Accueil / โรแมนติก / จะรักหรือจะร้าย / จะรักหรือจะร้าย | EPISODE 1 | คราม

Partager

จะรักหรือจะร้าย | EPISODE 1 | คราม

Auteur: ACHICHI
last update Date de publication: 2025-04-14 20:05:26

EPISODE 1

คราม

            หนึ่งเดือนก่อนหน้า

         ก๊อก ก๊อก ก๊อก

            “คุณหยีคะ”

            “…”

            “คุณหยี”

            “…”

            ถ้าถามว่าอะไรเป็นบาปสูงสุดที่พึงจะเกิดขึ้นได้บนโลกใบนี้ สำหรับฉันแล้วคือการมารบกวนคนที่กำลังนอนอยู่นี่แหละ บาปขั้นสุดเลย!

            ขนาดว่าแกล้งทำเป็นหลับต่อ ไม่หือไม่อือ นอนคลุมโปงอยู่บนเตียงแบบที่เรียกได้ว่าซ้อมตาย ก็ดูเหมือนคนข้างนอกจะไม่สนใจ เสียงเปิดประตูดังขึ้นก่อนที่นาทีถัดมาผ้าห่มผืนหนาจะถูกดึงออกจากตัว

            “พี่ช้อย…”

            สุดท้ายแล้วฉันก็ต้องผุดตัวลุกขึ้นนั่งพึมพำเรียกชื่อคนที่มักจะชอบมารบกวนเวลาการนอนหลับพักผ่อนอันมีค่าของฉันเสมอ พี่ช้อยแม่บ้านสาวที่อายุห่างกันไม่มากนักกำลังพับผ้าห่มให้ ใบหน้าที่โบกแป้งพม่าเสียขาววอกแย้มยิ้มขบขันเมื่อเห็นว่าคนโดนปลุกแบบฉันกำลังทำสีหน้ายังไง

            “ขอหยีตื่นสายแบบไม่กวนสักวันไม่ได้เหรอ?”

            “นี่ไม่เรียกว่าสายนะคะคุณหยี ตอนนี้บ่ายสามแล้วค่ะ”

            “…”

            โอเค…

            พี่ช้อยเดินไปรูดผ้าม่านเปิดออก แสงแดดยามบ่ายสาดส่องเข้ามาจนคนที่ยังคงสะลึมสะลืออยู่บนเตียงแบบฉันต้องยกมือขึ้นมาป้องดวงตาเอาไว้

            “คุณนายให้มาตามค่ะ มีคนมาหาคุณหยี”

            “บ้านเราถังแตกแบบนี้ หยียังมีเพื่อนคบอยู่อีกเหรอ?” ฉันยกมือขึ้นลูบใบหน้าตั้งท่าจะทิ้งตัวลงนอนอีกรอบ แต่ประโยคถัดมาของคนที่กำลังยืนยิ้มมองอยู่กลับทำให้ต้องเบิกตาโต

            “คุณชิดจันทร์พาลูกชายมาพบคุณหยีค่ะ”

            “ฮะ!!”

            “หล่อมากเลยนะคะคุณหยี หน้างี้ยังกับดาราเกาหลี ตัวก็สูงยังกับนายแบบในทีวี…”

            “มะ… มากันรึยัง?”

            ฉันไม่สนใจท่าทางเคลิบเคลิ้มของพี่ช้อย ตาลีตาเหลือกกระโดดลงจากเตียงวิ่งไปเกาะขอบหน้าต่างมองออกไปหน้าบ้าน และมันก็เป็นจริงอย่างที่พี่ช้อยว่า ตอนนี้ในรั้วมีรถหรูไม่คุ้นตาจอดอยู่สองคัน ไม่ต้องเดาให้เสียเวลาเลยว่าคนที่กำลังรออยู่ข้างล่างคือใคร

            “แล้วทำไมแม่ไม่บอกก่อนเนี่ย? ดูสภาพหยีสิ!”

            “คุณนายบอกแล้วนะคะเมื่อวาน แต่ตอนนั้นคุณหยีเอาแต่กิน กับดูผู้ชายในทีวีค่ะ”

            “…”

            โอเค… ช่างมันก็ได้!

            ฉันขี้เกียจจะต่อปากต่อคำ แต่หันมาจัดการกับสภาพตัวเองทันที น้ำไม่จำเป็นต้องอาบเพราะไม่มีใครมาดม ตอนนี้แค่ล้างหน้าแปรงฟัน แต่งหน้า ทำผม แต่งตัวก็พอ…

            จะเจอหน้าว่าที่เจ้าบ่าวทั้งทีจะให้หัวกระเซิงลงไปเจอได้ยังไงกัน!

