Beranda / รักโบราณ / จันทราลิขิตรักชะตาข้ามภพ / บทที่1 ชะตาที่ไม่อาจหลีกเลี่ยง

Share

จันทราลิขิตรักชะตาข้ามภพ
จันทราลิขิตรักชะตาข้ามภพ
Penulis: Piggy-lonely

บทที่1 ชะตาที่ไม่อาจหลีกเลี่ยง

Penulis: Piggy-lonely
last update Tanggal publikasi: 2025-12-08 20:38:54

ลมหอบหนึ่งพัดผ่านกระจกบานกว้างของคฤหาสน์ตระกูลหลิน ราวกับต้องการเตือนให้หลินอันตั้งสติ แต่ทว่าความเจ็บร้าวที่กลางอกกลับทำให้เธอแทบหายใจไม่ออก เสียงพูดคุยคุ้นเคย—เสียงที่เธอไว้ใจที่สุดกลับทำให้โลกทั้งใบพังทลายลงอย่างไร้ชิ้นดี

“ดีเหมือนกันนะที่มันตายนั่นแหละ”

เสียงหัวเราะของ ไป๋เสวี่ยอัน เพื่อนสนิทที่เธอรักเหมือนพี่น้อง ดังลอดมาจากประตูที่แง้มไว้

“ก็เพราะแกนี่แหละ ถึงได้จัดการได้เนียนขนาดนั้น” ชายเสียงทุ้มตัวสูงที่เธอเคยเห็นเป็นคนดี—แฟนของเธอ—ตอบกลับ

หัวใจหลินอันเหมือนถูกฉีกออกเป็นเสี่ยงๆ เธอตั้งใจเพียงจะเอาของฝากมาให้เพื่อนหลังกลับจากต่างจังหวัด แต่กลับได้ยินสิ่งที่ไม่ควรได้ยินที่สุดในชีวิต

“หลินอัน…แค่ของเล่น ไม่มีประโยชน์อะไรสักอย่าง ใครจะไปทนคบกับผู้หญิงน่าเบื่อนั่นได้ล่ะ”

เสียงหัวเราะเหยียดหยันตามมา

มันคือเสียงของคนที่เคยบอกรักเธอ ขาเธออ่อนแรงจนแทบยืนไม่ไหว แต่ก็ยังยื้อประตูไว้ไม่ให้เปิดออก เธอรู้ดีว่าหากถูกพบตอนนี้ อะไรก็อาจเกิดขึ้นได้อีก

“อย่างน้อยเธอก็ตายไปแล้ว เรื่องมันก็จบสักที” ไป๋เสวี่ยอันพูดอย่างไม่รู้สึกผิดแม้แต่น้อย

“เอาจริง ๆ ฉันเคยอยากฆ่ามันตั้งแต่ปีที่แล้วด้วยซ้ำ รำคาญ!”

หลินอันตัวสั่นราวกับถูกโยนลงไปในน้ำแข็ง เธอเม้มริมฝีปากแน่น ตัวร้อนผ่าวตรงหัวตา ขณะที่เธอหันหลังเดินอย่างไร้จุดหมาย เสียงประตูเปิดดัง แอ๊ด…เธอรีบหลบหลังเสาก่อนที่ทั้งคู่จะเดินผ่านไป

ดวงตาที่เคยบริสุทธิ์สั่นไหวด้วยความเจ็บปวดแต่ตอนนั้นเอง—บางสิ่งที่เหมือนฟ้าลิขิตก็เกิดขึ้นเพราะในจังหวะที่เธอก้าวถอยหลังหนึ่งก้าวเธอสะดุดตกบันไดทั้งชั้น

ตุบ! ตุบ! ตุบ!

โลกมืดสนิทเสียงสุดท้ายในหู คือเสียงหัวเราะของทั้งคู่ที่ยืนมอง…ไม่ช่วย ไม่สน ไม่แม้แต่ตกใจ

---

🌗 ความว่างเปล่าหนึ่ง—ก่อนการเกิดใหม่

หลินอันลืมตาขึ้นพร้อมกลิ่นกำยานอ่อน ๆ ผนังไม้แกะลายมังกรโบราณ หน้าต่างทรงจีน และเสียงคนรับใช้ดังมาจากภายนอก

“คุณหนูหลินอัน ฟื้นแล้วหรือเพคะ!”

