยกับคนสวยก็ต้องขยันกดโทรศัพท์สิมันถึงจะถูก เพราะคนจะสวยช่วยไม่ได้” ท้ายประโยคคนที่มั่นใจว่าวันนี้ตัวเอง ‘สวย’ ยักไหล่เบาๆ พร้อมยิ้มร่า ทว่าสักพักก็ทำหน้ายุ่ง แล้วบ่นงึมงำ    

“อืม…มึนหัวชะมัด” สาวเจ้าสะบัดศีรษะแรงๆ ก่อนที่สมองน้อยๆ ทว่าฉลาดเป็นกรดจะฉุกคิดขึ้นได้ “เออ…มีน้ำขวดเล็กๆ ที่โคลอี้ยัดใส่กระเป๋าให้เรานี่นา”              

ขาดคำอารดาก็โน้มตัววางรองเท้าคู่สวยลงบนพื้นถนน แล้วล้วงขวดน้ำเปล่าออกมาจากกระเป๋า ก่อนจะดื่มและล้างหน้ามันเสียตรงนั้น ความเย็นของน้ำทำให้เธอตาสว่างและหายมึนหัวไปได้มากเลยทีเดียว จากนั้นเจ้าของร่างแน่งน้อยก็ก้มลงเก็บรองเท้ามาถือไว้ในมืออีกครา                                        

อึดใจต่อมาหูก็แว่วได้ยินเสียงฝีเท้าถี่ๆ มุ่งตรงมาทางนี้ ทันใดนั้นผู้ที่เพิ่งถอดเสื้อแจ็คเก็ตยัดลงถังขยะก็วิ่งมาชนเธอเข้าอย่างจัง ส่งผลให้ร่างบอบบางเสียหลักพุ่งไปด้านหน้า

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • จอมโอหังเผด็จรัก   ตอนพิเศษ ก๊วนจอมวายร้ายตัวจิ๋ว (125%)

    “เอ่อ…ไม่จ้ะ ลูกมาขอนอนด้วย” เมื่อโดนเมียรักคาดคั้นเดเรคก็สารภาพออกมาอย่างไม่คิดจะปิดบัง เพราะกลัวแม่ยอดรักจะทำแง่งอนจนไม่ยอมให้เขานอนกอด“แล้วทำไมไม่ให้ลูกเข้ามานอนด้วยล่ะคะ เตียงเราออกจะกว้าง” คุณแม่จอมแสบทำหน้ายุ่งไม่ต่างจากลูกชายเมื่อสักครู่เท่าไร่นัก จนเขาต้องบีบจมูกรั้นอย่างมันเขี้ยว “ที่รักไม่ต้องห่วงหรอกจ้ะ เด็กๆ ไปนอนแล้ว ส่วนเราสองคนก็อย่ามัวแต่คุยกันอยู่เลย นอนดีกว่านะเมียจ๋า” ขาดคำเขาก็ตั้งท่าจะรวบร่างอรชรเข้าสู่อ้อมอก ทว่าเธอกลับขยับกายหนีเสียก่อน “ไม่ต้องมาทำเฉไฉเลยนะคะ บอกดาด้ามาซะดีๆ ว่าทำไมเจ้าสามแสบถึงยอมไปนอนง่ายๆ คุณแอบไปตกลงอะไรกับลูกไว้หรือเปล่า” หญิงสาวถามเสียงเรียบ พร้อมหรี่ตาอย่างจับพิรุธคุณสามี “ทำไมถึงขี้สงสัยจังนะเมียเรา” พ่อหนุ่มกะล่อนเย้าเสียงกลั้วหัวเราะ“ถ้าไม่อยากให้สงสัย ก็ไขข้อข้องใจมาสิคะ” เสียงหวานสวนกลับทันควัน“คุณอยากรู้จริงๆ เหรอทูนหัว ว่าผมไปตกลงอะไรกับลูกไว้” คนเจ้าเล่ห์เลิกคิ้วเป็นเชิงถาม ในใจก็ได้แต่แอบกระหยิ่มยิ้มย่องเพราะเมียรักกำลังจะหลงกล เขาคิดไม่ผิดเลยจริงๆ ที่ทำเป็นบ่ายเบี่ยงไม่ยอมเล่าความจริงให้เธอฟัง และทำเป็นเหมือนไม่สลักสำค