           

            หนึ่งชั่วโมงต่อมา

         ในที่สุดตอนนี้ฉันก็สลับร่างจากโหมดอยู่บ้านมาอยู่ในชุดเดรสประดับพลอยเทียมสุดอลังการที่ใส่ไปได้ครั้งเดียวเท่านั้นตอนที่ไปงานราตรีสโมสรกับแม่เมื่อปีก่อน เรือนผมสีแดงปล่อยสยายยาวถึงบั้นเอว

            ตอนแรกก็ไม่คิดว่าเวอร์เกินไปหรอก เพราะการนัดดูตัวกันก็น่าจะต้องเป็นอะไรที่จริงจังทั้งฉันเองก็เป็นพวกชอบแต่งตัวเยอะ ๆ อยู่แล้วเลยไม่ได้คิดอะไร

แต่พอเดินเข้ามาในห้องรับแขก คนที่อยู่ด้านในถึงกับหันมามองเป็นตาเดียว และฉันก็รู้สึกได้ว่าตัวเองไม่เข้าพวกขึ้นมาทันที เพราะแม่กับคุณป้าชิดจันทร์ซึ่งกำลังนั่งคุยกันด้วยสีหน้าเคร่งเครียดอยู่ที่โซฟาสวมใส่เพียงชุดลำลองผ้าฝ้ายบางเบาเท่านั้น ไม่ได้ทำทรงผมตีกะบังแบบที่ฉันจินตนาการ…

“สะ… สวัสดีค่ะคุณป้า”

“หยีจะไปไหนเหรอลูก?”

“…”

ฉันไม่สามารถตอบคำถามนั้นได้ ทำเพียงแค่เดินยิ้มแล้วเข้าไปหาเท่านั้น ในห้องรับแขกมีเพียงแค่ท่านสองคน ไม่ยักเห็นหน้าคนที่รอคอยจะได้เจอกันอีกครั้งอย่างเฮียคราม

แต่ไม่ทันที่จะได้เอ่ยปากถามถึงคนที่ว่า ก็ได้ยินเสียงเปิดปิดประตูบ้านดังขึ้นทางด้านหลัง พอหันกลับไปมองก็ได้รับคำตอบที่ต้องการเมื่อร่างสูงโปร่งเดินเข้ามา

เห็นแค่นั้นฉันก็รู้สึกเหมือนกับว่าตัวเองคล้ายจะเป็นลมล้มลงไปกอง เพราะว่าที่เจ้าบ่าว... ตัวจริงหล่อจัดแบบที่ทำเอาหูอื้อตาลายละสายตาแทบไม่ได้ หัวใจเต้นตึกตักขึ้นมาทั้งอย่างนั้น เพราะคลั่งไคล้คนหล่อเป็นทุนเดิม ทำให้ตอนนี้สมองสั่งการอะไรแทบไม่ได้เลย

จนกระทั่ง… เขาเดินมาหยุดยืนตรงหน้า…

เฮียครามมีสีหน้านิ่งสนิทไม่แสดงอารมณ์ใด ๆ สบตากันอยู่อึดใจก็หันไปมองคุณป้ากับคุณแม่ที่ยังคงนั่งกันอยู่ที่เดิม

“มีของมาส่งครับ ผมอยู่นอกรั้วพอดีเลยรับเอาไว้ให้…”

            เจ้าตัวไม่พูดเปล่าแต่ยกกล่องพัสดุในมือขึ้นเล็กน้อย และตอนนั้นเองที่ฉันเบิกตาโตจ้องจ่าหน้าที่แปะสัญลักษณ์อะไรบางอย่างของทางร้านค้าเอาไว้ เกือบจะสำลักลมหายใจตัวเองตายเมื่อได้เห็นว่าไอ้พัสดุที่ว่านั่นคืออะไร

            คนตรงหน้าหันมองกลับมาสบตากันอีกครั้งก่อนจะยื่นกล่องมาให้โดยไม่คิดจะถามสักคำว่ามันเป็นของใคร และประโยคต่อมาของเขาก็ทำเอาฉันอับอายร้อนผ่าวไปทั้งตัว

            “เห็นชื่อจ่าหน้ามาว่ายาหยี”

            “…”

            “บ้านนี้คงจะมียาหยีแค่คนเดียว…”

            “พี่ช้อย!”