หลินอันเด้งตัวขึ้นนั่งด้วยความตกใจ นี่มัน…ห้องแบบนี้ เธอเคยเห็นในหนังจีนไม่—ไม่ใช่สิ มันคือ ฉากในนิยายเรื่องหนึ่ง นิยายที่เธอเคยอ่านก่อนตาย

เรื่องราวที่ตัวประกอบหญิงชื่อ “หลินอัน” ถูกครอบครัวทอดทิ้ง และถูกส่งไปเป็นตัวตายตัวแทน ไปแต่งงานกับองค์ชายที่เล่าลือว่าอัปลักษณ์และเลือดเย็น

เธอหันไปมองกระจกทองเหลืองอย่างไม่อยากเชื่อสายตาหญิงในกระจกคือเธอ แต่ในเวอร์ชันจีนโบราณ

“ขะ…ข้าอยู่ในนิยายงั้นหรือ”

หัวใจเธอเต้นแรง ร้อนผ่าว ความจริงหนึ่งถาโถมเข้ามา—เธอไม่ได้ตาย แต่หลุดเข้ามาในนิยายที่ตัวเองเคยอ่าน และสิ่งที่แย่ที่สุดคือ…ในนิยายต้นฉบับ ตัวละคร “หลินอัน” ตายในคืนแรกของการแต่งงาน เพราะองค์ชายที่ได้ชื่อว่า

“จันทราอัปลักษณ์ เย็นชา และไร้หัวใจ”

สั่งให้ประหารเธอ

---

🌙 ราชสารที่เปลี่ยนชะตา

ไม่ทันที่หลินอันจะตั้งตัวเสียงคนใช้ตะโกนหน้าบ้านก็ดังขึ้น

“ราชสำนักส่งราชสารถึงบ้านตระกูลหลิน!!”

ใจเธอร่วงวูบนี่มันฉากที่เธออ่านมาก่อนแล้ว…คนใช้เปิดม้วนราชสารประกาศเสียงดัง

“พระบัญชา! ให้สกุลหลินส่ง ‘คุณหนูหลินอัน’ เข้าวังไปเป็นพระชายาของ องค์ชายเยี่ยนหยาง องค์ชายจันทรา ในวันขึ้นสิบห้าเดือนหน้า!”

บิดาและแม่เลี้ยงของหลินอันยิ้มออกมาอย่างโล่งใจพวกเขา…รู้ว่าการส่งเธอไปเท่ากับกำจัดเธอทิ้งโดยไม่ต้องลงมือเอง

น้ำเสียงแม่เลี้ยงเยาะเย้ย

“อันอัน เจ้าควรดีใจนะ ได้เป็นพระชายาองค์ชายจันทราเชียวนะ ฮึ”

มันคือความดีใจที่ได้กำจัดเธอและเธอรู้ดีว่าจุดจบของตัวเองตามต้นเรื่องคือความตาย แต่แล้วสิ่งที่ทำให้หัวใจเธอหยุดเต้นไปหนึ่งจังหวะคือ—เสียงหัวเราะเย็นชาเบื้องหลังของเธอ ไป๋เสวี่ยอัน…คนที่ฆ่าเธอในโลกเดิมกำลังยืนอยู่หน้าประตูบ้านหลินพร้อมรอยยิ้มพอใจ

หญิงสาวในชุดจีนโบราณเช่นกันแต่แววตา—แววตาเดียวกับในโลกนั้นแววตาที่เคยแทงเธอจนตายเธอก็หลุดเข้ามาในนิยายนี้เช่นกัน

“ดีจังเลยนะ…อันอัน” ไป๋เสวี่ยอันยิ้มเหมือนงู

“ชาตินี้เจ้าคงไม่รอดเหมือนเดิมสินะ?”

หลินอันเม้มปากแน่นหัวใจเธอร้อนระอุชาติก่อนเธอหนีไม่พ้นแต่ชาตินี้—เธอจะไม่ใช่เหยื่ออีกต่อไปเสียงราชสารยังไม่ทันจางไป ดวงตาหญิงสาวเปล่งประกายแข็งกร้าวขึ้นเธอกำหมัดแน่น

“ชาตินี้…ข้าจะไม่ยอมตายง่าย ๆ อีกแล้ว”

ลมยามค่ำพัดแรงจนโคมไฟหน้าตำหนักสั่นไหว แสงสลัวทอดเงายาวบนพื้นหินเย็นเฉียบ หญิงสาวในชุดนักโทษสีหม่นถูกนำตัวมายังกระท่อมว่างแห่งหนึ่งชานเมือง—สถานที่ที่มีเพียงผู้แพ้ในเกมการเมืองเท่านั้นที่ถูกส่งมา

หลินอันถูกผลักเบา ๆ ให้อยู่กลางลาน เธอหายใจช้า พยายามไม่ให้ความหวาดกลัวปรากฏบนใบหน้า เสียงฝีเท้าเรียบหนักก้าวเข้ามาจากในความมืดชายผู้สวมชุดคลุมดำขลิบเงินเดินออกมา ใบหน้าเรียบนิ่ง ดวงตาคมเข้มราวกับกำลังมองทะลุทุกความลับของโลก

องค์ชายเยี่ยนหยางเขาหยุดยืนตรงหน้าเธอ—ไม่ใกล้ไม่ไกลแต่เพียงเท่านั้น ก็ทำให้หัวใจเธอเต้นรัวราวถูกกักไว้ในกำมือของเขา เยี่ยนหยางพูดเสียงเรียบ เงียบ แต่ชัดเจนจนลมหายใจของเธอสะดุด