  • จอมโอหังเผด็จรัก   ตอนพิเศษ ก๊วนจอมวายร้ายตัวจิ๋ว (100%)

    “มารบกวนดึกๆ ดื่นๆ ขนาดนี้อยากตายหรือไงฮะ!” ทันทีที่แง้มประตูออก เดเรคก็เค้นเสียงกระด้างลอดไรฟันด้วยความหงุดหงิดสุดฤทธิ์ ก่อนจะอ้าปากค้างเมื่อเห็นผู้ที่กล้ามากวนใจในยามวิกาล “เรานอนไม่หลับ!” สามวายร้ายตัวจิ๋วต่างพร้อมใจกันตอบโต้ผู้เป็นพ่อด้วยประโยคเหมือนกันเปี๊ยบ สมแล้วที่เป็นฝาแฝดซึ่งคลานจากท้องแม่ในเวลาไล่เลี่ยกันไม่กี่นาที คุณพ่อลูกสี่ทำหน้าเมื่อย พร้อมพ่นลมหายใจออกมาด้วยความเอือมระอา เพราะนี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่เจ้าแฝดนรกทั้งสามบุกเข้าห้องนอนของเขากับภรรยาสุดที่รักในยามวิกาล ดีที่ลูกชายคนเล็กยังไม่ประสีประสา ไม่งั้นคงคลานลงจากเตียงมาร่วมผสมโรงกับพวกพี่ชายตัวแสบด้วย“นอนไม่หลับก็ต้องนอน เด็กไม่ควรนอนดึกรู้ไหมไอ้สามทหารเสือ” ผู้เป็นพ่อก้าวขาออกไปเผชิญหน้ากับลูกๆ แล้วค่อยๆ งับประตูลงอย่างเบามือ เพราะเกรงว่าตนกับลูกจะเป็นสาเหตุให้แม่ยอดยาหยีตื่น“เราไม่ใช่เด็ก” พี่ชายคนโตเงยหน้าเถียงคอเป็นเอ็น ก่อนที่ดีแลนและดันแคนจะผสมโรงอย่างชวนปวดหัว “ใช่ เราเป็นหนุ่มแล้ว แถมยังหล่อมากด้วย” “และที่สำคัญเราสามคนมีแฟนแล้วด้วย” ประโยคสุดท้ายนี่ถ้ามารดามาได้ยินคงแทบจะเป็นลมกับความก๋ากั่นของเจ้าลูกชา

  • จอมโอหังเผด็จรัก   ตอนพิเศษ ก๊วนจอมวายร้ายตัวจิ๋ว (75%)

    “งั้นป้าฝากน้องด้วยนะลูก” โคลอี้กล่าวอย่างยิ้มๆ “ครับผม” ดันแคนพยักหน้ารับคำอย่างแข็งขัน ก่อนจะหันไปหานางฟ้าตัวน้อย แล้วก็ต้องฉุนกึก เมื่อแม่หนูแองจี้เดินเข้าไปกอดขาแพนเตอร์ด้วยท่าทางสนิทสนม “แพนเตอร์จ๋า อุ้มๆ” สาวน้อยเงยหน้าทำตาแป๋ว พร้อมเอื้อนเอ่ยออดอ้อนเสียงอ่อนเสียงหวาน จนพ่อหนุ่มมาดขรึมอย่างแพนเตอร์ต้องใจอ่อนยวบ “ช่างอ้อนจริงๆ เลยนะเรา” เสียงห้าวที่เริ่มแตกเนื้อหนุ่มเย้า ขณะเขี่ยแก้มยุ้ยของสาวน้อยอย่างมันเขี้ยว เรียกเสียงหัวเราะคิกคักด้วยความชอบใจจากอีกฝ่าย จากนั้นก็ย่อตัวลงอุ้มร่างจ้ำม่ำไว้ในวงแขน ส่วนอาลาเล่ก็ได้แต่ทำหน้าล้อเลียนพี่ชาย เพราะรู้ดีว่าอีกฝ่ายกำลังคิดอะไรอยู่ ก่อนจะหันไปทางคู่ปรับตลอดกาล “กินแห้วอีกแล้วล่ะสิ” อาลาเล่ทำหน้าเย้ยๆ ใส่ดันแคน ทำเอาอีกฝ่ายถึงกับรวบมือน้อยกำเป็นหมัดแนบลำตัว ทว่าพยายามไม่แสดงท่าทีใดๆ ออกมาทางสีหน้าและแววตา “อะไร กินแห้วอะไร แองจี้ยังไม่ได้เลือกใครเสียหน่อย” ดันแคนทำเสียงสูงกลบเกลื่อนความอับอายระคนหงุดหงิด เพราะยังไม่ทันจะเริ่มจีบก็เหมือนจะไม่สมหวังเสียแล้ว “งั้นฉันจะทำให้นายหมดหวังเร็วขึ้นก็แล้วกัน” อาลาเล่กล่าวอย่างร้ายกาจ

