Beranda / รักโบราณ / จันทราลิขิตรักชะตาข้ามภพ / บทที่3 ความฝันขององค์ชายจันทรา

Share

บทที่3 ความฝันขององค์ชายจันทรา

Penulis: Piggy-lonely
last update Tanggal publikasi: 2025-12-10 18:23:12

ตำหนักหลงเยว่ในยามค่ำสงัดเงียบมีเพียงเสียงลมพัดต้องผ้าม่าน หลิงอันนั่งอยู่ในห้องรองรับอันกว้างใหญ่ รอองค์ชายเยี่ยนหยางตามมารยาทของชายาใหม่ แม้เขาไม่เคยสั่งให้นางรอเลยก็ตาม

ในนิยาย… องค์ชายเยี่ยนหยางไม่สนใจแม้แต่มองหน้าชายาแรกพบด้วยซ้ำ…แต่วันนี้ เขากลับช่วยข้าจากการล้ม… แม้สีพระพักตร์จะยังเย็นชาเหมือนเดิมก็ตาม ขณะที่ความคิดสับสนวนเวียนอยู่ เสียงฝีเท้าดังขึ้นจากทางเดินหินหน้าตำหนัก เงาร่างสูงในชุดองค์ชายสีดำทองก้าวเข้ามาอย่างสง่างาม

ประตูเปิดออก

องค์ชายเยี่ยนหยางยืนอยู่ตรงนั้น—คิ้วเข้ม ดวงตาเย็นสงบ แต่แววลึกในดวงตานั้น… แปลกประหลาด คล้ายจับจ้องนางคล้าย… คุ้นเคยเสียอย่างนั้น หลิงอันรีบลุกขึ้นคุกเข่า “ถวายพระพรเพคะ พระองค์กลับมาแล้ว”

เยี่ยนหยางเดินตรงเข้ามาโดยไม่สั่งให้นางลุกขึ้นเสียก่อน แต่กลับหยุดยืนตรงหน้า มองนางอย่างพิจารณา แทบจะนานเกินมารยาทขององค์ชายผู้สุขุม

“เจ้า…” น้ำเสียงทุ้มต่ำของเขาแผ่วลง “หน้าตาคล้ายคนคนหนึ่ง”

หลิงอันเงยหน้าขึ้น “คล้ายผู้ใดเพคะ?”

เยี่ยนหยางส่ายหน้าเบา ๆ ราวกับไม่อาจระบุได้

“ไม่รู้… แต่มันทำให้ข้าไม่อยากเมินเฉยใส่เจ้าอย่างที่ตั้งใจไว้”

เขาพูดด้วยน้ำเสียงราบเรียบแต่คำพูดนั้นทำให้หลิงอันใจเต้นแรงจนต้องก้มหน้าซ่อนสีหน้านี่มันไม่เหมือนในนิยายเลยสักนิด… ในนั้นเขาจะไม่พูดอะไรแบบนี้…

เยี่ยนหยางมองท่าทางประหม่า ๆ ของหลิงอันแล้วเลิกคิ้ว

“เหตุใดเจ้าถึงตัวสั่น? ข้าทำอะไรให้กลัวหรือ?”

“มะ… ไม่ได้กลัวเพคะ เพียงแต่… ไม่คาดคิดว่าจะได้รับความเอ็นดูเช่นนี้”

เยี่ยนหยางหลุดขำเบา ๆ แต่เป็นเสียงหัวเราะแบบหายาก

“เอ็นดู?”

เขาก้มลงเล็กน้อยจนใบหน้าคมคายอยู่ระดับสายตานาง

“ข้ายังไม่ได้ทำอะไรให้เจ้าเลย”

แต่ข้าอยากทำ…คำหลังเป็นเพียงความคิดที่เขาไม่พูดออกมา ลมยามค่ำพัดเข้ามาทำให้ปลายผมยาวของหลิงอันปลิวขึ้นเล็กน้อย เยี่ยนหยางยื่นมือขึ้น—เหมือนตั้งใจจะจับ ปัด หรือจัดให้เข้าที่ ทว่าเขาหยุดกลางอากาศ เหมือนมีบางอย่างห้ามไว้คล้ายความคุ้นเคยที่ไม่สามารถอธิบายได้

“ต่อไปนี้” เขาพูดเสียงเรียบแต่หนักแน่น “เจ้าอยู่ตำหนักนี้ ไม่ต้องกลัวใครทั้งสิ้น รวมถึงข้าด้วย”

หลิงอันหลุบตา “เพคะ”

แต่ในใจกลับถามตัวเองไม่หยุดทำไมองค์ชายเยี่ยนหยางถึงไม่เหมือนในเรื่อง?หรือว่า… โลกนี้ไม่ใช่แค่นิยายจริง ๆ?