“เจ้า…คือหลินอัน บุตรีแม่ทัพหลิน”

หลินอันค้อมศีรษะ แต่ไม่ก้มหนีสายตาของเขา

“เพคะ”

เขามองเธออยู่นาน—นานเสียจนเธอเริ่มไม่แน่ใจว่าควรหายใจเมื่อไรดวงตานั้นไม่ใช่ความเกลียดชังไม่ใช่การดูแคลนแต่เป็นสายตาที่อ่านทุกอย่างอย่างเงียบงัน…เย็นชา แต่ไม่ผลักไส

ในที่สุด เขาก็เอ่ยเบา ๆ

“เจ้ากำลังถูกคนทั้งวังตามฆ่า”

“เพราะข้า…เป็นคนเดียวที่พาเจ้าออกมาได้”

หลินอันเงยหน้าขึ้นช้า ๆ

“เหตุใดพระองค์ถึงช่วยหม่อมฉันเพคะ?”

เขาไม่ตอบเพียงเดินผ่านเธอไปทีละก้าวเมื่ออยู่ข้างหลังเธอ เสียงทุ้มเย็นก็เอ่ยขึ้นราวคำท้าทายที่ไร้อารมณ์ใด ๆ

“ถ้าอยากหนี…ก็หนีไปได้ ข้าไม่ห้าม”

“ประตูหลังเปิดอยู่ เจ้าจะเลือกชีวิตตัวเองก็ไม่ผิด”

หลินอันนิ่งงันลมพัดแรงจนเสื้อคลุมเธอสั่นถ้าเป็นใครคนอื่น—คงวิ่งทันทีไม่มีใครปฏิเสธเส้นทางรอดแต่นางกลับก้าวเท้าเดียว

แล้วหยุดยืนอยู่ที่เดิมเหมือนยึดพื้นหินเป็นส่วนหนึ่งของร่างกาย เยี่ยนหยางหยุดเดินหันหน้ากลับมามองเธอด้วยสายตาที่คราวนี้…มีประกายบางอย่างที่บอกไม่ถูก ไม่ใช่ประหลาดใจแต่เหมือนกำลังประเมินเธอใหม่ทั้งหมดหลินอันเงยหน้าขึ้นเสียงมั่นคงกว่าหัวใจของตนเอง

“หม่อมฉัน…ไม่หนีเพคะ”

ดวงตาคมกริบคู่นั้นค่อย ๆ หรี่ลงเล็กน้อยคล้ายยอมรับ คล้ายเอ็นดู คล้ายอะไรบางอย่างที่เขาเองก็ไม่ตั้งใจให้ปรากฏ เขาเดินกลับมาหยุดตรงหน้าเธออีกครั้งระยะที่ใกล้ขึ้นกว่าเดิมจนหลินอันต้องกลั้นหายใจ

“ทำไมไม่หนี?” เขาถามเสียงเย็น แต่เบากว่าครั้งแรก

“เพราะหม่อมฉันเชื่อว่า…พระองค์ช่วยหม่อมฉัน ไม่ใช่เพราะอยากเห็นหม่อมฉันตายเพคะ”

คราวนี้…เงียบไปนานกว่าเดิมนานจนลมหายใจของเธอแทบติดคอแล้วเยี่ยนหยางก็กล่าวเบา ๆ แต่หนักแน่น

“หลินอัน เจ้าจะเป็นปัญหาให้ข้าแน่ๆ”

เป็นคำที่ไม่ใช่คำชมแต่กลับทำให้หัวใจเธอสั่นเขาหันหลัง—แต่ไม่เดินหนีอีกทว่ากล่าวเหมือนเป็นคำสั่งที่ตัดสินชะตาเธอในวินาทีนั้น

“ตั้งแต่วันนี้ เจ้าอยู่กับข้า”

น้ำเสียงไม่มีอารมณ์ทว่า…ละเอียดอ่อนกว่าเดิมนิดหนึ่งราวกับยอมให้เธอก้าวเข้ามาในชีวิตเขาทีละก้าวโดยไม่รู้ตัว

หลินอันก้มศีรษะ

“เพคะ”

องค์ชายเยี่ยนหยางมองเพียงครู่ก่อนจะเดินนำเธอเข้าสู่ความมืดของคืน—คืนแรกที่ชะตาทั้งสองเริ่มผูกกันโดยไม่มีใครรู้หลังจากหลินอันกล่าวยืนยันหนักแน่นว่า “หม่อมฉันไม่ไปเพคะ”ลานหน้าตำหนักก็ตกอยู่ในความเงียบอึดอัดครู่หนึ่งเยี่ยนหยางยืนหันหลังให้เธอราวกับกำลังตัดสินใจบางอย่างแต่จริง ๆ แล้วในใจของเขากำลังโหมกระหน่ำอย่างประหลาด ทำไมสายตาของสตรีผู้นี้…ถึงคุ้นเคยนัก?