  • จอมโอหังเผด็จรัก   ตอนพิเศษ ก๊วนจอมวายร้ายตัวจิ๋ว (50%)

    “พี่แพนเตอร์! พี่อาลาเล่!” สามหนุ่มพากันร้องเสียงดังลั่นด้วยความยินดี แล้ววิ่งหน้าตั้งมาหาสองพี่น้องทายาทตระกูลโบลาโกนี ส่วนแดนนี่ที่ถูกพี่ๆ ทิ้งก็เดินเตาะแตะตามหลังมา พร้อมรอยยิ้มร่าประดับอยู่บนใบหน้าหล่อเหลาไม่ต่างจากพี่ชายทั้งสาม หลังจากทักทายแพนเตอร์ สามทหารเสือสุดแสบก็พากันกระโจนเข้าไปกอดอาลาเล่ จนเธอแทบหงายหลังล้ม แต่ยังดีที่มีพี่ชายพยุงร่างไว้เสียก่อน “หยุดกอดพี่ได้แล้ว พี่อึดอัด” เสียงหวานเอ่ยออกมาเบาๆ“นั่นสิวะ พวกนายสามคนหยุดกอดน้องสาวฉันเสียที” คนหวงน้องสาวทำเสียงเข้มติดจะห้วนออกคำสั่ง สีหน้าเรียบตึงด้วยความไม่ชอบใจ “แหม…กอดแค่นี้ทำเป็นหวงนะพี่ชาย” ดีแลนเบ้ปากอย่างนึกหมั่นไส้“นั่นสิ ทำหน้าดุอย่างกับว่าเราจะแย่งน้องสาวไปอย่างนั้นแหละ รู้หรอกน่าพี่ชายว่าหวงน้องสาวมากแค่ไหน” เดฟสัพยอกอย่างยิ้มๆ “อาลาเล่ ดันแคนขอจีบได้ไหม” อยู่ๆ ดันแคนก็โพล่งขึ้นกลางวงสนทนา อาลาเล่อ้าปากค้าง เพราะไม่นึกว่าคนที่ทำตัวเป็นไม้เบื่อไม้เมากับเธอมาตลอดจะมาจีบเอาซะดื้อๆ แถมยังพูดมันออกมาต่อหน้าทุกคนอีกต่างหาก “ดันแคน!” แพนเตอร์ตวาดลั่น ใบหน้าหล่อเหลาถมึงทึงด้วยความไม่สบอารมณ์สุดขีด เพร

  • จอมโอหังเผด็จรัก   ตอนพิเศษ ก๊วนจอมวายร้ายตัวจิ๋ว (25%)