            ฉันหลับหูหลับตาร้องลั่นทำเป็นไม่ได้ยินสิ่งที่เขาพูด คว้าเอากล่องนั่นมาถือไว้ พอพี่ช้อยเดินเข้ามาใกล้ระยะที่สามารถส่งต่อได้ ก็รีบยื่นไปให้ทันที…

            “อะไรคะคุณหยี? สั่งมาอีกแล้วเหรอคะ?”

            “สะ… สั่งมาอีกแล้วบ้าอะไรกันพี่ช้อย”

            “ก็นี่…”

            “ของพี่ช้อยนั่นแหละ ที่ฝากหยีสั่งไง”

            “?”

            “ช่างมันเถอะ! เอาเป็นว่ามันคือของที่พี่ช้อยฝากหยีสั่งมา”

            ฉันพยายามส่งสัญญาณบอกให้แม่บ้านคนสนิทรู้ว่าตอนนี้ตัวฉันกำลังตกอยู่ในสถานการณ์ยากลำบาก พี่ช้อยจ้องมองกล่องที่มีสัญลักษณ์ร้านค้าซึ่งระบุชัดเจนว่าเป็นสินค้าประเภทสิบแปดบวกอยู่อึดใจ โชคยังดีในที่สุดก็ถึงบางอ้อสักที เมื่อเงยหน้าขึ้นมาเห็นว่าเฮียครามกำลังยืนจ้องอยู่

            “ของพี่ก็ได้ค่ะ”

            “!!!”

            และไอ้คำว่า ‘…ก็ได้’ ของพี่ช้อยก็ทำให้ฉันดูแย่หนักกว่าเดิม เจ้าตัวเดินจากไปแล้วพร้อมรอยยิ้มพิมพ์ใจที่ส่งต่อให้หนุ่มหล่อ

            เฮียครามมองหน้าฉันอยู่อึดใจไม่ได้พูดอะไรต่อ ทำเพียงแค่เดินผ่านไปหาผู้ใหญ่สองคนในห้อง ปล่อยให้ฉันยืนกล้ำกลืนความรู้สึกอับอายขายขี้หน้าอยู่นานเกือบนาที

            ใช่… ฉันเป็นคนสั่งของแบบนั้นมาเอง แต่มันก็มีเหตุผล… หากจะต้องให้อธิบายคงจะยาว และทำให้ตัวเองดูแย่หนักกว่าเก่า สุดท้ายก็ได้แต่เลยตามเลย

            ช่างเจอกันได้น่าประทับใจจริง ๆ

            ยี่สิบนาทีต่อมา

ฉันนั่งนิ่งมองจานอาหารตรงหน้าที่ตอนนี้แทบจะเรียกได้ว่าสะอาดสะอ้าน มือสองข้างประสานกันไว้บนตัก เสียงคุณป้ากับแม่กำลังปรึกษาเรื่องงานแต่งงานที่จะจัดขึ้นในเร็ววัน เราทั้งหมดย้ายเข้ามาอยู่ในห้องอาหารเพื่อเตรียมกินข้าวเย็น

คงจะมีแค่ฉันที่ยังคงพูดไม่ออกกับเหตุการณ์เมื่อครู่ก่อน กับอีกคนที่กำลังทำหน้าบอกบุญไม่รับอย่างปิดไม่มิดเมื่อการสนทนาระหว่างผู้ใหญ่ทำท่าจะลากยาวอีกเป็นชั่วโมง

            เฮียครามว่าที่เจ้าบ่าวของฉันซึ่งเราเคยเจอหน้ากันเมื่อตอนเด็ก ตอนนี้กลายเป็นคนไม่รู้จักกันไปเสียแล้ว ฉันค่อนข้างมั่นใจว่าเฮียจำฉันไม่ได้แน่… เขาไม่ใช่คนประเภทที่จดจำอะไรใครได้หรอก…

            เรียวคิ้วเข้มตัดกับผิวขาวขมวดเข้าหากันไม่คลาย ยิ่งเวลาผ่านไปนานเท่าไร เจ้าตัวก็ยิ่งมีสีหน้าเบื่อหนักมากขึ้นเท่านั้น ดวงหน้าคมคายสะอาดเกลี้ยงเกลาเอาแต่พ่นลมหายใจทุกครั้งที่เราบังเอิญสบตากัน