ยามหล่อนเงยหน้ามองเขาความกล้า ความตรงไปตรงมาแม้กระทั่งท่าทางเก็บแขนเสื้อเล็กน้อยขณะเดินขึ้นขั้นบันไดทุกอย่างช่าง—เหมือนเขาเคยเห็นมาก่อนอย่างไรอย่างนั้น แต่เขาไม่เคยพบหลินอันอย่างน้อย…ในชาตินี้เขาสูดลมหายใจสั่งคนคุมตำหนักสั้นๆ

“พานางไปยังเรือนรอง จัดคนดูแลให้เรียบร้อย”

ขณะที่องครักษ์ก้มหัวรับคำเยี่ยนหยางปรายตามองหลินอันอีกครั้งเป็นจังหวะเดียวกับที่ลมยามค่ำพัดผมเธอให้ปลิวเล็กน้อยและเธอ…ยกมือปัดผมทัดหูด้วยท่าที่เหมือนเขาเคยเห็นมานับพันครั้งหัวใจเขาสะดุดดึงสายตากลับทันทีอย่างไม่เข้าใจตัวเอง

---

🍂 ระหว่างทางไปเรือนรอง

หลินอันเดินผ่านลานด้านในที่ประดับด้วยโคมกระดาษสีแดงทุกก้าวเธอรู้สึกเหมือนมีสายตาหนึ่งจ้องตามเธออยู่ แต่พอหันกลับไป

องค์ชายเยี่ยนหยางก็ยืนเงียบใต้เงาเสาไม้ดวงตาคมลึกคู่นั้นจ้องมาที่เธอเหมือนไม่ตั้งใจแต่ไม่ปิดบัง

หลินอันยื่นคำนับ เขาไม่พูดอะไร แต่ไม่ละสายตาจนเธอเดินพ้นกำแพงไป

---

🌙 ภายในตำหนัก

คืนนั้น เยี่ยนหยางนั่งอยู่ในตำหนักอ่านบันทึกทางทหาร แต่สายตากลับเลื่อนจากตัวหนังสือไปยังประตูอย่างไร้เหตุผล ร่างสูงเอนหลังพิงเก้าอี้แนวคิ้วขมวดเล็กน้อย

เหตุใดจึงรู้สึกคล้าย…คุ้นกับนาง?

เหมือนเคยพูดกับนาง เคยยืนข้างนาง…แม้กระทั่งเคยนั่งมองสีหน้าเหล่านั้นมาก่อน?

เขาวางพู่กันลงยกนิ้วแตะขมับอย่างหงุดหงิดเป็นครั้งแรกในหลายปีที่ความคิดของเขาไม่เป็นระเบียบ

ร่างเงาของอวี้เสวียน ขันทีประจำตำหนักเดินเข้ามา

“องค์ชาย ทรงมิพักผ่อนหรือพ่ะย่ะค่ะ”

เยี่ยนหยางตอบเสียงเรียบแต่แฝงความครุ่นคิด

“สตรีผู้นั้น…แปลก”

อวี้เสวียนไหวตัว

“แปลก…ในทางใดพ่ะย่ะค่ะ?”

องค์ชายเงียบไปครู่หนึ่งก่อนตอบสั้นๆ อย่างที่แม้แต่ตนเองก็ไม่แน่ใจ

“รู้สึกเหมือนข้า…รู้จักนางมานานแล้ว”

อวี้เสวียนเบิกตา

“แต่องค์ชายเพิ่งพบคุณหนูหลินอันวันนี้—”

“ข้ารู้”

เขาตัดบททันทีเสียงเย็นขึ้นเล็กน้อยเพราะรำคาญตัวเองมากกว่าคนตรงหน้า เยี่ยนหยางลุกขึ้นยืนเดินไปยังหน้าต่างเปิดรับแสงจันทร์ลมเย็นพัดชุดยาวของเขาเบาๆ

ภาพหลินอันยืนบนลานเมื่อครู่ใบหน้าสว่างด้วยแสงโคมดวงตาเต็มไปด้วยความเชื่อใจที่ไร้เหตุผลลอยซ้อนขึ้นในหัวของเขา เขาสูดลมหายใจลึกพูดกับตัวเองมากกว่าขันที

“คงเพราะวันนี้ข้าเหนื่อย…จึงรู้สึกเพ้อเจ้อไปกระมัง”

แต่หัวใจกลับเต้นช้าลงไม่ได้ทุกครั้งที่คิดถึงเธอ

---

🍃 เรือนรอง — ในคืนนั้น

หลินอันเพิ่งอาบน้ำเสร็จผมยาวยังเปียกหมาดเธอเดินไปที่หน้าต่างเห็นเงาตำหนักองค์ชายอยู่ไกลๆ ไม่รู้เพราะเหตุใดแต่หัวใจก็เต้นแรง

“ท่าทางเขา…เปลี่ยนไปนิดหนึ่ง”