หลิงอันนั่งอยู่ตรงเบาะรองรับหลังโต๊ะชา องค์ชายเยี่ยนหยางนั่งฝั่งตรงข้ามในท่วงท่าสง่างามตามแบบชนชั้นสูง แต่สิ่งที่ทำให้นางประหม่าไม่ใช่อำนาจที่แผ่ออกจากเขา—แต่เป็นสายตาที่มองมาตลอดเวลา ไม่ใช่มองแบบจับผิดไม่ใช่มองแบบรำคาญแต่เป็น “มองเพื่อหาคำตอบ” บางอย่างและยิ่งเขามองนานเท่าไร หัวใจนางก็เต้นแรงขึ้นเท่านั้น

เยี่ยนหยางเอ่ยขึ้นเบื้องหน้า “เจ้ามองข้าเหมือนข้าผิดปกติไป”

หลิงอันสะดุ้งเล็กน้อย “…หามิได้เพคะ เพียงแต่—”

“เพียงแต่?”

เขาโน้มตัวเล็กน้อย สีหน้ายังเย็นชา แต่แววตา… ดุจหมาป่าหนุ่มที่กำลังสนใจบางสิ่ง

“เพียงแต่…” หลิงอันเม้มริมฝีปาก “ไม่คิดว่าพระองค์จะสนพระทัยหม่อมฉันขนาดนี้เพคะ”

เยี่ยนหยางนิ่งไปเล็กน้อยราวกับคำพูดนั้นแทงใจเขา

“ข้าก็ไม่คิดเช่นกัน”

เขาพูดจริงจังจนหลิงอันเงยหน้าขึ้นอย่างลืมตัว งดงาม…ดวงตาเย็นของเขาสั่นไหววูบหนึ่งราวกับกำลังต่อสู้ใจกับอะไรบางอย่างแล้วเขาก็เอ่ยเสียงเบา แต่ชัดเจน

“ตั้งแต่แรกเห็น ข้ารู้สึกเหมือน… เคยเจอเจ้ามาก่อน”

หลิงอันชะงักนิ้วที่วางบนขอบถ้วยชานิ่งไปทันที หัวใจเต้นแรงแบบไม่ควรเป็นไปได้เพราะตามตรรกะแล้ว… นางเพิ่งทะลุมิติมายังโลกนี้ นางไม่เคยเกี่ยวข้องกับเขามาก่อน

“ข้าคิดว่าหลายปีที่ผ่านมา ข้าไม่เคยลืมคนคนหนึ่ง” เยี่ยนหยางพูดต่อ “แต่หน้าตาของนาง… ข้าไม่เคยจำได้ชัด”

เขาหลุบตาลงมองหลิงอันนิ่งและหนักแน่น

“จนกระทั่งข้าเห็นเจ้า”

หลิงอันตัวแข็งทื่อราวกับถูกตรึง ไม่นะ… ในเรื่องไม่มีเหตุการณ์เช่นนี้องค์ชายไม่ควรมีอดีตเกี่ยวข้องกับชายาเลยด้วยซ้ำ…นางกำมือแน่นใต้แขนเสื้อทุกอย่างกำลังเบี่ยงจากเนื้อเรื่องเดิมมากขึ้นเรื่อยๆ เยี่ยนหยางมองปฏิกิริยาของนางแล้วขมวดคิ้ว เขาผลักถ้วยชานางเข้าหาอย่างเอาใจ

“หลิงอัน เจ้าไม่ต้องกลัว ข้าไม่ได้กล่าวเพื่อบังคับเจ้า แต่… ข้าอยากเข้าใจความรู้สึกนี้”

เขาวางมือบนโต๊ะใกล้นางมากจนถ้าเธอขยับเพียงนิดเดียว นิ้วทั้งสองจะสัมผัสกัน

“ข้าเพียงต้องการให้เจ้ารู้ว่า ข้าจะไม่เมินเฉยหรือทอดทิ้งเจ้า”

หลิงอันกลืนน้ำลายความอบอุ่นในถ้อยคำทำให้นางสับสนกว่าเดิม

“เพคะ… แต่ในฐานะชายาแรกพบ เช่นนี้มัน—”

“หลิงอัน”

เขาเอ่ยเรียกชื่อเต็มของนางครั้งแรกเสียงเข้ม ทุ้ม และอบอุ่นอย่างประหลาด โรแมนติกจนหัวใจนางเหนื่อยล้า

“ข้าจะไม่ปล่อยให้ใครทำร้ายเจ้า รวมถึงตัวข้าเองด้วย”

พูดจบ เยี่ยนหยางลุกขึ้นก้าวเข้ามาใกล้จนเงาของเขาคลุมร่างนางทั้งตัว เขายืนมองนางเหนือหัว หยุดอยู่เพียงระยะที่ลมหายใจแทบจะสัมผัสกันมือข้างหนึ่งยกขึ้นช้าๆ ราวกับตั้งใจจะสัมผัสแก้มนาง แต่สุดท้ายหยุดกลางอากาศอีกครั้ง

เขาถอนใจเบา ๆ

“คืนนี้พักผ่อนให้ดี”

น้ำเสียงนุ่มขึ้นอย่างไม่ตั้งใจ

“ข้าจะคิดว่าทำไมข้าถึงคุ้นหน้าเจ้าขนาดนี้”

แล้วเขาก็ผละไปทิ้งหัวใจของหลิงอันไว้ให้เต้นวุ่นจนไม่อาจสงบได้อีกนางมองประตูที่ปิดลงความคิดวุ่นวายเต็มหัวองค์ชายเยี่ยนหยาง… ไม่เหมือนในเรื่องเลยสักนิดเดียวหรือว่า… เนื้อเรื่องกำลังเปลี่ยนเพราะข้า?