            อาจเป็นเพราะฉันเอาแต่มอง… มองหน้าหล่อ ๆ นั่นไม่หยุดมาสักพักแล้ว…

         เฮียดูหล่อเหลายิ่งกว่าในรูปที่ได้เห็นเมื่อเดือนก่อนเสียอีก นัยน์ตาสีดำเหมือนรัตติกาลที่แค่สบตาก็รู้สึกหัวใจกระตุกวูบ โครงหน้าชัดเรียวสวยได้รูป จมูกโด่ง ปากหยักลึก สันกรามสวย ทั้งยังมีผิวขาวสะอาดตาแบบผู้ดีมีอันจะกิน เรือนผมสีดำสนิทยาวระต้นคอ ใบหูมีจิวเจาะเรียงเป็นแพแบบนั้นทำให้ดูแบดขึ้นมานิด ๆ ทว่าก็ยังดูดี และแม้ท่าทางจะดูเป็นคนขี้รำคาญไปหน่อย แต่องค์ประกอบโดยรวมของคนตรงหน้าก็ดูเพอร์เฟกต์อย่างไม่น่าเชื่อ

            เอาตรง ๆ ก็คือโคตรหล่อเลย…

         คงเป็นเพราะฉันเอาแต่มอง เจ้าตัวก็เลยจ้องกลับบ้าง แต่สายตาที่มองกันกลับไร้ซึ่งความพิศวาสใด ๆ เรียวคิ้วเข้มเลื่อนเข้าหากันเพราะคงเพิ่งได้สังเกตเห็นว่าฉันอยู่ในชุดหรูหราหมาเห่าแค่ไหน ทั้งยังแต่งหน้าจัดเต็มชนิดที่อีกนิดเดียวคงไปออกงานสมาคมได้

            โอเค… ถึงตรงนี้ฉันก็เริ่มจะรู้สึกเสียเซลฟ์นิด ๆ แล้วนะ…

            หลังจากที่เรานั่งจ้องกันไปจ้องกันมานานหลายนาที เฮียครามก็ดูเหมือนจะหมดความอดทน ร่างสูงผุดตัวลุกขึ้นยืนกะทันหันทำเอาเราสามคนที่เหลือเงยหน้าขึ้นมองพร้อมกัน

            “จะไปไหน?” คุณป้าชิดจันทร์ทำเสียงดุ ๆ ใส่ลูกชายตัวเองที่สีหน้าไม่ได้สลดลงเลยสักนิด

            “เพื่อนตาม นัดกับพวกมันไว้”

            “คราม…”

            คุณป้าส่งสายตาปรามลูกชายตัวเองท่าทางเคร่งเครียด ฉันกับแม่หันมองหน้ากันเองเพราะข้ออ้างประหลาดเหลือแสนนั่น ทั้งที่เขาก็ไม่ได้เล่นโทรศัพท์เลยสักนิด ใครจะมาตามได้ตอนไหนกัน

            “นั่งลง”

            “ต้องไปแล้วแม่” เฮียครามไม่พูดเปล่าแต่คว้าโทรศัพท์ยัดใส่กระเป๋ากางเกง พร้อมกันก็ยกมือไหว้แม่ฉันซึ่งทำได้เพียงแค่ยิ้มรับเท่านั้น “ลาละครับคุณน้า เจอกันที่งานแต่งนะครับ”

            “คราม…” น้ำเสียงของคุณป้าชิดจันทร์เริ่มจะมีน้ำโหขึ้นนิด ๆ เมื่อเห็นว่าลูกชายตัวเองตั้งท่าจะไปจริงอย่างปากว่า

            “ไม่เป็นไรหรอกค่ะคุณพี่ ให้ตาครามเขาไปเถอะ คงจะเบื่อบรรยากาศแบบนี้กระมัง” แม่ฉันรีบห้ามทัพ

            “ขอบคุณนะครับคุณน้า”

            “ให้น้องเดินไปส่งนะลูก” แม่ฉันไม่พูดเปล่าแต่รีบหันมาสั่งทางสายตา

            “ยะ… หยีไปส่งค่ะ”

            “…”

            หลังจากรอเฮียครามร่ำลาคนอื่นเสร็จ เราทั้งคู่ก็เดินออกมาด้านนอก คนที่เดินนำอยู่ด้านหน้าหยุดชะงักลงที่หน้าประตูทางเข้าก่อนจะหันมองกลับมา

            “เรื่องแต่งงาน…”

            “…”

            “ถ้าทุกอย่างลงตัวแล้ว จะหย่าเมื่อไรก็บอกมาได้ เฮียไม่ซี…”

            “!!!”