เธอพึมพำกับตัวเองใบหน้าแตะสีแดงอ่อนๆ โดยไม่รู้ตัวท่าทางขององค์ชายสายตาของเขาแม้จะเย็นชา แต่เหมือนมีบางอย่างซ่อนอยู่เหมือนว่าเขา…กำลังพยายามนึกให้ออกว่าเธอเป็นใคร

---

🌙 กลับไปที่ตำหนักองค์ชาย

เยี่ยนหยางลืมตาขึ้นอีกครั้งทั้งที่ควรหลับไปแล้วจู่ๆ ก็ลุกขึ้นมานั่งอย่างฉับพลันภาพหนึ่ง? ความรู้สึกหนึ่ง? หรือเสียง? บางอย่างแว้บเข้ามาในหัวโดยที่เขาควบคุมไม่ได้ เป็นภาพหญิงสาวคนหนึ่งที่หันมายิ้มให้เขา—ยิ้มแบบเดียวกับหลินอันตอนยืนหน้าลานตำหนักเขากัดฟันแน่นขมวดคิ้วเข้าหากัน

นี่มัน…อะไรกันแน่?

เขาไม่เคยเชื่อเรื่องชาติภพแต่ในคืนนี้ เขากลับฝันถึงหญิงที่เหมือนหลินอันไม่มีผิด แม้จะไม่เห็นหน้าอย่างชัดเจน แต่ความรู้สึก “คุ้นเคย” ก็ชัดเจนราวกับพายุพัด เยี่ยนหยางกระซิบเบา ๆ แม้ไม่มีใครได้ยิน

“เจ้ากลับมาทำให้ข้าวุ่นวายตั้งแต่วันแรกเลยหรือ…หลินอัน”

น้ำเสียงเย็นแต่แฝงความอบอุ่นบางอย่างที่เขาเองก็ไม่รู้ว่าตั้งแต่เมื่อไร

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • จันทราลิขิตรักชะตาข้ามภพ   บทที่23 คืนเข้าหอ

    เสียงกลองพิธีดังขึ้นก้องวังหลวง เช้าวันนี้ ลานพิธีแน่นขนัดไปด้วยขุนนาง ราชวงศ์ และแขกผู้มีเกียรติจากทั่วแคว้น นี่คือวันอภิเษกขององค์ชายทั้งสองก่อนพิธี — คู่เยี่ยนหมิงไป๋เสวี่ยอันยืนอยู่ข้างเยี่ยนหมิง นางแต่งกายสมฐานะพระชายา สีหน้าเรียบแต่แววตามั่นใจ“อีกไม่นาน หม่อมฉันก็จะเป็นชายาของพระองค์อย่างเป็นทางการแล้ว”นางเอ่ยเสียงต่ำ แฝงความหมาย“ต่อไป เราควรช่วยกันวางแผนเรื่องในวังหลังบ้างนะเพคะ”เยี่ยนหมิงปรายตามองนางแววตานั้นเย็นจัด…และคมกริบ“เจ้าอย่าคิดไกลเกินฐานะ”ไป๋เสวี่ยอันชะงัก “หม่อมฉันหมายความว่า—”“เจ้าคือผู้ถูกเลือกเพราะ เหมาะสม ไม่ใช่เพราะข้าต้องการ”เสียงเขาเรียบ แต่คำพูดกลับร้ายกาจ“อย่าสำคัญตัวผิด”ใบหน้าของไป๋เสวี่ยอันซีดลงทันที มือที่ซ่อนในแขนเสื้อกำแน่น“พระองค์ตรัสเช่นนี้…หมายความว่าอย่างไร”เยี่ยนหมิงก้มลงเล็กน้อย กระซิบใกล้หูอย่างไม่เกรงใจ“หมายความว่า ต่อให้เจ้าเป็นชายาของข้า ก็อย่าคิดว่าข้าจะปฏิบัติกับเจ้าเหมือนหญิงที่ข้ารัก”ดวงตาของไป๋เสวี่ยอันสั่นไหว ความไม่พอใจแล่นวาบขึ้นมาทันที“หม่อมฉันไม่ใช่ผู้หญิงไร้ค่า”เสียงนางแข็งขึ้น“พระองค์อย่าลืมว่า หากไม่มีหม่อมฉัน