ค่ำคืนนั้น ลมในตำหนักหลงเยว่พัดแรงราวกับจะฉุดดึงความลับบางอย่างขึ้นสู่ผิวน้ำ เยี่ยนหยางทอดกายลงบนเตียง หัวใจหนักอึ้งด้วยความคิดสับสนที่ประดังเข้ามาไม่หยุดตั้งแต่ได้พบหลิงอัน เหตุใด…นางถึงคุ้นตาเขานัก? เหตุใด…เขาถึงรู้ทันทีว่านางไม่ใช่คนเลวร้ายแม้แต่เสี้ยวเดียว?ดวงตาหลับลงและทันทีโลกทั้งใบแตกออกเป็นเสี่ยง ๆ

---

ประตูบันไดหนีไฟกระแทกดัง “ปัง!” ท่ามกลางแสงไฟสลัวและกลิ่นโลหะคาว ๆ ที่ลอยตลบร่างของหญิงสาวคนหนึ่ง กลิ้งตกลงมาจากชั้นบนสุดเสียงร่างกระแทกขั้นบันไดทีละช่วงแรงจนหัวใจของผู้มองเจ็บลามไปถึงกระดูก

“อันอัน——!!”

ชื่อหนึ่งพุ่งขึ้นมาในใจของเยี่ยนหยางทันทีหรือเรียกให้ถูก…

เฟิงเหยา—ชื่อของเขาในอดีตชาติ—ตะโกนจนเสียงสั่นเขาวิ่งลงบันไดอย่างเสียสติหัวเข่ากระแทกพื้นเมื่อประคองหญิงสาวขึ้นแนบอก

“อันอัน…”

ใบหน้าของเธอซีดราวกับถูกพรากวิญญาณไปแล้วเลือดไหลจากขมับลงบนเสื้อตัวเขาริมฝีปากบางสั่นระริกเหมือนกำลังจะเรียกชื่อเขาอีกครั้ง

“เฟิง…เหยา…”

เสียงแผ่วเบาเหมือนลมหายใจสุดท้ายหัวใจเขาแตกละเอียแต่สิ่งที่ทำให้เลือดในอกเย็นยะเยือกยิ่งกว่า—คือเสียงฝีเท้าบนชั้นลอยด้านบน เขาเงยหน้าและพบสองคนที่เขาจำได้ขึ้นใจแม้จะไม่อยากจำ

เพื่อนสนิทของหลิงอัน—หญิงที่ทำตัวเป็นห่วงใย แต่รอยยิ้มตอนนี้บิดเบี้ยวด้วยความสะใจ

แฟนเก่าของหลิงอัน—ชายที่ควรจะรักนางที่สุด กลับยืนกอดอกมองลงมาราวกับกำลังชมละคร ไม่มีความตกใจไม่มีความห่วงใยไม่มีแม้แต่เศษความเป็นมนุษย์เพื่อนสนิทผสานสายตากับชายคนนั้น แล้วพูดเบา ๆ แต่ชัดเจน

“ก็แค่ได้ในสิ่งที่ควรได้เสียที”

ชายคนนั้นยิ้มเหยียด

“ก็แค่ผลักเบาๆ เอง จะโทษใครได้ล่ะ ขาอ่อนจนตกลงมาเอง”

เฟิงเหยาที่อยู่ในฝันกัดฟันจนเลือดซึมลมหายใจขาดห้วงด้วยความโกรธที่ไม่เคยรู้สึกมาก่อนในชีวิตใดเขาอุ้มอันอันขึ้นน้ำตาของเขาหยดลงบนแก้มเธอโดยไม่รู้ตัว

“อันอัน…ทนก่อนนะ ผมจะพาคุณไปโรงพยาบาล…อย่าเพิ่งหลับนะ…”

เธอพยายามจะยกมือขึ้นแตะหน้าเขาแต่ปลายนิ้วเย็นเสียจนเขาแทบหมดสติตาม

“เฟิงเหยา…อย่า…โทษ…ใคร…"

“ไม่!” เสียงเขาแตกพร่า “ต่อให้สวรรค์ลงโทษ ผมก็จะลากคนผิดมาชดใช้ให้ได้ทั้งชีวิต!”

เขาอุ้มเธอวิ่งออกนอกตึกแต่เพียงก้าวแรกที่ออกสู่ถนน—

ไฟหน้ารถคันหนึ่งพุ่งเข้ามาด้วยความเร็วสูง เร็ว แรง เหมือนตั้งใจ

“อันอัน——!!”