            ฉันถึงกับเบิกตาโตจ้องใบหน้านิ่งสนิทของเขาที่ไม่คิดว่าจะพูดเรื่องหย่าออกมาตั้งแต่เจอกันครั้งแรกแบบนี้ และดูท่าจะเป็นแค่ประโยคบอกเล่าเท่านั้น คนพูดไม่ได้รอฟังคำตอบแต่เดินจากไปแบบที่ไม่คิดจะหันมองกลับมา

            ดูเหมือนว่า… ชีวิตการแต่งงานของฉันจะไม่ได้โรยไปด้วยกลีบกุหลาบอย่างที่หวังจะให้เป็น ซ้ำยังทำท่าจะเละตุ้มเป๊ะเป็นขี้

            ถึงเจ้าตัวจะเอ่ยเรื่องนั้นออกมา แต่บอกได้เลยว่า… หัวเด็ดตีนขาดยังไงฉันก็ไม่หย่าหรอก รอดูได้เลย!

Continuez à lire ce livre gratuitement
Scanner le code pour télécharger l'application

Dernier chapitre

  • จะรักหรือจะร้าย   จะรักหรือจะร้าย | SPECIAL | EPISODE 3

    EPISODE 50ตอนพิเศษ 3 วันต่อมา ผมตื่นแล้ว… เพราะเสียงรัวกดกริ่งดังไม่หยุดที่หน้าบ้านนั่น ให้เดาก็คงเป็นไอ้พริกกับไอ้รามนั่นแหละ แต่ต่อให้เสียงกริ่งจะดังแค่ไหนก็ดูเหมือนคนข้าง ๆ จะไม่ได้ยิน รู้อีกทีผมก็อุ้มหลานพาดบ่า ถือตะกร้าขวดนมเดินลงมาข้างล่าง สภาพสะลึมสะลือขีดสุดเพราะแทบไม่ได้หลับไม่ได้นอน นัยน์ตาต้องหรี่ลงเพราะแสงอาทิตย์จ้าในช่วงสายของวัน “สภาพน่ารักแบบนี้กูต้องอัดรูปใส่กรอบแล้วมั้ง” เสียงร่าเริงของไอ้ห่ารามดังขึ้น พร้อมกันมันก็รีบยกโทรศัพท์รัวถ่ายรูปยกใหญ่ “ยิ้มเป็นไงบ้าง?” พอประตูเปิด คนเป็นแม่รีบรับลูกต่อไป ท่าทางเป็นห่วง ผมส่งต่อตะกร้านมให้ไอ้ราม ก่อนจะยกฝ่ามือขึ้นลูบใบหน้าอย่างเหนื่อยอ่อน “ขี้ทั้งคืน มึงรีบพาไปหาหมอเลย” “โถ…” “แค่นี้นะ กูจะไปนอน” “ตอนเย็นมาแดกข้าวด้วย” เสียงไอ้รามยังคงดังต่อ ผมไม่ได้สนใจเพียงแค่หมุนตัวเดินกลับเข้าบ้าน โบกมือให้มันนิดหน่อยเท่านั้น พอขึ้นมาถึงห้องนอนก็พบว่าหยีเหมือนจะเพิ่งตื่น หัวผงกขึ้นมองเล็กน้อย นัยน์ตาใสปรือมองก่อนจะตบที่นอน

  • จะรักหรือจะร้าย   จะรักหรือจะร้าย | SPECIAL | EPISODE 2

    EPISODE 49ตอนพิเศษ 2 หลายชั่วโมงต่อมา “เฮียชงนมเสร็จรึยัง?” “แป๊บ” “ยิ้มร้องไม่หยุดเลยทำไงดี?” “เดี๋ยวเฮียอุ้มเอง หยีไปอาบน้ำได้แล้ว” “ไม่เอาอะ” ผมเดินกลับมาหาคนที่กำลังยืนอุ้มหนูยิ้มพาดบ่า เสียงร้องไห้โยเยดังมาได้ร่วมชั่วโมงแล้วแบบไม่มีพัก ไม่รู้เหมือนกันว่าทำไมยิ้มถึงได้ร้องไม่หยุดแบบนี้ แต่จะให้โทรไปบอกให้พริกก็ไม่ได้อีก เดี๋ยวแม่งไม่เป็นอันทำห่าอะไรกันพอดี หยีไม่ยอมให้เอายิ้มมา กลับเดินหนีไปอีกทาง วางร่างเล็กของหลานไว้บนเตียงก่อนจะป้อนนมเข้าปากเล็กนั่น และพอได้จับขวดนม นัยน์ตาใสแป๋วที่เมื่อครู่มีน้ำตาคลอก็ชะงักเงียบไป มืออ้วนป้อมจับขวดนมถือเอง พลิกตัวไปทางเมื่อได้ในสิ่งที่ต้องการแล้ว ผมเม้มปากกลั้นยิ้ม ยกแขนขึ้นปาดเหงื่อ แม้ว่าในห้องจะเปิดแอร์จนเย็นฉ่ำแต่เพราะสถานการณ์เมื่อครู่ทำให้แอบเหนื่อยไม่น้อย ทั้งที่ปกติหนูยิ้มเป็นเด็กที่ไม่ค่อยร้อง แต่อาจจะเป็นเพราะห่างพ่อห่างแม่ทำให้เกิดอาการร้องไม่หยุดแบบนี้ ก็เด็กนั่นแหละ แถมเป็นหลานผมด้วย จะบอกว่ารักเหมือนลูกตัวเองก็คงไม่ผิดนัก