  • จันทราลิขิตรักชะตาข้ามภพ   บทที่22 ความทรงจำวันวาน

    องค์ชายจันทราก้าวเข้าสู่ห้องทรงงานของจักรพรรดิในยามสาย แสงอาทิตย์ลอดผ่านฉากไม้แกะสลัก สาดลงบนโต๊ะทรงงานที่เต็มไปด้วยฎีกา“ลูกถวายบังคมเสด็จพ่อ”จักรพรรดิเงยหน้าขึ้นจากเอกสาร สีหน้าอ่อนลงเล็กน้อยเมื่อเห็นบุตรชายคนรอง“เข้ามานั่งเถิด วันนี้ไม่มีเรื่องสำคัญ แค่อยากคุยสัพเพเหระ”เยี่ยนหยางรับคำ ก่อนจะนั่งลงอย่างสำรวม บทสนทนาเริ่มต้นด้วยเรื่องทั่วไป—การจัดงานเลือกคู่ ความเรียบร้อยในวัง การศึกชายแดนที่สงบลง เขาตอบไปตามมารยาท แต่สายตากลับเผลอเหลือบไปยังชั้นวางด้านหลังจักรพรรดิ ตรงนั้น…มีกล่องไม้จันทน์ใบหนึ่งเปิดแง้มอยู่และในกล่องนั้น—มี ปิ่นปักผมสีเงินเรียบ ๆ ลายดอกเหมย หัวใจของเยี่ยนหยางกระตุกวูบอย่างไร้เหตุผล จักรพรรดิที่สังเกตเห็นสายตานั้นก็ถอนหายใจเบา ๆ“เจ้าเห็นมันแล้วสินะ”เยี่ยนหยางชะงัก “ปิ่นนั่นคือ…”จักรพรรดิเอื้อมมือไปหยิบปิ่นปักผมนั้นขึ้นมาปลายนิ้วที่เคยเด็ดขาดในสนามการเมือง กลับอ่อนโยนอย่างน่าประหลาด“ของมารดาเจ้า”คำตอบนั้นทำให้ห้องทั้งห้องเงียบลงเยี่ยนหยางไม่เคยเห็นสิ่งของของมารดามาก่อน ในความทรงจำของตัวละครนี้—นางจากไปเร็วเกินไปไร้คำอธิบาย ไร้พิธีใหญ่โต จักรพรรดิหัวเราะเบา ๆ

  • จันทราลิขิตรักชะตาข้ามภพ   บทที่21 องค์ชายผู้ถูกเลื่องลือ

    ค่ำคืนนั้นลมหนาวพัดแรงกว่าทุกคืน บ้านดินเผาหลังเล็กนอกเมืองหลวง ไฟในเตาหลอมยังไม่ดับช่างหลิวนั่งก้มหน้า ปั้นดินด้วยมือที่สั่นเล็กน้อย เขารู้สึกไม่ดีเหมือนมีสายตาจับจ้องอยู่ตลอดเวลาเสียง แกรก เบา ๆ ดังจากหลังคามช่างหลิวเงยหน้าหัวใจหล่นวูบมเงาดำร่อนลงอย่างเงียบเชียบมือหนึ่งจับมีด อีกมือกดผ้าปิดหน้า “ถึงเวลาแล้ว”เสียงแหบต่ำดังขึ้น “เจ้าน่าจะรู้ดีว่าเจ้าเคยทำอะไรไว้”ช่างหลิวถอยหลัง ชนชั้นวางเครื่องปั้นแตกกระจาย“ข้า—ข้าไม่ได้ทำอะไร!”เขาร้องเสียงสั่น “ข้าแค่ช่างปั้นธรรมดา!”เงาดำไม่ตอบมีดสะท้อนแสงไฟวาบเดียวแต่ในจังหวะที่คมมีดกำลังจะฟาดลง—ฉึก! เสียงโลหะปะทะกันดังสนั่นประกายไฟกระเด็นเงาดำชะงัก ร่างหนึ่งโผล่จากเงามืดด้านข้างสวมเสื้อผ้าธรรมดา หน้าปิดครึ่งหนึ่ง แต่ดวงตา… เย็นและคมราวจันทราในคืนมืด“ใครอนุญาตให้เจ้าลงมือในพื้นที่ของข้า”มือสังหารถอยเปลี่ยนท่าจู่โจมทันทีการต่อสู้เกิดขึ้นในพื้นที่แคบเสียงดินแตก ไม้หัก ลมหายใจหนักหน่วงปะทะกันมือสังหารฝีมือดีแต่คนตรงหน้าดีกว่า รวดเร็วกว่าเด็ดขาดกว่าและ…ไม่ลังเล ฉึก! มีดปักเข้าลำคอ เลือดสาดเปื้อนพื้นดินเผาร่างเงาดำทรุดลงไร้เสียงสุดท้าย ช่างหลิวนั