เสียงโลกแตกสะท้อนในหัวเขารถพุ่งเข้าชนเต็มแรงทุกอย่างสั่นสะเทือนจนกระดูกแทบแตก เสียงกระจกแตกดังลั่นเลือดของเขาไหลอาบแก้มของเธอภาพสุดท้ายก่อนดวงตาจะปิดลง แล้วโลกก็ดับสนิท

---

(กลับสู่ปัจจุบัน)

เยี่ยนหยางลุกพรวดขึ้นนั่งหายใจหอบแรงเหงื่อท่วมทั้งแผ่นหลัง ภาพเหล่านั้นยังชัดอยู่ในสมอง ชัดราวกับเป็นสิ่งที่เขาเพิ่งเผชิญเมื่อชั่วลมหายใจที่ผ่านมา

“เฟิงเหยา…”

เขาพึมพำชื่อที่ผุดขึ้นมาอย่างเจ็บปวดชื่อที่แม้แต่เขาเองก็ไม่รู้ว่าจำมันได้อย่างไรและสตรีที่เขาอุ้มไว้ในฝันสตรีที่เขาสูญเสียไปทั้งที่หัวใจเขาไม่เคยลืม—คือ หลิงอัน ในตอนนี้ใบหน้าเดียวกันแววตาเดียวกันความอบอุ่นแบบเดียวกันเขายกมือกดหน้าอกตัวเองหัวใจเต้นแรงจนเจ็บเพราะตอนนี้เขารู้แล้วว่าเหตุใดเขาจึงรู้สึกว่า ต้องปกป้องนางแม้ไม่รู้จักกันมาก่อนในโลกนี้ เขา…เคยสูญเสียนางมาแล้วหนึ่งครั้งและในชาตินี้เขาจะไม่มีวันยอมให้ประวัติศาสตร์ซ้ำรอยไม่ว่าจะต้องแลกด้วยอะไรทั้งสิ้น

หลิงอันตื่นขึ้นมาในตำหนักหลงเยว่ด้วยความแปลกใจเมื่อพบว่าองค์ชายเยี่ยนหยางยืนอยู่ข้างเตียงเงียบ ๆ แทนที่จะส่งคนรับใช้มาดูแลเหมือนทุกครั้ง ดวงตาของเขาลึกอย่างบอกไม่ถูก เหมือนมีเรื่องมากมายซ่อนอยู่ใต้ผิวน้ำสงบนั้น

“ฝันร้ายหรือเพคะ?” หลิงอันถามอย่างไม่คิดมาก เห็นเขามองมาอย่างประหลาดตั้งแต่เมื่อคืน

เยี่ยนหยางส่ายศีรษะเบา ๆ แต่สายตากลับตรึงอยู่บนใบหน้าของนางอย่างพิจารณา ทุกกริยา ทุกคำพูด ทุกลมหายใจ...เขากำลังเทียบกับภาพในอดีตที่เพิ่งตื่นขึ้นมาในความฝัน—ภาพของหญิงสาวที่เขาเรียกว่า อันอัน

หญิงสาวที่ตายไปต่อหน้าต่อตาเขา หญิงสาวที่โลกภายนอกไม่เคยช่วยเหลือ…รวมถึงเขาเองด้วย แต่หลิงอันตรงหน้า แม้คล้าย แต่ก็ไม่ใช่ทุกอย่างเหมือนเดิมเสียทีเดียว

“หม่อมฉันถามผิดหรือเพคะ?” นางชะงักเมื่อเห็นเขาจ้องนานเกินปกติ

“เจ้า…” เยี่ยนหยางเกือบหลุดถาม แต่รีบเก็บถ้อยคำ

“เจ้าฝันอะไรหรือไม่เมื่อคืน?”

“ฝัน?” หลิงอันนิ่งคิด

“ไม่เพคะ…แค่รู้สึกเหมือนมีอะไรบางอย่างจะจำได้ แต่ก็ไม่ชัดเลย”

ประโยคนั้นทำให้หัวใจเยี่ยนหยางสะดุดเหมือนความหวังเล็กๆ ถูกปล่อยให้ก่อตัวขึ้นอีกครั้งเขากลืนน้ำลาย ก่อนหันหน้าเล็กน้อยเพื่อซ่อนสีหน้าที่ควบคุมไม่ทัน

“งั้นหรือ… ก็ไม่เป็นไร”

น้ำเสียงเขาอ่อนลงอย่างผิดสังเกต จนหลิงอันรู้สึกได้

หลิงอันเอียงคอมอง ก่อนหน้านี้องค์ชายผู้นี้เย็นชาราวกับน้ำแข็งบนยอดเขา แต่วันนี้กลับเหมือนคนที่รู้จักนางมานาน นัยน์ตาอบอุ่นขึ้น พูดจาเบากว่าเดิม และเหมือนพยายามจับสังเกตนางทุกอิริยาบถ นี่มันไม่เหมือนในนิยายเลย…ในนิยายต้นฉบับ องค์ชายเยี่ยนหยางควรเย็นชา ไม่สนใจ ไม่แม้แต่เหลียวแล แต่นี่…เขากำลังกังวลว่านางฝันร้ายไหมด้วยซ้ำ

“องค์ชายเพคะ…” หลิงอันลองเอ่ยอย่างระมัดระวัง

“วันนี้ทรงดูแปลกไปจริง ๆ นะเพคะ”