  • จะรักหรือจะร้าย   จะรักหรือจะร้าย | SPECIAL | EPISODE 1

    EPISODE 48ตอนพิเศษ 1 KRAM TALKS เวลาผ่านเลยไปก็หลายเดือน ทุกอย่างดูสงบสุขดี เว้นก็แต่… หยีไม่ยอมกินข้าวเลย เอาแต่ทำงาน ซ้ำยังไม่มีเวลาให้คนเป็นสามีแบบผมด้วย และใช่… มันน่าหงุดหงิด อยากจะจับมาฟัดสักทีสองที บรรยากาศในบ้านช่วงบ่ายอ่อน ๆ ที่แสนจะเงียบเชียบ มีเสียง ‘ต๊อกแต๊ก ๆ’ ดังอยู่เหมือนเช่นทุกวัน ต่อให้ผมเดินผ่าน หรือเปิดประตูบ้านเข้ามา คนที่กำลังนั่งห่อตัวอยู่ในผ้าห่มผืนหนา ใส่แว่นตาทรงโต ในรูจมูกข้างหนึ่งมียาดมเสียบเอาไว้ ก็ไม่ได้มีทีท่าว่าจะหันมาสนใจกันเลยแม้แต่นิด ช่วงนี้หยีจริงจังกับการเขียนนิยายมากจนผมไม่อยากจะไปกวน แต่บางทีมันก็แอบอยากอยู่ด้วย อยากชวนไปข้างนอก ไม่ก็ชวนหาอะไรทำ… เราไม่ได้เข้านอนพร้อมกันมาร่วมเดือนแล้ว และเรื่องพวกนั้นก็แทบไม่ได้ทำกันเลย เพราะน้องมันเอาแต่ทำงาน พอหัวถึงหมอนปุ๊บก็หลับเป็นตาย ใครแม่งจะไปกล้ากวน แต่เพราะระยะนี้เจ้าตัวออกจะอาการหนักเกินไปสักหน่อย ถึงขั้นไม่กินข้าวกินปลาเหมือนตอนก่อนนู้นสมัยที่เราย้ายมาอยู่ด้วยกันแรก ๆ ผมเลยตั้งใจว่าอาจจะต้องบังคับให้เมียหยุดทำงาน

  • จะรักหรือจะร้าย   จะรักหรือจะร้าย | EPISODE 47 | ก้าวไปข้างหน้า

    EPISODE 47ก้าวไปข้างหน้า หลายเดือนต่อมา “กรี๊ด!!!!!!” “อะไร…” “เฮีย! ตื่นมาดูนี่เร็ว!” “…” คนข้าง ๆ ยกหัวขึ้นมามองในตอนที่ฉันกำลังส่องหน้าจอโทรศัพท์ให้เขาดู มือไม้สั่นหนักจนเฮียครามต้องดึงไปดูเอาเอง คิ้วหนาเลื่อนเข้าหากันอย่างไม่เข้าใจจนฉันต้องดึงมันกลับมาดูอีกครั้ง ส่งเสียงวี้ดว้ายไปมาอย่างหยุดไม่อยู่ “เฮีย! นิยายของหยี… ได้ขึ้นหน้าหนึ่งขายดีแล้วนะ!!!” “อืม…” “เฮียอะ!! ไม่ดีใจหน่อยเหรอ?” “ดีใจดิ” “เฮียดูสิ ๆ ๆ หยีตื่นเต้นอะ!” “ใจเย็น” คนข้าง ๆ ขยับตัวลุกขึ้นนั่งหัวเราะออกมาเบา ๆ ดึงเอาตัวฉันไปกอดจูบลงบนเรือนผมกันสองสามที ถึงจะไม่ได้แสดงอาการดีอกดีใจได้มากไปกว่านี้ แต่แค่นี้สำหรับคนแบบเฮียแล้วก็ถือว่าโอเค… และใช่… หลังจากที่ฉันตั้งอกตั้งใจเขียนนิยายต่อเนื่องกันอยู่หลายเดือนแบบที่เรียกได้ว่าข้าวปลาไม่สนใจจะกิน ตอนนี้ก็ราวกับว่าความพยายามนั้นสัมฤทธิ์ผลเข้าให้แล้ว การตั้งตารอให้นิยายที่ตัวเองเขียนขึ้นหน้าขายดีของ