  • จันทราลิขิตรักชะตาข้ามภพ   บทที่20 ความจริงที่ปิดบังมานาน

    ลมยามสายพัดผ่านสวนดอกเหมย กลีบสีขาวอมชมพูปลิวโปรยลงมาตามทางเดินหิน เยี่ยนหยางเดินเคียงหลิงอันจังหวะก้าวไม่เร็วไม่ช้า มือหนึ่งถือแขนเสื้อนางไว้เบา ๆ ตามธรรมเนียม เป็นท่าทีที่ไม่ล้ำเส้น แต่ก็ไม่เปิดช่องให้ใครอื่น ขันทีและนางกำนัลที่เดินตามหลัง ต่างลดสายตาลงอย่างรู้หน้าที่ แต่แววตาที่แอบเหลือบมองมาก็เต็มไปด้วยความตื่นเต้น“ดอกเหมยปีนี้งามมาก”หลิงอันเอ่ยเสียงเบาเยี่ยนหยางยิ้มจาง ๆ “เพราะมีคนชมมันอยู่ข้าง ๆ กระมัง”นางเงียบไปเล็กน้อยแก้มขึ้นสีอ่อน ๆ ยังไม่ทันได้ตอบ เสียงฝีเท้าอีกกลุ่มก็ดังขึ้นจากทางแยกด้านหน้า องค์ชายตะวัน เยี่ยนหมิง เดินเคียงข้างไป๋เสวี่ยอัน สีหน้าทั้งคู่เรียบเฉยตามมารยาท แต่แววตาไม่เป็นมิตรนัก“องค์ชายจันทรา”เยี่ยนหมิงเอ่ยทักก่อน “บังเอิญนัก”เยี่ยนหยางหยุดยืน โค้งคำนับเล็กน้อยอย่างถูกต้องตามฐานันดร“องค์ชายตะวัน”หลิงอันทำความเคารพตามธรรมเนียม ยังไม่ทันจะเอ่ยอะไร—เยี่ยนหมิงกลับก้าวเข้ามาใกล้ สายตามองตรงมาที่หลิงอัน“ชายาหลิงอัน หลังพิธีเมื่อวาน ข้ายังไม่ได้กล่าวแสดงความยินดีอย่างเป็นทางการ”เขายื่นมือออกมาเล็กน้อย ท่าทางคล้ายจะเชื้อเชิญให้เข้าใกล้ แต่ในจังหวะนั้น—เยี่

  • จันทราลิขิตรักชะตาข้ามภพ   บทที่19 คืนแรกหลังพิธีเลือกชายา

    หัวค่ำของวังหลวงเงียบสงบกว่าที่คิด แสงโคมไฟถูกจุดเรียงรายตลอดทางเดิน กลิ่นธูปหอมจาง ๆ ยังหลงเหลือจากพิธีเลือกคู่ที่เพิ่งจบลงไม่นาน หลิงอันเพิ่งกลับมาถึงตำหนักของตน ยังไม่ทันได้ถอดเครื่องประดับ ปิ่นปักผมรูปจันทราที่ปักอยู่บนเส้นผมก็สะท้อนแสงโคมวับไหว เตือนให้นึกถึงเหตุการณ์เมื่อไม่กี่ชั่วยามก่อน—ช่วงเวลาที่ทั้งลานพิธีเงียบงัน ก่อนเสียงฮือฮาจะดังขึ้นเมื่อองค์ชายจันทราเดินมาหยุดตรงหน้านาง“ยังไม่ถอดอีกหรือ”เสียงทุ้มคุ้นเคยดังขึ้นจากด้านหลัง หลิงอันสะดุ้งเล็กน้อย ก่อนจะหันไปเห็นเยี่ยนหยางยืนพิงกรอบประตู สีหน้าผ่อนคลายกว่าตอนอยู่ในลานพิธีมาก หน้ากากถูกถอดออกแล้ว เหลือเพียงใบหน้าคมงามที่ทำให้นางใจเต้นไม่เป็นจังหวะทุกครั้งที่มอง เมื่อประตูตำหนักปิดลง เมื่อไม่มีคนอื่นอยู่ โลกทั้งใบเหมือนเปลี่ยนไป หลิงอันเม้มริมฝีปากเล็กน้อย ก่อนจะเอ่ยเสียงเบา“เฟิงเหยา… นายมาได้ยังไง”เขาเดินเข้ามาใกล้ ชะลอฝีเท้าราวกับตั้งใจให้ระยะห่างค่อย ๆ หายไป“ก็อยากมาดูแฟนตัวเองไง”คำว่า แฟน ทำเอาหลิงอันหน้าแดงวูบ“อย่าพูดแบบนี้สิ ยังอยู่ในวังนะ”เยี่ยนหยางเลิกคิ้ว ยิ้มมุมปากอย่างคนรู้ทัน“ตอนนี้มีแค่ฉันกับเธอ ไม่ต้องก