เยี่ยนหยางชะงักเล็กน้อย แน่นอนว่าเขาแปลกไป—เพราะตอนนี้เขารู้แล้วว่าเขาไม่ใช่ ‘เพียงองค์ชายเยี่ยนหยาง’ แต่ยังเป็น เฟิงเหยา ชายคนหนึ่งที่เคยสูญเสียอันอันไปอย่างน่าเจ็บปวด เขาเงียบ ก่อนตอบเรียบ ๆ

“เจ้าแค่คิดไปเอง”

แต่ปลายนัยน์ตาที่มองนางกลับอ่อนโยนเกินกว่าจะปิดบังได้

จนหลิงอันกลายเป็นฝ่ายหน้าแดงเสียเองโดยไม่รู้ตัว เยี่ยนหยางสังเกตทุกอย่าง…แม้กระทั่งท่าทางนางที่เหมือนสมัยก่อนบางช่วง และยิ่งเขาเห็น นิ่งคิดเท่าไร ความสงสัยก็ยิ่งท่วมท้น เจ้าใช่อันอันของข้าหรือไม่…แต่เขายังไม่กล้าถามเพราะถ้าคำตอบคือ ‘ไม่ใช่’ เขาไม่แน่ใจว่าตัวเองจะรับมันได้อีกครั้งหรือไม่

“พักผ่อนต่อเถิด” เขาพูด ก่อนหมุนตัวเดินออกไป

ทว่าก่อนพ้นประตู เขาหยุดและหันกลับมามองเท้าเท่านั้น ไม่ใช่ใบหน้าของนาง

“…หลิงอัน”

เขาเรียกชื่อเธออย่างช้า ๆ ราวกับลองชั่งน้ำหนักบางอย่าง

“ข้า…จะอยู่ใกล้เจ้าในช่วงนี้ เจ้าจงอย่าได้หวาดกลัว”

พูดจบเขาก็จากไป ทิ้งให้นางมองตามอย่างงุนงงมากกว่าเดิมองค์ชายเปลี่ยนไปจริง ๆ …แต่ทำไมกัน? หลิงอันกำหมัดแน่นนี่ไม่เหมือนในนิยายเลยแม้แต่น้อย และในอีกฟากหนึ่งของตำหนัก เยี่ยนหยางกำลังยืนพิงกำแพง หัวใจหนักอึ้ง เขาจำทุกอย่างได้แล้วคืนฝันนั้นไม่ใช่ภาพลวงตา แต่คืออดีตของเขา—อดีตที่เขาปล่อยให้ “อันอัน” ต้องตายอย่างโดดเดี่ยว

อดีตที่เขาสาบานว่าจะไม่ยอมให้เกิดขึ้นอีกครั้ง ไม่ว่า “หลิงอัน” ตรงหน้าจะใช่อันอันเดิมหรือไม่…ครั้งนี้เขาจะไม่ปล่อยให้เธอเป็นอะไรไปอีก

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • จันทราลิขิตรักชะตาข้ามภพ   บทที่23 คืนเข้าหอ

    เสียงกลองพิธีดังขึ้นก้องวังหลวง เช้าวันนี้ ลานพิธีแน่นขนัดไปด้วยขุนนาง ราชวงศ์ และแขกผู้มีเกียรติจากทั่วแคว้น นี่คือวันอภิเษกขององค์ชายทั้งสองก่อนพิธี — คู่เยี่ยนหมิงไป๋เสวี่ยอันยืนอยู่ข้างเยี่ยนหมิง นางแต่งกายสมฐานะพระชายา สีหน้าเรียบแต่แววตามั่นใจ“อีกไม่นาน หม่อมฉันก็จะเป็นชายาของพระองค์อย่างเป็นทางการแล้ว”นางเอ่ยเสียงต่ำ แฝงความหมาย“ต่อไป เราควรช่วยกันวางแผนเรื่องในวังหลังบ้างนะเพคะ”เยี่ยนหมิงปรายตามองนางแววตานั้นเย็นจัด…และคมกริบ“เจ้าอย่าคิดไกลเกินฐานะ”ไป๋เสวี่ยอันชะงัก “หม่อมฉันหมายความว่า—”“เจ้าคือผู้ถูกเลือกเพราะ เหมาะสม ไม่ใช่เพราะข้าต้องการ”เสียงเขาเรียบ แต่คำพูดกลับร้ายกาจ“อย่าสำคัญตัวผิด”ใบหน้าของไป๋เสวี่ยอันซีดลงทันที มือที่ซ่อนในแขนเสื้อกำแน่น“พระองค์ตรัสเช่นนี้…หมายความว่าอย่างไร”เยี่ยนหมิงก้มลงเล็กน้อย กระซิบใกล้หูอย่างไม่เกรงใจ“หมายความว่า ต่อให้เจ้าเป็นชายาของข้า ก็อย่าคิดว่าข้าจะปฏิบัติกับเจ้าเหมือนหญิงที่ข้ารัก”ดวงตาของไป๋เสวี่ยอันสั่นไหว ความไม่พอใจแล่นวาบขึ้นมาทันที“หม่อมฉันไม่ใช่ผู้หญิงไร้ค่า”เสียงนางแข็งขึ้น“พระองค์อย่าลืมว่า หากไม่มีหม่อมฉัน