  • จะรักหรือจะร้าย   จะรักหรือจะร้าย | EPISODE 46 | งานเลี้ยงย่อมมีวันเลิกรา

    EPISODE 46งานเลี้ยงย่อมมีวันเลิกรา ฉันยังคงนั่งนิ่ง พยายามเก็บอาการตระหนกตกใจเอาไว้ไม่ให้ผิดสังเกต คนข้าง ๆ กำลังทำเป็นส่งยิ้มให้คนอื่น ๆ แบบที่ก็ไม่คิดเหมือนกันว่าเฮียจะฝืนใจตัวเองทำแบบนี้ได้ลง แต่ก็อย่างที่เห็นว่าเขากำลังทำ “เฮียทำไรอะ?” พอเห็นว่าอีกสามคนไม่ได้มองอยู่ ฉันก็รีบกระซิบถามทันที เฮียครามไหวไหล่เล็กน้อยราวกับไม่ใช่เรื่องใหญ่อะไร “แค่มาอยู่เป็นเพื่อนหยีไง” “ไม่เห็นต้องทำขนาดนี้เลย” “บอกแล้วไงว่าเป็นของขวัญ” “แต่…” “ไม่เป็นไร… เฮียตั้งใจจะช่วยเด็ก ๆ อยู่แล้ว” คนข้าง ๆ ยิ้มใจดี เลื่อนมือมากุมมือฉันไว้เมื่อเห็นว่าฉันผู้ซึ่งได้รับความช่วยเหลือแบบที่ว่านี้ไม่ได้ยินดีอะไรนัก ดูก็รู้ว่าเฮียคงอยากจะช่วยทำให้ฉันหายเป็นกังวลในเรื่องสังคมป่วย ๆ นี่ และใช่… ฉันไม่เห็นด้วยที่เฮียจะทำถึงขนาดนี้ แต่ถ้าเขาพูดมางั้นว่าอยากช่วยน้อง ๆ ฉันจะไปทำอะไรได้ ก็แค่… ไม่คิดว่าเฮียจะเต็มใจมาจนถึงขั้นแต่งองค์ทรงเครื่องเบอร์นี้ “เอ… จริง ๆ ยิหวาคุ้นหน้าเฮียครามมากเลยนะคะ” เสียงคนตรงหน

  • จะรักหรือจะร้าย   จะรักหรือจะร้าย | EPISODE 45 | ครบรอบ

    EPISODE 45ครบรอบ หลายวันต่อมา ฉันกำลังแต่งตัวเตรียมไปงานเปิดตัวกระเป๋าอะไรสักอย่างนั่นของคุณส้มที่ลิลลี่พูดถึง ถึงใจจะไม่อยากไป แต่ด้วยความที่ไม่อยากจะเป็นคนเดียวที่ถูกนินทาก็เลยจำใจต้องไป เฮียครามเพิ่งกลับมาจากข้างนอก กำลังถอดเสื้อเชิ้ตโยนใส่ตะกร้า เท้าสะเอวมองมาเงียบ ๆ ตลอดหลายวันที่ผ่านมาฉันก็ไม่ได้พูดเรื่องนี้ให้เฮียฟังอีก ก็รู้อยู่หรอกว่าเขาไม่ชอบที่จะให้ฉันไปปั้นหน้าเข้าสังคมแบบนั้น แต่ถึงงั้นเจ้าตัวก็ไม่ได้ว่าอะไร แต่แน่นอนว่าก็ไม่ยอมไปด้วยอยู่ดี “หยีน่าจะกลับดึก ๆ หน่อย”ฉันว่าพลางใส่ต่างหูที่กลั้นใจซื้อมาเมื่อไม่กี่วันก่อน ที่บอกว่ากลั้นใจซื้อเพราะว่าระยะหลังมานี้ฉันไม่ได้มีเงินให้ใช้ฟุ่มเฟือยเหมือนเมื่อก่อน ถึงสถานการณ์ที่บ้านกำลังอยู่ในช่วงที่ดีขึ้นตามลำดับ แต่ฉันก็ไม่อยากจะไปรบกวนอะไรให้มากนัก อีกทั้งเฮียเองก็บังคับให้ใช้เงินเขา เพราะงั้นไอ้ของฟุ่มเฟือยนี่ก็คือเงินเก็บของฉันเองที่ได้จากการขายงานนั่นแหละ“สวยไหม?”หลังจากแต่งตัวเสร็จเรียบร้อยก็หันกลับไปหมุนตัวให้คนเป็นสามีดู เฮียที่ยังคงอยู่ในสภาวะหน้านิ่งชำเลืองข