  • จันทราลิขิตรักชะตาข้ามภพ   บทที่18 ชีวิตนี้ข้าจะมีชายาเพียงคนเดียว

    ตำหนักของจักรพรรดินีในยามค่ำยังคงเงียบสงบ แต่ความเงียบนี้กลับกดดันราวกับมีเงามืดแผ่ปกคลุม จักรพรรดินีนั่งอยู่หน้าหน้าต่าง มองออกไปยังลานพิธีที่กำลังจัดเตรียมอยู่ไกลลิบ แสงโคมแขวนเรียงรายเป็นแนวยาว ผืนพรมพิธีถูกปูอย่างประณีต ทุกอย่างดูสมบูรณ์แบบ…มากเกินไป“องค์ชายจันทราเคลื่อนไหวบ่อยขึ้นจริง ๆ”นางกล่าวขึ้นเบา ๆ โดยไม่หันกลับมา หัวหน้านางกำนัลก้มศีรษะ“เพคะ ทั้งในวังหน้าและวังหลังต่างเริ่มเอ่ยถึงพระองค์มากขึ้นโดยเฉพาะหลังศึกครั้งล่าสุด”ปลายนิ้วจักรพรรดินีขยับช้า ๆ รอยยิ้มบางปรากฏบนริมฝีปาก แต่ดวงตาเย็นเยียบ“ลูกของสนมผู้นั้น…”นางเอ่ยเสียงแผ่ว“จะหน้าตาอัปลักษณ์เพียงใดกัน”ความทรงจำเก่า ๆ ที่ควรถูกฝังเริ่มขยับตัวอีกครั้ง“วันเลือกคู่ใกล้เข้ามาแล้ว”จักรพรรดินีกล่าวต่อ“พิธีนี้จะเป็นเครื่องเตือนว่า ใครควรอยู่ตรงไหนของวังนี้”---เช้าวันถัดมา ลานพิธีเลือกคู่หลวงถูกจัดเตรียมอย่างยิ่งใหญ่ เสาแดงสูงเรียงราย ม่านไหมสีทองพลิ้วไหวตามสายลม เสียงระฆังจากวัดหลวงดังเป็นจังหวะ สร้างบรรยากาศศักดิ์สิทธิ์ วันนี้ คือ วันเลือกคู่ ขุนนางชั้นสูงและตระกูลใหญ่ทยอยเข้าประจำที่ เสียงซุบซิบเริ่มดังขึ้นตั้งแ

  • จันทราลิขิตรักชะตาข้ามภพ   บทที่15 ดอกเหมยที่ผลิบานกลางหัวใจ

    ยามบ่ายคล้อย แสงอาทิตย์อ่อนรำไรส่องผ่านบานหน้าต่างกระทบโต๊ะไม้ในห้องทรงงานเยี่ยนหยางนั่งอ่านฎีกาอยู่เงียบ ๆ ปลายนิ้วพลิกกระดาษไปทีละแผ่น ทว่าใจกลับไม่อยู่กับตัวอักษรตรงหน้าสายตาของเขาเผลอเงยขึ้นนอกหน้าต่าง…กิ่งเหมยกิ่งหนึ่งกำลังผลิดอกสีขาวอมชมพูอ่อนสะท้อนแสงแดดอ่อนราวกับจะเตือนความทรงจำบางอย่าง

  • จันทราลิขิตรักชะตาข้ามภพ   บทที่14 เพราะข้าคิดถึงเจ้า

    เสียงกลองชัยจากหน้าประตูวังยังไม่ทันจาง ข่าวการกลับมาของกองทัพองค์ชายเยี่ยนหยางก็แพร่กระจายไปทั่วราวกับสายลมต้นเหมยในฤดูใบไม้ผลิ เร็วกว่ากำหนด…เร็วกว่าที่ใครคาดคิด ในตำหนักหลงเยว่ หลิงอันเพิ่งออกจากการคัดเลือกรอบสุดท้าย สีหน้าสงบนิ่งแม้ฝ่ามือจะเย็นเฉียบ นางรู้ผลแล้ว แต่ยังไม่มีประกาศอย่างเป็นทางการ

  • จันทราลิขิตรักชะตาข้ามภพ   บทที่13 ศึกตัดสินชะตาชีวิต

    ยามสนธยา แสงอาทิตย์ยามใกล้ลับขอบฟ้าสาดลงบนค่ายทหารเป็นสีส้มหม่น เยี่ยนหยางนั่งอยู่ภายในกระโจมหลัก แผนที่สงครามกางอยู่ตรงหน้า ทว่าดวงตาคมกลับไม่ได้จดจ่ออยู่กับเส้นทางหรือกำลังพล มือแกร่งคลี่ ผ้าเช็ดหน้าปักลายดอกเหมย ออกมาอย่างทะนุถนอม ด้ายปักยังแน่น เรียงลวดลายไม่สม่ำเสมอนัก ราวกับมือที่ปักยังไม่ชำน

  • จันทราลิขิตรักชะตาข้ามภพ   บทที่12 ข้าจะรอท่านกลับมา

    หลังขบวนทัพเคลื่อนลับสายตา เสียงเกราะ เสียงม้าค่อยๆ จางหายไป เหลือเพียงลานหน้าวังที่เงียบงันหลิงอันยืนมองอยู่อีกครู่ “หึ…”เสียงหัวเราะเบาๆ แฝงความเย้ยหยันดังขึ้นจากด้านหลังหลิงอันไม่ต้องหันไปมองก็รู้ว่าเป็นใคร ไป๋เสวี่ยอันก้าวเข้ามา ชายตาเหลือบมองทางที่กองทัพจากไป ก่อนจะเอ่ยด้วยน้ำเสียงเหมือนแสร้

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status