  • จันทราลิขิตรักชะตาข้ามภพ   บทที่22 ความทรงจำวันวาน

    องค์ชายจันทราก้าวเข้าสู่ห้องทรงงานของจักรพรรดิในยามสาย แสงอาทิตย์ลอดผ่านฉากไม้แกะสลัก สาดลงบนโต๊ะทรงงานที่เต็มไปด้วยฎีกา“ลูกถวายบังคมเสด็จพ่อ”จักรพรรดิเงยหน้าขึ้นจากเอกสาร สีหน้าอ่อนลงเล็กน้อยเมื่อเห็นบุตรชายคนรอง“เข้ามานั่งเถิด วันนี้ไม่มีเรื่องสำคัญ แค่อยากคุยสัพเพเหระ”เยี่ยนหยางรับคำ ก่อนจะนั่งลงอย่างสำรวม บทสนทนาเริ่มต้นด้วยเรื่องทั่วไป—การจัดงานเลือกคู่ ความเรียบร้อยในวัง การศึกชายแดนที่สงบลง เขาตอบไปตามมารยาท แต่สายตากลับเผลอเหลือบไปยังชั้นวางด้านหลังจักรพรรดิ ตรงนั้น…มีกล่องไม้จันทน์ใบหนึ่งเปิดแง้มอยู่และในกล่องนั้น—มี ปิ่นปักผมสีเงินเรียบ ๆ ลายดอกเหมย หัวใจของเยี่ยนหยางกระตุกวูบอย่างไร้เหตุผล จักรพรรดิที่สังเกตเห็นสายตานั้นก็ถอนหายใจเบา ๆ“เจ้าเห็นมันแล้วสินะ”เยี่ยนหยางชะงัก “ปิ่นนั่นคือ…”จักรพรรดิเอื้อมมือไปหยิบปิ่นปักผมนั้นขึ้นมาปลายนิ้วที่เคยเด็ดขาดในสนามการเมือง กลับอ่อนโยนอย่างน่าประหลาด“ของมารดาเจ้า”คำตอบนั้นทำให้ห้องทั้งห้องเงียบลงเยี่ยนหยางไม่เคยเห็นสิ่งของของมารดามาก่อน ในความทรงจำของตัวละครนี้—นางจากไปเร็วเกินไปไร้คำอธิบาย ไร้พิธีใหญ่โต จักรพรรดิหัวเราะเบา ๆ

  • จันทราลิขิตรักชะตาข้ามภพ   บทที่21 องค์ชายผู้ถูกเลื่องลือ

    ค่ำคืนนั้นลมหนาวพัดแรงกว่าทุกคืน บ้านดินเผาหลังเล็กนอกเมืองหลวง ไฟในเตาหลอมยังไม่ดับช่างหลิวนั่งก้มหน้า ปั้นดินด้วยมือที่สั่นเล็กน้อย เขารู้สึกไม่ดีเหมือนมีสายตาจับจ้องอยู่ตลอดเวลาเสียง แกรก เบา ๆ ดังจากหลังคามช่างหลิวเงยหน้าหัวใจหล่นวูบมเงาดำร่อนลงอย่างเงียบเชียบมือหนึ่งจับมีด อีกมือกดผ้าปิดหน้า “ถึงเวลาแล้ว”เสียงแหบต่ำดังขึ้น “เจ้าน่าจะรู้ดีว่าเจ้าเคยทำอะไรไว้”ช่างหลิวถอยหลัง ชนชั้นวางเครื่องปั้นแตกกระจาย“ข้า—ข้าไม่ได้ทำอะไร!”เขาร้องเสียงสั่น “ข้าแค่ช่างปั้นธรรมดา!”เงาดำไม่ตอบมีดสะท้อนแสงไฟวาบเดียวแต่ในจังหวะที่คมมีดกำลังจะฟาดลง—ฉึก! เสียงโลหะปะทะกันดังสนั่นประกายไฟกระเด็นเงาดำชะงัก ร่างหนึ่งโผล่จากเงามืดด้านข้างสวมเสื้อผ้าธรรมดา หน้าปิดครึ่งหนึ่ง แต่ดวงตา… เย็นและคมราวจันทราในคืนมืด“ใครอนุญาตให้เจ้าลงมือในพื้นที่ของข้า”มือสังหารถอยเปลี่ยนท่าจู่โจมทันทีการต่อสู้เกิดขึ้นในพื้นที่แคบเสียงดินแตก ไม้หัก ลมหายใจหนักหน่วงปะทะกันมือสังหารฝีมือดีแต่คนตรงหน้าดีกว่า รวดเร็วกว่าเด็ดขาดกว่าและ…ไม่ลังเล ฉึก! มีดปักเข้าลำคอ เลือดสาดเปื้อนพื้นดินเผาร่างเงาดำทรุดลงไร้เสียงสุดท้าย ช่างหลิวนั