  • จะรักหรือจะร้าย   จะรักหรือจะร้าย | EPISODE 14 | ง้อเมีย

    EPISODE 14ง้อเมีย02.00 น. ทุกคนเข้านอนกันหมดแล้ว เหลือไว้แค่เศษซากอารยธรรมที่ค่อยมาตามเก็บกันตอนเช้า ฉันที่เพิ่งจะตื่นนอนได้ไม่กี่ชั่วโมงกำลังนั่งนิ่งจ้องหน้าจอโน้ตบุ๊กอยู่ในเต็นท์แค่คนเดียวมาได้เกือบครึ่งชั่วโมงแล้วก็ยังไม่ได้เริ่มพิมพ์งานเลยสักตัว ทุกคนนอนกันที่เต็นท์ข้า

  • จะรักหรือจะร้าย   จะรักหรือจะร้าย | EPISODE 8 | ใจเต้นแรง

    EPISODE 8ใจเต้นแรง วันต่อมา เพราะไม่อยากให้บรรยากาศในบ้านมันแย่ ฉันเลยตัดสินใจกลับมาทำตัวตามปกติ เฮียเองก็เหมือนจะรู้ตัวว่าสิ่งที่เขาพูดทำให้ฉันเขวไปไม่น้อย แต่แทนที่จะตอกย้ำซ้ำเติมกัน ก็ยังดีที่มีความเห็นอกเห็นใจไม่พูดเรื่องเดิมออกมา เราสองคนกลับมาเป็นคู่ (พยาย

  • จะรักหรือจะร้าย   จะรักหรือจะร้าย | EPISODE 7 | ไม่อยากให้ความหวัง

    EPISODE 7ไม่อยากให้ความหวัง หลายชั่วโมงต่อมา ก็รู้หรอกว่าที่เขายอมพาออกไปข้างนอกเป็นเพราะไม่อยากให้ฉันนั่งสิงอยู่ที่หน้าจอโน้ตบุ๊กจนเกือบขิตเหมือนเมื่อวันก่อน แต่การแสดงออกของเจ้าตัวก็ยังคงเดิม ไม่ได้ว่าจะสนใจอะไรกันมาก ถ้าให้เดาเอาเองการที่เฮียทำดีด้วยก็อาจเป็นเพร

  • จะรักหรือจะร้าย   จะรักหรือจะร้าย | EPISODE 6 | ชายคาเดียวกัน 2

    EPISODE 6ชายคาเดียวกัน 2หนึ่งสัปดาห์ผ่านไปหนึ่งสัปดาห์ผ่านไปไวอย่างกับโกหก…ตอนนี้ฉันมีสามีเป็นตัวเป็นตน ทั้งยังย้ายมาอยู่บ้านหลังเดียวกันได้สัปดาห์เต็มแล้ว ถึงระหว่างเราจะไม่มีอะไรคืบหน้ามากไปกว่าการที่ฉันไปอ้อนจูบเขาก่อนนอนทุกคืน จนคนที่มีสีหน้าเบื่อโลกน่าจะเริ่มชินชา ซ้ำพักหลังจะไม่ขัดขืนแล้ว

Plus de chapitres
Découvrez et lisez de bons romans gratuitement
Accédez gratuitement à un grand nombre de bons romans sur GoodNovel. Téléchargez les livres que vous aimez et lisez où et quand vous voulez.
Lisez des livres gratuitement sur l'APP
Scanner le code pour lire sur l'application
DMCA.com Protection Status