    สองปีผ่านไปวันหยุดสุดสัปดาห์นี้ เดเรคพาเมียรักและลูกๆ มาพักผ่อนที่เกาะส่วนตัว โดยไม่ลืมชวนครอบครัวของฟรานเชเซียสกับทวิชา และครอบครัวของแมทธิวกับโคลอี้มาร่วมปาร์ตี้บาร์บีคิวริมหาดด้วย“มาช้านะพวก มัวแต่อ้อนเมียอยู่หรือไงวะ” เจ้าบ้านเอ่ยเป็นเชิงทักทาย พร้อมสัพยอกด้วยท่าทางครื้นเครงตามประสาพ่อหนุ่มขี้เล่นผู้มากอารมณ์ขัน “ก็อยากอ้อนอยู่หรอกนะ ถ้าเมียไม่ติดงาน นี่ก็พาเข้าไปเคลียร์งานก่อนมา ขนาดวันหยุดเมียฉันยังไม่เว้นเลยว่ะ” ฟรานเชเซียสหันไปมองยังเบื้องหลัง ครั้นเห็นทวิชามัวแต่ชี้ชวนลูกดูนั่นดูนี่ เขาก็บ่นอุบเป็นเชิงนินทาเมียรัก เรียกเสียงหัวเราะจากอีกฝ่ายได้เป็นอย่างดี “แล้วเมื่อไรแกจะให้เมียเลิกทำงานวะ”“จนกว่าจะเกษียณอายุโน่นแหละค่ะ นกถึงจะเลิกอาชีพตำรวจ” ยังไม่ทันที่คนถูกถามจะได้อ้าปากโต้ตอบ เสียงหวานก็ดังแทรกขึ้นเสียก่อน ทำให้เจ้าพ่อค้าอาวุธได้แต่ยักไหล่ ราวกับจะบอกเป็นนัยๆ ว่าแล้วแต่แม่เจ้าประคุณจะตัดสินใจเถอะ เพราะคนรักและเคารพเมียอย่างเขาไม่กล้าขัดใจเธออยู่แล้ว “สวัสดีครับคุณนก” เดเรคกล่าวทักทายภรรยาของเพื่อนรักด้วยท่าทางเป็นกันเอง“สวัสดีค่ะคุณเดเรค” ทวิชาเอ่ยพร้อมรอยยิ้ม ก

  • จอมโอหังเผด็จรัก   บทส่งท้าย เราจะไม่มีวันทิ้งกัน (200%)

    “ยินดีต้อนรับมาเป็นครอบครัวเดียวกันนะจ๊ะหนูดาด้า” หลังจากชื่นชมหลานชายทั้งสามจนหนำใจมาดามดาเลียก็หันมาพูดกับอารดาด้วยสีหน้าเปื้อนยิ้ม “ขอบคุณมากค่ะคุณป้า” เสียงหวานกล่าวด้วยความซาบซึ้งใจ “ว้าย! เรียกคุณป้าไม่ได้จ้ะ ต้องเรียกว่ามัม ไหนลองเรียกมัมสิลูก”“ขอบคุณมากค่ะมัม”“เรียกลุงว่าแด๊ดด้วยนะลูก” “ค่ะแด๊ด” ความว่าง่ายของสาวเจ้าทำให้คนแก่ทั้งคู่ต่างคลี่ยิ้มออกมาด้วยความพึงพอใจ“ยินดีต้อนรับเราสามคนด้วยนะหลานย่า” เจ้าของน้ำเสียงอ่อนหวานพูดกับหลานๆ ด้วยรอยยิ้มละมุนละไมที่อัดแน่นไปด้วยความอบอุ่น ขาดคำนางดาเลียก็อดที่จะก้มลงหอมแก้มหลานชายทั้งสามอีกครั้งไม่ได้ “ขอบคุณมากฮะคุณย่า ดันแคนรักคุณย่าที่สุดเลย” “ดีแลนก็รักคุณย่าที่สุดในโลก”“เดฟก็รักคุณย่ามากเหมือนกันครับ” ท่าทีแย่งกันประจบคุณย่าของเจ้าตัวแสบทั้งสามทำให้เดเรคและอารดาต่างพากันอมยิ้มด้วยความเอ็นดูระคนมันเขี้ยว “แล้วไม่รักปู่หรือไงหือ” นายแดเนียลเอ่ยเรียกร้องความสนใจจากหนุ่มน้อยทั้งสาม ครั้นได้ยินดังนั้นสามศรีพี่น้องก็ต่างแจ้นไปซบอกกว้างของคุณปู่อย่างประจบเอาใจ แล้วส่งเสียงเจื้อยแจ้วแย่งกันบอกรักผู้เป็นปู่ เรียกเ

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status