  • จันทราลิขิตรักชะตาข้ามภพ   บทที่20 ความจริงที่ปิดบังมานาน

    ลมยามสายพัดผ่านสวนดอกเหมย กลีบสีขาวอมชมพูปลิวโปรยลงมาตามทางเดินหิน เยี่ยนหยางเดินเคียงหลิงอันจังหวะก้าวไม่เร็วไม่ช้า มือหนึ่งถือแขนเสื้อนางไว้เบา ๆ ตามธรรมเนียม เป็นท่าทีที่ไม่ล้ำเส้น แต่ก็ไม่เปิดช่องให้ใครอื่น ขันทีและนางกำนัลที่เดินตามหลัง ต่างลดสายตาลงอย่างรู้หน้าที่ แต่แววตาที่แอบเหลือบมองมาก็เต็มไปด้วยความตื่นเต้น“ดอกเหมยปีนี้งามมาก”หลิงอันเอ่ยเสียงเบาเยี่ยนหยางยิ้มจาง ๆ “เพราะมีคนชมมันอยู่ข้าง ๆ กระมัง”นางเงียบไปเล็กน้อยแก้มขึ้นสีอ่อน ๆ ยังไม่ทันได้ตอบ เสียงฝีเท้าอีกกลุ่มก็ดังขึ้นจากทางแยกด้านหน้า องค์ชายตะวัน เยี่ยนหมิง เดินเคียงข้างไป๋เสวี่ยอัน สีหน้าทั้งคู่เรียบเฉยตามมารยาท แต่แววตาไม่เป็นมิตรนัก“องค์ชายจันทรา”เยี่ยนหมิงเอ่ยทักก่อน “บังเอิญนัก”เยี่ยนหยางหยุดยืน โค้งคำนับเล็กน้อยอย่างถูกต้องตามฐานันดร“องค์ชายตะวัน”หลิงอันทำความเคารพตามธรรมเนียม ยังไม่ทันจะเอ่ยอะไร—เยี่ยนหมิงกลับก้าวเข้ามาใกล้ สายตามองตรงมาที่หลิงอัน“ชายาหลิงอัน หลังพิธีเมื่อวาน ข้ายังไม่ได้กล่าวแสดงความยินดีอย่างเป็นทางการ”เขายื่นมือออกมาเล็กน้อย ท่าทางคล้ายจะเชื้อเชิญให้เข้าใกล้ แต่ในจังหวะนั้น—เยี่

  • จันทราลิขิตรักชะตาข้ามภพ   บทที่19 คืนแรกหลังพิธีเลือกชายา

    หัวค่ำของวังหลวงเงียบสงบกว่าที่คิด แสงโคมไฟถูกจุดเรียงรายตลอดทางเดิน กลิ่นธูปหอมจาง ๆ ยังหลงเหลือจากพิธีเลือกคู่ที่เพิ่งจบลงไม่นาน หลิงอันเพิ่งกลับมาถึงตำหนักของตน ยังไม่ทันได้ถอดเครื่องประดับ ปิ่นปักผมรูปจันทราที่ปักอยู่บนเส้นผมก็สะท้อนแสงโคมวับไหว เตือนให้นึกถึงเหตุการณ์เมื่อไม่กี่ชั่วยามก่อน—ช่วงเวลาที่ทั้งลานพิธีเงียบงัน ก่อนเสียงฮือฮาจะดังขึ้นเมื่อองค์ชายจันทราเดินมาหยุดตรงหน้านาง“ยังไม่ถอดอีกหรือ”เสียงทุ้มคุ้นเคยดังขึ้นจากด้านหลัง หลิงอันสะดุ้งเล็กน้อย ก่อนจะหันไปเห็นเยี่ยนหยางยืนพิงกรอบประตู สีหน้าผ่อนคลายกว่าตอนอยู่ในลานพิธีมาก หน้ากากถูกถอดออกแล้ว เหลือเพียงใบหน้าคมงามที่ทำให้นางใจเต้นไม่เป็นจังหวะทุกครั้งที่มอง เมื่อประตูตำหนักปิดลง เมื่อไม่มีคนอื่นอยู่ โลกทั้งใบเหมือนเปลี่ยนไป หลิงอันเม้มริมฝีปากเล็กน้อย ก่อนจะเอ่ยเสียงเบา“เฟิงเหยา… นายมาได้ยังไง”เขาเดินเข้ามาใกล้ ชะลอฝีเท้าราวกับตั้งใจให้ระยะห่างค่อย ๆ หายไป“ก็อยากมาดูแฟนตัวเองไง”คำว่า แฟน ทำเอาหลิงอันหน้าแดงวูบ“อย่าพูดแบบนี้สิ ยังอยู่ในวังนะ”เยี่ยนหยางเลิกคิ้ว ยิ้มมุมปากอย่างคนรู้ทัน“ตอนนี้มีแค่ฉันกับเธอ ไม่ต้องก

  • จันทราลิขิตรักชะตาข้ามภพ   บทที่18 ชีวิตนี้ข้าจะมีชายาเพียงคนเดียว

    ตำหนักของจักรพรรดินีในยามค่ำยังคงเงียบสงบ แต่ความเงียบนี้กลับกดดันราวกับมีเงามืดแผ่ปกคลุม จักรพรรดินีนั่งอยู่หน้าหน้าต่าง มองออกไปยังลานพิธีที่กำลังจัดเตรียมอยู่ไกลลิบ แสงโคมแขวนเรียงรายเป็นแนวยาว ผืนพรมพิธีถูกปูอย่างประณีต ทุกอย่างดูสมบูรณ์แบบ…มากเกินไป“องค์ชายจันทราเคลื่อนไหวบ่อยขึ้นจริง ๆ”นางกล่าวขึ้นเบา ๆ โดยไม่หันกลับมา หัวหน้านางกำนัลก้มศีรษะ“เพคะ ทั้งในวังหน้าและวังหลังต่างเริ่มเอ่ยถึงพระองค์มากขึ้นโดยเฉพาะหลังศึกครั้งล่าสุด”ปลายนิ้วจักรพรรดินีขยับช้า ๆ รอยยิ้มบางปรากฏบนริมฝีปาก แต่ดวงตาเย็นเยียบ“ลูกของสนมผู้นั้น…”นางเอ่ยเสียงแผ่ว“จะหน้าตาอัปลักษณ์เพียงใดกัน”ความทรงจำเก่า ๆ ที่ควรถูกฝังเริ่มขยับตัวอีกครั้ง“วันเลือกคู่ใกล้เข้ามาแล้ว”จักรพรรดินีกล่าวต่อ“พิธีนี้จะเป็นเครื่องเตือนว่า ใครควรอยู่ตรงไหนของวังนี้”---เช้าวันถัดมา ลานพิธีเลือกคู่หลวงถูกจัดเตรียมอย่างยิ่งใหญ่ เสาแดงสูงเรียงราย ม่านไหมสีทองพลิ้วไหวตามสายลม เสียงระฆังจากวัดหลวงดังเป็นจังหวะ สร้างบรรยากาศศักดิ์สิทธิ์ วันนี้ คือ วันเลือกคู่ ขุนนางชั้นสูงและตระกูลใหญ่ทยอยเข้าประจำที่ เสียงซุบซิบเริ่มดังขึ้นตั้งแ

  • จันทราลิขิตรักชะตาข้ามภพ   บทที่15 ดอกเหมยที่ผลิบานกลางหัวใจ

    ยามบ่ายคล้อย แสงอาทิตย์อ่อนรำไรส่องผ่านบานหน้าต่างกระทบโต๊ะไม้ในห้องทรงงานเยี่ยนหยางนั่งอ่านฎีกาอยู่เงียบ ๆ ปลายนิ้วพลิกกระดาษไปทีละแผ่น ทว่าใจกลับไม่อยู่กับตัวอักษรตรงหน้าสายตาของเขาเผลอเงยขึ้นนอกหน้าต่าง…กิ่งเหมยกิ่งหนึ่งกำลังผลิดอกสีขาวอมชมพูอ่อนสะท้อนแสงแดดอ่อนราวกับจะเตือนความทรงจำบางอย่าง

  • จันทราลิขิตรักชะตาข้ามภพ   บทที่14 เพราะข้าคิดถึงเจ้า

    เสียงกลองชัยจากหน้าประตูวังยังไม่ทันจาง ข่าวการกลับมาของกองทัพองค์ชายเยี่ยนหยางก็แพร่กระจายไปทั่วราวกับสายลมต้นเหมยในฤดูใบไม้ผลิ เร็วกว่ากำหนด…เร็วกว่าที่ใครคาดคิด ในตำหนักหลงเยว่ หลิงอันเพิ่งออกจากการคัดเลือกรอบสุดท้าย สีหน้าสงบนิ่งแม้ฝ่ามือจะเย็นเฉียบ นางรู้ผลแล้ว แต่ยังไม่มีประกาศอย่างเป็นทางการ

  • จันทราลิขิตรักชะตาข้ามภพ   บทที่13 ศึกตัดสินชะตาชีวิต

    ยามสนธยา แสงอาทิตย์ยามใกล้ลับขอบฟ้าสาดลงบนค่ายทหารเป็นสีส้มหม่น เยี่ยนหยางนั่งอยู่ภายในกระโจมหลัก แผนที่สงครามกางอยู่ตรงหน้า ทว่าดวงตาคมกลับไม่ได้จดจ่ออยู่กับเส้นทางหรือกำลังพล มือแกร่งคลี่ ผ้าเช็ดหน้าปักลายดอกเหมย ออกมาอย่างทะนุถนอม ด้ายปักยังแน่น เรียงลวดลายไม่สม่ำเสมอนัก ราวกับมือที่ปักยังไม่ชำน

  • จันทราลิขิตรักชะตาข้ามภพ   บทที่12 ข้าจะรอท่านกลับมา

    หลังขบวนทัพเคลื่อนลับสายตา เสียงเกราะ เสียงม้าค่อยๆ จางหายไป เหลือเพียงลานหน้าวังที่เงียบงันหลิงอันยืนมองอยู่อีกครู่ “หึ…”เสียงหัวเราะเบาๆ แฝงความเย้ยหยันดังขึ้นจากด้านหลังหลิงอันไม่ต้องหันไปมองก็รู้ว่าเป็นใคร ไป๋เสวี่ยอันก้าวเข้ามา ชายตาเหลือบมองทางที่กองทัพจากไป ก่อนจะเอ่ยด้วยน้ำเสียงเหมือนแสร้

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status